War of Emperor สงครามราชันย์จักรพรรดิ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 446,707 Views

  • 1,232 Comments

  • 7,020 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    11,812

    Overall
    446,707

ตอนที่ 102 : เงินของข้ามันโชคร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9270
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 460 ครั้ง
    25 ม.ค. 61

สามวันต่อมา  ณ. ประตูเมืองที่สูงเด่นประดับไปด้วยหยก เสียงของล้อเกวียนดังกระทบพื้นเป็นช่วงๆ ผู้คนมากมายที่หลงเสน่ห์สีสันของรูปลักษณ์ภายนอกต่างทยอยเข้าเมืองกันโดยหวังที่จะทำการค้า


“เจ้า เป็นใคร” ทหารยามยังคงตรวจตราอย่าเข้มงวด 

“พี่ทหารข้าเดินทางมาที่นี้เพราะได้ยินชื่อเสียงของเมืองลี่หลินว่าเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องของหยก”

“ถอดผ้าคลุมหัวเจ้าของ”ทหารอีกคนกล่าวสั่งเสียงแข็ง

มันระบายลมหายใจออกมาก่อนจะดึงผ้าคลุมที่ปิดศีรษะตนเองออก ปรากฎให้เห็นใบหน้าของหนิงเทียนภายใต้ผ้าคลุมนั้น“พี่ชายข้าเข้าไปได้หรือยัง”


“ยัง เจ้าต้องจ่ายค่าเข้าเมืองมาก่อน 10เหรียญทอง” ทหารยามกล่าวออกด้วยสายตาที่โหดเหี้ยม


“พี่ทหาร ไม่ใช่ว่าข้าไม่ยากให้เงินท่านนะ แต่ว่าข้าจะบอกอะไรให้พี่ทหารได้ฟังอย่างหนึ่ง 
ตัวข้านั้นเป็นคนอัปโชค ถ้าผู้ใดได้เหรียญทองข้าไป คนผู้นั้นจะต้องดวงจู๋ไปนานเลยละ” หนิงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง


ได้ยินเช่นนั้น ทหารยามบังเกิดอาการกลัวขึ้นภายในใจ มันนั้นเป็นผู้รับเงินก็จริง
แต่เงินทุกเหรียญทองจะถูกส่งไปให้ท่านเจ้าเมืองทั้งหมด ในขณะที่มันกำลังจะกล่าวผ่อนปรนให้แก่หนิงเทียนนั้น 


‘ฮ่าฮ่าฮ่าๆๆๆ’ เสียงหัวเราะดังลั่นออกมาจากภายในประตูเมือง เจ้าของเสียงหัวเราะนั้นค่อยๆเดินตรงมายังหนิงเทียน

ทหารยามทั้งหมดในบริเวณนั้นยืนตรงแสดงความเคารพพร้อมกล่าวออก “แม่ทัพม่อ”


ม่ออู่เพียงพยักหน้าแก่เหล่าทหาร พร้อมทั้งกล่าวออก “เจ้าหนุ่ม เจ้าบอกว่าเงินของเจ้ามันอัปมงคลใช่หรือไม่”

“ถูกต้องแล้วท่านแม่ทัพ” หนิงเทียนกล่าวตอบอย่างแย้มยิ้ม


“ไร้สาระ คำโป้ปดของเจ้าหลอกลวงได้เพียงทหารยามเท่านั้น ส่งเงินมาข้าจะรับไว้เอง” ม่ออู่กล่าวออกด้วยท่าทีดุร้าย


หนิงเทียนจำใจหยิบเงิน10เหรียญทองให้แก่ม่ออู่พร้อมกับกล่าวเตือนอีกครั้งหนึ่ง 
“อย่าได้โทษข้านะท่านแม่ทัพ ถ้าเกิดโชคชะตาของท่านมันไม่ดี”กล่าวจบมันเดินหายเข้าไปในเมือง



