ตอนที่ 27 : เชื่่อเพราะรัก..

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 มี.ค. 62

“นี้แหละครับที่ผมรีบมาป้า...แต่สุดท้ายก็ไม่ทัน เออ...แล้วพิมพ์ทำอะไรให้ผมทานละ”

“แกงส้มปลาช่อนจร้า...คุณศิวะ”

“ถ้าเหลืออุ่มมาให้ผมกินหน่อยสิ...”

“เหลือสิค่ะ...เดียวอุ่นร้อนๆมาให้...ฝีมือของหนูพิมพ์รับรองอร่อย ป้ารับรอง...”

ศิวะกินข้าวกับแกงส้มหมดไปสองจานแล้ว และทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าพิมพิชญาทำอาหารได้อร่อยจริงๆ

“ไงศิวะลูก...ไม่ได้นอนไซค์งานไม่ใช่เหรอ?เมื่อคืน แล้วทำไหม?ไม่เห็นกลับมานอนบ้าน”

พิสมัยลงจากห้องมา กำลังจะออกไปทำงาน ก็เห็นลูกชายกำลังนั่งกินข้าวที่ห้องอาหารจึงเดินเข้าไปถาม

“ใช่ค่ะ...พี่ศิวะไหลลื่นยังกับปลาไหล...เดียวนอนทีนั่นที่ เดียวนอนที่นี้ที่ ว่าจะกลับมากินข้าวบ้านก็ไม่เห็นมา”

“อ้าวหนูพิมพ์น้านึกว่าไปทำงานแล้ว”

พิมพิชญาถ้าสังเกตดีๆจะรู้ว่าบนหน้าบูดบึงนั้นดวงตาของเธอก็ยังบวมเบ่ง เนื่องจากผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน แต่คำพูดตอบแม่เลี้ยง เสียงก็ยังคงเป็นปกติ

“หนูลืมของค่ะคุณน้า  เลยกลับมาเอา”

“อ๋อ...ที่หนูทำกับข้าวรอให้คนมากินเมื่อคืน ที่แท้ก็ศิวะเองเหรอ? แปลกๆนะเราสองคนนะ..”

“ก็เราคบกันแล้วนี่ครับ...”

ศิวะที่กำลังตักข้าวเข้าปาก พูดหน้าตาเฉย ในขณะที่ พิมพิชญาทำตาเขียวใส่ผู้พูด... แต่ผู้ที่ตกใจจนดวงตาลุกโพลงคือพิสมัย

“โอ้...มันคือความจริงเหรอศิวะ...”

“ถามลูกสะใภ้สิครับ..ดูสิแค่ผมไม่กลับบ้านวันเดียวร้องไห้ขี้มูกโปร่ง ตาปูด..ตาโป..หมด”

“บ้าสิ...ที่พิมพ์ร้องไห้เพราะหมาข้างบ้านมันตายหรอก...”

พิสมัยยิ้มเพราะพิมพิชญาไม่ปฏิเสธทำให้เธอรู้ว่าเรื่องที่ทั้งคู่คบกันนั้นคือเรื่องจริง และเรื่องนี้เธอเห็นชอบด้วยแน่นอน แถมตอนนี้ยังมีคนใช้ที่ยืนยิ้มหน้าบานเมื่อรู้เรื่องดีๆของคนทั้งคู่ ที่รอรับใช้อยู่ห่างๆอีกสองคน

“เอาๆ..เดียวน้าไปทำงานก่อนนะ  นัดหุ้นส่วนกรรมการเอาไว้...เรื่องนี้เดียวแม่กลับมาเราต้องคุยกันนะศิวะ..”

“ไม่มีอะไรแบบที่พี่ศิวะพูดหรอกค่ะ..คุณน้า...”

“ต้องเรียกว่าคุณแม่สิ..พิมพิชญาถึงจะถูก”

“เอาล่ะศิวะ  หนูพิมพ์เรียกยังไงก็เรียกได้ทั้งนั้นแหละ ตอนนี้สายแล้ว แม่ไปก่อนละนะทั้งคู่”

พิศมัยรีบเดินไปที่รถเพราะมีนัดสำคัญ และไม่นานรถของเธอก็วิ่งออกจากที่จอดไป

“ว่ามา...คนร้องไห้ทั้งคืนเลยนะ...โว้ย”

ศิวะตลกคำพูดตรงๆ อีกทั้งสงสารหญิงสาวที่ร้องไห้เพราะเขา...จนตาบวม

“หึงขนาดหนักเลยนะ...คุณหมอ”

“บ้าสิ...พิมพ์หึงที่ไหน พิมพ์กลัวว่าพี่ศิวะจะเกิดอุบัติเหตุ”

“จริงหรอ?..”

 “จริงไม่จริงไม่เกี่ยวแล้ว..แต่เรื่องที่พี่ควรจะโทรมาบอกพิมพ์สักนิด...แล้วมันจะเสียชีวิตไหม?”

