เกาะร้างสร้างรัก

ตอนที่ 3 : เ ก า ะ รั ก 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    11 ก.ย. 62







ด้วยแรงระเบิดที่อยู่ใต้น้ำ  ไม่รุนแรงพอให้พวกผมที่อยู่ไกลจากจุดระเบิดได้รับบาดเจ็บ  แต่ก็แรงพอที่จะสร้างคลื่นขนาดย่อมพัดพาพวกผมสองคนไปไกล  คนที่อยู่ด้านในและบริเวณนั้นผมไม่สามารถทราบได้ว่าจะปลอดภัยหรือไม่  เพราะตอนนี้ผมก็แทบจะไม่รอด



                   มือของผมยังลงกำข้อมือของพี่บอสไว้แน่น  และด้วยความสามารถในการว่ายน้ำของผมค่อนข้างดี  เพราะเกิดและโตมากับน้ำทะเล  ด้วยแรงระเบิดและคลื่นทะเลที่ซัดมา ทำให้ผมสามารถพาพี่บอสว่ายน้ำมายังจุดที่คิดว่าปลอดภัยได้   พี่บอสในตอนนี้สติก็เริ่มไม่ค่อยมีแล้ว  คงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวตอนที่ผมลากออกมา  แต่ก็ยังคงช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด 


"อึก อดทนอีกนิดนะครับ ฮึก" ผมใช้แรงเฮือกสุดท้ายในการว่ายน้ำไปยังเกาะที่อยู่ตรงหน้า  ไม่รู้ว่าเราถูกคลื่นซัดมาไกลแค่ไหน  ว่ายมาไกลเท่าไหร่  ถ้าไม่ได้แรงระเบิดนั้น คงไม่มีคลื่นพาเรามายังเกาะแห่งนี้แน่ ๆ 



ผมค่อย ๆ ลากพี่บอสขึ้นมาบนชายหาดของเกาะ พี่บอสตัวใหญ่กว่าผมมาก  ตอนอยู่ในน้ำผมสามารถลากพี่บอสได้สบายเพราะมีน้ำช่วยพยุง  แต่พอมาถึงฝั่ง แรงผมก็ไม่เหลือแล้ว  ผมทิ้งตัวลงที่ริมหาดข้าง ๆ กับพี่บอส


"ยังไม่ตายใช่มั้ยครับ"  ผมค่อยๆ ตบหน้าที่บอสเพื่อเรียกสติ  พี่บอสนี่ก็ค่อนข้างถึกเหมือนกันนะครับ ขนาดเจอเหตุการณ์แบบนี้ยังคงสติเอาไว้ได้  


"แค่กๆ อืม อึก" เราสองคนทิ้งตัวนอนอยู่ที่ริมชายหาด  เพื่อรวบรวมเรี่ยวแรงอีกครั้ง


"อีกนิดนึง ไหวมั้ยครับ" เมื่อได้นั่งพัก ผมก็รู้สึกดีขึ้นมาก ต้องขอบคุณพ่อ แม่และพี่ชายที่เขี้ยวเข็ญให้ผมได้ร่ำเรียนวิชาการเอาตัวรอดจากท้องทะเล


"อืม" พี่บอสพูดแค่นั้นและค่อยๆ ลุกขึ้น เดินตามผมขึ้นไปบนเกาะ  สภาพของพวกเราสองคนนั้นค่อนข้างน่าอึดอัด  เพราะบอสใส่เสื้อเชิร์ตสีกรมและกางเกงแสลค  ส่วนผมอยู่ในชุดเครื่องแบบของสจ๊วตแถมยังมีเป้สะพายหลังที่คว้ามาได้อีกใบ


ผมมองไปรอบ ๆ เกาะนี้ผมว่าไม่น่าจะมีใครอยู่ เพราะรกร้างเอามาก ๆ  ไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิต หรืออาจจะมีแต่อยู่ด้านในของป่า  ไม่รู้ว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหน และอยู่ประเทศอะไร แต่ตอนนี้เราต้องหาที่พักก่อน  


