แพทย์หญิงผู้เย่อหยิ่งกับวิศวกรผู้จองหอง(ฉบับปรับแก้)

ตอนที่ 26 : พิษรัก...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 มี.ค. 62

“รักจนเตียงสะเทือนถึงเช้าเลยวันนี้”

ปลายสายเงียบไปนานก่อนจะตอบกลับมาเสียงเรียบ

“เจอกันที่บ้านนะคะ”

พิมพิชญาพูดจบก็ตัดสาย....

                ..................................................................

ศิวะขับรถกลับบ้านแบบอารมณ์ดี เพราะสิ่งที่รอเขาอยู่ที่บ้าน มันคือสิ่งดีๆที่เขามีอยู่ในตอนนี้ แต่ชายหนุ่มก็ต้องรับสายอีกครั้งเมื่อมีคนโทรเข้า

“พี่ศิวะ...ลูกต้นตกบันไดค่ะพี่ อื่อๆ...”

“อะไรนะลูกต้นตกบันไดเหรอ?...แพรๆ...ตอนนี้แพรอยู่ไหน?...ใจเย็นๆนะเดียวพี่ไป...”

ศิวะขับรถเข้าไปหยุดบนลานจอดของโรงพยาบาลมาตรฐานของรัฐ  ก่อนที่ชายหนุ่มจะรีบเข้าไปสอบถามเคาน์เตอร์ที่จัดไว้ให้คนมาติดต่อโรงพยาบาล

“เด็กชายนิติวัฒณ์  กำจรกิจ อยู่ห้องไหน?ครับ”

“เป็นอะไรกับคนป่วยค่ะ...”

“ผมศิวะ  กำจรกิจเป็นพ่อครับ”

ศรีแพรวิ่งเข้าไปกอดศิวะ ในขณะที่น้ำตาของเธอไหลอาบเต็มแก้มทั้งสองข้าง ขณะที่ศิวะเดินเข้ามาในห้องจัดไว้สำหรับคนป่วยฉุกเฉินของโรงพยาบาล

“อื่อๆพี่ศิวะ..ลูกต้น...ตกบันไดที่บ้านหัวกระแทก...ยังไม่รู้สึก...ตัวเลย..ค่ะพี่...อื่อๆ”

ศิวะกอดหญิงสาวก่อนกล่าวปลอบแบบใจเย็น...

“ลูกต้นไม่เป็นอะไรมากหรอกแพร...ลูกอยู่ในมือหมอแล้วไม่ต้องห่วงนะ...เชื่อพี่”

“อื่อ..ๆ...แพร...เชื่อพี่ค่ะ...อื่อๆ...”

ชายหนุ่มเดินเข้าไปลูบศรีษะเด็กชายอายุไม่เกินสี่ขวบที่มีสายยางสอดเข้าทางจมูก และ มีสายอื่นๆห้อยระโยงระยางเต็มไปทั้งเตียง  ที่นอนหลับตานิ่งโดยไม่มีที่ท่าว่าจะตื่นขึ้นมาในเวลาใด?

                                .....................................................................

พิมพิชญายิ้มอย่างอารมณ์ดี ขณะให้ป้าเดือนชิมแกงส้มปลาช่อนที่เธอเพิ่งปรุงเสร็จ

“เป็นไงป้า...”

แม่บ้านตักแกงใส่ปากแล้วหรี่ตาเล็กน้อยขณะที่พยายามใช้ลิ้นรับรสแกงส้มที่พึ่งกินเข้าไป

“คุณพิมพ์ค่ะ...อร่อยมากๆเลยค่ะ  ไม่ว่าใครจะมากิน  ป้าว่าเขาต้องกินข้าวหมดเป็นโถวแน่นอนค่ะ”

พิมพิชญายิ้มจนแก้มปริบเมื่อนึกถึงเวลาที่ศิวะได้มาชิมฝีมือทำครัวที่เธอไม่เคยเป็นสองรองใคร

“เร็วป้ากับแวว...ตั้งโต๊ะเลย พี่เขาบอกว่าไม่เกินสองชั่วโมงมาถึงแน่ๆ”

สองคนรับใช้รีบนำสำหรับกับข้าวขึ้นวางจนเต็มโต๊ะด้วยเวลาไม่นาน ในขณะที่หญิงสาวผู้กำกับออกอาการตื่นเต้นจนไม่รู้จะทำอะไรก่อนหรือหลังดี

                                .........................................................................

“แพรเห็นโทรศัพท์พี่ตกอยู่แถวนี้หรือเปล่า...”

ศิวะหาโทรศัพท์ไม่เจอ  ตอนที่เขาจะโทรบอกพิมพิขญาว่า  เขาคงยังไม่กลับบ้านในตอนนี้

“พี่ศิวะ ถ้ามีธุระหรือนัดกับใครก็ไปก่อนเถอะค่ะ...ทางนี้แพรดูแลลูกต้นเองไม่ต้องเป็นห่วง”

“ไม่เป็นไรหรอกแพร พี่จะอยู่เป็นเพื่อน  พี่แค่อยากโทรบอกที่บ้าน...ว่าพี่อยู่ไหน?แค่นั้น”

“ใช้โทรศัพท์แพรก็ได้ค่ะ...พี่ศิวะ”

ศิวะเขารู้ว่านั่นคือความคิดที่ดี ชายหนุ่มจึงรับโทรศัพท์มาจากหญิงสาว แต่เมื่อจะกดเบอร์โทรออกเขากลับจำเบอร์ใครก็ไม่ได้เลย แม้แต่เบอร์ของพิมพิชญา ที่ชายหนุ่มต้องการจะโทรหามากที่สุดในเวลานี้

“แพรพี่จำเบอร์ใครไม่ได้เลย เพราะทุกเบอร์พี่บันทึกไว้ในเครื่อง  ก็เลยไม่เคยจำเบอร์ใคร...”

