ตอนที่ 1 : ชายหนุ่ม..ผู้ศูนย์เสีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 552
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    27 ม.ค. 62

แพทย์สาวผู้เย่อหยิ่งกับวิศวกรหนุ่มผู้จองหอง

ควันไฟสีดำเข้ม พวยพุ่งออกจากปลายปล่องเสาสูงของเมรุเผาศพอย่างต่อเนื่อง  ในขณะผู้ที่มาไว้อาลัยครั้งสุดท้ายให้แก่ผู้วายชนม์  ต่างพากันทยอยเดินทางกลับ  เพราะพิธีทางศาสนาได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว

“พ่อเอ็งไปดีแล้วนะ...ศิวะ”

“ครับลุง”

ชายสูงวัยในชุดอาลัยสีดำ ยื่นมือไปลูบหัวของชายหนุ่ม ขณะที่เขายกมือขึ้นพนม ก่อนจะก้มหัวลง เพื่อเป็นการขอบคุณและบอกลาญาติผู้ใหญ่  

“เออ...อุบัติเหตุโครงหลังคาที่พ่อเอ็งรับเหมา ที่พังลงมาทับพ่อเอ็งจนตายครั้งนี้ ลุงว่ามันคล้ายเมื่อสิบกว่าปี ตอนที่แกยังเล็กๆแบบไม่มีผิดเพี้ยนเลยวะศิวะ”

“ตำรวจก็บอกผมเหมือนที่ลุงบอกนี่แหละครับ  และถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีคนจงใจ จนทำให้พ่อผมต้องตายจริงๆ ผมจะต้องรู้ให้ได้ว่า..เขาทำไปเพื่ออะไร?”

“เอาละสู้ต่อไปนะหลานชาย...ลุงกลับละ”

ผู้เป็นห่วงเดินจากไป ขณะจิตของบุรุษหนุ่มยังครุ่นคิดถึงเรื่องดังกล่าว  ในขณะที่แขกมาร่วมงานฌาปนกิจพ่อของชายหนุ่ม ต่างพากันทยอยมาบอกลา ผู้มีฐานะลูก และเจ้าภาพของงาน เป็นระยะ

“ศิวะ...มึงเอาไงต่อวะ”

ศิวะมองหน้าเพื่อนรักที่อยู่ช่วยงานศพของพ่อ ตลอดสี่วันที่ผ่านมา  เมื่อเขาเปิดปากถามเมื่อแขกคนสุดท้ายเดินจากไป

“พ่อกูก็ตายแล้ว  น้องกูก็ตายแล้ว แล้วมึงว่ากูควรทำอะไรต่อไปดีวะดล? “

ศิวะตอบเพื่อนที่ตั้งคำถามที่เขาเองก็ยังไม่รู้คำตอบ

“ก็ไปอยู่กับแม่...ตามที่แม่ขอสิลูก.. ศิวะก็รู้ว่าบริษัทของแม่ต้องการวิศวกรอย่างลูกมาช่วยงาน.. ไปช่วยแม่บริหารงานบริษัทของเรา นะลูกนะ”

สายตาอ้อนวอนของหญิงสูงวัยในชุดดำ ผู้เรียกตัวเองว่าแม่  ที่เดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของชายหนุ่มพร้อมกับพนักงานขับประจำตัว  กล่าวสิ่งที่เธอประสงค์กับลูกชาย  ก่อนจะยืนลุ้นคำตอบ ที่คงไม่นานมันคงจะหลุดออกมาจากปากผู้เป็นลูก

“แล้ว น้องชายของผมที่ต้องตายไป โดยไม่รู้ว่าความสุข ความสบายมันเป็นยังไงละครับ..และพ่อที่ต้องตายลงไปในวันนี้  เพราะว่าท่านต้องทำงานหนัก ทำงานเสี่ยง..เพื่อพยายามจะหาเงินมาใช้อยู่ ใช้กิน ในครอบครัวของเรา  ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปี..ที่คุณทิ้งพวกเราไป..แล้วคุณจะให้ผมไปอยู่กับผู้ที่หนีจากพวกเราไปมีผัวใหม่  เพียงเพื่อหวังจะเสพความสุขส่วนตัว...จนลืมไปว่า..ที่นี่ยังมีลูกและมีผัวอยู่ ยังงั้นเหรอครับ?”

