ตอนที่ 30 : ความลับ..อภิญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 มี.ค. 62

เสียงรถคุนหูจอดได้ไม่นาน ร่างสูงก็เดินเข้าไปในร้านที่กำลังปรับปรุง ก่อนผู้พึงมาถึงจะตรงเข้าไปกอดพิมพิชญาแล้วหอมแก้มนวลของหญิงสาว

                “คิดถึง...”

                พิมพิชญานั่งนิ่งใบหน้าไร้ความรู้สึก ทำให้ศิวะรู้สึกว่าวันนี้เขาต้องได้ตอบคำถามที่ไม่ต้องการจะตอบอย่างแน่นอน

“คุณเพื่อนนั่งสิ เดียวผมจะรินสุราให้รับประทาน...”

ยิ่งธีรดลพูดแนวนี้ และ สายตาที่หมอปณิดามองมา ก็ยิ่งทำให้ศิวะรู้ว่าที่นี่เหตุการณ์ไม่ปกติชัวร์

“พี่ศิวะรู้ไหม?ว่าวันนี้ที่ห้องทำงานหมอพิมพ์เกิดคดีฆาตกรรม “

วณิดาเปิดปากเล่าสิ่งที่ศิวะควรรู้เรื่องแรก ทำให้ชายหนุ่มแสดงใบหน้าฉงนกับเรื่องที่ไม่น่าเกิด

“เอ้ย...มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเหรอ? แล้วพิมพ์เป็นไรหรือเปล่า”

“ไม่เป็นไรมาก  พิมพ์แค่ตกใจค่ะ...แล้วพี่ศิวะไปไหนมาวันนี้?”

พิมพิชญาไม่รอช้าเปิดคำถามที่อยากรู้ทันที่ ในขณะที่ธีรดลยื่นแก้วเหล้าให้ศิวะพร้อมเอานิ้วชี้ลากผ่านคอของเขาเพื่อแสดงให้เพื่อนรักรู้ว่า...ตอบให้ดีๆนะมึง...

“วันนี้พี่ไปทำงานที่ไซค์ แล้วไปรับหลานที่โรงพยาบาล คนที่เคยเล่าให้พิมพ์ฟังกลับบ้านนะ..”

“ไปรับหลานหรือลูกพี่ศิวะกับผู้หญิงชื่อแพรค่ะ”

พิมพิชญากล่าวขึ้นเสียงกระด้าง ทำให้ศิวะเงียบ ในขณะที่เพื่อนร่วมวงอีกสองคนมองดูผู้ถูกถามว่าจะตอบเช่นไร

“อ๋อ...เรื่องนี้เอง เออ...แล้วพิมพ์รู้ได้ไงว่าต้นเป็นลูกของพี่...กับแพร”

“ขอแค่คำตอบได้ไหม?ค่ะว่ามันจะเป็นเหมือนนิยายน้ำเน่าหรือเปล่า”

“แบบไหน?ที่พิมพ์ว่า...”

“ก็แบบว่า คุณแพรมีลูกกับคนอื่นมาก่อนแล้ว พี่ศิวะก็เลยไปรับเป็นพ่อแทน...”

ศิวะมองหน้าสวยที่อธิบายความ แต่เธอไม่มองมา ทำให้ชายหนุ่มยิ้มเพราะสิ่งที่หญิงสาวพูดมันช่างตรงกับความจริงที่เกิดขึ้น

“ใช่มันเป็นอย่างที่พิมพ์พูด”

พิมพิชญาหันไปมองหน้าชายที่เธอรัก ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้น

“งั้นพี่...เรามาดื่มฉลองกัน เพราะพิมพ์ยังไม่อกหัก”

ศิวะยกแก้วเหล้าขึ้นชนแก้วของพิมพ์ก่อนที่ทั้งคู่จะดื่มหล้าในแก้วจนหมด

“พิมพ์แกเมายังวะ”

“ไม่เมาบ้าอะไร...ถ้าฉันไม่เมาจะให้คนมาหลอกได้ง่ายขนาดนี้เหรอวะดา...”

