คัดลอกลิงก์เเล้ว

พี่ชายครับรับผมไปเลี้ยงไหม

โดย Morinchu

...เด็กชายผู้มักปรากฏตัวในตรอกที่มืดสกปรกแล้วถามผู้คนที่เดินผ่าน "พี่ชายครับรับผมไปเลี้ยงไหม.."

ยอดวิวรวม

17

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


17

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 ก.ค. 63 / 16:20 น.
นิยาย ¤ѺѺ§ พี่ชายครับรับผมไปเลี้ยงไหม | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ...เด็กชายปริศนาผู้มักปรากฏตัวในตรอกที่มืดสกปรกแล้วถามผู้คนที่เดินผ่าน "พี่ชายครับรับผมไปเลี้ยงไหม.."

.

.

.

แต่งขึ้นจากจินตนาการล้วนๆ ไม่อ้างอิงบุคคลหรือประวัติศาสตร์ใดๆ

ติชมแนะนำได้นะครับไรท์อยากปรับปรุง แต่อย่าหยาบคายเพราะไรท์ไม่ใช่คนสุภาพ ขอบคุณครับ
.
.
.
(+_-) เรามันก็แค่คนโลกเทาๆ ตามอารมณ์ปายยยย

เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 ก.ค. 63 / 16:20



     "เฮ้ยมันอยู่ทางนั้นตามมันไป!"

ตุบๆๆ

เสียงฝีเท้าของใครหลายคนที่กำลังวิ่งอย่างสุดกำลัง

เปี้ยง! กรุกๆๆ

     "โถ่เว้ย! ไอ้บัดสบแซมหนีเก่งนักนะมึง"

     เสียงร้องคำรามของหัวหน้าแก๊งพร้อมทั้งแตะถังขยะล้มระเนระนาดด้วยความโกรธเกรี้ยว โดยไม่สายตาของใครหลายคนที่กำลังมองมาทางตน และถึงแม้ผู้คนจะพลุกพล่านแค่ไหนแต่ก็ไม่มีใครเลยที่จะเข้ามาห้ามปราม ล้วนแล้วแต่มองผ่านไป และหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้

.

.

.

"ชื่ออะไรนะเรา" ชายหนุ่มผมสีทองกำลังโน้มตัวลงทักทายเด็กน้อยที่ยืนกอดตุ๊กตาหมีอยู่ตรงหน้าตน

"เอเรนครับ" 

"พ่อแม่เธออยู่ไหนละ รู้ไหมแถวนี้มันอันตราย" ว่าแล้วชายหนุ่มก็หันมองรอบตัวอีกครั้ง พบว่าที่นี้มันทั้งแคบและสกปรกเป็นเพียงช่องแคบๆ ระหว่างตึกที่ใช้ทิ้งขยะอีกอย่างแสงไฟจากด้านนอกยังแทบส่องมาไม่ถึงด้วยซ้ำ

"....."

"เฮ่อ งั้นตามพี่ชายมาเดี๋ยวพี่พาไปส่งสถานีตำรวจนะ" ชายหนุ่มส่งรอยยิ้มแสดงความเป็นมิตร ต่อเด็กตรงหน้า แล้วจึงยื้นมือออกไปคว้ามือเล็กๆ ข้างหนึ่งของเด็กชาย

"อือฮึ" เด็กชายขานรับในลำคอ

ทั้ง 2 เดินจับมือกันจนมาถึงทางเข้าสถานีตำรวจแต่เด็กชายกลับยืนนิ่งไม่เข้าไป พร้อมทั้งกระตุกมือข้างที่ชายหนุ่มจับไว้

"หืม มีอะไรครับ" 

"พี่ชายครับรับผมไปเลี้ยงไหม" เด็กชายมองสบตาเค้าด้วยดวงตากลมโต แล้วเอียงคอเล็กน้อยอย่างน่ารัก 

"เฮ้ยไอ้หนู๋อย่างพี่ไม่มีปัญญาเลี้ยงเธอหรอก แค่ตัวเองยังจะเอาไม่รอดเลย555" เค้าได้แต่ร้องเสียงสูงกลบเกลื่อนด้วยเสียงหัวเราะ เพราะเมื่อครู่ตนยอมรับเลยว่าเกือบตอบตกลงไปแล้ว แต่พอนึกถึงสภาพในตอนนี้ของตัวเองคงไม่มีปัญญาเลี้ยงเด็กแน่ ๆ 

"...."

