หลงหมอ [สนพ.SENSE BOOK] --END--

ตอนที่ 4 : Ch.3 โลกกลมหรือพรหมลิขิต [100.00%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 376 ครั้ง
    3 ธ.ค. 60







ห ล ง ห ม อ


Ch.3 โลกกลมหรือพรหมลิขิต




:: PIT ::



     เทศกาลสอบผ่านพ้นไป นักศึกษากลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนเดิม ผมที่ไปค้างอยู่กับคิมเพื่อติวหนังสือซึ่งก็ไม่ค่อยได้ติวหรอก พอสอบวันสุดท้ายจบลง ผมในฐานะประธานรุ่นก็เลยจัดการรวมตัวเพื่อนฝูงชาววิศวะเครื่องกลเฉลิมฉลองชัยชนะเนื่องในโอกาสผ่านพ้นการสอบกันอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งหลังจากคืนนั้นจบลงผมก็กลับถิ่นเก่าที่คอนโดตัวเองและนอนแฮงค์ค้างจนถึงตอนสายของอีกวัน



                    เนื่องจากดีใจมากไปหน่อยตอนสอบเสร็จ เฮฮากันไป พอผลสอบออกนี่ซับน้ำตากันแทบไม่ทัน ยิ่งปีนี้เป็นปีสุดท้ายแล้วด้วยยิ่งต้องทำคะแนนให้ออกมาดูดี      


       

                    ปวดหัว...



                    ไม่น่าดื่มหนักเลย



                    ผมพลิกตัวหันหลังให้กับแสงแดดที่ลอดเข้ามา แล้วหลับตาลงอีกครั้งด้วยความขี้เกียจแต่ปรากฏว่านอนไม่หลับ เหลือบมองนาฬิกาก็เก้าโมงเข้าไปแล้ว ปกติเขาเป็นคนตื่นเช้าไม่เคยเกินเจ็ดโมงได้สักวัน วันนี้นี่นับว่าสายสุดๆ แล้ว เลยตัดสินใจลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงไปหาข้าวเช้ากิน



     แต่ตอนที่กำลังแต่งตัวนั้นเองเสียงท้องก็ร้องขึ้นมา



     เออ รู้แล้วว่าหิวเดี๋ยวก็ได้กินแล้ว รอแป๊บสิวะ



     ผมรีบแต่งตัวแล้วออกจากห้องลงลิฟต์ไป ระหว่างทางที่เดินอยู่ๆ คิดถึงใครบางคนขึ้นมา...



     ...หมอเติ้ล



     ยิ่งคิดถึงตอนที่เจอกันครั้งแรกใจก็ยิ่งเต้นแรง ผมยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดี...มันอบอุ่น ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งรู้สึกดี แต่ก็มีอีกความคิดดังบอกว่าให้ตัดใจดังขึ้นมา...มันก็คงเหมือนที่ผ่านมาล่ะมั้ง ไม่กี่วันเดี๋ยวก็ลืม ดังนั้นในช่วงไม่กี่วันนี้ผมขออยู่อย่างแอบชอบแล้วกัน



     ผมส่ายหัวไล่ความคิดบ้าบอที่ทำให้หัวใจเผลอเต้นแรงขึ้นมาแล้วเดินออกจากคอนโด ไปหาซื้ออะไรที่ร้านหน้าคอนโด ที่มีร้านขายของกินเต็มไปหมด



      “กะเพราไข่ดาวกล่องครับป้า” ตอนเช้าๆ แบบนี้ สมองยังคิดอะไรไม่ได้มากหรอก ก็ได้แค่อาหารสิ้นคิดแบบนี้แหละ แต่ระหว่างที่รออาหารอยู่นั้นเองหางตาผมก็ดันเหลือบไปเห็นร่างสูงสมส่วนที่ยืนอยู่ร้านข้างๆ



     นั่นมัน!



     หมอเติ้ลไม่ใช่หรือไง!!!



