ตอนที่ 40 : การลักพาตัว..

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    27 มี.ค. 62

“ใช่ค่ะน้า...เห็นที่น้าพิสมัยบอกไหม? ปล่อยฉันเดียวนี้เลยดา..”

พิมพิชญาหันไปบอกเพื่อนเพราะรู้ว่ามีคนมาช่วยเธอแน่แล้ว

“ถ้าเธอร้องอีกเราแย่แน่  ต้องใช้แผนสุดท้ายแล้วละหนูดา...ถ้าพิมพ์ไม่ยอมขนาดนี้”

“ว่าอะไรนะคะ...น้าพิศมัย”

พิมพิชญาหันหน้าที่งวยงงมองไปที่หน้าของพิศมัย ทำให้เธอรู้ว่า...ผู้ที่เธอคิดว่าจะช่วย...ไม่ได้พูดกับเธอสักหน่อย

“ได้ค่ะน้าพิศมัย...งั้นดาจำเป็นต้องทำตามแผนสุดท้ายแล้ว”

“อะไรกันนี้...”

พิมพิชญาเพิ่งรู้ว่าพิศมัยก็ร่วมมือกับเพื่อนของเธอ แต่มันก็สายเกินไปแล้ว เพราะผ้าเช็ดหน้าในมือของวณิดาถูกนำไปปิดที่จมูกของหญิงสาว ก่อนสติสัมปชัญญะของเธอจะดับวูบไป

                                ....................................................................

พิมพิชญาค่อยๆลืมตาขึ้น ก่อนจะรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังเคลื่อนไปข้างหน้า เพราะต้นไม้ด้านข้าง หญิงสาวมองเห็นมันผ่านไปไม่ขาด

“อูย...ฉันอยู่ไหนนี้...”

“เราใกล้จะถึงกระปี่แล้วพิมพ์”

เสียงคุ้นเคย หญิงในชุดแต่งงานไม่มองก็รู้ว่าผู้ที่ขับรถพุ่งไปข้างหน้าคือศิวะ แต่พิมพิชญาก็ยังมองไปดูเพื่อความแน่ใจ

“พี่ไม่มีทางเลือก และทุกคนก็หวังดีกับเรา...”

ใบหน้าหล่อคม สมกับคำว่าลูกผู้ชาย ที่พิมพิชญารู้สึกได้ทุกครั้งที่มอง แต่สิ่งที่ชายหนุ่มทำมันยังค้างคาใจของหญิงสาวจนยากจะลบมันออกไปได้

“พี่ศิวะ...พี่ทำไหม?ทำยังงี้ ทำไมไม่ปล่อยพิมพ์ไป...”

รถวิ่งตามถนนเรียบชายฝั่งทะเลไปข้างหน้า ด้วยความเร็วไม่น้อยกว่าเก้าสิบชั่วโมงต่อนาที ขณะแสงตะวันสีเหลืองทองช่วงยามบ่ายแก่ๆ พุ่งไปกระทบหน้าที่มีเพียงความกังวนของชายหนุ่มที่ถูกถามถึงสิ่งที่เขาอยากพิสูจน์เสมอมา

“พี่อยากพิสูจน์ความจริงที่เกิดขึ้น ว่าพี่ได้ทำดีที่สุดแล้วเท่าที่ลูกผู้ชายอย่างพี่จะทำได้  และเมื่อพิมพ์รู้ความจริงแล้ว...ต่อจากนั้นพิมพ์จะคิดยังไง...จะทำอะไร ก็ไม่ใช่สิ่งที่พี่จะต้องไปวุ้นวายกับชีวิตของพิมพ์อีกต่อไป”

“พี่จะบอกพิมพ์ อยากจะคุยอะไรกับพิมพ์ก็ได้...แต่อย่าให้เรื่องเหล่านั้นมาทำให้พิมพ์ต้องเจ็บปวดเกินกว่านี้ได้ไหม?ค่ะ...พี่ศิวะ”

“พิมพ์...พี่รักพิมพ์พี่รู้ใจพี่เอง  แต่ตอนนี้พิมพ์รักพี่หรือเกียดพี่ นั่นพี่ไม่สามารถจะรู้ได้...แต่ถ้าพิมพ์เจ็บเพราะรักพี่ พี่มีเหตุผลอะไรไหม?ที่จะยอมให้พิมพ์แต่งงาน...ถ้าพี่ไม่ผิด”

“แล้วตอนนี้..พี่จะทำอะไร...”