“พี่ศิวะไปเถอะค่ะ...ถ้าลูกต้นตื่น แล้วแพรจะโทรบอกให้พี่มาเยี่ยมแกเองนะ”

ศิวะมองหน้าศรีแพรที่ยังคงเต็มไปด้วยคาบน้ำตาขณะกล่าวแบบหวังดี  ก่อนชายหนุ่มจะใช้ความคิดอย่างหนักว่าเขาควรจะทำยังไงดี?

                ..................................................................................

“คุณพิมพ์ค่ะ...กับข้าวเย็นชืดอีกแล้วให้ป้าเอาไปอุ่นอีกไหม?ค่ะ...”

“ไม่ต้องหรอกค่ะป้าเก็บสำหรับเลยค่ะ พี่ศิวะ...เขาคงไม่มาแล้ว..”

พิมพิชญาพยายามพูดเหมือนปกติ แต่ป้าเดือนที่เพิ่งรู้ว่าคนทั้งคู่มีใจให้กัน  รู้ดีว่าจิตใจของนายหญิงของเธอ มันเลวร้ายเพียงใด

“ป้าว่าลองโทรอีกสักครั้งเถอะนะค่ะ..คุณพิมพ์”

หญิงสาวเริ่มสะอื้น...เพราะถ้าโทรครั้งนี้มันก็น่าจะเกินสิบครั้งแล้วที่เธอพยายามโทรหาศิวะ แต่หญิงสาวก็ลองเสี่ยงโทรอีกครั้ง

“ยังปิดเครื่องอยู่ค่ะป้าเดือน”

หญิงสาวจมูกแดง น้ำใสซึมออกมาเต็มสองตา  และ นั่นมันจะเกิดจากความน้อยใจ หรือความเป็นห่วงว่ามันอาจจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับชายหนุ่ม..ก็หารู้ได้...แต่ที่แน่ๆน้ำตาของหญิงสาวขณะนี้  มันได้ไหลพรากมาตามแก้มนวล แบบที่ว่าหญิงสาวไม่สามารถจะควบคุมมันไว้ได้อีกต่อไป

“ป้าค่ะ อื่อ..เก็บสำหรับข้าวเถอะค่ะ...พี่เขาคงไม่มาแล้ว...”

“โธ่...คุณหนูพิมพ์”

                ....................................................................................

“ป้าเดือน  พิมพ์ไปทำงานแล้วใช่ไหม?ครับ...ผมไม่เห็นรถ”

“ก็ไปแล้วสิค่ะ คุณหนูพิมพ์ออกบ้านตั้งแต่ยังไม่ถึงเจ็ดโมงเป็นประจำทุกวันยังงี้แหละค่า”

ศิวะใช้ความคิด เพราะเขาคิดว่าจะมาทันที่จะ ได้อธิบายให้พิมพิชญาฟัง เรื่องที่เขาไม่ได้มาเมื่อคืน

“เออ..คุณศิวะค่ะเมื่อวานนะ  คุณพิมพ์ทำกับข้าวรอ  คุณศิวะทำไมไม่มาค่ะ..คุณหนูพิมพ์โทรแล้วโทรอีกคุณก็ไม่รับสาย”

“นี้แหละครับที่ผมรีบมาป้า...แต่สุดท้ายก็ไม่ทัน เออ...แล้วพิมพ์ทำอะไรให้ผมทานละ”

“แกงส้มปลาช่อนจร้า...คุณศิวะ”

“ถ้าเหลืออุ่มมาให้ผมกินหน่อยสิ...”

“เหลือสิค่ะ...เดียวอุ่นร้อนๆมาให้...ฝีมือของหนูพิมพ์รับรองอร่อย ป้ารับรอง...”

ศิวะกินข้าวกับแกงส้มหมดไปสองจานแล้ว และทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าพิมพิชญาทำอาหารได้อร่อยจริงๆ

“ไงศิวะลูก...ไม่ได้นอนไซค์งานไม่ใช่เหรอ?เมื่อคืน แล้วทำไหม?ไม่เห็นกลับมานอนบ้าน”

พิสมัยลงจากห้องมา กำลังจะออกไปทำงาน ก็เห็นลูกชายกำลังนั่งกินข้าวที่ห้องอาหารจึงเดินเข้าไปถาม

“ใช่ค่ะ...พี่ศิวะไหลลื่นยังกับปลาไหล...เดียวนอนทีนั่นที่ เดียวนอนที่นี้ที่ ว่าจะกลับมากินข้าวบ้านก็ไม่เห็นมา”

           “อ้าวหนูพิมพ์น้านึกว่าไปทำงานแล้ว”
                                           ..............................................
             เมื่อมีความรัก..มันก็ต้องมีทุกข์จริงหรือเปล่า? เรามาติดตามความรักของพิมพิชญาว่าเธอจะเสียใจและเป็นทุกข์เพียงใดนะครับ..
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

6 ความคิดเห็น