ตอนที่ 16 : งานวิจัย..เรื่องที่สอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    19 ก.พ. 62

“ก็ผมไม่อยากเป็นพี่เป็นน้องกับคุณนี่...”

คำนี้พิมพิชญาส่ายหัวไปมา เพราะคิดว่าชายหนุ่มกำลังจะเปิดศึกกับเธออีกครั้ง

“ไม่อยากเป็นก็ไม่อยากเป็น...ใครสน”

“ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น  แต่ผมอยากเป็นมากกว่านั้น”

ศิวะพูดขณะขับรถมองไปข้างหน้านิ่ง  โดยไม่สนว่าหญิงสาวที่นั่งข้างจะตีความหมายคำพูดของเขาว่าอย่างไรเพราะคำว่า”อยากจะเป็นมากกว่าเป็นพี่เป็นน้อง”นั่นหมายความว่าอะไร  แต่คำพูดนี้  มันได้ทำให้พิมพิชญานั่งเงียบเพราะไม่รู้ว่าเธอจะหาคำใดมาสนทนาต่อดี

                .......................................................................................

รถเก๋งคันงามวิ่งเข้ามาหยุดนิ่งบนลานจอดของสถาบันที่พิมพิชญากำลังทำงานวิจัย  ทำให้ชายหนุ่มและหญิงสาวรู้ว่าต้องแยกย้ายกันแล้ว

“ขอบคุณนะครับสำหรับวันนี้...”

“ขอบคุณทำไม?...พิมพ์สิต้องขอบคุณ ที่คณช่วยงานบริษัทมาทั้งวัน  เอาละพิมพ์เข้าสถาบันก่อน ..อาจารย์หมอรออยู่ค่ะ”

ศิวะมองตามพิมพิชญาลงจากรถไป ด้วยสายตาที่ไม่เคยมองแล้วก็ยิ้ม  ก่อนที่จะเคลื่อนรถออกจากบริเวณนั้นไป

                ...........................................................................

พิมพิชญาเข้าไปในห้องปฏิบัติการสัมภษณ์ ก็เห็นอาจารย์หมอและปณิดานั่งอยู่ในห้องรออยู่ก่อนแล้ว

“หมอพิมพ์มาแล้วค่ะอาจารย์”

ผู้เป็นอาจารย์หันหน้าจากแฟ้มก่อนจะรับไหว้ทีมงานผู้เพิ่งมาถึง...ก่อนกล่าว

“วันนี้เรามีเคสการมีเพศสัมพันธ์กันระหว่างพ่อกับลูกสาวแท้ๆที่ได้เกิดขึ้นในสังคมบ่อยครั้ง  จึงขอให้หมอพิมพ์และหมอดาเก็บรายละเอีอดให้ครบถ้วนเลยนะครั้งนี้”

“ค่ะอาจารย์”

ไฟในห้องสัมภาษณ์เปิดสว่างทำให้ทีมวิจัยมองเห็นผู้ชายอายุประมาณสี่สิบต้นๆนั่งอยู่บนเก้าอี้ตำแหน่งเดียวกันกับเด็กสาวชื่อแบมนั่ง  ก่อนอาจารย์หมอจะเริ่มถามผ่านไมค์

“ค่ะ...ก่อนอื่นก็ขอบคุณ..คุณไพโรจน์ที่ยินดีมาร่วมกับงานวิจัยของเราในครั้งนี้ด้วยนะค่ะ

“ครับ”

นายไพโรจน์รับคำทักจบ อาจารย์หมอจึงให้เขาเล่าประสบการณ์  ซึ้งมันเป็นจุดประสงค์ที่ทำให้เขาได้มานั่งอยู่ณ.ที่ตรงนี้

“ครับตอนนั้นลูกสาวผมอายุประมาณสิบหกย่างสิบเจ็ด...น่าจะกำลังกำลังเรียนอยู่ชั้นมอห้า และเนื่องจากผมเป็นคนเจ้าชู้แฟนผมจึงหนีจากผมไป โดยทิ้งให้ผมและลูกสาวคนเดียวของเราอยู่กับผม  และจากความเจ้าชู้ของผมๆจึงมักจะเอาผู้หญิงเข้ามานอนด้วยที่บ้าน จนกระทั่งวันหนึ่ง...ลูกสาวของผมได้ยินเสียงแปลก ๆ มาจากห้องรับแขก  ที่เป็นเสียงคล้ายๆกับเสียงผู้หญิงร้อง เหมือนได้รับความเจ็บปวด เธอจึงค่อยๆ ย่องลงบันไดแผ่วเบา ก่อนซ่อนตัวอยู่ที่เชิงบันไดเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น

                ..................................................................................