.

.

.

งั่มๆ

     หนูน้อยเอเรนกำลังเคี้ยวอาหารที่เต็มอยู่ในช่องปากจนนูนออกมาอยู่ในกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง หลังจากที่ทั้งคู่ไปถึงสถานีตำรวจแล้ว แต่กลับไม่พบผู้ปกครองของเอเรน หรือมีการแจ้งความไว้ ชายหนุ่มจึงทำเพียงลงบันทึกประจำวัน และขอรับเข้ามาดูแลชั่วคราว เพราะตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว และจะดูแลจนกว่าหน่วยงานจะเข้ามารับช่วงต่อ แต่เค้ากลับรู้สึกเป็นห่วงหนูน้อยเอเรนแทน เพราะด้วยเมืองนี้แม้จะเป็นเมืองที่เจริญก็ตาม แต่ก็เต็มไปด้วยการก่ออาชญากรรม กฏหมายล้วนไร้ความหมายเป็นเมืองที่ปกครองด้วยสังคมมาเฟีย โดยเฉพาะพวกสังคมสังเคราะห์ที่เป็นแหล่งนิยมในการฟองเงินดีๆ นี้เอง เด็กหลายคนถูกขายทอดตลาดไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง แล้วชายหนุ่มรู้ได้ยังไงละก็เพราะตนก็ทำงานกับพวกมาเฟียเช่นกัน แล้วหนูน้อยที่น่ารักขนาดนี้จะรอดได้ยังไง สุดท้ายเค้าจึงพาเอเรนมาอยู่ด้วยกันถ้าไม่ใช่พ่อแม่ของเด็ก เค้าไม่ยอมปล่อยให้ใครพาเอเรนไปแน่ และดีที่ตอนกรอกประวัติเค้ากรอกประวัติปลอมทั้งหมด

"อะนี้ชุด ใส่ของพี่ชายไปก่อนนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะพาไปซื้อ"

"อือฮึ พี่ชายครับขออีก" เด็กชายพยักหน้าตอบรับ แล้วยื้นจานอาหารที่ว่างเปล่าให้ชายหนุ่ม พร้อมเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตากลมโตสีน้ำเงิน

"อา ได้สิเดี๋ยวพี่ตักให้" ตัวก็แค่นี้แต่กินจุใช้ได้เลยแฮะ ขืนเรายังเลี้ยงต่อไปได้อดตายกันพอดี คงต้องหางานพิเศษเพิ่มอีกแล้ว

"พี่ชายต้องการเงินหรอ" เด็กน้อยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

"อืมใช่ เงินนะเป็นตัวตัดสินทุกอย่างเลยนะ ยิ่งมีเยอะชีวิตก็ยิ่งสบาย อีกอย่างเรียกพี่ว่าแซมสิ" ชายหนุ่มชะงักในตอนแรกที่เอเรนถามออกมา

"อือฮึ ถ้าแซมมีเงินเยอะ ๆ จะเลี้ยงเอเรนรึเปล่า" เด็กชายถามคำถามด้วยความกระตือรือร้น

"ใช่ ถ้าพี่มีเงินเยอะๆ ก็จะเลี้ยงเอเรนได้สบาย ๆ เลยละ"

     รู้สึกเหมือนกำลังได้น้องชายเลยแฮะ แต่คงเป็นน้องชายที่แสนน่ารัก ไม่คิดเลยว่าผมจะเก็บเด็กที่ไหนก็ไม่รู้มาเลี้ยงได้ ทั้งๆ ที่ตัวเองยังจะเอาตัวไม่รอดเลย แถมซอยที่ผมไปพบเอเรนก็ไม่ใช่ทางผ่านประจำอีกด้วย บอกตามตรงเลยว่าตอนนั้นผมหนีเจ้าหนี้อยู่ เลยเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้าน แต่ในระหว่างที่ผมกำลังจะเดินผ่านช่องแคบระหว่างตึกที่เป็นที่ทิ้งขยะ ผมก็ได้ยินเสียงบางอย่าง ผมจึงหยุดเดินแล้วมองหาต้นเสียง แต่ก็ไม่พบอะไรเพราะตอนนั้นเป็นช่วงกลางคืน ไฟจากข้างทางส่องเข้าไปไม่ถึงด้วยซ้ำ ทั้งยังมีเสียงรบกวนจากย่านนี้ที่เปิดสถานบันเทิงเรียงรายเต็มไปหมด และคิดว่าคงหูฟาดไปเอง ผมจึงไม่สนใจและเดินต่อ แต่ขณะนั้นก็ได้ยินเสียงอีกครั้งเป็นเสียงของเด็ก ผมจึงตั้งใจสังเกตเข้าไปดูดีๆ อีกครั้ง พบเหมือนมีเงาดำอยู่ในซอยผมรวบรวมความกล้ามากเลยละกลัวจะเจอแก๊งทวงนี้แทน พอเดินเข้าไปไกล้ๆ ก็พบกับเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ อายุน่าจะประมาณ 5-6ขวบ สวมชุดสูทสีดำกางเกงขาสั้นเสื้อแขนสั้น เสื้อในสีขาวติดโบร์สีน้ำเงิน ในมือกอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลยืนอยู่ตัวคนเดียวภายในซอย

