War of Emperor สงครามราชันย์จักรพรรดิ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 445,450 Views

  • 1,232 Comments

  • 7,009 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    10,555

    Overall
    445,450

ตอนที่ 123 : ปอกลอกจนหมดตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8710
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 508 ครั้ง
    23 มี.ค. 61

หนิงเทียนยิ้มออกพร้อมส่ายหน้า “ถ้าเจ้าต้องการปอกลอกมัน ไม่ใช่เพียงแค่เอาทุกอย่างมาจากมันเท่านั้น 
เจ้ายังต้องทำให้มันเป็นหนี้เจ้าอีกด้วย” กล่าวจบหนิงเทียนโยนแหวนมิติสีทองที่ได้มาจากลั่วผอให้แก่จินเหล่าต้า 

“ในนี้มีเหรียญทองอยู่3ล้านเหรียญ เจ้าเอามันไปข้างล่างเดียวนี้” หนิงเทียนมองไปยังใบหน้าที่ประดับด้วยอาการงุนงงของจินเหล่าต้า มันจึงกล่าวย้ำอีกครั้ง  
“รีบไป ขอให้ข้าได้ดูฝีมือของเจ้าแห่งปัญญาเสียหน่อย”


“ไปข้างล่าง พี่ชายหนิงหมายถึง?”เวลานี้มันรู้สึกงุนงงกับคำพูดของหนิงเทียนอยู่ไม่น้อย ก่อนที่มันจะตั้งสติครุ่นคิดอยู่ชั่วลมหายใจเข้าออก ขณะที่ดวงตาทั้งสองของมันค่อยๆโตขึ้นเรื่อยๆ

 “ข้ารู้แล้วข้ารู้แล้ว”สิ้นเสียงของมัน จินเหล่าต้าลุกขึ้นและตรงออกไปจากห้องส่วนตัวหมายเลขสี่อย่างรวดเร็ว มันรีบลงไปปะปนอยู่กับฝูงชนนับพันในชั้นล่างของการประมูล

เวลานี้จิวหูมองไปยังเสื้อคลุมสีดำด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว เส้นเลือดค่อยๆปรากฏบนหน้าผากของมันทีละน้อย ท่าทางของมันแสดงออกชัดเจนว่าต้องการเสื้อคลุมประดิษฐ์ตัวนี้อย่างที่สุด


คุณสมบัติของเสื้อคลุมตัวนี้สามารถทำให้มันตามตัวเป้าหมายที่ต้องการได้ตลอดเวลาและด้วยสัญชาตญาณทั่วไปของมนุษย์ 
แม้มันจะเก็บซ่อนสมบัติไว้อย่างมิดชิดแล้วก็ตามที แต่ถึงอย่างไรคนผู้นั้นก็อดไม่ได้ที่คอยตรวจเช็คสมบัติที่เก็บซ่อนไว้อย่างแน่นอน 

และด้วยความสามารถที่ทำให้มันติดตามเป้าหมายได้ตลอดเวลานั้น ไม่ได้หมายถึงว่ามันสามารถหาที่เก็บซ่อนสมบัติของเป้าหมายมันได้ด้วยหรอกหรือ 
ทุกคนในที่นี้ไม่มีใครสามารถใช้ประโยชน์จากเสื้อคลุมประดิษฐ์ตัวนี้ได้เท่าแมวขโมยอย่างมันแล้ว


คิดได้เช่นนั้นจิวหูกัดฟันแน่นมันลดศักดิ์ศรีของตัวเองพร้อมตะโกนออก“ข้าต้องการเสื้อคลุมประดิษฐ์ตัวนี้ แต่ข้ายังขาดเงินอยู่อีก3ล้านเหรียญทอง 
ใครก็ตามที่ให้ข้าได้หยิบยืม3ล้านเหรียญทองนี้ คนผู้นั้นถือว่าเป็นผู้มีพระคุณของข้าจิวหูและข้ายังจะใช้เหรียญทองคืนเพิ่มอีก5แสนเหรียญทองอีกด้วย”


ด้วยเงินสามล้านเหรียญทองสำหรับบุคคลทั่วไปนั้นนับว่ามากมายเกินกว่าจะให้ผู้ใดหยิบยืมได้ง่ายๆ แต่สำหรับตระกูลชั้นสูงนั้นการให้ยืมสามล้านและได้คืนเพิ่มขึ้นอีกห้าแสนนับว่าเป็นการค้าที่น่าสนใจไม่น้อย 
และที่สำคัญมันยังได้สร้างหนี้บุญคุณให้กับแมวขโมยจิวหูที่มีชื่อเสียงในสามเมืองใหญ่อีกด้วย

