ตอนที่ 15 : ชีวิตครั้ง..อดีต..

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 156
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    15 ก.พ. 62

ขณะนั้นเสียงไลน์เข้า พิมพิชญาจึงเอามาเปิดดู จึงรู้ว่าเป็นคำสั่ง ก่อนที่หญิงสาวจะพิมพ์ตอบ..”ค่ะอาจรย์”

“ผมมีธุระนิดหน่อย เดียวผมแวะแป๊บเดียวนะครับ”

“ค่ะ”

เป็นการพูดกันปกติครั้งแรก  ทำให้ทั้งคู่รู้ว่ากำลังเกิดความรู้สึกดีๆ  ให้แก่กันเป็นครั้งแรก

                ..............................................................

นายตำรวจยกมือวันทยาหัตถ์  ขณะที่ศิวะและพิมพิชญายกมือไหว้เมื่อทั้งหมดพบกันในห้องของร้อยเวรหนุ่มภายในสถานีตำรวจย่านเกิดเหตุโครงหลังคาเหล็กถล่ม  จนทำให้พ่อของศิวะต้องเสียชีวิต

“เชิญนั่งครับ...พอดีมีข่าวคืบหน้าคดีของพ่อคุณศิวะจึงให้มาพบนะครับ”

“แล้วเป็นยังไงบ้างครับ”

ชายหนุ่มแสดงความอยากรู้ออกมาชัด  ขณะนายร้อยตำรวจส่งรูปให้ดู

“จากภาพถ่ายเห็นชัดว่ามีคนมาแอบใช้แก๊สตัดชิ้นส่วนสำคัญของโครงหลังคาเตรียมเอาไว้ และ คนที่ทำก็รู้ว่าพ่อของคุณต้องไปอยู่ตำแหน่งนั้นตอนเครนยกโครงหลังคามาประกอบ”

“หมวดหมายความว่า  เรื่องนี้คือการฆาตกรรมใช่ไหม?ครับ”

ใบหน้าของพิมพิชญาตื่นเต้นไม่น้อยไปกว่าศิวะผู้ตั้งคำถาม

“ใช่แน่นอนครับ เพราะหลักฐานชี้ชัดได้เป็นอย่างดีว่า รอยแอบตัดโครงเหล็กเอาไว้นั้น  เมื่อเครนยกมันติดตั้งพ่อของคุณต้องมาสั่งการและดูแลความเรียบร้อยอยู่ตรงนั้น  แล้วโครงหลังคาเหล็กที่ยกไปตั้งก็จะพังไปยังตำแหน่งที่พ่อคุณยืนพอดี..”

“โธ่..พ่อ  ใครกันนะที่มันทำแบบนี้..”

ชายหนุ่มหน้าสลดเพราะรู้แน่ชัดว่าการตายของพ่อไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุอย่างแน่นอน และพิมพิชญาทำได้เพียงใช้มือเล็กไปบีบเบาที่แขนของชายหนุ่มเพื่อเป็นกำลังใจ

“ประเด็นมีไม่มากหรอกครับ เช่นว่า ต้องเป็นคนที่จงเกียดจงชั่งพ่อคุณ และ ต้องหวังเงินประกันก็อะไรประมาณนี้แหละครับ.. เออและถ้าพ่อคุณทำประกันเอาไว้และผู้ที่ได้สิทธิ์รับกรมธรรม์  เขาผู้นั้นคือผู้ต้องสงสัยครับ”

                ..........................................................................................

ศิวะนั่งนิ่งขณะขับรถไปใช้ความคิดไปอยู่นาน ก่อนพิมพิชญาจะทำลายความเงียบ

“ไม่สายไปนะค่ะ ที่จะบอกว่าเสียใจด้วย เรื่องพ่อของคุณ”

“ขอบคุณครับ...”