                   ผมเดินนำพี่บอสไปยังโขดหินตรงหน้า  สำรวจดูรอบ ๆ  ก็เห็นผาหินใหญ่ขนาดย่อม  เดินเลาะไปเรื่อย ๆ ก็เห็นว่ามีร่องหินที่ค่อนข้างใหญ่ ไม่ลึกมาก คล้าย ๆ ถ้ำ แต่ตัน  เหมาะสำหรับเป็นที่พักพิงสำหรับผู้หลบภัยอย่างพวกผม


"พวกเราพักที่นี่ก่อนดีมั้ยครับ" ผมหันไปถามความเห็นจากพี่บอส และก็ได้รับการพยักหน้ากลับมา






                     เก็บกวาดที่ทางเรียบร้อย  ผมก็สำรวจพี่บอสอีกครั้ง  ไม่รู้ว่าบาดเจ็บตรงไหนหรือป่าว? ตอนที่เกิดเรื่อง ผมคิดอะไรไม่ออกเลย  เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เกินกว่าจะควบคุมได้  ใจของผมมันเอาแต่เป็นห่วงพี่บอส  สอดส่องและมองหา และหัวใจมักไวกว่าสมอง  รู้สึกตัวอีกทีก็ลากพี่บอสติดมือมาด้วยแล้ว


"บาดเจ็บตรงไหนมั้ยครับ" ผมถามพี่บอส ที่นั่งเหม่อมองไปยังท้องทะเล  ผมรู้ว่าเขาก็คงจะช็อคกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่น้อย


"ไม่ครับ แล้วคุณล่ะ" แทบจะเป็นประโยคแรกที่เราได้คุยกันนอกเหนือเวลางาน  ถึงสถานการณ์จะไม่สมควรฟิน แต่มันก็ฟินไปแล้วอะ ฮื่อออ


"ไม่ครับ" ผมก้มหน้าหันหลังแอบยิ้มน้อย ๆ และพรางจัดการตัวเอง 


"ขอบคุณที่ช่วย" เสียงนุ่มทุ้มมีเสน่ห์ของพี่บอส  ทำให้หัวใจผมเต้นแรงจนเจ็บที่หน้าอก


"ไม่เป็นไรครับ" ผมว่าอย่างนั้น และเอากระเป๋าเป้เทของที่อยู่ด้านในออก  ด้วยความที่เป็นเด็กบ้านนอก บ้านไกลจากตัวเมือง  ผมมักจะชอบพกกระเป๋าเป้สำหรับฉุกเฉินเอาไว้จนเคยชิน  ของในเป้มีไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ก็พอจะเอาตัวรอดได้บ้าง



                

                     ในกระเป๋าของผม จะมีชุดสำรอง 1 ชุด ผ้าเช็ดตัว รองเท้าแตะ 1 คู่ น้ำ 1 ขวด อาหารกระป๋อง 2 กระป๋อง ขนมปัง 1 ก้อนเปียกน้ำยุ่ยๆ ยาสามัญที่อยู่ในกระปุก  มีดพก 1 เล่ม ไฟแช็คแบบกันน้ำและแบตสำรอง  ทุกอย่างเปียกหมด  ขนมปัง แบตสำรองนี่ทิ้งไปได้เลย  


                     เมื่อคัดเลือกเสร็จแล้ว ผมจึงนของทั้งหมดไปตากแดด ไม่รู้ไฟแช็กจะใช้ได้มั้ย  ถ้าไม่ได้คงลำบาก แต่มันเป็นแบบกันน้ำนะ แต่เอาไปตากก่อนดีกว่ากันพลาด


"ผมว่าเราถอดเสื้อผ้าออกดีกว่ามั้ยครับ ถ้าคุณไม่มีเสื้อด้านใน ยืมของผมก่อนมั้ย" ผมชี้ไปทางชุดลำลองที่ตากแดดอยู่  ไม่รู้พี่บอสจะใส่ได้มั้ย แต่ผมว่าน่าจะใส่ได้นะ


"ไม่เป็นไร ผมมีเสื้อด้านใน" จากนั้นพวกเราก็ถอดชุดด้านนอกออก พี่บอสตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อกร้ามกางเกงบ็อกเซอร์ แค่นี้ยังหล่ออะคิดดู 


                     ส่วนผมอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวที่ใส่ซับด้านในของชุดทำงานและกางเกงขาสั้นจากกระเป๋าเป้  และรองเท้าแตะ