แต่ถึงอย่างไร แต่ละคนนั้นมีเป้าหมายในการมาร่วมการประมูลครั้งนี้ ไม่มีใครบอกได้ว่าถ้ามันยอมให้จิวหูหยิบยืมไปนั้น มันจะพลาดโอกาสได้สมบัติที่มันหมายป้องหรือไม่ นี้เป็นสิ่งที่กลุ่มคนในห้องส่วนตัวกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก

แต่ทันใดนั้น จู่ๆเสียงของจินเหล่าต้าดังออกมาจากฝูงชนเบื้องล่าง ราวกับว่ามันเป็นเพียงผู้เข้าร่วมประมูลธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น “พี่ชายจิวหู ข้าสามารถให้ท่านยืม3ล้านเหรียญทองได้”

ได้ยินเช่นนั้นจิวหูรีบค้นหาต้นตอของเสียงจากกลุ่มคนนับพันอย่างรวดเร็ว มันมองไปยังจินเหล่าต้าด้วยแววตายินดีก่อนจะถามย้ำอีกครั้ง“เจ้าพูดจริง”

“แน่นอนพี่ชายจิวหู ข้าจินเหล่าต้านั้นมาเพื่อชมความยิ่งใหญ่ของการประมูลเท่านั้น ไม่ได้มีสิ่งของที่อยากได้แต่อย่างใดและถ้าเงินสามล้านเหรียญของข้าช่วยให้พี่ชายจิวหู บรรลุความปรารถนาได้นั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ดี” 
จินเหล่าต้ากล่าวด้วยเสียงอ่อนน้อมชวนฟังอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเสเพลอันดับหนึ่งแห่งฉางผิง


“ดีน้องชาย ข้าจิวหูซาบซึ้งในน้ำใจของเจ้ามากนัก เมื่อเจ้ามีน้ำใจแก่ข้า ข้าจะไม่ปฎิเสธน้ำใจของเจ้า เอาอย่างนี้ข้าจิวหูเป็นลูกผู้ชาย ข้าจะเขียนสัญญาหนี้ให้แก่เจ้า3ล้านห้าแสนเหรียญทองเพื่อความสบายใจของเจ้าดีหรือไม่”

“ขอบคุณพี่ชายจิวหูมากๆ”จากนั้นจินเหล่าต้าได้นำเงินสามล้านเหรียญทองใส่แหวนมิติสีขาวพร้อมโยนไปให้จิวหูอย่างรวดเร็วและรับสัญญาหนี้กลับคืนมาโดยทันที


สำหรับทวีปฟ้าสวรรค์แล้วสัญญาหนี้นั้นนับว่าเป็นสิ่งสำคัญผู้ใดบิดพลิ้วต่อสัญญามันผู้นั้นจะถูกทอดทิ้งจากผู้คนทั่วทั้งทวีปฟ้าสวรรค์
และกรณีที่เลวร้ายที่สุดถ้าเรื่องถูกร้องเรียนไปยังอาณาจักรฟ้าสวรรค์มันอาจจะกลายเป็นนักโทษเลยก็เป็นได้
 
และด้วยสิ่งนี้เอง มันแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมความเจริญของอาณาจักรฟ้าสวรรค์ที่ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ที่เจริญแล้วเฉกเช่นปัจจุบันแม้แต่น้อย

หลังจากที่จิวหูรับเงินมา3ล้านเหรียญทอง มันกล่าวออกพร้อมจับจ้องไปยังหนิงเทียนที่กำลังนั่งอยู่หลังผ้าม่าน “13ล้านเหรียญทอง”

หนิงเทียนได้ยินเช่นนั้นมันยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยจากนั้นมันกล่าวออกแก่หยูหยู “มีสุราที่ดีกว่านี้อีกหรือไม่?” เวลานี้มันไม่ได้สนใจการประมูลเสื้อคลุมประดิษฐ์อีกต่อไปแล้ว

“13ล้านเหรียญทองครั้งที่3 ผู้ชนะรายการประมูลเสื้อคลุมประดิษฐ์ตัวนี้ได้แก่ นายท่านจิวหู” เสียงประกาศของเอี้ยหยวนดังขึ้นไปทั่วทุกสารทิศ มันปรับเปลี่ยนมาเป็นน้ำเสียงปกติพร้อมกล่าวต่อ 
“เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาเริ่มประมูลในของชิ้นที่สองกันเลย”