     ผมหันหน้าไปมองแบบเอาให้เต็มสองตายืนยันกับตัวเองว่าไม่ได้คิดถึงจนตาฝาด



     ชัดเจน...เต็มสองตาเลย นั่นมันคนที่ทำให้ผมคิดถึงและวนเวียนอยู่ในหัวมาตลอดห้าหกวันนี้



     แล้วนั่นเสื้อยืดธรรมดากับกางเกงขาสั้นและอีแตะสีแสบตา ผมก็ยังไม่ได้เซ็ต ดูเซอร์ๆ ผิดกับวันแรกที่เจอ แต่ก็...น่ารักโคตรๆ



     คนน่ารักกำลังคุยกับป้าคนขายแบบเป็นกันเองและนั่น ดูรอยยิ้มนั่นสิ! หมอฆ่าผมเหอะ ถ้าจะยิ้มหวานกระชากใจกันแบบนี้



     ผมต้องใช้เวลาช่วงนี้ให้คุ้มค่า กวาดสายตามองสำรวจคุณหมอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เอ่อ...ดูเหมือนจะสูงกว่าผมหน่อยๆ นะ ทุกสัดส่วนเรียกได้ว่าสมเป็นชายจริงๆ ไม่ได้ผอมแห้ง มีกล้ามเนื้อแบบดูดี



     “ไม่เบื่อหรอกครับ ผมชอบโจ๊กฝีมือป้ามากเลยครับ” เสียงสนทนาของร้านข้างๆ แอบดังมาถึงนี่ ซึ่งแน่นอนว่าคนร้านนี้ก็หูผึ่งเตรียมพร้อมอยู่แล้ว แล้วยิ่งเป็นคำที่หลุดออกมาจากปากของคนยิ้มสวยแล้วยิ่งตั้งใจฟังเป็นพิเศษ



     “กะเพราได้แล้วจ๊ะ” เสียงของป้าคนขายก็ดังขึ้นขัดต่อมเพ้อของผมไว้ ผมรับถุงมาพร้อมจ่ายเงินให้ แต่พอหันไปมองร้านข้างๆ อีกรอบก็ไม่มีหมอเติ้ลยืนอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว



     ไปไหน? ผมเริ่มมองไปรอบตัวก็หาไม่เจอเลยหันกลับไปรับเงินทอนจากป้าคนขายแบบเซ็งๆ



     ชวดเลยกู

 






     หลังจากอิ่มเอมกับมื้อเช้าเป็นที่เรียบร้อย ผมก็นั่งนึกถึงเรื่องเมื่อเช้า ผมเจอหมอเติ้ลใต้คอนโดแถมแต่งตัวสบายๆ อีก และกำลังเริ่มสงสัยว่าหมออาจจะอยู่ใกล้ๆ แถวนี้ก็เป็นได้



     ยังไม่ทันคิดจบ ก็ปักหลักนั่งขัดสมาธิกับพื้น คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาทันทีและโทรออกหาไอ้คนที่น่าจะรู้เรื่องที่สุด



     “ว่าไงมึง โทรมาแต่เช้า” รอไม่นานไอ้ตี๋มันก็รับสาย



     “มึงๆ รู้ปะว่าหมอเติ้ลอยู่ที่ไหน” ผมยิงคำถามทันทีแบบไม่คิดจะอ้อมค้อม



     “อื้อหือ อ้อมๆ บ้างก็ได้นะเพื่อน กูเพิ่งรู้ว่าเพื่อนกูแรดขนาดนี้" โดนมันด่าอีก



     “สัด กูไม่ได้แรดโว้ย...ตกลงจะตอบมาได้ยัง?”



     “รู้สึกจะคอนโดนะมึง" โอ้ไม่ๆๆ อย่าบอกนะว่าที่นี่



     “คอนโดไร?” ใจผมนี่เต้นตุบๆ แล้ว ลุ้นกับคำตอบมันฉิบหาย



     “มึงอยู่ที่ไหนนะ EST ปะ?”



     “เออ”



     “บิงโก! ที่นั่นแหละเพื่อน...เฮียเพิ่งซื้อห้องเมื่อสองอาทิตย์ก่อนเอง" นั่นไง บิงโกเลยไอ้พิท!



     “จริงจัง?” บางผมแอบคิดว่ามันจะแกล้งเล่น มันจะบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอวะ



     “จริงจังเว้ย ดีใจด้วยนะมึง ลากเข้าห้องง่ายหน่อย ฮ่าๆๆ”



     เฮ้ย เอาจริงดิ!!!



