แพทย์หญิงผู้เย่อหยิ่งกับวิศวกรผู้จองหอง(ฉบับปรับแก้)

ตอนที่ 11 : ปัญหาธุรกิจ..

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ก.พ. 62

มือของแบมจับอวัยวะเพศของต้นเพื่อจะชำระล้างส่วนปลายที่ซ่อนอยู่ในหนังหุ้มหนา

“แม่บอกข้างในมันสกปรกต้องทำยังงี้”

เด็กสาวเลื่อนหนังหุ้มเพื่อจะล้างข้างในตามแม่สอนไว้ก่อนไป  แต่เธอก็ต้องแปลกใจ เมื่ออวัยวะเพศของต้นมันเริ่มแข็งตัว  ทำให้แบมที่เคยเห็นมันมาตั้งแต่ต้นยังเด็กๆ  ทำให้เด็กสาวคิดว่ามันคงเหี่ยวและหดอยู่แบบนั้นตลอดเวลา มันจึงทำให้เธอตาโต  เพราะ เห็นอวัยวะเพศของน้องชายขยายตัวพองใหญ่

“เอ้ย..ต้นของนายเป็นอะไรไปนี่”

“ไม่ๆได้..เป็นอะไรครับ  พี่แบมก็พอได้แล้ว...”

                                 ..(CUT)..   

                                ………………………………………………………

เมื่อหญิงสาววันนี้คือเด็กสาววันนั้นได้เล่าเรื่องน่าอายในอดีตเสร็จ  และเพื่อไม่ให้ผู้เล่าเขินอายผู้ฟัง  ไฟให้ห้องทีมวิจัยจึงค่อยเปิดขึ้นหลังการเล่าเรื่องจบ   ทำให้แบม มองเห็นทีมวิจัยที่เฝ้าฟังเธอก่อนที่หมอสาวที่ชื่อพิมพิชญาจะถามใส่ไมค์

“แล้วจากวันนั้น มาถึงตอนนี้เวลาก็ผ่านมาประมาณสองปีแล้ว แบมกับน้องความสัมพันธ์เป็นยังไงบ้างค่ะ”

“หลังจากวันนั้นหนูก็ต้องเลิกกับแฟน และจนถึงปัจจุบันนี้หนูกับน้องต้นก็ยังมีเพศสัมพันธ์กันอยู่ค่ะ”

จากคำให้สัมภาษณ์ทำให้พิมพิชญาถามคำถามสำคัญต่อ

“แล้วทำไหม?เลือกน้องชาย...ไม่เลือกแฟนล่ะค่ะ”

“ครั้งแรกหนูก็สับสนว่าจะเอาไงดี  แต่พอแฟนจับได้ว่าหนูกับน้องมีอะไรกัน เขาถึงกับฆ่าตัวตาย  และมาจนถึงวันนี้หนูคิดว่า หนูอยู่กับน้องต้นแบบนี้มีความสุขกว่าค่ะ”

และ...มันเป็นคำตอบที่ทีมวิจัยได้รู้ลึกซึ้งถึงอารมณ์ทางเพศอันผิดปกติ ของผู้ชอบร่วมรักกับสายเลือดเดียวกัน

“แบมเราดีใจที่หนูยินยอมมาเข้าร่วมบำบัดจิตกับเรานะค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ หนูอยากหาย  เกียดสังคมที่มองดูเรา   ช่วยด้วยนะค่ะ”

จากคำตอบทีมวิจัยทั้งสามรู้ว่ามีงานหนักรออยู่

“เดียวอาจารย์ส่งชื่อแฟนน้องแบมที่ฆ่าตัวตาย ในหมอพิมพ์ลองหาสาเหตุการตายจากกูร์เกิ้นหน่อยนะ”

“ค่ะอาจารย์หมอ”

.................................................................................

“ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรีสอร์ทที่เกาะกะลา  ตอนนี้เราได้รับใบอนุญาตก่อสร้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตอนนี้ทีมก่อสร้างของเรา ก็กำลังวางแผนเพื่อดำเนินการก่อสร้างอยู่  คงเปิดไซค์งานได้ไม่เกินต้นเดือนหน้า และการก่อสร้างคอนโดย่านฝังธนเราก่อสร้างไปได้กว่าแปดสิบเปอร์เซนต์แล้ว คงไม่นานก็คงส่งมอบห้องให้ลูกค้าได้ และตอนนี้คอนโดของเราถูกจอง ไปกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว”

อภิญาเรขาการประชุม กล่าวรายงานต่อพิมพิชญาผู้ที่ทำหน้าประธานการประชุม โดยมีพิศมัยและศิวะนั่งขนาบข้างพร้อมหุ้นส่วนกรรมของบริษัทโมเดร์นโฮมการ์เด้นจำกัด  ร่วมสิบคนที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้

