War of Emperor สงครามราชันย์จักรพรรดิ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 462,960 Views

  • 1,243 Comments

  • 7,118 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    14,876

    Overall
    462,960

ตอนที่ 146 : ตลาดมืด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 505 ครั้ง
    16 ก.ค. 61

ฮาฮาๆๆ ได้ยินเช่นนั้นซีฉินหัวเราะเสียงดัง มันกล่าวออกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยลมปราณหมายจะให้ได้ยินไกลออกมากที่สุด

“ในที่สุดหางเจ้าก็โผล่ออกเสียที เมื่อเจ้าเป็นพวกขี้ขลาดใยต้องอวดอ้างเป็นจ้าวโอสถมาหลอกลวงผู้คน ดีวันนี้ถึงเจ้าจะไม่กล้าประลองแต่ข้าซีฉินได้กระชากหน้ากากจอมปลอมของเจ้าออกมาให้ ทุกคนได้ชมก็นับว่าไม่เสียเวลาแล้ว”


“เจ้านี่ช่างพูดมากเสียจริงๆ ข้าบอกเพียงว่าไม่สนใจเท่านั้น ข้าไม่ได้หมายความว่าจะไม่ประลอง”

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” ซีฉินหรี่ตาลงพร้อมกล่าวออก

“ข้าบอกว่ากฎที่เจ้าคิดนั้นไม่ต่างอะไร กับเด็กที่เล่นขายของ การประลองความเข้มข้มของตัวยานั้น เป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี ถ้าเจ้าคิดจะประลองกฎฟ้ากับข้า เจ้าต้องใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน”

“ประลองเป็นตาย!!” 
“หรือว่าเจ้าเด็กนี้ต้องการประลองเป็นตาย?” 

ได้ยินคำกล่าวของหนิงเทียนฝูงชนโดยรอบฮือฮาขึ้นมาในทันใด


“เจ้าต้องการที่จะใช้กฎที่3 ประลองเป็นตายกับข้า ฮาฮาๆได้ ได้นับว่าเจ้ามีความกล้า ข้าจะเล่นกับพวกเจ้าสักหน่อย 
ข้ารู้ว่าเจ้าคงไม่โง่พอที่จะใช้การต่อสู้เป็นการตัดสิน จงรีบกล่าวมาไม่ว่าเรื่องใดข้าก็ตกลง”ซีฉินหัวเราะออกเสียงดังพร้อมกล่าวด้วยเสียงเย็น


หนิงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นแต่ใบหน้าของมันยังคงนิ่งอยู่เช่นเคย“ข้าได้ยินว่าเจ้านั้นมีฉายาว่าหัตถ์พิษ และสำนักที่เจ้าอยู่ยังโอ้อวดตัวเองว่าสำนักร้อยพิษ 

พวกเจ้าคงมีความมั่นใจในมันอยู่ไม่น้อย ดีถ้าเช่นนั้น เจ้าและข้าปรุงโอสถขึ้นมาคนละ1เม็ด ต่างฝ่ายต่างแลกกันกินมันเข้าไป ผู้ใดรอด ถือว่าเป็นผู้ชนะเป็นกฎที่ง่ายดีใช่หรือไม่?” 


“ไอ้เด็กนี้สงสัยจะบ้า มันไม่รู้จักหัตถ์พิษ ซีฉินหรือยังไง?” 

“มันไม่บ้า มันก็ต้องโง่แน่ๆ เห็นได้ชัดว่าถ้าเป็นการวัดที่ระดับความเข้มข้นของตัวโอสถ เจ้าเด็กนี้ยังพอมีโอกาสหนึ่งในล้านที่สวรรค์จะบันดาลให้มันชนะได้ 
แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นการปรุงโอสถพิษละก็โอกาสในล้านของมันก็หมดไปด้วย” 

“เจ้าพูดถูกมันเห็นสำนักร้อยพิษเป็นอันใด เจ้าเด็กนั้นไม่มีทางหาวัตถุดิบระดับสูงกว่าสำนักร้อยพิษมาปรุงโอสถได้แน่ มันแพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้งแล้ว”

