จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 44 : ✿✿ 7 (END)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 749
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    4 ก.ย. 62

ชี้แจง...

ฟิคในตอนนี้มีเรื่องของเวลามาเกี่ยวข้อง  ซึ่งอาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไปบ้างเพราะเวลาของญี่ปุ่นห่างจากฝรั่งเศสเจ็ดชั่วโมง  เวลาของการเดินทางจากโตเกียวถึงปารีสต้องใช้เวลาประมาณสิบเอ็ดชั่วโมง  เราจึงอยากให้ผู้อ่านมุ่งประเด็นไปที่เนื้อหามากกว่าเรื่องของเวลา  แต่เราก็พยายามหาข้อมูลมาเปรียบเทียบและไม่ให้ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงมากนัก  ถ้าฟิคตอนนี้ยังมีข้อบกพร่อง...เราต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง


 

 

 

 


 

 








 

 


-END-

 

 

โรงแรม  โตเกียว

04.10 น.

 

♪♫♪♫...♪♫♪♫..♪♫♪..!!!

 

            เป็นวัน...ที่จำเป็นต้องตั้งนาฬิกาปลุกเพราะต้องเดินทางไปต่างประเทศ  และถ้าไปเพียงแค่ประเทศเกาหลีหรือจีนก็คงไม่ต้องตื่นแต่เช้าแบบนี้  เจ้าของต้นเสียงคว้าโทรศัพท์บนหัวนอนมากดปิดก่อนวางไว้ที่เดิม  แล้วรีบลุกออกจากเตียงกว้างเพื่อไปปลุกเด็กแปดขวบด้วยเกรงว่าจะสาย  แต่....

 

            “พะ!...พี่จงอิน  อย่าครับ!!  อื้มม”

 

            ยังไม่ทันได้ลุกออกไปไหนหรือหยิบสิ่งใดมาปกปิดร่างกาย  คนเป็นภรรยาก็ล้มหงายลงไปบนเตียงอีกครั้ง  เสื้อผ้าก็ไม่ได้ใส่มาตั้งแต่เมื่อคืน  ชุดนอน(ไม่ได้นอน)สีดำก็ไม่รู้ว่าถูกถอดไว้ที่ไหน  และตอนนี้ผิวเนื้อทุกตารางนิ้วก็กำลังถูกปากหยักชิมรสจนกายสั่นสะท้าน  มือบางพยายามดันแผ่นอกเปลือยเปล่าเพราะกลัวใจมันจะอ่อนให้กับความปรารถนา  และถ้าวันนี้ไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงฝรั่งเศส...คนเป็นภรรยาก็คงปล่อยให้สามีตักตวงความสุขจนกว่าจะพอใจ

 

            “จุ้บก่อนแล้วแด๊ดดี้จะปล่อย”

 

            “เดี๋ยวก็สายหรอกครับ”

 

            “จะสายเพราะเซฮุนนั้นแหละ...จุ้บเร็ว!

 

จุ้บบบ!!

 

            ทั้งเอาแต่ใจ  ทั้งเผด็จการ...แต่ภรรยาคนนี้ก็ยอมมอบรอยจูบให้ด้วยความเต็มใจ  สันกรามคมถูกริมฝีปากสีหวานสัมผัสอย่างแผ่วเบา  และรีบลุกออกจากเตียงก่อนที่จะถูกคนเจ้าเล่ห์ดึงมากอดอีกครั้ง  จงอินทำได้เพียงส่ายหน้าเพราะเบื่อรู้ทัน  แล้วการที่เซฮุนเดินเปลือยกายไปตู้เสื้อผ้าก่อนหยิบชุดคลุมมาสวมบดบังสิ่งที่น่ามองก็พาลให้สามีอยากย้อนเวลากลับไปเมื่อคืน

 

 

            ผิวขาวเนียน  เรือนร่างที่สวยงาม  เสียงครางหวานและความคับแน่น  ทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนหรือทุกๆอย่างที่เป็นเซฮุนมาตลอดหลายปี  เป็นสิ่งที่มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ  สัมผัสตรงไหนก็นุ่ม  เติมเต็มมากเท่าใดก็ไม่รู้จักพอ  ยิ่งกายสวยบิดเร้าในช่วงที่เพลงรักใกล้ถึงจุดหมายก็ยิ่งอยากเชยชมและสานต่อเพลงรักอย่างไม่วันสิ้นสุด  แล้วก็....