“โทษนะครับ..ทราบว่ามีการบอกเลิกการจองห้องคอนโดไปแล้วหลายราย และ จากที่สอบถามผู้เลิกจองทราบว่ามีคนได้เบอร์โทรศัพท์และข้อมูลลูกค้า แล้วโทรไปเสนอออฟชั่นที่พวกเขาพอใจ ทำให้ลูกค้าของเราเปลี่ยนไปจองคอนโดกิจพิริยะ คู่แข่งของเราใช่หรือไม่ครับ”

หนึ่งในหุ้นส่วนกรรมการถามสวนขึ้นในห้องประชุมเพราะความร้อนใจ ก่อนที่พิสมัยผู้มีตำแหน่งผู้จัดการจะตอบ

“ค่ะเรื่องนี้ขอให้เราตรวจสอบให้แน่นอนก่อนนะค่ะ แล้วจะแจ้งที่ประชุมทราบอีกที่”

“แล้วเรื่องที่มีข่าวลือว่าแบบก่อสร้างคอนโดของเรามีปัญหาในการคำนวนการรับน้ำหนักโครงสร้างขออาคาร จนทางเขตผู้ควบคุม...จะขอเข้าตรวจสอบ  เรื่งนี้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าครับ”

กรรมการอีกคนลุกขึ้นถามอีกประเด็น ทำให้ศิวะตอบ

“เรื่องนี้เรา กำลังจัดส่งรายการคำนวณไปให้ทางเขตตรวจสอบใหม่อยู่ครับ”

และแม้ว่า..ศิวะผู้ทำหน้าที่วิศวกรควบคุมโครงการจะตอบ  แต่เสียงสอบถามต่างๆก็ดังระงม ทำให้บรรยากาศในที่ประชุมเริ่มเครียด ไม่แพ้ใบหน้าของเหล่าผู้บริหาร

                ..........................................................................................

“น้าว่ามันต้องมีคนในส่งข้อมูลไปให้ พวกกิจพิริยะที่สร้างคอนโดขาย ในบริเวณเดียวกันกับเราแน่ๆ  ไม่งั้นพวกมันจะรู้ข้อมูลลูกค้าเรา แล้วโทรไปว่านล้อมจนลูกค้าของเรามายกเลิกการจองกับเราได้ยังไง”

พิสมัยกล่าวหน้าเครียดขณะตั้งคำถามกลุ่มเครือญาติที่ร่วมบริหารบริษัท ที่นัดมาคุญหลังประชุมหุ้นส่วนกรรมการเสร็จ 

 “ ผมว่านายพิริยะเจ้าของคอนโดคู่แข่งเรานั่น แหละครับเป็นคนจ่ายเพื่อซื้อข้อมูลนี้  และยังเห็นว่ามันเสนอจะซื้อคอนโดของเราทั้งโครงการด้วย  เพราะ ที่ก่อสร้างคอนโดของมันอยู่ด้านใน พอซื้อโครงการของเรา โครงการทั้งหมดของมันก็จะได้เชื่อมกับถนนเมนใหญ่   แล้วผลประโยชน์จะตกกับมันมหาศาล ”

นพพรผู้มีตำแหน่งผู้จัดทั่วไปอธิบายสาเหตุเชิงลึก ทำให้อภิญาตั้งข้อสังเกต ขณะศิวะและ พิมพิชญาแสดงใบหน้าใช้ความคิด ก่อนอภิญาจะตอบเพราะเธอดูแลฝ่ายขายโดยตรงของบริษัท

“แต่ข้อมูลลูกค้า ก็มีแค่หนู กับคุณน้า เท่านั้นที่มีข้อมูล”

“มันอาจจะหลุดจากแบงค์ก็ได้ครับ เพราะเราต้องส่งรายชื่อลูกค้าขอให้แบงค์ตรวจสอบธุรกรรมการเงินให้”

นพพรออกความคิดอีกครั้ง ก่อนพิมพิชญาจะออกความคิดมั่ง

“หรือจะเป็นคนมาใหม่?”

“ว่าเข้าไป..ผมจะไปรับรู้ข้อมูลอะไรกับการขายครับ ผมดูแลการก่อสร้างครับคุณหมอ”

“ฉันไม่ได้ว่าคุณ เดือดร้อนอะไร?”

