(EXO) OS/SF A-Z (Chanbaek / Kaihun)

ตอนที่ 1 : A -- 'ACE' : เพื่อนที่สนิทที่สุด (CB)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 208
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    24 ก.พ. 62



‘A’  




Ace (n.)

“เพื่อนที่สนิทที่สุด”



__________






เสียงโหยหวนของสาวๆหวีดร้องเหมือนจะขาดใจ เมื่ออ่านข่าวกอสสิปจากเว็บเพจโรงเรียน จริงๆมีเรื่องให้หวีดทุกเช้า เมื่อเพื่อนร่วมห้องของพวกหล่อนคนหนึ่ง ขยันเป็นข่าวกับเพื่อนข้ามห้อง เซอร์วิสสาวเล็ก สาวน้อยทั้งโรงเรียนเหลือเกิน


เป็นที่รู้กันดีว่า ถ้าพูดถึงคู่รักปากแข็ง แต่ขยันควงกันเติมความหวานกันไม่หยุด จะเป็นใครไม่ได้เลย นอกจากแชมป์ห้อง 7 กับ บู้ห้อง 9 ซึ่งล่าสุดควงกันไปดูหนังรอบดึก จนมีปาปารัซซี่มือดีแอบถ่ายช็อตถอดหมวกให้กันก่อนเข้าโรงหนังด้วย เอาเป็นว่า ต่อให้ปากแข็งว่าเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดยังไง ชาวเราก็ขอให้ทั้งคู่เปลี่ยนจากคู่จิ้น เป็นคู่จริงได้ในซักวันนึงนะจ๊า อิอิ


อีกด้านของโรงเรียน..


            “เห้อ.. เกลียดคำว่าอิอิจัง”


เจ้าของแก้มยุ้ยทำปากอูดร้องโอดโอย เมื่ออ่านข่าวกอสสิปที่พวกเพื่อนในห้องส่งมาให้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชิน แต่เขาเกรงใจเพื่อนสนิทที่ซวยซ้ำซวยซ้อน ตกเป็นข่าวกับเขาทุกๆอิริยาบถ ทุกๆเหตุการณ์ที่ทั้งเราทั้งคู่อยู่ด้วยกัน


            “ในรูปบู้ผอมกว่าตัวจริงเยอะเลยอะ”


            “จะโดนตบปากนะแชมป์


            “ขอโทษครับผม”


            “ทำไมไม่มีใครเขียนข่าวว่าเรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก บ้านอยู่ติดกัน เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เตรียมอนุบาล จนตอนนี้มอห้า ก็ยังเรียนโรงเรียนเดียวกัน สนิทกันเพราะแม่ชอบไปทำเล็บด้วยกัน พ่อชอบไปตีกอล์ฟด้วยกันไรแบบนี้บ้างอะ จะได้เข้าใจซะทีว่าเราสนิทกันแบบไหน”


ไม่มีคำตอบจากแชมป์ เพราะไม่รู้ว่าบู้มันบ่นเฉยๆหรืออยากได้คำตอบ เขาเลยแค่ยิ้มออกไปเพราะเสียงบู้ตอนบ่นนี่ไม่ต่างอะไรจากลูกหมาโดนงดข้าวเย็น


            “เบื่อเป็นข่าวกับแชมป์แล้วดิ”


            “กลัวแชมป์เรตติ้งตกมากกว่าอะ”


            “เรตติ้งอะไรล่ะ”


            “สาวๆห้องบู้อะ เอาปากกามาเขียนแขนบู้ใหญ่เลย บอกบู้ชอบไปยุ่งกับแชมป์”


            “แล้วบู้ทำไง”


            “เอาลิควิดจิ้มแขนมันคืน แล้วก็บอกด้วยว่าบ้านเราติดกัน บางทีเตียงแชมป์ก็เป็นเตียงบู้”


            “แล้วไงต่อ”


            “เพื่อนเอาลิควิดตีหัวบู้เลย”


            “ฮ่าๆๆๆ”


ดาดฟ้าตอนพักกลางวันน่ะสวรรค์สุดๆ ไม่ร้อนมาก หลังจากทั้งบู้และแชมป์กินข้าวกับเพื่อนๆในห้องเสร็จแล้วก็จะปลีกตัวจากเพื่อนในห้องมาอยู่คุยเล่นด้วยกันแบบนี้ทุกวัน จะไม่ให้เพื่อนแซว แต่ก็เปลี่ยนกิจวัตรนี้ไม่ได้จริงๆ ไม่รู้ทำไม ทั้งๆที่ตอนเลิกเรียนเราก็กลับบ้านพร้อมกันตลอด มีเวลาคุยเล่นกันตอนซ้อนมอเตอร์ไซค์ของแชมป์กลับบ้าน


            “เย็นนี้รอที่เดิมนะ”


            “เดี๋ยวบู้บอกเพื่อนด้วย ว่าบู้ซ้อนรถแชมป์ทุกวัน”


            “ยังอีกนะ”


บู้หัวเราะก๊ากแล้วเดินไปทางประตูดาดฟ้าเมื่อรู้ว่าใกล้หมดเวลาพักกลางวัน แชมป์ส่ายหน้าขำๆ เดินตามบู้ออกไปพบกับอีกสามคาบเรียนสุดท้ายก่อนจะได้กลับบ้านไปนั่งเล่นเกมที่บ้าน แบบที่มีบู้มาเล่นด้วยกัน


17.42 น.


            “รอนานมั้ยบู้ แฮ่ก.. แชมป์ยกงาน แฮ่ก.. แฮ่ก.. ไปส่งมา ขอโทษนะ”


            “เกือบชั่วโมงเลยนะ”


ร่างสูงโปร่งที่เหงื่อโทรมกายทำหน้าสำนึกเมื่อรู้ว่าทำให้บู้ต้องรออีกแล้ว จริงๆไม่ใช่ครั้งแรก แต่ถ้าถามว่าครั้งที่เท่าไหร่ อันนี้บู้ก็หมดปัญญาจะนับ บู้ไม่ชอบคนมาสาย ถ้าจะเลทก็น่าจะบอกกันหน่อย ไม่ใช่ปล่อยให้มายืนรอมืดๆคนเดียว ยุงก็กัด แต่พอบอกว่าจะกลับเองขึ้นมา แชมป์ก็ไม่พอใจแถมยังโมโหบู้อีกด้วยในบางที


            “แชมป์ขอโทษอะบู้ แชมป์เอางานไปส่งมาจริงๆ”


            “.............”  คนตัวเล็กกว่าเอาแต่ทำหน้างอแล้วเดินไปที่รถ แน่นอนว่าแชมป์เดินตามไปติดๆพร้อมหยิบกระเป๋าบู้มาสะพายเอาไว้ข้างหน้า โดยที่สะพายของตัวเองไว้ด้วยข้างหลัง รวมทั้งหมดสองใบ


เพื่อนสนิทเขาทำกันแบบนี้แหละ


            “บู้หิวมั้ย แชมป์พาไปร้านลูกชิ้นนะ”


            “บู้ไม่หิว”


            “โกโก้ปั่นมั้ย ร้านพี่จุ๊บ”


            “บู้ไม่อยากกิน บู้อยากกลับบ้าน


            “....................”


อีกหนึ่งข้อที่ดูเหมือนจะงี่เง่ามากๆ แต่มันเกิดขึ้นแล้วกับนายแชมป์ ผู้ไม่ชอบให้บู้บอกว่าอยากกลับบ้าน เพราะนั่นหมายถึงว่าเย็นนี้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันก่อนเข้านอน ปกติบู้จะบอกว่า ขอไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวตามไปที่บ้าน และแม่ของแชมป์ก็จะเตรียมคุ๊กกี้อัลม่อนบ้าง ช็อคชิพบ้างใส่โหลพร้อมนมคนละกล่อง ให้พวกเขาขึ้นไปกินด้วยกันบนห้องนอนของแชมป์   


            “โกรธแชมป์ขนาดนั้นเลยหรอบู้”


            “....................”


