ตอนที่ 3 : สาเหตุ..ครั้งอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 396
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    27 ม.ค. 62

พูดจบศิวะก็ใช้มือปลดกระดุมยึดกางเกงยีนของพิมพิชาญาออก  แล้วรูดมันลงไปทางขาเรียว โดยเจ้าของกางเกงช่วยยกก้นขึ้นแล้วขยับให้มันหลุดพ้นขาของเธอโดยง่าย

“คุณนี่เยี่ยมจริงๆ...ผมยกนิ้วให้ ...แต่เอะ...”

“อะไร?...”

ศิวะมองไปที่เป้าที่มีเพียงกางเกงชั้นในของหญิงสาวห่อหุ้มอยู่เพียงชิ้นเดียว ทำให้พบสิ่งผิดปกติ

“คุณเป็นเมน...นี่”

“อุย!ตายแล้ว”

หญิงสาวเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงรีบลุกขึ้น แล้วรีบมองสำรวจ ก่อนจะพบว่ามีวงสีแดงเล็กๆประมาณเหรียญบาท ติดอยู่บนกางเกงในของเธอ มันจึงทำให้หญิงสาวรู้ว่าเธอมีรอบเดือน ก่อนจะรีบลงจากเตียงไปในทันที่

“คุณกลับไปได้แล้ว....”

“ไม่นะ...ผมทำได้นะ..”

“ไม่มันสกปก และฉันอาจเป็นมะเร็งได้ถ้าทำยังว่าตอนมีรอบเดือน.. ไปคุณกลับไปได้แล้ว”

พิมพิชญาเร่งเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ทำให้ศิวะไม่มีทางเลือก เขาจึงใส่เสื้อผ้าแล้วเดินไปที่ประตู

“วันหลังผมทำ...ต่อให้ได้นะ”

“ไม่ต้องถ้าอาจารย์สั่งฉันหาเองได้..ฟรีด้วย..”

เสียงเล็กแหลมตอบออกมาจากห้องน้ำก่อนที่ชายหนุ่มจะออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย

                                ......................................................

“ไปไอ้ดลกลับ..”

ศิวะขึ้นรถก่อนที่ธีรดลผู้ที่มารอรับจะออกรถให้วิ่งออกจากลานคอนโดหรู่ขึ้นไปยังถนนเมนหลัก

“เป็นยังไงน้องสาวมึง...อายุแค่นี้เรียกผู้ชายมาเสพสวาทเสียแล้ว”

ธีรดลพูดถึงคำว่าน้องสาว ทำให้ศิวะนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้  โทรศัพท์มือถือจึงถูกล้วงออกมาเปิดดูไฟล์ภาพ ที่เขาเพิ่งถ่ายใบหน้าพิมพิชญาไว้เมื่อครู่แล้วเอามาเทียบ

“มึงว่าเป็นคนเดียวกันไหมวะ..ดล”

ชายหนุ่มเลื่อนภาพสลับกันระหว่างภาพผู้หญิงทั้งสองภาพไปมาให้เพื่อนดู

“มึงจะไปหาเรื่องอะไรน้องเขาอีก...ไอ้บ้า”

“น้องชายกูฆ่าตัวตายเพราะหญิงเลวคนนี้มึงก็รู้”

ชายผู้อยู่ในตำแหน่งสารถีทำหน้าเซ็งก่อนกล่าว

“ภาพเก่าที่มึงเอามาให้กูดู ก็กูนี่แหละแค๊ปมาจากเฟสบุ๊ก ก่อนที่เจ้าของมันจะปิดไป และภาพหน้าเจ้าของเฟสมันแค่เหมือนน้องพิมพิชญาเขา  และไอ้ภาพผู้หญิงที่มึงพยายามตามหาก็เอามือปิดปากไว้  มันจะไปเหมือนใครก็ได้โว้ยแบบนี้...ไอ้เวร”

“แต่กูว่าใช่”

“เออๆ...ใช่ก็ใช่แล้วมึงจะทำอะไร?ไปฆาตกรรมน้องเขาหรอ?...ฆ่าคนโดยการเดาเอา? เวรแล้วมึง”

ศิวะหูฟังเพื่อนกล่าว แต่ใจหวลคิดถึงภาพน้องชายที่ได้ทำอัตวิบาตรกรรมเมื่อสองปีที่ผ่านมา  และวันนั้นเขาจำได้แม่น ตอนที่เข้าไปในบ้าน แล้วเห็นน้องชาย นอนจมกองเลือดอยู่ภายในห้องนอน

“เคนๆ...น้องพี่”

ศิวะวิ่งเข้าไปนั่งโอบกอดร่างไร้วิญญาณของน้อง ในขณะปืน ที่ใช้สังหารตัวเองยังติดคาอยู่ที่มือ ก่อนที่น้ำตาของผู้เป็นพี่จะไหลพรากออกมานองทั้งสองแก้ม

“ทำไหม?คิดสั้นยังงี้วะ...น้องพี่เอ๋ย..”

