(EXO) OS/SF A-Z (Chanbaek / Kaihun)

ตอนที่ 2 : B -- 'BOOKED' : จองไว้ (CB)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    27 ต.ค. 62



‘B’ 






Booked (adj.)

"จองไว้"




__________




เก้า ชานยอล

เพลิน แบคฮยอน

คิท อี้ฟาน (คริส)

ไค จงอิน



เสียงไอโขลกดังขึ้นข้างหูทันทีที่เขาพ่นควันบุหรี่ออกมา ร่างเล็กกว่าเขาน้ำหูน้ำตาไหลเมื่อไอจนสำลัก เขาบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้รอที่โต๊ะ ก็ยังจะตามเขามาตรงนี้ ตรงที่เขาชอบมายืนสูบบุหรี่เป็นประจำ


ยื่นแขนที่ไปจ่อตรงหน้าหวานจ๋อยของคนแพ้ควัน ไม่นานนักเจ้าตัวเขาก็ก้มหน้าลงมา ใช้แขนเสื้อตัวยาวของสิงห์อมควันคนโปรดเช็ดหูเช็ดตาแบบที่ทำบ่อยๆ


            “เอาเสื้อไปซักให้ด้วย”


คนถูกใช้พยักหน้าหงึกๆ แล้วก็ได้รับการตอบรับเบาๆบนหัวตัวเอง ชอบโดนขยี้หัวจนผมเสียทรงแบบนี้เสมอเลย แต่ก็รู้สึกดีทุกครั้ง


          “เก้า”


            “อืม”


            “วันละมวนพอได้มั้ย”


            “ทำไมอะ”


            “มันเหม็น”


            “แล้วใครให้มารอ”


            เพลินนั่งที่โต๊ะคนเดียว เดี๋ยวพวกบริหารก็มาแซวอีก”


            “ก็มาดิ กูจะต่อยให้ฟันร่วงเลย”


เก้า ชายหนุ่มตัวโตเหมือนยักษ์หงุดหงิดทุกครั้งที่มีคนมาวนเวียนอยู่ที่โต๊ะประจำของพวกเขาและเพื่อนอีกสองคน ด้วยเหตุผลเดียวเลยคือ ถูกใจผู้ชายหน้าหวานปานน้ำอ้อยแบบ เพลิน


            “พวกคิทกับไคก็ไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย”


            “ก็ไม่ใช่หน้าที่พวกมัน”


            “แล้วมันหน้าที่เก้าหรอ”


            “ถามมาก”


เพราะเพลินถามออกไปอย่างใสซื่อเลยโดนผลักหัวเบาๆ เก้าชอบเป็นงี้ทุกครั้งเวลาไม่มีคำตอบให้ในเรื่องอะไรก็ตามแต่ที่มันเป็นคำถามจากเขา เอาเถอะ เพลินจะทำเป็นเข้าใจไปก่อน เพื่อไม่ทำให้เก้าหงุดหงิดแล้วพาลมามันเขี้ยวเขา


19.00 น.


เพลิน  คิทและไคมาสุมหัวกันอยู่ที่ห้องของเก้า เรียกว่าเป็นแหล่งกบดานเลยก็ได้ เพราะห้องเก้ามีความบันเทิงครบทุกอย่าง อาหารการกิน เหล้ายาปาปิ้งแบบที่สถานบันเทิงดังๆมี เพื่อนๆเลยชอบมาที่นี่มากกว่าออกไปตามร้านแล้วคลานกลับแบบหมาอย่างยากลำบาก ถ้าเมาห้องเก้า จะนอนกองกันตรงไหนก็ย่อมได้


            “เมื่อเย็น ไอ้โชคบริหารซื้อน้ำมาให้เพลิน”  ไคเล่าไปจิบเบียร์เย็นๆที่ถืออยู่ในมือไปด้วย


            “แล้ว”  เก้าถาม


            “แล้วกูก็แดกเองค่ะเพื่อน”  เพลินหัวเราะร่วน เมื่อได้ยินคำตอบจากคิท ที่เล่าไปทำท่าทำทางที่ดูแล้วน่าหมั่นไส้ไปด้วย


            “ดี”


            “จ้าพ่อ คิทรู้งานค่ะ”


            “มึงเลิกพูดคะขาดิ้คิท กูจะอ้วก”  ไคปาถั่วใส่หัวเพื่อนให้หยุดท่าทีตอแหลนั่น


            “กูไปสูบบุหรี่นะ”


เก้าลุกขึ้นจากวงเพื่อนแล้วเดินไปหยิบบุหรี่ที่ลิ้นชัก พร้อมไฟแช็ค ก่อนจะเดินออกไปที่ระเบียง ยังไม่ทันได้จุดสูบ ประตูระเบียงที่เพิ่งปิดไปเมื่อครู่ก็ถูกเปิดออก เพลินเดินออกมาพร้อมแก้วเบียร์ของตัวเอง


            “ออกมาทำไม”


            “วันนี้เก้าสูบไปแล้วอะ”    


            “แล้ว?”


            “เพลินบอกให้เก้าสูบแค่วันละมวน”


            “กลัวกูตายเร็วรึไง”


            “นะ เข้าไปนั่งกับเพลินนะ”


แขนเสื้อของคนตัวโตกว่าถูกกระตุกเบาๆ เพลินพยายามจะเอาแต่ใจให้น้อย แต่มันทำไม่ได้ซักทีถ้าเป็นเรื่องเก้า คิทกับไคที่นั่งอยู่ในห้องสะกิดกันให้มองสงครามตาหวานที่ระเบียง นับหนึ่งยังไม่ถึงสาม ไอ้เก้าโยนบุหรี่ทิ้งลงระเบียงแล้วเดินกลับเข้ามาพร้อมเพลิน


            “พ่อไม่ดูดแล้วหรอพ่อ”


            “อือ”


            “เชื่อฟังคำสั่งสอนของมารดาดีมากเลยค่ะ”


            “ไอ้คิท ซักพักมึงโดนตีนไอ้เก้าก็คือกูไม่ช่วยน่ะ”


            “กูรู้ ไอ้ไค เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายช่างแม่ง คนอย่างมึงอะ”


เพลินหัวเราะจนตาหยี ยิ่งคิทกับไคตีกันเพลินก็หยุดหัวเราะไม่ได้ เพลินเป็นคนที่หัวเราะมากๆแล้วหน้าแดงดูแดงไปหมด ซึ่งเก้าคิดว่ามันน่าเอ็นดู.. และน่าเอ็นดูจนหยุดมองไม่ได้


            “นี่!


เจ้าตัวเขารู้ตัวแล้วเนี่ย แต่โทษที ภาพนี้คิทกับไคชินแล้ว ไอ้ความงุ้งงิ้งของเพลิน กับความซึนของเพื่อนซี้ เพลินตีเข้าที่อกกว้างของเก้า เมื่อรู้สึกว่าแววตาของเก้าที่มองมาชักจะน่าตีขึ้นเรื่อยๆ


            “เก้ามองอะไร”


            “มองมึงไง”


ไม่ตอบเปล่า ยกเบียขึ้นจิบแล้วช้อนตาขึ้นมองอีกคนด้วยสายตาที่ไม่ยากเกินคาดเดา เพียงแต่ยังไม่มีใครพูดเรื่องพวกนี้ออกมา


            “เก้าไปส่งเพลินด้วย ห้ามเมา”


            “ใครบอกจะไปส่ง หืม?”


