War of Emperor สงครามราชันย์จักรพรรดิ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 445,206 Views

  • 1,232 Comments

  • 7,007 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    10,311

    Overall
    445,206

ตอนที่ 25 : คำสั่งสอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19037
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 599 ครั้ง
    12 ก.ย. 60

ไอหนาวของฤดูเหมันต์เริ่มผ่านพ้น ฤดูร้อนเข้ามาแทนที่ บรรยากาศภายนอกร้อนอบอ้าวอย่างที่สุด ใบไม้และยอดหญ้าพลั่นแห้งเหี่ยวจากความร้อน

 

ช่วงเวลานั้น ด้วยแรงสั่นสะเทือนของพื้นดินทำให้สัตว์ป่าน้อยใหญ่ วิ่งเตลิดแตกตื่นกันไปคนละทิศทาง

 

ปรากฏวานรสีน้ำตาลตัวยักษ์สูงสิบจั้ง มันมิได้เป็นสัตว์แปลกใหม่อันใด มันคือเจ้าพญาวานรภูผา ที่เป็นเจ้าถิ่นในบริเวณป่าแถวนี้

 

ไม่มีสัตว์อสูรขั้นที่1ตัวใดกล้าที่จะรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนของมัน จะมีเพียงอย่างเดียวที่คอยกวนโทสะของมันอยู่สม่ำเสมอก็คงจะเป็นมนุษย์ตัวเล็กผู้หนึ่ง



ทันใดนั้นเหยื่ออันโอชะปรากฎขึ้นในสายตาของพญาวานรภูผา มันเป็นเด็กหนุ่มสวมชุดหนังสัตว์สีดำกลิ่นอายลมปราณที่ห่อหุ้มร่างของมันเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ มันเปล่งพลังของดินแดนองครักษ์ขั้นเก้าออกมา


เด็กหนุ่มยังคงก้าวเท้าเข้าไปหาพญาวานรภูผาอย่างมิได้เกรงกลัว คล้ายกับว่ามันไม่ได้หวั่นเกรงสายตาอำมหิตที่จับจ้องมาที่มันเลย

 

“เจ้าลิงน้อยเจอกันอีกแล้ว ตอนนี้ข้าไม่เหมือนเช่นปีก่อนแล้วนะ”


วูบบ!!!! สิ้นเสียง เงาร่างของหนิงเทียนพุ่งทะยานออกจากพุ่มไม้ดุจสายฟ้า

 

แรงระเบิดจากกระบี่ที่มันกุมแน่นอยู่ในมือช่างน่าหวาดหวั่นอย่างแท้จริง พญาวานรภูผาเคลื่อนตัวใกล้เข้ามา อุ้งมือของมันฟาดไปปะทะกับกระบี่พิรุณโปรย หมายที่จะตบมนุษย์ตัวจ้อยนี้ให้บี้แบนอย่างไร้ปราณี

 

สิ่งที่เหนือความคาดหมายของพญาวานรภูผากลับเป็นมนุษย์ตัวจ้อยนี้ มันไม่ได้แหลกเละไปกับพื้นปฐพี

 


แต่ทว่าพลังกระบี่ของมนุษย์ตัวจ้อยกับต้านทานแรงจากอุ้งมือของมันได้

 

นี้เป็นครั้งแรกที่หนิงเทียนได้เผชิญหน้าโดยตรงกับพญาวานรภูผา

 

ด้วยทักษะกายาเทพอสูรขั้นที่2ส่งผลให้ความแข็งแกร่งของร่างกายมันเกือบจะเทียบเท่าสัตว์อสูรระดับ2เลยทีเดียว

 

“เจ้าลิงน้อยเจ้ามีแรงเพียงเท่านี้หรือ ไม่สมกับขนาดตัวที่ใหญ่ของเจ้าเลย”


หนิงเทียนทะยานไปด้านหลังของพญาวานรภูผาใช้ออกด้วยท่า ‘เงากระบี่ใต้อักษร’ เงากระบี่ขนาดยักษ์พุ่งตรงไปที่พญาวานรภูผา

 

ฉับบ!!! ด้วยกระบ่วนท่า เงากระบี่ใต้อักษร อย่างเต็มกำลังเวลานี้มันไม่ได้สร้างเพียงรอยแดงๆให้กับพญาวานรภูผาเช่นก่อนแล้ว

 


ทุกๆกระบี่ที่มันฟาดฟันออกจะปรากฎรอยแผลขนาดเล็กๆบนผิวหนังของพญาวานรภูผา

แต่ถึงอย่างไร แผลนั้นก็มิได้เรียกโลหิตสีแดงของพญาวานรภูผาได้อย่างที่หนิงเทียนตั้งใจ

