จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 5 : ❀ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,597
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    3 พ.ย. 62








ดอกไม้ดอกที่  5

           



19.05 น.

 

            ชานยอลรู้สึกงง...ที่อยู่ดีๆเพื่อนของตัวเองก็มีท่าทีปึงปังและรีบกลับคอนโดฯไปเฉยๆ  ทั้งที่ตอนแรกก็ยังคุยกันเป็นปกติ  แต่ตอนนี้...เขาก็ไม่อยากสนใจอะไรอีกแล้ว  เพราะกำลังอารมณ์ดีหลังจากที่ได้เจอกับพนักงานจัดดอกไม้และได้สนทนากันถึงเรื่องต่างๆมากมายที่ร้านกาแฟหลังมหาวิทยาลัย   วิศวกรหนุ่มเดินผิวปากอย่างสบายใจและหยุดแวะเข้าห้องน้ำก่อนจะเข้าเกทเพราะใกล้ถึงเวลาที่เครื่องจะออกเต็มที  แต่...ด้วยความรีบ  ชานยอลจึงเดินชนกับใครคนหนึ่งเข้าอย่างแรงจนทำให้คนคนนั้นล้มลงไปที่พื้น

 

ปึ่กกกก!!!

 

            “ขอโทษครับ...เป็นอะไรมากไหมครับ”  ประคองคนล้มให้ลุกขึ้นและไถ่ถามถึงอาการบาดเจ็บเพราะชานยอลรู้ดีว่าตัวเองเดินชนผู้ชายตัวเล็กคนนี้แรงแค่ไหน

 

            “เดินประสาอะไร  รีบมากทำไมไม่ไปตั้งแต่เมื่อวาน  ถ้าฉันตกเครื่องขึ้นมานายต้องรับผิดชอบ”  คนตัวเล็กแผดเสียงใส่ผู้ชายร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดเรื่องที่ถูกเดินชน  บวกกับเรื่องที่ตัวเองยังไม่อยากกลับไปทำงานกับคุณพ่อในตอนนี้เพราะอยากอยู่เที่ยวเล่นกับเพื่อนๆที่นี่ต่ออีกสัก 1-2  อาทิตย์

 

            “อ้าวคุณ...ผมก็ขอโทษอยู่นี่ไง  คนอะไรไม่มีมารยาท”  แทนที่จะได้รับคำขอบคุณ  แต่กลับถูกด่า...ชานยอลจึงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้างเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตัวเขาก็ไม่ตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้น  

 

            “ใครกันแน่ที่ไม่มีมารยาท!!  เดินชนคนอื่นล้มแล้วยังมาว่าอีก!!!”  คนถูกเดินชนก็ไม่เคยยอมใครเหมือนกันและตอนนี้ก็กำลังยืนกอดอกเชิดหน้าเถียงคนตัวสูงฉอดๆ ๆ

 

            “คนหรือหมากันแน่  เตี้ยขนาดนี้ใครจะมองเห็น!!!”  เรื่องต่อปากต่อคำขอให้บอก  และใครดีมาก็ดีกลับ  ชานยอลเป็นสุภาพบุรุษก็จริง  แต่ถ้าเจอกับคนประเภทนี้  คำว่าสุภาพบุรุษก็ขอเก็บเอาไว้ก่อนแล้วกัน  และที่พูดออกไปเมื่อครู่  ชานยอลก็คิดแบบนั้นจริงๆเพราะผู้ชายตรงหน้าตัวเล็กกว่าเขามากจริงๆ  เล็กแบบสูงจากเอวของเขาขึ้นมานิดเดียว

 

            “มีสิทธิ์อะไรมาว่าเราเป็นหมา  นายนั้นแหละไอ้ยีราฟบ้า  ไอ้คนไม่มีมารยาท!!  ไอ้คนนิสัยเสีย!!!”  ยืนชี้หน้าพร้อมทั้งเถียงฉอดๆ  แล้วรีบเดินหนีไปจากตรงนี้ทันทีเพราะไม่อยากรูสึกหงุดหงิดไปมากกว่าที่เป็นอยู่และมันอาจทำให้ตัวเองตกเครื่องถ้ายังขืนทะเลาะกันไม่จบ 

 

              ส่วนวิศวกรหนุ่ม...ก็คิดว่าเด็กผู้ชายคนนี้หน้าตาน่ารักดี  ตัวเล็กๆเตี้ยๆเหมือนหมาพันธุ์แคระ ผมสีน้ำตาลอ่อนและมีผิวขาวอมชมพู  ซึ่งมันต่างจากผู้ชายทั่วไป  แต่เสียอยู่อย่างเดียวคือ...ริมฝีปากบางสีแดงสดที่มีไฝเม็ดเล็กๆอยู่ที่มุมปากกลับด่าเขาฉอดๆมันเลยทำให้ดูไม่น่าสนใจเหมือนรูปลักษณ์ภายนอก  และสิ่งที่ดูเด่นกว่าส่วนไหนๆบนร่างกายของผู้ชายตัวเล็กคนนี้ก็คือ  ก้น  ชานยอลรู้สึกว่าผู้ชายอะไร  ตัวก็เล็กนิดเดียว  แต่ทำไมก้นถึงได้อวบขนาดนั้น  o_o)

 

คนคิดลึก...รีบสะบัดความรู้สึกบ้าๆบอๆของตัวเองออกจากหัวและเข้าทำธุระในห้องน้ำให้เสร็จเพราะใกล้ถึงเวลาที่เครื่องจะออกเต็มที

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

 

 

 

 

 

สนามบิน เชจู

 

 

                สวัสดีครับ  คุณอา

 

            “อ้าว...คุณชานยอล  มาทำอะไรที่นี่??  หรือว่ากำลังจะบินไปโซล?”

 

            “ผมเพิ่งมาจากโซลครับ  กำลังกลับที่พัก  แล้วนี่...คุณอามารอรับลูกค้าของโรงแรมเหรอครับ

 

            “ไม่ใช่ลูกค้าหรอกคุณชานยอล  อามารอรับลูกชาย  แต่...รอนานแล้วยังไม่เห็นมาสักที  พอดีลูกชายเพิ่งเรียนจบ  อาก็เลยเรียกตัวให้กลับมาช่วยงานที่นี่หน่อย  ตัวอาก็แก่ลงทุกวัน...จะให้ทำงานเยอะเหมือนเดิมก็ไม่ค่อยไหวแล้ว

 

            “แก่ที่ไหนกันครับ  คุณอายังหนุ่มอยู่เลย แล้วนี่...ลูกชายบินไฟล์ไหนครับ  ใกล้ถึงหรือยัง?”

