Start a new life เริ่มต้นชีวิตใหม่ (END)

ตอนที่ 4 : Chapter:4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,790
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,022 ครั้ง
    12 ม.ค. 63



ผมตื่นขึ้นมาในช่วงสายของวันใหม่  เอื้อมหยิบนาฬิกาข้อมือที่ถอดวางไว้ข้างหมอนมาดู  ตอนนี้เวลา 9  โมงกว่าแล้ว   ผมและแม่ไม่มีโทรศัพท์มือถือทำให้การติดต่อสื่อสารกันได้ยากจะโทรไปหาก็ทำไม่ได้  จนแค่ไหนถามใจดูแล้วกัน  ป่านนี้แม่คงเป็นห่วงมากแล้วถึงผมจะบอกไว้ก่อนแล้วก็เถอะ

 

ผมรีบอาบน้ำแต่งตัว  ล้างแผลที่บอบช้ำหนัก  กินข้าวและกินยาเพื่อที่จะไปโชว์รูมรถใกล้ ๆ  วันนี้ผมแต่งตัวด้วยเสื้อยืดคอกลมแขนยาวสีขาวที่ซื้อมาเมื่อวานและกางเกงขาเดฟสีดำ  ยืนมองตัวเองในกระจกแล้วก็เซ็ง   


     “นี่ถ้าร่างเก่ากูแต่งแบบนี้นี่สาวๆ นี่เหลียวคอแทบหัก”  แต่พอมาอยู่บนร่างนี้มันดูอ้อนแอ้นยังไงก็ไม่รู้สิ  ถ้าหากผิวพรรณที่ซีดขาวกับตัวที่ผอมแห้งได้รับการบำรุงซักหน่อยบอกเลย!! สาวๆบางคนยังอายเลยครับพอคิดมาถึงตรงนี้แล้วดูเหมือนผมเพิ่งจะนึกอะไรขึ้นมาได้


     ‘ไม่นะ! หากอยู่ในร่างนี้ต้องมีให้ผู้มีงูมาจีบแน่นอน  เฮ้อ! กูมาอยู่ในจุดนี้ได้ยังไง?’


     ผมหยิบกระเป๋าสะพายหลังมา 1 ใบ  เอาเงินไว้ในกระเป๋าแค่ 2 ล้านพอ  ส่วนกระเป๋าอีกใบซ่อนไว้ใต้เตียงก่อน ผมสะพายกระเป๋าและเดินออกจากห้องทันทีโดยไม่ลืมล็อคห้อง  จุดหมายปลายทางแรกของผมคือโชว์รูมรถชื่อดังแบรนด์หนึ่ง  โชคดีหน่อยที่ผมสามารถทำธุรกรรมด้วยตัวเองได้เพราะผมอายุ 18 แล้ว  ก็เหลือแค่ใบขับขี่เท่านั้นโบกมือเรียกวินที่หน้าอพาร์ทเม้นและตรงไปยังจุดหมายทันที


เอี๊ยด


      เสียงล้อรถจักรยานยนต์เบรคที่หน้าโชว์รูมยี่ห้อดังในประเทศไทย  ผมจ่ายเงินให้พี่วินไปหนึ่งร้อยบาทและเดินตรงเข้าไปยังฝ่ายขายทันที


     "สวัสดีครับ ผมสนใจรถยนต์รุ่นนี้"  ผมพูดกับพี่สาวคนหนึ่งที่นั่งแต่งหน้าอยู่ที่หน้าเคาท์เตอร์และชี้ไปยังรถรุ่นที่ผมหมายตาเอาไว้ที่ราคาเกือบล้าน  สำหรับปักษ์รถคันนี้อาจจะดูแพงเกินไปแต่สำหรับผมบอกเลยว่าเมื่อก่อนผมขับแต่ซุปเปอร์คาร์เท่านั้นแต่นี่ไม่มีตังแล้วไงต้องประหยัด


     "คันนั้นหรอ? แพงนะ น้องจะซื้อหรอ?" พนักงานขายมองผมด้วยสายตาดูถูกและทำเป็นไม่สนใจผมแถมยังนั่งแต่งหน้าต่อ