“พี่จะพาพิมพ์ไปทราบความเป็นจริง เรื่องที่ทำให้เราสองคนไม่เข้าใจกัน”

พิมพิชญาเริ่มรู้ว่า...เรื่องที่เธอถูกลักพาตัวมาจากงานแต่งงาน ใช่ว่าจะเป็นเรื่องเลวร้ายที่ศิวะทำ แต่ที่เขาทำไปเพราะชายหนุ่มรักเธอต่างหาก

“แล้วที่พี่ทำแบบนี้...หมอเดชาละค่ะ...หมอเขาผิดตรงไหน...”

“หมอเดชาเขาหลอกพิมพ์ และเห็นแก่ตัว...”

พิมพิชญาจ้องหน้าศิวะ เพราะอยากรู้เหตุผลที่ชายหนุ่มกล่าวหาผู้ที่เธอจะแต่งงานด้วย

“หมอเดชาเป็นเกย์...และที่จะแต่งงานกับพิมพ์ ก็เพียงอยากจะปกปิดตัวตนจริงๆของหมอเท่านั้นเอง...”

“พี่ศิวะ อย่ามาหาเรื่องใส่ร้ายหมอ...พิมพ์ไม่เชื่อหรอก”

“พี่เคยอยู่ในวงการที่ใครๆก็รังเกียด แต่วงการนี้ มันก็ทำให้พี่รู้เรื่องวิปริตเหล่านี้ และถ้าพิมพ์ทนดูได้พี่ก็จะให้พิมพ์ดูคลิปของหมอเดชากับน้องคนหนึ่งในสังกัดมาม่าชัง...”

พิมพิชญาหน้าเสีย...ขณะศิวะยื่นโทรศัพท์มือถือของเขาไปให้...

คลิปในโทรศัพท์บนมือของพิมพิชญา ทำให้หญิงสาวเห็นหมอเดชาร่วมรักกับเด็กหนุ่มทางประตูหลัง และภาพนั้นทำให้หญิงสาวรีบปิดคลิปฉาวที่เธอพึ่งรู้ ก่อนจะหันหน้าไปถามชายผู้ลักพาตัวเธอมา

“แล้วเราจะไปไหน?”

“เกาะกะลา”

                ……………………………………………………….

พิมพิชญาออกจากห้องน้ำในชุดยีนเสื้อยืดรองเท้าผ้าใบพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าใส่ชุดแต่งงานที่เธอพึ่งเปลี่ยนออก ก่อนจะมีรถเก๋งวิ่งเข้ามาจอดเทียบ ทำให้หญิงสาวก้าวขึ้นไปนั่งข้างศิวะผู้อยู่ในตำแหน่งคนขับในทันที่

“พี่ไปเจอเรือที่น้องญากับคุณนพพรจ้างไปส่งที่เกาะกะลาเมื่อช่วงเช้า กำลังจะไปรับพวกเขากลับมาฝั่งพอดี พี่ว่าเราไปพร้อมเรือสปีดโบ๊บลำนี้เลย เผื่อว่าพิมพ์จะได้เห็นไซค์งานบริษัท...และ...เออ”

พิมพิชญารู้ว่าโครงการก่อสร้างรีสอร์ทบนเกาะกะลา เดิมศิวะคือผู้จักการไซค์งานก่อสร้าง แต่ตอนนี้เธอไล่เขาออกจากบริษัทแล้ว แต่ความผูกพันกับงานนี้มันยังไม่คลายจากความรู้สึกของชายหนุ่ม

“พี่ก็ไปดูลูกน้องที่พี่ส่งไปทำงานที่นั่นด้วยสิ...พวกเขาคงคิดถึงพี่...ที่ไปปล่อยเกาะพวกเขาเอาไว้”

หญิงสาวพยายามพูดให้เป็นเรื่องขำแต่ ใบหน้าชายหนุ่มแสดงออกว่างานในบริษัทโมเดิร์นโฮมการ์เด้นจำกัดมันผูกพันจิตใจของเขาเอาไว้อย่างมากมาย...แต่ตอนนี้มันไม่เกี่ยวกับศิวะแล้ว

“ใช่สินะ พี่จะได้พบสมจิตรและโก้เสียที่..หลังที่ส่งพวกเขาไปติดเกาะเป็นเดือนๆ...”

