War of Emperor สงครามราชันย์จักรพรรดิ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 444,846 Views

  • 1,230 Comments

  • 7,006 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    9,951

    Overall
    444,846

ตอนที่ 66 : เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12992
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 475 ครั้ง
    24 ต.ค. 60

ในระหว่างที่หนิงเทียนเดินผ่านหมู่บ้านไปยังกระโจมบรรณาการเสียงพูดคุยกันระหว่างชาวบ้านดังขึ้นตลอดทั้งทาง บ้างก็กล่าวในเรื่องของหัวหน้าหมู่บ้าน

บ้างก็กล่าวถึงสงครามระหว่างภูเขาของซิและเฮย อย่างไม่หยุดหย่อน อีกทั้งเวลานี้ภายในหมู่บ้านยังมีผู้คนมากหน้าหลายตาเดินสวนกันอย่างพลุกพล่าน



วันนี้เป็นวันที่กองคาราวานจะมาวนกลับมารับบรรณาการที่หมู่บ้านอีกครั้ง มันจึงคึกคักเป็นพิเศษ ผู้คนจากที่ต่างๆเดินทางเข้ามาโดยมีจุดหมายไปยังสามเมืองใหญ่ของทวีปฟ้าสวรรค์ 


การค้าขายผักผลไม้กับผู้ฝึกตนจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ผู้คุ้มกันมากมายกระจัดกระจายอยู่ในเมือง พวกมันทำการซื้อขายเสบียงกับชาวบ้านอย่างคึกคัก 


คนอื่นๆก็เริ่มที่จะหลั่งไหลเข้ามา และ พากันหลั่งไหลออกไป 

ในขณะที่หนิงเทียนกำลังเดินชมอยู่ภายในหมู่บ้านนั้น  มีชายชราที่หน้าตาเกียจคร้านกับเด็กน้อยที่แย้มยิ้มอยู่ตลอดเวลา ทั้งสองเดินตรงมาทางหนิงเทียน 



“พี่ชายหนิง พวกเรากำลังตามหาท่านอยู่พอดี”เสียงตะโกนดังออกมาก่อนที่เด็กน้อยหน้าตายิ้มแย้มจะเดินมาถึงเสียอีก

“เด็กน้อยเจ้าอยู่นี่เอง ตามข้ามาระหว่างทางข้ามีเรื่องที่จะพูดกับเจ้า”
ชายชราหน้าตาเกียจคร้านผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นมันคือซานจื่อ หัวหน้าคุมกองบรรณาการแห่งหมู่บ้านปี้จุ่ยนั้นเอง


หนิงเทียนได้ยินเช่นนั้นก็บังเกิดความสงสัยขึ้น ก่อนที่มันจะเดินตามชายชราซางไปอย่างรวดเร็ว

ระหว่างทางชายชราซางก็ได้กล่าวขึ้นว่า 
“เนื่องเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย เด็กน้อย เจ้ามีความเห็นอย่างไร ถ้าหากข้าจะให้เจ้ารอขบวนคาราวานในอีกสิบวันข้างหน้า” 


“มีเรื่องอันใดหรือ” หนิงเทียนถามออกอย่างสงสัย แต่จะอย่างไรก็ตามมันจะไม่รออีกต่อไปมันต้องการที่จะออกจากหมู่บ้านนี้ให้เร็วที่สุด

ซางจื่อกล่าวด้วยสีหน้าที่จริงจัง “จากประสบการณ์ของข้าบอกได้แค่เพียงว่ากองคาราวานมีสิ่งผิดปกติ มันจะต้องมีของบางอย่างที่ไม่สามารถจินตนาการถึงมันได้ ถูกลำเลียงมาด้วยแน่ 
เจ้าเข้าใจความหมายของข้าหรือไม่?’

หนิงเทียนขมวดคิ้วเข้าหากัน “ท่านกำลังจะบอกข้าว่ายิ่งกองคาวานขนส่งของสำคัญมากเพียงใดมันจะยิ่งทวีความอันตรายมากขึ้นเท่านั้น”


“เด็กน้อย เจ้าเข้าใจได้ถูกแล้ว ยิ่งเป็นของสำคัญ ความอันตรายของมันยิ่งสูงขึ้น”


หนิงเทียนกล่าวอย่างไม่แยแส“ไม่จำเป็นต้องเลื่อนการเดินทาง ข้าต้องการออกจากหมู่บ้านในวันนี้” 

