War of Emperor สงครามราชันย์จักรพรรดิ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 445,203 Views

  • 1,232 Comments

  • 7,007 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    10,308

    Overall
    445,203

ตอนที่ 214 : แผนการช่วยเหลือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4864
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 363 ครั้ง
    28 พ.ย. 61

ก่อนที่ทั้งสองจะปะทะคารมกันไปมากกว่านี้ หลี่เฟิงรีบยกมือขึ้นห้ามพร้อมกล่าวออกอย่างระวัง “น้องชายหนิงเจ้าสามารถช่วยเหลือทุกคนในค่ายเงามายาได้อย่างปลอดภัย?” 

“ข้ามั่นใจว่าเด็ก สตรีและคนชราในกลุ่มของเจ้า จะหนีได้อย่างปลอดภัย แต่สำหรับกลุ่มที่ค่อยทำตามแผนการของข้า โอกาสรอดมีเพียงครึ่งต่อครึ่งเท่านั้น”
 
คำกล่าวของหนิงเทียนหาใช่คำขู่แม้แต่น้อย มันกล่าวออกมาจากการประมวลแผนการและคำนวณถึงสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ไว้แล้ว



หลี่เฟิงพยักหน้าพร้อมกล่าวออกมา“ขอแค่พวกเขาปลอดภัย ข้าเชื่อว่านักรบทุกคนของกองโจรพิทักษ์ฟ้าหาได้เกรงกลัวความตาย" 
จากนั้นมันหันไปทางเฉียนหยา "ผู้อาวุโสเฉียน การที่พวกเราต้องหลบหนีและทิ้งถิ่นเกิดคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่พวกเราจะหาพื้นที่และสร้างมันขึ้นมาใหม่อีกครั้ง 
ข้าได้ใคร่ครวญดูแล้ว การที่พวกเราจะขึ้นตรงกับตระกูลซือหม่านั้นพวกเราหาได้มีผลเสียใดๆเลยแม้แต่น้อย และที่สำคัญข้าอยากให้กองโจรพิทักษ์ฟ้า ได้เป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ใหม่นี้ 
ข้าเชื่อว่าน้องชายหนิงจะสามารถรวบรวมสี่ทวีปเข้าด้วยกันได้"

เฉียนหยาได้ยินเช่นนั้นมันไร้ซึ่งคำกล่าวค้านใดๆออกมาอีก คำพูดของผู้นำถือเป็นประกาศิต นี้คือสิ่งที่กองโจรพิทักษ์ฟ้าทุกคนท่องจำจนขึ้นใจ แต่ถึงอย่างไรเฉียนหยาก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวถามหนิงเทียนครั้ง


"เจ้าหนุ่มแต่ข้ายังไม่สามารถมองเห็นถึงทางหนีที่เจ้าว่าได้เลย ศัตรูนั้นต่ำสุดก็เป็นผู้ฝึกตนในแดนแห่งปราชญ์รวมถึงยังมีผู้ฝึกตนในแดนวีรชนอีกไม่รู้กี่คนที่พวกมันขนกันมา

เจ้าไม่ต้องกล่าวถึงความเร็วในการไล่ตามของพวกมัน แค่พลังเพียงอย่างเดียวพวกมันก็มีมากเหลือล้ำกว่าเราราวฟ้ากับเหว"




หลี่เฟิงพยักหน้าให้กับคำกล่าวของเฉียนหยา มันรีบกล่าเสริม "น้องชายหนิง ทหารของพวกเราส่วนมากอยู่ในดินแดนนักรบและแดนองครักษ์เท่านั้น 
จะมีก็เพียงแต่ซีหมินและเตี่ยชางสองคนเท่านั้นที่อยู่ในแดนแห่งปราชญ์ขั้นปลาย และสำหรับแดนวีรชนพวกเรามีผู้อาวุโสเฉียนคนเดียว ไม่ว่าข้าจะมองทางไหน ข้ายังไม่เห็นหนทางรอดของพวกเราเลยแม้แต่น้อย”