 

            “บอกว่าถึงแล้วนะ  แต่สงสัยไปเดินเล่นหาของกินอีกตามเคย

 

            “อ๋อออ...งั้นผมขอตัวก่อนกลับก่อนนะครับคุณอา แล้วพรุ่งนี้เจอกันที่โรงแรมนะครับ

 

            ใช้เวลาไม่นาน...ชานยอลก็เดินทางมาถึงเชจูและกำลังออกจากสนามบินเพื่อขึ้นรถแท็กซี่กลับที่พัก  แต่ในระหว่างที่ยังอยู่ในสนามบิน  เขาก็บังเอิญเจอกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง  ซึ่งท่านเป็นพนักงานระดับสูงที่ทำงานอยู่ในโรงแรมเดียวกันบนเกาะเชจูแห่งนี้   ท่านเป็นผู้ประสานงานฝ่ายการต่างประเทศของโรงแรม  รวมถึงคอยต้อนรับลูกค้าคนพิเศษที่มาเข้าพักในโรงแรมเกือบทุกคน  ส่วนความสามารถในการทำงาน...ก็เห็นจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากเรื่องของการใช้ภาษาเพราะท่านสามารถพูดได้หลายภาษาและคอยแปลเอกสารที่ส่งมาจากต่างประเทศทุกฉบับ

 

 

                ลูกค้าต่างชาติที่เป็นแขกระดับ VIP และที่เป็นลูกค้าประจำเมื่อเข้ามาพักในโรงแรมก็มักจะถามถึงผู้ใหญ่ท่านนี้กันแทบทุกคน  ซึ่งลูกค้าบางรายก็ไม่ใช่คนเกาหลีและไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้  แล้วส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกค้าในแถบเอเชียมากกว่าแถบยุโรป  ลูกค้าทุกคนสบายใจที่ได้พบกับท่านและบางคนก็มาพักที่โรงแรมของตระกูลคิมในสาขาเชจูแห่งนี้บ่อยจนสนิทกับท่านก็มีไม่ใช่น้อย  ตอนแรก...ท่านก็ทำงานอยู่ที่สาขาโซล  แต่เมื่อผู้บริหารคนเก่าเสียชีวิตลงและมีเพื่อนซี้ของเขาอย่างคิมจงอินมาบริหารงานแทน  ท่านก็ย้ายมาทำงานอยู่ที่สาขาเชจูนับตั้งแต่นั้น 

 

            ชานยอลรู้จักกับ  จีซบ  มานานและก็ทราบดีว่าคุณอามีลูกชายอยู่หนึ่งคน  แต่เขาก็ไม่เคยเห็นลูกชายของท่านเลยสักครั้งและถึงชานยอลจะทำงานไม่ประจำสาขาใดสาขาหนึ่งอย่างเป็นการถาวร  แต่สำหรับที่สาขาเชจูแห่งนี้  เขาก็เคารพรักคุณอาจีซบมากที่สุดเพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารักและไม่ถือตัวว่าเป็นผู้อาวุโสในสายงานระดับสูง 

 

 

            ชานยอลชอบไปขอคำปรึกษากับจีซบ...ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน  เรื่องส่วนตัวรวมไปถึงเรื่องในชีวิตประจำวันที่คิดว่าตัวเองแก้ไขอะไรไม่ได้  และทุกครั้งที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยสบายใจหรือเกิดความลังเลในเรื่องงานบางอย่าง  ชานยอลก็มักจะนึกถึงผู้ใหญ่ท่านนี้เป็นคนแรก  และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ...เพื่อนซี้เจ้าของโรงแรมก็นับถือจีซบมากด้วยเช่นกันเพราะท่านเปรียบเสหมือนเป็นอาจารย์ที่คอยสอนภาษาให้กับจงอินตอนที่เรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย

 


 

 

 

 

 

...

 

 

...

 

 

...  

 

 

 

            “คุณพ่ออออออ...คุณพ่อมารับแบคจริงๆด้วย

 

            เป็นไงเรา  กว่าจะกลับมาได้  ไม่รอให้พ่อแก่ตายก่อนหรือไง หื้มม

 

            “โธ่พ่ออะ...นี่แบครีบเรียนรีบกลับมาหาพ่อเลยนะฮะ  แบคยังไม่ได้ไปเลี้ยงส่งเพื่อนๆเลยด้วย อ่ออ!!!...อีกอย่าง  เซฮุนฝากความคิดถึงมาให้คุณพ่อด้วยนะฮะ  เซฮุนบอกว่าถ้าว่างเมื่อไหร่จะรีบมากราบคุณพ่อด้วยตัวเองทันที!!”

 

            ”แล้วเซฮุนเป็นยังไงบ้าง  สบายดีไหม??”

 

            “สบายดีครับคุณพ่อ  เซฮุนได้งานที่โรงแรมสาขาโซลอย่างที่พ่อแนะนำให้นั่นแหละ แล้วก็...ได้อยู่แผนกจัดดอกไม้ด้วยนะฮะ  ^_^)

 

            “ดีๆ ๆ  ถ้าวันไหนพ่อมีงานที่ต้องบินไปที่นั่น  พ่อจะแวะไปหาเซฮุนลูกรักของพ่ออออ

 

            “งืออ...แล้วแบคไม่ใช่ลูกรักของพ่อเหรอฮะ  แบคงอนแล่ว!!”