ในระยะเวลา3วันที่ผ่านมา อาการบาดเจ็บของหนิงเทียนดีขึ้นกว่า5ใน10ส่วน 
แต่พลังปราณในร่างของมันพึ่งจะเติมเต็มดวงตะวันได้เพียงดวงเดียวเท่านั้น ยังเหลืออีกถึงเจ็ดดวงมันถึงจะสร้างรากฐานกลายเป็นปราชญ์อย่างแท้จริง 



หนิงเทียนคำนวณคราวๆมันต้องใช้เวลาอีกราวหนึ่งเดือนถึงจะเติมเต็มทั้งแปดดวงและใช้พลังปราณได้เหมือนเดิม 
ในระหว่างที่มันคล้ายกับเป็นคนพิการนี้มันต้องระวังตัวเป็นอย่างมาก


และด้วยเหตุผลเช่นนี้มันจึงต้องปลอมตัวแฝงเข้ามากับกลุ่มพ่อค้า แต่เมื่อมันได้พบกับแม่ทัพม่ออู่แล้ว ความหนักใจของมันก็คลายลง แม่ทัพของเมืองลี่หลินเป็นเพียงองครักษ์ขั้น1เท่านั้น 


หนิงเทียนใช้เวลาเดินสำรวจทั่วทั้งเมืองลี่หลินอยู่ชั่วครู่ และก็เป็นไปตามที่มันคาดคิดระดับเฉลี่ยของทหารในเมืองนี้แข็งแกร่งกว่าพวกชนเผ่าต่างๆเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


มันยังใช้เวลาอีกเกือบชั่วยามเพียงเพื่อสำรวจสำนักหรือขุมกำลังที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองนี้ แต่แล้วมันพบว่าเป็นม่ออู่ที่แข็งแกร่งที่สุดเมืองนี้


เวลานี้การที่มันต้องต่อสู้กับแดนองครักษ์ขั้น1 นั้นเพียงแค่ร่างกายและกระบวนท่าก็เพียงพอแล้วที่จะล้มพวกมันลงได้ 
คิดออกเช่นนั้น หนิงเทียนไม่รอช้า มันตรงไปยังจวนเจ้าเมืองทันที 




บริเวณใจกลางคฤหาสน์เจ้าเมือง ปรากฏฝูงชนนับร้อยคนรวมกลุ่มกันอยู่ สีหน้าของแต่ละคนตกอยู่ในความหวาดกลัว บ้างก็อยู่ในความคลุ้มคลั่ง

“ปล่อยหมีดำออกมา” สิ้นเสียงของเจ้าเมือง ทหารยามนับสิบส่งแรงดึงโซ่เหล็กเปิดกรงของสัตว์เดรัจฉานออก

“ใครสังหารหมีดำตัวนี้ได้ ข้าจะให้รางวัล100เหรียญทองทั้งยังไม่ต้องไปทำงานเหมืองหยกอีกต่อไป 

พวกเจ้าจงสร้างความบันเทิงให้แก่ข้า เพราะมันจะเป็นทางรอดเดียวของพวกเจ้า” สิ้นเสียงของเจ้าเมืองลี่หลิน 

หมีดำที่เป็นสัตว์ป่าขั้น2 พุ่งเข้าฉีกร่างชาวบ้านทีละคนสองคน เสียงกรี๊ดร้อง โหยหวนดังขึ้นอย่างน่าอเนจอนาถ


หนิงเทียนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาเฉยเมย มันไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า 
เป้าหมายในการมาครั้งนี้ของมันเพื่อช่วยเหลือคนรักของฉางอินเท่านั้น ไม่ใช่มาเพื่อปลดปล่อยผู้คนเหลานี้


เวลาผ่านไปชั่วกาน้ำเดือด ไม่ว่าจะด้วยโชคชะตาหรือความบังเอิญ หนึ่งในกลุ่มชาวบ้านได้ใช้มีดแทงยังกลางหน้าผากหมีดำ 


ตุ้บบบ!!! ร่างอันใหญ่ยักษ์ของหมีดำล้มลงกับพื้น


“ข้า....ข้าทำได้” ชายฉกรรจ์ตะโกนออกมาด้วยความดีใจ ขณะที่มันกำมีดที่เปื้อนเลือดของหมีดำไว้แน่นคล้ายว่าถ้ามันปล่อยมีดลง หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามันเป็นผู้สังหารจะหายไป

