War of Emperor สงครามราชันย์จักรพรรดิ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 446,210 Views

  • 1,232 Comments

  • 7,011 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    11,315

    Overall
    446,210

ตอนที่ 128 : ประมูลความอับอาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8395
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 592 ครั้ง
    9 เม.ย. 61

การประมูลยังคงล่วงเลยไป มันผ่านสิ่งของไปนับสิบๆชิ้นๆ ล่วงเวลาจนอาทิตย์ใกล้จะขึ้นกลางศีรษะแล้ว ของสำคัญล้วนถูกประมูลไปเป็นรายการต้นๆแล้ว 
ในส่วนของที่เหลืออยู่ในช่วงท้ายๆนั้น มันมักจะเป็นสิ่งของที่มีมูลค่าเริ่มต้นต่ำที่สด และของสิ้นสุดท้ายในการประมูลช่วงเช้านั้น ก็ถูกนำออกมา

“สิ่งของชิ้นต่อไปสำหรับการประมูลนั้น เป็นรายการสุดท้ายในช่วงเช้าและยังเป็นรายการที่ถูกที่สุดในการประมูลอีกด้วย”
กล่าวถึงตรงนี้ เอี้ยหยวนหยุดกล่าวออกชั่วครู่ ตัวมันทำหน้าที่มาเกือบร้อยปี แต่ไม่เคยประกาศขายของเช่นนี้มาก่อน มันจึงใช้เวลาอยู่หลายหายใจครุ่นคิดถึงวิธีการบรรยายสินค้าตัวนี้ 

ก่อนจะกล่าวออก “เอาละ ท่านผู้เข้าร่วมประมูลทุกท่าน ของสิ่งนี้ออกจะแปลกไปเล็กน้อย 
ถ้าข้าจะบอกว่ามันคือเหรียญทอง10ล้านเหรียญที่นำมาให้ทุกๆท่านเริ่มประมูลในราคาเริ่มต้น10เหรียญทองนั้น ก็นับว่าไม่ได้กล่าวเกินจริงอันใด”


“เอ๋ ใครมันโง่เอาเงิน10ล้านเหรียญมาเปิดประมูลกัน ท่านเอี้ยหยวนอาจจะกล่าวอันใดผิดหรือเปล่า” เสียงผู้ฝึกตนคนหนึ่งดังออกมา….
.

เอี้ยหยวนได้ยินเช่นนั้น มันทำได้แต่เพียงยิ้มออก ก่อนจะนำหนังสัตว์ขนาดเล็กออกมาผืนหนึ่ง 
“นี้คือสัญญาหนี้มูลค่า10ล้านเหรียญทอง จากการประลองกฎฟ้า มันเป็นสัญญาหนี้ของนายน้อยตระกูลจ้าว จ้าวหยาง และผู้ที่นำมันออกมาประมูลคือท่านซือหม่า หนิงเทียน โดยข้าขอเริ่มมันที่ 10เหรียญทอง”


การที่เริ่มเพียง10เหรียญทองนั้น เพียงเพราะหนิงเทียนต้องการให้การประมูลครั้งนี้ค่อยๆไต่ระดับของมูลค่าขึ้นไปเรื่อยๆจนใกล้เคียงเพดานราคาของมันคือ10ล้านเหรียญทอง 
ยิ่งการประมูลครั้งนี้จบช้าเพียงใดมันยิ่งสร้างความอับอายให้แก่ตระกูลจ้าวมากขึ้นเท่านั้น

และเหตุผลสำคัญที่หนิงเทียนเลือกจะนำสัญญาหนี้ของจ้าวหยางมาประมูลในครั้งนี้เพราะหลายสำนัก หลายนิกายที่เดินทางมาร่วมงานประมูลของสมาคมการค้าจ้าวสมุทร
ส่วนใหญ่จะมีอำนาจที่ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวตระกูลจ้าวแต่อย่างใด มันมีความสามารถเพียงพอที่ซื้อสัญญาหนี้และไปทวงถามแก่ผู้นำตระกูลได้อย่างเปิดเผย