เก้าแตะเบาๆที่ปลายคางของคนตัวเองเรียกว่าเพื่อนอย่างไม่เต็มปากนัก เพลินคว้ามือเกามากัด บางมุมเพลินก็เหมือนลูกหมาจริงๆแบบที่ไคเคยบอก วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ได้เห็นกับตาทั้งคิทและไค


            “ไม่ไปส่งละจะให้นอนกองกับคิทกับไคหรอ”


            “นอนในห้องกูไง”


            “แล้วเก้าจะนอนไหนล่ะ”


            “ห้องกู กูก็นอนในห้องสิครับ ถามแปลก”


            “มึงก็แปลกล่ะว้าา พ่อ”


            “ใครนอนไหน ช่างแม่ง กูจองโซฟา และกู.. ง่วงแล้ว บาย”


            “ไอ้คิทแดกให้หมด ส่วนเพลิน มึงมานี่”


            “เบานะคะพ่ออออ”


เพลินถูกดึงมาที่ห้องของเก้าที่เพลินเคยเข้าออกบ่อยๆ แต่วันนี้รู้สึกว่าเจ้าของห้องจะเริ่มเมานิดๆ แต่ก็ยังพูดรู้เรื่องแหละ เก้าดันให้อีกคนนั่งลงบนเตียง ส่วนอีกคนเดินไปทางห้องน้ำ เพื่อหาผ้าเช็ดตัว แปรงสีฟัน และเสื้อผ้าให้ใส่


            “ไปส่งไม่ไหว เดี๋ยวรถคว่ำ”


            “โอเค งั้นเรานอนด้วยนะ”


            “อือ ไปอาบน้ำไป”


            “เรานั่งอยู่กับคิทต่อไม่ได้หรอ”


            “ไม่ได้”


            “โอเค งั้นเก้าอยากให้เราไปอาบน้ำแล้วใช่มั้ย”


            “อือ”


            “คับ งั้นเพลินจะไปอาบน้ำ”


เก้ายกมือขยี้หัวตัวเองซ้ำๆเมื่อรู้สึกว่าสุ้มเสียงของอีกคนแม่งน่าฟังเกินไป เจ้าของห้องกดไหล่ทั้งสองข้างของอีกคนให้นั่งลงไปที่เดิมก่อน ทั้งๆที่ก่อนนี้บอกให้ไปอาบน้ำ


ชายหนุ่มนั่งคุกเข่าลงกับพื้นโดยมีเพื่อนตัวเล็กนั่งอยู่บนเตียง เก้าคว้ามือทั้งสองข้างของเพลินให้มาวางบนไหล่กว้างของตัวเอง ก่อนเพลินจะถูกจ้องอยู่แบบนั้น


            “เก้ากินไปเยอะเลยหรอ”


            “อือ”


            “ปวดหัวมั้ยคับ เพลินนวดให้มั้ย”


คนตัวเล็กเปลี่ยนท่าจากการเอามือวางบนไหล่ของอีกคน มาโอบรอบคอแทน เก้ายกยิ้มพอใจ เขยิบตัวเข้าไปให้ช่องว่างระหว่างเราทั้งคู่มันเหลือน้อยที่สุด          


            “มึงห้ามยุ่งกับไอ้โชค”


            “หืม?”


            “รับปาก”


            “เพลินไม่ยุ่ง เพลินยังไม่รู้จักเค้าเลยนะ”


            “อย่าให้รู้”


            “เก้าจะทำไมเรา”


            “กูจะกัดมึง แบบที่มึงชอบกัดกู”


ไม่พูดอย่างเดียว เก้าหยัดตัวขึ้นอีกนิดเดียว ปากก็มาจ่ออยู่ที่คอขาวของอีกคน และขบมันเบาๆเหมือนอยากจะสั่งสอนเพลินให้รู้ว่าเขาจะทำยังไง ถ้าเพลินไม่ทำตามที่เขาบอก


            “อ..อะ.. เก้า เราจั๊กจี๋”


            “ไม่ใช่เฉพาะไอ้โชค ใครก็ตาม มึงห้ามยุ่ง เข้าใจมั้ยเพลิน”


            “ขะ.. เข้าใจ เราเข้าใจ”


เก้าไล้จมูกไปตามซอกคอที่ยังหอมเหมือนเดิม เหมือนทุกครั้งที่เขาสัมผัสมัน เก้าพรมจูบเบาๆมาถึงข้างแก้ม จนมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากบางสวยที่เขาชอบนักหนา


            “ก..เก้า”


            “หืม?”


คนที่ดูมีอำนาจเหนือกว่าเพียงแค่ประทับริมฝีปากลงไปเบาๆเท่านั้น เพลินหลับตารับสัมผัสแสนดีชวนฝันนี่อย่างเต็มใจ แม้รู้ดีว่าเราทั้งคู่ไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่าเพื่อน จนสุดท้าย เก้าขยับตัวเพื่อพรมจูบเบาๆที่หน้าผากของเพลิน


            “ไปอาบน้ำ”


            “เก้าพูดเพราะๆกับเราคำนึงก่อน”


            “ต่อรองอะไรอีก”


            “คำเดียว นะนะ”


            “มึงชักจะเอาใหญ่ละนะ”


เพลินหน้างอ รู้แหละเก้าไม่ใช่คนพูดเพราะ หรือพูดจาลื่นหูลื่นใจใครนัก แม้จะสนิทแค่ไหน แต่พอเพลินขอให้เก้าพูดทีไรเก้าก็ยอมทำให้ทุกที แต่ทำไมวันนี้เก้าไม่น่ารักอีกแล้วอะ


            “โอเค เราไปอาบน้ำก็ได้”


เพลินลุกขึ้นคว้าผ้าเช็ดตัวพร้อมจะเดินไปทางห้องน้ำ แต่จังหวะเดียวกับที่เพลินหมุนตัวเพื่อเดินไปอาบน้ำ ยักษ์ตัวใหญ่ก็ดึงผ้าขนหนูเอาไว้


            “หือ?”


            “เพลิน”


            : )


แค่คำว่าเพลินน่ะ เจ้าของชื่อก็กลั้นยิ้มไม่อยู่แล้ว ก็ปกติน่ะ กูๆมึงๆเท่านั้นนะ


            “อาบไวๆมาให้เก้านอนกอดนะ”


            “น่ารัก เก้าน่ารัก”


            “อือ ไปอาบน้ำได้แล้ว”


เก้าหัวเราะเบาๆเมื่อเพลินเดินเข้าห้องน้ำไปพร้อมกับตบมือแปะๆเหมือนเด็กที่กำลังพอใจอะไรซักอย่าง เอาจริงๆสำหรับเขา เพลินน่ารักมากจนเขาไม่อยากปล่อยให้เพลินไปอยู่ในมือใครอีกแล้ว และเขาเชื่อว่าเพลินเองก็คงรู้สึกแบบเดียวกับเขา เพียงแต่การปฏิบัติตัวต่อกันมันยังปรับให้พัฒนาเป็นอย่างอื่นได้ยาก เอาแค่เรียกหรือพูดกับเพลินเพราะๆเขายังไม่ชินเลย


หรือมันถึงเวลาที่เขาต้องเริ่มแล้ว..?












ช่วงบ่ายของวันที่ชาวมนุษย์ศาสตร์ไม่มีเรียนแล้ว นำทีมโดยคิทที่เดินลงบันไดมาก่อนใครเพื่อนหลังจากที่อาจารย์จารุวรรณจอมป่วนยอมปล่อยพวกเขาออกจากคลาส


พวกเขากำลังพุ่งตรงไปที่โต๊ะประจำที่ไม่มีใครกล้าเข้ามานั่งเพราะความโหดของเก้า แต่วันนี้กลับมีหญิงสาวผมประบ่า ผิวขาวน้ำนมนั่งกระโปรงพลีทวับๆแวมๆอยู่ที่โต๊ะ


            “ใครวะ”  คิทชะงัก


            “เหมือนพี่กุ้งเลยว่ะ”  ไคหรี่ตามองไปที่โต๊ะแล้วเดาเอา


            “พี่กุ้งนิเทศอะหรอ”


            “เพลินรู้จักหรอ”


            “อื้อ เคยคุยกับเก้าอยู่พักนึงอะ”


จากนั้นทั้งวงเงียบกริบ รวมถึงคนที่เหมือนจะเป็นต้นเรื่องแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างเก้า คิทกับไคเสนอว่าไม่ไปที่โต๊ะเพื่อความสบายใจของทุกคน

แต่ไม่ทันแล้ว


เพราะเพลินเดินไปที่โต๊ะเรียบร้อย


เก้าส่ายหัวหน่ายๆ เพราะรู้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นต่อจากนี้มันจะเป็นยังไง คิท ไคและเก้าเดินไปที่โต๊ะโดยมีพี่กุ้งปี 4 และเพลินนั่งอยู่คนละฝั่ง