 

            “เซฮุนจะไปปลุกลูก...พี่จงอินตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำเลยครับ”

 

            “คร้าบบบ...คุณแม่”

 

            “แต่อย่าอาบเร็วนะครับ >.<

 

พูดขนาดนี้...ก็คงต้องรีบไปรองน้ำให้เต็มอ่างงงง!!!!

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

            “อ๊ะ!!  พี่จงอินนน!

 

            “อ่าาาา...ห์!!

 

            บอกแล้ว...ว่าเซฮุนตามใจสามีได้เสมอ  และอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ก็ได้กลายเป็นสถานที่เติมเต็มความรักในยามเช้า  ใบหน้าเรียวสวยพักพิงความสุขลงบนไหล่กว้าง  สองแขนกอดแน่นรอบเอวสอบพร้อมการปรับลมหายใจให้เป็นปกติ  ส่วนคนที่มีความสุขจนล้นหัวใจก็ค่อยๆถอนความต้องการออกก่อนที่เพลงรักจะถูกบรรเลงอีกรอบ  ปากหยักพรมจูบไปตามผิวเนื้อที่สัมผัสเมื่อไหร่ก็นุ่มลื่น  แล้วการที่คนในอ้อมกอดยังหายใจรดต้นคออยู่แบบนี้ก็พาลให้อะไรอะไรมันตื่นขึ้นอีกครั้ง  แต่ความปรารถนามันจำเป็นต้องหยุดไว้เพียงเท่านี้  เพราะขืนทำตามใจตัวเองมากเกินไป...สิ่งที่ตระเตรียมมาหลายเดือนคงพังไปพร้อมกับนิสัยที่แก้ไม่หาย

 

            “เจ็บไหมครับเซฮุน”

 

            “ไม่เจ็บครับ”

 

            ไม่เจ็บ...แถมยังรู้สึกแปลกๆกับจังหวะรักที่ดูจะระวังมากเป็นพิเศษ  มันนุ่มนวลเกินไป  อ่อนโยนเกินไปและไม่เหมือนพี่จงอินมากเกินไป  ปกติบทรักของสามีจะเร้าร้อนกว่านี้  รุนแรงบางในบางครั้ง  หรือไม่ก็เอาแต่ใจจนร่างกายของเขาแทบรับไม่ไหว  แต่ทำไมครั้งนี้มันถึงได้แตกต่างไปจากทุกครั้ง???

 

            “เรารีบอาบน้ำกันดีกว่านะครับ...”

 

            นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่แปลก...เพราะปกติจะพูดหว่านล้อมให้ต่อเพลงรักจนกว่าจะพอใจ  แล้วการเปลี่ยนน้ำในอ่างพร้อมผสมครีมเนื้อนุ่มก่อนชำระล้างร่างกายก็พาลให้ภรรยาอดสงสัยไม่ได้  เซฮุนรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างเปลี่ยนไป  แต่จะเป็นในทางที่ดีหรือไม่ดี...มันก็คงไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดให้ปวดประสาท

 

            “พี่จงอินไปดูลูกให้เซฮุนหน่อยครับสิ...ไม่รู้ว่าเตรียมตัวเสร็จหรือยัง?”

 

            หลังจากอาบน้ำเรียบร้อย...คนที่ไม่ชอบทาครีมบำรุงผิวก็ถูกไหว้วานให้ช่วยไปดูลูกชายที่อยู่ในห้องฝั่งตรงข้ามเพราะแต่งตัวเสร็จก่อน  ส่วนภรรยายังต้องทาครีมอีกหลายจุด  ทั้งใบหน้า  ใต้ตา  แขนขารวมถึงการเติมลิปบาล์มเพื่อริมฝีปากที่ชุ่มชื้น  และจงอิน...ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์พร้อมการสวมสูทที่ดูไม่เป็นทางการมากนัก  ก็พาให้ดวงตาคู่สวยไม่อาจละจากภาพที่เห็นผ่านกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง  จะชมว่าดูดี...ก็อายที่จะบอก  จะชมว่าเท่...ก็เขินเกินจะเอ่ย  ทำไมพี่จงอินยิ่งแก่ยิ่งหล่อ  ตอนอายุสามสิบว่าหล่อแล้ว...ใกล้สี่สิบกลับหล่อมากกว่าตอนหนุ่มๆเสียอีก