จิตใจของเขาหดหู่ยิ่งนักขณะที่กอดร่างของผู้วายชนเอาไว้  ก่อนที่สายตาจะมองไปเห็นกระดาษที่ถูกเขียนบางอย่างทิ้งไว้บนพื้น

“ญาหลอกผม  ญาไปมีอะไรกับมัน  ผมเกลียดคุณ และคุณไม่ต้องมางานศพ..ของผม”

เมื่ออ่านข้อความลาตายเสร็จสิ้น ดวงตาของศิวะแดงกล่ำจากความเสียใจและโกธรสุดขีดก่อนตะโกนออกมา

“แกโง่จริงๆน้องพี่.ที่ยอมตายเพราะผู้หญิงสารเลว...”

จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ศิวะมีเพียงภาพของหญิงสาวที่ทำให้น้องของเขาคิดสั้น ที่ธีรดลแค๊ปภาพจากโปรไฟล์ของหญิงสาวที่เขาคิดว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้น้องชายของศิวะต้องฆ่าตัวตาย  ก่อนที่มันจะถูกเจ้าของของเฟสลบเฟสทิ้ง  หลังข่าวการตายของน้องชายของเขาถูกกระจายออกไปได้ไม่นาน

“ญา...ผู้หญิงคนนั้นชื่อญา ไอ้ดล”

“เอาอีกแล้วมึงกะจะให้มันไปคล้องกับชื่อน้องพิมพิชญาลูกพ่อเลี้ยงมึงก็พูดออกมาเลย...ไอ้เวร”

“ยังไงกูต้องพิสูจน์เรื่องนี้ให้ได้”

“มึงมันเกลียดครอบครัวน้อง จนโยงทุกอย่างที่ชั่วๆไปให้เขาหมด  ไง..มึงว่าจะพิสูจน์มึงก็พิสูนจ์ไปแล้วไง?...ว่าเธอยังบริสุทธิ์หรือเปล่า?เพราะผู้หญิงที่ทำให้น้องมึงตายมันไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ เพราะมันนอนกับผู้ชายไปทั่ว...”

ศิวะคิดตามเหตุและผลของธีรดล ทำให้รู้ว่าเขาพลาด ที่ไม่ได้ร่วมรักกับพิมพิชญาเมื่อครู่

“เออ...แล้วน้องเขาบริสุทธิ์จริงไหมวะ...เพื่อน”

“มึงว่าผู้หญิงดีๆเขาจะจ้างผู้ชายไปเปิดบริสุทธิ์ไหมวะ?...ไอ้ควายดำ”

“อ้าวเห็นว่าตอนรับงานมาม่าซังสั่งว่า งานนี้ลูกค้ายังบริสุทธิ์อยู่ไม่ใช่เหรอวะ”

“มันก็แค่หญิงร่าน..สะดิ้งอยากจะเป็นสาวบริสุทธิ์แค่นั้นแหละวะ”

“อ้าว...มึงนอนกับน้องเขาแล้ว แล้วมันเป็นยังไงวะ..ฟิตจนเลือดไหล...หรือโบ๊ว”

“มึงขับรถไปไอ้ดล และอย่าได้มาถามเรื่องนี้กับกูอีก”

ธีรดลยิ้มเพราะอาชีพผู้ชายขายน้ำอย่างพวกเขา เรื่องที่เอามาถามกันในตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องน่าอายสักนิด

“เออ...หรือว่ามึงมีจิตใต้สำนึกขึ้นมาว่า...น้องพิมพิชญาเป็นน้องสาวของมึงจริงๆขึ้นมาแล้ว..อะ..อะ..เพื่อน”

ปลายเสียงกระเนะกระแน..แนวยี่ยวน ทำให้ศิวะตอบออกมาด้วยอารมณ์หงุดหงิดเมื่อเขาถูกยั่วตรงจุด