     "โทษทีนะครับโชว์รูมนี้ทำงานกันแบบนี้หรอครับ" ผมชักสีหน้าและพูดเสียงดังมาก


     "ก็....."  พนักงานขายคนนั้นกำลังจะเถียงผมแต่ก็มีเสียงใครคนนึงพูดขึ้นมาก่อน


     "มีอะไรรึป่าวครับ?"  ผมหันไปมองชายแปลกหน้ารูปร่างท้วมแต่งตัวดูมีภูมิฐานเดินเข้ามาถามผม


     "ผมจะมาซื้อรถแต่พนักงานคนนี้ดูถูกผม  พูดเหมือนผมไม่มีปัญญาจะซื้อ  แต่ก็อย่างที่คุณเห็น  ไม่สนใจแถมยังนั่งแต่งหน้าต่อหน้าลูกค้า" ผมรีบตอบทันทีเพราะดูจากป้ายชื่อแล้วคนๆ นี้น่าจะเป็นผู้จัดการและยังมีท่าทีนอบน้อมมากราวกับถูกฝึกอบรมมาอย่างดี  ส่วนพนักงานขายคนนั้นหน้าเสียไปแล้ว     ผมไม่ชอบจริงๆ ที่เธอทำตัวน่ารังเกียจแบบนี้


     "ผมต้องขอโทษแทนพนักงานของเราด้วยนะครับ   ลูกค้าสนใจรถยนต์รุ่นไหนผมขออนุญาติดูแลลูกค้าแทนผมชื่อศักดิ์ชัย เป็นผู้จัดการขายครับ" คุณศักดิ์ชัยผู้จัดการขายของโชว์รูมแห่งนี้กล่าวขอโทษผมอย่างนอบน้อม  หากผมไม่จำเป็นต้องใช้รถป่านนี้ผมไปนานแล้ว


     "ครับ ผมชื่อปักษาหรือเรียกว่าปักษ์ก็ได้   ผมอยากได้รถยนต์รุ่นนี้และต้องการออกรถวันนี้เลยสามารถทำได้มั้ย"   ผมบอกความต้องการให้คนตรงหน้าฟัง  คุณศักดิ์ชัยเลิกคิ้วเบิกตากว้างเพราะไม่เคยเจอลูกค้าแบบนี้มาก่อนและพนักงานขายสาวคนนั้นก็ไม่ต่างกัน


     "เอ่อ สามารถทำได้ครับ  แต่จะรับเป็นตัวโชว์เลยมั้ยครับเพราะติดอุปกรณ์ตกแต่งครบหมดแล้ว    ถ้าเป็นคันในสต็อกเกรงว่าจะไม่ทัน" คุณศักดิ์ชัยรีบชี้แจ้งให้ผมทราบทันที


     "ได้ครับ เอาตามนั้นเลย แล้วผมต้องทำยังไงบ้าง" ผมถาม


     "เอ่อ คุณลูกค้าไม่เดินดูรถก่อนหรอครับ" ผู้จัดการขายถามเด็กหนุ่มด้วยความแปลกใจ


     "ไม่อะครับผมรีบ   รบกวนคุณช่วยรีบดำเนินการให้ผมด้วยแล้วกัน  อ่อ  ผมจ่ายเงินสดนะ"  สิ้นเสียงผม  คุณศักดิ์ชัยเบิกตากว้างอีกครั้งเพราะไม่คิดว่าจะปิดการขายได้รวดเร็วแบบนี้  


     ผมเดินไปนั่งโซนรับรองลูกค้าไม่นานแม่บ้านก็มาเสริฟน้ำและของว่าง      ผมเหลือบตาไปมองพนักงานขายคนนั้น  ตอนนี้เธอหน้าเสียไปอีกรอบแล้วเมื่อรู้ว่ารู้ค้าที่เธอดูถูกนั้นเป็นลูกค้าสายเปย์ตัวจริง    และเธอได้ชวดเงินค่าคอมม์ไปแล้ว  สาเหตุที่เธอทำตัวแบบนี้เพราะช่วงนี้เธอรับลูกค้ากี่คนต่อกี่คนก็ไม่ซื้อซักราย