"ดื่มน้ำก่อนครับ" ผมเปิดฝาขวดน้ำและส่งให้พี่บอส


"คุณเก็บไว้กินเถอะครับ" ผมรู้ว่าพี่บอสเกรงใจผม  แต่ผมจะปล่อยให้พี่บอสตายต่อหน้าผมไม่ได้


"ผมเป็นลูกชาวประมงนะครับ ทะเลคือบ้านของผม มีผมอยู่ไม่อดตายแน่นอน" พูดจบก็ฉีกยิ้มไปให้คนตรงหน้า ซี่งพี่บอสก็ยิ้มตอบและรับน้ำไปดื่มโดยดี  ฮื่อ ฟินอะ พี่บอสยิ้มให้ด้วย



"เดี๋ยวผมจะไปสำรวจในป่าระแวกนี้ซักหน่อย  คืนนี้เราต้องก่อกองไฟ  ต้องไปเก็บไม้แห้งและเผื่อเราโชคดีเจอบ่อน้ำจืดด้วย"  ต้องรีบไปตอนนี้แหละครับ  หากตะวันตกดิน กลางคืนอาจมีสัตว์ป่าได้  ผมคว้ามีดและเตรียมจะลุกขึ้น แต่ก็ถูกมือหนาคว้าแขนเอาไว้ก่อน



"ไปด้วยกัน" พี่บอสพูดจบก็ลุกขึ้น  มองหน้ากันอยู่พักนีง ผมก็ต้องยอม เพราะผมมั่นใจเลยว่าพี่บอสต้องดื้อแน่ๆ  พี่บอสคงไม่อยากทำตัวเป็นภาระ ผมรู้ว่าพี่บอสหน่ะเก่ง  เก่งด้านการเอาตัวรอด ผมเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง





                     ระหว่างเดินเข้ามาในป่า  ผมก็เอามีดกรีดทำสัญลักษณ์ตามต้นไม้เอาไว้  กันหลงทาง เดินมาได้ซักพัก  ก็ไม่เจออะไรที่พอจะเป็นเสบียงได้เลย  ในป่าค่อนข้างรกและอันตราย  หากเดินมาช่วงกลางคืนคงไม่ปลอดภัยแน่ ๆ เราช่วยกันเก็บกิ่งไม้แห้งและใบไม้ที่พอจะนำมาเป็นฟืนสำหรับคืนนี้ 



                     จู่ ๆ พี่บอสก็หยุดเดิน ผมจึงหยุดตามและหันไปถามคนข้างหลัง



"มีอะไรรึป่าวครับ" ผมถาม


"ชู่ว์" พี่บอสส่งเสียงให้เงียบและหลับตาลง


"ได้ยินมั้ย?" พี่บอสถามขึ้น ได้ยินอะไร? และคงเห็นผมทำหน้างง เลยพูดต่อ


"ลองฟังดีๆ" ผมพยักหน้าและตั้งใจฟังอีกครั้ง



                     ตาโตเลยครับ โอ้โห พี่บอสหูดีมาก ๆ  เราสองคนยิ้มให้กัน หันไปยังทิศทางของเสียงและเดินไปทางนั้นทันที



ซ่าาาา



                     เสียงน้ำตกขนาดย่อมไม่ใหญ่มาก  แต่ก็ถือว่าโชคดีของเราทั้งคู่  อย่างน้อยก็ไม่ขาดน้ำดื่ม เรายังมีชีวิตรอดได้อีกหลายวัน



"คุณไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวก่อน ผมขอสำรวจแถวๆ นี้ อีกเดี๋ยว" ผมให้พี่บอสอาบน้ำก่อน เพราะพวกเราโดนน้ำทะเลมา ตัวค่อนข้างเหนียวเลย


"อืม" พี่บอสตอบรับอย่างว่าง่าย ผมปล่อยให้พี่บอสจัดการตัวเอง  ส่วนผมกำลังหาวิธีขนน้ำกลับอยู่  มองไปรอบๆ ก็เจอกอไผ่ขนาดใหญ่ ส่ายหัวให้กับตัวเอง คงจะเหนื่อยฉิบหายแน่ๆ





