ตอนที่ 28 : ทำไหม?ต้องทำแบบนี้..

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

“ค่ะ...พิมพ์จะเชื่อพี่ทุกอย่าง...ถ้ามันไม่ทำให้พิมพ์ต้องเสียใจ...”

ศิวะไม่รู้ว่าจะสรรหาคำว่ารักมาพูด  เพราะจะมากขนาดไหน?ก็คงไม่พอ  สำหรับความรักที่เขามอบให้แก่หญิงเบื้องหน้า  ชายหนุ่มจะทำได้เพียงรอยจูบที่ประทับลงบนริมฝีปากของหญิงสาว  ที่ชายหนุ่มรู้ว่ามันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่เขามีให้เธอ

พิมพิชญาสัมผัสรอยจูบที่ประทับใจจนทำให้เธอเคลบเคลิ้มเสมอ  และครั้งนี้ชายหนุ่มจุมพิศเธอเนินนานเป็นพิเศษ ก่อนที่จะละปากก้มลงไป  ....(CUT)....

                                .........................................................

“เป็นไงหมอพิมพ์  หน้าระรื่นเลยนะแกเดียวนี้”

“แกว่าแต่ฉัน  ดูแกสิเดียวนี้เลิกงานเป็นหาย แล้วไปคลุกอยู่แต่ร้านคุณธีรดล...ไม่เคยเห็นถามฉันเหมือนเมื่อก่อนเลยว่าอยากไปไหน”

“อ้าว แกอยากไปไหนก็ชวนพี่ศิวะไปสิวะ จะให้ฉันชวนทำไม?”

“เออๆ..หายกัน  ว่าแต่ว่าวันนี้เรานัดคุณไพโรจน์มาพบตอนบ่ายไม่ใช่เหรอดา”

“รีบไปสินี้ก็จะบ่ายโมงแล้วเดียวไปไม่ทันนัดหรอก”

สองนักศึกษาแพทย์เพื่อนซี้ ที่อยู่ในช่วงเรียนและฝึกงานกับผู้ป่วยจริง ร่วมกับอาจารย์ ที่เรียกว่าระยะชั้นคลินิก (Clinic)เร่งเดินจากโรงอาหารที่ทั้งคู่ใช้รับประทานอาหารเที่ยง  เพื่อตรงไปยังอาคารภายในมหาวิทยาลัยแพทย์ที่ทั้งคู่ทำงานวิจัยอยู่ทันที่

“แกนัดคุณไพโรจน์ที่ห้องแกใช่ไหม?..พิมพ์”

“ใช่ดา…แกไปทำงานแกเถอะเดียวฉันจะคุยกับคุณไพโรจน์เอง”

“งั้นฉันไปนะพิมพ์”

พิมพิชญา ออกจากลิพท์บนชั้นสามที่แทบจะไม่มีคนในตอนพักเที่ยงเช่นนี้ ก่อนหมอสาวจะเดินตรงไปยังห้องทำงานของเธอ

“เอ๊ะอะไร...กันนี้...”

หญิงสาวทำหน้าฉงนเพราะเห็นบางสิ่งที่พื้นหน้าห้องของเธอ

“เลือดหรือเปล่านี่....”

มันเป็นรอยรองเท้าสีแดงคล้ายเลือดที่เดินออกมาจากห้อง  และด้วยความสงสันหมอสาวจึงรีบเปิดประตูห้องเข้าไป และภาพที่เห็น หญิงสาวแทบช๊อก...เพราะสิ่งนั้นคือร่างของนายไพโรจน์นอนจมกองเลือดอยู่กลางห้องทำงานของเธอ

“โอ้ย..ตายแล้ว...”

                ..........................................................................