“พวกเจ้าอย่าพึ่งดูถูกไป เจ้าเด็กนั้นใช่หัวหน้าตระกูลซือหม่าหรือไม่?  ข้าเคยเห็นมันที่สมาคมการค้าจ้าวสมุทร”

“เมื่อเจ้าพูดมาข้าก็พึ่งนึกขึ้นได้ ถ้าใช่คนเดียวกันละก็ การต่อสู้ครั้งนี้ชักไม่แน่แล้ว น่าตื่นเต้นจริงๆ”



เวลานี้พ่อค้าแม่ค้ารวมถึงฝูงชนโดยรอบต่างปั่นป่วน พวกมันมองไปยังภาพตรงหน้าและการสนทนาที่ได้ยินพร้อมกับวิจารณ์ออกอย่างหนาหู


เวลานั้นเสียงของซีฉินได้ดังขึ้นมาทำให้ฝูงชนโดยรอบเงียบสงบลงทันที “ดีตกลงตามนี้ ข้าจะให้เวลาเจ้าเตรีมวัตถุดิบ ในวันนี้พรุ่งนี้ หลังจากพระอาทิตย์ขึ้นกลางศีรษะไป2ชั่วยาม 
เจ้าจงนำวัตถุดิบ สมุนไพรที่จะใช้ในการปรุงโอสถมายังศาลาหยางจู พวกเราจะประลองกฎฟ้ากันที่นั้น”


“ตกลง”หนิงเทียนตอบรับอย่างไม่แยแสใดๆพร้อมกล่าวต่อแก่ฝูงชนที่บัดนี้พวกมันมุงดูจนเต็มทางเดิน 
“ข้ามีเรื่องที่ต้องไปทำอีก หลีกทางให้ข้า” กล่าวจบฝูงชนที่เนืองแน่นแหวกออกเป็นทางเดิน คล้ายกับถนนที่สร้างขึ้นจากตัวมนุษย์


หานเจินที่ใบหน้าซีดเซียวจากอาการบาดเจ็บเวลานี้สีหน้าของมันแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มออกราวกับว่ามันกำลังเห็นความตายของหนิงเทียน ฉางอวี้ที่ช่วยพยุงมันอยู่ก็มองไปยังแผ่นหลังของหนิงเทียนด้วยสายตาเย้ยหยันในความโง่ของมัน


ขณะที่หนิงเทียนเดินจากไป ผู้ที่ติดตามมันไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาแม้แต่น้อย ทั้งจินเหล่าต้าและจั่วจิงหนาน พวกมันล้วนประจักษ์ถึงฝีมือการปรุงโอสถของหนิงเทียนด้วยตาตัวเองแล้ว 
ภายในใจมันได้แต่คิดสังเวชซีฉินเป็นอย่างยิ่ง พวกมันก้าวเดินจากไปด้วยความเงียบ


ไม่นานนักจินเหล่าต้าเปล่งเสียงขึ้นมาทำลายความเงียบนั้น “พี่ชายหนิงพวกเรายังจะไปตลาดมืดกันอยู่ไม่หรือว่าเราจะไปสมาคมการค้าจ้าวสมุทรเพื่อหาซื้อสมุนไพรพิษดี?”

“แน่นอนว่าต้องเป็นตลาดมืด ข้าไม่ต้องการให้คฤหาสน์ที่ใหญ่โตของข้ามีเพียง5คนแน่ๆ อีกทั้งวันพรุ่งนี้ในยามเช้าพวกเราต้องเดินทางไปตระกูลมู่กันและในยามบ่ายข้าต้องไปประลองไร้สาระอีก เห้อ...ข้ามีภาระมากมายจริงๆ”
หนิงเทียนกล่าวออกกับจินเหล่าต้าพลันระบายลมหายใจออกมายาว

ได้ยินเช่นนั้นจินเหล่าต้ายิ้มแห้งๆออกมา จากนั้นมันนำกลุ่มของหนิงเทียนเดินตรงไปยังตลาดมืดเส้นทางเดินของพวกมันนั้นคล้ายบันไดวนที่ดำดิ่งลงไปสู่พื้นเบื้องล่าง