            “งั้นแชมป์ขอโทษ เดี๋ยวแชมป์พาบู้กลับบ้านหาน้าแพรนะ”


พอถึงตอนนี้บู้ดันหน้างอหนักกว่าเก่าเมื่อรู้ว่าแชมป์ยอมแพ้เอาง่ายๆ และกำลังพาเขากลับไปหาแม่ แชมป์สตาร์ทรถ ขี่ด้วยความเร็วเท่าเดิมแบบที่บู้นั่งแล้วสบายใจ แต่หารู้ไม่ว่าคนข้างหลังเสียใจจะแย่แล้ว


ใช้เวลาเพียงแค่ 15 นาทีทั้งคู่ก็มาถึงบ้าน น้าแพรแม่ของบู้เก็บกวาดใบไม้หน้าบ้านอยู่พอดี พอเห็นลูกชายตัวจ้อยกลับมาบ้านก็ยิ้มหวานต้อนรับ แต่ไม่นานรอยยิ้มก็ค่อยๆเลือนหายไป เมื่อบู้คว้ากระเป๋านักเรียนที่แชมป์สะพายให้แล้ววิ่งเข้าบ้านไป ซึ่งบู้จะเป็นแบบนี้ได้มีอยู่เหตุผลเดียว


            “ทะเลาะกันหรอน้องแชมป์”


            “ครับ น้าแพร..”


            “เกิดอะไรขึ้น บอกน้าได้มั้ย”


            “แชมป์ให้บู้รอนาน ขอโทษนะครับน้าแพร วันนี้มาส่งบู้ช้าอีกแล้ว”


            “น้าไม่เคยว่าน้องแชมป์หรอก อย่าคิดมาก หิวมั้ย กินข้าวบ้านน้าก่อนมั้ย”


            “บู้คงไม่อยากให้แชมป์กินด้วยหรอกครับ น้าแพรให้บู้กินเยอะๆดีกว่า บู้ไม่ได้แวะกินอะไรมาเลย”


            “อืม.. งั้นน้าขอไปดูบู้ก่อน ขอบใจที่มาส่งบู้นะจ้ะ”


            “ครับน้าแพร สวัสดีครับ”


แชมป์เดินคอตกและเข็นรถเข้าบ้าน พ่อกับแม่กำลังนั่งดูทีวีกันอย่างสนุกสนาน  กวักมือเรียกลูกชายมานั่งด้วยกันที่โซฟาเหมือนทุกทีที่เจอรายการสนุกๆ แชมป์ยกมือไหว้พ่อกับแม่เมื่อเข้ามาถึงตัวบ้าน แต่ไม่ไปนั่งดูทีวีด้วยกัน ยิ่งไปกว่านั้นคือลูกชายคนเดียวของบ้านเดินขึ้นชั้นสองไปโดยไม่พูดอะไรซักคำ


กระเป๋านักเรียนถูกเหวี่ยงลงกับเตียงเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นก็เป็นเจ้าของกระเป๋าที่ทิ้งตัวลงกับเตียงเช่นกันด้วยความเหนื่อยอ่อน เมื่อตอนเย็นอาจารย์นกขอให้เขาช่วยยกการบ้านของห้องสายวิทย์ พอยกการบ้านไปส่งห้องพักอาจารย์เสร็จ อาจารย์ท่านอื่นๆที่ยังไม่กลับบ้าน ก็วานนู่นวานนี่ แชมป์เป็นพวกปฏิเสธไม่เป็น เลยไม่รู้จะทำยังไง


ก็รู้แหละว่าบู้คงรอนาน แต่ตอนนั้นก็ไม่รู้จะเอาเวลาไหนโทรไปบอกบู้เหมือนกัน เพราะอาจารย์ใช้เขาไม่พักจริงๆ จนถึงตอนนี้ ข้อความที่เขาส่งไปขอโทษ บู้ก็ไม่แม้แต่จะอ่านมัน


ก๊อก ก๊อก !


            “แชมป์ไม่ได้ล็อคครับ”


เป็นพ่อที่เปิดประตูเข้ามา พร้อมเครื่องหมายคำถามที่อยู่ในสีหน้า น้าเปี๊ยก ที่บู้ชอบเรียกเดินเข้ามานั่งที่เตียง โดยที่เจ้าของห้องไม่ได้ลุกขึ้นมานั่งดีๆ


            “น้าแพรเขาเอาปลาทอดมาให้น่ะ ลงไปกินข้าวกัน”


            “แชมป์ไม่หิวเลยพ่อ”


พ่อเปี๊ยกลูบหัวลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเบาๆ หน้าซึมกระทือมาแบบนี้ มีไม่กี่เรื่อง หนึ่งในเรื่องที่จะเดาเลยก็คือ น่าจะเป็นเรื่อง...


            “พ่อ บู้โกรธแชมป์อีกแล้ว”


            “ก็เลยกินไม่ลง?”


            “พ่ออะ”


            “พรุ่งนี้เดี๋ยวพ่อตื่นมานะ ทำแซนวิชไข่ไส้กรอกชีสที่บู้ชอบไปให้ ถ้าบู้ไม่กินแชมป์ก็ขู่เลยว่า ถ้าไม่กินแชมป์จะบอกน้าเปี๊ยกเลย แบบเนี้ย”


            “มุขเดิมจะได้ผลใช่มั้ยพ่อ”


            “ได้ผลมาจนแกอายุ 17 น่ะ ลองดูอีกทีจะเป็นไร”


            “.....ครับ”


            “ป่ะ ข้างล่างมีปลาทอด.. มีแกงจืดเต้าหู้..”


แชมป์เดินตามหลังพ่อลงบันไดไป ร่ายเมนูอาหารเย็นวันนี้ไปอย่างอารมณ์ดี พ่อกับแม่ของเขารู้ดีว่าบู้มีอิทธิพลต่อความรู้สึกลูกชายเขามากแค่ไหน และเข้าใจว่าเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร













6.30 น.


แชมป์มายืนรอบู้ที่หน้าบ้านพร้อมมอเตอร์ไซค์คู่ใจเหมือนทุกๆวัน ปกติบู้จะออกจากบ้านเวลานี้ เลทสุดก็ 6.45 และตอนนี้แชมป์คิดว่าวันนี้บู้คงจะเลทแน่ๆ ถึงได้ออกมาช้า


แซนวิชที่พ่อทำให้แชมป์เมื่อตอนเช้ามืดยังอุ่นๆอยู่ถ้าบู้ออกมาตอนนี้เพื่อเห็นสิ่งที่แชมป์ตั้งใจเอามาฝาก แซนวิชถูกใช้เป็นเครื่องมือง้อบู้เช้านี้


            “อ้าว น้องแชมป์”


            “น้าแพร สวัสดีครับ”


แม่ของบู้เดินออกมาทางหน้าบ้านเหมือนจะออกไปตลาดเหมือนทุกวัน หยุดทักเขาด้วยสีหน้างงนิดหน่อย เพราะคิดว่า..


            “น้าคิดว่าบู้ออกไปกับแชมป์ซะอีก”


            “ม..หมายความว่า...”