     ผมเห็นคุณศักดิ์ชัยเดินตรงไปที่เคาท์เตอร์และพูดอะไรกับพนักงานขายคนนั้นก็ไม่รู้  แต่รู้ว่าตอนนี้เธอเดินร้องไห้ออกไปจากโชว์รูมนี้แล้ว  ไม่เกิน 10 นาที  คุณศักดิ์ชัยก็เดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารจำนวนหนึ่ง  ผมดูราคารถยนต์ในเอกสาร อืม 9xx,xxx บาท ผมเปิดกระเป๋าและยื่นเงินให้กับคุณศักดิ์ชัย  ใช้เวลานับไม่นานเพราะมีเครื่องนับธนบัตร ผมเซ็นเอกสารเสร็จเรียบร้อยก็ขับรถออกจากโชว์รูมทันที


     ผมขับรถป้ายแดงตรงไปยังอพาร์ทเม้นและเช็คเอ้าท์ออกเมื่อขนของเสร็จ  ผมขับไปยังเส้นทางกลับบ้านและต้องขับอย่างระมัดระวังเพราะผมไม่มีใบขับขี่หากถูกจับขึ้นมาซวยแน่ ๆ  ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้ว  ผมจอดรถแวะเติมน้ำมันและซื้ออาหารจากร้านสะดวกซื้อเพื่อเติมอาหารลงกระเพาะ  ผมจะลืมกินมื้อเที่ยงไม่ได้เพราะร่างกายผมตอนนี้ค่อนข้างแย่หากไม่กินข้าวกินยาเกรงว่าจะขับรถไม่ถึงบ้านเอา  ผมขับรถต่อไปและนั่งคิดเหตุผลเรื่องรถกับเงินที่ได้มาว่าจะบอกแม่ยังไงดี?   อืมม ถูกหวยสินะ ง่ายที่สุด


     ผ่านไปกว่า 2 ชม. ก่อนถึงบ้านผมแวะห้างสรรพสินค้าซื้อโทรศัพท์ยี่ห้อดังมา 2 เครื่อง เครื่องล่ะ 3 หมื่นบาท    ซื้อชุดนักเรียนใหม่มา 3 ชุด เพราะชุดที่ร่างนี้เคยมีเก่าและซอมซ่อมาก   แวะซื้อของสดและของใช้ในซุปเปอร์นิดหน่อย  เมื่อได้ครบหมดแล้วก็ขับรถตรงกลับบ้านทันที   บ้านของผมไม่มีที่จอดรถเพราะมันเป็นบ้านที่ติด ๆ กัน  ผมต้องจอดรถไว้ที่วัดและเดินเข้าบ้านถือของพะรุงพะรัง  เปิดประตูเข้าบ้านก็เจอแม่หน้าตาซูบเซียวนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว


     "กลับมาแล้วครับ"  เมื่อได้ยินเสียงผมแม่ก็เงยหน้าขึ้นมาและวิ่งมาหาผม


     "ไปไหนมาลูกแม่เป็นห่วงแทบแย่  ถึงปักษ์จะเขียนโน๊ตไว้แต่แม่ก็อดห่วงไม่ได้   แล้วนี่แผลหายดีแล้วหรอลูกไหนมาให้แม่ดูหน่อย  แล้วกินอะไรมารึยัง?  เดี๋ย......?"  แม่กอดผมแน่นตัวสั่นน้อย ๆและยิงคำถามใส่พูดไม่หยุด


     "เดี๋ยวก่อนครับแม่ ปักษ์สบายดีครับ  แผลยังเจ็บอยู่บ้าง  แต่ปักษ์ทนได้ แค่มีเรื่องต้องไปจัดการนิดหน่อยเองครับ" เธอสำรวจร่างกายผม  ทำหน้างุนงงปนแปลกใจเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของลูกตัวเอง


     "เดี๋ยวผมจะเล่าให้แม่ฟังเอง   แม่กินข้าวรึยัง?   ผมจะทำให้" แม่ส่ายหน้าและยอมเดินไปนั่งแต่โดยดี 


     ผมนำของที่ซื้อมาจากซุปเปอร์มาในครัวและจัดการทำกับข้าวทันที  วันนี้ผมทำแกงเขียวหวานไก่  น้ำพริกกระปิ ไข่ชะอมทอด ปลาทูทอดและเต้าหู้ทรงเครื่อง ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ   ผมยกมาตั้งไว้ที่โต๊ะทานข้าว ดีนะที่แม่หุงแล้วไว้แล้ว


     "ปักษ์ทำกับข้าวเป็นด้วยหรอลูก   แม่แปลกใจนะเนี่ย" แม่สีหน้าดีขึ้นมานิดหน่อยเพราะคลายกังวลเรื่องของผม


