ยอดนางมาร

ตอนที่ 4 : บทที่ 2 ท่านพ่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 626
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    5 เม.ย. 61

           
             เคยมั้ยที่ตื่นขึ้นมาในที่ที่ดูจะไม่ใช่ของเรา

            เคยมั้ยที่รู้สึกว่ามีคนสองคนกำลังขัดแย้งกันในตัวเอง

            เคยมั้ยที่คุณจะได้รับโอกาสที่จะมีชีวิตใหม่ ใหม่จริงๆ

            “ให้ตายสิ น่ารำคาญว่ะ”วาโย ไม่สิ เฟิงผิงสบถเป็นภาษาไทย

ถ้าเคยอย่างที่กล่าวข้างต้นคุณอาจจะเป็นไบโพล่าร์ ถุ้ย ไม่ใช่สินี้ฉันทะลุมิติมาจริงๆ

หลังจากที่ทวนความทรงจำไปมาและนอนแบ๊บอยู่บนเตียงไม่ให้แผลสะเทือน นางก็ระลึกได้ว่าที่นี้ไม่ใช้การย้อนเวลาอย่างแน่นอน หนึ่งเพราะในโลกใบนี้มีทั้งอาทิ เวทมนตร์ กำลังภายใน สัตว์อสูร และอื่นๆที่ขี้เกียจจะกล่าวเพราะมันเยอะมว๊าก และนี้ก็ผ่านมาได้สองเดือนแล้ว แผลที่หลังนางตกสะเก็ดเป็นรอยแผลเป็นอย่างหน้าเกลียดตั้งแต่เดือนแรก แต่ก็ช่างเถอะมันแก้ไขอะไรแผลไม่ได้ แต่ช้าแต่ ใช่ว่านางจะไม่เอาคืนคนที่ทำให้นางเป็นแผลเป็นแบบนี้

แต่นางก็ไม่ได้ทำอะไรมากหรอกนะ

แค่เอาหมามุ้ยโยนใส่เสื้อผ้าเหล่าพี่สาวและแม่เลี้ยงใจร้าย ถถถ นี้มันซินเดอเรลล่าเวอร์ชันจีนโบราณป่ะวะ เอาพริกกี่เม็ดไม่รู้นะ ไม่นับ ไปโคลกใส่อาหารทุกสำหรับขของเหล่าพี่สาวและแม่เลี้ยง เอ้ย จางฮูหยิน  ไม่สิ ไม่ใช้แค่นั้น ทั้งอาหารของเหล่าคนใช้ โดนนางจัดหมดอ่ะ

ที่ไม่โดนจับได้อะหรอ ก็เพราะนางเป็นเด็กตัวเล็กผอมเพียว ตะลอนหลบซ้าย หลบขวาก็แอบเข้าไปได้ทุกที่ โฮะๆๆ หรือบางทีที่นางทำเองไม่ได้ก็ใช้เจ้าจงเฉิงหน้าตายให้เป็นประโยชน์สิ อิๆๆ

จงเฉินหน้าตายคือใครอะหรอ จำตอนที่แล้วได้มั้ยล่ะ องครักษ์ยังไงล่ะเจ้าคะ ที่ท่านพ่อส่งมาให้นางไง

นางเคืองหนักมากที่ท่านพ่อไม่เคยรับรู้ถึงนาง นางจึงใช้เขาหนักมาก ใช้ตั้งแต่ซักผ้าไปจนถึงงานครัว งานบ้านเลยที่เดียว โฮะๆๆ

และไม่อยากจะกล่าวถึงวีรกรรมในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาจริงๆนะ เพราะ มัน เยอะ มว๊าก

อยากจะหัวเราะเป็นภาษาอาหรับ

เด็กหญิงอ่อนแอหลี่เฟิงผิงได้ตายไปแล้ว ณ ตอนนี้คือหลี่เฟิงผิงเวอร์ชันใหม่ไฉไลแน่นอน วาโยรับประกัน

