War of Emperor สงครามราชันย์จักรพรรดิ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 445,203 Views

  • 1,232 Comments

  • 7,007 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    10,308

    Overall
    445,203

ตอนที่ 91 : หลบหนี 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 444 ครั้ง
    19 ธ.ค. 60

เหลียวเหยียนรีบกล่าวถามพี่ใหญ่ของมัน “ถ้าสิ่งที่เจ้าเด็กนี้พูดเป็นเรื่องจริง พวกเราควรจะทำอย่างไรต่อ 
ถ้าเราปกป้องสิ่งของไร้ค่าเช่นนี้ด้วยชีวิตจะไม่เป็นการเสียเกีรยติของพวกเราและยังผิดต่อดวงวิญญาณของพี่น้องที่สละชีวิตไป?”


“เจ้าหมายความว่า?” หลานเหลียงกล่าวด้วยแววตาที่ตึงเครียด

“ข้าว่าเราควรมอบสมบัติให้กลุ่มนักฆ่าพวกนั้นไปซะ” เหลียวเหยียนรีบแสดงความเห็น

ในขณะที่พวกมันทั้งสามกำลังหารือเรื่องสำคัญอยู่นั้น จู่ๆบังเกิดเสียงแหบแห้งดังเข้าปะทะโสดสัมผัสของพวกมัน 

“ในที่สุดข้าก็หาหนูอย่างพวกเจ้าพบ”สิ้นเสียง เงาสีดำนับสิบปรากฎตัวล้อมรอบกลุ่มของหนิงเทียนไว้



เมื่อเห็นกลุ่มชายชุดดำที่ล้อมพวกมันไว้ ความรู้สึกหน้ามืดที่เกิดจากการเสียเลือดมากของหลานเหลียงก็แสดงอาการออกมาทันที 
ความสิ้นหวังถึงขีดสุดประดังเข้ามาภายในจิตใจ การที่ตกอยู่ในวงล้อมของผู้ฝึกตนแห่งปราชญ์นับสิบทำให้หลานเหลียงไม่เหลือแม้แต่กำลังใจที่จะต่อสู้แล้ว

ชายชุดดำนับสิบคนแย้มยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม หัวหน้ากลุ่มของคนเหล่านี้ไม่ใช่ใครอื่น มันคือลั่วผอ หลังจากที่พวกมันล้อมจับหนูทั้งสี่ตัวนี้ได้แล้ว
 มันตะโกนเสียงกึกก้องอีกครา “จะยอมส่งกล่องทมิฬมาดีๆหรือจะให้ข้าค้นจากร่างที่ไร้วิญญาณของพวกเจ้า” น้ำเสียงที่เหมือนกับประกาศิตที่สามารถตัดสินชีวิตกลุ่มของหลานเหลียงได้ดังขึ้นก้อกอยู่ภายในใจ


“ท่าน...ท่านลั่วผอผู้สูงส่ง ข้า...ข้าจะมอบกล่องทมิฬให้ท่าน โปรดไว้ชีวิตน้อยๆของพวกเราด้วย”เป็นเสียงของเหลียวเหยียนที่ดังออกมา หน้าที่เจราอย่างไร้เกียรติเช่นนี้ มันนั้นถนัดยิ่งนัก


“ฮ่าๆฮาฮาๆ”เสียงหัวเราะดังมาจากด้านหลังปรากฏชายในชุดดำอีกคน นามของมันคือลั่วหลี่ รองหัวหน้าของกลุ่มนักฆ่านี้ 

มันกล่าวด้วยความดุดัน“พวกเจ้าทำให้ข้าเสียเวลาอยู่หลายชั่วยาม ยังมีหน้ามาร้องขอชีวิตน้อยๆอีกหรือไง”


ได้ยินเช่นนั้นหัวใจของทั้งสามตกลงไปอยู่เบื้องร่าง หนทางรอดของพวกมันช่างมืดมิด

ลั่วหลี่ย่างก้าวอย่างช้าๆไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของหลานเหลียง “เจ้าเป็นหนูที่คาบสมบัติมา”กล่าวจบมันใช้สองมือกำไปยังลำคอที่เปื้อนเลือดของหลานเหลียง “ยังไม่รีบส่งกล่องทมิฬมาอีก”

เวลานี้จิตใจของหลานเหลียงนั้นตกอยู่ในภวังค์ของความกลัว มันได้แต่ทำตามอย่างว่าง่ายสองมือของมันหยิบกล่องจงหลีมอบให้แก่ลั่วหลี่โดยไร้ซึ่งการขัดขืนใดๆ  

“ดีดีๆมากนับว่าพวกเจ้ายังมีความฉลาดอยู่บ้าง” ลั่วหลี่หันไปทางพี่ของมัน “ฆ่าพวกมันเลยดีไหมพี่”


ลั่วผอได้ยินเช่นนั้น มันจึงคิดอะไรบางอย่างออกมา“เดียวก่อน ข้าจะไว้ชีวิตน้อยๆของพวกมัน”ลั่วผอกล่าวตอบน้องมัน 
พร้อมทั้งเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ากลุ่มของหลานเหลียงและกล่าวกับทั้งสี่คน “พวกเจ้าคลานรอดใต้หว่างขาของพวกข้าและหอนดังเช่นสุนัข ข้าจะปล่อยมันผู้นั้นไป”


ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของทั้งสามเหมือนเช่นคนที่กลืนกินอุจาระเข้าไป พวกมันใช้เวลาตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เหลียวเหยียนจะกล่าวออกมาแก่พวกมันทั้งสามด้วยเสียวแผวเบา 
“พี่ใหญ่หลาน แก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย พวกเราต้องรอดชีวิตไปให้ได้”