“หัวหน้าหลี่คำกล่าวของท่านไม่ผิด กองโจรพิทักษ์ฟ้าของท่านก็เปรียบเสมือนเปลือกไข่ การที่จะเข้าปะทะกับศัตรูที่แข็งแกร่งดุจหินแล้ว 
ต่อให้มีปาฎิหาริย์บังเกิดขึ้น มันก็ยังไม่สามารถช่วยให้พวกท่านเอาชนะการต่อสู้ได้อยู่ดี ด้วยเหตุผลนี้เป็นตายอย่างไรพวกเราจะให้มันได้เห็นแผ่นหลังของเราไม่ได้เด็ดขาด”


ได้ยินเช่นนั้นหลี่เฟิงรีบกล่าวถามโดยเร็ว“น้องชายหนิงท่านมีแผ่นการอย่างไร คนชราและสตรีของพวกเราเป็นเพียงผู้ฝึกตนในแดนนักรบเท่านั้น พวกเขาไม่สามารถหลบหนีจากผู้ฝึกตนในดินแดนแห่งปราชญ์ได้แน่นอน”


หนิงเทียนพยักหน้าช้าๆพร้อมกล่าวขึ้น“ถ้ามีเพียงแค่กองทัพของเมืองจี้อย่างเดียว แน่นอนว่าพวกเราไม่มีสิทธิ์รอด แต่ในครั้งนี้มันต่างออกไป พวกเรากำลังถูกกลุ่มคนของนิกายเคลื่อนเมฆาไล่ล่าด้วยเช่นกัน”

“เจ้าหนุ่มข้าไม่เข้าใจที่เจ้าพูด การที่พวกเราถูกกองกำลังทั้งสองไล่ล่ามันจะดีกว่าการถูกทัพของ เมืองจี้เพียงทัพเดียวไล่ล่าได้อย่างไรกัน?” 
เฉียนหยานั้นหาใช่คนโง่แต่ที่มันต้องกล่าวถามออกมาเช่นนี้เป็นเพราะมันนั้นไม่สามารถหาคำตอบจากสิ่งที่หนิงเทียนกำลังกล่าวออกมาได้เลย 

ถ้าจะให้มันเลือกมันยินยอมที่จะถูกกองทัพ เพียงทัพเดียวเข้าโจมตีเสียมากกว่ากว่าถูกรุมล้อมเช่นนี้


หนิงเทียนมองไปยังใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเฉียนหยา มันจึงกล่าวออกมา“เจ้ากำลังคิดว่าการถูกขนาบด้วยสองพลังเป็นเรื่องที่เลวร้ายใช่หรือไม่ ถ้าเจ้าคิดเช่นนั้นแสดงว่าเจ้ากำลังมองมันแค่เพียงเปลือก 

ดูจากการที่คนของเจ้ามารายงานเรื่องลำดับการมาถึงแล้ว มันแสดงให้เห็นว่าทัพทั้งสองไม่ได้เดินทางมาพร้อมเพียงกันแต่อย่างใด 
นั้นก็พอแล้วที่จะบอกได้ว่านิกายเคลื่อนเมฆาและกองกำลังของขุนพลอัคคี ทั้งสองไม่ได้มีการติดต่อกันที่ดีสักเท่าไร เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วมันเหมาะแก่การที่พวกเราจะถอนฟืนใต้กระทะเป็นที่สุด”


“ถะ...ถอนฟืนใต้กระทะ น้องชายหนิงนี้ไม่ใช่เวลามาล้อกันเล่น พวกเรากำลังคิดถึงวิธีหลบหนี แต่ทำไมเจ้าต้องการให้พวกเราไปถอนฟืน??” หลี่เฟิงกล่าวถามด้วยความงุนงง


ได้ยินคำกล่าวของหลี่เฟิงคิ้วของหนิงเทียนขมวดเข้าหากันอีกครั้ง มันลืมนึกไปเลยว่า ในโลกแห่งนี้ ใช้เพียงแต่กำลังและพลังฝึกตนในการเข้าต่อสู้ซึ่งกันและกัน