 

 

            คนเป็นภรรยา...รีบแต่งตัวเมื่อสามีเดินหายไปจากสายตา  เพราะการเป็นทั้งแม่ทั้งเมียมันก็ยังมีอะไรให้ทำอีกมากมาย  กระเป๋าเดินทางเรียบร้อย  อาหารเช้าหรือของว่างระหว่างการเดินทางของลูกชาย...พนักงานในโรงแรมก็คงเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน  ส่วนบ้านหลังน้อยพร้อมสวนดอกไม้ที่กำลังผลิดอกออกใบก็รดน้ำใส่ปุ๋ยรอการเบ่งบานและจะเก็บขายได้อีกหนึ่งสัปดาห์ถัดไป  ขอบคุณความลงตัวของชีวิตในตอนนี้...แล้วการเดินทางไปฝรั่งเศสสามวัน  ก็ขอให้สามวันนั้นเป็นวันที่ทุกอย่างลงตัวเหมือนเช่นที่ผ่านมา

 

!!!!!!!

 

            “พี่จงอิน!!..เซฮุนตกใจหมดเลย”

 

            มัวแต่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย...การถูกจู่โจมเอวบางจึงทำให้ผู้เป็นเจ้าของถึงกับสะดุ้งสุดตัว  เซฮุนละจากครีมบำรุงผิวที่กำลังเก็บใส่ลงไปในกระเป๋าใบเล็ก  และหันมาโอบกายสามีเอาไว้จนเต็มอ้อมแขนก่อนประทับรอยจูบไว้บนสันกรามคม  แต่...ใบหน้าคมเข้มที่หลงใหลมาหลายปีเบือนหนีก่อนคว้ากระเป๋าเดินทางไปวางไว้หน้าห้องก็กลายเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนให้ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง  มันเกิดอะไรขึ้น?  ทำไมพี่จงอินถึงเป็นแบบนี้??  ภรรยาทำผิดเรื่องใด???...ช่วยบอกเหตุผลกันสักคำได้ไหม????

 

            “เมื่อเช้าเซฮุนปลุกลูกยังไง...พี่เข้าไปเมื่อกี๊ลูกยังหลับอยู่เลย”

 

            “อ้าว...เดี๋ยวเซฮุนไปปลุกอีกรอบก็ได้ครับ!!

 

            “ไม่ต้องปลุกแล้วครับ...พี่จะอุ้มขึ้นเครื่องไปเลย”

 

Rrrr!!!

 

            (ครับ...คุณจงอิน)

 

            “เครื่องบินพร้อมแล้วใช่ไหม?”

 

            (พร้อมแล้วครับ)

 

            “ให้พนักงานมาเอากระเป๋าไปได้เลย...ผมจะเดินทางแล้ว”

 

            (รับทราบครับ)

 

            ทุกการบอกกล่าวของจงอินและการสั่งงานทางโทรศัพท์ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด  มันพาลให้ภรรยาคนนี้ทำอะไรไม่ถูก  ในหัวในคิดไปต่างๆนานาว่าทั้งหมดอาจเป็นความผิดของตัวเอง  ถ้าแข็งแรงกว่านี้...สามีคงบรรเลงเพลงรักได้ตามชอบใจ  ถ้าเมื่อเช้าดูแลลูกให้ดี...เด็กแปดขวบก็คงไม่หลับต่อจนต้องอุ้มไปทั้งๆยังไม่ตื่น  และการเป็นภรรยาเจ้าของโรงแรม...มันก็ยากกว่าทุกๆวันผ่านมา

 

♪♫...♪♫♪..♪♫♪..!!!

 

            “ขออนุญาตครับ...ผมมารับกระเป๋าครับ!