“เมื่อไม่มีความสามารถที่จะทวงถาม ให้นิกายกระบี่เทวดาของพวกเราเก็บหนี้ก้อนนี้แทนเป็นอย่างไร 1แสนเหรียญทอง” ฮุยฟานประกาศก้องเสียงดังออกมาทันที

ได้ยินเช่นนี้เหมือนสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางห้องส่วนตัวหมายเลข1 เส้นเลือดปรากฎบนหน้าผากจ้าวเทียนไห่หลายสาย ก่อนมันจะกล่าวถามบุตรชายของมันด้วยเสียงเกรี้ยวกราด “นี้มันหมายความว่าอย่างไร?”

“ท่านพ่อ...” ใบหน้าของจ้าวหยางซีดลง มันได้แต่กล่าวด้วยเสียงในลำคอเล่าถึงเหตุการณ์ทั้งหมดในกองคาราวานให้แก่บิดาของมันฟัง

ยิ่งได้ยินเช่นนั้นความโกรธของจ้าวเทียนไห่ ยิ่งมากขึ้น ฝ่ามืออันใหญ่หนาของมันทุบลงไปที่โต๊ะไม้เสียงดัง “ถ้าเจ้าไม่สังหารมันด้วยตนเอง เจ้าก็ไม่ใช่ลูกหลานตระกูลจ้าวและบุตรชายของข้าจ้าวเทียนไห่อีกต่อไป”

“แต่....แต่ท่านพ่อผู้คุ้มกันของมันฝีมือสูงมาก ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง” จ้าวหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงวิตก


“ไม่ต้องห่วง ข้าจะจัดการผู้คุ้มกันเอง เจ้ามีหน้าที่เดียวคือสังหารมันล้างความอัปยศนี้ให้ได้ ไม่เช่นนั้นอย่าได้คิดถึงตำแหน่งผู้นำตระกูลคนถัดไปเลย”จ้าวเทียนไห่กล่าวออกเสียงดังด้วยความครุ่นเคือง

ขณะเดียวกันการประมูลสัญญาหนี้ของจ้าวหยางยังดำเนินต่อไป

“2แสน5หมื่นเหรียญทอง” 
“2แสน8หมื่นเหรียญทอง” หรงจื่อเสนอราคาเพิ่ม

“3แสนเหรียญทอง ตระกูลหวินของเราขอเข้าร่วมด้วย”ผู้ฝึกตนในกลุ่มคนด้านล่างประกาศตัวออก

“ตระกูลหวิน เป็นเพียงตระกูลชั้นกลางของเมืองจี้หลิน ยังมีความสามรถที่จะเข้าร่วมประมูลเช่นนั้นตระกูลจูของข้าก็จะร่วมด้วย 3แสน2หมื่นเหรียญทอง”


“ตระกูลจ้าวแม้จะเป็นตระกูลใหญ่ แต่ข้าไม่สนใจ ถ้าข้าประมูลมันได้และหากตระกูลจ้าวคิดจะบิดพลิวไม่ยอมจ่าย 
ข้ารับรองเรื่องนี้จะกลายเป็นหัวข้อสนทนา ยามเช้าในอาณาจักรฟ้าสวรรค์แน่ๆ 4แสนเหรียญทอง” ผู้ฝึกตนที่อยู่ด้านล่างกล่าวประมูลอย่างแข็งขัน


หานเจิงหัวเราะออก “ถ้าข้าได้มันมา....พรุ่งนี้ข้าจะไปเคาะถึงหน้าประตูตระกูลจ้าว” มันกล่าวต่อเสียงดัง “5แสนเหรียญทอง”
ด้วยโทสะที่ยังหลงเหลือจากน้ำทิพย์อมฤทธิ์ หานเจิงไม่รีรอที่จะเข้าร่วมประมูลความอับอายของตระกูลจ้าวอย่างไม่เกรงใจ