พิสมัยเห็นท่าไม่ดีจึงรีบกล่าวสรุป

“เอาล่ะเรื่องนี้  แค่เราตั้งความสงสัยแต่ไม่ได้หาคนผิด เพราะเชื่อว่าพวกเราทำงานเพื่อบริษัททุกคน   แต่เรื่องสำคัญอีกเรื่อง  ถ้าโครงการก่อสร้างของเราถูกสั่งให้ชะลอการก่อสร้างเอาไว้ก่อน  และ ตอนนี้กองช่างของสำนักงานเขตได้ส่งหนังสือเรื่องการคำนวนโครงสร้างผิดเทศบัญญัติ   เราก็จะเสียหายมากถ้าถูกระงับโครงการ เฉพาะแค่เราส่งห้องคอนโดตามสัญญาให้ลูกค้าไม่ทันตามกำหนด  เราก็ต้องแย่มากๆแล้ว”

“เรื่องนี้นายพิริยะอาจอยู่เบื้องหลังอีกเรื่อง เพราะมันต้องการซื้อโครงการของเรา”

นพพรแสดงความเห็นที่น่าจะเป็นไปได้ ในขณะที่พิมพิชญาตั้งคำถาม

“แล้วเรื่องนี้เราออกแบบผิดจริงหรือเปล่า”

“เรื่องนี้ผมตรวจสอบแล้ว การคำนวณน้ำหนักจร( Live Load) ที่เราใช้มาคำนวณโครงสร้างมันเป็นกฎหมายเก่า แต่ตอนนี้ เขาประกาศใช้กฎหมายใหม่ ที่ให้เพิ่มน้ำหนักจรขึ้นไปอีก  และกฏหมายนี้ออกมาคาบเกี่ยวตอนเราขออนุญาติปลูกสร้างคอนโดนะครับ”

“ฉันไม่เข้าใจ...”

พิมพิชญาพูดขึ้นเพราะเธอไม่เข้าใจเรื่องกฏหมายเทศบัญญัติการก่อสร้างจริงๆ

“พ่ออยากให้มาช่วยงานก็สะดิ้งอยากเป็นคุณหมอ  เรียนหมอมาถ้ารู้เรื่องนี้มันก็แปลกแล้ว..”

“อยากเป็นหมอแล้วมันหนักหัวใคร...”

เป็นพิสมัยอีกครั้งที่ห้ามศึก

“เอาละ ศิวะเห็นว่าจะไปประชุมไซค์งานตอนบ่ายไม่ใช่เหรอ...เรื่องนี้เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน”

“ฉันไปด้วย...”

พิมพิชญากล่าวเสียงห้าว ในขณะความคิดเธอถูกเห็นด้วย

“ดีเลย น้ากำลังจะบอกว่าหนูพิมพ์ว่า น่าจะเข้าประชุมที่ไซค์งานสักครั้ง เพราะการเสนออนุมัติค่าใช้จ่ายต่างๆจะได้เห็นภาพ และ จะได้รู้ว่าพวกเขาทำงานกันอย่างไร? “

“ได้ค่ะน้า...งั้นก่อนเที่ยงนายไปรับฉันที่สถาบันที่ฉันทำวิจัยอยู่นะ”

“บ้า...ไปใครไปมันสิ”

พิมพิชญาถลึงตาใส่ศิวะที่กล่าวปฏิเสธ

“ไม่ต้องมาทำตาโต  ยังไงผมก็ไม่ไปรับคุณ”

                .......................................................................................................

“รถนายเหม็นวะ  ทำไหม?ไม่หาน้ำยาดับกลิ่นหอมๆมาไว้บ้างล่ะ”

“ผม ไม่ชอบ..”

“ชอบไม่ชอบก็ต้องหามาเก็บเอาไว้  เผื่อว่าเอาของที่มีกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ขึ้นมาบนรถ  จะได้ฉีดดับกลิ่น เอางี้เดียวฉันซื้อมาให้”

“ไม่ต้อง...อะไรไม่ชอบผมโยนลงรถหมด”

“โยนลงรถหมดเลยเหรอ?”

“ใช่  และตอนนี้ผมใกล้จะโยนคุณลงรถแล้ว”

พิมพิชญายิ้มอย่างอารมณ์ดี ขณะศิวะหน้าเรียบเฉย

“แสดงว่าตอนนี้คุณยังชอบฉันอยู่...ใช่ไหม?  เออแล้วทำไมคุณรู้ทางมารับฉันที่อาคารวิจัยละ?”

                     ..............ตามต่อนะครับ..........

เรื่องราวทุกประเด็นจะเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆนะครับ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องงานวิจัย..เรื่องปัญหาทางธุรกิจ..เรื่องประสงค์ที่ศิวะต้องการ...เรื่องความรู้สึกที่ดีต่อกันที่มันเริ่มจะก่อตัวระหว่างศิวะ กับ พิมพิชญา ฯล..และทุกๆเรื่องจะเชื่อมโยงกันจน ทำให้รีดต้องวางนิยายเล่มนี้ไม่ลงแน่ๆ(ถ้าเป็นหนังสือนะครับ) 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

6 ความคิดเห็น