 

            เสียงกดกริ่ง...พร้อมรถเข็นขนาดใหญ่และพนักงานชาย  เป็นสิ่งที่ทำให้คนคิดมากต้องหยุดทุกความกังวลเอาไว้ชั่วคราวแล้วรีบเดินสำรวจตามห้องนอน  ห้องน้ำ  รวมถึงห้องของลูกชายว่าลืมสิ่งใดไว้บ้าง  มือบางรวบครีมบำรุงผิวบนโต๊ะเครื่องแป้งใส่กระเป๋าก่อนปิดประตูห้องด้วยสติที่ไม่เต็มร้อยสักเท่าไหร่  เพราะการที่สามีอุ้มฮิโรกิออกไปด้วยท่าทีรีบร้อนมันพาลให้ภรรยาคนนี้พลอยรีบไปด้วย

 

 

            เซฮุนพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ...เพราะไม่อยากให้พนักงานโรงแรมรู้สึกอึดอัดไปมากกว่านี้  คนเป็นเจ้านายดูเครียด  คนเป็นภรรยาก็ไม่มีรอยยิ้ม  ส่วนฮิโรกิก็ยังหลับอยู่ในอ้อมอกของผู้เป็นพ่อ  ตีห้าครึ่ง...มันคงไม่ใช่เวลาที่เด็กในวัยนี้จะตื่นไหว  แถมการปิดเทอมก็ยังเป็นสิ่งที่พาให้ลูกชายนอนไม่ตรงเวลา  บางวันตื่นสาย  บางคืนนอนดึกและบางวันอาหารเย็นก็คือสามทุ่ม  เล่มเกมกับพ่อบ้าง  ดูการ์ตูนกับเพื่อนบ้าง...ซึ่งการปิดเทอมทำให้เวลาของเด็กเปลี่ยนไป

 

แล้วการเปิดภาคเรียนวันแรก...ก็มักจะเป็นวันโลกแตกสำหรับคนเป็นแม่เสมอ

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

07.34 น.

 

แกร๊กก!!!

 

            “จะมีใครมาร่วมงานเปิดโรงแรมบ้างครับ?”

 

            “หลักๆก็พวกหุ้นส่วน...แล้วก็ผู้ใหญ่ที่สนิทกับครอบครัว  พี่เชิญไม่เยอะหรอกครับ  เซฮุนไม่ต้องกังวล”

 

            ถ้วยกาแฟและแก้วนมร้อนถูกวางลงบนโต๊ะพร้อมคำถามที่สงสัยมานานแต่ไม่มีโอกาสได้เอ่ย  และถึงแม้เขาจะเป็นภรรยา...แต่การออกงานสังคมหรืองานเลี้ยงของลูกค้าก็เป็นสิ่งที่เซฮุนไม่ชอบเลยสักนิด  แล้วถ้างานนี้มันไม่ใช่งานเปิดตัวโรงแรมสาขาใหม่ของตระกูลคิม  ภรรยาอย่างเขาก็ขอยอมเปื้อนดินเปื้อนโคลนอยู่ในสวนหลังบ้านดีกว่า  เพราะการเจอช่างภาพ  นักข่าวหรือผู้ใหญ่ในแวดวงธุรกิจมันพาลให้ภรรยาเจ้าของโรงแรมรู้สึกหายใจไม่ออก

 

            “แล้วงานเลี้ยงล่ะครับ?”

 

            “พี่ก็จำไม่ได้...เดี๋ยวต้องถามเลขาอีกที”

 

            เครื่องบินส่วนตัว...ที่เริ่มทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ไม่นานอาจสร้างความสบายกายให้แก่ผู้โดยสาร  และอาจถึงที่หมายเร็วกว่าการเดินทางแบบทั่วไปตามสายการบินต่างๆ  แต่สำหรับความสบายใจมันกลับไม่ค่อยมีสักเท่าไหร่  เพราะการที่สามียังถามคำตอบคำ  ดูเคร่งเครียด  ดูไม่ใช่พี่จงอินคนเดิมมันเป็นสิ่งที่ทำให้เซฮุนรู้สึกหงุดหงิด  อยากเคลียร์ใจแต่ไม่กล้า  อยากทราบเหตุผลแต่เกรงว่าจะรบกวน  แล้วการเป็นเจ้าของโรงแรมที่กำลังจะเปิดสาขาใหม่ในฝรั่งเศส...ก็คงเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าเรื่องอื่นๆ

 

 