     "ผมดูเอาจากในเน็ตที่โรงเรียนครับและเข้าชมรมคหกรรมที่โรงเรียนเอา  ตั้งใจว่าจะทำให้แม่ทาน" ตอนนี้สีข้างผมคงถลอกเป็นทางยาวโกหกแม่คงไม่ตกนรกหรอกมั้ง  ผมตักข้าวและนั่งลงข้าง ๆ แม่ 


     "เก่งมากลูก" แม่ลูบหัวผมส่งความอบอุ่นแผ่มาถึงหัวใจของผม   ตอนนี้ผมรู้สึกถึงคำว่าครอบครัวแล้ว  ผมยิ้มรับและตักกับข้าวให้แม่เรานั่งทานกันจนหมดและช่วยกันเก็บจนเสร็จ  


     "แม่ครับ ผมถูกล็อตเตอร์รี่ 5 ใบ ได้เงินมา 15 ล้าน ผมซื้อรถมา 1 คัน หมดไป 1 ล้านบาท  อะนี่   มือถือของแม่กับผมคนละเครื่อง เครื่องละ 3 หมื่นบาท   ตอนนี้ผมใช้เงินไปแล้ว 1 ล้าน 6 หมื่นบาท" หลังจากผมพูดจบ  แม่กานดาของผมก็เบิกตากว้างอย่างตกใจและถ้าไม่ติดว่านั่งอยู่บนเก้าอี้คงทรุดฮวบลงที่พื้นแล้ว   ผมหยุดพูดเมื่อเห็นสีหน้าอึ้งๆ  ของผู้เป็นแม่

อ่า  ผมลืมไปได้ยังไงนะ  ว่าครอบครัวนี้กว่าจะหาเงินมาได้แต่ละบาทต้องลำบากมากแค่ไหน


     "แม่ไหวมั้ยครับ"  ผมลุกขึ้นและเดินเข้าไปหาแม่ดา


     "เอ่อ ห๊ะ ปักษ์ว่าอะไรนะ" เมื่อสติแม่เริ่มกลับผมก็พูดต่อ


     "ผมถูกล็อตเตอร์รี่  ผมอยากซื้อบ้านหลังใหม่   ผมจึงอยากถามแม่ว่า  แม่อยากค้าขายอะไรมั้ยเราจะได้หาทำเลดีๆ  เพื่อซื้อบ้านที่มีหน้าร้านและต้องไม่ไกลจากมหาลัยเพราะตอนนี้ผมเรียนใกล้จบมัธยมแล้ว" ผมพยายามพูดเพื่อให้แม่ได้เข้าใจถึงความต้องการของผม


     "จริงหรือลูก  ถ้างั้นแม่อยากเปิดร้านขายขนมไทยและเบเกอร์รี่  แม่เคยรับจ้างทำงานร้านเบเกอร์รี่เลยจำสูตรขนมมาได้"  แม่ยิ้มดีใจและพูดต่ออย่างตื่นเต้นจนลืมข้อสงสัยและที่มาของเงิน


     "ครับ   แต่ผมต้องรบกวนแม่ไปดูทำเลเองเพราะพรุ่งนี้ผมต้องไปเรียน" ผมยิ้มและรู้สึกดีเป็นอย่างมากที่ทำให้คนตรงหน้ามีความสุข


     “ได้สิลูก"


เช้าวันต่อมา


     “เฮ้อ” นี่ผมต้องไปโรงเรียนจริง ๆ หรอเนี่ย?  ไอ้เด็กนี่อายุมากกว่าเกณฑ์เพราะเข้าเรียนช้าไป 1 ปี   ผมยืนดูตัวเองในกระจก  ตอนนี้เนื้อหนังผมก็เพิ่มขึ้นมานิดหน่อย   ผิวพรรณสะอาดและยิ่งใส่ชุดนักเรียนใหม่ยิ่งดูดีขึ้นเป็นกอง  ผมเซ็ตผมเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ยุ่งเหยิง  ตอนนี้แผลที่หน้าท้องของผมก็ยังอักเสบและช้ำอยู่แต่โดยรวมดีขึ้นมากแล้ว


