War of Emperor สงครามราชันย์จักรพรรดิ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 445,458 Views

  • 1,232 Comments

  • 7,009 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    10,563

    Overall
    445,458

ตอนที่ 200 : ลวงหลอก 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5906
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 417 ครั้ง
    2 พ.ย. 61

แม้ว่าคำพูดของไป๋ซัวจะเต็มไปด้วยวาทศิลป์น่าฟังก็ตาม แต่หนิงเทียนรับรู้ได้เลยว่า ที่ไป๋ซัวกล่าวออกมาเช่นนี้เป็นเพราะมันมีบางอย่างแอบแฝงอยู่ มันไม่ได้ให้ความสนใจแม้แต่จะกล่าวถามชื่อของหนิงเทียนและมู่เสวี่ยเลยด้วยซ้ำ 

“พี่ชาย 750หยกนิลสำหรับพวกเรานั้นนับว่าเป็นจำนวนมหาศาลแม้แต่คลังสมบัติของตระกูลข้ายังไม่ได้มีทรัพย์สินมากมายถึงเพียงนั้น” หนิงเทียนแสร้งกล่าวออกด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

ไป๋ซัวยกมือตบไปที่หน้าผากตัวเอง พร้อมระบายลมหายใจออกเสียงดัง “เฮ้อ...ไม่เป็นไรถ้าพี่ชายไม่ได้มีหยกนิลมากมาย เอาเช่นนี้เป็นอย่างไร 
ด้านหน้านี้ข้าเห็นกลุ่มของสำนักตู่กัว ได้เปิดโต๊ะเดิมพันอยู่ ด้วยดวงชะตาของท่านแล้วข้าเชื่อว่าแค่เงินลงทุนเพียง50หยกนิลท่านสามารถนำไปแลกเป็น500หยกนิลจากสำนักตู่กัวได้แน่นอน” ไป๋ซัวยกยิ้มขึ้นมาพร้อมพายมือออกไปด้านหน้าในลักษณะเชิญชวน

ได้ยินเช่นนั้นหนิงเทียนอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้นมา ในที่สุดหางของเจ้าก็โผล่ออกมาเสียที...ดี ข้าเองก็ต้องการรู้เช่นกันว่านักต้มตุ่นในโลกนี้จะมีวิธีการอย่างไร มันจึงเปล่งเสียงตอบไป๋ซัวทันที
“จริงๆหรอพี่ชาย ท่านแน่ใจใช่ไหมว่าข้าเป็นผู้มีวาสนาและโชคของข้าดีมากในวันนี้จริงๆ”


“แน่นอน เส้นโชคชะตาของเจ้านั้นลากยาวถึงเพียงนี้ไม่มีทางที่ฟ้าจะกลั่นแกล้งคนดีอย่างพี่ชายแน่นนอน”ไป๋ซัวกล่าวออกด้วยรอยยิ้มที่ฉีกจนเกือบถึงหู ไม่รู้ว่าคนพวกนี้เป็นเหยื่อรายที่เท่าไรของมันในวันนี้ 
แต่ทุกครั้งที่มันตกเหยื่อได้รอยยิ้มที่ภาคภูมิใจจะปรากฎออกมาอย่างไม่สามารถยับยั้งมันได้


“ดี เมื่อสวรรค์เข้าข้างข้า เช่นนั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ” ใบหน้าของหนิงเทียนเวลาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

มู่เสวี่ยที่ยืนฟังอย่างเงียบๆพร้อมกับพิจารณาทุกคำพูดและความเป็นไปได้ของชายที่ชื่อไป๋ซัว นางจึงอดกล่าวออกมาไม่ได้“อาจารย์ ข้าว่ามันมีอะไรแปลกๆอยู่นะ”

“แปลกหรือ? อย่างเจ้าจะไปรู้อะไร โชคชะตาของคนเรามักมาในรูปแบบที่เราไม่เคยรู้จักมัน ที่ข้ากล่าวไปถูกต้องหรือไม่พี่ไป๋ซัว”