“ศิวะ...แม่ขอโทษ  แม่ผิดไปแล้ว...ยกโทษให้แม่เถอะนะ..ลูก... นะ..อือ...”

น้ำตาของผู้เป็นแม่ไหลพรากออกจากสองตา ขณะกล่าวเสียงเคลือ  ในขณะที่ชายหนุ่มดวงตาของเขาก็วาวลื่นรอน้ำใสไหลออกมาจากเบ้าตา เพราะอารมณ์ที่ถูกเก็บลึกอยู่ภายในจิตใจ มันกำลังจะได้ระบายออกมา

“เอ้ย..เพื่อน แม่มึงร้องไห้ใหญ่แล้ว ที่มันแล้วก็ให้มันแล้วไปเถอะวะศิวะ..ยังไงพ่อกับน้องมึงก็ตายไปแล้ว ...ตอนนี้ก็ไปช่วยแม่แกบริหารงานบริษัทของท่านก่อน.. และตอนนี้พ่อเลี้ยงมึงก็ป่วยหนักอยู่ไม่ใช่เหรอ?และ ถ้าแม่ได้มึงไปช่วยงานบริษัทอีกแรง ท่านก็คงจะสบายขึ้น..นะกูว่า”

“ไม่...”

เพื่อนของศิวะพยายามกล่าวถึงเหตุและผลที่ถูกที่ควร แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

“โธ่...ศิวะให้แม่ได้ทดแทนลูก..ในสิ่งที่แม่ทำผิดพลาดไปในอดีต..ด้วยนะลูกนะ  ไปอยู่กับแม่เถอะนะ..นะ...ลูก.นะ.แม่ขอร้อง..อื่อ...”

ผู้เป็นแม่น้ำตาไหลพรากขณะใช้มือยืนไปจับแขนบุตรในสายเลือด  เพื่อเป็นการขอร้องอีกทาง แต่หญิงสูงวัยต้องเสียหลักเซถล่า เพราะแรงสบัดจากแขนที่เธอยื่นไปจับ

“โอ้ย..”

“เอ้ย...คุณผู้หญิง“

ชายกลางคนผู้ทำหน้าที่สารถีที่อยู่ใกล้สุด   รีบเข้าไปประครองร่างของเจ้านายเอาไว้ก่อนที่เธอล้มลงบนพื้น

“คุณกลับไป..ได้แล้ว..ไป๊...”

เสียงตะว้าดแสดงถึงความเอาจริงของผู้เป็นลูก ทำให้ผู้เป็นแม่รู้ว่าสิ่งที่เธอต้องการมันคงจะเป็นไปไม่ได้แน่นอนแล้วในวันนี้

“ศิวะลูกแม่...แม่...ว่า....”

“ไม่ต้องมาพูดอะไรอีก...ผมไม่อยากได้ยิน...ไป๊..กลับไป..เดียวนี้”

ธีระดลรีบกอดศิวะเอาไว้ เมื่อเขาขยับเข้าหาผู้เป็นแม่ พร้อมร้องตะว้าดใส่แม่เสียงสูง

“เอ้ยไอ้ศิวะมึงจะ บ้าไปแล้วเหรอวะ...นั่นแม่มึงนะ...คุณน้าครับ..กลับ..กลับไปก่อนเถอะครับ วันหลังค่อยคุยมากันเรื่องนี้นะครับ...น้า”

หญิงสูงวัยก้มหน้าลงก่อนหันจะหันหลังกลับ แล้วค่อยๆก้าวเท้าเดินจากชาย ผู้ที่มีใบหน้า แสดงออกเพียงความเครียดแค้นต่อเธอ  ในขณะที่ผู้ทำหน้าที่ขับรถ รีบวิ่งไปเปิดประตูรถเก๋งเมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นใหม่ เตรียมเอาไว้ ก่อนที่ร่างหญิงที่ผิดหวังจะหายเข้าไปในรถหรู

“กูว่ามึงบ้าไปแล้วนะศิวะ...มึงรู้ไหมวะ..ว่านั่นแม่แท้ๆของมึงนะ...”