            “บู้ออกไปโรงเรียนซักพักแล้วนะจ้ะ”


ทันทีที่ร่ำลาน้าแพรเสร็จ แชมป์ก็รีบขี่รถไปโรงเรียนทันที 7.13 น. ถึงโรงเรียนโดยจอดรถไว้ที่เดิม ก่อนจะเดินไปโรงอาหาร เพราะปกติบู้จะมาซื้อน้ำส้มปั่นกินที่นี่ แล้ววันนี้ก็เป็นอีกวันที่แชมป์เดาถูก แต่บู้อยู่ตรงนั้น


กับใครอีกคน


            “บู้”  เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมามอง ขณะที่บุคคลที่สามกำลังมองมาที่แชมป์แบบมีคำถาม เคน ห้องคิงยิ้มน้อยๆก่อนจะหันไปทางบู้ เหมือนต้องการคำตอบว่าหมอนี่มันมาทำไม


            “แชมป์มีอะไร”


            “ทำไมไม่รอแชมป์”


            “บู้รีบมาลอกการบ้านอะ”


            “ทำไมไม่ไลน์มาบอก”


            “ขอโทษแล้วกันนะ”


            “แชมป์ถามว่าทำไมไม่ไลน์มาบอก ไม่ใช่ให้มาขอโทษ”


            “แชมป์จะมาหาเรื่องอะไรบู้แต่เช้าอะ!


            “แชมป์ไปรอบู้หน้าบ้าน ถ้าน้าแพรไม่ออกมาบอก แชมป์ก็ต้องยืนรออยู่แบบนั้น เพราะบู้ไม่ตอบข้อความแชมป์ไง!!!


            “ทีนี้เข้าใจคนรอแล้วใช่ปะ ว่ามันน่าเบื่อแค่ไหนอะ!!


            “เบื่อมากเลยใช่ปะบู้!!


            “เห้ย โทษนะ ผมว่าคุณควรพูดดีๆกับบู้หน่อย”  เคนลุกขึ้นยืนตรงกลางระหว่างบู้และแชมป์ ทำท่าเหมือนจะเข้ามาห้าม แต่ก็ต้องชะงัก


          “แล้วมึงเสือกอะไร”


หนุ่มเนี๊ยบสไตล์เด็กห้องคิง นั่งลงกับเก้าอี้โรงอาหารด้วยสายตาอาการหวั่นๆ แชมป์โมโหจนหน้าแดง แดงขึ้นไปถึงหู้แบบที่บู้เข้าใจดีว่าถ้ามีคนมาขวางหน้าตอนนี้ แชมป์อาจจะได้ขึ้นห้องปกครอง เพราะมีเรื่องชกต่อยแน่ๆ


            “เคน บู้ขอโทษด้วยนะ แล้วก็ขอบคุณมากที่เอาการบ้านมาให้ลอก”


            “ไม่เป็นไรบู้ แล้วตอนเย็นเรายังไปส่งบู้ได้ใช่มั้ย”


บู้เหลือบมองแชมป์อย่างไม่เต็มตา เพราะอะไรก็ไม่รู้ แต่บู้ก็เลือกที่จะใช้รอยยิ้มเป็นคำตอบ ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่บางมากจนเรียกว่าเป็นคำตอบแทบไม่ได้ แต่เคนก็นัดหมายต่อ


             “งั้น.. ผมไปก่อนนะ เจอกันตอนเย็น”


แชมป์มองตามไอ้หน้าจืดที่เดินสวนเขาออกไปจากโรงอาหาร ดีหน่อยที่ตอนนี้โรงอาหารไม่มีคนเยอะมาก เลยไม่โดนสายตาหลายคู่จับจ้องเพราะมีปัญหากับบู้ ก็แน่ล่ะ เขากับบู้ยิ่งเป็นกระแสในเว็บเพจโรงเรียนอยู่ด้วย


            “.....................”


            “.....................”


            “อย่างมันคงไม่ต้องคอยยกการบ้านกองเท่าภูเขาไปห้องพักอาจารย์แบบแชมป์หรอก”


แซนวิชที่ทำมาถูกโยนไว้บนโต๊ะแบบไม่ใยดี คนตั้งใจทำมาก็ไม่สนแล้วว่าสภาพของแซนวิชจะเป็นอย่างไร มันจะสำคัญตรงไหนล่ะ ในเวลานี้


            “ช.. แชมป์”


เสียงเรียกชื่ออีกคนนั้นแสนเบา เบาราวกับเสียงกระซิบ เจ้าของแผ่นหลังกว้างในชุดนักเรียนหลุดลุ่ยกำลังไกลออกไปจากสายตา บู้ทิ้งตัวนั่งลงกับเก้าอี้ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสับสน ทั้งใจเสีย จนทั้งหมดมันแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดเล็กๆอยู่ในอกได้ยังไงก็ไม่รู้












อาจารย์พับหนังสือเก็บในเวลาต่อมาเมื่อสอนจบคาบสุดท้ายของวัน บู้รีบเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมตัวจะกลับบ้านเองแบบไม่สนหน้าสนหลัง เวลานี้เขาต้องหาทางออกจากโรงเรียนโดยไม่เจอ..


          “บู้!


            “ค.. เคน”


            “ไปกันเลยมั้ย”


ไม่ทันแล้ว แม่งเอ๊ย


บู้เดินหงอยๆตามหลังเคนที่อาสาไปส่ง หลังจากที่ (หลวมตัว) ไปนัดไว้ แถมเคนยังคุยโม้ว่าวันนี้คนขับรถเอา JAGUAR XJ PREMIUM LUXURY SWB สีบรอนซ์เงินมารับ







ตอนบู้เห็นรูปก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะไม่รู้จัก นอกจากไม่ตื่นเต้นแถมยัง หนักไปทางอาย เพราะเท่าที่เคยเห็นเคนกลับบ้านคือ คนขับรถจะกุลีกุจอลงจากรถมาเปิดประตูให้ ทั้งๆที่เราอยู่มอห้ากันแล้ว ประตูรถแค่นี้ก็น่าจะเปิดเป็น


            “เชิญครับ”


บู้ถูกเชิญนั่งในรถตรงเบาะหลังโดยมีเคนนั่งอยู่ข้างๆ คนขับรถค่อยๆออกรถช้าๆตามสภาพการจราจรที่เริ่มติดขัดเพราะเป็นเวลาเลิกเรียน


นั่งรถไปซักพักเคนก็ชวนคุยเรื่องทั่วไป ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องส่วนตัว มีบ้างที่วกไปถามเรื่องแชมป์ที่ดูเหมือนจะเป็นประเด็นร้อนที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุดในเว็บเพจโรงเรียน แต่ก็แน่ล่ะ บู้ไม่ได้สนิทกับเคนขนาดเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังได้อย่างหมดเปลือก บู้เลยเล่าไปอย่างคร่าวที่สุด


รถเคลื่อนตัวมาจอดติดไฟแดงที่สี่แยก ซึ่งต้องข้ามแยกไฟแดงนี้ไปแล้วขับตรงไปอีกราว 5 กิโลเมตร ถึงจะถึงปากซอยเข้าหมู่บ้านบู้ สายตาที่ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ที่ไหนเพราะรู้สึกอึดอัดมาตลอดทาง กวาดมองไปนอกรถ จนไปสะดุดกับนักเรียนตัวโตแสนคุ้นตา จอดรถมอเตอร์ไซค์ที่เขาจำได้เพราะเคยซ้อนอยู่ทุกวัน


แชมป์กำลังผุดลุกผุดนั่งอยู่ข้างรถตัวเองที่จอดนิ่งสนิท และเปิดเบาะรถหยิบเครื่องมือเล็กๆน้อยๆออกมา แขนเสื้อนักเรียนเปื้อนคราบสีดำๆ รวมถึงชายเสื้อนั่นด้วย บู้มองเห็นถึงขนาดนั้น แม้ระยะห่างระหว่างเราจะมากพอสมควร


บู้กำลังนั่งอยู่บนรถหรูแอร์เย็นฉ่ำ ในขณะที่รถแชมป์เสียอยู่ริมฟุตบาทติดกับป้ายสัญญาณไฟแดง ยิ่งเห็นว่าแชมป์กำลังพยายามซ่อม ลองพยายามสตาร์ท ซึ่งครั้งนึงบู้เคยผ่านเหตุการณ์นี้ไปพร้อมกับแชมป์ก็ใจวูบหวิวขึ้นมา ความคิดในหัวกำลังตีกันและไม่ทันได้ประมวลผลอะไรต่อ


            “ข้ามแยกนี้ไปอีกหน่อยแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้านใช่มั้ยบู้”


            “อ.. เอ่อ ใช่ ใช่ๆ”


            “มองอะไรหรอ”


            “เปล่า..”