พิมพิชญาพูดเสียง..ทั้งประชดทั้งออกแนวน้อยใจ ในขณะที่ศิวะรู้ว่าตอนนี้เขาต้องคุมอารมณ์หญิงที่เขารักไว้ให้ได้  ด้วยการพูดความจริงทั้งหมด

“แพรนะเป็นลูกต่างแม่กับพี่  ที่วันหนึ่งน้องแพรเกิดมีท้องกับคนที่ไม่สมควรจะมีด้วย  และวันที่แพรคลอดพี่จึงได้ไปรับเป็นพ่อที่โรงพยาบาล และจากวันนั้น พี่ก็รับต้นลูกของแพร มาเป็นเหมือนลูกของพี่”

“เหตุผลไอ้ศิวะ...มันตามนั้นเลยหมอพิมพ์”

“พี่ดลเฉยๆไว้..เดียวจะเจ็บตัว เราให้สองคนเขาคุยกันดีไหม?พี่มีปากตอนนี้ก็กินเหล้าเข้าไป...โอเคร”

วณิดารีบเตือนธีรดลที่กล่าวเหตุผลที่ไม่จำเป็นต้องอธิบาย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องแค่คนสองคน  ต้องคุยกัน

“แล้วพี่ศิวะคิดว่าจะบอกพิมพ์วันไหม? หรือพี่คิดว่าผู้หญิงต้องโง่...โง่...โง่สำหรับพี่

ปลายเสียงของหญิงสาวที่ดวงตาวาวรื้นดังขึ้น  นั่นแสดงว่าอารมณ์สะท้านของหญิงสาวได้ถูกปลดปล่อยออกมา

“พิมพ์มีหลายเรื่องในอดีต ที่พี่ก็ไม่อยากให้เกิด แต่ตอนนั้นพี่ได้ทำสุดความสามารถในฐานะของพี่ชายต่างแม่ให้กับแพร และวันนี้ถ้าพี่มีคนรัก พี่ก็หวังว่าคนรักของพี่ต้องมีเหตุผล และรู้ว่าที่พี่ทำลงไปครั้งนั้น..มันเพราะเหตุใด”

พิมพิชญารู้ว่าสิ่งที่ชายที่เธอรักกล่าว  เพื่อบอกว่าเรื่องในอดีตถ้าเขาทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว  ผู้หญิงที่เขารักในปัจจุบัน ก็ควรจะเห็นด้วย และคำพูดนี้ทำให้หญิงสาวคิดก่อนจะพูดออกมา

“พี่ศิวะรู้ไหม?ว่าพิมพ์เป็นคนที่อ่อนแอกับเรื่องความรัก”

“พิมพ์เคยบอกพี่แล้ว”

“ถ้าเรื่องพี่กับคุณแพร มันทำให้พิมพ์คิดเพียงเรื่องเลวๆพิมพ์ขอโทษ  แต่พิมพ์มีเรื่องถามพี่อีกเรื่อง...”

น้ำใสที่เอ่ออยู่เต็มตาของหญิงสาวก็เริ่มไหลลงมาเป็นสายตามพวงแก้ม  เพราะ มันยังมีอีกเรื่องที่ยังคา ที่พิมพิชญาต้องถาม  ถึงแม้มันจะเหมือนว่า...เธอติดตามหึง ตามหวงชายคนรัก จนคนจะมองหญิงสาวว่าตามรัก ตามหลงชายหนุ่มอยู่ข้างเดียว...จนเสมือนว่าเธอคือหญิงไร้ค่า...

“เรื่องที่มาม่าซัง โทรหาพี่ตอนบ่าย นั้นเพราะอะไรค่ะ”

ศิวะตกใจกับคำถาม..แต่ก็ยังคงเก็บสีหน้าให้เป็นปกติ...ถึงแม้ใจวูบ เมื่อรู้ว่าเรื่องนี้ เขาจะตอบตามจริงไม่ได้

“พี่รู้ว่าพิมพ์ยิงคนที่ไม่ซื่อกับพิมพ์ได้”

“ไม่ค่ะ...พิมพ์คงไม่ทำยังงั้นหรอก...ถึงแม้พิมพ์จะชอบพกปืน”

หญิงสาวไม่พูดเปล่าเพราะ เธอล้วงเอาปืนในกระเป๋าที่พร้อมยิงออกมาถือไว้ในมือ เพื่อประสงค์อะไรคงไม่มีใครตอบได้ แต่จะให้เดานั้นก็คงไม่ยาก

“หมอพิมพ์ครับใจเย็นๆนะครับ”

ธีรดลตาเหลือกขณะกล่าวเพราะกลัวเรื่องจะบานปลาย ส่วนวณิดานั่งนิ่งเพราะเธอเข้าข้างการกระทำของเพื่อนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