ไซเรนส์รถสีแดงหมุ่นวูบวาบ  ขณะผู้ทำหน้าที่ของปอเต็กตึง และเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินกันให้ขวักไขว้ และ นั่นก็ยังไม่รวมไทยมุงอีกหลายสิบคน  มันจึงทำให้บริเวณหน้าอาคารงานวิจัย ภายในมหาวิทยาลัยแพทย์ชื่อดัง  ดูคึกคักเป็นพิเศษ

“คุณหมอพิมพิชญาใช่ไหมครับ”

“ค่ะ..ค่ะ..ผู้หมวด”

“ผมร้อยเอกวรวิทย์  เอ๊ะ..คุณคือคนที่เคยไปพบผมพร้อมคุณศิวะที่ สอนอ.เรื่องคดีพ่อของเขาใช่ไหม?ครับ”

“อ๋อ...ผู้หมวดนั่นเอง พิมพ์จำได้แล้ว”

พิมพิชญาใจชื้นขึ้น ทำให้อาการตกใจคลายลงไปบ้างที่นายตำรวจรวจหนุ่มทักเช่นนั้น

“..ผู้ตายคือคุณไพโรจน์  ผ่องดำรง และสาเหตุที่เสียชีวิตน่าจะจากบาดแผลที่เกิดจากถูกของมีคมแทง คาคว่าไม่น้อยกว่าสิบแห่ง  และเท่าที่ร็ผู้ตายมารอพบคุณหมอพิมพ์ใช่ไหม?ครับ”

พิมพิชญาที่นั่งบนเก้าอี้ร่างยังสั่นในสิ่งที่พบ  พยักหน้าสวยที่ยังอยู่ในอาการตกใจเป็นการตอบ   ก่อนหมอวณิดาที่นั่งอยู่ข้าง จะอธิบายขยายความเพิ่ม

 “คุณไพโรจน์เป็นผู้มาเข้ารับบำบัดกับทางสถานบันของเรานะค่ะ เรื่องอะไรขอให้ดิฉันสอบถามอาจารย์หมอก่อนเพราะ เรื่องนี้เป็นความลับของคนรับการบำบัด”

“เรื่องนั้นได้ครับ  เออ..แล้วพอรู้ไหมครับ ว่าคนตายเคยมีเรื่องบาดหมางกับใครที่นี่บ้างไหม?ครับ”

“ไม่มีนะค่ะ เท่าที่ทราบ”

หมอวณิดาตอบด้วยหน้าฉงน ...ขณะที่จ่าตำรวจเข้ามารายงานผู้บังคับบัญชาถึงเรื่องสำคัญ

“หมวดครับทีวีวงจรปิด...เปิดได้แล้วครับ”

                .........................................................................

จอคอมพิวเตอร์แสดงภาพ คนร่างสูงในชุดกางเกงยีนรองเท้าผ้าใบ เสื้อที่ใส่เป็นเสื้อยืดแขนยาวปล่อยหูดคลุมหัวมิดชิด เดินเข้าไปในอาคารในเวลาก่อนเกิดเหตุฆาตกรรม และ ผู้ต้องสงสัยก็เข้าไปไม่ถึงสิบห้านาทีก็เดินกลับออกมา

“ผู้ต้องสงสัยใส่หน้ากากกันฝุ่น มองไม่เห็นหน้าเลย”

ร้อยเอกวรวิทย์ซูมดูใบหน้าผู้ต้องสงสัยก่อนจะผิดหวัง ขณะพิมพิชญา และ วณิดาก็พยายามจะดูแต่ก็ดูไม่ออกว่าเขาคนนั้นคือใคร?...

“เป็นคนนอกแน่นนอนค่ะ ในอาคารวิจัยของเราไม่มีคนลักษณะแบบนี้ทำงานอยู่แน่นอนค่ะ”

หมอวณิดา ให้ข้อมูลนายตำรวจอีกข้อ ในขณะที่ผู้ทำหน้าที่สืบหาความจริง แสดงใบหน้าครุ่นคิดก่อนจะสรุป

“ครับ..ยังไงผมก็ขออนุญาติรบกวนคุณหมอไปให้ปากคำกับผม ที่ส.น.อีกที่นะครับ”

“ได้ค่ะ...”

                                …………………………………………….