ชายชราซางถอดถอนลมหายใจออกมา “ เจ้ายังเยาว์นัก จงรักชีวิตน้อยๆของเจ้าบ้าง” ชายชราซางยังอธิบายต่อเพื่อหวังจะให้หนิงเทียนตัดใจ
“หัวหน้าในการคุมขบวนบรรณาการครั้งนี้ คือ เกาซุน หนึ่งในสามผู้พิทักษ์แดนฟ้าของเมืองฉางผิง เพราะมันเป็นภารกิจที่สำคัญ ผู้พิทักษ์แดนฟ้าอย่างท่านเกาซุนจึงลงมารับหน้าที่นี้โดยตนเอง” 

มันเว้นช่องว่างอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ “ถ้าเจ้าเปลี่ยนใจ ตัวข้าขอรับรองอีกสิบวันข้างหน้าเจ้าจะได้ออกจากหมู่บ้านนี้อย่างปลอดภัยแน่นอน”


“ข้าตัดสินใจแล้ว ท่านอย่าได้เสียเวลาโน้มน้าวข้าอีกเลย มันไม่มีผลใดๆ”

 
‘เฮ้อออ’ เสียงระบายลมหายใจของชายชราซางดังขึ้นอีกครั้ง 
“เช่นนั้นเจ้าจงตามข้ามาข้าจะพาเจ้าไปพบกับท่านเกาซุน”


“ผู้พิทักษ์แดนฟ้า?” ดวงตาของหนิงเทียนหรี่ลงเล็กน้อยมันไม่คาดคิดว่าชายชราซางตรงหน้ามันจะมีความกว้างขวางเช่นนี้


“เมื่อตอนที่ข้ายังอยู่ภายในตระกูลซาง ข้าพอจะมีความสนิทกับท่านเกาอยู่บ้างเล็กน้อย
สิ่งที่ตาแก่จะทำได้ก็มีเพียงฟากฝั่งเจ้าแก่ท่านเกาเท่านั้น”


“ข้าขอบคุณในความปรารถนาดีของท่านมาก”หนิงเทียนรู้ดีว่าการที่ชายชราซางพยามช่วยเหลือมันอย่างมากนั้นเป็นเพราะแม่นางปี้เหยา มันจึงเอ่ยขอบคุณออกมาด้วยใจจริง 

ในขณะเดียวกันซางจื่อได้หันไปกล่าวกับปี้ยี่ที่เดินอยู่ข้างๆ “เด็กน้อยกลับไปรอข้าที่กระโจมก่อนปู่มีเรื่องที่จะต้องพาพี่ชายหนิงของเจ้าไปทำ”


ปี้ยี่พยักหน้ารับคำแต่โดยดีมันใช้สองมือน้อยๆจับไปที่ฝ่ามือของหนิงเทียนก่อนจะกล่าวออก “พี่ชายหนิง พวกเราจะได้พบกันอีกไหม?”

หนิงเทียนนำมือของมันไปวางไว้ที่ศีรษะปี้ยี่ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ในวันที่ข้าพบเจ้าอีกครั้ง ข้าหวังว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นจนทำให้ข้าตกใจเลยนะ”

“ฮี่ฮี่ แน่นอน”ฟันขาวที่เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบของปี้ยี่เผยออกมาให้หนิงเทียนเห็น

เมื่อกล่าวจบหนิงเทียนและซางจื่อทั้งคู่เดินตรงเข้ามาที่จุดจอดของขบวนบรรณาการ

หนิงเทียนมองไปยังคาราวานสามกองที่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ 
คาราวานสามกองนั้นผูกติดกับสัตว์อสูรขนาดยักษ์ ดวงตาของมันเป็นสีเขียวมรกต 
ลักษณะเป็นหมาป่าสีดำร่างยักษ์ หมาป่าตัวนี้มีขนาดประมาณมนุษย์ร่างใหญ่สิบถึงสิบห้าคนโอบ ลักษณะเด่นชัดที่สุดของมันคือปีกคู่ขนาดใหญ่

 
“มันคือ‘สัตว์อสูรลมปราณขั้นที่1 หมาป่าปีกดำ มันเป็นสัตว์เลี้ยงของเมืองฉางผิงที่ถูกฝึกฝนมาเพื่อการขนส่งสิ่งของที่มีความสำคัญโดยเฉพาะ”ชายชราซางที่เดินอยู่ข้างๆอธิบาย

หนิงเทียนจ้องมองไปยังหมาป่าปีกดำ สายตาสีเขียวมรกตของมันจับจ้องมายังหนิงเทียน หนึ่งคนหนึ่งอสูรจับจ้องไปที่กันและกันอยู่สองสามลมหายใจ 