     “สัดดิ แค่นี้นะมึง” ผมขอทำใจแป๊บนะ ขอเวลาช็อกด้วย



     ฉิบหาย...การที่คนที่แอบชอบอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้เนี่ยไม่ปลอดภัยกับการแอบชอบแน่นอน



     โอเค...วันนี้ผมจะไม่ออกไปไหนเด็ดขาด ไม่พร้อมอย่างแรงพูดเลย ถ้าออกไปแล้วจ๊ะเอ๋นี่ผมกัดลิ้นตายเลยนะ



     ต่อหน้าไอ้ตี๋ก็ทำเป็นมั่นไปงั้นแหละ พอได้อยู่คนเดียวนี่มือหันไปคว้าหมอนหน้าแมวบนโซฟามากอดไว้ ซุกหน้าลงไปกับนุ่นนิ่มๆ ก่อนที่จะรู้สึกถึงความร้อนที่ค่อยๆ เห่อร้อนขึ้นมาทั้งหน้า มือที่กอดก็ยิ่งกอดหมอนแน่นกว่าเดิม



     เหี้ยเอ๊ย ก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้หรอก



     เขิน เขินมากบอกเลย เขินฉิบหายวายวอด ทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ๆ ยิ่งคิดก็อายตัวเอง ถ้าผมจะแพ้ให้หมอเติ้ลขนาดนี้



     หมอต้องรับผิดชอบนะเว้ย!








                    “โอย ง่วงฉิบหาย” ผมเอื้อมมือไปปิดนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ตอนตีห้าครึ่ง



                    ตั้งแต่เรียนมหา'ลัยมายังไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้เลยโว้ย!



                   แต่วันนี้ดันเป็นวันที่ไอ้ตี๋นัดผมที่มหาลัยตอนหกโมงครึ่งเพราะจะเอาบางอย่างที่ผมขอร้องอ้อนวอนแทบกราบตีนมันให้มันไปช่วยหามาให้



                    ผมลุกขึ้นจากเตียงช้าๆ เดินเอื่อยไปเข้าห้องน้ำและทำกิจวัตรประจำวันแบบโคตรสโลไลฟ์สุดๆ พอเสร็จเรียบร้อยมาเงยหน้ามองนาฬิกาอีกทีก็หกโมงแล้ว เลยสะพายกระเป๋าหยิบคีย์การ์ดแล้วเปิดประตูออกจากห้องไปแบบตาก็ไม่ค่อยจะเปิดเท่าสักเท่าไหร่



                   ผมโผล่หน้าออกจากห้อง ทั้งชั้นยังเงียบสนิทไม่มีใครออกมาจากห้องเลย ผมออกจากห้องปิดประตูล็อคให้เรียบร้อย แต่พอจังหวะที่จะหมุนตัวเดินไปที่ลิฟต์ ห้องฝั่งตรงข้ามก็เปิดประตูออกมา ผมหันไปมองเล็กน้อย และ...



                    ตื่นเลยครับ!


[ต่อแล้วนะ]

                    ไม่มีอะไรมากก็แค่หมอเติ้ลเปิดประตูออกมาแค่นั้นเอง



                    แล้วทางเดินนี่ก็ไม่ได้กว้างอะไรมากหรอกครับ ห่างกันไม่ถึงสามเมตร!



                    หมอเติ้ลอยู่ในชุดทำงาน เสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแลกธรรมดาและรองเท้าหนังสีน้ำตาล ไหล่ซ้ายสะพายกระเป๋าหนังคงเตรียมจะไปโรงพยาบาลแล้ว



                   ผมรีบตั้งสติเดินไปขึ้นลิฟต์ก่อนที่หมอเติ้ลจะล็อคประตูเสร็จ แต่พอจังหวะที่ผมก้าวเข้าไปนั้นก็รู้ว่ามีใครเดินเข้าตามหลังมา




                    ฉิบหายละ ในเมื่อไม่มีใครออกจากห้องเลยแล้วข้างหลังนี่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนที่อยู่ห้องตรงข้ามกับผมที่เกือบทำให้ผมยืนอึ้งอยู่หน้าห้อง!