 

            “ไอ่ลูกคนนี้...ไม่รู้จักโตสักที  ไปๆ ๆ ขึ้นรถ  จะได้กลับไปพักผ่อน  พรุ่งนี้พ่อมีงานแต่เช้า

 

            ส่วนคนที่เอาแต่เดินซื้อขนมอยู่ในสนามบินเมื่อเจอกับคุณพ่อก็รีบโผเข้ากอดด้วยความคิดถึง  และต่อด้วยการออดอ้อนอีกสารพัด  เพราะต่อให้ไม่อยากกลับมาในตอนนี้  แต่เมื่อเห็นพ่อของตัวเองเดินทางมารับถึงสนามบิน  แบคฮยอนก็ไม่อยากกลับไปอยู่คนเดียวที่โซลอีกแล้ว  ขาเรียวในกางเกงสกินนี่สีดำรีบควงแขนคุณพ่อเดินออกจากสนามบินทันทีเพราะเริ่มง่วงและรู้สึกเพลียมาตั้งแต่เครื่องเพิ่งลงจอดได้ไม่ถึงห้านาที

 

 

            และเมื่อเดินทางกลับมาถึงที่บ้าน...คนตัวเล็กก็รีบจัดเรียงเสื้อผ้าใส่ตู้  รวมถึงเก็บของต่างๆที่ขนมาจากโซลให้เรียบร้อยก่อนที่ตัวเองจะขี้เกียจไปมากกว่านี้   พอจัดเสื้อผ้าและเก็บของทุกอย่างครบแล้วก็เตรียมตัวอาบน้ำเข้านอนทันทีเพราะรู้สึกเหนื่อย  แต่...ก่อนเข้านอน  แบคฮยอนก็ไม่ลืมที่จะโทรไปหาเพื่อนรักอย่างเซฮุนเพื่อบอกว่าตัวเองมาถึงที่นี้แล้วอย่างปลอดภัยตามที่ได้ให้สัญญาเอาไว้ก่อนหน้านี้  และเรื่องที่ต้องเล่าให้เพื่อนฟังเป็นอย่างแรกเลยก็คือ...เรื่องที่ถูกยีราฟที่สิงอยู่ในร่างของคนเดินชนจนล้มอยู่หน้าห้องน้ำ

 

 

                แบคฮยอนจำผู้ชายร่างสูงปากเสียคนนั้นได้ดีว่าหน้าตาเป็นอย่างไร  เพราะถึงแม้จะยืนเถียงกันอยู่ไม่นาน  แต่...ไอ้หูกางๆขาโก่งๆ  ดวงตากลมโตและปากหมาๆที่กว้างจนจะถึงใบหู  แถมยังมีรอยยิ้มที่แสนจะดูเจ้าเล่ห์จนน่าหมั่นไส้ก็เป็นรายละเอียดที่ทำให้เขาจำได้ไม่เคยลืม  ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห  ยิ่งโมโหก็ยิ่งหงุดหงิดและถ้าได้เจอกันอีกครั้ง  แบคฮยอนก็ขอสาบานไว้เลยว่า...จะจัดการกับผู้ชายคนนั้นให้ได้และไม่มีทางเดินหนีเหมือนแบบวันนี้แน่นอน!!!! 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

โรงแรม  โซล

11.45 น.

 

Rrrrrrr!!!!!

 

 

            วันนี้เป็นวันศุกร์...เซฮุนต้องมาเข้างานรอบเช้าและเลิกงาน 5 โมงเย็น  ส่วนงานที่โรงแรมก็มีงานสัมมนา งานในช่วงบ่าย  เพราะฉะนั้นเช้านี้เขาจึงจำเป็นต้องจัดดอกไม้เอาไว้ 3 ชุด  เพื่อเตรียมพร้อมไว้ใช้ในงานสัมมนาทั้งหมด  ภายในดอกไม้ 1 ชุด  จะมีดอกไม้จัดไว้  3 แบบ  สำหรับจัดวาง 3 ที่ในห้องสัมมนานั่นก็คือ  1.โต๊ะลงทะเบียนหน้างาน  2.โพเดี่ยม  3.โต๊ะบรรยายขนาดยาวที่วางอยู่บนเวที

 

Rrrrrr!!!!

 

            พนักงานใหม่จัดดอกไม้ไปเรื่อยๆและได้ยินเสียงโทรศัพท์ของแผนกดังขึ้น  แต่...มันน่าแปลกใจตรงที่ฮานิรับสายแล้วก็โอนสายอีกครั้งไปยังห้องทำงานที่หัวหน้าแผนกนั่งอยู่  แถมสีหน้าของฮีชอลเวลาคุยโทรศัพท์ก็ดูเคร่งเครียดผิดไปจากเดิมจนดูน่ากลัว   ซึ่งอาการแบบนี้...มันก็ทำให้เซฮุนเริ่มรู้สึกใจไม่ดีและคิดไปต่างๆนานาว่าแผนกของเขาทำงานอะไรผิดพลาดอีกหรือไม่??  เพราะสีหน้าของฮีชอลในตอนนี้มันไม่ค่อยสู้ดีนัก

 

            “เซฮุนเข้าไปคุยกับพี่ที่ห้องทำงานหน่อย!!” 

 

และดูเหมือนว่า...สิ่งที่แอบคิดไว้ในใจจะเป็นความจริงเมื่อหัวหน้าแผนกคุยกับปลายสายเสร็จก็รีบเปิดประตูออกมาและเรียกตัวเข้าไปพบทันที!!!

 

            “ฮานิเราฝากจัดดอกไม้ต่อด้วยนะ ส่วนอันที่เสร็จแล้ว  เราฝากยกไปวางไว้ที่ห้องสัมมนาห้องที่ 1 แทนเราด้วย”   คนถูกเรียกตัวรีบฝากงานให้น้องเล็กในแผนกทำต่อ  ซึ่งฮานิก็รีบรับคำพลางโบกมือไล่ให้เซฮุนเข้าไปพบหัวหน้าแผนกที่นั่งรออยู่ในห้องทำงานด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

 

ก๊อกกก ๆ ๆ!!