บู้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหวังจะส่งข้อความไปหาแชมป์ ที่ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง โชคชะตาก็ดันไม่เข้าข้าง เพราะแบตโทรศัพท์แดง กระพริบจนมันดับไปคาตาแค่บู้ปลดล็อคโทรศัพท์เท่านั้น


น้าแพรออกมาหน้าบ้านเมื่อเห็นรถไม่คุ้นตามาจอด ไม่นานบู้ก็ลงมาจากรถ โดยมีเคนลงมาสวัสดีตามมารยาทสากล น้าแพรยิ้มรับและขอบคุณที่ลำบากมาส่งลูกของเขาถึงหน้าบ้าน


            “เพื่อนหรอบู้”


            “ครับแม่”


            “ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวแม่ทำอะไรให้กิน”












บู้เปิดหน้าต่างห้องชะเง้อมองไปทางบ้านข้างๆที่ป่านนี้แล้วยังไม่มีรถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ จะสามทุ่มอยู่แล้วแชมป์ยังไม่กลับบ้าน บู้ร้อนใจจนกระวนกระวายขึ้นเรื่อยๆ อุตส่าห์กินข้าวกับแม่กับพ่อแบบไม่มีพิรุธแล้ว เพราะกลัวท่านถามแล้วจะงอแง คิดว่าแม่น่าจะเข้าข้างแชมป์แน่ๆ พอได้เวลาขึ้นห้องก็รีบวิ่งขึ้นบันไดติดต่อแชมป์ในทันที


          (เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้)


            “ฮึ่ย! จะโกรธแล้วนะ”


พูดออกไปกับลมกับฟ้าแบบนั้น ทั้งที่จริงรู้แก่ใจว่ามันไม่ใช่คำว่าโกรธ บู้โยนโทรศัพท์ลงกับเตียงแล้วเดินไปเกาะหน้าต่างชะเง้อมองอีกบ้าน


จนกระทั่ง สามทุ่มยี่สิบ...


เสียงมอเตอร์ไซค์ขับช้าๆและกำลังจะผ่านหน้าบ้านบู้ แชมป์ในสภาพมอมแมมอย่างที่สุด ดับเครื่องก่อนจะถึงหน้าบ้านเขา แล้วใช้วิธีลงมาเข็นรถไปเรื่อยๆจนมาถึงหน้าบ้านตัวเอง เห็นแบบนั้นบู้ก็รีบวิ่งออกจากห้องทันที


          “แชมป์!!


เด็กนักเรียนตัวโตชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตูบ้านหันไปมองทางเสียงเรียก บู้ในชุดนอนลายดอกทานตะวันค่อยๆกะเทาะความเหนื่อยอ่อนที่เกิดขึ้นกับแชมป์วันนี้ได้เกินครึ่งอย่างประหลาด


ทำไมเขาถึงดีใจที่เห็นบู้ยืนอยู่ตรงนี้


            “หายไปไหนมา”


            “................”


            “มือไปโดนอะไรมา”


            “................”


            “แชมป์หายไปไหนมา”


            “ทำไมบู้ยังไม่นอนอีก ..หืม?”


น้ำตาหยดลงมาได้ยังไงก็ไม่รู้ เพียงเพราะได้ยินเสียงของแชมป์ที่เหมือนว่าไม่ได้ยินมานาน ทั้งที่เราเพิ่งทะเลาะกันไปเมื่อเช้า แชมป์ละมือออกจากประตูบ้านก่อนจะเดินมายืนอยู่ตรงหน้าเพื่อนสนิทที่ตอนนี้กำลังร้องไห้เงียบๆ ไร้สะอื้น


            “บู้ควรนอนได้แล้ว”


            “ไม่ ฮ..อึ่ก ง่วง”


            “ลงมาทำไม”


            “...................”

          “มารอแชมป์หรอ”


บู้ฟาดมือเข้าที่ไหล่คนถามเสียงดังจนเจ้าตัวร้องโอย แชมป์ลูบผิวที่โดนตีเมื่อกี๊ด้วยความรู้สึกแสบๆคันๆ แต่แรงบู้ก็ไม่ได้มากขนาดทำให้เขาทนไม่ไหวขนาดนั้นหรอก


            “ตอบคำถามบู้ด้วย”


            “ครับๆ.. แชมป์รถเสีย เลยเอาไปซ่อมมา ช่วยเขาซ่อมแล้วไปจับส่วนที่มันร้อน นิ้วเลยพอง”


            “จ.. จริงหรอ”


            “อื้อ แต่ไม่เป็นไร สบายมาก”


บู้คว้ามือแชมป์ที่มีพลาสเตอร์ชิ้นใหญ่แปะเอาไว้มาดูใกล้ๆ ตาใสด้วยน้ำตาช้อนมองเจ้าของรอยแผลด้วยความรู้สึกผิดจับใจ ผิดกับแชมป์ที่ไม่ได้แสดงสีหน้าไม่พอใจแม้แต่น้อยให้บู้ต้องคิดมาก


            “บู้.. ขอโทษ”


            “หืม?”


            “ถ้าบู้กลับกับแชมป์.. แชมป์จะไม่ลำบากแบบนี้”


            “คิดมาก แชมป์โอเค”


            “..................”


            “แล้วบู้กลับบ้านยังไง”


            “..................”


            “คนชื่อเคนหรอ”


บู้พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะมองไปที่รถมอเตอร์ไซต์ที่เขาซ้อนประจำ พร้อมถามถึงอาการเสียที่เกิดขึ้น แชมป์บอกว่าหัวเทียนมันร้าวทำให้รถสตาร์ทไม่ติด แถมแจ๊คหัวเทียนก็ขาดด้วย เลยต้องเข็นไปที่ร้านซ่อม ส่วนเรื่องที่ติดต่อไม่ได้ก็เพราะโทรศัพท์แบตหมด... ทั้งคู่ยืนคุยกันอยู่ซักพัก บู้ก็ถูกไล่ไปนอน เพราะแชมป์ก็ต้องรีบอาบน้ำเข้านอนเหมือนกัน


            “พรุ่งนี้เจอกันนะบู้”


            “พรุ่งนี้.. แชมป์จะมารอบู้มั้ย”


            “ถ้าบู้อยากไปพร้อมแชมป์ บู้ก็รอหน้าบ้านนะ”


            “อ.. อื้อ”


            “ฝันดีนะบู้”


            “ฝันดี..”


แชมป์ยิ้มแล้วเดินไปเข็นรถเข้าบ้าน ที่แชมป์เลือกที่จะเข็นก็เพราะกลัวว่าเสียงมอเตอร์ไซค์จะรบกวนบ้านน้าแพรที่นอนเร็ว รวมถึงบ้านคนอื่นๆด้วย


            “แชมป์!


            “หืม?”