“มึงว่า...ลูกสาวของผู้ชายที่แย่งแม่ไปจากพ่อกู กูจะรับมาเป็นน้องเหรอวะ”

“ไม่แน่หรอกเพื่อน ตอนอยู่ในห้องสองคน มึงทั้งสองอาจ..ดาม่า...แบบว่า..พี่น้องต่างบิดามารดาพึงมาพบมาเจอกันก็ได้นิ...ใครจะรู้”

“กูบอกว่า กูไม่รับว่านั้นไม่ไช่น้องสาวกู...ไอ้เวร มึงนี้กวนเบื้องล่างกูจริงๆ”

“เออ..ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ กูรู้ เพราะที่มึงขอรับงานทั้งๆมึงที่เลิกอาชีพนี้ ไปนานแล้ว นั่นก็เพราะมึงหวังจะล้างแค้นแทนพ่อมึง  งั้นกูถามใหม่ แล้วมึงเอาเธอไปกี่ที่วะ...เพื่อน”

ผู้ถูกถามส่ายหัวไปมาก่อนที่จะคิดถึงเหตุการณ์ที่เบนชะตากรรมครอบครัวของเขา ให้เปลี่ยนแปลงไปในทางเลวร้ายเมื่อครั้งอดีต  จนศิวะได้ปติญาณตนว่า เขาต้องทำอะไรสักอย่างเมื่อถึงเวลา...ได้ผุดขึ้นมา

“อื่อๆ แม่ไปก่อนนะศิวะ  อื่อ..ดูแลน้องดีๆนะลูก เดียวแม่จะมั่นมาหา..นะลูกนะ อื่อ”

แม่ของศิวะน้ำตานองสองแก้ม คลายกอดเขาและน้องก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นแล้วตั้งหน้าตั้งตาเดินจากลูกทั้งสองที่พากันยืนงงไปแบบไม่ยอมเหลี่ยวหลังกลับมามอง

“พ่อครับ...แม่จะไปไหน?ครับ..แม่ครับให้เคนไปด้วยครับ...”

ในขณะผู้เป็นน้องกำลังจะเริ่มวิ่ง  เพื่อไปหาผู้เป็นมาดาร ที่เดินจากบ้านไม้ชั้นเดียวหลังเล็ก  เพื่อจะไปขึ้นรถเก๋งคันหรูที่เด็กน้อยไม่คุ้นเคย ...

“ไปจับน้องเอาไว้ศิวะ”

ศิวะอายุเพียงสิบกว่าขวบในตอนนั้น  วิ่งเข้าไปกอดเคนผู้เป็นน้องเอาไว้  ตามคำสั่งของพ่อที่ตอนนี้ขาหักต้องใสเผือกนั่งอยู่บนเตียง

“ปล่อยผมพี่ศิวะผมจะไปกับแม่”

“แม่ไปธุระ...เดียวก็มาลูก”

มันเป็นแค่คำโกหกของผู้เป็นพ่อเพราะว่าหลังจากวันนั้นแม่ของศิวะก็ไม่เคยหวลกลับมาที่บ้านอีกเลย

ศิวะจำได้ว่าพ่อของเขามีอาชีพรับเหมาค่าแรงทำโครงหลังเหล็ก ตั้งแต่จำความได้  และเขารู้ว่าแม่ของเขาเป็นผู้หญิงที่สวยมาก และความสวยของผู้เป็นแม่ ก็ได้นำโชคชะตากรรมอันเลวร้ายมาสู่ครอบครัวของเขา และจุดเริ่มต้นของ

เรื่องสืบเนื่องมาจาก พ่อของเด็กน้อยไปรับงานทำโครงหลังคา กับเสี่ยราเชนผู้รับเหมารายใหญ่ และ ผู้รับเหมาเมียตายที่มีลูกสาวติดสองคนผู้นี้นี่เอง  ที่พรากแม่ไปจากศิวะและน้องหลังจากงานโครงหลังคาที่พ่อเขารับเหมาพังถล่มลงมาครั้งนั้น

และพิมพิชญาก็คือลูกสาวคนโตของเสี่ยราเชน  ที่ตอนนี้เขาคือ  เจ้าของธุรกิจสังหาริมทรัพย์ โครงการพันล้าน ชื่อดังในปัจจุบันนี้นั่นเอง

                                ………………………………………………………..