            “มีไรอะพี่กุ้ง”


            “เก้า”


            “อือ”


            “วันนี้ว่างมั้ยอะ พี่จะชวนไปหลังมอหน่อย”


            “ทำไร”


            “ย้ายหอ ขนของไม่ไหว”


            “เดี๋ยวคิทกับไคไปช่วยเองพี่กุ้ง”  คิทเสนอ


            “ไม่เป็นไรจ้ะ พี่ขอแค่เก้าก็พอ”


เพลินยกยิ้มน้อยๆเมื่อรู้เจตนาของผู้หญิงตรงหน้า แต่ก็ยังไม่อยากพูดอะไร ได้แต่มองเพื่อนๆรอบโต๊ะว่าจะมีปฏิกิริยายังไงต่อ


            “พวกพี่ชูไปไหนอะ”


            “ไอ้ชูทำธีสิส”


            “พี่กอล์ฟอะ”


            “มันกลับบ้าน”


            “เก้า”


จู่ๆเพลินก็เรียกเพื่อนตัวเองเสียงเรียบ แบบที่ไม่มีใครเดาได้ว่าเพลินกำลังคิดอะไรอยู่ เก้าหันไปทางเพลิน เลิกคิ้วขึ้นเพราะกำลังสงสัย


            “ไปเหอะ เดี๋ยวเจอกัน”


            “แบบเมื่อคืนนะ...”  เพลินพยักหน้า  “พวกมึงพาเพลินกลับไปก่อน เอากุญแจไป”


ไครับกุญแจห้องของเก้ามาไว้กับตัว เพื่อเตรียมไปสุมหัวกันอย่างเคย และวันนี้ก็ว่าจะทำเนื้อย่างกินกับเบียร์ด้วย และนี่มันคือสิ่งที่เพลินอยากกินมากๆ


            “ขอบใจนะ งั้น.. เก้าไปรถพี่ละกัน”


เพลินลุกออกจากโต๊ะช้าๆ โดยมีคิทกับไคตามหลัง เก้ามองตามจนเห็นว่าคิทขับรถของเขาไปที่ห้องเขาแล้วพร้อมกับไคและเพลินที่ตอนนี้เขาไม่สามารถเดาอารมณ์จากสีหน้าออก


บนรถเงียบสนิท แบบที่เสียงแอร์ยังดังเสียกว่า คิททำหน้าที่คนขับ ไคนั่งข้างๆ และเพลินนั่งข้างหลัง คนขับลอบมองกระจกหลังเป็นระยะเพื่อดูสีหน้าของเพลินที่ไม่รู้ว่าตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่


            “เพลิน”


            “หือ?”


            “โกรธไอ้เก้าปะ”


            “ถามเชี่ยไรเนี่ยไอ้คิท”


            “เปล่า ไม่ได้โกรธ”


แล้วรถก็เงียบไปอีกครั้งหลังจากคนตัวเล็กให้คำตอบ สายตาเหม่อลอยออกไปยังนอกหน้าต่าง พลางนึกเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ เขารู้ดีว่าเก้าไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนั้น แต่การที่เก้าเลือกจะไม่ปฏิเสธอะไรเลยหลังจากที่เขาพูดออกไปว่าให้เก้าไปช่วยเธอ มันก็ทำให้เขาคิดมากนิดหน่อย


ทั้งสามคนมาถึงห้องของเก้าในเวลาเกือบสองทุ่ม เพราะแวะซื้อของเข้าห้อง แผนการกินเนื้อย่างวันนี้พับลงไปก่อน เพราะไม่รู้ว่าเก้าจะกลับมาตอนไหน เลยได้แค่เหล้า เบียร์ และขนมขบเคี้ยวเท่านั้น


พอได้ที่นั่งที่ลงตัวก็เป็นเพลินที่เริ่มดื่มก่อนที่วอดก้า คิทกับไคมองหน้ากันเป็นอันว่าเข้าใจ เพลินไม่ใช่พวกดื้อด้าน โวยวาย แต่จะชอบเก็บทุกอย่างไว้กับตัว ไม่ว่าเรื่องราวนั้นจะแย่สำหรับเพลินแค่ไหน เพลินก็ไม่เคยแสดงออกมาให้ใครต้องรับรู้


แก้วแล้วแก้วเล่าของเพลินทำเอาไคปวดขมับ ส่วนคิทก็โทรหาเก้าเป็นสิบสาย ล่าสุดคือบอกว่าใกล้จะเสร็จแล้ว เหลือประกอบตู้เสื้อผ้า


ยังไงวันนี้ถ้าไอ้เก้ากลับมา ไคคิดไว้แล้วว่าจะชวนไอ้คิทกลับแน่ๆ เพลินทำเหมือนคนไม่รู้สึกรู้สาอะไร แต่มือก็เทเหล้าไม่หยุด สลับเป็นเบียร์บ้าง แต่ที่น่าตกใจคือเพลินบอกว่าอยากสูบบุหรี่แบบเก้า


ซึ่งไครวบไม้รวบมือไว้อย่างไว คือถ้าไอ้เก้ารู้ว่าเพลินสูบบุหรี่เมื่อไหร่ พวกเรานี่คุยกันยาว คนแบบเพลินไม่ถูกกับบุหรี่ด้วยซ้ำ แม้แต่ควันบุหรี่ยังสำลักน้ำตาไหล


สี่ทุ่มตรง เพลินน็อคคาพื้นเพราะกินสลับกันแบบไม่พูดไม่จา มันแย่ตรงที่ไคกับคิทดันรู้สึกดีที่เพลินเมาจนหลับไปซะที เพราะอย่างน้อยคืนนี้ถ้าเจ้าของห้องมันกลับมา เพลินก็ไม่เหลือสติไปงอแงใส่ไอ้เก้า คงเจอกันอีกทีเช้าเลย


            “เก้ามึงถึงไหน”


            (ข้างล่างเนี่ย)


            “เออ มึงมาพวกกูกลับเลยนะ”


            (ไม่แดกต่ออะ)   


            “มึงมาดูสภาพเพลินก่อน แดกต่อก็ไม่มีอารมณ์ละ”


            (เออๆแปป)


ไม่ถึงห้านาทีเจ้าของห้องก็มาเคาะประตู เก้าเห็นจำนวนขวดแอลกอฮอล์ในห้องแล้วถอนหายใจออกมา ยิ่งเพื่อนมาบอกว่าเขาลืมว่าวันนี้เพลินอยากกินปิ้งย่างเขายิ่งรู้สึกไม่ดี


            “เพลินแดกผสมหรอ”


            “อือ”


            “ขอบใจ”


            “งั้นพวกกูกลับละนะ เพลินนอนอยู่ในห้องมึง”


เจ้าของห้องพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปส่งเพื่อนที่หน้าห้องแล้วกลับเข้าไปในห้องนอนโดยไม่สนใจจะเก็บซากที่เพลินกินไว้แม้แต่น้อย


แม้จะเป็นเจ้าของห้องแต่พอรู้ว่าใครนอนหลับอยู่ในนั้นก็พยายามจะเปิดประตูเข้าไปให้เบาที่สุด ไอ้คิทคงไม่รู้ว่าต้องเปิดโคมไฟตรงไหน ถึงได้ปล่อยให้เพื่อนตัวเล็กนอนมืดๆอยู่แบบนี้


พอเก้าเปิดโคมไฟได้ ก็เดินไปนั่งลงกับเตียงโดยทิ้งน้ำหนักเพียงครึ่งเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนอีกคน เพลินในเสื้อนักศึกษากับกางเกงยีนส์กำลังหลับสนิท ดูจากอกที่หายใจเข้าสม่ำเสมอ แต่เขาคิดว่าเพลินจะนอนไปทั้งอย่างนี้ ตื่นมาคงอึดอัดแย่


เก้าเช็ดตัวให้ด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุณภูมิห้องผสมกับน้ำสบู่กลิ่นที่เพลินชอบ และเปลี่ยนเป็นเสื้อบอลตัวโคร่งของเขาเอง มันตัวใหญ่มากจนไม่ต้องหากางเกงให้เพลินใส่เลย