หน้าสวยกล่าวแบบจริงจังขณะผู้ถูกชัก..ยิ้มอย่างใจเย็นขณะตอบ

“กินข้าวก่อนได้ไหม?ค่อยว่ากัน..ของดีๆ อร่อยๆทั้งนั้น”

ศิวะรู้ว่าควรจะพูดแบบนี้ แล้วทุกอย่างจะง่าย และมันก็เป็นยังงั้นจริงๆเพราะพิมพิชญาเห็นอาหารที่เธอปรุงถูกชายที่เธอรักกินอย่างอเร็ดอร่อย แถมยังกล่าวชื่นชม  ทำให้ทุกอย่างที่ร้อนรุมในใจสาวเย็นลง และ หญิงสาวก็พร้อมจะให้อภัยผู้ทำกะผิด..ถ้าเขาพูดได้แบบมีเหตุ มีผล

“มะ..มา...พี่ขอโทษ...”

ศิวะเดินเข้าไปกอดร่างเล็กที่ยืนงอนรอให้มาง้อ

“ไม่ใช่ว่าพี่มาพูดแก้ตัวนะ...แต่เรื่องที่เกิดขึ้นพี่เลี่ยงไม่ได้จริงๆ”

ศิวะกล่าวนำก่อนจะพูดในสิ่งที่เขาเตรียมมาเพื่อจะอธิบายให้หญิงสาวเข้าใจออกมา

“พี่กำลังขับรถกลับบ้าน...ญาติทางพ่อโทรมาบอกว่าหลานเกิดอุบัติเหตุก็เลยรีบไปเยี่ยม และไม่รู้ว่าพี่จะซวยอะไรนักหนาโทรศัพท์ดันมาหายตอนนั้น...พอดี”

“ก็พี่ใช้โทรศัพท์ใครโทรหาพิมพ์ก็ได้นี้...”

เสียงเล็กติดน้อยใจ กล่าวเสียงเบาเหมือนยอมรับเรื่องที่ชายหนุ่นเล่า...

“เอางี้พิมพ์ลองบอกเบอร์ของหมอดามาให้พี่ฟังสิ...”

“เบอร์ดาเหรอ...เออๆ...เบอร์ๆ...เดียวพิมพ์ดูในโทรศัพท์ให้ก็ได้...”

“นั่นไง..ใครจะไปจำได้ ต้องดูที่โทรศัพท์ แล้วถ้าโทรศัพท์หายละจะดูที่ไหน?มันไม่มี”

หญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มเข้าใจเหตุผลข้อนี้แล้ว...แต่ยังเหลืออีกข้อ

“แล้วพี่ทำไหมไม่รีบกลับบ้านละ ถ้าเยี่ยมไข้เสร็จแล้ว...”

“คือญาติคนนี้เขาไม่มีใคร เขามีกันแค่แม่กับลูกสองคน..พี่ก็เลยอยู่เป็นเพื่อนเขาที่โรงพยาบาลนะ”

“แม่กับลูกเหรอ?...”

ศิวะรู้ว่าถ้าพิมพิชญารู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือศรีแพรและลูกของเธอคือคนป่วย และซ้ำร้ายกว่านั้นเขาก็คือพ่อของเด็ก ..วันนี้คงอธิบายความกันไม่รู้เรื่องแน่ๆ ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะพูดไม่หมด..แต่ก็ไม่ใช่การโกหก

“ใช่ผู้เป็นแม่นะเขามีศักดิ์เป็นเป็นน้องของพี่  และพ่อของเด็กนั้นก็หนีหายไปตั้งหลายปีแล้ว ..เธอจึงไม่มีใครตอนนั้น พี่เลยต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นเพื่อน ..จนกะทั้งเช้าแม่เธอจึงมา...แล้วพี่ก็รีบมาหาองค์หญิงอยู่ตอนนี้ไง”

“แล้วเธอชื่ออะไรค่ะ..”

หญิงสาวรอบครอบเสมอ แต่ชายหนุ่มก็ตอบเฉพาะชื่อพยางค์หน้า และเพิ่มชื่อเด็กที่เกิดอุบัติเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือเข้าไปอีกคน

“ชื่อศรี และลูกเธอชื่อต้น ครับท่านผู้พิพากษา”

หญิงสาวนิ่งเหมือนยอมรับ ทำให้ชายหนุ่มพูดเพื่อให้พิมพิชญาเลิกคิดเรื่องนี้ด้วยการหันหน้าไปสั่งป้าเดือน

“ป้าเดือนครับ แกงส้มเหลือไหมครับ?ห่อให้ผมไปกินตอนเที่ยงที่ไซค์งาน...หน่อยนะครับ”

ป้าเดือนที่ยืนอยู่กับแววสาวใช้อีกคน ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่เห็นเจ้านายยืนคุยกอดกัน  ก่อนจะตอบกลับเสียงชัดเจน

“เหลือสิจ๊ะ คุณศิวะเดียวป้าอุ่นใส่ถุงให้”

“ให้พิมพ์ทำให้ใหม่ก็ได้..”