เจ้าเมืองลี่หลินคำรามออกมาด้วยความโกรธ “บัดซบเจ้าสารเลวนั้น บังอาจสังหารหมีดำของข้า ทหาร!! จับมันไปสังหาร” 


“อย่า......อย่าเข้ามา”ชายฉกรรจ์ร้องอออกเสียงหลง พร้อมทั้งหันไปกล่าวด้วยท่าทีหวาดกลัวอย่างสุดแสน “ท่านเจ้าเมือง ท่าน...ข้าสังหารหมีดำได้ ทำไมท่านถึงผิดคำพูด”



“น่าเบื่ออะไรเช่นนี้...” สุ้มเสียงดังออกมาจากกลุ่มของชาวเมือง ปรากฏเป็นร่างของหนิงเทียนกำลังก้าวออกมาหยุดยืนท่ามกลางฝูงชน


“หืมม? เจ้าว่าอย่างไร” เจ้าเมืองลี่หลินถามออกอย่างไม่เชื่อหู มันไม่คาดคิดว่าจะมีคนกล้าต่อต้านมัน


“ดูเหมือนจะไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าพูด ข้าหมายถึง ข้าเบื่อที่จะดูการแสดงตลกของเจ้าอีกแล้ว” มุมปากของหนิงเทียนยกขึ้นอย่างน่าหวาดกลัว


“สารเลว กล้าขัดขืนข้าตาย....   ทหาร!!  ฆ่ามัน” สิ้นเสียงของเจ้าเมืองทหารนับสิบกรูกันเข้าใส่หนิงเทียนทันที



หนิงเทียนไม่เพียงแต่จะปลายตามองด้วยซ้ำ ดินแดนนักรบขั้นที่7และ8 นับว่าเป็นเพียงมดในสายตาของมัน

หนิงเทียนปล่อยหมัดออก ด้วยวิชากายาเทพอสูรของมัน แม้จะมิได้ใช้ลมปราณส่งเสริมก็เพียงพอแล้วที่จะสังหารเหลาทหารมดในหนึ่งหมัด



ปัง!!! ร่างกายของทหารที่พุ่งเข้าใส่ถูกหมัดขวาของหนิงเทียนส่งร่างให้ลอยล่องไปตกยังเบื้องหน้าเจ้าเมืองลี่หลิน


เห็นเช่นนั้นทหารที่เหลือหยุดชะงักเท้าแข็งพวกมันไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย
แตกต่างจากชาวบ้านโดยรอบอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าของพวกมันเริ่มมีสีเลือดขึ้นราวกับว่าพวกมันได้พบนักบุญที่ยิ่งใหญ่เดินทางมาโปรดพวกมัน

“เฮ้!!! ท่านนักบุญมาโปรดพวกเราแล้ว!!!”
“จริงๆด้วยพวกเรารอดแล้ว??”
“ข้าไม่อยากเชื่อเลย ในที่สุดฟ้าก็เปิดให้พวกเรา?!!!”
“ฮื่อๆ ขอบคุณสวรรค์!”

เสียงโห่ร้องสรรเสริญปะปนกับเสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นไม่หยุด


ทันใดนั้นเสียงตวาดก้องดังลั่นไปทั่วจวนเจ้าเมือง “หุบปากเจ้าพวกโง่!!!!!” 

สายตาของหนิงเทียนเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “คิดว่าข้ามาเพื่อช่วยพวกเจ้า?อย่าได้ฝันเลย 
ข้าละเกลียดพวกที่ชอบพึ่งพาแต่คนอื่นเป็นที่สุด พวกสวะชั้นต่ำอย่างพวกเจ้าตายไปสักพันสองพันคน โลกนี้ก็ไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย"


คราวนี้มันเปล่งเสียงที่ดังยิ่งกว่าทุกครั้งจนทั่วทั้งบริเวณ "คนที่เอาแต่รอคอยความช่วยเหลือจากผู้อื่นอย่างพวกเจ้านะ เน่าตายไปก็ไม่มีใครสนใจ ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 460 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(