                     ใช้เวลานานพอสมควรกับการตัดกระบอกไม้ไผ่จำนวน 10 อัน เพื่อขนน้ำกฃับไปยังที่พัก   เมื่อเดินไปถึงน้ำตก ก็เห็นพี่บอสนั่งรออยู่ น่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว



"เสร็จแล้วหรอครับ" ผมเดินไปหาพี่บอส และวางกระบอกไม้ไผ่ลงที่พื้น


"อืม แล้วนี่ทำไมไม่เรียก" พี่บอสขมวดคิ้ว ชี้ไปยังกองไม้ไผ่ และทำตาดุใช้ผม 


"ฮื่ออ ก็เดินไปไกลไม่อยากย้อนกลับมา เดี๋ยวผมอาบน้ำก่อน คุณก็ช่วยกรอกน้ำให้หน่อยแล้วกัน" ผมไม่สนใจสายตาดุ ๆ นั่น แยกตัวออกมาไปยังจุดที่สามารถอาบน้ำได้ 



                     ผมใช้โขดหินก้อนใหญ่เป็นกำบังในการเปลือยกายอาบน้ำ   ฮ้าา  สดชื่น ความเหนื่อย ความเมื่อยหายไปทันทีเมื่อได้สัมผัสน้ำเย็น ๆ เมื่อขัด ๆ ถูๆ จนสะอาด ผมก็ลุกขึ้นแต่งตัวและเดินออกมาหาพี่บอส 




"กลับกันเถอะกลับ  เดี๋ยวมืดแล้วงานนะเข้า" พูดจบ พี่บอสก็พยักหน้า ผมกำลังจะไปหยิบกระบอกน้ำ แต่ก็โดนพี่บอสตัดหน้าไปซะก่อน อะไร!! แค่นี้ต้องทำตาดุ ผมเปลี่ยนมายกกองฟืนที่เบากว่ากระบอกน้ำเอามาก ๆ เราสองคนเดินกลับไปยังทิศทางเดิม  ไม่นานก็พ้นเขตป่า และถึงที่พักของเรา




"หิวหรือยังครับ" ผมถามพี่บอสทันทีที่วางของในถ้ำ


"ยังหรอก เดี๋ยวผมจะไปหาของสำหรับทำที่พักซักหน่อยนะ ขอยืม? ได้มั้ย?" พี่บอสชี้นิ้วไปที่มีดของผม พร้อมกับทำหน้าตาแบบ คนหล่อประหม่า 


คนอะไรทำไมน่ารัก??  ขนาดสถานการณ์แบบนี้ยังจะทำให้ผมหลงซ้ำแล้วซ้ำอีก



"ได้ครับ" ผมยกยิ้มกว้างและส่งมีดไปให้



"ขอบใจ พักเถอะ" พี่บอสรับมีดจากมือผม แล้วเดินออกไป



"โอ้ยยย ใจเฌ เต้นเบาๆ หน่อย เฌจะตายเอา" ดีดดิ้นกับตัวเองไม่นานก็ตั้งสติได้  ผมเดินไปดูของที่ตากแดดเอาไว้ เมื่อเห็นว่าทุกอย่างแห้งแล้ว จึงลองจุดไฟแช็คดู



"เยส" ส่งเสียงดีใจเมื่อไฟแช็คจุดติด  ดีนะ ที่ผมรอบคอบ  



                     เมื่อเก็บทุกอย่างเข้ากระเป๋าเสร็จแล้วก็เอาไปเก็บ  เมื่อเห็นว่าพี่บอสยังไม่กลับมาผมจึงเดินไปแถวโขดหินที่ติดกับทะเลเพื่อหาเสบียง


"อ่าาา เจอแล้ว" ผมยกยิ้มทันทีเมื่อเห็นหอยแมงภู่และหอยนางรมเกาะอยู่ที่โขดหิน ผมก้มเก็บหอยไปจำนวนหนึ่งเอาแค่พอกินสำหรับมื้อเดียว  เมื่อคิดว่าพอแล้ว ผมจึงรวบรวมหอยห่อไว้ในเสื้อทำงานที่หยิบติดมือมา ผูกเป็นปมเอาไว้และเดินกลับ