ช่วงดาร์กๆตอนแรกๆที่มาก็พอทำใจได้แล้ว เพราะยังไงก็มีชีวิตอยู่แม้จะไม่ใช้โลกเดิมก็ตามเถอะนะ

และนี่เป็นหนึ่งวันที่ดูจะไม่ธรรมดาอีกต่อไปแล้วในช่วงชีวิตที่ฉันมาอยู่ที่นี่ของฉันเพราะว่าท่านแม่ทัพบูรพาหรือบิดาของร่างนี้กำลังจะกลับมาที่จวนในรอบสี่ปีเพราะสงครามที่ชายแดนได้จบลงด้วยสัญญาสงบศึกแล้ว นางรู้ได้ยังไงน่ะหรอ ก็จงเฉิงยังไงแล้ว อับดุลจงเฉิงถามอะไรตอบได้แทบทุกเรื่องยกเว้นเรื่องตัวเอง ลึกลับสุดๆจริง

“คุณหนูเจ้าขา ตื่นหรือยังเจ้าคะ”

เสียงของแม่นมมี่หลิงดังขึ้นทำให้ร่างเล็กที่นอนหลับตาพริ้มลืมตาขึ้น

“ตื่นแล้ว”ฉันตอบเสียงเรียบก่อนจะลุกขึ้น แล้วไปจัดการธุระส่วนตัวของตนเองโดยที่ไม่ให้แม่นมมี่หลิงช่วย พอจัดการตัวเองเสร็จก็หยิบชุดสีฟ้าอ่อนขึ้นมาอย่างแปลกใจ

“คุณหนูเจ้าขา ฮูหยินเอกให้บ่าวนำชุดนี้มาให้ตั้งแต่ยามเหม่า(เวลา 05.00 น. จนถึง 06.59 น.)แล้วเจ้าค่ะ

ราวกับนางรู้ใจว่าฉันจะสงสัยนางส่งเสียงบอกทันขวันทันที่ที่ฉันหยิบชุดไป ฉันจึงสวมใส่มันอย่างคล่องแคล่ว ที่นางใส่ลุดได้คล่องอย่างนี้ก็ลองผิดลองถูกมาเป็นเดือนเชียวล่ะช่วงแรกๆใส่ไม่เป็นลวมบ้างแน่นไปบ้างจนแม่นมนางจับใส่ใหม่ตั้งหลายรอบเลยล่ะแต่ตอนนี้นางใส่เป็นแล้ว ชุดนี้ถึงแม้ทรงจะต่างไปจาดชุดปกติของนางบ้างแต่นางก็พอจับทางได้ล่ะนะ

หลังจากที่นางแต่งตัวเรียบร้อยนางก็เดินออกจากฉากไปให้แม่นมมี่หลิงดูว่านางใส่ถูกหรือไม่ แม่นมมี่หลิงก็เดินเข้ามาตรวจดูดึงๆขยับๆจนนางพอใจจึงได้ค่อมตัวถอยหลังไป

“จะรับสำหรับเลยมั้ยเจ้าคะ”แม่นมมี่หลิงถามนาง

“นี่ยามอะไรแล้ว”

“ยามเฉินเวลา( 07.00 น. จนถึง 08.59 น.)เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพน่าจะมาถึงในยามอู่(เวลา 11.00 น. จนถึง 12.59 น.)เจ้าค่ะ”นางมี่หลิงตอบ

“รับเลย”ฉันตอบรับนางแล้วนางก็เดินออกไปเตรียมสำหรับ

สำหรับที่ตอนแรกมีเพียงข้าวต้มเละกับเศษผักนั้นแต่ตอนนี้นางปลูกผักกินเองแล้วโชคดีที่เรือนนี้มีครัวอยู่ทำให้นางไม่ลำบากมากนัก

 