“ คุณไพโรจน์ไปทำอะไรให้ใครโกธรแค้นมานะ โธ่เอ๋ย...อาจารย์หมอก็ไม่อยู่ซะด้วยไปธุระต่างจังหวัดกว่าจะกลับมาอีกที่ก็อีกตั้งหลายวัน  เออ..พิมพ์ แล้วแกโทรบอกพี่ศิวะมารับหรือยัง”

หมอวนิดาบ่นเรื่องที่ไม่มีใครคาด ที่ได้เกิดขึ้น หลังร้อยเวรตำรวจกลับไปแล้ว  ก่อนจะถามเพื่อนสาวเพราะสถานการณ์เช่นนี้ เพื่อนของเธอน่าจะมีคนกลับบ้านเป็นเพื่อน...

“พี่ศิวะ แกทำโทรศัพท์หาย ไม่รู้จะติดต่อยังไง นะดา”

“ก็โทรไปที่ไซค์งานสิ พี่เขาไปทำงานไม่ใช่เหรอวันนี้”

พิมพิชญาเพิ่งคิดได้ เธอจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทร แต่..มีคนโทรเข้าเครื่องเธอพอดี หญิงสาวจึงกดรับก่อนจะเอาโทรศัพท์แนบหูฟังเสียงของหญิงสาวดังออกมาจากลำโพงโทรศัพท์

“สวัสดีค่ะ  โทษนะค่ะนั่นเบอร์ใครค่ะ”

“พิมพ์ค่ะ..มีอะไรค่ะ”

“อ๋อ...คือยังงี้นะคะ พอดีพี่ศิวะทำโทรศัพท์หายในห้องของโรงบาลเมื่อวาน วันนี้แพรเจอแล้ว แต่ติดต่อพี่เขาไม่ได้ พอดีเห็นเบอร์นี้โทรเข้า เป็นเบอร์สุดท้าย  เลยโทรมาถามดูว่าจะติดต่อพี่เขาได้ยังไงนะค่ะ...”

หญิงสาวที่โทรมาเรียกตัวเองว่าแพร  มันทำให้พิมพิชญาพอรู้แล้วว่าผู้ที่โทรมาคือใคร?

“คือ..คือ..พี่เขาทำโทรศัพท์หาย พิมพ์ก็..ติดต่อพี่เขาไม่ได้เหมือนกัน”

“เออ...ไม่เป็นไรค่ะ..คือถ้ายังไงคุณพิมพ์พบพี่ศิวะก็บอกพี่แกด้วยว่าแพรพบโทรศัพท์พี่แกแล้ว และอีกเรื่องบอกพี่ด้วยว่าต้น..ลูกชายของพี่ศิวะ พื้นแล้วนะคะ...”

คำว่าลูกชายของศิวะพื้นแล้ว.. ทำให้สติของหญิงสาวเริ่มสับสน...แต่ก็ตอบออกไป

“ค่ะ...”

ปลายสายอีกข้างวาง...แสดงว่าการสนทนาจบ แต่ หมอสาวยังไม่จบ เพราะในความรู้สึก ที่บอกว่า..เธอถูกศิวะหลอก...มันวนเวียนอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของพิมพิชญาแล้วในเวลานี้

“ใครโทรมาวะ...พิมพ์”

“ไม่มีอะไรหรอก...ดา”

“แล้ว ทำไมแกไม่โทรหาพี่ศิวะที่ไซค์งานละ...”

“ไม่ ”

                                ..................................................................

ฝุ่นคลุ้งกระจาย ไปทั่วทั้งบริเวณ ที่เหล่าบรรดาผู้ใช้แรงงาน ใช้เป็นที่ทำงานกันอย่างขะมักเขม้น  ในขณะที่ศิวะยืนสั่งงานโฟร์แมน ผู้มีหน้าที่ดูแลงานโครงสร้าง และงานสถาปัตย์สามสี่คน เรื่องที่พวกเขาต้องเร่งก่อสร้างงานให้แล้วเสร็จตามแบบแผน อยู่กลางแดดจ้า 

“ทำไหมโทรศัพท์มึงไม่มีสัญญาณวะ...ไอ้ศิวะ “

ธีรดลตบหมวกเซฟตี้บนหัวศิวะเบา หลังจากลูกน้องของชายหนุ่มแยกย้ายกันไปทำงาน...