 

“เจ้าลิงน้อย เหตุใดหนังของเจ้ามันถึงหนานัก” แม้หนิงเทียนจะสร้างบาดแผลให้
พญาวานรภูผาได้ แต่ด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายมันที่เป็นอสูรลมปราณขั้นที่2(เทียบเท่า ดินแดนปราชญ์ขั้น9)บาดแผลนั้นก็มิได้ทำอันตรายใดๆแก่มันแม้แต่น้อย



“เข้ามาลิงน้อย” ข้าอยากรู้ว่าเลือดของลิงหน้าโง่เช่นเจ้าจะเป็นสีแดงหรือไม่

 

โคร่กกก พญาวานรภูผาคำรามด้วยความโกรธ มันพุ่งเข้ามาหนิงเทียนอย่างบ้าคลั่ง บัดนี้มันถูกความโกรธครอบง่ำจนเสียสติไปแล้ว

 

 

การต่อสู้ครั้งนี้หนิงเทียนได้ใช้โอสถสวรรค์ฟื้นพลังของพ่อรอง เฉกเช่นมันเป็นเพียงโอสถธรรมดาทั่วๆไปเท่านั้น


ถ้ามีผู้ใดมาพบเห็นมันคงจะก่นด่าในความโง่ของหนิงเทียนเป็นแน่ ที่ไม่ทราบถึงคุณค่าของโอสถสวรรค์เช่นนี้...

 

 

หนึ่งคน หนึ่งอสูร ต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่ง จากพื้นดินที่เต็มไปด้วยต้นไม้นาๆพันธุ์ เวลานี้รอบๆรัศมีสองลี้ พื้นป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ กลับกลายเป็นพื้นที่โล่งเตียนไร้ซึ่งสิ่งมีชิวตใดๆในบริเวณนั้น

 

บาดแผลปรากฏขึ้นบนตัวทั้งสองมากมาย ตอนนี้สภาพหนิงเทียนเต็มไปด้วยโลหิตทั่วร่าง แขนซ้ายของมันหักห้อยลง เหลือเพียงมือขวาที่ประครองกระบี่พิรุณโปรยในมือเท่านั้น

 

ส่วนร่างของพญาวานรภูผาเต็มไปด้วยบาดแผลนับสิบแห่ง แต่ไม่มีบาดแผลไหนเลยที่ จะทำให้โลหิตของมันไหลออกมาแม้แต่น้อย ร่างกายของมันแข็งแกร่งเกินไป

 

การต่อสู้ของหนึ่งคน หนึ่งอสูรล่วงเลยมาถึงช่วงเย็น


“วันนี้ข้าเหนื่อยแล้วพอแค่นี้ ข้าไปละ”หนิงเทียนใช้ออกด้วยวิชาท่าเก้าวิญญาณไร้เงา หนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้พญาวานรภูผายืนคำรามด้วยความโกรธ

 

ในวันต่อๆมาก็ปรากฏภาพเช่นนี้เสมอๆ หนึ่งคนหนึ่งอสูรต่อยตีกันอย่างบ้าคลั่ง


แม้ว่าหนิงเทียนจะบาดเจ็บหนักเพียงใดก็ตาม เช้าวันต่อมามันจะมายั่วยุพญาวานรภูผาเหมือนเช่นเคย โดยไม่มีเว้นวันหยุดแม้แต่วันเดียว ราวกับว่ามันทั้งคู่เป็นดั่งคู่ฝึกซ้อมของกันและกัน

 

 

 

……….เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในวันพรุ่งนี้เป็นวันที่หนิงเทียนจะมีอายุครบ16ปีและมันก็ถึงกำหนดที่จะได้ออกเดินทางไปยังพื้นที่ราบภาคกลางแล้ว

 

หนิงเทียนก็ยังนั่งบนก้อนหิน ทอดตาไปยังธารน้ำตกยักษ์ที่เป็นเหมือนประตูระหว่างป่าพฤกษาทมิฬและแดนภูติเร้นลับ

 

ตามปกติแล้วจิตของมนุษย์มักจะสับสนวุ่นวายกับเรื่องต่างๆตลอดเวลา สำหรับหนิงเทียนในเวลานี้ก็ไม่ต่างกัน มันเหม่อมองไปที่ธารน้ำตกอย่างไร้จุดหมาย

 

‘เหตุใดข้าถึงไม่สามารถเพ่งพินิจถึงภาพที่2ในม้วนภาพเทพยุทธ์ได้’


เวลานี้หนิงเทียนทำความเข้าใจ ภาพ พยัคฆ์ทมิฬกลืนจันทรา สมบูรณ์มาได้นับปีแล้ว พลังปราณฉีในร่างเขาบริสุทธิ์กว่าคนทั่วไปอย่างมาก