วิศวกรหนุ่มทำหูทนลม กับคำต่อว่าของเพื่อน  ขณะใช้สายตาแห่งความชิงชังชำเลื่องดูรถเก๋งคันหรูวิ่งออกประตูวัดไป

 “เอาที่อยู่ลูกค้า...มาให้กูไอ้ดล”

“มึงก็เลิกอาชีพนี้มาปีกว่าแล้วนะไอ้ศิวะ  ตอนนี้มึงก็เรียนจบวิศวะแล้ว  เรื่องเงินที่จะใช้เล่าเรียน ก็ไม่ต้องใช้แล้ว  และงานที่มึงทำก็ได้เงินเดือนแบบสูง...แล้วมึงจะกลับไปยุ่งอะไร?วะ กับอาชีพที่มึงเคยบอกว่ามันน่ารังเกียจ?”

ธีรดลพูดทำนองบ่น ขณะล้วงเอากระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า  ก่อนที่กระดาษแผ่นนั้นจะถูกผู้ที่ทวงถามแย่งไป

“พิมพิชญา  ทิวานันท์”

ศิวะอ่านชื่อใต้รูปบนกระดาษในมือเสียงแผ่ว

“ชื่อนามสกุลเดียวกัน มันไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดียวกันเสมอไปหรอก...เพื่อน”

“ไม่...มันเป็นคนเดียวกัน กูให้เชอรี่สืบดูให้แล้ว”

“เอาใหญ่แล้วมึง..ไอ้ศิวะ  มึงก็รู้อาชีพอย่างเรา  ตามกฎเราไม่ควรรู้ด้วยซ้ำว่าลูกค้าเป็นใคร?กูเอารูปมาให้มึงนี่ก็ผิดมากแล้ว ..นี่มึงถึงกับไปสืบประวัติเธอมา แต่..เอ้ย...ถ้าเธอเป็นคนที่มึงคิด?...งั้นเธอก็คือ...”

                                                ..................................................................

แสงไฟสลัวภายในโถงขนาดใหญ่ ที่มีผู้คนมารวมตัวกันอยู่อย่างพลุพล่าน  ในขณะเสียงเพลงจังหวะป็อบแนวคลาสสิกถูกเปิดเบาแผ่ว   จนทำให้บทเพลงนุ่มปรับอารมณ์ ผู้ที่มานั่งดื่มกิน เพื่อหวังความสำราญในผับดังแห่งนี้ได้ รื่นรมย์  จนความสุขนั้นมันได้ล่องลอยไปตามดีกรี ที่พวกเขาได้พากันดื่มกินเข้าไป

“เอาหมอพิมพิชญา...ยกๆ”

“แกบ้าหรอดา เพิ่งยกไปเมื่อตะกี้จะยกอีกแล้ว เดียวเมาตายห่า...”

“เป็นมงเป็นหมอพูดจาไม่เพราะ ..ตายหงตายห่า...พูดออกมาได้”

“ไม่ต้องพูดมากหมอปณิดา..เอา..มาสิยกก็ยก...”

หญิงวัยกลางคนในชุดสุภาพ มองสองสาวสวย ผู้เป็นสมาชิกร่วมโต๊ะ  ที่พากันยกแก้วขึ้นชน ก่อนจะส่งเหล้าเพียวๆในแก้ววิสกี้ไหลลงสู่ลำคอ

“เอาละ...วันนี้ฉันก็อยากให้ทุกคนสนุกและผ่อนคลายกัน หลังจากที่เราเหนื่อยกับการทำรีพอร์ตงานวิจัยจนได้ทุนจากสถาบัน Exploring Cybersexualities University จากสหรัฐมา และงานวิจัยครั้งนี้ของเรา  มันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม มาก ในเรื่องที่ว่า เหตุใด?จึงเกิดการมีเพศสัมพันธุ์ที่ ผิดแปลกไปจากธรรมชาติ ของคนในทวีปเอเชียของเรา”

