War of Emperor สงครามราชันย์จักรพรรดิ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 445,640 Views

  • 1,232 Comments

  • 7,010 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    10,745

    Overall
    445,640

ตอนที่ 17 : สามปีผ่านไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20092
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 660 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

หนิงเทียนกระชับกระบี่พิรุณโปรยในมือแน่น ความรู้สึกนี้มันช่างคล้ายกับดาบหิมะ
ของมันในชาติภพก่อนราวกับว่าสามารถเข่นฆ่าศัตรูในสนามรบได้ถ้ามีมันอยู่ในมือ
 มันมองไปยังลายสลักมังกรวารีที่ด้ามกระบี่ หนิงเทียนพึมพำอย่างแผ่วเบา “เพื่อนยาก”

เหมือนเช่นปาฎิหาริย์ กระบี่พิรุณโปรยพลันแผ่ไอเย็นออกมา ราวกับว่ามันตอบรับคำพูดของหนิงเทียน  

ฮ่า ฮ่า บิดาใหญ่หัวเราะอย่างมีความสุข  “เทียนเอ๋อ เจ้าทำให้พ่อใหญ่เปิดหูเปิดตาเพียงสัมผัสแรกถึงกับสามารถทำให้กระบี่พิรุณโปรยยอมรับในตัวลูกได้”



บิดาใหญ่ของมันกล่าวต่อ“ลูกจง ร่ายรำกระบวนท่า ‘เงากระบี่ใต้อักษร’
ที่ได้เห็นเมื่อครู่ให้พ่อใหญ่ได้ชม จงจำไว้เพียงแค่แสดงกระบวนท่าเท่านั้น อย่าได้โคจรพลังลมปราณใดๆออกมา”


แม้ว่ากระบี่และดาบจะมีความต่างกันอยู่บ้าง แต่ทั้งสองล้วนอยู่ภายใต้พื้นฐานเดียวกัน
ดวงตาของหนิงเทียนเป็นประกายขึ้น กี่ปีมาแล้วที่เขาไม่ได้จับอาวุธ ในชาติที่แล้วภายใต้สนามรบ หนิงเทียนใช้เพลงดาบเข่นฆ่าศัตรูมาไม่ต่ำกว่าล้านชีวิต 


หนิงเทียนเริ่มร่ายรำ ราวกับว่ากระบี่ในมือหนิงเทียนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
หนึ่งการฟาดฟันปรากฏรอยผ่าขนาดใหญ่ ไอความเย็นของกระบี่พิรุณโปรยแผ่กระจายออกมา 
มันร่ายรำทุกกระบวนท่าอย่างไร้ข้อบกพร่องคล้ายกับสตรีที่กำลังร่ายรำอย่างอ่อนช้อย

ความประหลาดใจบังเกิดอีกครั้งปรากฏบนใบหน้าของบิดาใหญ่ มันผ่านโลกมานับพัน
ปีเห็นอัจฉริยะมามากแต่กลับมิเคยเห็นบุคคลที่สัมผัสกระบี่คราแรกก็สามารถบรรลุถึง
ขั้นหลอมรวมได้เลย “เทียนเอ๋อ เจ้าพึ่งเคยจะฝึกกระบี่ครั้งแรกใช่หรือไม่??” 
มันถามมาออกโดยที่รู้คำตอบอยู่แล้ว หนิงเทียนอยู่ในสายตาของมันตั้งแต่เกิด จะได้ฝึกกระบี่หรือไม่ ตัวมันรู้ดีเป็นที่สุด

หนิงเทียนยิ้มออกมา มันไม่รู้ว่าจะตอบบิดาใหญ่ของมันอย่างไร ถ้าเล่าไปว่ามันเคยฝึก
มาตั้งแต่ชาติที่แล้ว มันมิต้องกลายเป็นคนสติเลอะเลือนในสายตาบิดาใหญ่ของมันอย่างนั้นหรือ? “ท่านพ่อใหญ่ ข้าเพียงรู้สึกว่าคุ้นเคยกับมันมาบ้างเท่านั้น”

“วิเศษ วิเศษ พรสวรรค์เก้าแก่นแท้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก” ในชีวิตของมัน
 มิเคยเห็นผู้ใดที่จับกระบี่ครั้งแรกก็สามารถทำให้อาวุธจิตวิญญาณยอมรับ 
และเพียงแค่ร่ายรำกระบี่ครั้งแรกก็สามารถบรรลุถึงขั้นหลอมรวม 

“ในเมื่อเจ้าใช้กระบี่ถึงขั้นหลอมรวมได้แล้ว นับจากนี้เจ้าจงฝึกฝนกระบวนท่า
‘เงากระบี่ใต้อักษร’ผสมผสานกับลมปราณฉีในร่างกาย
 
ถึงแม้แขนของเจ้าจะเจ็บปานใด เจ้าต้องอดทนและห้ามหยุดฝึกจนกว่าจะสำเร็จกระบวนท่าแรก

“ลูกจะไม่ทำให้พ่อใหญ่ผิดหวัง” หนิงเทียนกระฉับกระบี่เริ่มร่ายอย่างต่อเนื่อง
ทุกๆวันมันจะร่ายรำกระบี่ท่าเดิมซ้ำๆไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะร้อนเพียงใด
มันไม่เคยหยุดฝึกเพลงกระบี่เลยแม้แต่วันเดียว.....


