War of Emperor สงครามราชันย์จักรพรรดิ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 456,847 Views

  • 1,237 Comments

  • 7,068 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    8,763

    Overall
    456,847

ตอนที่ 182 : เดิมพัน 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5807
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 445 ครั้ง
    25 ต.ค. 61

มู่เสวี่ยกล่าวตอบ“ข้านั้นไม่ได้สนใจเรื่องเงินทอง ถ้าชนะก็นับว่าโชคดี ถ้าแพ้ก็คิดเสียว่าทรัพย์สินของบิดาข้า จะถูกใช้ออกเพื่อพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของทุกคนในตระกูล หยางกวงเจ้านำทั้งหมดออกมาเดิมพันเถอะ” 

มุมปากของหนิงเทียนยกยิ้มขึ้นมาทันที ‘เด็กนี้มีไหวพริบไม่เบาจริงๆ’ 

จากนั้นมันหันกลับไปทางกลุ่มคนทั้งหมดพร้อมกล่าวขึ้นมา “ได้ยินแล้วหรือไม่ คุณหนูข้าให้ใช้ทรัพย์สมบัติของท่านทั้งหมดออกมาเดิมพัน”

หนิงเทียนทำเป็นล่วงมือเข้าไปในอกเสื้อจากนั้นมันเอาแหวนมิติสีทองแดงที่เตรียมไว้ขึ้นมาพร้อมกล่าวออก “ข้าเดิมพันว่าผู้ชายที่ชื่อจิวอิงจะเป็นฝ่ายชนะ”

สิ้นเสียงของหนิงเทียน มันสะบัดมือเผยให้เห็นสิ่งของที่อยู่ในแหวนมิติ พร้อมกล่าวอธิบาย
“หยกนิล400ก้อน โอสถลับกลั่นกระดูกทะลวงชีพจร2เม็ดคิดเป็น100หยกนิล 
หินลมปราณระดับสูง1000ก้อนคิดเป็น10หยกนิล โอสถจิตปัญญา100เม็ดคิดเป็น10หยกนิล รวมทั้งสิ้น520หยกนิล”


ทุกๆคำพูดที่หนิงเทียนอธิบายออกมากอปรกับสิ่งของที่ได้วางอยู่ตรงหน้าของมัน ให้สายตานับร้อยๆคู่ได้มองมาอย่างทั่วถึง 

เห็นเช่นนั้นทุกคนเบิกดวงตากว้างขึ้นอย่างไม่ได้นัดหมายกันมาก่อนพวกมันขยี้ตาอย่างพร้อมเพียงกัน พวกมันไม่เชื่อสายตาในสิ่งที่กำลังได้เห็น และไม่เชื่อในหูสำหรับสิ่งที่ได้ยิน 
กลุ่มของข้ารับใช้บางส่วนถึงกับตกใจจนเป็นลมไปก็มีให้เห็นอยู่ประปราย


จี้ตงหลินที่กำลังจิบชาอย่างสบายใจถึงกับพ่นออกมาพร้อมสำลักออก “แคร่กๆ”มันรีบเช็ดมุมปากพร้อมมองไปยังกองสมบัติอีกครั้ง

มู่ปัง มู่หลานเจี่ยพวกมันทั้งสองอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ไม่เว้นแม้แต่มู่เฉียนและมู่หยู พวกนางกล่าวออกมาอย่างติดๆขัดๆ “หะ...ห้าร้อยหยกนิล”

มู่ฉูจีหาได้สนใจหยกนิลที่หนิงเทียนกล่าวออกมา มันเพียงแต่จับจ้องไปยังโอสถลับทั้งสองเม็ดด้วยสายตาเป็นประกาย
แม้หนิงเทียนจะตีราคามันอย่างส่งๆไปเม็ดละ50หยกนิลก็ตาม แต่ต่อให้ตระกูลใดในเมืองฉางผิงกำเงิน50หยกนิลไปหาซื้อมันละก็ บอกได้เลยว่าไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน

มู่ซวนเฟิงขมวดคิ้วทั้งสองเข้าหากัน โดยนิสัยแล้วมันเป็นคนระแวงระวังเป็นอย่างมากแต่ครั้งนี้ด้วยสมบัติที่อยู่ตรงหน้ามันมากกว่าคลั่งสมบัติที่สะสมกันมานับ100ปีของตระกูลเสียอีก 



หนิงเทียนเปล่งเสียงออกมาทำลายความตกตะลึงปนสับสนของพวกมันทั้งหมด “คุณหนูของข้าต้องการให้กลุ่มคนรับใช้ทั้งหมดรับเดิมพัน20หยกนิล 
กลุ่มพวกนักรบ50หยกนิล ท่านอาวุโสหลักทั้งสามคน 150หยกนิล คุณหนูทั้งสอง100หยกนิล คุณชายจี้50หยกนิลและท่านผู้นำ150หยกนิล” หนิงเทียนแจกแจ้งทุกสิ่งราวกับว่ามันกำลังบริจาคทรัพย์สมบัติครั้งใหญ่ก็ไม่ปาน



บรรยากาศภายในสนามประลองอสูรร้อนระอุขึ้นมาทันที หนิงเทียนกวาดสายตามองผ่านกลุ่มคนนับร้อยๆชีวิตที่แสดงความรู้สึกแตกต่างกันออกไป
ถึงแม้ว่าพวกมันจะมั่นใจในตัวของหมาป่ารัตติกาลก็ตามที แต่ด้วยเงินจำนวนมากมายขนาดนี้ ถ้าเกิดมีอะไรผิดพลาดไป มันจะเอาปัญญาที่ไหนมาชดใช้ได้ 


ในกลุ่มของคนรับใช้พวกมันต้องตายแล้วเกิดใหม่อีกสักสิบชีวิตถึงจะมีปัญญาได้จับหยกนิลสักก้อน ไม่ต่างอะไรกับกลุ่มนักรบที่ดีกว่าหน่อย พวกมันอาจจะตายแล้วเกิดใหม่เพียง8ชีวิตเท่านั้นถึงจะได้จับหยกนิลสักก้อนหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ใบหน้าของพวกมันกว่าครึ่งซีดขาวราวกับคนตาย


มู่เสวี่ยมองไปยังสมบัติตรงหน้า มันพยามข่มร่างกายไม่ให้สั่นออกในช่วงที่บิดานางยังมีชิวิตอยู่ นางนั้นเห็นสมบัติทุกอย่างในคลังของตระกูล แต่นั้นก็ไม่ได้มีค่ามากมายเหมือนกับสมบัติที่หนิงเทียนนำออกมา 


ถ้าการประลองครั้งนี้นางเป็นชนะก็เท่ากับว่า กลุ่มคนรับใช้รวมถึงนักรบที่ไร้ปัญญาจ่ายได้นั้นจะต้องเป็นหนี้ชีวิตนางไปจนตาย

มู่ฉูจีนั้นมองผ่านร่างของหนิงเทียนไป มันเอ่ยออกแก่มู่เสวี่ย“คุณหนูใหญ่ สมบัติทั้งหมดนี้ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของท่านใช่หรือไม่? 
มันเป็นของท่านผู้ก่อตั้งตระกูล มู่เฉิน ปู่แท้ๆของท่านใช่หรือไม่?” 


ด้วยเพียงคำถามที่เกิดจากการคาดเดาของมู่ฉูจีนั้น โดยไม่ต้องรอคำตอบจากปากของมู่เสวี่ย มันทำให้ทุกคนปักใจเชื่อในที่มาของสมบัติเหล่านี้ทันที
เพราะนอกจากผู้ก่อตั้งตระกูลแล้ว แม้แต่ผู้นำคนก่อนก็ไม่ทางที่จะมีสมบัติมากมายขนาดนี้ได้แน่