“เออ..แล้วอาจารย์หมอทำไหม?เลือกเราสองคนเข้าทีมค่ะ?  แล้วเพื่อนแพษย์สาขาอื่นๆอีกห้าหกคนที่ช่วยทำรายงานก็คงไม่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ต่อ..ใช่ไหมค่ะ”

“ใช่”

สายตาอยากรู้ของว่าที่แพทย์หญิงทั้งสอง บ่งบอกถึงความอยากรู้เมื่อคำถามแรกถูกตอบ  ดังนั้นทั้งคู่จึงจ้องมองไปยังผู้นำทีมตาเขม็ง เมื่อคำถามเมื่อครู่ถูกขยายความต่อ

“อย่างแรกพวกเธอเรียนมาสายนี้ และตอนนี้พวกเธออยู่ปีสุดท้ายที่ได้เรียนจบคอร์วิชาสำคัญที่เกียวกับงานวิจัยไปหมดแล้ว อีกทั้งเมื่อพวกเธอเรียนจบก็จะได้เป็นสูตินรีแพทย์  ซึงมันเกี่ยวข้องกับงานวิจัยนี้โดยตรง  แต่จริงๆแล้วที่ฉันเลือกพวกเธอ..

ผู้กำลังอธิบายถูกจ้องจากผู้อยากรู้ทั้งสองตาเขม็ง เมื่อมาถึงสิ่งที่อยากรู้

“นั้นก็เป็นเพราะว่า เธอทั้งสองเป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง กล้าคิด..และกล้าที่จะทำ แต่..ที่มันสำคัญจริงๆ...ก็คือ”

แพทย์ผู้นำทีมหยุดอธิบายอีกครั้ง ในขณะที่ลูกทีมตั้งใจฟังจนทำให้ทั้งคู่แทบจะไม่ได้ยินเสียงเพลง เสียงผู้คนพูดคุยกันในผับ ที่ดังอื่ออึงอยู่ในตอนนี้แม้แต่น้อย

“..ผู้ทำงานวิจัยนี้ต้องเป็นคนที่เสียสละตัวเองมากๆ เพราะว่าเราต้องได้สัมผัสของจริงด้วยตนเองในบางเคส เพื่อให้อารมย์และความรู้สึกทางเพศที่ซับซ้อนของมนุษย์ได้ถูกนำมาบันทึกเก็บไว้ อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง และเธอทั้งคู่อาจารย์ประเมินว่างานวิจัยสำคัญมากกว่าสิ่งใดสำหรับเธอทั้งสอง..”

“เราต้องใช้ตัวเราสัมผัสจริงในการมีเพศสัมพันธุ์ใช่ไหม?ค่ะอาจารย์หมอ”

พิมพิชญาเอ่ยถามน้ำเสียงไร้ความตระหนก ในขณะที่ปณิดาพยักหน้าแสดงถึงความพอใจในคำถาม

“ใช่ แต่ก็คงเป็นเพียงบางเคส  เพราะที่เราจะวิจัย มันคือการมีเพศสัมพันธุ์ที่ไม่ปกติ ที่ฝรั่งเรียกว่าGender inextricably not normal.เท่านั้น ดังนั้นเรื่องที่เรามีเพศสัมพันธุ์กับแฟน เราไม่เอามาวิจัยเพราะนั้นคือเรื่องปกติ”

ตลอดระยะเวลาร่วมสองเดือนที่นักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายทั้งสอง ได้ร่วมกับคณะแพทษ์สาขาอื่นๆได้ช่วยกันทำงานวิจัยนี้  จนทำให้สถาบันของเธอได้เงินทุนก้อนโตมาทำวิจัยครั้งนี้  และจนถึงวันนี้เองที่นักศึกษาแพทษ์ทั้งสองได้รู้กระจ่างถึงสิ่งที่เธอได้ร่วมทำ

“เอาละวันนี้ก็คงต้องถามความสมัครใจของเธอทั้งคู่อีกครั้งว่า...ยินดีที่จะร่วมทำงานกับอาจารย์ครั้งนี้ไหม?”