"ขอสิเอเรนให้ได้นะ" เสียงเด็กน้อยดึงชายหนุ่มออกจากห้วงความคิด ด้วยท่าทางยืดอกขึ้นอย่างภูมิใจ

"คราบๆ ท่านเอเรน" แซมกลั้นขำกับท่าทางจริงจังของเอเรนแทนที่มันจะดูน่าเกรงขามกลับดูน่ารักแทน

"ขอสิๆ" เด็กน้อยยังไม่ยอมแพ้

"งั้นกระผมขอเงินซัก 10ล้านยูเนีย นะคราบบท่านเอเรน" 

.

.

.

     พระอาทิตย์หมุนวนแลกเปลี่ยนวันใหม่แสงแดดสาดส่องลอดผ่านผ้าม้านในห้องเช่า ส่งกระทบกับเปลือกตาที่กำลังเปิดของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของห้องให้ลุกจากเตียงนอน เพื่อเตรียมอาหารยามเช้าที่มีปริมาณ 2 คนกิน

     ในขณะที่เค้ากำลังเดินผ่านห้องนั่งเล่นพลันสะดุดตาเข้ากับกล่องปริศนาสีดำวางอยู่กลางห้องนั้งเล่นถึงแม้จะดูไม่น่าไว้วางใจ แต่ความอยากรู้อยากเห็นกลับมีมากกว่าเค้าจึงตัดสินใจเปิดมัน ทันทีที่ชายหนุ่มเปิดเค้าถึงกับช็อกในสิ่งที่เห็นภายในกล่อง

"เฮ้ย! เงินเต็มไปหมดเลย บ้าน่ามาได้ไงวะ" 

 "เอเรน..." เค้าพึมพัมชื่อของเด็กน้อยปริศนาอย่างแผ่วเบา

สิ่งที่ชายหนุ่มค้นพบมันน่าอัศจรรย์เกินไป เค้าจึงลองทดสอบกับเอเรนอีกครั้ง วันต่อมามันกลับเป็นจริง สิ่งที่ตนขอมันมักจะปรากฎที่กลางห้องนั่งเล่นในทุกๆ เช้าของวันถัดไป

"555555นิเรื่องจริงใช่ไหม พี่ชายจะเลี้ยงเอเรนอย่างดีเลย ดีใจไหมเอ่ย" ชายหนุ่มผู้ได้โชคอย่างมหัศจรรย์ เค้าอุ้มเอเรนขึ้นมากอดอย่างรักใคร่

"อือฮึ แซมจะไม่ทิ้งเอเรนเหมือนพี่สาวใช่ไหม"

"เอเรนอยู่กับพี่สาวมาก่อนหรอ"

"อือฮึ พี่สาวทิ้งเอเรน"

"ฟังพี่นะ ไม่ว่าเอเรนจะถูกใครทิ้งมาก็ตามพี่ชายคนนี้จะไม่มีวันทิ้งเอเรนเด็ดขาด พี่สัญญา"

"อือฮึ แซมสัญญาณแล้วนะ" 

.

.

.