เมื่อกล่าวจบ เหลียวเหยียนคุกเข่าลงเบื้องหน้าพวกมัน มันค่อยคลานรอดใต้หว่างขาของชายชุดดำทีละคน 
ในระหว่างผ่านหนึ่งคนมันโดนทั้งตบ ทั้งถ่มน้ำลายใส่ บ้างก็โดนเตะตามหลังอย่างเจ็บปวด เมื่อมันคลานผ่านครบ10คนแล้ว 

มันมาหยุดอยู่ตรงหน้าลั่วผอ พร้อมทั้งเห่าหอนดั่งสุนัข หู้วววว.... เป็นเสียงที่ทำให้คนที่ได้ยินนั้นบังเกิดความเวทนาเป็นอย่างยิ่ง


หนิงเทียนมองไปยังท่าทีของเหลียวเหยียนทำให้มันอดยิ้มออกไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หนิงเทียนนั้นไม่ได้เกลียดคนอย่างมันสักเท่าไร
ถึงมันจะเป็นคนจิตใจคับแค้นแต่มันนับว่าเป็นคนที่รู้ถึงสถานการณ์ได้ดีคนหนึ่ง มีคำกล่าวที่ว่า ลูกผู้ชายต้องยืดได้และหดได้เหมือนเช่นวีรบุรุษ ‘โกวเจี้ยน’
*โกวเจี้ยน เยว่อ๋องโกวเจี้ยนผู้ทำลายรัฐอู๋


หลานเหลียงนั้นจิตใจเหม่อลอย มันคุกเข่าลงและเริ่มคลานดั่งคนไร้สติ เวลานี้เกียรติยศของหัวหน้าคุ้มกันหลาน ไม่หลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย เป็นสิ่งที่น่าอดสูยิงนัก

ในขณะคนที่สองได้ผ่านไป กลุ่มคนชุดดำยังคงหัวเราะอย่างสนุกสนาน พวกมันมีความสุขกับการได้ใช้ฝ่าเท้าเหยียบย้ำลงไปบนศีรษะของผู้ที่หมอบคลานอย่างสนุกสนาน
หู้ววววว...เสียงหอนของหลานเหลียงดังขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะ


หนิงเทียนมองดูหลานเหลียง มันรู้สึกว่าประสาทสัมผัสในการประเมินคนของมันทื่อลง ที่แท้พี่ใหญ่หลานที่ใครๆต่างยกย่อง เป็นเพียงพวกท่าดีทีเหลวเท่านั้น
เมื่อมันต้องเผชิญกับความตายกลับไร้ซึ่งความสามารถที่จะครองสติอยู่ได้


เวลานี้สายตานับยี่สิบคู่ของกลุ่มชายชุดดำ จับจ้องมายังร่างของหลี่เฟิง ราวกับพวกมันกำลังรอว่า หลี่เฟิงจะคลานท่าไหนให้พวกมันดู

เวลานี้ใบหน้าของหลี่เฟิงซีดขาวมันหันมากระซิบอย่างแผ่วเบากับหนิงเทียน 
“น้องชายหนิงเจ้ารีบหาโอกาสหนีไป”สิ้นเสียงของมันหลี่เฟิงมันสลัดความหวาดกลัวทั้งหมดทิ้งไปและเดินออกไปยังเบื้องหน้าของลั่วผอด้วยเสียงหน้าเรียบเฉย 

“ข้า หลี่เฟิง เกิดเป็นชาย ศีรษะของข้ามีไว้คำนับเพียงบิดามารดาและอาจารย์เท่านั้น”หลี่เฟิงกล่าวออกด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวไม่เกรงกลัวใดๆ

ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าอันอัปลักษณ์ของลั่วผอบิดเบี้ยวทันที มันได้ฉายาว่า หยิ่งผยองไม่กลัวตายจะต้องมีแต่มันเท่านั้นที่ไม่กลัวความตาย 
“สารเลวไม่กลัวตายใช่หรือไม่ ข้าจะไม่ให้เจ้าตาย ข้าจะให้เจ้าลิ้มรสความหวาดกลัวและรู้สึกผิดที่ต่อต้านข้า”


สิ้นคำกล่าวมันตะโกนเสียงดัง “ฆ่าพวกมันทั้งสองตัวทิ้ง ข้าจะให้ไอ้เด็กนี้รู้ว่า การตัดสินใจของมัน ทำให้พี่น้องที่ยอมทิ้งเกียรติเห่าหอนเช่นสุนัขต้องตายฟรี”

‘รับคำสั่ง’ ดาบของชายชุดดำง้างขึ้นสูง เวลานี้สีหน้าของเหลียวเหยียนหวาดกลัวจนถึงขีดสุด ต่างจากสีหน้าของหลานเหลียงยังคงเหม่อลอยคล้ายคนเสียสติ

เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลี่เฟิงทั้งโกรธและรู้สึกผิด มันนั้นเป็นเพียงองครักษ์ขั้นกลางแต่กลับพุ่งตัวไม่สนหน้าอินหน้าพรมใดๆ เข้าปะทะกับชายชุดดำที่กำลังลงดาบใส่หัวหน้าของมัน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 444 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 เมษายน 2561 / 18:53
    <p>จับเข้ามิติไปให้กิเลนตบ</p>
    #669
    0
  2. #566 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 11:21
    ขอบคุณค่ะ
    #566
    0
  3. #442 kimvalentino (@kimvalentino) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 11:08
    จัดเตมไปเลยตบสักผั๊วสองผั๊ว
    #442
    0