“ค่ะ,ค่ะ”

ทั้งคู่ตอบแทบจะเป็นเสียงเดียวกัน

                                                ……………………………………………..

“หมอปณิดาแน่ใจนะว่า หมอพิมพ์ยังเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่ เพราะที่รู้หมอพิมพ์ตอนนี้คบหาอยู่กับหมอเดชาอยู่ไม่ใช่เหรอ”

“มันแน่ซะยิ่งกว่าแน่ค่ะอาจารย์หมอ...เพราะหมอเดชานั่นสุภาพบุรุษเกิ้น ! มือหมอพิมพ์ก็ยังไม่กล้าจับเลยค่ะ”

แพทษ์สาวใหญ่ผู้มากความสามารถ จนเธอสามารถนำพาทีมคว้าเงินทุนต่างประเทศมาใช้ทำงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ  พอใจกับคำตอบที่เธอถาม หลังจากหมอพิมพิชญาขอตัวไปเข้าห้องน้ำได้ไม่นาน  ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วถามทบทวน  สิ่งที่เธอได้สั่งเอาไว้ กับปณิดาศิษย์รักอีกคน

“หมอพิมพิชยาจะทำวิจัยเรื่องความสัมพันธุ์ทางเพศ แต่ยังไม่เคยนอนกับผู้ชายมันไม่ใช่ ..เอาล่ะสิ่งที่อาจารย์สั่งเอาไว้  สรุปว่าคงไม่พลาดนะหมอดา”

“ค่ะชัวร์...หนูได้รับแจ้งทางไลน์แล้ว เขาจะมาตามเวลานัดแน่นอนค่ะ”

                                                ...........................................................

ร่างบางเดินเชเล็กน้อยก่อนจะกระโดดขึ้นไปนอน บนที่นอนนุ่ม ภายในห้องของคอนโดหรูใจกลางกรุง

“ฉันไม่ไหวแล้ว..ดา..อึก..ฉัน...ขอนอนก่อน...นะ...”

“เอ้ยๆ..จะนอนได้ยังไงนี่...ไปอาบน้ำก่อนสิ...นังพิมพ์”

พิมพิชญานอนนิ่งบนเตียงใหญ่เพราะความเมา จากการฉลองความสำเร็จ ของสถาบันที่เธอเรียนได้รับตอนนี้ได้ทุนวิจัยก้อนโต และเธอยังได้ร่วมทีมต่อ

“ลุก..สิแก นอนทั้งยังไม่อาบน้ำแบบนี้  เดี๋ยวเขาก็เหม็นแย่...”

สติที่ยังเหลืออยู่น้อยนิดของหญิงสาว แต่มันก็มากพอที่จะทำให้พิมพิชยาสงสัยในคำพูดของเพื่อนผู้เป็นเจ้าของห้องคอนโดหรู ที่เธอมาพักค้างแรมด้วยคืนนี้

“ใคร..เหม็น...แกว่าใคร..จะเหม็นวะ?ดา”

“ก็ฉันไง...แกนอนกับฉัน  ฉันก็เหม็นคนที่ไม่อาบน้ำนะสิ”

“ก็ให้ฉ้านน...นอนสักงีบ...เดียว...ฉันลุกมา...อาบเอง...ได้ปะ”

ขณะนั้นโทรศัพท์ของปณิดาสั่น นั่นก็แสดงว่าตอนนี้มีไลท์ที่เธอรอคอยได้ถูกส่งเข้ามาแล้ว

“เออๆ..แกนอนๆไปเถอะ ไม่อาบ...ก็ไม่อาบ...”