          “แซนวิชแชมป์อร่อยเหมือนเดิมเลยนะ”


แชมป์ประหลาดใจเมื่อได้ยินคำนี้ เขาไม่คิดว่าบู้จะกินมัน เพราะเขาโยนมันไว้ที่โต๊ะแบบที่ไม่คิดว่ามันจะได้รับความสนใจ ลักยิ้มเท่ๆของแชมป์ตอนนี้มันประดับอยู่บนแก้มก็เพราะบู้












หลังจากที่ไม่ได้อัพเดทข่าวนี้มานาน วันนี้ได้ฤกษ์แล้วจ๊าาาา แฮชแท็ก #แชมป์บู้ ต้องมา เพราะว่าล่าสู๊ดดด หลังจากที่มีคนเห็นที่โรงอาหารว่าทั้งคู่นั้นนนน ระหองระแหง ทะเลาะกันเล็กๆ วันนี้คู่รักปากแข็งกลับมาซ้อนรถคันเดียวกันอีกครั้ง ก็ก่อนหน้านั้นฝ่ายบู้เปลี่ยนไปนั่งรถหรูของเคนห้องคิงอยู่วันเดียว สงกะสัยเหลือเกิน ว่าทะเลาะอะไรกัน บ้างก็ว่าบู้ประชดแชมป์บ้าง งอนจนเปลี่ยนคนควงบ้าง บลาๆๆ แต่สุดท้ายก็กลับมารักกันเหมือนเดิม อุ๊ต้ะ ชงกันจนแก้วจะแตกแล้วนะคะ เหลือแค่คบกันเอง ไม่ยากใช่ไหมค๊าา #แชมป์บู้


เวลาผ่านมาจนถึงมอหกเทอมสอง บู้กับแชมป์ได้รับดอกไม้และของขวัญเยอะมากๆในวันปัจฉิม เพื่อนๆน้องๆ รุมกันขอถ่ายรูปจนบู้ต้องหนีมานั่งหลบมุมกับแชมป์แต่ก็แค่แปปเดียวเท่านั้น ก็โดนตามกลับไปที่หอประชุมใหญ่เหมือนเดิม


          “พี่แชมป์คะ”


ขณะที่พี่ๆมอหกกำลังเซลฟี่ถ่ายรูปกันในวันสำคัญอย่างสนุกสนาน น้องผู้หญิงมอสี่ผมยาวถึงกลางหลังหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งเดินฝ่าเข้ามาในวงพี่ๆพร้อมโทรศัพท์มือถือที่เปิดกล้องถ่ายรูปเอาไว้แล้ว


            “ขอถ่ายรูปด้วยได้มั้ยคะ”


เสียงโห่ฮิ้วตามหลังมาแน่ๆแบบไม่ต้องสืบ น้องเค้ก ยิ้มหวานเมื่อได้รับอนุญาตจากแชมป์ ทั้งคู่ยืนแนบชิดกัน ส่วนสูงของน้องเค้กคืออยู่ระดับไหล่แชมป์เท่านั้น เด็กสาวชูสองนิ้วยิ้มกว้างจนเห็นฟันเหล็กสีแดงสวย ในรูปแรก ส่วนรูปที่สอง


น้องเค้กคว้าแขนแชมป์มาควงเอาไว้หลวมๆ


และบู้ก็เห็นเหตุการณ์นี้ตั้งแต่ต้น


            “เอาเครื่องพี่แชมป์ถ่ายด้วยได้มั้ยคะ”


            “ค..ครับ?”


          “แล้วส่งให้เค้กทางไลน์ได้มั้ยคะ”


เพื่อนๆในห้องแซวจนแชมป์ทำหน้าไม่ถูก สายตาก็กวาดมองไปรอบๆ เพราะกลัวว่าบู้จะเห็น ไม่รู้สิว่าทำไมถึงกลัวบู้จะรู้จะเห็น.. แต่มันเคยมีเหตุการณ์แบบนี้แล้วน่ะ ก็เลยแบบ...


เออ นั่นแหละ


แชมป์ยอมเอาโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาเซลฟี่กับน้องเค้กอีกสองสามรูป หลังจากนั้นก็ปลีกตัวออกมาได้โดยที่ยังไม่ให้ไลน์กับน้อง เพราะเพื่อนอีกห้องมาลากไปถ่ายรูปรวม


บู้โดนดึงมาถ่ายด้วยกัน ถ่ายรวมกันหลายๆห้องเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก ถ่ายไปถ่ายมาจากที่ยืนไกลกัน บู้กับแชมป์ก็ได้มายืนใกล้กันตรงกลาง บู้หน้างอแบบที่แชมป์รู้ว่าเพราะอะไร แต่พอตากล้องสั่งให้ยิ้ม บู้ก็ยิ้มหวานออกมาได้น่ารักเหมือนเดิม ที่แชมป์รู้เพราะแชมป์มองบู้อยู่


รูปที่ออกมาเลยกลายเป็นว่าแชมป์กำลังมองบู้แล้วยิ้มตาม    


            “พี่แชมป์คะ”


น้องเค้กคนเดิมกลับมา แต่คราวนี้บู้ยืนอยู่ด้วย รอยยิ้มที่เคยมีก็จางไป แถมบู้ยังถอนหายใจออกมาจนเพื่อนข้างๆหัวเราะ น้องเค้กน่ะน่ารัก น่ารักเกินกว่าที่แชมป์จะปฏิเสธน้ำใจที่น้องหยิบยื่นมาให้ แต่เพื่อนๆก็รู้ดีว่าบู้กับแชมป์น่ะยังไง ถึงได้หัวเราะออกมาตอนที่บู้ถอนหายใจ  


            “ส่งรูปให้เค้กได้มั้ยคะ”


น้องเค้กแบมือสวยออกตรงหน้า แถมยังบอกว่าจะพิมพ์ไอดีไลน์ให้ บู้ตาโตขึ้นมาเมื่อแชมป์ทำท่าหยิบโทรศัพท์ออกมาจะส่งให้น้องเค้ก


          “ขอยืมโทรศัพท์หน่อย”


บู้ว่างั้นแล้วหยิบโทรศัพท์ของแชมป์มา เดินออกมาจากวงเพื่อนหน้าตาเฉย กดโทรออกหาตัวเองเหมือนคนกวนประสาทแบบที่เพื่อนๆหัวเราะจนกุมท้อง


รวมถึงน้องเค้ก


            “พอดีเค้กเพิ่งเข้าชมรมเขียนข่าวของพี่จูน ทั้งในวารสารแล้วก็ในเพจด้วยค่ะ โจทย์คือข่าวที่มีที่มาจากตัวเอง เค้กเลยเลือกที่จะเขียนข่าวพี่แชมป์ พี่บู้น่ะค่ะ”


            “อ.. อ่อครับ”


            “ขอโทษนะคะ ถ้าทำให้พี่บู้โกรธ แล้วก็ขอโทษล่วงหน้าที่จะเขียนข่าวว่าพี่บู้ขี้หึงนะคะ”


พี่ๆมอหกขำกันหมด เมื่อน้องเค้กทำท่าขี้เมาท์ใส่ แชมป์เกาหัวแกรกๆเมื่อไม่รู้จะทำหน้ายังไง แต่ก็ขอบคุณที่น้องไม่ได้มาเพื่อสร้างปัญหาแบบที่คิดเอาไว้ตอนแรก


            “ขอให้พี่ๆทุกคนโชคดีนะคะ เดี๋ยวรูปรวมวันนี้เค้กเอาไปใส่วารสารให้ แล้วจะส่งไปที่บ้านพี่ๆทุกคนเลยนะคะ”


            “คร๊าบบบ / จ้าาา”


            “ส่วนข่าวพี่แชมป์ เย็นนี้เจอกันค่ะ”


ก่อนเธอจะวิ่งออกไปจากตรงนี้ก็ทิ้งระเบิดไว้ให้พี่ๆขำกันอีกรอบ แชมป์เองก็หัวเราะออกมาน้อยๆ ก่อนจะยืนรองรับคำโห่แซวจากเพื่อนๆ ซึ่ง 8 ใน 10 ของจำนวนเพื่อนกำลังไล่ให้เขาไปง้อบู้ที่ไม่รู้เดินไปไหนแล้ว