     เอาวะ! พร้อมลุย


     ผมขับรถรถยนต์คันใหม่ป้ายแดงไปที่โรงเรียนด้วยตัวเอง  ตั้งแต่ขับเข้าประตูโรงเรียนมาก็มีสายตามองตามมาตลอดไม่แปลกเพราะโรงเรียนที่ผมเรียนนั้นเป็นโรงเรียนขนาดกลางมีทั้งคนมีเงินและไม่ค่อยมี  และเมื่อผมจอดรถและลงจากรถ 


ฮือ ฮา


     'เฮ้ย นั่นมันใครนะ นักเรียนโรงเรียนเราหรอ   ขับรถมาเองด้วยแหละแก'


     'นั่นมันไอ้ปักษ์ม.6/3 นี่หว่า   มันจนไม่ใช่หรอวะ'

     

     'เห้ย มันไปทำอะไรมาวะ ทำไมน่ารักสัส’


     'ความเมียมาเยอะมาก'

     

     นั่นไง! คำพูดหลายประโยคผ่านเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ผมว่าจะไม่สนใจแล้วนะ   แต่มันมีบางประโยคนี่สิ ถึงผมจะพยายามทำใจให้ชินกับความเคะของร่างนี้แต่มันก็ยังทำไม่ได้ซักที  ขณะที่ผมกำลังเดินขึ้นตึกเรียนก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาขวางผมเอาไว้


     "ปักษ์ คิดถึงเรามั้ย?" ผมเลิกคิ้วเล็กน้อยและยืนมองผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมด้วยสายตาที่เอือมละอา  น้ำฝนไงจะใครล่ะ  เธอคงเห็นผมขับรถเข้ามาสินะ  เธอช่าง!


     "น่าไม่อาย" อุ้ย ปากไวกว่าความคิด   เผลอพูดออกไป


     "นี่ ปักษ์ว่าใคร" เธอขึ้นเสียงและชี้หน้าใส่ผม   ตอนนี้เป็นเวลาใกล้เข้าแถวตอนเช้าคนเลยเยอะเป็นพิเศษ  สงสัยเธอจะลืมแอ๊บ


     "ก็ว่าคนที่ให้แฟนตัวเองยกพวกมารุมทำร้ายเรา  แถมยังใช้มีดแทงเราจนเราเกือบตาย  นี่ไง? ถึงเราจะไม่มีหลักฐานเอาผิดแต่คนที่ทำอะไรน่าจะรู้อยู่แก่ใจ"  ผมดึงชายเสื้อนักเรียนเลิกขึ้นให้เห็นรอยแผลบนหน้าท้องขาวเนียน


ฮือฮา


‘ขาวสัสๆ'


'เชี่ย!! ฆวยแข็ง"


'เลวจริงๆ'


'ที่แท้ก็แอ๊บหรอวะ'


     ผมพูดเสียงดังและมั่นใจว่าคนรอบ ๆนี้ต้องได้ยินกันทุกคน  เสียงนินทาด่าทอของผู้คนโดยรอบดังขึ้น   ตอนนี้น้ำฝนหน้าซีดไปแล้วเพราะมีสายตาดูแคลนจำนวนมากมองมายังเธอ   ผมเดินเข้ามาหาเธอช้า ๆ เธอผงะและก้าวถอยหลังเมื่อสบกับดวงตาที่ไม่คุ้นเคย


     "เลิกแอ๊บซักที  ทุเรศ" ปากร้ายกว่านี้ก็ไม่มีแล้วแหละ   ใครละ??  ราซไง ราซเอง  ผมละเกลียดจริง ๆ ผู้หญิงประเภทนี้  


     "กรี๊ดแก ไอ้ปักษ์ กลับมาเดี๋ยวนี้นะ   ระวังตัวไว้เลยฉันจะให้พี่นัทกระทืบแกให้ตายไปเลย" ผมเดินออกมาโดยไม่สนใจเรียกกรีดร้องของเธอ  ให้สนใจทำไม!  เล่นประจานตัวเองขนาดนั้น


หึ


     กิจกรรมเข้าแถวช่วงเช้าผ่านไป  ผมและน้ำฝนถูกฝ่ายปกครองเรียกพบเพราะเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้ามีอาจารย์บางท่านอยู่ด้วย  เธอถูกพักการเรียนทันทีที่ถูกสอบสวนจากฝ่ายปกครอง  และปีนี้เธอคงเรียนจบไม่พร้อมกับคนอื่นๆ แน่ ๆ 


