War of Emperor สงครามราชันย์จักรพรรดิ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 444,846 Views

  • 1,230 Comments

  • 7,005 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    9,951

    Overall
    444,846

ตอนที่ 70 : จักรพรรดิมาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12638
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 477 ครั้ง
    24 ต.ค. 60

หลังจากผ่านชายแดนในเขตตะวันออกของทวีปฟ้าสวรรค์ ขบวนคาราวานก็เดินทางไปยังหนทางที่ไกลสุดลูกหูลูกตา 
จากที่เคยมีคาราวานของเมืองอื่นร่วมเส้นทางมา บัดนี้มันลดน้อยลง น้อยลง จนบนเส้นทางเหลือเพียง3ขบวนคาราวานที่ผูกติดเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น 

บริเวณเบื้องหน้าขบวนคาราวานนี้ เป็นหุบเขาสามลูก 

หุบเขาขนาดใหญ่อยู่ด้านซ้ายและขวา ตรงกลางเป็นหุบเขาลักษณะเล็ก ถ้ามองจากไกลๆคล้ายกับผีเสื้อที่กำลังกางปีกออก
ถ้ายอดเขาทั้งสองลูกนั้นเปรียบเสมือนเช่นปีกของผีเสื้อ ขบวนของหนิงเทียนก็กำลังจะมุ่งหน้าไปยังยอดเขาตรงกลางขนาดเล็ก ที่มีลักษณะคล้ายกับเป็นตัวของผีเสื้อ


วันแรกของการเดินทางได้ผ่านไป ด้วยความเร็วพิเศษของหมาป่าปีกดำนั้น มันจะใช้เวลาประมาณ30วันแม้ว่าหมาป่าปีกดำนั้นจะมีเวลาเร็วมากที่สุดในบรรดาอสูรลมปราณขั้นที่1 
แต่เนืองจากมันต้องลากคาราวานขนาดใหญ่3กองและมันก็เป็นเพียงสัตว์อสูรขั้นที่1เท่านั้น มันจึงไม่สามารถเดินทางข้ามวันข้ามคืนได้ 

ขบวนคาราวานจึงต้องหาที่พักในยามค่ำคืน ผู้คนในคาราวานทั้งสามกองนั้น ลงมาตั้งค่ายรอบๆหมาป่าปีกดำในขณะที่ผู้ควบคุมกำลังให้หินลมปราณแก่หมาป่าปีกดำเพื่อฟื้นฟูพลังของมัน

ผู้คนจำนวนมากนั่งลงเตรียมอาหาร บางคนก็กำลังย่างเนื้อสัตว์ป่า บางคนก็นำอาหารที่เตรียมไว้ล่วงหน้ามากินกัน 
คนส่วนใหญ่กำลังตั้งเต๊นท์ ปูผ้าเตรียมที่จะพักผ่อน โดยที่รอบๆมีผู้คุ้มกันในแดนนักรบนับกระจายกำลังเฝ้าอยู่รอบๆ


หนิงเทียนนั้นอยู่ในที่ลับตามันกำลังเอาผ้ามาปูรองเพื่อจัดเตรียมที่นอน

ขณะเดียวกันราชาภูตที่อยู่ในแขนเสื้อของมันได้บินออกมาพร้อมทั้งบ่นออกเช่นคนแก่ “ราชาผู้นี้ทนอยู่ในแขนเสื้อคุณชายมาทั้งวัน เมื้อยจะตายอยู่แล้ว”

หนิงเทียนมองไปยังราชาภูตที่กำลังบินวนอยู่บนอากาศนั้น มันจึงเอ่ยถามกลับไป
“ไม่ใช่เจ้า ถอดร่างอยู่ในแขนเสื้อของข้า และทิ้งจิตเข้าไปในมิติอนันตเวคีหรอกหรือและเหตุใดเจ้าถึงได้บ่นว่าเมื้อยได้?”