ตอนนี้เพลินเหมือนเด็กน้อยที่นอนใส่เสื้อกับกางเกงในน่ะ


            “ฝันดี”


เก้าเหนื่อยโดยรู้สาเหตุว่าเพราะอะไร อาจเหนื่อยกายเพราะเรื่องย้ายหอ ส่วนอาการเหนื่อยที่ไม่รู้ว่าจะแก้ยังไงตอนนี้ เพราะคนที่น่าจะแก้ได้ดันเมาหลับไปแล้ว ที่เรียกว่าเหนื่อยใจน่ะ จะยังไงดี


หลังจากที่อาบน้ำเสร็จแล้ว เก้าก็ออกมาเช็ดผมข้างนอกห้องนอนก่อน เพื่อไม่ให้รบกวนเพลิน และคิดว่าจะเก็บซากขวดเหล้าขวดเบียร์หน้าทีวีด้วย


พอทำอะไรเสร็จก็ไล่ปิดไฟในห้องแล้วเข้าไปนอนในห้อง ที่มีเพลินนอนอยู่ท่าเดิมไม่ขยับ เก้าเอนตัวลงนอนข้างๆเพื่อนตัวเล็ก สอดตัวเข้าไปในผ้าห่มและพลิกตัวให้เพลินมานอนที่แขนเขาแทน เพื่อเป็นการเปลี่ยนท่า จะได้ไม่เมื่อย


            “อื้อ..”


            “หนาวมั้ย”


เพลินซุกหน้าลงกับอกเขานอนต่อ เก้าลูบหัวคนเมาเบาๆเหมือนอยากจะกล่อมให้หลับต่อให้สนิท ระหว่างนั้นเขาก็สัญญาในใจเอาไว้แล้วว่าถ้าตื่นเช้ามา เขาจะพาคนนี้ไปกินปิ้งย่างตามที่สัญญาไว้ คอร์สใหญ่โตไปเลยแล้วกัน ถือว่าไถ่โทษที่ไปกับคนอื่นแล้วทิ้งเพลินไว้แบบนี้


            “ขอโทษ”


            “...........”


            “กับพี่กุ้งไม่ได้ทำอะไรเกินเลย”


            “...........”


            “แค่ย้ายหอ ขนของ ประกอบตู้ แค่นั้น”


เก้าพูดออกมาทั้งๆที่รู้ว่าอีกคนคงไม่ได้ยิน แต่ใจก็นึกอยากบอกออกไปว่าเขาไม่ใช่เก้าคนก่อนที่เพลินเคยรู้จัก ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะยังทำให้ความสัมพันธ์ของเขาและเพลินชัดเจนไม่ได้ แต่อย่างน้อยความรู้สึกของเขาก็ชัดเจนแล้วจริงๆ


            “อย่ากินผสมกันอีก”


            “............”


            “ตื่นมาแล้วปวดหัวกูจะหยิกมึงให้ตัวเขียว”


            “............”


            “เฮ้อ.. กูล้อเล่น”


เก้าพรบจูบบนกลุ่มผมของคนที่หลับไปแล้วด้วยความรู้สึกอะไรก็ตามที่กลั่นออกมา ทำให้เขากลายเป็นแบบนี้ จะเรียกรักก็ยังไม่เต็มปาก จะบอกว่าชอบมันก็น้อยไป


แต่ในความมืด


รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นช้าๆ หลังจากได้ยินคำว่าล้อเล่น..


            “กูจะเลิกพูดละ ง่วง”


            “.............”


            “ฝันดีอีกรอบละกัน”


09.15 น.


ยักษ์ตัวโตเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างยากลำบาก กระพริบสองสามทีเมื่อสะดุ้งตื่นขึ้นมาเองแบบไม่มีสาเหตุ พอปรับตัวได้จากอาการงัวเงีย ก็สังเกตถึงความผิดปกติบนแขนของตัวเอง เพราะเพลินไม่ได้นอนอยู่บนแขนเขาแบบที่นอนเมื่อคืน แต่กลิ้งไปนอนคว่ำอยู่ขอบเตียงอีกฝั่ง


            “เพลิน”


เจ้าตัวเงียบจนเจ้าของห้องต้องเขยิบไปคว้าตัวจิ๋วมานอนแนบกาย แขนใหญ่โตแบบฉบับผู้ชายรวบเอวบางของอีกคนไว้ให้มานอนข้างกัน แม้เพลินจะนอนหันหลังก็เหอะ กอดจากข้างหลังก็ไม่แย่


            “งืออ”


            “อึดอัดหรอ”


            “งืออ”


            “ถามไปงั้น ไม่ปล่อยหรอก”


            “งืออ”


จากนั้นเสียงลมหายใจสม่ำเสมอก็กลายเป็นเสียงทีดังรองลงมาจากเสียงแอร์ ทั้งคู่นอนกอดกันจนหลับไปอีกรอบ โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เพราะวันนี้เขาทั้งคู่ไม่มีเรียน


12.19 น.


            “เก้า”


            “อือ..”


เพลินตาแป๋วเต็มที่เมื่อรู้สึกมีแสงแดดจ้าลอดผ่านผ้าม่าน และนั่นทำให้รู้ว่าตัวเองถูกเก้ากอดอยู่ เรียกเท่าไหร่ก็ไม่อยากตื่น


เมื่อคืนภาพตัด แต่ก็รู้อยู่แล้วว่าต้องตื่นมาแบบที่ตัวเองอยู่ในห้องนอนเก้า แต่ก็ไม่คิดว่าจะใกล้ขนาดที่เก้ามาหายใจรดต้นคอกันแบบนี้ พยายามพลิกตัวเข้าหาเก้าแล้ว แต่ยิ่งขยับ เก้ายิ่งกอดแน่น ไม่รู้แกล้งรึเปล่า


            “เก้า เพลินจะกลับห้อง”


            “อืออ”


            “เก้า.. เก้า”


            “อือ ได้ยิน”


            “เพลินจะกลับห้อง”


            “กลับทำไม”


          “ก็เพลินไม่อยากอยู่แล้ว”


เท่านั้นแหละ เจ้าของห้องลืมตาขึ้นแทบจะทันที แถมยังออกแรงพลิกตัวให้คนในอ้อมกอดหันมาหา เพียงเพราะไม่ชอบรูปประโยคเมื่อครู่ที่อีกคนพูดออกมา แถมยังใช้น้ำเสียงเย็นชาไม่น่ารักแบบที่เคยด้วย


            “พูดว่าไงเมื่อกี๊”


            “บีบแขนเพลินทำไม”


            “พูดอะไร”


            “เจ็บ”


สุ้มเสียงแหบเบาของเพลินไม่ทำให้คนฟังอยากจะปล่อยมือที่บีบแขนขาวๆของตัวเอง กลับยิ่งทำให้ถูกบีบแรงขึ้นเมื่อเก้ารู้สึกว่าเพลินเริ่มไม่ใช่เพลินที่น่ารักอีกแล้ว


            “เป็นอะไร ทำไมไม่อยากอยู่”


            “เก้าไม่ต้องมาถาม ปล่อย”


            “มึงดิ้นอีกทีกูจะทุบมึงให้ช้ำเลยเพลิน”


จบประโยคแสนใจร้าย เพลินก็หน้าจ๋อย แต่แววตาของเพลินสะท้อนมาว่าเจ้าตัวจะไม่ยอมแพ้ มีอย่างที่ไหนนัดกันไว้อย่างดี แต่หนีไปกับอีกคน แถมยังเป็นคนที่เคยคุยๆกันมาก่อน ถ้าเก้าบอกเพลินว่าไม่อยากให้เพลินยุ่งกับโชค เพลินก็อยากจะบอกให้เก้าเลิกยุ่งกับพี่กุ้งเหมือนกัน!


ฮึ่ย แต่มันไม่กล้า!           


            “ทุบเลย ถ้าเพลินช้ำนะ เพลินจะให้โชคเป็นคนทายาให้เลย”


            “เพลิน!