“พี่ศิวะเล่าให้พิมพ์ฟังตามความจริงสิ”

ศิวะหายใจเข้าเมื่อเริ่มเครียด เพราะคำตอบของเขาอาจนำกระสุนปืน ในมือของพิมพิชญามาเข้ามาอยู่ในร่างของเขาได้

“คือเรื่องนี้...มันก็แค่มาม่าซังต้องการรู้ว่า พี่อยากจะกลับไปทำงานกับแกอีกไหม?ก็เลยโทรมาชวน”

“แล้วพี่ บอกไปว่ายังไง?”

เสียงเล็กที่แสนเย็นชาถามเรียบ ในขณะที่ธีรดลรู้ว่าเพื่อนของเขาโกหก และถ้าคำโกหกนั้นถูกจับได้ เขาแทบไม่อยากจะคิดถึงผลของมัน

“พิมพ์ก็รู้ว่า พี่ต้องการจะลบคำแสนเกียดที่สังคมตีตราอยู่ในจิตใจของพี่ พิมพ์ลองคิดดู  ว่าพี่จะไปหาเงินด้วยวิธีนี้ทำไหม?เพราะทุกวันนี้พี่ก็ไม่ขัดสนเรื่องเงินแล้ว”

ศิวะกล่าวจบก็เพ่งไปยังตาของหญิงถือปืน ที่แก้มทั้งสองยังเปื้อนคราบน้ำตา

“ พี่เชื่อว่าคนที่รักกัน ถ้าเกิดเรื่องไม่เข้าใจ...ก็ต้องไว้ใจกัน และ พี่ยอมตายถ้าพิมพ์ไม่เชื่อพี่”

ศิวะจับมือเล็กก่อนจะดึงให้ปลายกระปอกปืนในมือของหญิงสาวมาจ่อที่หน้าอกด้านซ้ายของเขา

“แค่คำพูด ถ้าพิมพ์ไม่เชื่อพี่ พิมพ์ต้องยิงพี่แล้วละ”

ศิวะกับพิมพิชญา จ้องตากันนิ่งเมื่อบทสนทนาจบลง

“หมอพิมพ์ครับ คิดดีๆนะครับ...ไอ้ศิวะมันพูดจริงๆนะครับ...”

ธีรดลกล่าวทำลายความเงียบ ด้วยเสียง...เสียวสุดขีด  เพราะเขากลัวว่าพิมพิชญาจะลั่นไก

“พี่ว่าถ้าพิมพ์รักพี่...พิมพ์ต้องไว้ใจพี่ใช่ไหม?”

หญิงสาวกล่าวเสียงเรียบ ขณะมองจ้องเข้าไปในดวงตาของชายที่เธอรักเขม็ง

“ครับ...คนเรารักกันจะอยู่กันยังไง...ถ้าไม่ไว้วางใจกัน”

สื่อคำพูดที่เป็นเหมือนหน้าต่าง ที่เปิดผ่านการร้อยเป็นคำจากใจ  มันได้ทำให้พิมพิชญาหลุดออกมาจากความมืดดำที่ปกคลุมจิตใจมาตลอดทั้งวัน อย่างที่หญิงสาวต้องการ

“พี่ศิวะ...”

พิมพิชญาเช็ดคาบน้ำตาบนหน้าสวย ตอนเรียกชื่อชายที่เธอรัก

“ครับ”

“ดึกแล้วพิมพ์หนาว”

ศิวะได้ยินเช่นนั้นเขาจึงจะถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออกเพื่อจะนำไปห่มให้แกพิมพิชญา

“เสื้อใส่มาทั้งวัน..เหม็นแย่ มากอดพิมพ์ดีกว่าไหม?”

ศิวะมองหน้าสาวนักเรียนแพทย์ ที่ชายหนุ่มรู้ว่าเขาหลงรักเธอหมดหัวใจ  ก่อนที่จะขยับเข้าไปกอดร่างบางนั้นไว้ในอ้อมแขน

“พิมพ์แกโอ...แล้วนะ...”

วณิดามองหน้าเพื่อนที่ระรื่นอยู่ในอ้อมแขนของศิวะขณะถาม

“แกรินเหล้ามาหมอดา...ไม่ต้องถามแล้ว เพราะฉันกินเหล้ากับพวกแกนานไม่ได้...ตีห้าฉันก็จะกลับแล้ว”

“นี้มันเพิ่งสามทุม แกอย่าโม้มาก..นังหมอร่าน...”