ราชาภูตยิ้มแห้งๆพร้อมกล่าวออก “เป็นเช่นนั้นนี้เอง”ขณะเดียวกันมันมองไปยังผ้าปูพื้นเล็กๆที่ปูกับพื้นดิน มันจึงกล่าวออกมา“คุณชายเหตุใดถึงไม่เข้าไปพักในมิติอันตเวคีของราชาผู้นี้”


หนิงเทียน ส่ายศีรษะปฎิเสธ “ถ้าข้าหายไปในตอนดึกต้องกลายเป็นเรื่องวุ่นวายแน่ ดีไม่ดีจะถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับเสียเองอีกด้วย”

เหมือนว่าหนิงเทียนนึกคิดอะไรขึ้นมาได้มันจึงกล่าวต่อ “อู๋ชาง ซิเฟยนั้นเป็นอย่างไรบ้าง”

ราชาภูตกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแสใดๆ “เฮ๊อะ มนุษย์ตัวเหม็นผู้นั้น ช่างน่าเศร้าใจนัก มันที่พิกลพิการอยู่แล้วกลับถูกผายลมของเฒ่าซานจนร่างกายแหลกเหลวไปแล้ว” 

“เหตุใดจึงฆ่ามันเสีย”หนิงเทียนกล่าวอย่างมีโทสะมันไม่ได้ใส่ใจชีวิตของซิเฟย แต่มันไม่พอใจที่เจ้าเฒ่าสองตัวไม่ฟังคำสั่งของมัน


“คุณชายในเรื่องนี้ข้าไม่เกี่ยวอันใด เป็นเฒ่าซานที่ไปผายลมใส่มันเอง”ราชาภูตรีบปัดความผิดไปให้สหายของมัน

“อย่าคิดว่าข้านั้นไม่รู้ คงเป็นเจ้าที่ทรมานมันจนถึงแก่ความตายและโยนความผิดให้แก่ซานซัน”หนิงเทียนกล่าวดักราชาภูตไว้


เมื่อได้ยินเช่นนั้นราชาภูตที่กำลังจะกล่าวแก้ตัวออกมันรีบปิดปากของมันทันที ใบหน้าที่เหย่อหยิ่งของมันซีดลงในทันใด เวลานี้มันบินไปรอบๆมองไปทั่วทั้งสี่ทิศอย่างกับคนที่หวาดระแวง

หนิงเทียนที่มองดูท่าทีของมันถึงกับส่ายศีรษะในทันที 
‘เจ้าภูตตัวนี้ช่างกลิ้งกลอกนัก ถึงกับแสดงละครเช่นนี้ออกมา’ ก่อนที่หนิงเทียนจะได้กล่าวอะไร 

น้ำเสียงที่เย็นเหยียดของราชาภูตดังออกมา “คุณชาย...คุณชายข้าสัมผัมได้ถึงพลังของมารจันทรา”

เมื่อหนิงเทียนได้ยินน้ำเสียงของอู๋ชาง มันเริ่มที่จะแปรเปลี่ยนความคิดพร้อมกล่าวอย่างจริงจัง“มารจันทราคือใคร?”

“ไม่เป็นไปไม่ได้ ต้องไม่ใช่มัน ราชาผู้นี้เห็นมันตายไปกับตาตัวเอง” ราชาภูตพึมพำกับตนเองโดยไม่สนใจคำถามของหนิงเทียน 


หนิงเทียนนั้นโมโหกับท่าทีของอู๋ชางที่ไม่ตอบคำถามมันมาก มันจึงได้เอ่ยถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็น “อู๋ชาง ข้าถามว่ามารจันทราเป็นตัวอะไร”

เมื่อกล่าวถึงมารจันทราน้ำเสียงที่เหย่อหยิ่งเสมอของราชาภูตเปลี่ยนไป มันกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นและเย็น 
“คุณชายมารจันทราหรือจักรพรรดิมารจันทราเป็นตัวตนจักรพรรดิบรรพกาลในยุคเดียวกับท่านหวงตี้”

ได้ยินเช่นนั้นคิ้วของหนิงเทียนขมวดเข้าหากันเป็นปมมันกล่าวออกอย่างระวังว่า
“เจ้าบอกว่าจับสัมผัสของตัวตนเช่นนั้นได้”

“ต้องไม่ใช่มันแน่นอนคุณชาย ตัวตนของมันตกตายไปหลายหมื่นปีแล้ว มันไม่มีทางจะฟืนจากความตายได้แน่”