มันเหมือนคุยกันสนุกแต่ พิมพิชญาผู้ลงนามไล่ชายหนุ่มออกจากบริษัท จิตใจเริ่มอ่อนแอ เพราะถ้าสิ่งที่อภิญาเล่ามันเป็นแง่ลบ ทุกสิ่งทุกอย่าง ระหว่างเธอกับศิวะคงต้องขาดกันเสียที่ แต่ถ้ามันเป็นแง่บวกหญิงสาวก็คิดว่าจะทำทุกสิ่ง ทุกอย่างเพื่อทดแทนความเลวร้ายที่มันได้เกิดขึ้นกับความรักของเธอกับศิวะ...ในวันนี้

“พี่ศิวะรีบไป  พิมพ์จะทนไม่ไหวกับเรื่องที่อยากรู้แล้ว”

                ..........................................................................

“พวกแก จับเรามาจะเรียกค่าไถ่เท่าไหร่ บอกมาได้เลย เพราะถ้าถึงฝัง...ฉันจะแจ้งบริษัทให้โอนมาให้”

“เฮ้ย...ค่าไถ่บ้าอะไรลูกพี่กูอยากคุยกับน้องคนสวยนี้เท่านั้นโว้ย...”

ชายหน้าเหี้ยพูดคล้ายตะโกนไปทางหญิงและชายที่ถูกจับมัดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้หาดทรายริมทะเล ที่ลูกน้องสองคนของมัน ถือปืนควบคุมคนทั้งคู่อยู่

“ไอ้เวร..เจ้าของเรือถ้ากูขับเรือเป็นกูจะยิงกะบาลมันเดียวนี้...ทำให้กูมานั่งเสียเวลาอยู่นี่เกือบวันแล้ว มึงคิดเชี้ยอะไรของมึงวะ เอาเรือไม่มีน้ำมันมาขับรับจ้าง...”

เจ้าของเรือสะปีดโบ๊บนั่งตัวเกร็งเพราะกลัวปืนในมือของชายหน้าเหี้ยมจะหันมาทางที่เขานั่ง

“คุณอภิญา ใจเย็นๆนะครับผมรับรองจะไม่ให้พวกมันทำอะไรคุณได้ ถ้าผมยังมีชีวิตอยู่”

“ขอบคุณค่ะ คุณนพพร แต่ญาพอจะรู้แล้วว่าพวกมันประสงค์อะไร เพราะญาจำไอ้ตัวหัวหน้าของมันได้”

“แล้วมันคือใครครับ...คุณญา”

วณิดามองหน้านพพรผู้ถูกจับตัวมาพร้อมกับเธอ..ก่อนกล่าว

“คนสั่งจับเราถ้าญาถ้าเดาไม่ผิดต้องเป็นนายพิริยะ...อย่างแน่นอน”

                ……………………………………………………….

 

เรือสปีดโบ๊บวิ่งฉิวไปบนพื้นทะเลที่ราบเรียบช่วงใกล้ค่ำ ทำให้ระอองน้ำกระจายฟุ้งจนผู้โดยสารหนุ่มสาวเย็นรื้นเป็นระยะ

“เมื่อตอนเที่ยงก็มีคนมาจ้างเรือหลานผมไปที่เกาะกะลาเหมือนกัน แต่ไอ้หลานผมมันลืมเติมน้ำมันเรือ”

“แล้วยังไงครับลุง...”

“มันวิทยุมาบอกให้เอาน้ำมันไปให้มันหน่อย...มันกลับไม่ได้ ผมเลยเตรียมน้ำมันไปให้มันด้วยนี่ไงครับ”

ศิวะมองดูถังน้ำมันบนเรือทำให้ชายหนุ่มรู้แล้วว่าถังน้ำมันบนเรือเอาไว้ทำไม?...

