War of Emperor สงครามราชันย์จักรพรรดิ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 446,707 Views

  • 1,232 Comments

  • 7,020 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    11,812

    Overall
    446,707

ตอนที่ 230 : ต่อสู้ด้วยชีวิต 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3029
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 252 ครั้ง
    16 ก.พ. 62

“ในครั้งแรกไม่มี แล้วคิดว่าครั้งที่สองจะไม่มีด้วยอย่างนั้นหรือ ตรรกะของเจ้ามันไม่เพี้ยนไปหน่อยหรือไง ท่านขุนพลอัคคี” 
หนิงเทียนมองไปยังจี้ซวนด้วยสายตาดูถูกถ้าเป็นในโลกเก่าของมันแล้วละก็ แคว้นไหนมีขุนพลที่เบาปัญญาเช่นนี้ละก็ มันจะต้องเป็นแคว้นที่ถูกกลืนกินเป็นแคว้นแรกๆอย่างไม่ต้องสงสัย
การถูกเรียกว่าขุนพลอัคคีนะหรือ? ในโลกเก่าของมันถ้าคนเช่นนี้ถ้าไร้ซึ่งพลังแล้วก็เป็นได้เพียงทหารเลวที่ไร้สมองเท่านั้น



แต่กระนั้นอย่างไรก็ตามฉายาขุนพลอัคคีของจี้ซวนก็ได้มาเพราะความแข็งแกร่งของตัวมันเอง มิใช่ได้มาเพียงเพราะลมปากลอยๆของใครบางคน 
มันรีบสะบัดมือเรียกหอกอัคคีเทพออกมาอีกครั้งและตวัดตัดไปยังแผ่นเนื้อด้านหลังของมันอย่างบ้าบิ่นคล้ายกับคนเสียสติ 

ก้อนเนื้อที่ถูกคุกคามด้วยพิษกัดวิญญาณขาดออกจากร่างของมันกลายเป็นก้อนเนื้อส่วนเกินไปทันที จากนั้นจี้ซวนใช้เปลวเพลิงเผาปากแผลห้ามโลหิตเอาไว้ไม่ให้ไหลออก



บนใบหน้าของจี้ซวนไม่แสดงออกถึงความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย มันมีเพียงดวงตาที่แดงก่ำไปด้วยโทสะเท่านั้น 
“ตัวข้าประมาทพวกเจ้าเกินไป ข้ารู้สึกว่าตัวเองจะนั่งอยู่บนบัลลังก์จนลืมไปว่า การต่อสู้ที่แท้จริง มีเพียงแต่ตายกับเป็นเท่านั้น”แววตาของจี้ซวนเวลานี้บ่งบอกถึงการตัดสินใจอย่างแน่วแน่
จากนั้นมันกระแทกหอกเทพอัคคีลงพื้นจนเกิดเสียงดัง พร้อมกับพุ่งตัวเข้าโจมตีหนิงเทียนเป็นเป้าหมายแรก


เมื่อเห็นถึงการตัดสินใจของจี้ซวน หนิงเทียนหรี่ตาลงแคบมันพึมพำออกมา “ได้ ข้าขอถอนคำพูดเมื่อครู่อย่างน้อยเจ้ายังหลงเหลือศักดิ์ศรีกับตำแหน่งขุนพลอยู่บ้าง” 
แม้ว่าหนิงเทียนนั้นจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจี้ซวนก็ตาม แต่ทว่าความตื่นตระหนกที่ต้องเป็นเป้าหมายของยอดยุทธในแดนวีรชนไม่มีอยู่ในดวงตาของมันเลยแม้แต่น้อย 


หนิงเทียนตั้งสมาธิอยู่กับท่าเท้าของมัน และบิดร่างหลบหอกอัคคีเทพของจี้ซวนได้อย่างฉิวเฉียดแต่ถึงอย่างนั้นแม้มันจะหลบคมหอกได้พ้น
แต่พลังปราณอัคคีที่พวยพุ่งออกมาจากการโจมตีแต่ละครั้งยังคงสร้างรอยแผลให้แก่หนิงเทียนได้ น่ากลัวว่าถ้าปราศจากกายาเทพอสูรแล้ว เพียงแค่แรงกระแทกจากลมปราณก็เพียงพอที่จะสังหารมันให้ตกตายไปได้แล้ว 


เมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์เป็นตายเช่นนี้ หนิงเทียนอดไม่ได้ที่จะก่นบ่นในจิตใจ “หวงตี้นะหวงตี้ ทักษะบ่มเพาะที่ท่านบอกว่ามันท้าทายสวรรค์ แต่เส้นทางในการฝึกฝนมัน ข้าว่ามันยากยิ่งกว่าการปีนขึ้นไปสู่สวรรค์เสียอีก” 
จากนั้นหนิงเทียนสะบัดขาก้าวถอยอย่างรวดเร็ว เวลานี้หนิงเทียนพอจะเข้าใจคำพูดของบิดามารดาของมันขึ้นมาแล้วว่า 
“กายาเทพอสูรและเก้าวิญญาณท่องนภานั้นเป็นทักษะกระสอบทรายและท่าเท้าวิ่งหนีได้อย่างไร”



ด้วยความแข็งแกร่งของกายาและความเร็วรวดของท่าเท้า ทำให้หนิงเทียนเอาตัวรอดจากการบุกกระหน่ำของจี้ซวนได้ราวๆ10ลมหายใจ แต่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ร่างของเฉียนหยาพุ่งเข้ามาช่วยเหลือมัน 


“จะไปไหน คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า”เฉียนหยากล่าวขึ้นพร้อมเปิดปากคำรามออกด้วยทักษะโจมตี ‘กระสุนเสียงสังหาร’ กระสุนสูญญากาศนับสิบๆลูกพุ่งเข้าใส่ร่างของจี้ซวนอย่างรุนแรง


“กายาอัคคีเกราะสุริยาแผดเผา” จี้ซวนคำรามออก พลันปรากฏเปลวไฟโหมกระหน่ำท่วมร่างของมัน เมื่อกระสุนเสียงของเฉียนหยาเข้าใกล้เปลวไฟที่ปกคลุมร่างของจี้ซวนมันเริ่มสูญเสียความเร็วและไม่นานมันสลายไปพร้อมอากาศรอบนอก


เมื่อจี้ซวนปัดป้องการโจมตีของเฉียนหยาแล้ว มันไม่ได้ให้ความสนใจกับเฉียนหยาอีก มันปลายตาไปทางหนิงเทียนและถีบเท้าพุ่งตัวออกเป็นประกายไฟสีแดง 
ด้วยพลังที่จี้ซวนระเบิดออกมานั้นมันก้าวข้ามพลังของผู้ฝึกตนในดินแดนวีรชนขั้น7ไปเรียบร้อยแล้ว


ใบหน้าของเฉียนหยาซีดขาวขึ้นมาทันใด มันรีบตะโกนออกสุดเสียง “เจ้าหนุ่ม หนีไป มันทะลวงระดับขึ้นไปอยู่ในขั้นที่8ของแดนวีรชนแล้ว ตอนนี้พวกเราไม่ใช่คู่มือของมัน” 
สิ้นเสียงเฉียนหยายกสองมือของมันขึ้นมา “หมู่พฤกษาเกื้อหนุนให้พสุธาโดยรอบ มอบพลังแห่งป่าและผืนดินให้แก่ข้า” 

กล่าวจบเฉียนหยาแนบสองมือลงกับพื้นดิน ด้วยพลังแห่งธาตุดินและธาตุไม้ที่มันได้หลอมรวม ปรากฏออกเป็นแท่งหินงอกขึ้นมาจากพื้นดินขวางกั้นเส้นทางของจี้ซวนชะลอความเร็ว เพื่อสร้างเวลาให้หนิงเทียนได้หลบหนี