 

 

            “นั่งลงก่อน...เซฮุน

 

            “พี่ฮีชอลมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ  ทำไมหน้าตาดูซีเรียสจัง

 

            “เซฮุน...เราไปทำอะไรผิดไว้อีกหรือเปล่าเพราะคุณจงอินเรียกให้ขึ้นไปพบที่ห้อง คุณจงอินไม่ยอมบอกพี่ด้วยว่าเรียกเราไปพบทำไม  บอกแค่ว่าเป็นเรื่องด่วน  น้ำเสียงก็ดูจะซีเรียสมากด้วย  แล้วยังบอกพี่อีกว่า...ถ้าเซฮุนไปถึงห้องแล้วให้เปิดประตูเข้าไปนั่งรอได้เลย”  

 

            หัวหน้าแผนกยื่นคีย์การ์ดประจำตัวที่มีแต่เฉพาะคนเป็นหัวหน้าเท่านั้นที่จะสามารถใช้ได้  แต่ถ้าคนอื่นจำเป็นต้องใช้  ทุกคนต้องมารายงานให้ฮีชอลทราบก่อนทุกครั้ง  ส่วนพนักงานใหม่อย่างเซฮุนก็รับคีย์การ์ดมาจากมือของหัวหน้าแผนกพร้อมกับอธิบายเหตุผลในสิ่งที่ตัวเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น

 

            “ผมไม่ได้ทำอะไรผิดนะครับพี่ฮีชอล  แล้วผมก็ไม่รู้ว่าเจ้านายเรียกผมไปพบทำไม”  

 

            “รีบขึ้นไปพบคุณจงอินเดี๋ยวเลย  รอบนี้คุณจงอินโทรมาเองเลยนะ  ไม่ได้โทรผ่านเลขาเหมือนทุกครั้งด้วย   เฮ้ออออ...เซฮุนเอ้ยยยยย!!!   นี่เราจะผ่านการประเมินงานไหมหึ!!!  พี่เริ่มใจไม่ดีแล้วนะ!!”

 

            “พี่ฮีชอลอย่าขู่ผมสิครับ  ผมไม่ได้ทำอะไรผิดจริงๆนะครับ

 

            “ไปเลยรีบไป แล้วก็ลงมารายงานพี่ด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น  พี่จะได้เขียนผลลงในใบประเมินงาน

 

            เซฮุนก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน...ว่าตัวเองไปทำอะไรผิดไว้ตอนไหน  เมื่อไหร่   และยิ่งคิดก็ยิ่งนึกไม่ออกเพราะเขาก็ไม่ได้จัดดอกไม้ผิดพลาดเลยสักนิด  แถมยังไม่มีใบคอมเพลนจากลูกค้าส่งมาที่แผนกมาเลยสักฉบับ  แล้ว...เจ้านายเรียกเขาไปพบทำไมกัน???  พนักงานใหม่ในชุดนักศึกษารีบเดินเข้าลิฟท์และกดตัวเลขที่บอกว่าเป็นชั้นบนสุดของโรงแรม  พร้อมกับคิดอะไรไปเรื่อยๆเพื่อทบทวนว่าตัวเองได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดไปโดยไม่ทันได้สังเกตหรือไม่และเมื่อลิฟท์เปิดออก...เซฮุนก็รีบเปิดประตูห้องเจ้านายโดยใช้การ์ดที่หัวหน้าแผนกให้ไว้แล้วเดินเข้าไปนั่งรออยู่ที่ห้องทำงานทันที

 

            ส่วนคนเป็นเจ้าของโรงแรมก็อดทนรอวันนี้มาทั้งคืน  เพราะต้องการทำโทษพนักงานคนใหม่ของตัวเองที่บังอาจขัดคำสั่งที่เคยให้สัญญากันเอาไว้  และคราวนี้...เขาก็จะทำให้เซฮุนจำจนไม่กล้าขัดคำสั่งอีกเลย!!!   เจ้าของกายสีน้ำผึ้งทราบดีว่าตอนนี้มีคนเข้ามาในห้องแล้วเพราะตัวเขาเองก็อยู่ในห้องด้วยเช่นกัน  แต่...อยู่ในห้องนอน  จงอินถอดเสื้อสูทราคาแพงออกและปลดเนคไทลงเล็กน้อยแล้วเดินออกไปข้างนอกเพื่อดูว่าคนที่เขาเรียกให้มาพบนั่งรออยู่ที่ห้องไหน

 

 

                วันนี้...จงอินมาถึงที่โรงแรมตอน  09.00 น. และรีบเคลียร์เอกสารกองโตที่ทางเลขาจัดไว้ให้ก่อนที่พรุ่งนี้จะต้องเดินทางไปเชจูเพื่อดูงานกับชานยอลตามที่ได้นัดกันเอาไว้  และเมื่อทำงานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย  จงอินก็จัดการโทรหาหัวหน้าแผนกของห้องดอกไม้ทันทีพร้อมกับสั่งให้เซฮุนมาพบเขาที่ห้อง  และสิ่งที่เจ้าของโรงแรมกระทำก็ส่งผลให้ฮีชอลมีน้ำเสียงที่ดูตกใจเพราะทุกครั้ง...ที่จงอินจะสั่งงานหรืออยากได้ดอกไม้เนื่องในวันพิเศษต่างๆเขาก็มักจะสั่งงานผ่านเลขาเสมอ

 

                เซฮุน...ตามพี่มาที่ห้องนอนด้วยครับ”  เดินออกมาจากห้องนอนก็ตรงเข้ามาที่ห้องทำงานทันทีเพราะจงอินทราบดีว่าพนักงานใหม่คงไม่กล้าเข้ามานั่งรอที่ห้องนอนแน่ๆ 

 

            “คุยกันห้องนี้ก็ได้ครับ  แล้วจะ..เจ้านา  เอ่ออ  พี่จงอินเรียกผมมาพบมีธุระอะไรเหรอครับ??”  ไม่ได้อยากขัดคำสั่ง  แต่คำว่า  “ไปที่ห้องนอน  มันฟังดูไม่ปลอดภัยสำหรับตัวเอง

 

            “พี่บอกให้ตามมาที่ห้องนอนเดี๋ยวนี้!!”  จากที่หงุดหงิดมาตั้งแต่เมื่อวาน  ตอนนี้กลับเริ่มหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเจ้าของร่างสวยในชุดนักศึกษากล้าขัดคำสั่งของเขา

 

            เซฮุนก้มหน้างุดและประสานมือไว้บนตัก  พร้อมกับส่ายหน้าไปมาเป็นคำตอบ  และการกระทำแบบนั้นก็ทำให้ความอดทนของจงอินก็หมดลงทันที  เจ้าของโรงแรมเดินเข้าไปอุ้มคนที่กล้าขัดคำสั่งของเขาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างรวดเร็วจนเซฮุนตกใจและพยายามออกแรงขัดขืนโดยการทุบหลังทุบไหล่ของจงอินสะเปะสะปะไปหมด 

 

            “พี่จงอิน!!!....ปล่อยผมลงเดี๋ยวนี้นะ

 

            “อย่ามาดื้อกับพี่นะ  เซฮุนมีความผิด...แล้วก็อย่าทำให้พี่โมโหไปมากกว่านี้!!!”