            เซฮุนทิ้งตัวลงบนเบาะนุ่ม...ก่อนคว้านมร้อนมาดื่มแล้วตามด้วยคุ้กกี้ผลไม้  เพราะอาหารเช้าต้องรอเด็กแปดขวบตื่นมาทานพร้อมกัน  ตอนนี้คนเป็นสามีกำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านแฟ้มการประชุม  ส่วนภรรยาก็ต้องทานนมสดพร้อมกับขนมอบไปอย่างเงียบๆ  (เฮ้ออ!!)  ถ้าคุณเลขาหรือไม่ก็คนขับรถคนสนิทอย่างโยชิดะได้บินมาในเครื่องเดียวกันก็คงจะดี  เซฮุนจะได้ไม่รู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้

 

            “คุณแม่  ฮืออออ!!!!!!

 

            “แม่อยู่นี่ครับบบบ...”

 

            จำเป็นต้องวางแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะแล้วรีบเดินไปที่ต้นเสียง...เพราะการร้องเรียกที่ปนมากับการร้องไห้มันทำให้คนเป็นแม่ต้องรีบเข้าไปปลอบขวัญ  ฮิโรกิคงตกใจที่ตื่นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องที่ไม่คุ้นเคย  แล้วห้องพักสุดหรูกลางกรุงโตเกียวมันก็กว้างกว่าในเครื่องบินหลายเท่า  แต่.....

 

            “คุณแม่...มิกะของผม  ฮึกก!!  หายไป!?”

 

            ยังไม่ทันเดินไปถึงไหน...ลูกชายก็รีบวิ่งออกมาจากห้องก่อนเอ่ยถามถึงตุ๊กตาตัวโปรดที่นอนกอดอยู่เป็นประจำ  ตกใจกับห้องพักในเครื่องบินยังไม่พอ  เพราะเมื่อตื่นมาแล้วไม่เจอเสือน้อยในอ้อมกอด  เด็กแปดขวบจึงทำได้เพียงร้องไห้งอแง  เซฮุนปาดน้ำตาบนแก้มลูกชายด้วยความทะนุถนอมและพากันเดินเข้าไปหามิกะในห้องนอน  ส่วนผู้เป็นพ่อก็ต้องลุกออกจากเอกสารกองโตเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้ทุกคน

 

และ....

 

            “ฮิโรกิฟังแม่นะครับ...”

 

            “ผมจะเอามิกะ...ฮืออออ!!

 

            “เรากลับไปเอามิกะตอนนี้ไม่ได้นะครับ...”

 

            “ผมจะเอามิกะเดี๋ยวนี้!!!

 

            เสียงโวยวายที่ดังออกมาจากห้องฝั่งตรงข้าม...ทำให้จงอินต้องละมือจากมื้อเช้าก่อนเดินเข้าไปดูเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น  และเด็กแปดขวบที่นอนร้องไห้อยู่บนเตียงกับคุณแม่ที่ยืนเท้าเอวก้มหน้าเหมือนคนหมดแรงก็คือภาพของปัญหาที่ต้องรีบแก้ไข

 

            “ฮิโรกิหยุดร้องไห้ก่อนครับ...”

 

            “คุณแม่  ฮึกก!!...ลืมมิกะไว้ที่โรงแรมฮะ  ฮึก!  ผมอยากได้มิกะ”

 

            เซฮุนไม่เคยลืมตุ๊กตาตัวโปรดของลูกชายเลยครั้ง...ไม่ว่าพวกเราจะต้องย้ายชีวิตไปนอนอยู่ที่ไหน  นานเท่าไหร่หรือเพราะอะไรก็ไม่เคยลืม  และถ้าเมื่อเช้ามันไม่มีเรื่องให้ต้องคิดมาก แม่คนนี้ก็คงไม่มีทางทำให้ลูกเสียใจแน่นอน  เซฮุนพยายามอธิบายด้วยคำที่อาจพาให้ใจของฮิโรกิเย็นลง  แต่ของรักของหวงที่คุณยายของเด็กแปดขวบซื้อให้ก่อนจะเสียชีวิตมันคงมีค่ามากกว่าคำปลอบใจ

 

            “ถ้าฮิโรกิอยากได้มิกะ...ฮิโรกิต้องพูดดีๆ  พูดเพราะๆ  ฮิโรกิจะพูดเสียงดังแบบนั้นกับคุณแม่ไม่ได้นะครับ”

 

            “ฮึกกก!!....”