ตูมม ตูม!!! จี้ซวนสะบัดหอกเทพอัคคีตัดแท่นหินที่งอกขึ้นมาจากพื้นดินราวกับตัดขนมเปี๊ยะ ด้วยพลังอำนาจของแดนวีรชนขั้นที่แปด มันยกหอกเทพอัคคีขึ้นสูงเสียดฟ้า จากนั้นมันสะบัดลงด้วยความเร็วเหนือเสียง 
เวลานี้ด้านหลังของจี้ซวนปรากฎภาพอวตารของอสรพิษสีแดงเพลิงสะบัดร่างไปมาก้อนจะม้วนตัวรวมกันเป็นเส้นเดียวในรูปลักษณ์ของหอก 
เห็นได้ชัดว่าเวลานี้จี้ซวนไม่ได้เพื่อพลังไว้ป้องกันร่างของมันเลยแม้แต่น้อย กระบวนท่าที่6ของทักษะหกอัคคีถูกใช้ออกอย่างเต็มกำลัง "เส้นทางแห่งหอก อสรพิษเพลิงเป็นหนึ่ง"



“เมื่อเจ้าทุ่มมันสุดตัวและถ้าตัวข้าไม่ใช้ออกทุกสิ่งที่ข้ามีแล้ว เห็นทีจะไม่ยุติธรรมกับตัวเจ้า ดีเช่นนั้นมาลองดูกัน” การกระทำของหนิงเทียนนั้นสร้างความตกตะลึงให้แก่เฉียนหยาเป็นอย่างมาก
ภาพที่เฉียนหยาเห็นนั้นคือเด็กหนุ่มกำลังคว่ำมือเรียกกระบี่ออกมา เด็กหนุ่มที่ไร้ซึ่งพลังปราณยืนหยัดเผชิญหน้าโดยตรงกับผู้ฝึกตนในดินแดนวีรชนขั้นที่8 ไม่ว่ามันจะเกิดแล้วตายสัก10ครั้ง ภาพเช่นนี้คงจะไม่ปรากฏให้มันได้เห็นอีกเป็นครั้งที่สองแน่นอน



เวลาเดียวกันหนิงเทียนกระชับพิรุณโปรยในมือแน่น มันมองหอกเทพอัคคีที่แทงสวนเข้ามาอย่างเต็มกำลังอย่างไม่กระพริบตา หนิงเทียนใช้เวลาเพียงลมหายใจเข้าออกในการตั้งสมาธิ 
‘การปะทะกันครั้งนี้ขอแค่ข้าเบี่ยงเบนทิศทางของหอกเทพอัคคีให้พ้นไปได้ก็พอแล้ว’ 

คิดได้เช่นนั้นหนิงเทียนเพ่งหาจุดที่มันควรจะเข้าปะทะก่อนจะยกพิรุณโปรยขึ้นมัน มันวาดออกเป็นวงกลม เงากระบี่สีดำถูกวาดตามพิรุณโปรยราวกับว่ามันมีชีวิต 

ทันใดนั้นแสงของตะวันวูบหายไปชั่วพริบตา กระบวนท่าที่สองของ13กระบี่สังหารเทพ “ร่ายรำล้อเงาจันทร์”ถูกใช้ออกในพริบตา 
ทันทีที่มันถูกปลอยออกไป มือขวาของหนิงเทียนปกคลุมไปด้วยโลหิตสีแดงสด พลังสะท้อนของกระบวนท่านี้แม้แต่ร่างกายที่ฝึกกายาเทพอสูรมาก็ไม่สามารถทนทานแรงสะท้อนของมันได้

หนิงเทียนนั้นไม่มีทางเลือกมากนัก ทักษะต่อสู้ที่มันมีนั้นไม่ว่าจะเป็นเหมันต์ไร้ใจ เพลิงเทพอสูร ฝ่ามือกระชากวิญญาณ ปราณพิษกร่อนเทวะ เป็นกระบวนท่าที่ต้องใช้ลมปราณเป็นตัวขับเคลื่อนทั้งสิ้น 
จะมีเพียงแต่เพลงกระบี่สังหารเทพทั้ง13กระบวนท่าเท่านั้น ที่สามารถใช้ออกแต่กระบวนท่าโดยไร้ซึ่่งลมปราณส่งเสริมได้ ....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 252 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #1137 ผ้าขาวม้า (@domesurin1154) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:24

    รอมาเสียนานเลยขอรับ

    #1137
    0
  2. #1128 Saytan (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:38

    ขอบคุณครับ

    #1128
    0