 

            พูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวพร้อมกับเดินไปที่ห้องนอนและวางเซฮุนลงบนเตียงอย่างเบามือ  จากนั้นก็คร่อมร่างสวยที่เขาเคยสัมผัสมาแล้วเอาไว้ด้วยความรู้สึกหงุดหงิด  คนอยู่ใต้ร่างหยุดดิ้นแต่กลับเอามือทั้งสองข้างดันหน้าอกกว้างของเจ้านายเอาไว้แทน  และตอนนี้...จงอินก็เริ่มทำตัวเป็นตำรวจที่กำลังจะสอบสวนความผิดของผู้ต้องหา

 

            “เมื่อวานทำไมไม่มาทำงาน  หื้มม?...พนักงานจัดดอกไม้คนใหม่?”

 

            “ผม  ปะ...ไป

 

            ”เรียกตัวเองด้วยชื่อและถ้าหลุดคำว่า  “ผม  ออกมาอีกแค่ครั้งเดียว  พี่จะทำโทษเซฮุน

 

            “คะ..ครับๆ  เอ่ออ  เซฮุนไปมหาลัยมาครับ  แล้วเมื่อวานก็เป็นวันหยุดของเซฮุนด้วย

 

            “แล้วเมื่อวานไปเจอกับชานยอลมันได้ยังไง  มันมาเล่าให้พี่ฟัง...ว่าได้กอดเซฮุนด้วย  เซฮุนผิดสัญญาและไม่เชื่อฟังคำสั่งของพี่!!  ทำไมเซฮุนยอมให้มันกอด!!!  บอกพี่มาเดี๋ยวนี้!!”

 

            “เมื่อวานพอเลิกเรียนเซฮุนก็ไปนั่งทำงานต่อที่ร้านกาแฟ  ละ...แล้วบังเอิญไปเจอกับคุณชานยอลที่นั่น  แต่ตอนจะกลับเซฮุนเดินสะดุดโต๊ะ  คุณชานยอลก็เลยมาช่วยประคองไว้!!  เซฮุนไม่ได้ตั้งใจให้เขากอดซะหน่อย!!  เซฮุนไม่ได้ผิดสัญญา!!  พี่จงอินอย่ามาใส่ร้ายเซฮุนนะ!!!”

 

            รู้สึกหงุดหงิดไม่ต่างไปจากเจ้านายสักเท่าไหร่  เพราะไม่เคยเห็นใครที่เอาแต่ใจตัวเองมากขนาดนี้มาก่อน  แถมยังชอบใส่ความคนอื่นทั้งๆที่ยังไม่ได้ฟังคำอธิบายอะไรจากเขาเลยสักประโยค  ส่วนจงอินก็รู้สึกเบาใจขึ้นมานิดหน่อยที่คำพูดของพนักงานคนใหม่มันตรงกับที่เพื่อนซี้เล่าให้ฟัง  แต่...ถึงจะเป็นแบบนั้น  จงอินก็ต้องทำโทษอยู่ดีเพราะคิดว่าเซฮุนไม่ระวังตัวจนถูกชานยอลกอด  แถมยังตอบคำถามของเขาด้วยสีหน้าที่ขึงขังและใช้น้ำเสียงที่ฟังดูไม่น่ารัก

 

            “เซฮุนพูดกับพี่ไม่เพราะเลยนะครับ

 

            “พี่จงอินปล่อยเซฮุนเลยนะ!!  เซฮุนจะกลับไปทำงาน!!!!”  

 

            “ไม่ปล่อย!!!...คนทำผิดยังไงก็ต้องถูกทำโทษ  เซฮุนปล่อยให้ชานยอลมันกอดได้ยังไง  ทำไมไม่ระวังตัวเองบ้าง หึ!!!”

 

            “ก็เซฮุนบอกแล้วไงว่ามันเป็นอุบัติเหตุ  พี่จงอินนั้นแหละพูดไม่รู้เรื่อง  แล้วก็ปล่อยเซฮุนได้ละ..แล้ว  อื้มมมมม!!!”

 

           เจ้าของปากบาง...เถียงคอเป็นเอ็นจนทั้งคิ้วทั้งใบหน้าหวานมันยุ่งไปหมดเพราะรู้สึกไม่พอใจที่ตัวเองถูกเจ้านายเรียกมาพบด้วยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง  และกิริยาอาการที่แสดงออกมาทั้งหมด...มันก็ไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิดในสายตาของจงอิน  แต่มันกลับสร้างความหงุดหงิดให้กับเขาเพิ่มมากขึ้นจนต้องส่งปากคมลงไปจูบเพื่อเป็นการลงโทษ  แต่ความดื้อ...ของคนใต้ร่างก็ยังไม่หมดฤทธิ์เพราะเซฮุนเม้มปากของตัวเองเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้เขาสอดลิ้นเข้าไปสำรวจความหวานด้านใน  แถมยังส่ายหัวไปมาเพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษ

 

            “เซฮุน!!!...อ้าปากออก!!” 

 

            “.................!!!”  

 

            “พี่บอกให้อ้าปากเดี๋ยวนี้!!!!  

 

            “..............”

 

            ”ดี...ไม่อ้าใช่ไหม  งั้นก็เตรียมอ้าอย่างอื่นแทนปากก็แล้วกัน!!”

 

            เจ้าของโรงแรมจัดการดึงเสื้อของคนใต้ร่างขึ้นจนเห็นยอดอกสีหวานล่อตาล่อใจ  ปามคมก้มลงจูบซับความหอมหวานที่ได้สัมผัส  แต่เซฮุนก็ยังคงอดทนและไม่ส่งเสียงร้องออกมาเลยสักนิด  จงอินละความสนใจจากสิ่งที่ตัวเองบรรจงจูบอยู่เมื่อครู่  แล้วเลื่อนมือลงมาจับที่หัวเข็มขัดของพนักงานคนใหม่เพื่อที่จะถอดมันออก  และสิ่งที่เจ้าของโรงแรมกำลังทำ...ก็ส่งผลให้เซฮุนเริ่มหมดฤทธิ์  เพราะจากที่ทุบหลังทุบไหล่ของเขาอยู่ในตอนแรกก็เปลี่ยนมาเป็นจับมือของเขาเอาไว้เพื่อไม่ให้เข็มขัดของตัวเองหลุดออกและยอมเปิดปากพูด

 

            “ไม่นะ...พี่จงอินอย่าทำอะไรเซฮุนเลย  เซฮุนขอระ...ร้อง  อื้มมม!!”