เก้ายกมือขึ้นบีบปากรั้นๆตรงหน้า แม้จะไม่แรงมาก แต่ก็รู้ตัวดีว่ากำลังโมโหมากแค่ไหน ที่เพลินเอ่ยชื่อมันขึ้นมา


            “เก้าใจร้าย”


            “อย่าพูดชื่อคนอื่น”


            “อื้อออ เจ็บ”


            “เพลิน มึงจะด่ากูใจร้ายอะไรแค่ไหนก็เรื่องของมึง แต่อย่าพูดชื่อคนอื่นตอนอยู่กับกู กูไม่ชอบ”


            “เก้าก็ไม่เคยชอบอะไรหรอก นอกจากพี่กุ้งอะ”


สิ้นคำประชด ตัวแสบก็พลิกตัวนอนหันหลังให้แล้วปล่อยให้ความเงียบปกคลุมทั่วห้อง เก้าเหมือนถูกตบเข้าที่หน้าจนชากระดิกตัวไม่ได้ เขาไม่ได้ชอบพี่กุ้งขนาดนั้น เรื่องมันผ่านมานานแล้ว มันจบไปนานมากแล้ว แต่ที่เขาอึ้งไป เพราะไม่คิดว่าเพลินจะคิดเรื่องนี้อยู่ด้วย


            “เพลิน”


            “............”


ไม่ตอบซะด้วย


            “ขอโทษ”


            “ไม่ใช่พี่กุ้ง เลยพูดดีๆไม่เป็นหรอ”


            “มึงจะเอาใหญ่ละเพลิน”


            “............”


            “............”


            “เพลินจะกลับ!


          “เก้าขอโทษ”


เพลินที่กำลังลุกขึ้นจากเตียงชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงทุ้มๆที่เขาชอบ แม้นานๆทีจะได้ยิน แต่เมื่อกี๊มันดีจังเลย เก้าแบบนี้น่ารัก เพลินชอบ


            “...............”


            “เพลิน”


            “...............”


            “เก้าขอโทษนะคับ”


เพลินเคยขอให้เก้าพูดแบบที่เพลินพูดบ้าง เพลินบอกอยากให้เก้าน่ารักเยอะๆ แต่ให้น่ารักตอนอยู่กับเพลินเท่านั้น อยู่ข้างนอกก็ให้เป็นเก้า ห้ามน่ารักแบบตอนที่น่ารักแบบเพลิน ซึ่งตอนนั้นที่บอกไป เก้าบอกว่า มึงฝันเอา


แต่ตอนนี้เพลินไม่ได้ฝันนะ เพลินตื่นแล้ว


เจ้าของห้องตัวยักษ์ไม่ลุกจากเตียงง่ายๆ แถมยังคว้าตัวคนที่นั่งอยู่บนเตียงให้มาอยู่ใกล้ๆ บังคับให้เพลินนั่งคร่อมบนตัวเขาที่นอนอยู่


            “อย่างอนเยอะดิวะ กูง้อไม่เก่งมึงก็รู้ปะ”


            “พูดเพราะๆได้ไม่ถึงนาที”


เพลินทิ้งตัวแนบกายคนข้างล่าง วางคางไว้กับหน้าอกอบอุ่นของเก้าแล้วช้อนตาจ้องตาเขาอยู่แบบนั้น เก้าเองก็ชอบให้เพลินอยู่ไม่ห่างจากตัวแบบนี้แหละ ชอบมากๆ


            “ขี้น้อยใจนะมึงอะ”


            “อื้อ”


            “ทำไมอะ หวงกูอ่อ”


            “แล้วเก้าหวงเพลินมั้ยอะ”


            “ตามตัวมึงมีกี่รอยอะ”


            “หวงแล้วชอบหยิก”


            “เออ”


            “เพลินขอโทษนะ”


            “เรื่อง?”


            “ที่เพลินเอาแต่ใจเมื่อกี๊”


แบบนี้ทุกทีอะ บางครั้งที่เราทั้งคู่ทะเลาะกันโดยที่เก้าเป็นคนผิด แต่ก็เป็นเพลินที่มักจะคอยขอโทษเขาทุกครั้ง เพลินเคยบอกว่าคำว่าขอโทษ แม้จะแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่ก็ช่วยให้คนฟังรู้สึกดีได้ ชายหนุ่มคิดว่ามันคงจริง เพราะที่เพลินขอโทษเขาเมื่อกี๊ มันทำให้เขายิ้มออกมา


            “กูก็ขอโทษ ถ้าทำให้มึงไม่พอใจเรื่องพี่กุ้ง”


            “ไม่โกรธเก้าหรอก”


            “แค่หวง?”


            “ไม่บอก”


            “บอกหน่อย”


            “อ้อนเพลินก่อน”


            “เพลินบอกเก้าหน่อยคับ”


            “หูย น่ารักปุ๊กปิ๊กอย่าบอกใคร”


            “ให้เร็ว”


            “งือ เพลินหวงเก้า”


            “เอาอีก”


            “หวง ไม่อยากให้เก้าสนใจคนอื่นมากกว่าเพลิน ไม่อยากให้เก้าไปนอนค้างที่อื่น อยากให้เก้าพาเพลินไปกินขนมแต่ไม่ต้องซื้อเผื่อใคร อยากให้เก้าเอาผมลงไม่ให้เซ็ทผมบ่อย เพราะคนอื่นชอบแอบถ่ายรูปเก้า เพลินไม่ชอบ”


เก้าแค่นหัวเราะ ก่อนจะมองลึกลงไปในแววตาแสนดื้อดึงของคนตรงหน้า เหมือนว่าโดนสะกด.. ชายหนุ่มพลิกตัวมาอยู่ด้านบน โดยคนใต้ร่างไม่ทันตั้งตัว


            “ห้ามกัดเพลินนะ..”


เก้าไม่รับปาก และกดจูบเพลินไม่รีรอ ที่ว่าไม่ให้กัดน่าจะหมายถึงไม่ให้กัดปาก เพราะกลัวจะบวมจนเขินคนอื่นตามเคย เก้าเลยทำแค่พรมจูบเบาๆ ย้ำๆซ้ำๆ เหมือนมอนิ่งคิส แม้จะบ่ายแล้วก็ตาม


เพลินหลับตารับจูบกลั้วหัวเราะ เพราะเก้าจูบครั้งนึงผละออก จูบและผละออกเหมือนแกล้ง แต่เพลินชอบ มันน่ารักดี


            “ไปอาบน้ำกัน”  ยักษ์ตัวโตเลิกแกล้งแล้วเอ่ยถาม


            “เพลินไม่อยากอาบเอง”


            “..........”


            “อาบให้เพลินนะ.. อ้อ! ตอบเพราะๆด้วย.. นะ อาบให้เพลินนะ”


            “คับ.. เดี๋ยวเก้าอาบให้เพลิน”












คนตัวเล็กดีดมาก ระริกระรี้สุดๆเมื่อถึงคิวเนื้อย่างที่รอมาเกือบชม. เก้าส่ายหน้าหน่ายๆ ก่อนจะลากคออีกคนให้เข้าไปในร้านซะที เพราะเพลินเอาแต่ขอบคุณพี่พนักงานที่เรียกคิวให้เข้าไปกิน


            “เอาA5 ห้าถาดเลยเก้า แล้วก็ติดมันอีกสาม เก้าเอาผักด้วยนะ”


            “กินหมดแน่นะ”


            “ข้าวมื้อแรกนะเก้า นี่ห้าโมงอะ เพลินกินแบบต่อเวลาแน่ๆ”


            “อือ”


ทั้งคู่นั่งกินเนื้อย่างฝั่งเดียวกันแบบที่ชอบทำ เก้านั่งข้างนอก เพลินนั่งด้านใน คนที่บอกว่าชอบคือเพลิน บอกว่านั่งข้างๆกันมันไม่วังเวง ถ้านั่งฝั่งตรงข้ามกันมันแปลกๆไม่ชอบ แต่เก้าคิดว่าศอกมันชนกันเกะกะ แต่ทำไงได้ ต้องยอม


แต่ระหว่างที่นั่งคีบเนื้อพลิกไปมาอย่างเพลินใจ ที่นั่งฝั่งตรงข้ามที่ว่างอยู่ก็ถูกบุคคลผู้มาใหม่จับจอง และนั่นทำให้ชานยอลวางตะเกียบลงอัตโนมัติ


            “โชค...”