                    แต่ตอนนี้จะช็อกตายแล้วครับ



                   ประตูลิฟต์ปิดลง ผมที่เข้าไปก่อนกดเลข 1 ด้วยมือที่สั่นสุดๆ หมอเติ้ลยืนอยู่ตรงข้ามกับผม ผมแอบเหลือบหางตามองเล็กน้อย เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเล่นโทรศัพท์อยู่



                    ผมยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น คอนโดนี่ก็ไม่รู้จะสูงไปไหน ถึงได้ใช้เวลาลงช้าเหลือเกิน ในลิฟต์เงียบสนิท แล้วผมก็รู้สึกร้อนขึ้นมา ใกล้มาก...ใกล้เกินไปแล้ว




                    ตึกตัก...ตึกตัก



                    หัวใจเริ่มเต้นเร็วขึ้น เลือดสูบฉีดไปที่ใบหน้าจนเห่อร้อนไปหมด ผมไม่กล้าหันไปมองอีกคนที่โดยสารลิฟต์ร่วมกัน เพราะกลัวว่าจะขาดใจตายตรงนี้ มันตื่นเต้นจนเกร็งไปหมด



                    ติ๊ง!



                    เสียงลิฟต์ดังขึ้นเมื่อลงมาถึงชั้นที่ต้องการ ผมเหมือนได้ยินเสียงสวรรค์ช่วยชีวิต ประตูลิฟต์ค่อยๆ เปิดออก หมอเติ้ลก้าวออกไปก่อน ผมก้าวออกตามไป พอออกมาแล้วก็ถอนหายใจออกมาหนักๆ ทีหนึ่ง แล้วเริ่มหันหาหมอเติ้ล ร่างสูงกำลังเดินไปที่ทางออก ผมรีบเดินตามไปติดๆ เว้นระยะห่างพอประมาณแล้วเดินตามไปเงียบๆ



      พอได้มาอยู่ใกล้ขนาดนี้ก็ยิ่งเห็นถึงส่วนสูงของหมอ วันก่อนที่เจอว่าสูงกว่านิดหน่อย แต่วันนี้ก็ได้เห็นใกล้ๆ ว่าห่างกันประมาณหกเจ็ดเซ็นต์เห็นจะได้



                    สูงขนาดนี้เลยเหรอ? ร้อยแปดสิบปลายๆ เลยนะนั่น



                    ผมเดินตามหมอเติ้ลห่างๆ ออกไปที่ลานจอดรถ ร่างสูงเดินไปหยุดที่รถฟอร์จูนเนอร์สีน้ำเงิน



                    รถสวยซะด้วย



                    ผมแอบคิดในใจ แล้วเลยจากรถของคุณหมอไปยังที่จอดมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง หยิบหมวกกันน็อกขึ้นมาสวม มองนาฬิกาข้อมือ...เหลืออีกสิบห้านาที



                   ต้องรีบแล้ว



                    ผมหยุดการตามสโตกเกอร์หมอเติ้ลไว้แค่นี้ รีบขับมอเตอร์ไซค์จากลานจอดรถก่อนจะที่ฟอร์จูนเนอร์คนนั้นจะออกตัว









                    “พระเจ้า! ไอ้พิทมึงมาเช้า!...อ๋อ กูรู้แล้ว ที่มึงรีบมาเพราะเป็นเรื่องของหมอเติ้ลของมึงนี่เอง” ทันทีที่ผมนั่งลงที่ม้าหินตรงข้ามไอ้ตี๋ มันก็เอ่ยแซวขึ้นมาทันที



                    เออ ก็จริงของมัน ที่วันนี้ผมมาเช้าได้ก็เพราะว่าเรื่องของหมอเติ้ลนั่นแหละ



                    “เออ” ผมไม่ปฏิเสธ



                    “แน่ะๆ ไม่ปฏิเสธด้วย...แหม อิจฉาคนอินเลิฟจัง~มันยังคงไม่เลิกแซว



                    “พอเลยมึง ไหนล่ะที่ให้ไปหา เอามาได้แล้ว” ผมรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่จะมันจะแซวจนผมเผลอยิ้มออกมา