ในชั้นล่างของลานประมูล 
“เดียวนะ เจ้าไม่คิดว่ามันแปลกๆหรอกหรือ?” เสียงของกลุ่มผู้ประมูลในชั้นล่างดังขึ้น
“แปลก? แปลกอย่างไร”
“นายน้อยจ้าวหยางจะเป็นหนี้บุคคลไร้ชื่อถึง10ล้านเหรียญทองได้อย่างไร ไม่ใช่ว่ามันเป็นสัญญาปลอมหรอกหรือ”
“เรื่องนี้ข้ารู้ ข้าได้ข่าวจากลูกพี่ลูกน้องว่า จ้าวหยางพ่ายแพ้กระดานเหล็กหยินหยางแก่เด็กหนุ่มผู้หนึ่งในขบวนของท่านเกาซุน” ผู้ฝึกตนตะโกนโต้ตอบกันไปมา

“ดี....ถ้าเช่นนั้น ข้าขอร่วมด้วยอีกคน 5แสน5หมื่นเหรียญทอง”

“อย่าได้ฝันจะเอาลาภก้อนโตไปเป็นของตัวเอง 6แสนเหรียญทอง” เวลานี้มีผู้ฝึกตนไม่ต่ำกว่าครึ่งเข้าร่วมการประมูลรายการนี้ 

...

ภายในห้องส่วนตัวหมายเลข1 จ้าวเทียนไห่มันได้แต่ปิดปากเงียบ สองมือกำแน่นด้วยโทสะ ถ้าตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสมาคมการค้าจ้าวสมุทรมันจะต้องพุ่งตรงไปยังหนิงเทียนแน่นอน

การประมูลสินค้าชิ้นสุดท้ายของช่วงเช้ายังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ แม้แต่เอี้ยหยวนยังอดไม่ได้ที่จะระบายลมหายใจออกมา “ข้าไม่เคยเจอการประมูลที่ยาวนานเช่นนี้มาก่อน”

ด้วยการเริ่มต้นมันที่10เหรียญทอง ทำให้ผู้เข้าร่วมประมูลทั้งหมดสามารถที่จะเข้าร่วมได้ 
อีกทั้งมันยังเป็นการไล่ราคาขึ้นมาเรื่อยๆ จึงทำให้กินเวลานานเกือบชั่วยาม และยิ่งการประมูลยาวนานมากเท่าใด กลุ่มผู้ฝึกตนยิ่งวิจารณ์ถึงตระกูลจ้าวมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน


“1หยกนิล” เสียงตวาดลั่นดังออกมาจากจ้าวเทียนไห่ มันทนไม่ได้แล้วจะที่ฟังเสียงก่นด่าไปมากกว่านี้ มันจึงยินยอมที่จะประมูลสัญญาหนี้ของบุตรชายมันด้วยตัวเองเพื่อหวังที่จะจบการประมูลด้วยเร็ว

การสูญเสีย1หยกนิลนั้นถ้าเทียบกับราคาจากน้ำทิพย์อมฤทธิ์ มันอาจจะไม่ทำให้ตระกูลจ้าวต้องลำบากก็จริง แต่การต้องใช้เงินออกไปในเวลานี้ทำให้การประมูลคฤหาสน์ซื่อจิ้งมีความเสียงมากขึ้นไปอีก



หนิงเทียนแย้มยิ้ม พร้อมกล่าวออกผ่านผ้าม่านที่ช่วยปิดบังใบหน้าของมัน “ท่านจ้าวเป็นบิดาที่เยี่ยมยอดจริงๆ นับถือนับถือ” 


จ้าวเทียนไห่พยามข่มโทสะพร้อมกล่าวออกด้วยเสียงเป็นปกติ “ก็แค่เพียง 1หยกนิลเท่านั้นหาใช่เรื่องใหญ่สำหรับตระกูลจ้าวไม่”
การแสดงออกจ้าวเทียนไห่นั้นทำให้ผู้คนที่รู้จักมันรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย ชื่อเสียงของมันนั้นจะออกไปทางโหดร้าย เกรี้ยวกราด แต่เวลานี้สามารถข่มความโกรธลงได้ สายตาของมันจับจ้องไปยังหนิงเทียนอย่างไม่กระพริบตา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 592 ครั้ง

0 ความคิดเห็น