“อ้าวไอ้ดล...ไอ้ห่า...อยู่ต่อหน้าลูกน้องอย่าตบหัวสิวะ...กูต้องสร้างภาพ...”

ชายผู้ต้องควบคุมลูกน้อง...ที่ออกแนวเถื่อนอย่าง ทีมงานก่อสร้างร่วมกว่าร้อยชีวิต  ต้องสร้างภาพว่าเขาคือคนจริงที่ไม่ชอบล้อเล่น ...ดังนั้นศิวะจึงทำให้ลูกน้องเห็นความอ่อนแอของเขาไม่ได้...

“เออ...ฉิบหายกูลืมเพื่อน...ว่ามึงเป็นหัวหน้าโจร”

“ว่าแต่มึงเถอะ...ถ่อมาทำไหม?ถึงไซค์งานกูวะ...”

“ก็มาม่าซังนะสิ โทรหามึงไม่ติด...เลยโทรให้กูมาบอกมึง  ถ้าไม่มา..ก็ด่า แล้วทวงบุญคุณกูอีกต่างหาก”

“โทรศัพท์กูหาย และกูก็เลิกรับงานแล้ว...มาม่าซังก็รู้ แล้วแกจะให้กูทำอะไรอีกวะ”

“กูก็บอกเหมือนมึงว่า.. แต่มาม่าซังบอกว่ามึงต้องรับงานนี้ เพราะลูกค้าบอกมาว่า ถ้าไม่รับแล้วมึงจะเสียใจ “


คิ้วศิวะขมวดเข้าหากัน ขณะครุ่นคิด ก่อนจะขอโทรศัพท์ของธีรดลมากดต่อสาย  โดยมีเจ้าของโทรศัพท์พยายามกล่าวเตื่อน

“ศิวะ...กูว่ามึงอย่ารับเลยนะเพื่อน  สงสารหมอพิมพ์ถ้าเธอรู้เธอคงเสียใจแย่...”

                ………………………………………………..

ก๊อกๆๆๆ

เสียงเคาะประตูดังอยู่ไม่นาน  บานลายไม้ผิวงดงามของห้องชุดในโรมแรมระดับห้าดาว กลางกรุงก็ถูกเปิดอ้าออก

“มาแล้วเหรอจ๊ะ...ศิวะ...”

หญิงสูงวัยในชุดนอนเซ็กซี่ ที่เสื้อผ้าหน้าผมถูกเสริมแต่ง จนทำให้วัยที่ล่วงห้าสิบไปแล้วดูดี และอ่อนเกินวัย หันหลังกลับ แล้วเดินเข้าไปในห้องชุดระดับวีไอพีสุดหรู่ของโรงแรมชั้นหนึ่ง

“ล็อคประตูด้วยนะหนุ่มน้อย...”

ศิวะก้าวตามเข้าไปหลังล็อคประตูเสร็จ ก่อนจะเห็นผู้หญิงคนเดียวในห้อง ค่อยๆถอดชุดนอนที่เธอสวมใส่ออกช้าๆ.....และไม่นานร่างถลึงเปลือยของหญิงสูงวัย ก็เหลือเพียงชุดทูพีชหนังสีดำควับ โดยมันถูกเสริมด้วยชุดพันธนาการทาสที่เป็นหนังแท้(strapon)ที่ได้ถูกออกแบบรูปร่างมาให้..ผู้มีรสนิยมทางเพศเฉพาะทางใช้เท่านั้น

“ศิวะเลิกทำงานนี้แล้วรู้ไหม? หาคนถูกใจพี่ไม่ได้สักคน...ไง..หรือว่าศิวะลืมพี่ไปแล้วใช่ไหม?นี่...อืมมม”

วิศวกรหนุ่มไม่เคยลืมชื่อผู้ที่เขาเคยให้บริการ เพราะที่ชายหนุ่มเรียนจบมาได้ก็เพราะอาชีพนี้ และแม้ว่าสังคมจะตราหน้าเขาว่าเป็นไอ้ผู้ชายขายน้ำ แต่ชายหนุ่มก็ได้เงินจากความเต็มใจของเหล่าผู้หญิงที่ต้องการแสวงหาความสุข ที่พวกเธอไม่เคยได้รับ...