 

            แต่คนเอาแต่ใจ...ก็ยังเอาแต่ใจอยู่วันยังค่ำเพราะเมื่อคนใต้ร่างยอมเปิดปากพูด  จงอินก็ประกบปากป้อนจูบให้เซฮุนทันที   ลิ้นของคนที่อ่อนประสบการณ์พยายามหลบหนีการถูกจูบของเจ้านาย  แต่...ยิ่งหนี  จงอินก็ยิ่งจูบแรงขึ้น  แรงขึ้น  และความหวานจากปากบางของพนักงานคนใหม่ก็ทำให้คนเอาแต่ใจรู้สึกว่ารสชาติมันไม่ได้เปลี่ยนไปจากวันแรกที่พวกเขาจูบกันเลยแม้แต่นิดเดียว

 

            “อื้มม  อื้มมม!!

 

            แรงทุบที่ไหล่และเสียงประท้วงในลำคอ...เป็นเสียงเตือนที่บอกจงอินได้เป็นอย่างดีว่าคนใต้ร่างเริ่มใกล้หมดลมหายใจเต็มที  เจ้าของปากคมจำเป็นต้องถอนจูบนี้ออกด้วยความเสียดาย  แต่อกบางที่กระเพื่อมขึ้นลงอยู่ตรงหน้าเหมือนปลาขาดน้ำมันกลับเรียกความต้องการของจงอินได้อีกครั้ง  เพราะทั้งรสจูบที่แสนหวานและกลิ่นกายหอมๆจากร่างสวย  มันกำลังทำให้เจ้าของโรงแรมอย่างเขาขาดสติ  จงอินก้มลงหอมแก้มเนียนและจูบไล่ไปเรื่อยๆตั้งแต่ซอกคอขาวจนถึงไหล่ลาด

 

            ”ฮึก!!!.....”

 

            “.........?!!! 

 

แต่...การกระทำต่างๆก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ใจอยากให้เป็นเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นที่มาพร้อมกับน้ำสีใสที่ไหลลงมาข้างแก้มเนียนจนดูน่าสงสาร

 

            “ฮึกก!...พี่จงอินอย่าทำอะไรเซฮุน  ฮึก!! เลยนะ...เซฮุนจะไม่  ฮึกกก ดื้อแล้ว!!!”

 

            สะอึกสะอื้น...จนจงอินต้องหยุดการกระทำทั้งหมดและประคองเซฮุนให้ลุกขึ้นนั่งแล้วกอดเอาไว้แน่นพร้อมกับลูบหลังไปมาเพื่อหวังให้คนที่ขี้แงหยุดร้องไห้  จงอินจับใบหน้าเรียวสวยให้เงยขึ้นและใช้มือทั้งสองข้างเช็ดน้ำตาออกให้  จากนั้นก็อุ้มเซฮุนขึ้นมานั่งบนตักของตัวเองพร้อมกับกอดเอวบางเอาไว้อีกครั้ง

 

            “ชู่ววว...เซฮุนหยุดร้องไห้ก่อนครับ  แล้วบอกพี่หน่อยสิ...ว่าร้องไห้ทำไม หื้มม?

 

            “กะ...ก็พี่จงอินจะทำแบบวันนั้น  ฮึกก!!  เซฮุนกลัวละ...แล้วมันก็เจ็บ  ฮึกกก!!  มากๆเลยครับ  เซฮุนไม่อยากโดนลงโทษ  ฮึก!!”

 

            “ก็เซฮุนดื้อกับพี่  พี่บอกแล้วใช่ไหม  ว่าอย่าให้ใครแตะเนื้อต้องตัว  ถ้าคนที่กอดเซฮุนไม่ใช่ชานยอลแล้วมันทำมากกว่ากอด  เซฮุนจะทำยังไง?

 

            "..............??!"   

 

            “คราวหน้าจะระวังตัวมากกว่านี้ไหมครับ  ไหนตอบพี่มาหน่อยซิเซฮุน

 

            “คะ...ครับ  เซฮุนจะระวังตัว  ฮึกก!!!  พี่จงอินอย่าทำโทษเซฮุนเลยนะ  เซฮุนกลัวแล้ว

 

            “คราวนี้พี่จะยกโทษให้  และถ้าคราวหน้ายังมีอีก  พี่จะทำโทษเซฮุนแน่ๆ  ต่อให้เซฮุนร้องไห้แบบวันนี้พี่ก็จะไม่หยุด  เซฮุนเข้าใจที่พี่พูดไหมครับ!!”

 

            “เข้าใจครับ

 

ฟอดดดด!!!!

 

                ดีมากกกกก

 

            กว่าจะคุยกันได้ด้วยเหตุผล...พนักงานคนใหม่ก็โดนเจ้าของโรงแรมเอาเปรียบจนต้องปลอบใจกันอยู่หลายนาที  และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่จงอินไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำไปทั้งหมดมันเกิดมากสาเหตุอะไร??  จะบอกว่าหึงหรือหวงก็พูดได้ไม่เต็มปากเพราะสถานะที่เขามีให้กับเซฮุนมันก็ไม่สามารถพูดออกมาได้ง่ายๆเหมือนอย่างใจคิด  รวมถึงการมีภาระหน้าที่และเป็นถึงเจ้าของโรงแรมที่มีชื่อเสียงมันก็ทำให้จงอินไม่อยากเอาใครเข้ามาผูกมัดกับชีวิตของเขาในตอนนี้  แต่อีกใจหนึ่ง...มันก็ไม่ต้องการให้เซฮุนไปเป็นของของใครนอกจากตัวเอง!!!

 

มันเป็นความสับสนที่ยากจะหาทางออก  แต่ถ้าวันหนึ่งสามารถหาทางแก้ให้กับความสับสนตัวเองได้  เขาก็จะยอมทำทุกอย่างให้มันถูกต้องมากกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้

 

            “ถ้าพี่จงอินไม่มีอะไรแล้ว  เซฮุนขออนุญาตกลับไปทำงานต่อนะครับ

 

            “เดี๋ยวสิ...อย่าเพิ่งไป  พี่ขอคุยอีกแค่เรื่องเดียว...พรุ่งนี้พี่ต้องไปต่างจังหวัด  เซฮุนต้องดูแลตัวเองให้ดีนะครับรู้ไหม?