พวกมันนั้นไม่ได้รู้จัก ตำราพิชัยสงครามแต่อย่างใด คิดเช่นนั้นหนิงเทียนจึงกล่าวออก “ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าหมายความว่า การที่พวกเราจะชนะศึกครั้งนี้ได้ 
พวกเราจะต้องหาทางบั่นทอนกำลังของศัตรูลง วิธีการที่ดีที่สุดคือการใช้ช่องว่างทางการสื่อสาร บั่นทอนให้ทัพของเมืองจี้หลินหวาดระแวงกลุ่มคนของนิกายเคลื่อนเมฆา 

เอาละตอนนี้พวกเราออกไปด้านนอกกันเถอะ ข้านั้นต้องการอธิบายแผนการเพียงครั้งเดียว” กล่าวจบหนิงเทียนหันไปกำชับกับหลี่เฟิงว่า 
“ข้านั้นมีความจำเป็นต้องปิดบังใบหน้าและชื่อ ข้าหวังว่าหัวหน้าหลี่จะช่วยข้าปกปิดมันและทำเหมือนว่าพวกเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน”กล่าวจบหนิงเทียนนำหน้ากากหนังมนุษย์สวมเข้าไปอีกครั้งพร้อมก้าวเดินออกมารวมกลุ่มกับมู่เสวี่ย

...

“พวกเราได้หารือกันแล้ว พวกเราจะทำตามแผนการของคุณชายหยาง ข้าขอให้พวกเจ้าฟังคำสั่งของเขาเหมือนเช่นเป็นคำพูดของข้าเอง”หลี่เฟิงกล่าวออกให้ได้ยินอย่างทั่วถึง


แม้ว่าด้วยคำพูดนี้ของหลี่เฟิงจะสร้างความสงสัยให้กับพวกของหมิงหยูเป็นอย่างมากแต่พวกมันก็ไม่กล้ากล่าวคำใดแย้งออกมา 

หนิงเทียนมองไปรอบๆครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวออกมา“เมื่อพวกเจ้าไม่มีใครคัดค้าน ข้าจะเริ่มอธิบายถึงแผนการให้พวกเจ้าฟัง อันดับแรกพวกเราจะแบ่งกลุ่มออกเป็นสองกลุ่ม 
กลุ่มแรกนั้นมีหน้าที่ในการพาทุกคนอพยพไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ข้าต้องการให้หัวหน้าหลี่เลือกคนที่เหมาะสมเป็นผู้นำในกลุ่มแรกสองคน” 

เมื่อหนิงเทียนกล่าวจบ หลี่เฟิงไม่รอช้า “เตี่ยชาง ซีหมินเจ้าทั้งสองคนคอยดูแลกลุ่มแรก”


หนิงเทียนพยักหน้าช้าๆ เห็นได้ชัดว่าหลี่เฟิงนั้นมีความสามารถในการเลือกใช้คนอยู่ไม่น้อยจากนั้นหนิงเทียนได้กล่าวต่อ 

“ส่วนกลุ่มที่สองนั้น มีหน้าที่ถ่วงเวลาและปั่นป่วนสองทัพ โดยพวกเจ้าจะต้องยอมรับเสียก่อนว่าในกลุ่มที่สองนี้เป็นกับตายเท่ากัน 

ในกลุ่มที่สองตัวข้าจะเป็นผู้สั่งการทั้งหมด และพวกข้ามีกันแล้วสองคนแต่ยังต้องการสมาชิกเพิ่มอีกสามคน พวกเจ้าตกลงกันให้ดีว่าจะให้ผู้ใดเข้ากลุ่มของข้า

ข้าต้องการผู้ที่มีความสามารถในการเอาตัวรอดยามจำเป็นได้ดีและจงจำไว้กลุ่มที่สองนั้นไม่ต้องการพวกใจกล้าไม่กลัวตาย คนที่รักชีวิตเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าร่วมกลุ่มสองได้ ข้าให้เวลาพวกเจ้าตัดสินใจกัน100ลมหายใจ...”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 363 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1059 r123123 (@r123123) (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 12:41

    สนุกทุกตอน

    #1059
    0