พิมพิชญาพลักประตูก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในบริษัทโมเดร์นโฮมการ์เด้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“สวัสดีค่ะคุณพิมพ์”

พนักงานประชาสัมพันธ์บริษัทใหญ่ยกมือไหว้กล่าวทักหญิงสาวอย่างคุ้นเคย

“เออ...น้องแตงหวานเขานัดกันที่ไหนจ๊ะ”

“ที่ห้องท่านประธานค่ะ”

เมื่อประตูที่หน้าห้องเขียนว่าประธานถูกเปิดออก

“พี่พิมพ์รถไฟฟ้าสายไหน?ค่ะที่หอบคุณหมอเกียรตินิยมมาถึงที่นี่ได้”

พิมพิชญายิ้มให้น้องสาวแท้ๆที่กล่าวทัก ก่อนจะยกมือไหว้ชายมีอายุท่าทางภูมิฐานที่นั่งอยู่บนรถวิลแชร์ที่ใบหน้าเอิบอิ่มที่อยู่ภายในห้องทำงานสุดหรู่อีกคน

“สวัสดีค่ะคุณพ่อ”

“ดีๆลูก..มาๆ..มาให้พ่อกอดที...ไม่กลับบ้านกลับช่องมากี่วันแล้วนี่ฮึ..เรา”

พ่อที่ใกล้พิการถาวรเต็มที่กอดลูกสาวคนโตน้ำตาซึม ขณะลูกสาวคนเล็กยิ้มแจ่มใสมองดูทั้งคู่ด้วยความปิติ

“อย่าร้องสิพ่อ เป็นอัมฤกษ์ครึ่งตัวหายได้นะค่ะแต่ต้องมั่นทำกายภาพบำบัดตามหมอสั่งเท่านั้น”

“พ่อไม่อยากหาย เท่าอยากให้พิมพ์ มาช่วยงานบริษัทของเราหรอกลูก”

“พิมพ์อยากเป็นหมอพ่อก็รู้ และเราคุยกันเรื่องนี้กันหลายครั้งแล้วนะค่ะ”

ผู้เป็นพ่อรู้ว่าเขาไม่สามรถโน้นน้าวจิตใจของลูกสาวคนโตได้อีกครั้ง

“ก็ยังใจแข็งเหมือนเดิมเลยนะหนูพิมพ์”

“สวัสดีค่ะคุณน้า”

พิมพิชญาและอภิญา สองสาวพี่น้องยกมือไหว้ พร้อมกล่าวทักหญิงสูงวัย ผู้มีตำแหน่งเป็นแม่เลี้ยงของเธอทั้งคู่ขณะที่เธอก้าวเข้ามาภายในห้องพร้อมชายหนุ่มอายุราวสามสิบต้นๆในชุดสุภาพ

“เอา...นพพรเอาไปให้ตัวแทนท่านประธานเซ็นต์ได้แล้ว”

“ครับผู้จัดการ...และนี้ครับคุณพิมพ์”

“ขอบคุณค่ะพี่นพพร”

พิมพิชญาอ่านเอกสารขณะปากก็พูด

“ที่หลังก็ให้คุณน้าหรือน้องเซ็นต์ก็ได้นี่ค่ะ...เอกสารพวกนี้”

พิมพิชญากล่าวขณะลงมือเซ็นต์ลายมือชื่อลงไปบนช่องที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้

“ไม่ได้จ๊ะหนูพิมพ์...หนูเป็นตัวแทนของพ่อ  ไม่หนูก็ต้องเป็นคุณพ่อที่ต้องเป็นคนเซ็นต์อนุมัติ”

“วันนี้พ่อก็อยู่ ทำไหม?ไม่ให้พ่อเซ็นต์ละค่ะ”

“พี่พิมพ์ก็รู้นี่...ว่าพ่ออยากพบพี่  ก็พี่เล่นไม่กลับบ้านที่เป็นอาทิตย์”

อภิญาผู้เป็นน้องสาวกล่าวเสียงใส เฉลยสิ่งที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว 

“แล้วรู้ข่าวดีกันหรือยังว่า พ่อของพวกเธอ ยอมจะไปทำกายภาพบำบัด ที่สถานบำบัดดังของยุโรปแล้ว และเชื่อได้แน่ว่า พ่อของพวกเธอจะหาย เพราะว่า ถ้าใครได้ไปบำบัดที่นี่  มีโอกาสเดินได้มีถึงแปดสิบถึงร้อยเปอร์เซ็นต์เลยที่เดียวนะ”