บู้เดินมาบนดาดฟ้าที่เขาชอบมาตั้งแต่เข้าเรียนที่นี่ เบื่อแชมป์! คนตัวเล็กกระฟัดกระเฟียดอยู่คนเดียว ของขวัญและดอกไม้ถูกวางไว้บนโต๊ะเก่าๆตรงประตูทางเข้า ส่วนตัวเองยืนกอดอกมองนกมองฟ้าหาความสงบในจิตใจ ซึ่งถามว่าสงบมั้ย ก็ไม่เลย


            “ไม่กลับบ้านหรอ”


บู้หันควับไปทางต้นเสียง ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าแชมป์ต้องมาที่นี่ เพื่อนตัวสูงได้ของขวัญไม่น้อยไปกว่าเขาเลย ก็บอกแล้วแชมป์น่ะเรตติ้งดี ถ้าไม่มีข่าวกับเขานะ เผลอๆได้มากกว่านี้อีก


            “แชมป์เสร็จธุระแล้วหรอไง”


            “แชมป์ไม่ได้ติดธุระอะไรหนิ”


            “แล้วขึ้นมาหาบู้ทำไม”


            “มาเอาโทรศัพท์คืน”


          “แชมป์!


เจ้าของชื่อสะใจมากที่เห็นบู้ทำท่าจะฟาดเขาแบบที่ทำหน้าบ้านวันนั้น คราวนี้คนถูกกระทำไหวตัวทัน คว้าแขนบู้ไว้แถมกัดเข้าที่แขนขาวๆนั่นด้วยความหมั่นไส้


            “โอ๊ย”


            “เลิกทำหน้าบู้บี้แล้วเอาโทรศัพท์แชมป์มาได้แล้ว”


            “จะรีบส่งรูปให้น้องเค้กหรือไง”


            “อือ”


            “เสียใจด้วย!


บู้ยัดโทรศัพท์ใส่มือเจ้าของแล้วหันหนี แชมป์งงนิดหน่อยกับคำว่าเสียใจด้วยของบู้ แต่ไม่วินาทีต่อมาก็กระจ่าง เมื่อเปิดอัลบั้มรูปในโทรศัพท์แล้วพบว่ารูปที่ถ่ายล่าสุดเป็นรูปหมู่ที่ถ่ายกับเพื่อนๆ


รูปน้องเค้กถูกไวรัสบูบู้ลบไปเรียบร้อยครับท่าน


            “โทรศัพท์พังแน่ๆเลย รูปน้องหายอะ แชมป์ต้องเอาไปกู้รูปที่ร้าน”


            “เยอะ!!


            “พอแล้วเหอะ บู้โกรธจนหน้าแดง เหงื่อที่จมูกเยอะแล้ว มานี่”


แชมป์ใช้หลังมือเช็คเหงื่อที่จมูกอีกคนอย่างเบามือ บู้เลิกขมวดคิ้วแล้วปล่อยให้เพื่อนสนิทดูแลเขา เวลาโกรธมากๆ เหงื่อที่จมูกชอบออกมาเป็นเม็ดๆเหมือนเวลากินเผ็ดมากๆ


          “น้องเค้กบอกว่าบู้ขี้หึงมาก”


          “รู้มาก!!


            “แชมป์ก็ว่าจริง”


            “ไม่จริง”


            “งั้นแชมป์จะลงไปถ่ายรูปกับน้อง”


            “แชมป์ก็จะโดนเตะเลย”


            “เนี่ย”


            “ไม่ได้หึง”


            “งั้นเดี๋ยวมา”


            “จะไม่คุยด้วยเลย”


            “โอเค ไม่หึงจริงๆด้วย”


บู้มองหน้าแชมป์นิ่งๆก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเพราะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเป็นบ้าอะไร แชมป์เองก็มีความสุขที่เห็นบู้เป็นเดือดเป็นร้อน เพียงเพราะเขาที่เป็นเพื่อนสนิทจะลงไปหาน้องเค้ก


            “ถ่ายรูปกันหน่อยมั้ย”  แชมป์ชวน


            “ถ่ายๆๆ ถ่ายเยอะๆเลย”


ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่บนดาดฟ้าด้วยกันอีกซักพักก่อนจะพากันกลับบ้าน ช่วงเวลาสิบกว่าปีที่เป็นเพื่อนกันมันดีกับใจแบบไหนก็แบบนั้น ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนได้ ถึงแม้ทั้งคู่กำลังจะแยกย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งเรียนกันคนละที่ด้วย แต่อย่างน้อยทั้งคู่ก็ไม่ได้เลือกที่จะอยู่หอพักเหมือนเพื่อนๆคนอื่น แชมป์และบู้ยังกลับมานอนที่บ้านและได้เจอกันทุกวันเหมือนเดิม


แน่นอนว่ามีสังคมใหม่ก็ย่อมได้เพื่อนใหม่ ได้ทั้งเพื่อน ได้ทั้งพี่ ทั้งเพื่อนที่คิดแค่เพื่อน เพื่อนที่คิดมากกว่าเพื่อน และพี่ที่คิดมากกว่าพี่ แต่พอใครมาถามทั้งแชมป์และบู้ ทั้งคู่ก็เลือกที่จะไม่ให้ไม่คำตอบอะไรที่แน่ชัดมากนัก แต่ถ้าถามว่ามีแฟนหรือยัง ทั้งแชมป์และบู้จะตอบว่าไม่มีแฟน


            “ไม่มีแฟนแล้วทำไมมึงไม่รับน้องส้มไว้พิจารณา ไอ่สัสแชมป์ เป็นกูหน่อยไม่ได้น้า”


          “จริง สามสี่ยีบสี่สามห้าสูงร้อยกว่าๆ ชอบมะชอบม้า”


          “ไม่ชอบ”


          “เรื่องของมึงละ ขี้เกียจชง”


          “แล้วนี่มึงจะไปไหน”


          “ไปหาบู้ เจอกัน”


.


.


          “บู้”


          “ห๊ะ”


          “พี่นนท์ฝากขนมมาให้แกอะ”


          “ขอบใจ”


          “อ้าว ไม่กินเลยอะ”


          “เดี๋ยวต้องไปกินข้าวกับแชมป์ก่อน”


.


.


          “วาเลนไทน์จ้า แชมป์รถมึงนี่ มีที่เก็บดอกไม้พอปะวันนี้”


          “มึงก็เว่อร์”


          “หลังจากที่น้องส้มยอมแพ้ น้องแยมก็เสียบแว้บเข้าให้”


          “แต่เพื่อนแชมป์ของเราก็ เข้าอิหรอบรักษาน้ำใจ แต่ไม่รับไว้พิจารณาเหมือนเดิม”


          “กูว่ามึงทำหมันมั้ย จบๆ ฮ่าๆๆๆ”


.


.


          “วาเลนไทน์ไปไหนมั้ยบู้”


          “ไม่ไปครับพี่แก้ว หรือพี่แก้วจะไปเลี้ยงหนมบู้ก็ได้ แฮ่ๆ”


          “ฝันเถอะย่ะ พี่แบงค์ฝากมาถามว่าบู้ว่างมั้ย”


          “ทำไมหรอครับ”


          “พี่แบงค์จะชวนบู้ไปดูหนังน่ะ”


          “อืม... ขอถามแชมป์ก่อนได้มั้ยครับ”


.


.


          “เป็นไรวะแชมป์ ซึมๆ”


          “...........”       


          “มีไรบอกพวกกูได้นะเว้ย”


          “บู้.. ไม่คุยกับกู”


          “หืม??”


.


.


          “แชมป์ไม่มารับหรอมึง”


          “เค้าไม่มารับกูหรอก”


          “ทะเลาะอะไรกันอีก”


          “กูงี่เง่าเองแหละ”


          “แชมป์ก็ง้อมึงทุกทีแหละ ให้เวลาเค้าหน่อย”


          “อือ”


          “งั้นเดี๋ยวกูไปส่งบ้านแล้วกัน”


.