 

            “ครับ  เซฮุนจะดูแลตัวเอง  แล้ว...เอ่ออ  พี่จงอินจะไปไหนเหรอครับ

 

            “พี่จะไปตรวจงานที่เชจูครับ  เซฮุนอยากได้อะไรไหม  เดี๋ยวพี่ซื้อมาฝาก

 

            “ไม่อยากได้ครับ...แต่พี่จงอินก็ต้องดูแลตัวเองเหมือนกันนะครับ  แล้วก็...ขอให้เดินทางปลอดภัย  >///<)

 

            ความสับสนในจิตใจ...มันไม่ได้เกิดกับจงอินคนเดียวเท่านั้น  เพราะพนักงานคนใหม่อย่างเซฮุนก็รู้สึกสับสนพอๆกับการกระทำที่ดูอ่อนโยนของเจ้านายเช่นกัน  ซึ่งการถูกเอาใจใส่ในบางครั้งหรือการโดนดุเพราะทำตัวไม่เหมาะสมมันก็ทำให้เซฮุนแอบคิดไปเองทุกทีว่าการที่เจ้าของโรงแรมทำแบบนี้ก็มันเหมือนเป็นการห่วงที่ดูจะเกินขอบเขตของคำว่า  เจ้านาย  กับ  “ลูกจ้าง

 

แต่...สิ่งที่หยุดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองได้แทบทุกครั้งก็คือความจริงที่ต้องยอมรับว่าจงอินเป็นใครและตัวเขาเองเป็นใคร  เพราะความแตกต่างของทุกๆอย่างระหว่าเขากับเจ้าของโรงแรมมันทำให้เซฮุนไม่กล้าคิดอะไรไปไกลและหวังอะไรเกินตัว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 เชจู

06.00 น.

 

แกร๊กก!!

 

 

                แบคฮยอนนนน...ตื่นได้แล้วลูก  เดี๋ยวพ่อก็ไปทำงานสาย

 

            “ขออีก นาทีนะฮะ แบคยังง่วงอยู่เลย

 

            “ไม่ได้  ตื่นเดี๋ยวนี้!!  แล้วรีบไปอาบน้ำเลย  พ่อจะลงไปรอข้างล่าง

 

            วันนี้คนถูกปลุกต้องตื่นแต่เช้า...และต้องเดินทางไปทำงานกับคุณพ่อเป็นวันแรกในฐานะพนักงานฝึกหัด  แบคฮยอนเรียนจบมาทางด้านภาษาต่างประเทศโดยตรง  เนื่องจากต้องการสานงานต่อจากคุณพ่อเพื่อแบ่งเบาภาระของท่านเพราะนับตั้งแต่ที่แม่ของเขาจากไป  คุณพ่อก็ทำงานหนักมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนแล้วตอนนี้...แบคฮยอนก็กำลังจะมาช่วยคุณพ่อทำงานแบบเต็มตัวและหวังว่าท่านจะสบายขึ้นบ้าง  ซึ่งเขาก็จะตั้งใจทำหน้าที่ทุกอย่างให้ดีที่สุด

 

แต่...มันก็ง่วงเหลือเกินนนน!!!

 

                แบคฮยอนเคยสงสัย...ว่าทั้งตัวเขาและเพื่อนรักอย่างเซฮุนต่างก็เรียนมาทางด้านภาษาต่างประเทศ  แต่ทำไมเซฮุนกลับเลือกทำงานด้านการจัดดอกไม้??  และคำตอบที่เขาได้รับก็คือ  เราชอบเรียนรู้ภาษาต่างๆและรู้จักวัฒนธรรมของชาวต่างชาติว่าเขาใช้ชีวิตต่างจากพวกเรายังไง  แต่สำหรับการจัดดอกไม้มันคือสิ่งที่เรารักและความรักกับความชอบมันก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องเดียวกันสักหน่อย  แบคฮยอน...จำคำพูดของเพื่อนรักได้ไม่เคยลืมและไม่เคยสงสัยอะไรในตัวของเซฮุนอีกเลยนับตั้งแต่วันนั้น  แถมยังสนับสนุนให้เพื่อนของตัวเองได้ทำในสิ่งที่รัก

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

โรงแรม  เชจู

 

            กว่าจะอาบน้ำ  แต่งตัวและทานอาหารเช้าเรียบร้อย  คนเป็นลูกก็เกือบทำให้คุณพ่อมาทำงานสายและพอมาถึงที่โรงแรม  จีซบก็ตรงเข้าห้องทำงานทันทีแล้วรีบแจกแจงงานรวมถึงบอกรายละเอียดต่างๆที่พนักงานฝึกหัดควรทราบให้กับลูกชายของตัวเองฟังอย่างคร่าวๆ  แบคฮยอนนั่งดูเอกสารไปเรื่อยๆและคอยถามคนเป็นพ่อบ้างในบางงานที่ตัวเองยังไม่ค่อยเข้าใจนัก

 

            “แบค...พ่อฝากแปลเอกสารฉบับนี้หน่อยนะ  พ่อต้องรีบออกไปพบลูกค้าข้างนอก

 

            “คุณพ่อวางไว้เลย  เดี๋ยวแบคแปลให้

 

            “แปลเสร็จแล้วรีบเอาไปส่งให้พี่เลขาเลยนะ  เพราะเอกสารค่อนข้างด่วน

 

            “รับทราบ...ครับผม!!!  แล้วพ่อจะกลับมารับแบคไหมครับ  หรือให้จะแบคกลับเอง??”

 

            “เดี๋ยวพ่อกลับมารับ  แล้วพาไปกินข้าวเย็นด้วยกัน  พ่อเลี้ยงเอง

 

            “เยส!!!...แบคจะกินให้พ่อหมดตัวเลยคอยดูเถอะ

 

            “อ้วนเป็นหมูแล้วอย่ามาบ่นนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

 

            “พ่ออะ!! จะไปก็รีบไปเลย  แบคไม่คุยด้วยแล่ว!”