...

.....

สามปีผ่านไป

ภายในถ้ำแห่งหนึ่งในป่าพฤกษาทมิฬ หนิงเทียนกำลังนั่งสมาธิ ลมปราณสีทองร่อง
ลอยปล่อยแสงสว่างออกมาอยู่ภายในถ้ำที่มืดมิด เวลานี้หนิงเทียนมีอายุครบ15ปีแล้ว

ใบหน้าของมันมีเค้าโครงความหล่อเหลา ส่วนรูปร่างก็สูงใหญ่ขึ้นกว่าก่อน มันสวมชุดเต๋าเก่าแก่ 
ประดับประดาไปด้วยขนสัตว์เต็มไปด้วยคาบเลือดของสัตว์อสูรที่แห้งกรังบนเสื้อผ้า
ใบหน้าของมันดูไม่ดุร้ายแม้แต่น้อย กลับต่างจากการแต่งตัวของมันอย่างสิ้นเชิง

หนิงเทียนค่อยๆเปิดตาขึ้น ‘เหตุใดข้าถึงไม่สามารถจ้องมองไปยังภาพที่2ได้’
บัดนี้มันได้ทำความเข้าใจ รูปภาพ ‘พยัคฆ์ทมิฬกลืนจันทรา’ได้ถึงสิบส่วนแล้ว 
ถ้าจักรพรรดิหวงตี้ยังมีชีวิตอยู่ในจะต้องไม่เชื่อแน่ๆว่าจะมีใครที่สามารถเข้าใจภาพพยัคฆ์กลืนจันทราได้ครบสิบส่วนภายในเวลา3ปี


ถึงความเข้าใจในภาพพยัคฆ์ของหนิงเทียนจะสมบูรณ์แล้วแต่มันก็ไม่สามารถมองไปยังภาพที่2ได้ 
แม้ว่าการมองไปยังภาพที่2จะไม่ทำให้มันเกิดอาการ เจ็บปวดเหมือนคร่าแรกที่มันเคยสัมผัสแล้วก็ตาม 

‘หรือว่าพลังบ่มเพาะของข้ายังไม่เพียงพอ’ หนิงเทียนได้แต่ขับไล่ความคิดเกี่ยวกับภาพที่2ออกไปก่อน 

มันมองไปยังผนังถ้ำที่มีรอยขีดเส้นเล็กอยู่นับร้อยขีด 

‘ข้าอยู่ที่นี้มาหกเดือนแล้ว ถ้าข้ากลับไปตอนนี้ต้องโดนดุจนหูชาแน่เลย’

แค่มันคิดถึงการลงโทษของบิดาทั้งสี่แล้ว ร่างกายของมันก็แข็งชาในทันที

หลังจากหกเดือนที่ผ่านมาในป่าพฤกษาทมิฬ  หนิงเทียนเติบโตขึ้นมากแม้แต่กลิ่นอายของมันก็เปลี่ยนไป จากระดับองค์รักษ์ขั้นหกก็เลื่อนมาอยู่จุดสูงสุดขององครักษ์ขั้นเจ็ด 

หนิงเทียนใช้เวลาในการเลื่อนระดับจากองครักษ์ขั้นที่สามมาถึงจุดสูงสุดของขั้นที่เจ็ด ภายในเวลาสามปี 
แม้ว่าทะเลปราณของหนิงเทียนจะกว้างกว่าคนทั่วไป แต่ความเร็วในการบ่มเพาะระดับนี้แทบจะไม่ต่างจากอัจฉริยะในนิกายใหญ่ของพื้นที่ราบภาคกลาง

หนิงเทียนลุกยืนและกำลังเดินออกจากถ้ำ ในระหว่างที่เดินออกจากถ้ำนั้น มันก็ได้เปิดริมฝีปากออก “พ่อบ้านมู่หกเดือนมานี่ท่านตามติดข้าคล้ายกับเป็นเงาประจำตัว”

“แม้ว่าข้าจะหลบหนีท่านกี่ครั้ง ท่านก็ตามข้าเจอได้เสมอ นี้จะเป็นการหนีครั้งสุดท้ายของข้า ถ้าท่านสามารถตามข้าเจออีกครั้ง ข้าจะยอมกลับไปกับท่าน” สิ้นเสียงสุดท้ายของหนิงเทียน เขาตะวัดกระบี่พิรุณโปรยไปยังด้านบนของปากถ้ำ

ตูมมมม... ก้อนหินขนาดยักษ์นับสิบร่วงหล่นลงมาปิดปากถ้ำจนสนิท
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 660 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #1207 แมวดมกาว'วว (@kookiooo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 18:37
    ลำบากเซบาสเตียนอีกแล้ว
    #พ่อบ้านทุกคนชื่อเซบาสเตียน
    #1207
    0
  2. #635 Aunking03 (@Aunking03) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 15:02
    สนุกครับ
    #635
    0
  3. #476 SAOW (@Sunako_333) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 15:57
    ขอบคุณค่ะ
    #476
    0
  4. #458 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 09:07
    ลำบากท่านพ่อบ้านมู่จริงๆ
    #458
    0
  5. #105 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 23:36
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #105
    0