เสียงขอบคุณนิ่ม ขณะปลายเสียงเป็นคำสุภาพ ทำให้บรรยากาศและความรู้ของหญิงสาวชื่นมืนอย่างบอกไม่ถูก

“พ่อทำประกันเอาไว้ถึงแม้วงเงินจะไม่มาก แต่ผมคือคนรับกรมธรรม์”

“คุณไม่ได้ทำก็อย่าไปคิดอะไรมาก  และเราควรสืบหาผู้ทำ เราจะได้รู้สาเหตุว่าอะไรทำให้เขาทำอย่างนั้น”

พิมพิชญาใช่คำว่าเรา...ทำให้ชายหนุ่มหันไปมองหน้าสวยก่อนที่เขาจะหลบตาคมที่จ้องอยู่ก่อน

“ผม..ขอแวะอีกที่นะครับ”

  เสียงชายหนุ่มคล้ายคนเขินอายขณะเสียงหญิงสาวตอบเสียงหวานจับใจ

“ได้ค่ะ”

รถเก๋งของสองหนุ่มสาว วิ่งเข้าไปจอดหน้าบ้านชั้นเดียวภายในหมู่บ้านจัดสรรชื่อดังก่อนที่ศิวะจะลงจากรถพร้อมกล่าว

“คุณไม่ต้องลงก็ได้...ผมไปแป๊บเดียว”

“ค่ะ”

ชายหนุ่มยังเดินไม่ตัวบ้านดี  ก็มีหญิงสาว  ที่พิมพิชญามองดูก็รู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยมาก  ได้วิ่งเข้ามากอดศิวะในขณะที่เขาก็กอดกลับไปเช่นกัน  และภาพนั้นทำให้หญิงสาวที่รอในรถ หยิบเอาโทรศัพท์มือถึอออกมาเชิร์ทกรูเกิ้ลเรื่องที่อาจารย์หมอสั่งไว้  เพราะจิตใต้สำนึกของหญิงสาวไม่ชอบภาพที่เห็นเมื่อครู่เลย

“พี่ศิวะ ต้องมาหาแพรอีกนะ...มาแต่ละครั้งก็มาแป๊บเดียว”

นานหลายนาที่ก็มีเสียงหญิงสาวเล็ดเข้าไปในรถ เพราะศิวะเปิดประตูรถออก ก่อนขึ้นไปนั่ง ทำให้ผู้เดินมาส่งมองเห็นพิมพิชญาที่นั่งรออยูู่ในรถ

“อ๋อนี่พี่พิมพิชญา   นี่น้องแพรครับคุณพิมพ์”

“สวัสดีค่ะ”

พิมพิชญาวางโทรศัพท์มือถือที่กำลังเล่น  แล้วหันไปกล่าวทักเมื่อศิวะแนะนำ  แต่หญิงสาวชื่อแพรทำหน้าบึงตึงไม่รับคำทัก

“เอาละพี่กลับก่อนนะ วันหลังเจอกันนะแพร”

ศิวะเคลื่อนรถออกไปจากบริเวณนั่นทันที่ เมื่อกล่าวลาเสร็จ

“แฟนสวยนะ ทำไมไม่แนะนำละว่าเราเป็นพี่น้องกัน  เดียวเธอเข้าใจผิดแย่...”

“ก็ผมไม่อยากเป็นพี่เป็นน้องกับคุณนี่...”

คำนี้พิมพิชญาส่ายหัวไปมา เพราะคิดว่าชายหนุ่มกำลังจะเปิดศึกกับเธออีกครั้ง

“ไม่อยากเป็นก็ไม่อยากเป็น...ใครสน”

“ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น  แต่ผมอยากเป็นมากกว่านั้น”

ศิวะพูดขณะขับรถมองไปข้างหน้านิ่ง  โดยไม่สนว่าหญิงสาวที่นั่งข้างจะตีความหมายคำพูดของเขาว่าอย่างไรเพราะคำว่า”อยากจะเป็นมากกว่าเป็นพี่เป็นน้อง”นั่นหมายความว่าอะไร  แต่คำพูดนี้  มันได้ทำให้พิมพิชญานั่งเงียบเพราะไม่รู้ว่าเธอจะหาคำใดมาสนทนาต่อดี
                                           .....................................................
                      ความรักใกล้จะมาแล้ว...ตามต่อนะครับ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

6 ความคิดเห็น