“ฮ่าๆ ไม่ผิดแม้ไปแม้แต่คำเดียว”ไป๋ซัวกล่าวเสริมหนิงเทียนโดยเร็ว แต่ภายในใจมันหัวเราะให้กับความโง่ของหนิงเทียนอย่างบ้าคลั่ง


ไป๋ซัวเดินนำกลุ่มของหนิงเทียนและมู่เสวี่ยอยู่ไม่นานนัก เส้นทางเดินที่ทอดยาวไปสู่ประตูมิติเย่อู่เหมินกลับมีตอกซอกซอยเล็กๆที่แบ่งเป็นยานการค้าอยู่ไม่น้อย 
ไป๋ซัวเดินตรงมาก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆด้านข้าง ที่สองข้างทางถูกสลักไว้ด้วยตัวหนังสือว่า “ร่ำรวยเงินทอง” ประตูทางเข้านั้นตกแต่งไปด้วยการแกะสลักรูปเปลวเพลิงขนาดใหญ่อย่างน่าเกรงขาม


หนิงเทียนเหลือบตามองเล็กน้อย ‘แม้แต่ในโลกที่พิสดารเช่นนี้ยังคงเชื่อในหลักฮวงจุ้ย ประตูไฟที่คอยแผดเผาทรัพย์สินของผู้ที่ลอดผ่าน ถ้าข้าเดาไม่ผิดไป๋ซัวผู้นี้คงจะเป็นนกต่อจากบ่อนการพนันที่อยู่ในประตูเย่อู่เหมินสินะ’


หนิงเทียนหยุดเดินพร้อมกล่าวออกทันที“พี่ชายไป๋ ข้าว่าพวกเราไม่เข้าไปกันดีกว่า”

ได้ยินเช่นนั้นคิ้วของไป๋ซัวขมวดเข้าหากันมันรีบถามออกโดยเร็ว “น้องชาย พวกเรามาถึงนี้แล้วเหตุใดถึงไม่เข้าไปหรือว่าเจ้าไม่เชื่อในโชคชะตาที่ข้าได้บอกไป!!??”

“ไม่...ไม่ใช่แน่นอน ข้ากลัวว่าถ้าข้าชนะเดิมพันเยอะๆจะไม่มีชีวิตเดินกลับออกมานะสิ การถูกปล้นทั้งทรัพย์สินและชีวิต นั้นคงจะไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับสถานที่แห่งนี้ใช่หรือไม่” 
น้ำเสียงของหนิงเทียนที่เปล่งออกนั้นเห็นได้ชัดว่ามีเค้าลางของความหวั่นกลัวอยู่ไม่น้อย


“ฮ่าๆ ฮา เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวล ประตูเย่อู่เหมินแห่งนี้เป็นพื้นที่สีขาวแม้แต่อาวุธยังไม่สามารถชักมันออกจากฝักได้และที่สำคัญที่นี่มีกฎเหล็กคือห้ามทำการต่อสู้ใดๆเด็ดขาด 
ถ้าใครฝ่าฝืน ไม่ว่ามันจะมาจากตระกูลหรือสำนักใหญ่ใดก็ไม่มีข้อยกเว้นเด็ดขาด”


“ถ้าพี่ไป๋บอกข้าเช่นนี้ตั้งแต่แรก ข้าคงไม่ต้องเดินกังวลมาตลอดทางหรอก ถ้าเช่นนั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ ข้าต้องการเงินสัก1000หยกนิลเพื่อใช้ในการเดินทางไปเมืองจี้”หนิงเทียนกล่าวออกด้วยรอยยิ้ม