     น้ำฝนวิ่งร้องไห้ออกจากห้องปกครองไป  โดยมีผมที่ยืนแสยะยิ้มกับตัวเองโดยไม่มีใครมองเห็น  เย็นนี้คงมีเรื่องสนุกให้ทำแน่นอน  เมื่อเดินเข้ามาในห้องเรียนตามความทรงจำเดิมของร่าง  เพื่อนในห้องก็มองมาที่ผมเป็นตาเดียว


     "ปักษ์   เป็นไงบ้างวะ  พวกกูเพิ่งรู้ว่าที่มึงหยุดเรียนไปมึงโดนทำร้าย"  เอส   เพื่อนในห้องที่นั่งติดกับผม  ปกติเพื่อนในห้องของปักษ์ดีกับปักษ์ทุกคน   เพียงแต่ปักษ์ชอบวิ่งตามแต่น้ำฝนและปลีกตัวออกจากพวกเพื่อน  และเมื่อมีคนแรกก็มีอีกหลายคนลากเก้าอี้เข้ามาหาผม


     "อืม  ไม่เป็นไรแล้วขอบใจมาก  แต่ระหว่างที่กูหยุดไปมีอะไรที่กูต้องทำมั้ย" ผมตอบเพื่อนและทิ้งตัวนั่งลงที่โต๊ะตัวเอง


     "เห้ย ต้องอย่างงี้ดิ ปกติมึงพูดเรา ๆ นาย ๆ แม่งขยะแขยงปากชิบ  นี่ๆ  เอาของกูไปดูแล้วทำส่งอาจารย์ด้วย" กัส รีบร้องทักและยื่นสมุดเลคเชอร์มาให้ผมดู


     "เออ  ขอบใจ" พวกเรานั่งคุยกันอย่างออกรสจนสนิทกัน ไม่นานอาจารย์โฮมรูมก็เข้ามา  กลุ่มเพื่อนผู้ชายในห้องที่ล้อมผมตอนแรกก็กลับไปนั่งที่


ออด


     เสียงสัญญาณดังขึ้นบ่งบอกว่าหมดชั่วโมงเรียนในช่วงครึ่งวันเช้าแล้ว  เมื่ออาจารย์เดินออกจากห้องไป ผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเพราะแม่ส่งรูปภาพร้านมาให้  อืม  น่าสนใจ


     "ไปไอ้ปักษ์   ไปกินข้าวกัน   วันนี้เอาข้าวมาป่าว?   เห้ย มึงซื้อโทรศัพท์แล้วหรอ  โหย รุ่นใหม่ล่าสุดซะด้วย   มาเลยขอเบอร์   ไลน์  เฟส  ด้วย  มา ๆ" กัสวิ่งมาหาผมทันทีที่ออดพักเที่ยงดังขึ้น   ประจวบกันเห็นผมมีโทรศัพท์จึงรีบทักทันที


"เฮ้ย  กูด้วย"


“กูด้วย"


"กูด้วย"


     ผมส่ายหน้าให้กับเพื่อนใหม่  เมื่อแลกเบอร์กันเรียบร้อยแล้วก็ลงไปโรงอาหารทันที


โรงอาหาร


      ผมเลือกกินข้าวราดแกงง่าย ๆ และไปนั่งรวมกับพวกกัส   ตอนนี้เรานั่งกันอยู่  4  คนครับผู้ชายทั้งหมด กัส  ผู้ชายตัวเล็กเท่ากับผมสูงประมาณ 173 หน้าไปทางหล่อแต่นิสัยน่ารัก  เอส   ผู้ชายตัวสูง น่าจะเกือบ 180 เลยมั้ง หน้าตาคมเข้มแบบฉบับชายไทยแต่นิสัยดี อิฐ  ดูเหมือนเด็กเนิร์ดใส่แว่นแต่ความจริงนิสัยก็ทะลึ่งตึงตังไม่ต่างจากผู้ชายทั่วไป  สูงกว่าผมนิดนึง ตี๋ ๆ หน่อย แต่รวม ๆ แล้วทุกคนหน้าตาดี  นิสัยดีและเรียนเก่ง

     