เจ้าของห้องคอนโดรีบตรงไปยังประตูทางออกหลังอ่านไลท์จบ

“สงสารเจ้าหนุ่มคนนี้จัง...ซวยต้องมานอนกับคนเหม็นไปทั้งตัว”

ปณิดาบ่นไปพร้อมกับเปิดล็อคประตูก่อนจะดันให้มันอ้าออก

“อูย์...หล่อจัง...”

ชายหนุ่มสูงไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร  ที่ดูดีจากผิวที่ขาวและทรงผมรองทรงแบบมีสไตร์ ที่มี ใบหน้าที่เรียกได้ว่าหล่อเหลา ราวเพราะเอกหนังซีรีเกาหลี  อยู่ในชุดสูธสีเข้มที่มันได้ส่งให้เขาดูดีมีสง่าจนเกินความคาดหมายของปณิดาจนทำให้วณิดาคิดว่า..เขาคนนี้หรือ..คือผู้ชายขายตัว จนมันทำให้หญิงสาวเพ้อออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“มา...มา...ผิดห้องหรือ...เปล่า...ค่ะ”

“ไม่หรอกครับ...และไม่ต้องสงสัยอะไร..เพราะผมก็แค่พวกขายบริการ”

ปณิดาตะลึงตาค้าง เมื่อรู้ว่าชายหนุ่มรูปงานเบื้องหน้าของเธอ  คือผู้ชายขายตัว ที่เธอได้ตกลงว่าจ้างมาเพื่อเปิดบริสุทธิ์พิมพิชญาตามคำสั่งอาจารย์หมอของเธอ

“เออ...คุณ...”

“ผมศิวะ...ครับ”

“เป็นชื่อฉายาเหรอค่ะ...”

“ไม่..เป็นชื่อจริงครับ  เรามีแค่กฎห้ามให้เบอร์โทรและ ให้ไลท์ลูกค้าครับ”

“งั้น...ฉันฝากดูแลเพื่อนฉันหน่อยนะคุณศิวะ..มันยังไม่เคยเสียความบริสุทธิ์ให้ใครเลยนะรู้ไหม?”

“ครับ...ผมอ่านรายละเอียดตอนรับงานแล้ว และอย่าลืมนะครับว่า...เวลาทำงานของผมสองชั่วโมงเต็มถ้าครบเวลาผมก็ไม่อยู่ในห้องแล้ว.. เข้าใจตามนั้นนะครับ”

“ค่ะ...งั้นฉันไปรอข้างล่างก่อนนะ...”

“ครับ..”

                              ………………………………………………..

ศิวะเดินเข้าไปภายในห้องหรู ที่เขาถูกจ้างให้มาร่วมรักกับหญิงสาวก่อนจะมาหยุดอยู่ข้างเตียงนอนขนาดใหญ่

“เธอเป็นผู้หญิงประเภทไหนกันนะ จ้างผู้ชายมาเปิดบริสุทธิ์”

ศิวะกล่าวเบาขณะยืนมองหญิงสาวในชุดกางเกงยีนรัดรูป  โดยเธอมีเสื้อเชิ้ตผ้าบางเนื้อดีห่อหุ้มด้านบนเอาไว้อย่างมิดชิด และ นั้นมันแสดงว่าเธอยังคงสวมชุดอยู่นอกบ้าน กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงนุ่ม  ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอาโทรศัพท์มือถือ ถ่ายใบหน้าของหญิงสาวเอาไว้ เพราะชายหนุ่มนึกสงสัยในอะไรบางอย่างขึ้นมา 

                     .............ตามต่อนะครับ.................

       เป็นตอนแรกนะครับ..ยังไงก็ขอบใจที่เข้ามาอ่านให้กำลังใจไรท์เตอร์คนนี้นะครับ..และสำหรับนิยายเรื่องนี้จะมีบรรยากาศ แนว18+ อยู่นะครับ(มีแค่บรรยากาศนะครับ)

ติดตามอ่านดูนะครับ      ว่า..เรื่องความรักของวิศวกรอย่างศิวะ กับหมอสาวอย่างพิมพิชญา จะประทับใจขนาดไหน?..ตามไรท์มานะครับ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

6 ความคิดเห็น