 

 

หนิงเทียนที่อยู่ภวังค์ของจิต ขณะนั้นก็มีแว่วเสียงใสดังออกมาข้างหู

“หากตั้งใจมากเพียงใด ยากนักที่จะจับจุดสำคัญได้ ถ้าไม่สามารถมองลึกผ่านสายตาได้ ให้ใช้จิตในการพินิจ สิ่งที่ต้องการจะเห็นได้ในพริบตา”

 

“ท่านแม่” หนิงเทียนหันไปยังต้นตอของเสียง

 

“เทียนเอ๋อ พรุ่งนี้ลูกจะต้องออกเดินทางไปพื้นที่ราบภาคกลาง ลูกวางแผนจะเดินทางอย่างไร?”

 

“ท่านแม่ ตัวข้านั้นมีความรู้เล็กน้อยในเรื่องพื้นที่ราบภาคกลาง ท่านแม่โปรดสั่งสอน”

 

มารดาห้ามองไปที่หนิงเทียนด้วยสีหน้าอ่อนโยม รอยยิ้มจางปรากฏบนริมฝีปากแต่
ประกายในดวงตากลับมีความเศร้าเจืออยู่เล็กน้อย


“เทียนเอ๋อ เรื่องในพื้นที่ราบภาคกลาง ลูกต้องผ่านมันไปด้วยตนเอง ท่านพ่อและตัวแม่เองจะไม่ได้อยู่เคียงข้างเจ้า

เวลาประสบอันตรายใดๆ ลูกต้องใช้ไหวพริบในการเอาตัวรอดให้ได้และจำเอาไว้จงอย่างไว้วางใจใครโดยง่าย”

 

“ลูกจะจดจำคำสอนของท่านแม่ให้ขึ้นใจ”

 

จิตใจมนุษย์นั้นเต็มไปด้วยความโหดร้าย เล่ห์กลมากมายที่มนุษย์มีนั้นมากกว่าพวกสัตว์อสูรในป่าพฤกษาทมิฬราวฟ้ากับเหว


มารดาห้าเกรงว่าลูกของมันจะไม่เท่าทันผู้คนมากเล่ห์เหล่านั้น

แต่มันหารู้ไม่ว่าเรื่องราวที่หนิงเทียนเคยพบเจอตอนที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘ขุนพลสวรรค์’นั้นมากเล่ห์ กลิ้งกลอกและโหดร้ายกว่าแดนสวรรค์นี้หลายเท่านัก

 

ทันใดนั้นมารดาห้าก็ชี้นิ้วอันเรียวงามของนางไปที่หนิงเทียน

บรรยากาศรอบๆกลายเป็นหนาวเย็นขึ้นมาทันที สายน้ำสายใหญ่ที่ล่วงหล่นมาจากเบื้องบนธารน้ำตกพลันแข็งค้าง หยุดชะงักโดยทันใดราวกับเวลามันกำลังหยุดนิ่ง

 

จุดประกายสีแดงพลันปรากฏขึ้นจากมิติ พุ่งตรงสู่หว่างคิ้วของหนิงเทียน และ จมดิ่งลงภายใน

 

“เทียนเอ๋อหลับตาและปล่อยให้มันซึบซาบเข้าสู่ชีพจรลมปราณของเจ้า”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 599 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #1024 hanari00123 (@hanari00123) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 14:13
    ชอบธิดาโลหิต อบอุ่นคือเเบบตัวอย่างเเม่ที่ดีเลย
    #1024
    0
  2. #680 NobuSana (@Aum2107) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 11:29
    เรื่องนี้สอนให้รูว่า การมีลูกทำให้คนดีขึ้นได้ ธิดาโลหิต ช่างเป็นมารดาที่น่าเคารพยิ่ง
    #680
    0
  3. #584 cussendo (@cussendo) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 22:08
    ธิดาโลหิต แต่อบอุ่นมาก
    #584
    0
  4. #485 SAOW (@Sunako_333) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 16:42
    อ่านเพลินมากๆ
    #485
    0
  5. #113 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 00:10
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #113
    0
  6. #42 Punnapa Pannaeo (@fangkaw_18) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 20:55
    ขอบคุณค่ะ

    #42
    0
  7. #41 phonphimon0123 (@phonphimon0123) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 20:42
    ต่ออออออ
    #41
    0
  8. #40 Labstory (@Royma1736) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 20:35
    ชอบค่ะๆๆๆๆๆรอตอนต่อไป
    #40
    0
  9. #39 Reezas (@Reezas) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 20:35
    ขอบคุณครับ
    #39
    0