                    “เขาบอกว่าคนเขินมักชอบเปลี่ยนเรื่อง...หน้าแดงหมดแล้วไอ้พิทเอ๊ย กูไม่คิดว่าเฮียเติ้ลจะทำให้มึงเป็นหนักได้ขนาดนี้นะเนี่ย เขินน่ารักจังครับน้องพิท ฮ่าๆ ...โอ๋ๆ ไม่ร้องนะแซวหน่อยเดียวเอง ฮ่าๆๆ”



                    “เขินเหี้ยไรของมึงห๊ะ หยุดเลย เอามาได้แล้ว” ผมพยายามกลบเกลื่อน ยิ่งมันแซวผมก็ยิ่งเขิน



                    “ฮ่าๆ อ่ะนี่” มันหยิบเอกสารออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งให้ผม ผมรับมาเปิดดูก่อนจะยิ้มออกมา



                    “กูขอไม่ผิดคนจริงๆ ว่ะ มึงหามาได้จริงด้วย แต้งมากเพื่อน” ผมหันไปขอบคุณมัน



                    ผมได้มาแล้ว



                    ตารางเวลางานของหมอเติ้ล



                    “เฮ้ยทำไมมึงพูดงี้วะ ระดับกูแล้วยังไงก็ต้องหาให้มึงได้แน่นอนอยู่แล้ว” มันได้ทีรีบเบ่งใหญ่ ผมเก็บใส่กระเป๋าอย่างโคตรหวง



                    “เออมึง เมื่อเช้านี้” ผมเริ่มหาคำปรึกษาจากมัน เมื่อเช้านี้แทบหัวใจวายตายจริงๆ



                    “ทำไมมีอะไร เจอคุณหมอเติ้ลของมึงอ่อ” มันพูดล้อเล่นๆ กะหาเรื่องแซวอีกเหมือนเดิมแหละ



                    “เออ” แต่มันคงไม่คิดว่าผมจะเจอจริงๆ เลยทำตาโตตกใจสุดติ่ง



                    “จริงจัง?” มันรีบถามกลับ



                    “จริง ตอนกูเปิดห้องออกมาตอนเช้าอะ”



                    “แล้วอยู่ชั้นเดียวกัน?” ไอ้ตี๋มันขัดขึ้นมา



                    “ไม่ใช่ชั้นเดียวกันธรรมดา ห้องตรงข้ามกันเลยไอ้ห่า!



                    “สัดเอาจริง? มึงไม่ได้ล้อกูเล่นใช่มั้ย” ดูมันจะตื่นเต้นกว่าผมอีกเหอะ



                    “ยิ่งกว่าจริงอีกสัด เสือกลงลิฟต์มาด้วยกันอีก ห่า กูตกใจแทบช็อก” ผมเล่าต่อ



                    “โหระยะประชิด มึงไม่เขินตายคาลิฟต์เหรอวะ” ไอ้ตี๋รีบใส่ ไอ้นี่มันสายแซวอยู่แล้ว อะไรแซวได้มันเอาหมดทั้งทางตรงทางอ้อม



                    “เกือบละ” ผมนึกถึงนี่ยังใจแอบเต้นแรงขึ้นมาอยู่เลย



                    “โชคดีฉิบหายเลยเพื่อน จากนี้กูว่าน่าจะได้เจอกันบ่อยกว่าเดิม...มึงต้องแบบแสดงความห่วงใยเขาเว้ยแต่ต้องไม่ให้เขารู้นะ ให้รู้ตัวก็พอว่ามีคนจีบอยู่” ผมลืมไปว่านอกจากชอบแซวชาวบ้านแล้วงานอดิเรกของมันอีกอย่างคือการเป็นพ่อสื่อให้คนอื่นเนี่ยแหละ



                    “ยังไงวะ?” พอผมถามอย่างนั้น มันดีดนิ้วออกมาพร้อมทำหน้าสนุกสุดๆ ก่อนจะเริ่มร่ายแผนการอ่อยออกมา...



TBC...