ตลาดมืดแห่งนี้มันไม่มีชื่อเรียกเป็นเรื่องเป็นราว ทุกคนรู้จักมันในนามตลาดมืดเท่านั้นและแม้มันจะอยู่ภายใต้เมืองฉางผิงแต่มันไม่ใช่ตลาดของเมืองฉางผิงแต่อย่างใด 
ไม่มีใครล่วงรู้ว่าผู้ใดเป็นผู้ก่อตั้ง หรือมันอาจจะไม่มีผู้ก่อตั้งมาตั้งแต่แรกแล้ว 

มันเป็นย่านแลกเปลี่ยนเสรีที่ผู้ฝึกตนคนใดก็สามารถขายสินค้าได้เพียงแค่วางมันลงกับพื้นและสิ่งของส่วนใหญ่ที่ขายในตลาดมืดนั้นมักจะเป็นสิ่งของที่ขโมยมาหรือสิ่งที่ได้มาจากการแย่งชิง 


จินเหล่าต้านำกลุ่มของหนิงเทียนเดินมายังส่วนในสุดปรากฏเป็นชื่อ หอการค้าเหล่าตง
พวกมันทั้งห้าเดินไปยังภายใน ไม่นานนักก็มีชายชราสวมชุดคลุมยาวเดินออกมาต้อนรับอย่างเป็นมิตร
“ยินดีต้อนรับนายน้อยทั้งห้าสู่หอการค้าเหล่าตง ทางร้านเรามีการค้ามนุษย์ในทุกระดับตั้งแต่มนุษย์ธรรมดาไปยันผู้ฝึกตนดินแดนองครักษ์ให้เลือก ราคาของมันก็จะลดหลั่นกันไป”


จินเหล่าต้ากวาดสายตาไปโดยรอบ มันกล่าวออก “เถ้าแก่ มีทาสในหอการค้าเหล่าตงกี่คน”

ชายชรายิ้มตอบอย่างสุภาพ “ตอนนี้เหล่าตงของเรามีมนุษย์ธรรมดา 5000คนกลุ่มนี้มีราคาอยู่ที่1แสนเหรียญทอง แดนนักรบ 1000คนจะมีราคาอยู่ที่5แสนเหรียญทองและแดนองครักษ์200คนอยู่ที่ราคา5ล้านเหรียญทอง
 
ในกลุ่มมนุษย์แบ่งเป็นชาย3000และหญิง2000 ในกลุ่มนักรบมีหญิง100คนและในแดนองครักษ์มีแต่กลุ่มผู้ชาย นายน้อยต้องการข้ารับใช้ เป็นชนชั้นใดขอให้ท่านได้บอกมา”


หนิงเทียนกล่าวออก“ในตลาดมืดแห่งนี้มีเหล่าตงของเจ้าเท่านั้นที่ค้าทาส?”

ชายชราได้ยินเช่นนั้นคิ้วของมันขมวดเข้าหากันโดยทันที ในหอการค้าของมันมีจำนวนทาสมากกว่า5000คน เหตุใดคนพวกนี้ถึงยังถามหาที่อื่นอีก มันกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก 
“เหล่าตงของเราผูกขาดการค้าทาสแต่เพียงผู้เดียวในตลาดมืดแห่งนี้”

จินเหล่าต้ารีบกล่าวออก “เถ้าแก่ อย่าพึ่งไม่พอใจพวกเรา พวกเราไม่ได้คิดดูถูกว่าหอการค้าท่านไม่ดี แต่พวกเราคิดว่าจำนวนแค่นี้ไม่เพียงพอ”....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 505 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #796 r123123 (@r123123) (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 11:30

    รอจนได้อ่านจุใจ

    ขอบคุณจ้า

    #796
    0
  2. #784 อาริกาโตะ Yass (@Chai996) (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 15:39

    เถ้าแก่​ : หะ!! อะไรน่ะคุณ ณ​ ชาย



    ขอบคุณครับ​

    #784
    0