 

            หมุนเก้าอี้หนังตัวใหญ่กลับมานั่งท่าเดิมแล้วทำงานต่อทันที  เพราะไม่อยากฟังคุณพ่อบ่นเรื่องจริงที่แสนเจ็บปวด  แบคฮยอนยอมรับ...ว่าตัวเองเป็นคนกินเยอะจนเสื้อผ้าบางตัวก็เริ่มคับ  แต่การที่โลกใบนี้มันยังมีของกินอยู่อีกตั้งมากมายให้เขาลองชิม  แล้ว...ใครมันจะไปอดใจได้ล่ะ (จริงไหม)  และเมื่อพูดถึงของกิน  แบคฮยอนก็หยิบของหวานสุดโปรดอย่างเยลลี่ขึ้นมาทาน  พร้อมกับแปลเอกสารที่คุณพ่อสั่งเอาไว้  แต่...พอนั่งแปลเอกสารไปได้สักพัก  ตาเรียวเล็กก็เริ่มมัวมากขึ้นทุกที  แบคฮยอนจึงเริ่มสงสัยแล้วว่า  พ่อของเขาทำงานแบบนี้มาได้ยังไงตั้งหลายปีและไม่รู้สึกปวดตาแบบเขาบ้างเลยหรือ??  เพราะตอนนี้เขารู้สึกเหมือนลูกตาของตัวเองจะหลุดออกจากเบ้าเสียให้ได้

 

 

ว่าแล้ว....ก็ขอพักสายตาสักครู่ละกัน  ZzzZZzzz

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

 แก้ไขเมื่อวันที่  11/08/60

ถ้าวันไหนเราอัพหลายตอน  แล้วเกิดการแจ้งเตือนซ้ำๆจนสร้างความรำคาญให้กับคนที่กด FAV. เอาไว้  อันนี้...เราต้องขออภัยล่วงหน้าก่อนเลยนะคะ  ขอโทษจริงๆจากใจค่ะ

ขอบคุณนักอ่านทุกคน  ทุกการติดตาม  ทุกคอมเม้นท์ที่ส่งมาเป็นกำลังใจ  รวมถึงการติชมด้วยนะคะ

แล้วจะเข้ามาตรวจคำผิดเรื่อยๆค่ะ 

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #705 pppseen (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 23:58
    เทอเป็นห่วงเขาอ่าาาาท่านประธานๆๆๆๆ
    #705
    0
  2. #597 KHlulaby (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 01:10
    พี่จงอินต้องใจเยนๆ อย่ามาปั่นหัวน้องนะ
    #597
    0
  3. #552 /tl26&? (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 02:02
    รับมือกับจงอินโหมดนี้ไม่ไหวจริงๆ ค่ะ ฮื่อ หยุดเขินไม่ได้เลย น้องฮุนก็น่ารักละเกิน ยิ่งแทนตัวเองว่าเซฮุนพี่ยิ่งใจบาง คุณเจ้าของโรงแรมจะไม่หลงยังไงไหวอ่ะ
    #552
    0
  4. #541 pawitt (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 19:10

    พี่จงอินคะ หลงน้องเข้าแล้วใช่ม้าา ส่วนแบค งานยังไม่เดินเลยนะ หลับแล้วหรอ!!??

    #541
    0
  5. #513 btoey44 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:02
    คือเซฮุนน่ารักมากกกก
    #513
    0
  6. #466 อิเน่เมียไค. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 21:25
    โอ้ยยยย เซฮุนอย่างงั้นเซฮุนอย่างงี้ ปากนุบนิบพูดเจื้อยแจ้ว พี่จงอินไม่ใจอ่อนเลยหรอ ใจดิชั้นอ่อนหมดแล้วเนี้ยย เฮ้ออออ คนอะไรน่ารักสิ้นเปลืองมาก
    #466
    0
  7. #450 ArEeYaAoM456 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 12:11
    งืออออ น่ารัก
    #450
    0
  8. #448 Jammie-Lee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 22:44
    จงอินนนนนน หึงน้องแรงมว๊ากกกก ฮ่าๆๆๆๆๆๆ // แบคตื่น ทำงาน! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #448
    0
  9. #447 Pinkdao (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 21:50
    หึงสุดๆเลย พี่จงอิน
    #447
    0
  10. #357 NookNH94 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 00:06
    เอ็นดูน้องฮุนสุดๆเลย หลงแทนจงอินแล้วเนี่ยยย น่ารักมากกกก
    #357
    0
  11. #187 มักเน่ไลน์94 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 11:31
    โธ่เจ้านายสุดท้ายก็แพ้เซฮุนจนได้555555555
    #187
    0
  12. #137 Action!! (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 00:58
    ทำพี่จงอินเอ็นดูน้องขนาดนี้
    #137
    0
  13. #121 Kannika Tankam (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 20:33
    เจ้านายเค้าหวงลูกน้องจริงจังนะเนี้ย น้อง ฮุนก็ใส ยังไม่รุ้เรื่องไรกะเค้าเล้ยย
    #121
    0
  14. #113 XXXX (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 23:28
    จงอินอย่ารุนแรงได้มั้ย
    #113
    0
  15. #21 tomtam_dragon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 18:48
    อยากอ่านต่ออัพเน็วๆน้าาาาาา
    #21
    0
  16. #20 nattsune (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 09:45
    โอ้ยยย สงสารน้องง ไม่ต้องมาจ่ายเงินอะไรทั้งนั้นเลยคุณเจ้านาย ฮึ่ยยยย เห็นน้องเป็นคนยังไง งอน 555555555 สู้ๆนะคะไรต์
    #20
    1
    • #20-1 Mokara(จากตอนที่ 5)
      11 พฤษภาคม 2559 / 08:51
      ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ เราจะพยายามอัพบ่อยๆค่ะ
      #20-1
  17. #19 Mind (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 02:59
    ไม่หยุดค่ะ งอนพี่ไคอยู่ คนไรไม่ฟังใครเลยชิ
    #19
    0
  18. #18 ftantect (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 23:11
    ไม่ต้องจ่าย ไม่เอาเงิน ต้องรับผิดชอบน้องแทนนนนนย
    #18
    0
  19. #17 xxkh94sxx (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 22:43
    แง คุณเจ้านายต้องรับผิดชอบ!!!!!
    #17
    0