ธีรดลยกแก้วเหล้าขึ้นชนกับศิวะ เมื่อบรรยากาศการดีๆกลับมา  มันจึงทำให้การดื่มกินเพิ่มความสนุกตลอดระยะเวลาที่พวกเขาพึงมี...

“พี่ศิวะ...พิมพ์เชื่อพี่...อย่าทำให้พิมพ์เสียใจนะคะ”

พิมพิชญาผู้อยู่ในอ้อมแขนกระซิบที่ข้างหูของศิวะ ทำให้ความรู้สึกผิดได้กลับเข้ามาอยู่ในหัวของชายหนุ่มอีกครั้งแต่เขาก็ต้องพยักหน้าให้ความมั่นใจให้แก่หญิงสาว...แบบเลี่ยงไมได้...

                                ...............................................................

ร่างเปลือยใต้ผ้าห่มลืมตาขึ้นในเวลานี้เช่นทุกวัน  แต่เช้าวันนี้ พิมพิชญารู้สึกว่า อารมณ์และความรู้สึกได้ถูกเติมเต็มด้วยความสุขที่เปี่ยมล้น เมื่อหญิงสาวรู้ว่าชายไร้อาภรณ์ที่นอนหลับอยู่บนเตียงของเธอ ยังคงนอนและกอดเธอจากทางด้านหลัง...เหมือนเช่นเมื่อคืน

“จะไปไหนพิมพ์..อื่อ  ยังเช้าอยู่เลย....”

“ยังเช้าอะไรพี่ศิวะ...จะหกโมงแล้ว..พิมพ์ไปอาบน้ำก่อน จะรีบไปทำงาน...”

 

ร่างเปลือยใต้ฝักบัวปล่อยให้น้ำอุ่นพุงลงมารดตามเรือนร่างด้วยความสะบายใจกว่าทุกวันที่ผ่านมา

“พี่ศิวะ เข้ามาทำไหม?...นี่”

หญิงสาวกล่าวเสียงเรียบแบบไม่มีอาการตกใจ เมื่อเห็นชายไม่สวมอาภรณ์ก้าวผ่านประตูห้องน้ำของเธอเข้ามา

“อาบด้วยคนสิ...พิมพิชญา”

“ไม่เอาพี่ พิมพ์จะรีบไปทำงานแล้ว”

ชายหนุ่มไม่สนคำห้าม เพราะเขาเดินเข้าไปหาร่างเปลือยจนติดประชิด จนทำให้น้ำอุ่นที่พุงลงมาจากฝักบัวกระทบร่างของคนทั้งสองจนเปียกไปทั้งร่าง ก่อนที่ศิวะจะขยับใบหน้าไปแนบแก้มของหญิงสาวแล้วพูดสิ่งที่ชายหนุ่มรู้สึกบริเวณใบหูของเธอ

“ทำยังไงพี่จะเลิกรักเธอได้นะพิมพิชญา”

แม้ตอนนี้น้ำฝักบัวจะไหลลงรดหัว แต่คำกระซิบนั้นหญิงสาวก็ได้ยินชัด เธอจึงเลื่อนปากไปประกบจูบปากชายที่เธอรักจนหมดใจเอาไว้

“ไม่รู้เป็นอะไร พิมพ์ถึงได้รักพี่ศิวะขนาดนี้...พิมพ์รักพี่นะ”

ปากบางถอนจูบออกมากล่าวจนจบประโยค ก่อนที่ศิวะจะตามไปจูบซ้ำที่เดิมที่อ้ารอ

                     “หือ...หือ...

                เสียงลมหายใจ มันทำให้ทั้งคู่ทราบถึงอารมณ์ปรารถนาของกันและกัน ปากจูบปากแบบไม่มีใครยอมใคร ก่อนที่ฝ่ายชายจะถอดปากออกมาจูบไล้ไปตามแก้มนวล ก่อนที่จะเลื่อนลงไปยังใต้คาง ที่มีน้ำไหลรดชนิดไม่ขาดสาย

                “พี่ศิวะ..”

ปลายหัวนมเล็กถูกขบจนหญิงสาวต้องเรียกชื่อคู่สวาท...(CUT)...

 

                .................................................................................................