ภาพที่เด็กสาวเห็นทำให้เธอชาไปทั้งตัว เมื่อเห็นพ่อของตัวเองกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับหญิงสาวคนหนึ่ง  โดยคนทั้งคู่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าบนโซฟา  และภาพนั้นทำให้ผู้เป็นลูกสาวใจเต้นรัว ร่างกายแทบไม่มีแรงที่จะทรงตัว ร่างเล็กจึงทรุดลงนั่งที่ขั้นบันได  ขณะตาเบิกโพลงจดจ่ออยู่กับบทสวาทที่เห็น

“เร็วค่ะฉันจะไม่ไหว...แล้ว...อูย์...”

ตอนนั้นเป็นตอนที่นายไพโรจน์พ่อของเด็กสาว ค่อยๆ..(cut)..

หลังจากวันนั้นภาพที่เกิดขึ้นมันก็ติดอยู่ในความคิดและจินตนาการของเด็กสาวแทบตลอดเวลา และเธอไม่สามารถสลัดภาพในคืนนั้นให้หลุดจากสมองได้ และทุกครั้งมันก็จบลงด้วยการใช้นิ้วช่วยปลดปล่อยความอัดอั้น

และแล้ว..คืนหนึ่งคุณไพโรจน์กลับมาจากงานเลี้ยง เขามีรู้สึกเมาเล็กน้อย และในขณะที่ไพโรจน์กำลังเดินกลับห้องเขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง?ที่ทำให้เขาต้องหยุดเงี่ยหูฟัง

"อูยย์ แรงๆ ซิคะ เอาไอ้นั่นกระแทกแรงๆ ฉันจะถึงอยู่แล้ว อูยยว์.....โอยวว์ แรงๆ ค่ะเราแฉะหมดแล้ว โอววว์ อูยยสสส์"

 เสียงที่ได้ยินก็ทำให้ไพโรจน์รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที โดยเขาคิดว่าต้องมีผู้ชายกำลังทำมิดีมิร้ายกับลูกสาวอยู่ในห้องอย่างแน่นอน  แต่ขณะที่เตรียมจะผลักประตูเข้าไป ผู้เป็นพ่อเห็นประตูห้องแง้มอยู่ เขาชะงักก่อนตัดสินใจค่อยๆ แนบสายตากับรอยแง้มของประตู  และภาพที่เห็นทำให้คุณไพโรจน์ต้องแปลกใจระคนกับความตื่นเต้น

เพราะที่เห็นคือ...ภาพลูกสาวของเขา นอนอยู่บนเตียงโดยนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว บนมือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์แนบอยู่ที่หู ขณะมืออีกข้างป้วนเปี้ยนอยู่ระหว่างขา ในขณะที่สะโพกของผู้เป็นลูกส่ายไหว ขณะนิ้วมือขยับเป็นจังหวะ

เด็กสาวไม่รู้ว่าพ่อแอบมองเพราะเธอหลับตาพริ้มกรอกเสียงที่สั่นระรัวลงไปในไมค์โทรศัพท์

 "อูยย์ แรงๆ ค่ะ ระ...เราจะ ถึงแล้ว อูยยสสส์ เอาไอ้นั่นกระแทกรู...แรงๆ ซิคะ อูยย์ โอวว์......."