_______________________________________________

ถึงจะช้าแต่ก็มาแล้วนะเหวยยย (ที่ช้าเป็นเพราะความง่วงของเราเอง ต้องขอโทษมา ณ ที่นี้)

พิทเจอเซอร์ไพรส์แต่เช้าเลย แอบสงสารหน่อยๆ คือบางคนเขาไม่กล้าอยู่ต่อหน้าคนที่ตัวเองชอบไง แบบแค่ชอบมองอยู่ห่างๆมากกว่า พิทก็เป็นประเภทนี้แหละ

ส่วนตี๋นี่ไม่ธรรมดาแน่นอน จะอะไรยังไงต้องตามกันต่อ

และแน่นอนว่าแผนการอ่อยของตี๋ มันแบบ... (เราจะไม่สปอย ฮ่าๆ)


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


ปล.ถ้ามีคำผิดหรืออะไรที่ผิดๆ อย่าเพิ่งหงุดหงิดน้า เมนต์บอกไว้ได้เลยเนอะ เราจะรีบแก้ให้โลยย



ติดตาม ติชมและทวงนิยายได้ที่  จิ้มเลย


#เติ้ลพิท #หลงหมอ กันได้นะ


นมเย็นรักคนอ่านจัง -/////-












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 376 ครั้ง

1,210 ความคิดเห็น

  1. #1143 MaiNatkamon (@MaiNatkamon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 17:48
    พิทเขินน่ารักมาก5555
    #1143
    0
  2. #1073 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 08:48
    แผนการอ่อย 555
    #1073
    0
  3. วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 10:13
    แก้มแทบแตก น่ารักกกกจังเลยน้องพิทของเเม่
    #983
    0
  4. #941 Funikami Hane (@123456789011) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 22:56
    ตอนแรกเห็นบอกหมอสูงกว่าแต่ยิ้มสวยอาจจะเป็นเคะก็ได้แต่พอบอกว่าหกเจ็ดเซนนี่ไม่ได้แล้วล่ะพิทเชิญไปเป็นเคะแทนค่ะ โฮะๆๆๆๆ
    #941
    0
  5. #858 Solarbeam (@tambodin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 11:09
    เคะชัดๆ แม้จะเคยเมะมาเป็นสิบ แต่พอเจอหมอเติ้ลคือเคะไปเลย เมะไม่ขึ้น
    #858
    0
  6. #841 SPDDP Dayn (@pernar) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 13:09
    ตรงหน้าหมอคือน้องไงงงงงงงงง
    #841
    0
  7. #571 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:41
    หมอไม่สนใจน้องหน่อยหราาาาา
    #571
    0
  8. #526 Smuffy (@armymnn01) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:58
    หมอก็ไม่สนใจน้องเล้ยยย
    #526
    0
  9. #458 ploy_pat (@pat-arin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 00:14
    ลุ้นแทนพิท เขินตัวจะแตก 5555555555
    #458
    0
  10. #438 Ringka Maiyass (@ringkachan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 02:23
    อยากดิ้นแรงๆจนเตียงทะลุ มันเขินนน
    #438
    0
  11. #397 QUEEN OF BLACKNESS (@0932357752) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 20:30
    ต่างตนต่างจะรุก...งานนี้มันส์
    #397
    0
  12. #392 m ma ri (@may-mm111) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 11:55
    โอ้โหความอิจระดับแปด คนที่แอบชอบอยู่ห้องตรงข้ามบ้าบอ ฮอลลลล~~~~~
    #392
    0
  13. #277 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 09:57
    เด็กวิดวะนี่มุ้งมิ้งขนาดนี้เหรอคะตี๋ น้องพิทมีกุนซือดีนะเรา 555
    #277
    0
  14. #271 $iviα✻ (@rosetea) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 00:38
    พิทนี่เป็นเคะที่จะไปอ่อยหมอใช่มั้ยคะ พอดีเห็นบรรยายรอยยิ้มหมอ ชมหมอน่ารักตลอดๆเราชักไขว้เขว 555555
    #271
    0
  15. #189 หมูจีน้อย (@sopinpilast) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 21:40
    ตื่นเต้นแทนพิทเลยอ่ะ
    เขินนนนน
    #189
    0
  16. #52 Blueheart (@Bananabaot) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 01:03
    ตี๋ไม่ธรรมดายังไง หรือนางเอาไปบอกหมอแล้ว
    #52
    0
  17. #9 Tk0954519300 (@Tk0954519300) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 10:24
    หมอเติ้ลไงงงง
    #9
    0