     "เออ พวกมึง ตัดสินใจได้ยังว่าจะเข้า คณะไหน?" จู่ ๆ ไอ้อิฐก็ถามขึ้น


     "กูว่าจะเรียนวิศวะโยธา พวกมึงล่ะ?" ไอ้เอสตอบคนแรก


     "เหมือนกัน แต่เป็นวิศวะคอมฯนะ" ไอ้อิฐตอบ

     

     "ไม่ไหวว่ะมึงดูตัวกูดิ ไปให้ไอ้พวกวิศวะมันแดกเอาหรอ  กูว่าจะเรียนสถาปัตถ์อ่ะแล้วมึงอะปักษ์" ไอ้กัสพูดพรางทำหน้าตาทะเล้นและหันมาถามผม


     "คิดไว้เหมือนกันว่าจะเรียนสถาปัตถ์มหาลัยแถว ๆ นี้แหละ" ผมตอบพร้อมกับตักข้าวเข้าปาก


     “จริงหรอปักษ์  ดีเลย  กูก็ตั้งใจจะเข้าที่นั่นเหมือนกัน เย้ๆ  มีเพื่อนแล้วโว้ย  แค่ก แค่ก" ไอ้กัสพูดไปหัวเราะไปจนข้าวติดคอ   ผมต้องรีบยื่นน้ำให้มัน

     

     "เออ   ไว้ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับการสอบแล้วกัน" ไอ้เอสพูดจบพวกเราก็รีบกินข้าวและแยกย้ายกันไป


หลังเลิกเรียนผมเดินไปร้านอินเตอร์เน็ตร้านหนึ่ง. ซึ่งวันนี้คนค่อนข้างน้อยมาก  ผมจำชื่อของฝนได้แม่นยำและนำมาเจาะข้อมูลส่วนตัวของฝน  ผมเจาะเข้าไปที่มือถือของฝนและไอ้นัทคนรักของเธอและเป็นมือถือของนัทที่มีคลิปวีดีโอของฝนมากมาย  และไม่ใช่แค่นั้นผมเจอหลักฐานอย่างอื่นอีกมากมายจากโทรศัพท์ของนัท  


     วีดีโอหลักฐานการส่งยาต่างๆ ผมดึงข้อมูลมาทั้งหมดและจัดการส่งหลักฐานที่สามารถเอาผิดนัทและพวกไปให้ตำรวจยศใหญ่คนหนึ่งในพื้นที่นี้ และจัดการเผยแพร่คลิปของฝนลงไปในสื่อโซเชียลในหน้าไทม์ไลน์ของเจ้าตัวเอง  หลังจากโพสต์คลิปลงไปไม่นานยอดแชร์ยอดถูกใจก็ผุดขึ้นอย่างมหาศาลตอนนี้ฝนคงดังสมใจตัวเองแล้ว


สิ่งที่ผมทำในวันนี้ผมไม่สงสารพวกเขาเลยสักนิด  อ้างว่าเป็นเด็กแล้วไง อ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการแล้วยังไง  สามารถฆ่าคนตายได้เหรอ แล้วเด็กที่ตายไปล่ะใครจะรับผิดชอบ ตัวผมนั้นมันเป็นพวกสีเทาการฆ่าคนมันง่ายราวกับบี้มด  แต่ที่ทำแค่นี้ถือว่าปรานีมากแล้ว 


     “ฉันชดใช้ให้นายได้เท่านี้ส่วนที่เหลือฉันสัญญาจะดูแลแม่นายอย่างดี” 






แกงเขียวหวาน


น้ำพริกกะปิ ชะอมทอด ปลาทูทอด


เต้าหู้ทรงเครื่อง





TBC.

(อย่าคาดหวังถึงความสมจริงนะคะทุกอย่างที่เกิดขึ้นในนิยายเป็นความนโนของไรท์ล้วนๆขอให้ผู้อ่านอย่าใช้สติอ่านนะค่ะ555) 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.022K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,162 ความคิดเห็น