ไพโรจน์ยืนตัวแข็งเหมือนถูกสตาร์ฟ ตาของเขาจ้องอยู่ที่ภาพวาบหวิวและเร่าร้อนของลูกสาว  แบบไม่กระพริบ หัวใจสั่นระทึก แต่ในขณะเดียวกันก็โล่งใจที่ไม่เห็นผู้ชายอยู่ในห้องของลูกสาวก่อนจะเดินจากไปเพราะมันเป็นแค่เซ็กโพน...ที่หลายๆคนชอบเล่น

 หลังจากนั้นมาขณะที่ไพโรจน์มีอะไรกับคู่ขา เขาก็จะจิตนาการว่ากำลังร่วมรักกับผู้เป็นลูกสาวของเขาเอง และภาพลูกสาวที่กำลังช่วยตัวเองอย่างเร่าร้อน  มันก็ติดตราตรึงอยู่ในสมองของเขาอย่างไม่ลืมเลือน..

                 ...................................................

เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ไพโรจน์อยู่ติดบ้านในวันหยุด เขารู้สึกเบื่อๆ จึงชวนลูกไปว่ายน้ำที่สปอร์ตคลับแห่งหนึ่ง  และลูกสาวตกลงในทันที่เพราะไม่มีอะไรทำเช่นกัน  เมื่อสองพ่อลูกไปถึงที่สระในตอนนั้นมีคนว่ายน้ำอยู่ สองถึงสามคน ลูกสาวจึงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็มาลงสระ  ในขณะที่ไพโรจน์เปลี่ยนชุดเสร็จก็มานั่งจิบกาแฟที่เก้าอี้ริมสระ

เนินเนื้อเป็นโคกนูนสวยงาม ไพโรจน์มองทุกครั้งที่ลูกสาวขึ้นจากสระแล้วไปกระโดดสปริงบอร์ด และภาพนั้นมันทำให้ท่อนเนื้อของเขาโป่งพองขึ้นมาโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่เห็น

“พ่อค่ะ...หนูเป็นตะคริว...ช่วยด้วยค่ะ”

เสียงนั้นทำให้ไพโรจน์รีบโผลงสระเข้าไปประคองลูกสาว  และช่วงที่เป็นตะคริวเป็นบริเวณสระค่อนข้างลึก และในระหว่างชุลมุนมือของไพโรจน์ก็เปะปะไปตะปบเข้าเข้าเนินเนื้อกลางขาของลูกสาวอย่างไม่ตั้งใจ  แต่ผู้เป็นพ่อรู้สึกได้ถึงความอวบอิ่มและร่องกลีบแนวยาวที่ปิดสนิท

“อยู่เฉยๆ..นะลูก”

ไพโรจน์ว่ายน้ำประคองลูกสาวมาที่ริมสระ ความอวบหยุ่นของร่องกลีบของลูกสาวทำให้ใจเขาเต้นแรง ท่อนเนื้อตื่นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะเด็กสาวก้มหน้านิ่งเพราะรู้ว่ามือพ่อจบแล้วบีบเน้นตามตัวเธอเหมือนตั้งใจทำอย่างอื่นเกินกว่าการปฐมพยาบาล

 "เป็นยังไงลูก ตะคริวเป็นตรงไหน"

ไพโรจน์พูดทำลายบรรยากาศอันอึดอัด

 "น่องกับต้นขาค่ะพ่อ"

 "มาเดียวพ่อนวดให้"

 ขณะนั้นทั้งสองคนยืนอยู่ในสระที่มีน้ำอยู่แค่เอว และดูเหมือนว่าคนอื่นๆที่เหลืออยู่เพียงนิดในตอนมาครั้งแรก จะกลับกันหมดแล้ว ดังนั้นทั้งสระจึงเหลือเพียงพ่อลูกแค่สองคน

“คนไปไหนหมดแล้วนี่...เอ้าไม่เป็นไรลูกยืนพิงขอบสระไว้นะ”

ไพโรจน์ให้ลูกสาวยืนหันหลังพิงขอบสระ ก่อนจับขาซ้ายเธอยกขึ้นแค่เอวแล้วเริ่มนวดตั้งแต่น่องขึ้นมาเรื่อยๆเด็กสาวเอาหัวพาดขอบสระ หลับตาพริ้ม ความเจ็บเริ่มลดลงกลายเป็นความสบาย   ในขณะ มือของผู้เป็นพ่อบีบนวด ขึ้นไปจนถึงต้นขา  เด็กสาวรู้สึกตัวเบาหวิวเมื่อมือของพ่อเธอมาบีบคลึงอยู่ใกล้ๆ โคนขาหนีบ

                          ..(CUT)..