“ผมไม่เคยลืมพี่นวลตา...เลยครับ..”

หนุ่มบริการรักพูดเอาใจนายจ้างตามหน้าที่ ในที่ขณะนวลตายิ้มปลื้มเมื่อรู้ว่าชายที่เธอต้องการร่านสวาทด้วยจำชื่อเธอได้  

“รู้ไหม?...มันยากแค่ไหนที่ทำให้น้องศิวะมาหาพี่ได้ในวันนี้...”

ศิวะไม่ตอบแต่เดินไปหยิบอุปกรณ์เสริมรัก ที่ถูกจัดเรียงรายไว้รออยู่ก่อนบริเวณโต๊ะหัวเตียง  โดยชายหนุ่มเลือกปอกรัดแขนหนังสีดำ  แล้วนำไปผูกรัดที่แขนทั้งสองข้างของหญิงในชุดหนังที่ออกแบบมาเพื่อผู้มีรสนิยผิดแปลกธรรมชาติโดยเฉพาะ เพื่อ ที่จะตรึงเธอไว้กับหัวเตียง

“ศิวะ..อย่าทำพี่..อูยยยย์พี่ยอม..แล้ว..ค่ะ..อูย..”

เสียงร้องขอเสียงเย้ายวน ที่สวนทางกับความรู้สึก ทำให้ศิวะเดินไปหยิบแซ้เป็นชิ้นที่สอง ก่อนที่ชายหนุ่มจะนำไปฟาดเบาลงบนตัวของหญิงสูงวัยใจร่าน  ที่นอนหายใจราวกับว่าเธอกำลังเหนื่อยหอบอย่างหนัก..ไปหลายที่

“หือ..หือ..โอ้ย...ตายแน่ๆคราวนี้..พี่นวล..ยอมแล้วค่า...ผัวขา...อูยยยย์”

ร่างของนวลตาบิดเร่าไปมา เพราะความเสียวสะท้าน ขณะเส้นแซ้ยังคงวิ่งเข้ากระทบผิวเนื้อต่อเนื่อง  ก่อนที่เธอจะรู้สึกว่าแท่งซิลิโคน Backstroke (อุปกรณ์เสียบก้นหญิง)จะมาดันจ่อที่ช่องทวารหนักของเธอ...

“ศิวะ...พี่ใจจะขาดแล้ว...อย่าทรมานพี่อีกเลย”

ศิวะคลึงแท่งเซ็กส์ทอย(SEXTOY)ที่ลาดวาสลีนจนชุมเพื่อหล่อลื่น ไปดันไว้ตรงช่องทวารหนัก ของผู้มีทางเลือกใช้ รสนิยมทางเพศ  ก่อนที่ชายหนุ่มจะออกแรงกดให้ Backstroke หายเข้าไปในร่องก้น ของผู้ปรารถนาความสุขทางเพศจนร่างของสาวแก่สั่นสะท้าน   และไม่นานหญิงตัญหากลับ ก็ได้เสพสมกับจุดสุดยอดที่หนุ่มบริการอย่างศิวะจัดให้อย่างต่อเนื่องอีกหลายๆครั้ง...

                “พี่ขอโทษนะพิมพ์”
                                                .................................................
       ทั้งเรื่องที่พิมพิชญารู้ว่าศิวะมีลูกแต่ไม่บอกเธอ และเรื่องที่ศิวะกลับไปรับงานขายตัว ที่ว่าแย่แล้ว..แต่มันยังมีอีกเรื่องที่หนักกว่าทั้งสองเรื่องกล่าวมา ติดตามตอนหน้านะครับ..

      

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

6 ความคิดเห็น