"5555 เอาอีกเฮ้ยเอาอีก โชคดีจริงๆ เลยที่ดันเก็บเทวดาตัวน้อยได้555 เอาเลยๆ วันนี้ผมเลี้ยง"

ชายหนุ่มผู้หลงระเริงกับเงินที่ได้ แล้วนำไปสังสรรค์แสวงหาความสุขที่ตนไม่เคยมี

"เอเรนพี่ชายขออีกนะทีนี้เอาเป็น 20ล้านยูเนีย ไม่สิๆ 30ล้านดีกว่า5555"

     เค้านำเงินที่ได้ไปซื้อบ้านหลังใหม่รถหรูหลายคัน ทั้งออกเที่ยวไม่เว้นแต่ละวันจนกระทั้งวันหนึ่ง เค้าบังเอิญพบกับหญิงสาว ผู้เป็นรักแรกที่ทิ้งตนไปคบกับชายที่ร่ำรวย ด้วยตอนนี้ที่แซมคิดว่าตนมีทุกสิ่งที่เหนือกว่าจึงเข้าไปทักเธอพยายามอวดความมั่งมี หวังให้เธอเสียดายที่เคยทิ้งตน แล้วขอกลับมาคืนดี แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเธอไม่ได้ให้ความสนใจอีกทั้งยังอวยพรให้ตนมีความสุข แซมจึงเกิดความโมโหกระชากแขนเธอให้เข้ามาใกล้
 

"ทำไมคุณถึงทำเหมือนไม่สนใจผม ตอนนี้ผมมีทุกอย่างแล้วรวยกว่ามันตั้งหลายเท่า"

"หึ คุณไม่เคยเปลี่ยนไปเลยแซม ฉันรักเค้าที่ตัวของเค้าไม่ใช่เงินที่เค้ามีเข้าใจรึยัง"

"โถ่โว้ย คิดว่าผมสนคุณหรือไง มีผู้หญิงอีกเป็นร้อยที่ต้องการเข้าหาผม"

"งั้นก็ขอให้คุณเจอผู้หญิงที่ดีกว่าฉันแล้วกัน และฉันหวังว่าเราคงไม่ต้องเจอกันอีก..." เธอเดินเลี่ยงออกไปจากตัวชายหนุ่มทันที

     แซมชายผู้ผิดหวังในรักแม้มีเงินมากมายแต่หญิงสาวผู้เป็นรักแรกก็ยังไม่สนใจเค้า ชายหนุ่มจึงใช้เงินซื้อผู้หญิงมากหน้าหลายตา เพื่อมาบำเรอคลายความโกรธที่ตนมี กลายเป็นความลุ่มหลงใช้เงินแก้ปัญหาทุกสิ่ง แม้กระทั้งสุขภาพร่างกายที่ทรุดโทรงลงอย่างน่าเป็นห่วงเค้าใช้เงินมากมายจ้างหมอเพื่อดูแลสุขภาพที่ย่ำแย่ลงทุกวัน ทั้งๆ ที่เค้ายังมีอายุเพียงแค่ 27 ปีเท่านั้นและเมื่อเงินหมดเมื่อไหร่แซมก็จะเอ่ยขอจากเอเรน

เอเรนวันนี้พี่ขอ 60ล้านยูเนียนะ

เอเรนวันนี้พี่ขอ...

เอเรน...

เอเรน...

เอเรน....

เอเรน...

     วันเวลาผ่านไปจวบจนกระทั้งเด็กน้อยได้เอ่ยในสิ่งที่เค้าคาดไม่ถึง

"ไม่ได้ครับ"

"ทำไมละครับเอเรน พี่ขออีกแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว"

"แซมทิ้งเอเรน"

"ไม่! พี่ไม่ได้ทิ้งเอเรนเลยนะเราก็ยังอยู่ด้วยกัน"

     ทันใดนั้นชายหนุ่มสัมผัสถึงบรรยากาศรอบตัวที่หนาวเย็นยะเยือกขึ้นมา และเมื่อจะเดินเข้าไปใกล้เด็กชาย เค้ากลับไม่สามารถก้าวเท้าออกไปได้ เหมือนถูกบางสิ่งยึดเหนี่ยวไว้ จึงก้มมองดูที่เท้าทันที กลับพบคาบสีดำที่ค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากพื้น พร้อมทั้งมีมือสีดำที่ยื้นออกมาดึงขาตน และเสียงร้องโหยหวนหลายเสียงที่ฟังไม่ได้ศัพท์แต่มันกลับชวนให้รู้สึกสะพรึงกลัวมากกว่า