ทั้งใบหน้าและเสียงที่แสดงออกแนวเขิน เพราะหญิงสาวดีใจที่รู้ว่า คนที่เธอรักชอบอาหารที่เธอทำ  และนั่นมันยิ่งทำให้ศิวะใจหายกับเรื่องที่เขายังบอกหญิงสาวไม่หมด  เพราะมันเหมือนกับว่า  เขาโกหกเธออยู่  แต่ชายหนุ่มก็คิดว่าเรื่องบางเรื่องถ้าไม่รู้ มันก็จะดีต่อจิตใจของหญิงที่เขารัก...ชายหนุ่มจึงบอกตัวเองว่า...เขาทำถูกแล้ว

“ไม่ต้องหรอกพิมพ์ของที่มีก็อร่อยอยู่แล้ว...”

พิมพิชญาพยักหน้า เพราะหญิงสาวรู้ว่าเธอทำให้ศิวะกินได้ทุกเมื่อถ้าเขาชอบจริงๆ...

“เออ..ว่าแต่วันนี้...ห้องใครดีจ๊ะ..พิมพ์...หรือพี่”

“บ้าสิ...อายป้าเดือนกับแววหน่อยสิ..และพิมพ์ต้องไปทำงานแล้ว”

“ไม่นะ ...เอางี้พี่ขอแค่...”

ศิวะยกนิ้วชูขึ้นสองนิ้ว

“สองนาทีเหรอ?”

ศิวะยิ้มแล้วหอมแก้มผู้ที่อยู่ในอ้อมกอด เพราะตลกในสิ่งที่เธอพูด ก่อนที่ชายหนุ่มจะกล่าวอธิบาย

“บ้าสิสองนาที...สองชั่วโมงโว้ย”

พิมพิชญามองหน้าศิวะอยู่นาน แล้วจึงยกนิ้วชี้ขึ้นหนึ่งนิ้ว ทำให้ศิวะยิ้ม ก่อนที่หญิงสาวจะพูดต่อเสียงหวาน

“ห้องพิมพ์”

                .............................................................................

“พิมพ์ยืนนิ่งๆนะพี่ถอดให้เดียวเสื้อจะยับ”

พิมพิชญายืนอยู่ข้างเตียงในห้องของเธอนิ่ง  ตามที่ศิวะบอก ในขณะที่สายตาจ้องมือใหญ่ที่ค่อยๆแกะกระดุมเสื้อของเธอออกที่ละเม็ด  ก่อนที่มือเล็กจะเคลื่อนไปแกะกระดุมเสื้อของชายหนุ่มออกเช่นกัน

และไม่นานเสื้อผ้าที่สวมใส่บนตัวชายหนุ่มและหญิงสาวก็ถูกถอดออกจากร่างของทั้งคู่จนหมดสิ้น

“พิมพ์รู้ไหมว่า  พิมพ์สวยมาก”

หญิงสาวไม่ตอบคำชม แต่ใช้มือลูบเบาไปตามลอนกร้ามหน้าอกของชายหนุ่มด้วยอารมณ์พิศวาส ที่มันยากจะห้ามใจ  ขณะที่มือศิวะก็ไม่อยู่นิ่ง เพราะมันถูกสั่งให้ลูบพวงแก้มบนหน้าสวย ที่เขาคลั่งไคร้

“พี่ศิวะ พิมพ์กลัวว่าพิมพ์จะต้องเสียใจเพราะพี่...พี่ศิวะรู้ไหม?พิมพ์อ่อนแอขนาดไหนกับเรื่องความรัก”

ศิวะใจหายแว๊บกับคำกล่าวของหญิงสาว  ที่เขาไม่เคยมั่นใจว่าเลยว่า จะไม่ทำให้เธอเสียใจ  ดังนั้นศิวะจึงขยับไปจูบหน้าผากหญิงที่เขารักสุดหัวใจ

“เรื่องนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้น ถ้าพิมพ์เชื่อพี่...”

“ค่ะ...พิมพ์จะเชื่อพี่ทุกอย่าง...ถ้ามันไม่ทำให้พิมพ์ต้องเสียใจ...”

ศิวะไม่รู้ว่าจะสรรหาคำว่ารักมาพูด  เพราะจะมากขนาดไหน?ก็คงไม่พอ  สำหรับความรักที่เขามอบให้แก่หญิงเบื้องหน้า  ชายหนุ่มจะทำได้เพียงรอยจูบที่ประทับลงบนริมฝีปากของหญิงสาว  ที่ชายหนุ่มรู้ว่ามันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่เขามีให้เธอ

พิมพิชญาสัมผัสรอยจูบที่ประทับใจจนทำให้เธอเคลบเคลิ้มเสมอ  และครั้งนี้ชายหนุ่มจุมพิศเธอเนินนานเป็นพิเศษ ก่อนที่จะละปากก้มลงไป  ....(CUT)....

                                     ............................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

6 ความคิดเห็น