"หืม ยังไม่มาอีกหรอ" มองรอบๆ ก็ไม่เห็นพี่บอส  ตอนนี้ถ้าให้เดาก็น่าจะประมาณ 5 โมงเย็นแล้ว  ผมรีบวางหอยและจัดการก่อกองไฟ  หากภายในครึ่ง ชม. พี่บอสยังไม่มา ผมคงต้องไปตามหา



แกร็ก แกร็ก 




                     เสียงเหยียบย่ำใบไม้ดังเข้ามา ผมจึงเงยหน้าขึ้นมาไปยังทิศทางของเสียง  ก็เห็นพี่บอสกำลังเดินลากเพลิงที่ทำจากกิ่งไม้และใบไม้ตรงเข้ามา  ผมรีบวิ่งไปช่วยทันที เพราะดูจากสภาพพี่บอสแล้วคงเหนื่อยน่าดู



"มาครับ ผมช่วย" ผมเข้าไปดึงเพลิงที่พี่บอสทำออกมาและวางเรียงไว้ที่พื้น  เพลิงที่พี่บอสทำมีขนาดใหญ่และมีหลายอันเลย


"แฮ่ก เดี๋ยวอันนี้เอาไว้ปูนอน แฮ่ก อันนี้เอาไว้กั้นที่ปากถ้ำ" พูดไปหอบไป ผมก้มมองตามมือที่พี่บอสชี้  อันที่เป็นที่นอนจะเป็นแค่ใบไม้ขนาดใหญ่ ลองกันหลายชั้นและนำมาผูกติดกัน  ส่วนเพลิงที่นำมากั้นปากถ้ำ ทำจากกิ่งไม้ขนาดใหญ่แข็งแรง มำเหมือนกรงและใช้ใบไม้ปกปิดอำพราง  สามารถป้องกันอันตรายได้อย่างดีเลย



"คุณสุดยอดไปเลย" ผมยกยิ้มและเอ่ยชมและยกนิ้วโป้งให้   จนพี่บอสเลิกคิ้วเชิงแปลกใจ แต่ก็ยกยิ้มขำ



"กินอะไรลองท้องกันดีกว่า วันนี้เหนื่อยกันมามากแล้ว" ผมถือวิสาสะจับแขนพี่บอสและลากมานั่งตรงโขดหินขนาดเล็ก  ผมเอาปลากระป๋องออกมา 2 กระป๋อง ส่งให้พี่บอสกระป๋องนึง และผมกระป๋องนึง เราใช้เปลือกหอยแมงภู่เป็นช้อน  เราสองคนนั่งกินปลากระป๋องไป ปิ้งหอยกินกันไป ก็ชิวดีครับ


"ผมพกของพวกนี้ไว้ตลอด ไม่คิดว่าจะได้ใช้ยามฉุกเฉินจริงๆ" ผมยกยิ้มภูมิใจกับตัวเอง


"อืม ดีจริงๆ คุณช่วยผมได้มากเลย" พี่บอสว่าพรางส่งยิ้มทำลายล้างมาให้ อ่าา ต่อให้เครื่องบินตก ระเบิดหรือตกทะเล ผมก็รอดตายมาได้ แต่จะมาตายเพราะรอยยิ้มของพี่ไม่ได้ 


เฌต้องเปลี่ยนเรื่อง


 

"อ่าา ผมชื่อเฌ ครับ" แนะนำตัวไปซะเลย


"อืม ผมบอส" ผมพยักหน้าเหมือนพึ่งรู้ แต่ที่จริงรู้อยู่แล้ว



                     เราสองคนทานเสร็จก็ช่วยกันจัดที่นอนและคอยเติมฟืน   ตอนนี้ดึกมากแล้ว เมื่อเห็นว่าปลอดภัยจึงเบาใจ  และด้วยความเหนื่อยหรืออะไรก็แล้วแต่  ทำให้เราสองหลับไหลไปอย่างง่ายดาย และเหมือนผมจะลืมอะไรไปบางอย่าง



ลืมอะไรนะ




อ่าา ลืมฟิน อยากจะกรี๊ดดดจนลืมแมน 


ได้นอนกับพี่บอส



ตายไปเลย



TBC.


(อย่าคาดหวังถึงความสมจริงนะคะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในนิยายเป็นความนโนของไรท์ล้วนๆ ขอให้ผู้อ่านอย่าใช้สติอ่านนะค่ะ555) 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

6 ความคิดเห็น