            “หวัดดีเพลิน”


กวนส้นตีนตั้งแต่เริ่ม เพราะแม่งเลือกที่จะทักเพลินคนเดียวไม่ทักเขาที่นั่งหัวโด่อยู่ด้วย ชายหนุ่มหน้าตาพอไปวัดไปวาได้หมาไม่เห่า (ในความคิดของเก้า) นามว่า โชคบริหาร กำลังนั่งยิ้มตาหวานให้เพลินแบบไม่เกรงใจเขาที่มาด้วย ส่วนตัวต้นเหตุอย่างเพลินก็ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่นั่งทำหน้างงๆ


            “หวัดดีโชค”


            “เพลินมาเดินเล่นหรอ”


            “อื้อ โชคล่ะ”


            “เรามาซื้อของเข้าห้องอะ ว่างๆเพลินไปดิ เราเพิ่งซื้อเพลย์สเตชั่นตัวใหม่มา”


เคร้ง!


แน่ๆล่ะว่าเสียงมาจากเก้า แต่ไม่ใช่ว่าเผลอทำอะไรหลุดมือ แต่เก้าโยนช้อนลงไปในตะแกรงปิ้งแบบตั้งใจให้เสียมารยาทเลยด้วยซ้ำ


            “เหย.. เก้า มารยาทหน่อยดิวะ”


            “แล้วมึงมีมารยาทมากเลยงั้นดิ?”


            “กูแค่มาทักทาย”


            “แล้วกูให้มึงนั่งตั้งแต่เมื่อไหร่อะ?”


            “เก้า.. ใจเย็นๆนะ”


เพลินคว้ามือเก้ามากุมไว้หลวมๆ และแน่นอนว่าอารมณ์นี้ เก้าสะบัดออกอย่างไม่มีเยื่อใย ไม่สนด้วยว่าเพลินจะคิดยังไง เพลินก็เหมือนเดิมคือหน้าจ๋อย


            “โชคกลับไปก่อนเถอะนะ เพลินขอกินข้าวกับเก้าก่อน”


            “โอเค งั้นไว้เราซื้อขนมไปให้ที่คณะแล้วกันนะ”


            “ไม่เป็นไร โชคไม่ต้องซื้อหรอก”


            “ไม่ต้องเกรงใจหรอก”


          “เพลินไม่ได้เกรงใจ แต่เพลินไม่อยากแดกของที่มึงซื้อให้”


            “ถ้าไม่บอกว่ามึงเป็นแค่เพื่อนเพลิน กูนึกว่ามึงจีบเพลินอยู่อะ ดูมึงหวงก้างดีว่ะ”


            “มึง!!


เก้ายืนขึ้นก่อนจะโน้มตัวไปกระชากคอเสื้อโชคอย่างไวจนเพลินห้ามไม่ทัน คนทั้งร้านเริ่มมองมาที่พวกเขา และเพลินไม่อยากอยู่ในสถานการณ์แบบนี้


            “เก้าพอเหอะนะ เพลินขอโทษ เรากลับกันนะ”


            “อย่าเสือกเรื่องกูกับเพลิน”  เก้าไม่ได้สนใจที่เพลินขอ กัดฟันด้วยความโกรธบอกกับตัวเสือกที่ไม่ได้รับเชิญตรงหน้า


เพลินคว้าแขนเก้ามากอดไว้ แม้จะต้องยื้อนิดหน่อย แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย จนสุดท้ายเก้ายอมปล่อย ล้วงกระเป๋าสตางค์หยิบเงินสดหลายบาทโดยไม่ได้นับ ปาลงไปที่โต๊ะ ก่อนจะดึงเพลินออกจากร้านทันที


เพลินร้องไห้ตลอดทางที่นั่งอยู่บนรถเพราะเก้าไม่พูดกับเขาซักคำ แถมยังขับรถเร็วจนน่ากลัว แม้จะพยายามอ้อนแล้ว เอามือวางบนขาเก้า เอนหัวไปซบแขนก็ไม่ทำให้เก้าหายโมโห มันเลยทำให้เพลินเสียใจ


            “ฮึ่ก.. อ..อึ่ก”


            “...............”


เก้าเหลือบมองคนข้างๆด้วยสายตาโดยไม่ได้หันหน้าไปมอง คนขี้แงกำลังมองออกไปนอกหน้าต่าง สะอึกสะอื้นเช็ดน้ำตาให้ตัวเอง เห็นแล้วก็หันไปมองถนนตรงหน้าต่อ ตอนแรกคิดว่าจะขับไปห้องตัวเอง แต่ตอนนี้เก้าเปลี่ยนใจแล้ว


พอรถจอดเท่านั้นเพลินก็มองหน้าคนขับทันที เพราะไม่คิดว่าเก้าจะให้เขากลับห้องตัวเอง ตลอดทางที่นั่งมาก็คิดว่าเก้าจะพากลับห้องเก้าแบบทุกครั้งที่ทะเลาะกัน


            “เก้า..”


            “.............”


            “เพลินขอโทษ.. แต่เพลินไม่ได้สนใจโชคเลยนะ”


            “ลงไป”


            “ฮึ่ก.. ฮึ่ก.. ฮ.. อ..โอเค”


แม่ง..


ยอมรับเลยว่าหน่วงใจพอสมควรที่ได้ยินเสียงเพลินร้องไห้อีกครั้ง เก้าไม่แม้แต่จะหันไปมองด้วยซ้ำ เพราะกลัวตัวเองจะใจอ่อนเอาตอนนี้


            “งั้น.. ฮึ่ก.. ฝันดี..นะเก้า”


            “อืม”


เพลินเปิดประตูรถลงไปและปิดมันเบามือเหมือนคนหมดแรง เก้ามองเพลินจนเจ้าตัวเดินหายเข้าไปในลิฟท์  จากนั้นก็ทิ้งหัวลงกับพวงมาลัยอย่างหมดแรง


เขาเหมือนคนบ้าขึ้นไปทุกวัน แม้รู้ดีว่าเขาแทบไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวเพลินเลย แต่วันนี้มันทำให้เขาทนไม่ไหว ไหนจะชวนเพลินขึ้นห้อง หาว่าเขาหวงก้างทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไร มันเจ็บตรงสิ่งที่ไอ้เหี้ยนั่นพูดมันก็ถูก


ปวดหัวชิบหาย


            “ฮัลโหล”


เก้ากดรับสายเพลินทั้งที่ยังไม่เคลื่อนรถออกไปจากหน้าคอนโดของคนในสาย แม้จะโกรธเพลินอยู่ แต่ก็ยังอยากได้ยินเสียงเพลิน เพราะเขาเองไล่อีกคนลงจากรถไวเกินไป


อืม คิดถึง


            (เก้า.. เพลินอยากอยู่กับเก้า)


            “อะไรนะ”


            (ยังไม่ขับกลับไปใช่มั้ย.. ฮึ่ก..)


            “อือ”


            (เก้าจะเลิกใจร้ายกับเพลินตอนไหน.. เพลินรอ)


เก้าหลับตาลงเอนหัวพิงเบาะคนขับอย่างหมดแรง เขาคงต้องแพ้เพลินอีกแล้ว อันที่จริงเขาแพ้ตั้งแต่หันไปเห็นน้ำตาของเพลินแล้ว แต่ยังไม่อยากยอมรับในตอนนั้น


            “พรุ่งนี้มารับ มึงเข้านอนเหอะ”


            (เก้าไม่อยากนอนกอดเพลินอีกหรอ)


            “พรุ่งนี้เดี๋ยวรับมานอนไง”


            (เพลินไม่ตื๊อแล้ว เก้าอย่าเพิ่งรำคาญ.. ฮึ่ก..นะ)


ไม่เคย..