  1. #1162 jkooktaev (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 / 18:18
    ดีที่เตรียมของกินไว้รอพร้อม = รอด✨
    #1,162
    0
  2. #1145 Avista (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 19:39
    สุดปัง
    #1,145
    0
  3. #1109 tongtongaraya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 06:19
    หิวค่ะ ลืมหลับตา555
    #1,109
    0
  4. #1101 m ma ri (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 21:44
    ไม่เลื่อนลง=ไม่หิว
    #1,101
    0
  5. #1096 Auekan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 03:20
    ไรท์เราอยากจะบอกว่า เราอ่านตอนตี3 เพราะพึ่งอ่านนิยายอีกเรื่องของไรท์จบ ไป เมื่อเห็นภาพอาหารของไรท์ชั้งทรมารยิ่งนัก 😭😭 สู้ๆนะคะไรท์
    #1,096
    1
    • #1096-1 sungva(จากตอนที่ 4)
      23 เมษายน 2564 / 01:29
      เห็นตอนตี1ก็จะหิวหน่อยๆ
      #1096-1
  6. #1087 ploy5325 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 15:25
    ชอบบบบบบ
    #1,087
    0
  7. #1054 ployYYploy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:20
    ถึงยังไงด้ไม่ควรทำกับฝนงั้นนะ
    #1,054
    0
  8. #1046 fa_4_ng (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:44
    กำลังลดความอ้วนอยู่ด้วย หึหึ
    #1,046
    0
  9. #1032 Monky.d (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:24

    หิวววว
    #1,032
    0
  10. #1031 Monky.d (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:23

    หิววววว
    #1,031
    0
  11. #1029 star3421 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 04:42
    นายเอกสมัครเฟสไลน์แล้วใช่มะ?
    #1,029
    0
  12. #1025 Kanomjeennamya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:47

    ว่าและตั้งแต่เห็นชื่อเมนู ต้องมีภาพปรากอบข้างล่างแน่ๆ โอ้ยยย
    #1,025
    0
  13. #1018 Choi_Jina_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:57
    ชอบนะค่ะคนนิสัยรวย
    #1,018
    0
  14. #1000 Noiz ShadowRead (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 12:29
    ชะอมทอดน่ากินจัด
    #1,000
    0
  15. #956 jkooktaev (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 20:16
    หิวมากนะ ทำไมไรท์ทำร้ายอย่างงี้ ฮื่ออ
    #956
    0
  16. #942 แฮมเตอร์ตัวกลม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 16:05
    นิยายมีปุ่มโกรธไหมคะ...หิวมากกก
    #942
    0
  17. #906 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 13:14
    อาหารน่าหม่ำทุกตอนเลย
    #906
    0
  18. #866 pwd0811 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 01:14
    ถ้าไรท์​มีฤกษ์เปิดเรื่องใหม่แนะนำแนวอาหารนะคะดูจะรุ้ง5555555อ่านจบตอนทีไรกลืนน้ำลายทุกที
    #866
    0
  19. #760 mingyu_wonwoo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 12:20
    อยากกินน้ำพริกกะปิ
    #760
    0
  20. #731 เเม่เต่าขี้ลืม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 06:22
    สำนวนเด็กน้อยมาก คนแต่งอายุน่าจะไท่เยอะ
    #731
    1
    • #731-1 Kaiz (จากตอนที่ 4)
      28 ตุลาคม 2562 / 16:06
      แก้คำผิดหน่อยนะครับ คุณคนอายุเยอะ

      "ไม่" สะกดงี้ครับ ไม่ใช่ "ไท่"

      อายุเยอะๆเลยลืมคำจนสะกดคำผิดรึเปล่า 55555+



      ไม่มีใครบังคับคุณอ่าน ไม่ชอบก็กดปิดแค่นี้ควรรู้นะครับ มันสร้างความรำคาญให้คนที่เขาชอบ และรบกวนนักเขียน ไม่ชอบก็ออกไป
      #731-1
  21. #691 Naruthaik1972 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 12:58
    ทำไมน้องปักษ์ต้องกินทุกตอนไม่เข้าใจเหรอว่ารีดหิววววว
    #691
    0
  22. #680 someonelol (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 04:10
    ไรท์ทำร้ายคนที่อยู่ต่างประเทศมาก
    #680
    0
  23. #677 Rachaneewan1989 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 20:24
    หิวเลย ไรท์ใจร้ายมาก
    #677
    0
  24. #654 mtpply (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 03:27

    ไ ร ท์ ค ะ ! !
    #654
    0
  25. #560 MINERVA09 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 23:30
    ตอนที่คิดว่าไม่น่ามีอาหารมันก็โผล่มาาาT^T#จะมีทุกตอนไหมเนี้ยยังไม่ได้กินข้าวด้วย
    #560
    0