"อะ นั้นเสียงของพี่สาวมิร่านิ สบายดีไหมครับ" เอเรนเอ่ยทักขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงที่ตนคุ้นเคยร้องออกมาจากเสียงโหยหวนเหล่านั้น

"เฮ้ย! นี้มันอะไรกันเอเรนช่วยพี่ด้วย" ชายหนุ่มหวาดกลัวกับสิ่งที่ตนเจอไม่ว่าจะแกะหรือดึงออกยังไง ก็ไม่สารมารถหลุดพ้นมือเหล่านี้ได้ มันเกาะเกี่ยวตัวเค้าพร้อมทั้งดึงทึ้งให้ค่อยๆ จมลงไปเรื่อยๆ และเมื่อแซมได้ยินเสียงเด็กน้อยร้องทักขึ้นมา ตนจึงรู้ทันทีว่าพี่สาวที่เอเรนพูดถึงคงเป็น 1 ในหลายมือที่ผุดขึ้นมา

"มันคือสิ่งที่แซมต้องจ่าย เอเรนพูดเคยแล้วนะ ถ้าขอมากมันจะไม่ดีแต่แซมก็ไม่ฟัง สุดท้ายแซมก็ทิ้งเอเรนเหมือนคนอื่นๆ ฮือๆๆ" เด็กน้อยร้องทั้งน้ำตาที่มีแต่คนทิ้งตนไป

"พี่จะไม่ขออะไรอีกแล้วววช่วยพี่นะเอเรน เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปไง"

"อายุไขแซมหมดแล้ว ฮือๆๆ" เด็กน้อยยืนปาดน้ำตามองดูชายหนุ่มที่รับตนมาเลี้ยงยังไม่ถึงเดือน กำลังจมลงไปในบ่อสีดำเรื่อยๆ ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นมา

"อ้ากกก! ออกไปๆ ปล่อยฉันออกไปม่ายย เอเรนช่วยพี่ด้วยยยย ? ไอ้เด็กปีศาจจจ" ชายหนุ่มร้องตะโกนสุดเสียง น้ำเสียงสั่นเทาบ่งบอกถึงความทรมานความหวาดกลัวและสุดท้ายตามมาด้วยความโกรธแค้น เมื่อเห็นรอยยิ้มของเอเรน เด็กที่ตนเคยคิดว่าเป็นเทวดาตัวน้อยมาโดยตลอด

     แซมชายหนุ่มผู้หลงระเริงในโชคลาบที่ได้จากเด็กชายตัวน้อยๆ โดยไม่รู้เลยว่าคำขอแต่ละครั้งนั้น ต้องแลกมาด้วยอะไรทุกสิ่งย่อมไม่ได้มาฟรีๆ สิ่งที่ต้องแลกคือชีวิตอายุไขของตน จวบจนวินาทีสุดท้ายถึงพึ่งเข้าใจว่าไม่มีสิ่งใดได้มาฟรีๆ ถ้าตนไม่โลภสิ่งนี้คงไม่เกิดขึ้นแต่ก็สายไปแล้วที่จะกลับไปแก้ไขอดีตได้

.

.

.

     ท่ามกลางแสงสียามราตรีในเมืองใหญ่ ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตของผู้คนทั้งยามหลับและยามตื่น และภายในซอกซอยแห่งหนึ่งที่อยู่ในย่านชุมชนเสื่อมโทรมได้มีเด็กชายอายุประมาณ5-6ขวบ ใส่ชุดสูทสีดำกางเกงขาสั้นยาวถึงเข่า สวมเสื้อสูทแขนสั้นและเสื้อตัวในสีขาวผูกโบว์หูกระต่ายสีน้ำเงินยืนกอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลเหมือนรอคอยใครบางคน ในซอยที่ไร้แสงไฟเป็นซอยแคบระหว่างตึก หากไม่สังเกตดีๆ ก็จะมองไม่เห็นเด็กชาย ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงสังเกตเห็นเด็กยืนอยู่จึงเดินเข้ามาทัก

"หืมเด็กนิ นายมาทำอะไรแถวนี้หลงทางหรือไงเด็กน้อย" ชายหนุ่มเอ่ยทักด้วยความสงสัยเพราะเห็นเด็กน้อยยืนโดดเดี่ยวอยู่ในซอยเปลี่ยวยามค่ำคืน

“พี่ชายครับรับผมไปเลี้ยงไหม…”

END........

ผลงานอื่นๆ ของ Morinchu

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น