War of Emperor สงครามราชันย์จักรพรรดิ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 445,251 Views

  • 1,232 Comments

  • 7,007 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    10,356

    Overall
    445,251

ตอนที่ 202 : ลวงหลอก 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5213
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 369 ครั้ง
    9 พ.ย. 61

อานซือนำเงินที่เดิมพันฝ่ายเจ้ามือแจกฝ่ายให้แก่ผู้ชนะที่ได้วางเดิมพันข้างผู้เล่น เมื่อแจกจ่ายครบทุกคนแล้วอานซือกวาดหยกนิลส่วนต่างราวๆ10หยกนิลลงไหด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

เป้าหมายของหนิงเทียนนั้นก็คือหยกนิลจำนวน1000หยกนิลเพื่อใช้ในกรณีเลวร้ายที่สุดที่ต้องจ่ายค่าผ่านประตูมิติ แน่นอนมันไม่มีทางควักเงินของตัวเองออกใช้จ่ายเช่นคนโง่แน่นนอน 
ฉะนั้นถ้ามันจะต้องจ่ายจริงๆละก็เงินของคนพวกนี้แหละเหมาะสมที่สุดแล้วที่จะเป็นค่าผ่านประตูมิติให้แก่มันและมู่เสวี่ย

หนิงเทียนคิดทบทวนแผนในใจอีกครั้งก่อนจะมองกวาดสำรวจไปรอบๆมันวิเคราะห์ออกทันทีว่านักพนันพวกนี้มีอยู่แค่สามประเภท 
พวกที่พึ่งดวงแต่ใจไม่กล้า พวกที่ใจกล้าแต่ไม่มีดวง และสุดท้ายพวกที่ไม่มีทั้งดวงและใจยังไม่กล้าอีกด้วย และสุดท้ายคนสามประเภทนี้จะถูกกลืนกินโดย กลุ่มคนที่ไม่อาศัยดวงแต่ใช้วิธีโกง


“เถ้าแก่ ดูเหมือนว่าเกมส์นี้จะง่ายจริงๆ เช่นนั้นตาหน้าข้าจะเริ่มวางเดิมพันเลยแล้วกัน”หนิงเทียนไม่รอช้าที่จะเริ่มเล่นมันทันที


“หืมม์ เจ้านั้นกำลังดวงดี ข้าจะต้องแย่แน่ๆเลย” อานซือกล่าวด้วยรอยยิ้มน้ำเสียงของมันแสดงออกถึงความพอใจเป็นอย่างมาก กล่าวจบอานซือไม่รอช้ามันหยิบก้อนหินสีดำและขาวลงไปในถุงผ้าและโบกสะมัดมันอีกครั้งหนึ่ง 

ในตาแรกนั้นหนิงเทียนเริ่มวางเดิมพันด้วยหยกนิล10ก้อน และก็เป็นไปตามที่มันคาดคิด ก้อนหินสีขาวถูกหยิบออกมาด้วยมือของมัน 
ในตาที่สองก็เช่นกันหนิงเทียนยังคงชนะเดิมพันติดต่อกันถึงสามครั้งเวลานี้หนิงเทียนได้กำไรรวมๆเกือบ50หยกนิลแล้ว 

แต่ในครั้งที่สี่เป็นต้นไป ความผิดปกติก็ได้เกิดขึ้นกับตัวหนิงเทียนเอง ไม่ว่าจะหยิบกี่ครั้ง สิ่งที่มันได้ก็หนีไม่พ้นก้อนหินสีดำ จนทำให้เวลานี้ 50หยกนิลที่ได้เป็นกำไรมาต้องเสียคืนไปจนหมด 
ไม่เพียงเท่านั้นมันยังต้องควักกระเป๋าจ่ายไปร่วม100หยกนิลอีกด้วย


“เป็นอย่างที่คิด พวกมันไม่มีทางเล่นอย่างยุติธรรม แต่ว่าวิธีใดกันแน่ที่พวกมันใช้” ภายในใจของหนิงเทียนยังคงประมวลความคิดอย่างไม่หยุด 