ผู้เป็นแม่เลี้ยงกล่าวต่อเนื่อง ถึงเรื่องที่ทำให้สองสาวพี่น้องดีใจ  ก่อนพากันเข้าไปกอดพ่อที่ตัดสินใจเดินทางไปรักษาตัว  หลังจากที่ได้ปฏิเสธเรื่องนี้มานาน

“ลูกดีใจจังค่ะคุณพ่อ”

“ที่พ่อไม่อยากไปเพราะห่วงธุรกิจ และถ้าลูกพิมพ์มาช่วยงานบริษัทพ่อก็คงเบาใจขึ้นเยอะ”

“น้องภิญา ก็ช่วยงานบริษัทอยู่นี่ค่ะ...พ่อ”

“เออ...น้องก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าลูกมาช่วยเต็มแรงพ่อก็มั่นใจขึ้นอีกรู้ไหม?”

“โอเคร...ถ้าพ่อไปรักษาตัวที่ต่างประเทศเมื่อไร หนูสัญญาว่าจะมาช่วยงานที่บริษัททันที่”

“ยังงี้สิลูกรัก”

พ่อและลูกสาวคนโตกอดกันแน่น ขณะลูกสาวคนเล็กและผู้เป็นแม่เลี้ยงยืนยิ้มมองดูด้วยความปิติ

                                ............................................................................

รถเก๋งขนาดสมส่วนกับหญิงสาวเจ้าของผู้ขับผ่านประตูรั้วเข้ามาในอาณาบริเวณเกือบไร่ ก่อนที่จะวิ่งเข้าไปในโรงจอดของบ้าน หลังขนาดใหญ่สองชั้น ทรงอิตาลีร่วมสมัย

พิมพิชญาที่ยังอยู่ในชุดกาวน์สำหรับแพทย์ มองนาฬิกา  ก่อนจะรู้ว่า ตอนนี้มันเป็นเวลาเกือบจะสองทุมเข้าไปแล้ว  เธอจึงรีบเดินเข้าประตูบานใหญ่เข้าไปในตัวบ้าน

“อุย...อะไรกันนี่”

หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อเธอถูกกอดมาจากทางด้านหลัง

“คุณ...เข้ามาทำไหม?ในบ้านหลังนี้.. จะเข้ามาขโมยของในบ้านนี้..ใช่ไหม?”

เสียงผู้ชายดังที่ข้างหู ทำให้นักศึกแพทษ์สาว สงสัยว่าเขาคือใคร?ทำไหมมาอยู่ในบ้านของเธอ และ ยังกล้าดีมากอดและถามลูกสาวเจ้าของบ้านเยี่ยงนี้

“นาย..นั้นแหละเป็นใคร? นี่มันบ้านของฉัน”

“อ้าว..คุณจำผมไม่ได้หรอ “

“ใครวะ?...”

หญิงสาวทำเสียงงง เพราะชักจะคุ้นเสียงผู้บุกรุก ก่อนจะพยายามหันหน้าไปดู ว่าผู้ชายที่กอดเธอจากทางด้านหลังนั้นคือใคร แต่แก้มนวลกับถูกปลายจมูกสูดดม

“หือออ 

“นายจะทำอะไรนี่..”

“เออ...วันนี้ใจดีเอาแก้มมาให้หอมด้วย...แต่เหม็นเหมือนคนไม่ได้อาบน้ำเหมือนเดิม”

คำว่าเหม็นเหมือนคนไม่ได้อาบน้ำทำให้ พิมพิชญาพอจะรู้แล้วว่า  ชายคนนี้คือใคร?

“นาย เป็นนายใช่ไหม?”

แต่ขณะที่หญิงสาวหันหน้ากลับชายที่กอดเธอกลับใช้จังหวะพลิกร่างเธอกลับ ก่อนที่ บุรุษลึกลับจะกอดพร้อมประกบจูบปากเธอ

“หือออ......”


                          ......ตามต่อนะครับ....

เป็นต้นเรื่อง และช่วงปูเรื่องราวนะครับ และมาถึงตรงนี้ไรท์ขอบอกว่า..เรื่องราวความรัก ของศิวะ กับ พิมพิชญา ก็เริ่มจากเรื่องราวทีได้ผ่านสายตาของรีดไปแล้วนี้แหละครับ..และไรท์รับประกันว่านิยายเรื่องนี้จะสร้างความสุข ความประทับใจให้กับรีดเดอร์อย่างแน่นอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

6 ความคิดเห็น