.


          “กูถามจริงเหอะ บู้กับมึงคือยังไงวะไอ้แชมป์”


          “ยังไงคืออะไร”


          “ปีสามแล้วมึง โตเป็นควายแล้วมั้ย กูต้องอธิบายอีกหรอ”


          “มึงต้องการคำตอบแบบไหนล่ะ”


          “อะ เอาใหม่ สรุปคือมึงกับบู้เป็นอะไรกัน”


          “เพื่อนไง เพื่อนสนิทกู”


          “กูให้มึงพูดใหม่”


          “เพื่อนสนิทกูตั้งแต่เด็กๆไง กูก็เคยบอกไปแล้ว”


          “แล้วบู้ไม่มีแฟนหรอ”


          “ไม่มี”


          “ไม่มีหรือมึงไม่ให้มี”


.


.


          “บู้บอกพี่มาเลย ว่าบู้คิดยังไงกับพี่”


          “บู้.. ก็บอกแล้วว่า...”


          “ทำไมอะบู้ พี่ไม่ดีตรงไหน”


          “ไม่ใช่นะครับพี่แบงค์..”


          “บู้ก็บอกพี่มาสิ ว่าทำไมรับรักพี่ไม่ได้”


          “คือบู้..”



















            “แชมป์ แต่งตัวเสร็จยัง”


บู้ในชุดสูทวินเทจสีกรม เปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของแชมป์ ซึ่งเจ้าของห้องกำลังง่วงอยู่กับการเลือกนาฬิกาใส่ไปงานเลี้ยงรุ่นมอปลายวันนี้ บู้เดินไปขยับปกสูทวินเทจที่น้ำตาลที่ด้านหลังมันพับอยู่ให้เพื่อนสนิท และเมื่อรู้ว่าเซนส์การเลือกนาฬิกาของตัวเองนั้นมืดบอดจนไม่สามารถช่วยแชมป์เลือกได้ ก็หันไปเก็บที่นอนให้เจ้าของห้องแทน


            “เก็บที่นอนบ้างแชมป์ สะบัดผ้าห่มด้วย หมอนอะก็วางให้มันถูกทาง ดูนี่ดิ้ หมอนมาอยู่ปลายเท้า เทวดาจะไม่ให้เราฝันดีนะ”           


            “สิบรอบบู้ มาทุกครั้ง พูดครั้งละสิบรอบ”


            “รำคาญก็ต้องทน”


            “จ้า”


            “อือ”


            “อันนี้ดีมั้ยบู้”


            “ได้หมด เร็วๆแชมป์ รถติดนะ”


            “คร้าบ”


แชมป์ขับรถเก๋งสีดำคันเก่าของพ่อไปงานเลี้ยงรุ่นวันนี้ งานจัดที่โรงเรียน โดยประธานรุ่นใช้หอประชุมกลางในการจัดงาน ทั้งสายชั้นตั้งแต่ห้องหนึ่ง ถึงห้องสิบตอบรับการเชิญและได้ข่าวว่ามากันเยอะมากๆ


บู้ตาโตทันมีเมื่อมาถึง ลูกโป่งหลากสีถูกประดับไว้ตั้งแต่ทางเข้าจนหน้างาน แชมป์ต้องคอยไว้ตลอดเพราะบู้จะไปดึงลูกโป่งในงานมาถือไว้เหมือนตอนเด็กๆที่ชอบหยิบมาจากซุ้มชิมฟรีที่ห้าง


            “กรี้สสสส มาพร้อมกันเหมือนเดิมเลยค๊าาา”  อิเจ๊จูนเจ้าของชมรมข่าวรัวชัตเตอร์ถ่าย ทั้งๆที่ปลดระวางหัวหน้าชมรมไปเกือบสิบปีละ


            “บู้ เซนต์ชื่อที่กระดาษห้องเก้านะ แชมป์ทางนี้เลยจ้ะ ของห้องเจ็ด”


            “ขอบใจ”


            “เซนต์ชื่อแล้วนั่งตรงไหนก็ได้เลยนะ”


            “โอเคจิ๋ว กุ้ง ท็อป งั้นเจอกันนะ”


บู้ยกมือบ๊ายบายเพื่อนที่ทำหน้าที่ฝ่ายต้อนรับ ก่อนจะเดินไปหาที่นั่ง บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความสนุก มีความทรงจำเก่าๆถูกขุดขึ้นมาเปิดในจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ บู้หัวเราะจนคอแหบคอแห้ง แชมป์ที่นั่งอยู่ข้างๆต้องคอยเติมน้ำหวานให้ตลอด เพื่อนในโต๊ะมองหน้ากันเหมือนรู้กันดี


            “เอาล่ะค่ะ ถึงช่วงพีคของงานวันนี้ แต่ก่อนอื่นขอถามก่อนเลยว่า ใครจำแฮชแท็ค #แชมป์บู้ ได้บ้างมั้ยค๊า”


น้ำหวานที่เพิ่งเข้าปากไปกระเด็นพรวดเพราะสำลัก แชมป์หยิบทิชชู่ไปโปะไว้ที่ริมฝีปากบางของบู้ให้ ก่อนเจ้าตัวจะรับไปเช็ดเองแล้วฟังพิธีกรบนเวทีต่อ 


            “วันนี้เรารวบรวมภาพข่าวในเพจมาให้ดูกันจ้า”


            “ชิบหายเอ๊ย”     


บู้หัวเราะเหมือนแชมป์สบถออกมาทั้งที่ยังยิ้ม บนโปรเจคเตอร์รวมภาพข่าวจริงๆ ปาปารัซซี่ที่คอยแอบถ่ายกันนี่ก็มานะพยายามชิบเป๋ง ภายหลังมีเฉลยด้วยนะว่าบางภาพนี่ใครถ่าย ซึ่งก็เงิบไปเหมือนกัน เพราะบางภาพอาจารย์ฝ่ายปกครองถ่ายได้


            “อันนี้เป็นตอนกีฬาสีมอห้า ซับเหงื่อกันไม่เกรงใจแบตกล้องปาปารัซซี่เลยค่า กระซิบมาว่าถ่ายมาเกือบห้าสิบรูป ใช้ได้ไม่ถึงสิบ เพราะแชมป์บังบู้มิด มองไม่เห็นจังหวะซับเลยจ้า” เสียงฮาลั่นห้องประชุมเพราะได้แตงไทสายเลือดตลกมาเป็นพิธีกร แถมยังฉายสไลด์ไม่หยุดเป็นสิบๆรูป เล่นเอาแชมป์เกือบมุดไปอยู่ใต้โต๊ะเพราะเริ่มรู้สึกอาย ผิดกับบู้ที่เอาแต่ขำเหมือนเด็ก


            “อ่ะ พอก่อน เครื่องฉายกูช็อตแล้วค่ะ กระแสไฟฟ้าจะรักวงจร อั้ยยย”


            “สรรหาชิบหายเลย คำพูด”


            “และ ณ บัดนี้ก็ได้เวลาอันสมควร วินาทีต่อจากนี้”


            “ไม่ใช่งานแต่งโว้ยยยย!


เพื่อนหนึ่งคนในสายชั้นตะโกนขึ้นไปเรียกเสียงฮา แตงไททำเสียงแฮ่พร้อมกับจังหวะกลองที่ตบให้เหมือนคาเฟ่


            “กูคิดสคริปไม่ออก โอเคปะ อ่ะต่อ.. และวินาทีต่อจากนี้ ขอเชิญทุกท่าน ปรบมือเกรียวกราวเพื่อต้อนรับ... แชมป์!!! และ บู้!!!