มู่เสวี่ยที่ยืนอยู่ด้านหลังตลอดเวลาอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกด้วยความเป็นห่วง “อาจารย์เรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลังอย่างแน่นอนเป็นไปไม่ได้เลยที่ท่านจะหยิบลูกหินสีดำขึ้นมาติดกันได้ถึง10ตา”


ในความคิดของมู่เสวี่ยนั้นการที่คนธรรมดาเช่นพวกมันจะเอาชนะเซียนพนันพวกนี้ได้นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แม้อาจารย์ของนางจะมีทั้งความรู้ความสามารถพร้อมทุกอย่าง 
แต่ถึงอย่างไรในเรื่องนี้ก็คงเกินความสามารถของท่านไปจริงๆ พวกเซียนพนันนั้นแตกต่างจากนักพนันเป็นอย่างมาก พวกมันเรียนรู้วิธี ลับ หลอกและลวง สามศาสตร์นี้ได้อย่างสมบูรณ์ 

ทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการตัดใจยอมทิ้งหยกนิลที่เสียไปและเดินจากที่นี้ให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะไม่ให้ต้องสูญเสียเงินไปมากกว่านี้



หนิงเทียนนั้นหาได้สนใจคำพูดมู่เสวี่ยไม่ มันนั้นจะยอมแพ้คนพวกนี้ได้อย่างไร แม้ทุกวันนี้มันจะทำตัวสบายๆไปวันๆ แต่ลึกๆในใจของมันจริงๆแล้ว มันนั้นเป็นบุคคลที่หยิ่งในศักดิ์ศรีคนหนึ่งเหมือนกัน 
การที่จะให้เดินกลับและยอมรับความพ่ายแพ้จากเรื่องที่มันเป็นคนวิ่งเข้าหาเองเห็นทีจะไม่สามารถทำได้ 


จากนั้นหนิงเทียนสะบัดมือนำหยกนิลขึ้นมาอีก เวลานี้มันเปลี่ยนวิธีการวางเงิน เป็นเพิ่มเดิมพันรอบละ 100หยกนิลแล้ว



เห็นเช่นนั้นอานซือยกยิ้มอย่างมีความสุข มันยังคงเขย่าถุงดำอย่างต่อเนืองและครั้งที่สิบเอ็ดและสิบสองก็ยังคงเป็นเหมือนเช่นเดิม หนิงเทียนไม่สามารถหยิบลูกหินสีขาวออกมาได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว 
เวลานี้หยกนิลภายในตัวของมันเริ่มร่อยหรอจนเกือบจะหมดแล้ว

“ข้าไม่เชื่อว่า ข้าจะหยิบลูกหินสีดำได้ตลอดไป”น้ำเสียงของหนิงเทียนที่กล่าวออกมานั้นเต็มไปด้วยโทสะ 
เวลานี้มันสะบัดมือนำหยกนิล100ก้อนสุดท้ายของตัวมันออกมาวางไว้เบื้องหน้าอานซือ ดวงตาขอหนิงเทียนเวลานี้แดงก่ำไปด้วยโทสะที่คละคลุ้ง


ไป๋ซัวที่กำลังยกจอกสุราขึ้นดื่มมองไปยังหนิงเทียนด้วยสายตาตกตะลึงอยู่ไม่น้อยเดิมทีมันคิดคนพวกนี้เป็นปลาตัวเล็กๆที่ตกขึ้นมาเพื่อรองท้องในยามว่างเท่านั้น 
แต่ใครจะไปคิดว่าหนิงเทียนจะกลายร่างเป็นปลาตัวอ้วนที่มอบหยกนิลให้แก่พวกมันถึง400หยกนิล 