“แล้ว วอ(วิทยุ)ของลุงติดต่อพวกช่างบนเกาะกะลาได้ไหมครับ”

“ได้สิครับถ้าปรับคลื่นตรงกัน...แต่ไม่รู้ว่าพวกนายช่างบนเกาะใช้คลื่นอะไร”

ศิวะมองดูหน้าปัดวิทยุบนเรือสปีดโบ๊บที่เขากำลังนั่ง ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าคลื่นวิทยุเรือลำนี้คือคลื่นอะไร

“แล้วพวกที่อยู่บนเกาะเป็นไงบ้าง...ค่ะลุง”

พิมพิชญาถามบ้างเพราะเธอก็อยากรู้

“โดยตอนนี้พวกนายช่างบนเกาะเขาทำงานกันยกใหญ่แล้ว...และเจ้านายที่มาจากบริษัทในกรุงเทพผู้หญิงกับผู้ชายที่ผมไปส่งเมื่อสองวัน ก็น่าจะนำเจ้าหน้าที่ที่ดินที่ใช้เรือทางราชการไปรังวัดพื้นที่  ที่จะก่อสร้างบ้านบนเกาะแต่เมื่อเช้า และก็น่าจะเสร็จแล้ว เพราะผมเห็นเรือกลับเข้าฝังไปแล้ว..ครับ”

“แล้วลุงทำไมพึ่งไปรับพวกเขาละค่ะ...”

“อ๋อ..เห็นบอกว่ารังวัดเสร็จก็จะดูความคืบหน้างานก่อสร้างก่อนนะครับ จึงให้ผมมารับเวลานี้”

พิมพิชญาเข้าใจทุกอย่างก่อนจะยิ้มให้เจ้าของเรือจ้างเมื่อหมดคำถาม

                ……………………………………………………….

 “เอ้ย..ไอ้โก้ลูกพี่กับประธานพิมพ์มานู๊น....โว้ย”

สมจิตรวิศวกรที่ศิวะส่งมาประจำที่เกาะกะลาเดินออกมาดูเรือที่วิ่งเข้ามาเทียบสะพานเรือ ก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นชายและหญิงที่เดินอยู่บนสะพาน ทำให้เขาร้องเรียกโฟร์แมนโก้ที่ถูกให้มาประจำที่นี่พร้อมกับเขาอีกคน

“ไง...พวกเราสบายดีกันหรือเปล่าสมจิตรกับโก้”

ศิวะจับมือโก้กับสมจิตร เพื่อทักทาย ขณะสายตามองไปที่พักคนงาน ที่มีคนงานก่อสร้างร่วมสามสิบคนพากันหุ่งหาอาหารกินกัน หลังเลิกงานกันชุลมุน

“สบายอะไรลูกพี่...เอาเรามาปล่อยเกาะ...แล้วมีข่าวว่าลูกพี่ลาออก  แล้วมันจริงไหมครับ”

“ไม่จริงหรอกจ๊ะ...เรื่องนี้ฉันยืนยันได้”

โก้ตาโต...เมื่อพิมพิชญาตอบแทนศิวะด้วยคำที่หญิงสาวคิดว่าเธอไม่ได้โกหก เพราะศิวะถูกไล่ออกไม่ใช่ลาออก

“ผมว่าแล้ว...คนทำงานบ้าคลั่งแบบลูกพี่ บริษัทไหนให้ลาออกง่ายๆก็โง่แล้ว...”

ศิวะทำได้แค่ยิ้มเพราะสถานะของชายหนุ่มตอนนี้ย่ำแย่กว่าที่กำลังคุยกันอยู่มากนัก

“เออ...แล้วคุณอภิญากับคุณนพพรอยู่ไหน?สมจิตร..”

ศิวะตั้งแต่มายังไม่เห็นผู้ที่เขาอยากพบมากที่สุด เลยเปลี่ยนเรื่อง

“นี่แหละครับลูกพี่...ที่เรารอเรือที่จะมารับคุณอภิญากับคุณนพพรอยู่ เพื่อจะไปแจ้งความ เพราะเมื่อสักสองชั่วโมงที่แล้ว มีคนสามคน มาจับตัวขึ้นเรือสปีดโบ๊บไป...”

“...ตายแล้ว...น้องญาถูกจับ”

พิมพิชญาอุทานหน้าตาตื่นเมื่อทราบข่าวไม่ดี ขณะที่ศิวะครุ่นคิด เมื่อรู้เรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น   ก่อนจะหันหน้าไปสั่งสมจิตร

“สมจิตรอย่าพึ่งให้ลุง...เอาเรือออกนะ...”

สมจิตรรีบไปที่สะพานเรือแล้วรีบวิ่งไปบอกเจ้าของเรือที่พึ่งพาศิวะและพิมพิชญามาเมื่อครู่ ตามคำสั่งทันที่

                              ......................................................


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

6 ความคิดเห็น