เมื่อรับสำหรับเสร็จนางก็ออกไปเดินเล่นโดยที่มีจงเฉิงกับมี่หลิงเดินตามอยู่ห่างๆ

ฉันมองกอบัวในสระน้ำอย่างเหม่อลอยพลางนึกถึงเรื่องราวต่างๆก่อนที่จะได้ยินเสียงบางอย่างที่ชวนน่าหงุดหงิด

“เฟิงผิง”

เสียงจีบปากจีบคอดังขึ้น ปรากฏร่างระหงที่อายุเจ็ดขวบปีของหลี่มี่หลินที่โบกแป้งผัดหน้าหน้าทาปากแดงจริตเกินเด็กเจ็ดขวบ

เมื่อเห็นดังนั้นหลี่เฟิงผิงจึงตีหน้านิ่งใส่ก่อนจะก้มศรีษะให้หลี่มี่หลินเล็กน้อยก่อนจะละสายตาหกลับไปมองบัวอย่างไม่อยากจะใคร่ใส่ใจ

จะมาไม้ไหนอีกนะ หลี่เฟิงผิงคิด ตั้งแต่นางมาอยู่ที่นี้แม้ตอนนางป่วยก็โดนรังแกสลับคนพี่คนน้องบางวันก็มาสองของพี่น้องต่างมารดาไม่เว้นแต่ละวันที่นางโดนรังแกตั้งแต่จิกกัดเล็กน้อยไปถึงเลือดตกหยาดออก

“เจ้ากล้าเมินข้าหรอ”หลี่มี่หลินขบเคี้ยวฟันอย่างหมั่นไส้โกรธเคือง นางคิดว่านางเป็นใครกันนังเด็กไร้แม่

แล้วเรื่องที่นางโดนโบยน่ะยังไม่เครียเลยนะ เพราะว่าตอนนี้ที่หลังนางมีรอยแผลเป็นชัดเจนเทียว นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ของสตรีสมัยนี้เชียวนะเพราะใครจะอยากแต่งงานกลับคนที่มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดอย่างนางกันล่ะ

“นี่ นังเด็กไร้แม่ อย่าคิดว่าวันนี้ท่านพ่อกลับมาแล้วเจ้าจะรอดจากข้านะ”หลี่มี่หลินพูดอย่างหงุดหงิดแล้วก็ผลักข้าที่ตัวเล็กกว่าจนล้มเกือบตกสระบัวแต่จงเฉิงที่รวดเร็วก็คว้าตัวฉันไว้ได้ทันก่อนะเดินถอยหลังตรงที่เดิม

“หึ”แล้วหลี่มี่หลันเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เดินสะบัดหน้าไป

                เมื่อหลี่เฟิงผิงเห็นว่าตัวปัญหาเดิมออกไปแล้วจึงได้ผงกหัวขอบคุณจงเฉิง แล้วเดินไปนั่งในศาลาริมบึงบัว

            นางนั่งเหม่อลอยอยู่พักใหญ่คิดถึงเรื่องที่ผ่านมา แต่แล้วก็มีเสียงเอะอะของเหล่าคนในจวนดังขึ้นนางจึงหันไปมอง

            “ท่านแม่ทัพน่าจะมาแล้วนะเจ้าค่ะ”

เสียงแม่นมมี่หลิงกล่าว นางจึงพยักหน้ารับแล้วลุกขึ้นเดินนำหน้าส่วนมี่หลิงและจงเฉิงก็เดินตามนางไปที่หน้าจวน

เมื่อมาถึงหน้าจวนแล้วก็เห็นแม่ใหญ่ของนางและพี่สาวทั้งสองของนางยืนอยู่แล้ว

“มาช้าเชียวนะลูกไปเล่นซนที่ไหนมา”เสียงนางกล่าวอย่างโอบอ้อมอารีแล้วนางก็เดินมาอุ้มนางแล้วเดินไปหาท่านพ่อที่ยืนนิ่งตั้งแต่นางมา