“ครั้งนี้ฉันจะมาพบคุณเป็นครั้งสุดท้าย”

“น้องอภิญานั่งลงก่อนสิ แล้วคิดให้ดีๆ...ว่าถ้าทำแบบนั้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้น”

อภิญาใบหน้าบูดบึงไม่ยอมนั่งลงบนเก้าอี้ของร้านอาหารสไตร์อิตาเลี่ยน ใต้โรงแรมชื่อดัง ที่ตอนนี้เปิดให้บริการในช่วงอาหารเที่ยง โดยมีนายพิริยะนั่งอยู่ก่อน

“ฉันคิดดีแล้ว...และวันนี้คุณพิริยะต้องทำตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้”

“อยากได้ของไป ก็ต้องบอกอะไรดีๆกับผมก่อนสิ นางฟ้าของผม”

“ชื่อลูกค้าของเรา...คุณก็เอาไปทำจนบริษัทของฉันเสียหาย ฉันไม่มีทางจะให้คุณอีกแน่”

อภิญาแสดงความตั้งมั่นบนใบหน้า จนชายผู้ใช้กลยุทธ์ทุกอย่างในการทำการค้าอย่างนายพิริยะรู้ว่าศึกครั้งนี้เขาแพ้แน่ถ้าจะตีให้แตกหัก

“ไม่...พี่ไม่ได้ถามเรื่องนั้น พี่อยากถามแค่ว่า...บริษัทของน้องญาจ่าย ผอ.เขตไปเท่าไหร่?เขาถึงยังไม่เซ็นต์คำสั่งระงับงานก่อสร้างคอนโดของบริษัทน้องญานะ...”

น้องสาวแท้ๆของพิมพิชญา แสดงใบหน้างุนงง เพราะเรื่องนี้หญิงสาวไม่เคยทราบว่ามีเกิดขึ้น

“ทางบริษัทไม่เคยจ่ายเงินส่วนนี้ ญายืนยัน “

“เป็นไปไม่ได้ นี่ก็ล่วงมาสามอาทิตย์แล้วยังไม่มีคำสั่งระงับ ถ้าไม่จ่ายเงิน มันก็แปลกอยู่นะน้องญา”

“คนคิดอย่างคุณก็คิดได้แค่นี้ และขอคลิปชั่วๆที่คุณถ่ายไว้คือให้ญาได้แล้ว..”

เจ้าของธุรกิจคู่แข่งของบริษัทโมเดิร์นโฮมการ์เด้นจำกัด ยิ้มก่อนจะใช้แต้มต่อที่มีอีกครั้ง

“เรื่องนี้เราไปคุยกันที่ห้อง ดีไหมจ๊ะน้องอภิญา...” 

“ไม่มีทาง...และต่อไปนี้คุณอย่าหวังว่าฉันจะโง่อีก...”

ชายผู้มักได้ พยักหน้าเป็นสัญญาณก่อนจะมีหนุ่มฉกรรจ์สองคนเดินเข้ามายืนขนาบข้างอภิญาเอาไว้

“อย่าให้พี่ต้องใช้วิธีนี้อีกเลย ไปที่ห้องดีๆแล้วพี่จะลบคลิปทั้งตัวจริงทั้งก๊อปปี้ให้หมด...ตกลงไหม?น้องอภิญา”

อภิญาพยายามจะเดินหนีแต่ลูกสมุนของนายพิริยะจับแขนของเธอเอาไว้ แถมยังมีวัตถุคล้ายปืนมาจี้ที่เอวของหญิงสาวจนเธอไม่กล้าขยับเขยือนไปไหน

“เอ้ย...เอาตัวไปได้แล้ว”

หญิงสาวที่พยายามขัดขื่นแต่สุดท้ายก็ค่อยๆถูกดึงรั้งหายเข้าไปในลิฟท์ของโรงแรม

“น้องญาทำเหมือนว่าเราไม่เคยมีอะไรกัน...มา..มานี่มาให้พี่หอมชื่นใจหน่อย”

ภายในลิฟท์นายพิริยะใช้ปากดูดคออภิญา ที่น้ำตาไหลพรากเพราะความเหลืออดที่เธอไม่สามารถทำอะไรได้...จนคอของหญิงสาวเกิดรอยแดงปื้นเท่าเหรียญบาท

เลขชั้นในลิฟท์บ่งบอกว่าถึงชั้นที่สาม ประตูก็เปิดออก ทำให้ทุกคนในลิฟท์เห็นบุรุษหนุ่มคนหนึ่งยืนรออยู่หน้าลิฟท์  ก่อนเขาจะเปิดปากทัก

“สวัสดีครับ คุณพิริยะ...”