“คุณหนูใหญ่ ท่านไม่คิดว่าการเดิมพันครั้งนี้มากไปหรือ?”มู่หลานเจี่ยรีบกล่าวออก แม้มันมั่นใจว่าจะชนะเดิมพันแต่ด้วยจำนวนเงินที่มากขนาดนี้ ไม่แปลกที่มันจะรู้สึกไขว้เขวและไม่กล้าที่จะเสี่ยง


“นี้ไม่มากแต่อย่างใด อย่างน้อยที่สุด ถ้าไม่นับคุณชายจี้ที่เป็นแขกร่วมสนุกแล้ว หยกนิลกว่า500ก้อนนั้นก็ยังคงอยู่ในตระกูลมู่ของเราเช่นเดิม” มู่เสวี่ยกล่าวออกด้วยรอมยิ้ม 

“ถูกต้องแล้วมันแค่เพียงเปลี่ยนจากมือของคุณหนูใหญ่กระจายสู่ทุกคนอย่างทั่วถึงเท่านั้น แต่ฝ่ายของข้าโชคดีชนะขึ้นมาพวกท่านก็แค่ร่างสัญญาหนี้มาให้คุณหนูของข้าคนละ1ฉบับก็น่าจะเพียงพอแล้ว ข้ากล่าวถูกหรือไม่คุณหนู” 

หนิงเทียนรีบกล่าวเสริม มันจงใจใช้คำพูดที่ทำให้คนพวกนั้นสบายใจ ถ้าชนะก็ร่ำรวยถ้าแพ้ก็แค่เป็นหนี้เท่านั้น ไม่ได้เสียชีวิตหรือบังคับให้จ่ายแต่อย่างใด เมื่อพวกมันคิดตามคำพูดของหนิงเทียนเช่นนั้น

กลุ่มของคนรับใช้และทหารรีบกล่าวออกมา “ตกลงพวกเรารับเดิมพัน”


หนิงเทียนยกยิ้มขึ้นพร้อมกับมองไปทางตันกุย “ไปเอากระดาษมาให้พวกเขาเขียนสัญญา”ด้วยคำพูดที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ แม้ว่าพวกมันจะอยู่ในฐานะคนรับใช้เหมือนกันแต่ตันกุยก็อดไม่ได้ที่จะทำตามอย่างโดยดี


จากนั้นหนิงเทียนมองไปยังกลุ่มของผู้อาวุโสหลักทั้งสามและคุณหนูทั้งสอง “แล้วพวกท่าน?” 

พวกมันใช้เวลาคิดกันไม่นานนักจากนั้นมันก็ก้มหน้าร่างสัญญาออกมาคนละฉบับและประทับตราของตัวเองลงไป 
จะมีเพียงแต่มู่ซวนเฟิงและจี้ตงหลินสองคนเท่านั้นที่ไม่ยอมเสียหน้าร่างสัญญากู้ พวกมันทั้งคู่สะบัดมือนำหยกนิลออกมาเดิมพัน

สำหรับจี้ตงหลินแล้วนั้น50หยกนิลสำหรับบุตรชายคนเดียวของเจ้าเมืองจี้หลินนับว่าไม่ใช่เรื่องที่แปลกมากนัก

แต่สำหรับมู่ซวนเฟิง150หยกนิลที่มันนำออกมานั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นเงินทองในคลังของตระกูล  และการที่มันเอาเงินคงคลังของตระกูลมาเดิมพันด้วยเรื่องส่วนตัวนั้น ทำให้กลุ่มข้ารับใช้เริ่มที่จะซุบซิบกันอย่างเบาๆ

ทันใดนั้น มู่ซวนเฟิงก็กล่าวออกมาด้วยเสียงดัง “ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าร่างสัญญากันเป็นเวลาสองชั่วยาม 
การประลองจะเริ่มเมื่อสัญญาถูกเขียนขึ้นจนครบทุกคน” จากนั้นมันสะบัดมือเป็นสัญญาณ ในข้ารับใช้นำสุราออกมารับรองคุณชายจี้


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 445 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #973 (@domesurin1154) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 19:30

    จะทำเช่นไรรึท่าน ข้าฯน้อยรอชม

    #973
    0