ท่านแม่ใหญ่ของนางก็ช่างเล่นใหญ่เสียจริงเชียวปกติไม่ยืมแม้แต่จะให้นางเดินผ่านตอนนี้กลับอุ้มนางเต็มสองแต่ก็ไม่วายเอาเล็บจิกที่หลังนาง

“ท่านพี่ ดูลูกเราสิเจ้าคะ โตปานนี้แล้ว”นางกล่าวแล้วก็เชิดหน้าข้าให้ท่านพ่อดู

โถ่ เบาแรงเป็นมั้ยเนี่ย

เมื่อข้าเห็นท่านพ่อเต็มตาก็ตกตะลึง

ว้าว งานดีมาก โครตหล่อเลยอ่ะ ขนาดลูกสามนะเนี่ย

            ท่านพ่อของนางใส่ชุดสีอ่อนท่าทางเหมือนบัณฑิตแต่ก็ไม่วายเผยให้เห็นผิวกร้านแดดและกล้ามเนื้อที่เด่นชัด

            ราวกับท่านพ่อจะรู้บางอย่าง จึงสบตากับจงเฉิงที่ที่อยู่ข้างหลังแล้วเอื้อมมือมาอุ้มข้าออกจากอกนางมารหน้าซื่อแล้วก็เดินนำออกไปโดยมือจงเฉิงเดินตาม

            เมื่อท่านพ่อเดินเข้าไปในเรือนใหญ่จนเลี้ยวไปท่างห้องเขียนหนังสือของท่านพ่อที่ข้าไม่เคยไปยืน แต่ว่านะข้าไม่เคยเยียบเรือนใหญ่เลยต่างหาก แต่ยังดีที่เรือนเล็กของข้าที่ท่านพ่อให้ข้าอยู่เป็นเรือนวายุที่ใหญ่ปานกลางและมีอะไรๆครบถ้วนดี

            “เป็นอย่างไรบ้างผิงเอ่อร์สี่ปีมานี้พ่อไม่เคยเว้นจากศึกมาหาเจ้าได้เลยตั้งแต่เจ้ายังเป็นทารก”เสียงของท่านพ่อช่างนุ่มนวลและอบอุ่นทำให้ในใจของข้าที่นึกตัดพ้อมาตลอดอ่อนยวบจนน้ำตาไหลแมะๆ

            “ร้องไห้เสียแล้ว โยเยเชียวนะเจ้า โอ๋ๆ”ท่านพ่อโอบตัวฉันและลูบหลังฉันอย่างอ่อนโยน ขนาดฉันขำจำหน้าท่านไม่ได้ด้วยซ้ำแต่ทำไมถึงโหยหาอ้อมกอดนี้นักนะ

            เมื่อโดนโอ๋ฉัน ไม่สิ ข้าก็ยิ่งร้องหนัก นี่คงเป็นผลมาจากความรู้สึกของร่างนี้สินะ ร่างของข้า


          ....................................................

     จบไปอีกหนึ่งตอนนะคะ ขอกำลังใจให้เป็นกงหน่อยนะเจ้าคะ อิอิ


     

 แถมรูปท่านแม่ทัพบูรพาหลี่ชาง

 

 

 

 

                           

           

 

           

 

B
E
R
L
I
N
?
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #8 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 21:24
    ขอบคุณค่ะ
    #8
    2
  2. #7 Markban2526 (@Markban2526) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 19:40
    รอนะค่ะ
    #7
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #6 Yunha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 19:24
    ติดตามค่ะ
    #6
    1
  4. #5 Patichat_lokom (@Patichat_lokom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 14:55
    รอนะค่ะ
    #5
    1
    • #5-1 MrsHolmes (@MrsHolmes) (จากตอนที่ 4)
      5 เมษายน 2561 / 15:04
      ค่าาาาา
      #5-1