กล่องสีครามปรากฏขึ้นบนโต๊ะพร้อมสตรีในชุดครามเป็นผู้เดินนำพามาอย่างเช่นเคย เอี้ยหยวนค่อยเปิดกล่องสีครามพร้อมกับประกาศออก
“รายการที่สองเป็น แกนอสูรของเสือหิมะแดนใต้ สัตว์อสูรลมปราณขั้นที่3 มันเป็นแกนอสูรในระดับวีรชน 
ด้วยความวิเศษของมันสามารถช่วยลดระยะเวลาในการบ่มเพาะลมปราณลงได้มากกว่า1เดือนและที่สำคัญมันยังเป็นส่วนผสมสำคัญในการปรุง 'โอสถบรรลุแจ้ง' 
โอสถสำหรับทะลวงคอขวดของแดนแห่งปราชญ์อีกด้วย โดยราคาเริ่มต้นของมันอยู่ที่1ล้านเหรียญทอง”


“ข้าต้องการมัน ด้วยแกนอสูรขั้นที่3 ข้าสามารถก้าวไปเป็นวีรชนคนที่11ของเมืองฉางผิงได้ ...1ล้าน2แสนเหรียญทอง” เสียงตะโกนราคาดังมาจากกลุ่มคนด้านล่าง

“ใครจะไปยอมเจ้า!!! ถ้าข้าพลาดมันตอนนี้ ข้าไม่รู้ว่าจะไปหาแกนอสูรขั้นที่3ได้จากที่ใดอีก 1ล้าน4แสนเหรียญทอง”

เหล่าผู้ฝึกตนด้านล่างที่ไม่ได้เป็นตระกูลใหญ่หรือสำนักใหญ่ ต่างแย่งชิงประมูลกันอย่างบ้าคลั่ง 
ด้วยคำบรรยายสรรพคุณของเอี้ยหยวนกอปรกับบรรยากาศในโถงประมูลใหญ่นี้ ทำให้ราคาของสินค้าแต่ละชิ้นพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว




แต่ถึงอย่างไรแกนอสูรปราณขั้นที่3นั้นก็ไม่ได้ทำให้ผู้ฝึกตนในตระกูลใหญ่หรือสำนักรอบนอกเคลื่อนไหวได้ แม้ว่าสัตว์อสูรขั้นที่3 จะมีพลังเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนในแดนวีรชนขั้น9ก็จริง 
แต่สำหรับตระกูลใหญ่แล้วพวกมันมีวิธีมากมายในการเอาชนะเหลาสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าตัวเอง เพียงเพราะมนุษย์นั้นมีปัญญาและจำนวนคนที่เหนือกว่า 

“1ล้าน5แสนเหรียญทอง” 
“1ล้าน6แสนเหรียญทอง”

เวลาเดียวกับที่ผู้ฝึกตนด้านล่างกำลังประมูลกันอยู่นั้นประตูในห้องส่วนตัวได้เปิดออก จินเหล่าต้าเดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม 
“พี่ชายหนิงเทียนไม่น่าเชื่อว่าเสื้อคลุมประดิษฐ์ของข้าจะขายได้ถึง1หยกนิลกับอีก3ล้านเหรียญทอง พี่ชายหนิงไม่ต้องห่วง ด้วยเงินจำนวนนี้ท่านสามารถใช้ซื้อทุกอย่างที่ต้องการได้” 

หนิงเทียนได้แต่ส่ายหน้า “ไม่จำเป็น ของที่ข้าต้องการ ข้าจะซื้อมันด้วยตัวเอง”

ในขณะที่หนิงเทียนและจินเหล่าต้ากำลังสนทนากันอยู่นั้น เสียงของประตูในห้องของพวกมัน เปิดออกอีกครั้ง 
ปัง!!!! เสียงเปิดประตูดังสนั่นไปทั่วห้องส่วนตัวที่4 เผยให้เห็นร่างของแขกที่ไมได้รับเชิญ มันเป็นชายชราในชุดคลุมสีทองสง่า ด้วยลมปราณที่แผ่ออกมารอบๆตัวของชายชราผู้นี้ ทำให้คิ้วทั้งสองข้างของหนิงเทียนขมวดเข้าหากันอย่างอัตโนมัติ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 508 ครั้ง

0 ความคิดเห็น