เก้าส่ายหน้าเพราะไม่เคยนึกรำคาญเพลินจริงๆซักครั้ง แม้ว่าเพลินจะเผลอดื้อ พูดไม่รู้ฟัง หรือทำให้เขาต้องพูด ต้องสั่งอะไรซ้ำๆ เขาก็ไม่เคยมีคำว่ารำคาญเลย สำหรับคนชื่อเพลิน


            (ขับรถดีๆนะ.. ถึงแล้วบอกเพลินนะ เพลินจะบอกฝันดี)


            “อืม”


            (หายโกรธเพลินไวๆนะ เพลินคิดถึง)


            “เข้าห้อง ยืนตรงระเบียง ยุงกัด”


            (คับ)






 






เก้ามารับเพลินไปเรียนพร้อมกันตอนสิบโมง ระหว่างทางเพลินก็ฉีกแซนวิชป้อนคนขับแบบที่ทำบ่อยๆ แต่วันนี้พิเศษหน่อยตรงที่มีกาแฟที่เก้าชอบด้วย แน่นอนว่าป้อนเหมือนกัน


เก้าอ้าปากเมื่อเพลินเอาแซนวิชที่ฉีกแล้วมาจ่อรอ รสชาติดีเพราะเพลินบอกว่าตื่นแต่เช้ามาทำเอง แต่จะไม่ชม เพราะเดี๋ยวจะได้ใจ


            “อีกคำเดียวหมดแล้วเก้า”


            “อือ”


            “อิ่มป่าว ถ้าไม่อิ่มเพลินแพ็คไส้กรอกชีสมาด้วย เอามั้ย”


            “อิ่มแล้ว”


            “โอเค”


เอาใจน่าดู เพราะไม่อยากเห็นเก้าใจร้ายแล้ว วันนี้เก้าไม่ค่อยขมวดคิ้วมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่ค่อยโกรธเขาแล้ว หรือว่าวันนี้รถไม่ค่อยติดเลยทำให้เก้าอารมณ์ดีก็ไม่รู้เหมือนกัน


ยี่สิบนาทีต่อมาเก้าจอดรถเสร็จก็พาเพลินมาที่ตึกคณะโดยให้เพลินเดินนำไปก่อน พอมาถึงที่โต๊ะ คิทกับไคก็รออยู่ก่อนแล้ว แต่แปลกไปกว่าทุกวันคือวันนี้มีดอกกุหลาบช่อเล็ก กับขนมเล็กๆน้อยๆวางอยู่ที่โต๊ะ


            “มาพอดีเลยค่ะ”  คิทเอ่ยทักเพลินแบบดัดจริตตามประสา    


            “ของโชคใช่มั้ย”


เพลินเอ่ยถามท่ามกลางความมึนงงของคิทและไคว่าทำไมเพลินถึงรู้ เก้ากำลังจะหัวเสียกับเรื่องเดิมที่ยังไม่หายไปจากความรู้สึก แต่สิ่งที่เพลินกำลังจะทำเล่นเอาทั้งสามหนุ่มเหวอ


เพลินรวบทุกอย่างที่คิดว่าเป็นของโชค ไปทิ้งถังขยะใหญ่ที่ใต้บันได แล้วเดินกลับมายิ้มหวานให้เพื่อน โดยเฉพาะเพื่อนที่ชื่อเก้า.. เก้าที่กำลังกลั้นยิ้ม


            “วันนี้เพลินอยากกินเนื้อย่าง ซื้อของไปทำกินห้องเก้าได้มั้ย”


เจ้าของห้องค่อยๆพยักหน้ารับ ก่อนจะต้องยิ้มออกมาจนได้เมื่อตัวแสบเอาสองมือมาดึงแก้มเขาจนยืดย้วย เพลินหัวเราะจนตาหยีน่ารักแบบที่ชอบทำเวลามีความสุข ก่อนจะถูกเจ้ายักษ์ตัวโตลากคอไปทางดาดฟ้า


            “มึงงงปะคิท”


            “เนี่ย คิดอยู่ว่าคืออะไร”


            “พวกมันชวนพวกเราปะวะ หรือมันจะไปกินกันสองคน”


            “ปริศนาธรรมชิบหาย”


            “แล้วมันไปไหนกัน”


            “กูรู้มั้ง กูก็ยืนอยู่กับมึง”


คิทกับไคยังคงงงอยู่ ทำไมเพลินต้องเอาของพวกนั้นไปทิ้ง แล้วไอ้เก้ามันยิ้มห่าอะไรขนาดนั้นวะ แต่ถ้ากูถาม กูโดนต่อยมั้ยอะ เนี่ย จะเสือกก็เสือกได้ไม่เต็มที่ โว้ะ


21.00 น.


หลังจากที่คิทกับไคกลับไปแล้ว และเก็บห้องจนสะอาดเอี่ยมไม่เหลือคราบน้ำมันเนื้อย่างที่พื้น เจ้าของห้องก็อาบน้ำต่อจากเพลิน ที่อาบเสร็จแล้วเช็ดผมอยู่บนเตียง


ครึ่งชั่วโมงต่อมาเก้าออกมาจากห้องน้ำ ใส่กางเกงนอนขายาวตัวเดียวและเช็ดผมไปด้วย ส่วนเพลินกำลังเคลียร์ด่าน 135 ในเกมส์ Garden Scape อยู่บนเตียงโดยนอนคว่ำหน้า วางโทรศัพท์บนหมอน คือนอนเล่นสบายเลยแหละ


            “เล่นไม่ผ่านเลยเก้า หงุดหงิดแล้ว”


            “หงุดหงิดก็นอน”


            “เก้าเล่นให้หน่อย”


            “ไม่เล่น ง่วง”


            “ยังไม่หายโกรธเพลินอีกหรอ เพลินก็ทิ้งของโชคไปหมดเลยนะ”


ได้ยินชื่อมันแล้วคันตีนยิกๆ เก้าโยนผ้าเช็ดหัวใส่ตะกร้าแล้วขึ้นไปนั่งเอนหลังพิงหัวเตียงเล่นโทรศัพท์ของตัวเองบ้าง จริงๆหายโกรธแล้ว


            “เปล่า”


            “งั้นอย่าเมินกันได้มั้ยอะ”


            “งั้นถามหน่อย”


            “คับ”


            “ทิ้งของมันทำไม”


เพลินพลิกตัวขึ้นนั่งแล้วเขยิบตัวไปใกล้อีกคน เข้าไปนั่งซุกข้างตัวให้เก้ากอด เพลินซบลงกับอกเปลือยเปล่าของเก้าเพราะชอบความอบอุ่นที่เก้าถ่ายทอดมา


            “แคร์เก้า”


            “..............”


            “ไม่อยากให้เก้าหงุดหงิด ไม่อยากเห็นเก้าใจร้ายไล่เพลินกลับแบบเมื่อวันก่อน”


            “อือฮึ”


            “เพลินไม่ได้ชอบโชคนะ”


เพลินช้อนตาหวานมองเก้าที่กำลังมองเขาอยู่เหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่าเก้าจะเชื่อคำพูดเขาบ้างมั้ย เลยอยากให้เก้าเข้าใจเขามากขึ้นผ่านแววตาที่กำลังส่งไปให้อีกคน


            “แล้วมึงชอบใคร”


            “เพลินพูดได้หรอ”


            “ก็กูถามอยู่นี่ไง”


            “ไม่บอกหรอกว่าใคร แต่จะบอกว่าเค้าเป็นยังไง”


            “อืม”


            “คนที่เพลินชอบนะ เป็นคนตัวโตมากกก มือใหญ่ จับแล้วอุ่น กอดก็อุ่น ขี้หวงเพลิน แต่พูดไม่เพราะ ชอบพูดกูๆมึงๆกับเพลิน แต่พอเพลินบอกให้พูดเพราะๆก็คือน่ารักมากเลยอะ”


            “หรอ”


            “แล้วเก้าอะ มีคนที่ชอบมั้ย”


            “ไม่มี”


            “.............”


          “แต่มีคนที่รักแล้ว”


            “ใครอะ”


          “มึงไง”


            “เก้า!! จะตอบตรงๆแบบนี้ได้ไงอะ ทำไมไม่ตอบแบบเพลิน”


            “ขี้เกียจอธิบาย”


            “ไม่โรแมนติกเลย”


            “ทำไม มึงไม่รู้จักตัวเองหรือไง”


            “รู้”


            “แล้วจะให้กูอธิบายทำไมในเมื่อมึงก็รู้จักตัวเองดี”


            “ก.. เก้าอะ!!