“พี่ศิวะ...”

อภิญาเรียกชื่อชายที่ยืนอยู่หน้าลิฟท์ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

“เออ..นายคือ วิศวกรของโมเดิร์นโฮม นี่น่า”

“ใช่ครับ...มาสิน้องอภิญากลับบริษัทกัน...พี่มารับ...”

หญิงสาวรีบโผเข้าไปอยู่ด้านหลังของศิวะขณะพิริยะและสมุนทั้งสองเดินออกมาจากลิฟท์

“นายนี่บริหารงานก่อสร้างเก่งนี่...โครงการก่อสร้างคอนโดที่นายคุมทำเร็วไม่ใช่เล่น”

“ขอบคุณครับ...ไม่มีอะไรแล้วผมกลับนะครับ”

“เดียวสิ...น้องญามากับพี่ และถ้ามากับพี่น้องญาก็ต้องไปกับพี่สิ...”

นายพิริยะใบหน้าเคร่งขรึมขณะพูดในขณะลูกสมุนทั้งสองขยับเหมือนเตรียมพร้อมทำตามคำสั่งเจ้านายมันได้ทุกเมื่อ

“แล้วพี่ถามยังว่า...น้องญาอยากไปกับพี่ไหม?”

“ญาจะกลับบริษัท...”

“น่าน...แต่ไม่ใช่จังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือนะพี่พิริยะ...แต่เป็นน่านที่หมายความว่าน้องญาจะกลับกับผม”

นักธุรกิจ ที่เอาแต่ประโยชน์เพียงตน และหวังจะใช้กำลัง เมื่อรู้ว่าการเจรจานี้เขาพ่ายอย่างหมดรูป

“เอ้ยยังงี้...มันหยามกันนี่หว่า...”

พิริยะยกมือให้สัญญาณลูกน้องที่เขาคิดว่ากำลังของเขาได้เปรียบ แต่ขณะนั้นมีชายฉกรรจ์ปืนครบมือสี่ห้าคนเดินกรูเข้ามาใช้ปืนจ่อไปยัง นายพิริยะและลูกน้อง

“ลูกพี่ศิวะจัดเลยไหม?ครับ”

ผู้ช่วยวิศวกรชื่อรันต์กล่าวถามศิวะ ขณะที่เหล่าหัวหน้างานในไซค์ก่อสร้างของศิวะ ที่แสดงสีหน้าเอาจริง..หากเกิดการขัดขื่น จนกลุ่มคนที่ถูกควบคุมยืนนิ่งไม่กล้าขยับตัว

“ไม่ต้องรันต์ วันนี้เรามาเอาคนของเราคืน...ถ้าวันหน้ายังมีการเล่นของสกปรกอีกเราก็ต้องเอาของสกปรกมาล้าง”

 “เยี่ยมศิวะ...นายแน่มาก วันนี้ฉันยอม...”

นายพิริยะยังยิ้มขณะที่กล่าวถึงความพ่ายแพ้

 “งั้นผมพาน้องอภิญากลับได้แล้วนะ...ครับพี่”

 “ได้สิ...แต่..พี่ว่านายมาอยู่กับพี่เถอะ...เงินเดือนพี่จะให้มากกว่าที่เก่าสองเท่าถ้าน้องมาอยู่กับพี่...”

นักธุรกิจก็คือนักธุรกิจ...อะไรที่จะเป็นประโยชน์ต้องมาก่อนสิ่งใด มันจึงทำให้นายพิริยะต้องการได้ศิวะมาไว้รับใช้

“พี่ครับ...เงินของพี่ พี่จะเอาไปฝัง เอาไปเผาทิ้ง หรือจะเอาไปซื้ออะไร หรือจะเอาไปแจกใคร..ก็เอาไป แต่ขออย่างเดียว อย่าเอาเงินเหล่านั้น...มาฟาดหัวผม...”

ศิวะกล่าวจบก็เดินจากนายพิริยะไปพร้อมอภิญาและลูกน้อง ที่รักเขาจากแรงศรัธาไม่ใช่เงิน...

                                ................................................................


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

6 ความคิดเห็น