และจากอารมณ์ที่ไม่มีการแยกแยะความถูกผิดและชั่วดี  เพราะว่าตอนนี้ อารมณ์ของพ่อกับลูกสาวกำลังพลุ่งพล่านไปด้วยไฟแห่งราคะ มันจึงทำให้พ่อและลูก  สมสู่กันเยี่ยงสัตว์เดียรัจฉาน ที่ไร้ซึ้งศีลธรรม...

                ...........................................................................

“หลังจากวันนั้น เป็นต้นมา ผมกับลูกสาวก็ลอบมีความสัมพันธ์ทางเพศกันมาตลอด...”

ไพโรจน์เล่ากล่าวเรื่องราวตั้งแต่จุดเริ่มต้น ที่มันแสดงให้เห็นว่า เรื่องนี้มันเกิดจากเหตุการณ์ประกอบกันหลายอย่างก่อนที่พ่อกับลูกจะทำสิ่งที่ไม่มีศีลธรรมให้เกิดขึ้น

“ค่ะ...แล้วคุณไพโรจน์คิดว่าจะหยุดเรื่องนี้ได้ไหม?ค่ะ”

วณิดาหนึ่งในทีมตั้งคำถามขณะที่ไพโรจน์ตอบทันที่

“นี่แหละครับคือปัญหา เพราะ...ผมหยุดไม่ได้ผมจึงมาที่นี่เพื่อบำบัดจิตไงครับ”

“เอาละ..วันนี้พอแค่นี้.นะค่ะ”

ไฟในห้องสัมภาษณ์รี่ลงจนห้องมืดสนิท  ก่อนผู้เป็นอาจารย์จะหันมาสั่งลูกศิษย์

“เคสนี้หมอพิมพ์นัดคุณไพโรจน์มาพบพรุ่งนี้นะ แล้วก็คุยเก็บข้อมูลและรายละเอียดเชิงลึกเอาไว้ให้ครบ”

“ค่ะอาจารย์หมอ”

                …………………………………………………………..

 

 

 

รถของวิศวกรหนุ่มวิ่งเข้าไปจอดในโรงเก็บรถภายในบ้านที่เขาเข้ามาอยู่ได้ไม่นาน ก่อนศิวะจะเอื้อมไปเก็บของที่จะเอาลงไปด้วยที่เบาะหลัง แต่สายตาของเขาเหลือบไปพบของบางอย่างวางอยู่บนเบาะที่พิมพิชญานั่ง

“พิมพ์...ลืมโทรศัพท์นี่หว่า...”

ศิวะรีบโทรหาหมอวณิดาทันที่..

“สวัสดีค่ะ......"

"ผมศิวะนะครับ คุณพิมพ์อยู่กับหมอวณิดาไหมครับ ผมขอสายหน่อยครับ...”

”ได้ค่ะ....”

วณิดาเอามือปิดไมค์เอาไว้ก่อนพูดยิ้มๆกับเพื่อนรัก...

“ร้ายก้าจมากนะแก...เอ้าแฟนแกโทรมา”

พิมพิชาญาคิดว่าเป็นหมอเดชาที่เธอกำลังคบหาอยู่จึงรับโทรศัพท์ด้วยใบหน้านิ่งเฉย...ขณะคิดว่าทำไหม?หมอเดชาไม่โทรเข้าเครื่องเธอ...

“สวัสดีค่ะหมอเดชา...ทำไหม?ไม่โทรเข้าเครื่องพิมพ์ค่ะ”

“อย่าผิดหวังนะ ผมศิวะ...และโทรศัพท์คุณลืมอยู่บนรถผม...ใครจะโทรหาคุณได้ละ”

                      ............ติดตามต่อนะครับ......

 งานวิจัยเป็นเรื่องราวที่ เป็นส่วนสำคัญของเรื่องนะครับ..ดังนั้นจดจำเรื่องราวของการวิจัยไว้ด้วยนะครับ..

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

6 ความคิดเห็น