ฟาดผั้วะเข้าให้ที่กล้ามท้องแน่นของคนซึนข้างๆ ไอ้ประโยคเมื่อกี๊มันก็เขินดีหรอก แต่ทำไมเก้าไม่ให้เขาตั้งเนื้อตั้งตัวก่อนอะ ทำหน้าไม่ถูกเลยเนี่ย ถ้าคิทกับไคถามจะต้องตอบว่าไง


            “ทำดีๆดิ ขอเพลินเป็นแฟนรึยัง”


            “ขอทำไมอะ”


            “เก้า อย่ามั่วเยอะ เรางงหมดละนะ เก้าแกล้งเราเล่นหรอ”


            “เพลิน”


            “.................”


            “ที่ผ่านมากูก็พยายามสม่ำเสมอกับมึงแบบที่มึงก็น่าจะรู้ว่าเพื่อนกันเค้าไม่ทำแบบนั้น กูรู้ว่ากูอาจจะยังไม่ใช่คนดีที่สุดที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตมึง กูบอกตัวเองทุกวันว่าระหว่างกูกับมึงคงยังไม่ถึงเวลาที่จะพัฒนาเป็นอย่างอื่นเพราะกูไม่รู้ว่ามึงรู้สึกเท่าที่กูรู้สึกมั้ย”


            “................”


            “แต่กูรู้ว่าจะไม่เสียมึงไปแน่ๆไม่ว่าด้วยสถานะอะไร เพราะตอนนี้กูมั่นใจแล้วว่ามึงคงรู้สึกไม่น้อยไปกว่ากู... จริงมั้ย”


            “.................”


            “วันที่ไอ้โชคมันพยายามเข้ามา มันยิ่งบีบให้กูต้องรีบพูด วันนี้ที่มึงทิ้งของพวกนั้นแล้วบอกว่าแคร์กู ยิ่งทำให้กูอยากพูดออกไป แต่ไม่อยากถามว่าสำหรับมึงมันถึงเวลาหรือยัง เพราะกูอยากเลือกเองว่าเมื่อไหร่ กูอยากรู้แค่ว่า สำหรับมึงแล้ว นอกจากกู มึงอยากมีใครอีกมั้ย”


เพลินส่ายหน้าทั้งน้ำตาและรอยยิ้ม


            “งั้นรอกูนะ..”


            “เพลิน.. ไม่อยากรอแล้วเก้า”


            “เชื่อกู.. กูมีคำตอบให้มึงแน่ๆ ว่าทำไมมึงถึงต้องรอ”


            “เพลินอยากให้เก้าบอกเพลินตอนนี้เลยได้มั้ย ว่าเพราะอะไร เก้าจะไม่ขอเพลินคบตอนนี้ก็ได้ แต่เพลินอยากรู้ ว่าทำไมเก้าถึงบอกให้รอ”


ชายหนุ่มเม้มปากแน่นและใช้ความคิดอย่างหนัก อันที่จริงเขาอยากให้เพลินรออีกแค่ สามวันเท่านั้น และวันนั้นจะเป็นวันที่เก้าสัญญาได้เลย ว่ามันจะเป็นวันที่พิเศษที่สุดแบบที่เก้าไม่เคยทำให้ใคร


แต่สายตาเว้าวอนของคนตัวเล็กกำลังทำให้เขาแพ้


            “อีกสามวัน วันอะไร”


            “วันนี้.. 24 พฤศจิกา อีกสามวัน.. 27 วันเกิดเก้า”


            “ที่อยากให้รอ เพราะอยากให้มึงมาเป็นของขวัญให้กู”


            “ฮึ่ก...”


            “มึงร้องไห้อีกแล้วนะเพลิน ตามึงบวมหมดแล้วเนี่ย”


บ่นเขาแหละ แต่ก็ดึงเค้ามากอด จากที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่ก็เอาเขามานอนแขนตัวเองแล้วกอดไว้ และยิ่งกอด เพลินก็ยิ่งร้องไห้ ร้องด้วยความดีใจ


            “วันนั้นมึงไม่ต้องเตรียมของขวัญไว้ให้กู เพราะกูจะเป็นคนให้ของขวัญมึงเอง”


            “ฮึ่ก.. ห.. ให้อะไร”


            “มึงกะไม่ให้กูเก็บไว้เซอไพรส์มึงบ้างเลยมั้ง”


            “ฮึ่ก.. เก้าบ้า ฮือ.. อึ่ก.. บ้า”


            “ถึงจะยังไม่ขอเป็นแฟน  ถือว่าจองไว้ก่อน มึงเข้าใจมั้ยเนี่ย”


            “เข้าใจ งั้นเราจองเก้าไว้เหมือนกัน ถึงเวลา ห้ามยุ่งกับคนอื่น”


            “กูหมดลุคที่คีพมาขนาดนี้ ยังคิดว่ากูจะหนีมึงไปไหนอีกอะ”


            “เป็นแฟนเพลิน ห้ามพูดมึงกูแล้วด้วย”


            “เกี่ยวไรกัน”


            “ไม่งั้นจะเลิก”


            “เลิกกะกู กูตามยันบ้านมึงที่แม่ฮ่องสอนอะ”


            “โหดจังว่าที่แฟนเรา”


เพลินกับเก้ามองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาด้วยความสุข.. ที่จริงเพลินก็รักและรู้สึกกับเก้ามากเหมือนกัน แต่แค่อยากรู้ว่าจะมีวันไหนมั้ยที่เก้ายอมพูดออกมา แล้ววันนี้มันก็มาถึงแล้ว


            “เก้า เพลินถามอะไรหน่อยนึง”


            “อือ”


            “เก้าไปเอาคำพูดเท่ๆมาจากไหนว่าจะขอคบเพลินวันเกิด เพื่ออยากให้เพลินเป็นของขวัญวันเกิดให้เก้า”


            “ไม่ได้เอามาจากไหน ทำไมอะ”


            “เพลินชอบอะ น่ารักดี”


            “จริงๆที่ขอคบตอนวันเกิดอะ...”


            “ฟังอยู่”


            “เพราะว่า”


            “..............”


            “พอถึงวันครบรอบกูจะได้ไม่จำผิด เลยเอาวันเดียวกับวันเกิดไปเลย”


            “เก้า!!! ไอบ้า!!


เพลินทุบแฟนอั่กๆ แต่เก้าไม่เจ็บซักนิดแถมยังหัวเราะไม่หยุดเพราะเพลินเอาแต่บ่นให้ขอคบตอนนี้เดี๋ยวนี้เลย ภายในห้องเลยอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะไปทั้งคืนจนทั้งคู่นอนกอดกันจนหลับไป


สำหรับเก้า


เก้าไม่อยากรออีกแล้ว กลัวจะสายเกินไปแล้วใครจะพาเพลินไปจากเก้า


แต่สำหรับเพลิน อยากให้เก้าเข้าใจมากกว่า ว่าจะไม่มีใครพาเพลินไปไหนได้


เพลินไม่อยากไปกับใคร


ถ้าคนนั้นไม่ใช่เก้า : )










100 %

ไคฮุนไม่มาอะเพื่อน

ชานแบคแทนนะฮะ

ตอนหน้าจะไคฮุุนจริงๆละ

เจอคำผิดบอกนะฮะ ไม่ได้พรูฟเลยสารภาพ

ไว้เจอกันใหม่จ้า รักเด้อ

#ficatothez

#เก้าเพลิน






 
T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #5 Piriyaporn Boonchuychoo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 22:58
    ประทับใจมากกกกก แงงง มันน่ารักกกกก
    #5
    0
  2. #4 PCYiskmm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 20:55
    น่ารักมากๆเลยค่ะ ชอบมากๆเลย
    #4
    0
  3. #3 jjannyne (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 15:07
    ยังดีงามอีกเช่นเคย ชานแบคเหมาะสมกันที่สุดแล้วจริงๆ คริคริ
    #3
    0