เมื่อกลุ่มของหนิงเทียนได้เดินเข้ามาในตรอกแห่งนี้ บรรยากาศรอบๆนั้นแตกต่างออกจากถนนสายหลักอย่างสิ้นเชิง 
ถนนเส้นนี้มีเพียงแค่ทางตรงยาว ที่ใช้ทางเข้าและออกเดียวกัน มันจึงสามารถมองจากต้นทางไปยังท้ายทางได้โดยชัดเจน สองข้างทางนั้นเต็มไปด้วยซุ้มหลังคาเล็กๆที่แออัดไปด้วยผู้คนจำนวนมหาศาล 
ถ้าจะบอกว่าถนนเล็กๆสายนี้ครึกครื้นกว่าทางเดินหลักก็ไม่ใช่คำกล่าวที่เกินไปเลยจริงๆ


“อาจารย์ที่นี้มันบ่อนพนันใช่หรือไม่?” มู่เสวี่ยกล่าวออกด้วยดวงตาที่โตขึ้น ตั้งแต่เล็กจนโตนางไม่เคยเห็นสิ่งพวกนี้มาก่อน

“ฝั่งพยัคฆ์ขาว แทงรวม 57หยกนิล”
“ฝั่งมังกรฟ้า แทงรวม 350หยกนิล”
“ฝั่งเต่าดำ แทงรวม 40หยกนิล”
“ฝั่งหงส์แดงแทงรวม 8หยกนิล”

นักพนันผู้หนึ่งกล่าวออกมา “เหตุใดถึงมีคนแทงฝั่งหงส์น้อยเช่นนี้”
“เจ้าบ้าลูกเต๋าไม่ออกหน้าหงส์มาจะ10ตาติดแล้ว แทงไปไม่เท่ากับเอาเงินไปละลายน้ำเล่นหรอกรึ”

กรุกๆๆๆ เสียงเจ้ามือกำลังเขย่าลูกเต๋าทรงสี่เหลี่ยมจากนั้นมันคว่ำถาดพร้อมเปิดออก เผยให้เห็น รูปสลักของหงส์สีแดงเผยหน้าขึ้นสู้ฟ้า

“เต๋า4จตุรเทพรอบนี้ ฝั่งที่ชนะคือหงส์แดง กินเรียบกินเรียบฮ่าฮ่าๆ” เสียงของเจ้ามือร่างอ้วนดังออกมา



ไป๋ซัวเห็นหนิงเทียนและมู่เสวี่ยจ้องมองอย่างตั้งใจมันจึงรีบกล่าวออกมา “น้องชายอย่าได้สนใจเกมส์นี้เด็ดขาดเจ้าเห็นหรือไม่มันออกหงส์แดงให้ฝ่ายเจ้ามือกินเรียบเป็นร้อยหยกนิล 
แน่นอนมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญตามที่เจ้ากำลังคิดแน่ ไปเถอะข้าจะพาไปเจ้าไปเล่นเกมส์ดีๆเอง” กล่าวจบไป๋ซัวรีบเดินนำกลุ่มหนิงเทียนออกไปโดยเร็ว 


ที่มันกล่าวเตือนหนิงเทียนเช่นนั้นไม่ใช่เพราะว่ามันหวังดีแต่อย่างใด แต่แท้จริงแล้วมันไม่ได้มีส่วนได้เสียอะไรกับซุ้มพนันเต๋า4จตุรเทพเลย มันนั้นตกเหยื่อเช่นหนิงเทียนมาได้เแล้วหตุใดจะยอมปล่อยให้พวกมันไปโดนหลอกโดยเจ้ามือคนอื่นละ


ไป๋ซัวเดินนำหนิงเทียนไปยังจุดหมายของมันโดยเร็ว มันเดินตรงไปอีกเพียง20ก้าวเท่านั้น มันเลี้ยวเข้าซุ้มไม้ที่มองผ่านๆคงจะแยกไม่ออกว่าเป็นร้านน้ำชาหรือบ่อนการพนันกันแน่ 

หนิงเทียนเดินตามไป๋ซัวไปยังด้านในที่ถูกปิดบังด้วยผ้าม่านผืนบางอย่างว่าง่าย เวลานี้สายตาของหนิงเทียนที่แสร้งแสดงออกถึงความกลัวได้หายไปจนหมดสิ้น...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 417 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 00:35

    ขอบคุณครับ

    #1013
    0