“ส่วนแบ่งของข้าคือ2ใน10 ทั้งหมดก็80หยกนิลมันเทียบเท่ากับที่การที่ข้าต้องเปลืองน้ำลายตกเหยื่อถึงหนึ่งเดือนเต็มๆเลยนะ” ยิ่งคิดออกเช่นนั้นหัวใจของไป๋ซัวยิ่งผองโตจนแทบจะระเบิดออกมาสู่ภายนอก



ขณะเดียวกันหนิงเทียนล้วงมือเข้าไปในถุงผ้าอีกครั้ง ภายในใจของมันครุ่นคิดถึงวิธีการโกงของอานซืออยู่ตลอดเวลา แต่ไหนเลยที่มือสมัครเล่นจะไปสู้กับมืออาชีพได้ 
สุดท้ายแล้วหนิงเทียนก็ไม่สามารถที่จะหยิบก้อนหินสีขาวขึ้นมาได้ เวลานี้ถ้าจะบอกว่ามันถูกปอกลอกจนหมดตัวก็ไม่ผิดไปนัก


"ฮ่าฮาๆๆ ดูเหมือนว่าวันนี้ฟ้าจะเปิดทางให้แก่ข้า" เสียงหัวเราะของอานซือดังออกอย่างไม่หยุด มันกล่าวต่อไป “เอายังไงดีละเจ้าหนุ่ม เจ้าต้องการเล่นมันอีกหรือไม่” 
กล่าวจบมันมองไปยังดวงตาที่เลื่อนลอยของหนิงเทียนด้วยความสมเพช


เสียงหัวเราะอันน่าเกียจของอานซือจะปลุกหนิงเทียนให้ตื่นจากภวังค์ ไม่รู้ว่าด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอหรืออย่างไร ถึงทำให้หนิงเทียนที่รู้อยู่เต็มอกว่าพวกมันกำลังโกงถึงก้าวถลำมาลึกถึงเพียงนี้ได้ 


“พ่ายแพ้ ข้านี้นะพ่ายแพ้” มันพึมพำกับตัวเองคล้ายคนขาดสติ สองขาที่แข็งแรงดุจเพชรกลับอ่อนแรงและเซถลาไปด้านหลังจนเกือบล้ม 
ถ้าไม่ได้มู่เสวี่ยที่ยืนอยู่ด้านหลังคอยประครองไว้ เกรงว่าภาพที่มันล้มลงกับพื้นจะต้องปรากฏขึ้นอย่างน่าอดสู่เป็นแน่


ทันทีที่มู่เสวี่ยใช้สองมือประครองร่างของหนิงเทียนไม่ให้ล้มนั้น ขวดหยกสีเขียวอ่อนกระเด็นออกมาจากคอเสื้อของหนิงเทียน มันเผยให้เห็นโอสถลับกลั่นกระดูกที่กลิ้งออกมาจากขวดหยกนั้น

เมื่ออานซือมองไปตามเสียงกลิ้งของเม็ดโอสถ เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นดวงตาของมันเปิดกว้างทันที “นะ...นั้นโอสถลับ โอสถลับใช่หรือไม่”


หนิงเทียนเห็นเช่นนั้น มันรีบสะบัดกายออกจากมู่เสวี่ยโดยเร็ว พร้อมก้มเก็บขวดหยกเข้าไปในอกเสื้อทันที การกระทำของมันเร็วพอที่จะไม่ให้สายตาของคนอื่นๆได้เห็นโอสถลับที่ตกลงอย่างไม่ตั้งใจ

โอสถลับกลั่นกระดูกทะลวงชีพจรหนึ่งเม็ดนั้นมีมูลค่าถึง50หยกนิลและด้วยปริมาณถึงสี่เม็ดก็เพียงพอแล้วที่จะให้คนบังเกิดความโลภและสร้างปัญหาให้แก่มัน เมื่อคิดได้เช่นนั้นหนิงเทียนรีบหันหลังกลับพร้อมเดินจากไปทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 369 ครั้ง

0 ความคิดเห็น