“แต่เจ้าสัมผัสได้ถึงพลังของมันหมายความว่าอย่างไร”

ราชาภูตครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ “ราชาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ต้องเป็นสัมผัสวิญญาณของมันแน่ ราชาผู้นี้ไม่มีวันลืมสัมผัสของมันเป็นอันขาด”

หนิงเทียนมองไปยังท่าทางของอู๋ชางไม่บ่อยครั้งเลยที่มันจะแสดงท่าทีวิตกเช่นนี้ออกมา
“จักรพรรดิมารจันทราอะไรนั้นแข็งแกร่งถึงขนาดที่ทำให้เจ้าหวาดกลัวได้?”

“คุณชายมารจันทราเป็นจักรพรรดิที่ท่านหวงตี้ใช้เวลาปราบถึง49วัน49คืน 
1ใน10ส่วนของพื้นที่รอบนอกเป็นน้ำทะเลก็เพราะผลมาจากการต่อสู้ของพวกเขาทั้งสอง”

“แข็งแกร่งถึงเพียงนั้น อู๋ชางเจ้าสัมผัสถึงจิตวิญญาณมันได้ที่ใด”หนิงเทียนที่ได้ฟังเช่นนั้นถึงกับร่างกายเย็นเฉียบขึ้นมาทันที

ราชาภูตหลับตาลงปราณบริสุทธิ์ภายในตัวมันแพร่ออกมาเพียงชั่วครู่มันเปิดตาลง
“จิตของมันอยู่ภายในกระโจมมนุษย์ตัวเหม็นที่เป็นหัวหน้าขบวน คุณชาย ขอให้ข้าไปไขข้อข้องใจนี้ด้วยเถอะ”

“จงไป แต่จงจำไว้ อย่าได้เปิดเผยตนเองและถ้ามีอันตรายใดๆอย่าได้กระทำโดยพละการเด็ดขาด ” สิ้นเสียงของหนิงเทียนราชาภูตหายตัวไปราวกับอากาศ



ในขณะที่หนิงเทียนกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องมารจันทราอยู่ มันได้หยิบเนื้อแรดหลังเหล็กออกมาจากแหวนมิติ ทันทีที่หนิงเทียนกำลังจะนำชิ้นเนื้อเข้าปาก มันได้ยินถึงเสียงฝีเท้าของคนผู้หนึ่ง

ชั่วครู่ก็ปรากฏร่างของหลี่เฟิงในสายตา มันเดินมาหาหนิงเทียนอย่างรวดเร็วและกล่าวว่า“น้องชายหนิงข้ามาตามเจ้า เปาเปาได้ทำอาหารจากเนื้อสัตว์ป่าระดับสองพวกเราไปกินด้วยกันเถอะ”

หนิงเทียนกล่าวตอบด้วยความขอบคุณ “ตัวข้าพอมีเนื้อแห้งติดตัวมาบ้างไม่ขอรบกวนพวกท่าน”

“อย่าได้กล่าวเช่นนี้กับพวกเรา เจ้าไม่ได้รบกวนอะไรพวกเราทั้งนั้น ไป เราไปกัน”
หลี่เฟินดึงแขนหนิงเทียนไปทันที

หนิงเทียนระบายลมหายใจออกในความคิด ‘ข้านั้นกำลังจะกินเนื้อสัตว์อสูรขั้นที่3 แต่พวกเจ้ากับลากข้าเพื่อไปกินเนื้อสัตว์ป่า’
ที่สุดแล้วหนิงเทียนจึงพยักหน้าและกล่าวว่า “เช่นนั้นพวกเราไปกัน”

มันเก็บเนื้อแรดหลังเหล็กอย่างรวดเร็ว เวลานี้มีเรื่องของมารจันทราเข้ามา มันไม่ต้องการกลายเป็นจุดสนใจจนกว่าจะไขข้อข้องใจนั้นได้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 477 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #546 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 18:05
    ขอบคุณค่ะ
    #546
    0
  2. #353 top (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 21:28
    555 อดอร่อย เลย
    #353
    0