            “อ้าว เชี่ย! / เชี่ย!!  คนที่ถูกเรียกขึ้นเวทีอุทานขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย และอีที่เรียกขึ้นเวทีนี่ก็ไม่ได้นัดหมายกูเหมือนกันเนี่ย


บู้เดินขึ้นเวทีมาก่อน ในมือถือตะเกียบที่จิ้มหอยจ๊อปูเจ๊จวงมาด้วยสามเม็ด เพราะอร่อยดี ส่วนแชมป์ขึ้นเวทีมือเปล่าแต่ก่อนหน้านั้นกระดกเบียร์จนหมดแก้วเพราะกลัวยุงลงไปไข่ในแก้ว เพราะคิดว่าน่าจะได้อยู่บนเวทีซักพักเลย


            “อะเชิญๆ สวัสดีเราชื่อแตงไทอยู่ห้องสองนะ พวกเธอล่ะเป็นใครมาจากไหนกัน”


            “แล้วมึงเรียกใครขึ้นไปล่ะอิอ้วน!


            “อิพวกข้างล่างพูดเก่งนักกูจะเอาขึ้นมาเป็นพิธีกรแทนกูนะ อิหอยหลอด... อะ แนะนำตัวหน่อยนะค้า เป็นใคร ห้องอะไร ปัจจุบันเรียนไหน คณะอะไรค๊า”


บู้รับไมค์มาถือไว้คนแรก  


            “สวัสดีค้าบ บู้ห้องเก้านะ ตอนนี้เรียนมนุษ  ม. XXB


            “แชมป์ห้องเจ็ดครับ ตอนนี้เรียนโลจิสติก ม. XXC ครับ”


            “หล่อมาก พ่อคุณเอ๊ย... เอาล่ะค่ะ ที่เรียกขึ้นมาเพราะติดอยู่ในโพล บุคคลที่น่าจับตามองของสายชั้น ไม่ถามเยอะเลย เอางี้ก่อน ตอนนี้สบายดีมั้ยคะทั้งคู่”


            “สบายดีคับ”


            “ครับ ดีครับ”


            “บู้ เคี้ยวหอยจ๊อไปก่อนนะจ้ะ แตงขอถามแชมป์ก่อน.. โอเคนะค้า อีข้างล่างอย่าขำเก่งค่ะ หนวกหู ตอนนี้แชมป์เรียนเป็นไงบ้าง แล้วยังได้เจอบู้บ่อยๆเหมือนตอนเรียนที่นี่มั้ย”


            “เจอทุกวันครับ แชมป์กลับบ้าน ไม่ได้อยู่หอ”


            “แล้วตอนนี้แชมป์มีแฟนยังคะ”


            “ยัง!!


            “ใครก็ได้เติมหอยจ๊อให้บู้หน่อยค่า ชิงตอบขึ้นมาเลยนะจ้ะบู้”


            “แชมป์ยังไม่มีแฟนครับ”  แชมป์ยืนยันเองอีกเสียง


            “แล้วจีบได้มั้ยคะ”


            “ไม่น่าจะได้ครับ”  แชมป์ตอบเองก่อนจะปรายตามองบู้นิดๆ


            “งงมั้ยคะทุกคน แตงไทก็งงค่ะ.. อะ แล้วบู้ล่ะคะ บู้มีแฟนมั้ย”


            “บู้ไม่มีแฟนครับ”


            “กูเบื่อจังหวะถามคนนึง อีกคนนึงตอบจิงจิ๊งงง แตงเครี๊ยดดดด”


แชมป์ตอบคำถามแทนบู้ ที่ตอนนี้ไม่ได้กินหอยจ๊อแล้ว แต่แชมป์ก็รู้ดีกว่าใคร รู้ทุกอย่าง รู้ว่าบู้ไม่มีใคร และรู้ด้วยว่าบู้ไม่มีใครเพราะอะไร


            “งั้นคำถามสุดท้ายก่อนลงจากเวทีนะคะ”


            “.....................”


            “.....................”


          “ความสัมพันธ์ของทั้งคู่คืออะไรคะ”


ทั้งหอประชุมเงียบไปเหมือนลุ้นคำตอบ บู้กับแชมป์มองหน้ากันแล้วยิ้ม.. บู้ยักคิ้วท้าทายให้แชมป์หยิบไมค์มาตอบ ซึ่งแชมป์ก็ไม่ขัด


            “เรา..”


            “............”


            “เป็นเพื่อนที่สนิทกันที่สุดครับ”


บู้ยิ้ม


          “ใช่มั้ยบู้”


แชมป์ยกไมค์ให้บู้แล้วยิ้มกับตัวเอง บู้มองไปที่ผู้คนด้านล่างเวที ก่อนจะหันกลับไปมองแชมป์ที่กำลังยิ้มให้ตนด้วยรอยยิ้มที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยตั้งแต่ตอนเด็กๆ


แชมป์คนเดิมคนนั้น ที่สอนเขาปั่นจักรยาน


แชมป์คนเดิมคนนั้น ที่ชอบทำแซนวิชให้เขา


แชมป์คนเดิมคนนั้น ที่ชอบผูกเชือกรองเท้าให้เขา


แชมป์คนเดิมคนนั้น ที่ชอบให้เขายืมเสื้อไปใส่


แชมป์คนเดิมคนนั้น ที่ชอบซื้อรองเท้าผ้าใบแบบเดียวกันมาใส่


แชมป์คนเดิมคนนั้น ที่คอยเตือนเวลาเขากินเลอะเทอะ


แชมป์คนเดิมคนนั้น ที่พาเขาขี่รถหนีหมาในซอยเกือบทุกวัน


แชมป์คนเดิมคนนั้น ที่เป็นเจ้าของทั้งรอยยิ้มและน้ำตาของเขา


แชมป์คนเดิมคนนี้


ที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยแม้แต่นิดเดียว


            “คับ.. เราเป็น...”


            “.....................”


            “เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุด”


แม้รอยยิ้มที่บู้กับแชมป์ยิ้มให้กันหลังจากตอบคำถามเสร็จ จะเป็นรอยยิ้มปริศนาที่ทุกคนต้องการคำตอบมากกว่าคำถามที่ถามไป แต่มันก็ไม่สำคัญอยู่ดี ถึงแม้ว่าวันนึงใครจะเข้าใจ


เพราะบางความสัมพันธ์


อาจต้องการแค่คนสองคนเท่านั้นที่เข้าใจมัน










100 %

นี่น้องเอง

ตอนหน้าเป็นไคฮุนนะคะ

ฝาก A-Z ด้วยนะคะ

ทั้งหมดมี 26 เรื่อง ตามตัวอักษรภาษาอังกฤษที่มี

ไว้เจอกันใหม่จ้า รักทุกคนเหมือนเดิม 

*จูบกระหม่อม*

.

.

เครดิทรูปทั้งหมดค่ะ

http://buzz16.com

https://www.pinterest.com

#ficatothez

#แชมป์บู้

100 %

 

 
T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #2 jjannyne (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 14:13
    มันเป็นความสัมพันธ์ที่เข้าใจกันแค่สองคนจริงๆ จริงๆมันก็ชัดเจนนั่นแหละทุกคนรับรู้ในความรู้สึกของทั้งสอง เค้าแค่ตั้งชื่อสถานะกันแบบนี้ ทุกคำพูดทุกกระทำที่ผ่านมามันชัดเจนกว่าสถานะ งื้อออ แต่งดีมากเลยชอบมาก ขอสเปตอนแต่งงานกันให้หน่อยได้มั้ย555
    #2
    0
  2. #1 MT_jjp (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:47

    แต่งดีมากกกกดดดด เราเข้าใจนะมันเป็นแบบแค่ทั้งสองคนนั้นที่รู้จริงๆ

    #1
    0