ทันใดนั้น ดวงตาสีเขียวมรกตของมันหลบลงในทันทีคล้ายกับว่ามันกำลังตกใจอะไรบางอย่าง

โครกก!!! หมาป่าปีกดำพยามที่จะสะบัดตัวออก ท่าที่ของมันแปรเปลี่ยนเป็นดุร้าย สองปีของมันกางออกราวกับต้องการที่จะบินหนีออกไปจากที่แห่งนี้ทันที 


“นี้มันเกิดอะไรขึ้น” ผู้คนที่อยู่รอบๆตะโกนอย่างตื่นตะหนัก

“มันกำลังกลัวอะไรบางอย่าง” เสียงของอีกคนหนึ่งดังขึ้น 

เมื่อสิ้นเสียงทั้งสอง ผู้คุ้มกันในดินแดนนักรบนั้น ส่งเสียงฮือฮาแตกตื่น มันวิ่งหลบออกไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว 

หมาป่าปีกดำนั้นมีพลังเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนในแดนองครักษ์ขั้น9 ผู้คุ้มกันในระดับดินแดนนักรบนั้นไม่ใช่ตัวตนที่จะไปยืนอยู่เบื้องหน้าของมันได้ในเวลาที่มันคุ้มคลั่ง


ในขณะที่มันพยามกระพือปีกอย่างบ้าคลั่ง ปรากฎเงาของบุรุษหนุ่มทะยานออกมาจากกองคาราวานที่สองอย่างรวดเร็ว ท่าทางที่มันแสดงออกคล้ายกับว่ามันสามารถเดินบนอากาศได้

“นั้นมัน ท่าเท้าผนึกอากาศ” ผู้คุ้มกันที่ยืนอยู่รอบๆตะโกนด้วยความตกใจ



“วิ...วิชา ระดับมนุษย์ขั้นสูง คนผู้นั้นเป็นใครกัน”
“เจ้าโง่ เจ้าไม่รู้จัก ซินเฉา หรือไง”
“นั้นคือประกายสีขาวแห่งฉางผิง”

ผู้คนที่ยืนอยู่รอบๆทั้งสามขบวนคาราวานต่างส่งเสียงพูดคุยถึงบุรุษหนุ่มผู้นี้อย่างไม่หยุดหย่อนกระทั้งผู้คนที่อยู่ภายในกองคาราวานยังเดินออกมาดูเหตุการณ์เบื้องหน้ากันอย่างไม่ขาดสาย


พรึ่บ!! บุรุษหนุ่มที่ทะยานอยู่บนอากาศบิดตัวหลบปีกสีดำอันแหลมคมของหมาป่าปีกดำ 
สองมือที่แปรเปลี่ยนเป็นเหล็กกล้า กดลงไปที่หัวของหมาป่าปีกดำ
ด้วยร่างกายอันใหญ่โตและพละกำลังที่มากล้นของหมาป่าปีกดำอสูรลมปราณขั้นที่1 กลับถูกมนุษย์ตัวเล็กๆ กดหัวลงไปแนบกับพื้นอย่างง่ายดาย 

เพียงชั่วครู่ หมาป่าปีกดำที่คลุ้มคลั่งก็เริ่มที่จะสงบลง.. ..


“นั้นคือ ดินแดนแห่งปราชญ์ใช่หรือไม่”
“ใช่ที่ไหน คุณชายซิน นั้นอยู่ในระดับองครักษ์ เท่านั้น”
“เจ้าบ้าไปแล้ว องครักษ์ จะสู้กับสัตว์อสูรขั้นที่1ได้อย่างไร”
“เจ้าโง่ เจ้าไม่เห็นท่าเท้าผนึกอากาศและกายาเหล็กไหลทักษะระดับมนุษย์ขั้นสูงหรือไง ผู้คุ้มกันรอบๆต่างถกเถียงกันเสียงดัง


ผู้คุ้มกันที่มองเหตุการณ์อยู่บางคนอยู่ในอาการตกตะลึง บาง แสดงอาการดีใจ บางคนก็โห่ร้องปรบมือ ตะโกนชื่อ ‘ซินเฉา’ออกมาไม่ขาด
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 475 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #1213 แมวดมกาว'วว (@kookiooo) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 22:14
    ให้มันเหอะ อิเวร เรารอจนร่างงอกล่ะ ถ้าเป็นนิยายรักป่านนี้ท้องลูกสี่ไปล่ะ
    #1213
    0
  2. #542 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 17:34
    ขอบคุณค่ะ
    #542
    0