 

            “ขอโทษคุณแม่ก่อนครับ”

 

            “ขอ  ฮึกก!...โทษฮะคุณแม่”

 

            Good  boy

 

Rrrrr!!!!

 

            (ครับ...คุณจงอิน)

 

            “ไปเอาตุ๊กตาเสือที่ห้องXXX...มาให้ฮิโรกิที่ฝรั่งเศสด้วย”

 

            (คะ...ครับคุณจงอิน  - -‘)

 

            “เดี๋ยวฉันจะโทรไปแจ้งเลขาให้เตรียมเครื่องบินเอาไว้...แล้วนายก็รีบบินมาเลย”

 

            (ครับ ๆ ๆ...ผมจะรีบตามไปทันทีเลยครับ T-T)

 

            “ขอบใจ”

 

            สอนลูกให้รู้จักระงับอารมณ์มันก็ดีอยู่หรอก...แต่การตามใจโดยโทรไปสั่งให้คนขับรถนำตุ๊กตาตัวโปรดมาให้ฮิโรกิถึงฝรั่งเศสก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำเลยสักนิด  และตอนนี้คนที่ต้องระงับอารมณ์บ้างก็คือผู้เป็นแม่  เรื่องที่สามีทำตัวแปลกๆก็ยังไม่ได้เคลียร์  ลูกชายตื่นมาร้องไห้โวยวายก็ยังไม่ได้อบรม  แล้วทำไมเช้านี้มันถึงได้มีแต่เรื่อง

 

            “เซฮุนจะไปเตรียมอาหารเช้านะครับ...”

 

            “เดี๋ยวพี่ดูแลฮิโรกิเอง”

 

            “แล้วก็อย่าตามใจกันให้มากนะครับ!

 

            มันอดที่จะเอ่ยเตือนไม่ได้...และต้องรีบออกมาจากห้องก่อนที่จะระงับอารมณ์ไม่อยู่  สองขาเรียวก้าวฉับๆไปที่ห้องครัวขนาดย่อมก่อนนำสิ่งที่สามีทำค้างเอาไว้มาจัดเรียงใส่ภาชนะ  ของคาวของหวานครบถ้วน  นมร้อนสีชมพูขาดไม่ได้  ส่วนคนที่ตามใจลูกจนเคยตัวก็คงอยากทานกาแฟอีกสักแก้ว  ไม่มีใครรู้ใจจงอินเท่าเมียคนนี้อีกแล้ว  และก็คงไม่มีใครรู้ใจฮิโรกิเท่าแม่คนนี้อีกเช่นกัน  แต่ทำไม...สองพ่อลูกถึงชอบทำให้เขาอามรณ์เสีย!!!

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

ปารีส

08.09 น.

 

!!!!!!!

 

!!!!!!!

 

            “อาแบค...อายอลลลลล!!!!

 

            เสียงใบพัดยังคงดังอื้ออึงเพราะเครื่องบินเพิ่งลงจอดได้ไม่นาน...แต่เสียงของเด็กที่ร้องด้วยความดีใจเมื่อเห็นคุณอาทั้งสองคนผ่านทางกระจกหน้าต่างก็ทำให้คนเป็นแม่อดยิ้มไม่ได้  นั่งหน้าตึงอยู่บนเครื่องมาหลายชั่วโมงและการได้พบเพื่อนรักตัวเล็กก็เป็นสิ่งที่ทำให้ความเครียดลดลงได้บ้าง

 

            “คิดถึงจังเลยแบค”

 

            “แบคก็คิดถึง...แล้วเป็นยังไงบ้าง  นั่งเครื่องมาเหนื่อยไหม?”

 

            “เหนื่อยเรื่องอื่นมากกว่า”

 

            รู้เลยว่าเพื่อนกำลังอารมณ์ไม่ดี...แบคฮยอนจึงไม่อยากถามเซ้าซี้และรีบเดินไปหาหลานเมื่อเครื่องบินจอดสนิท  บนดาดฟ้าตึกที่หนึ่งของโรงแรมใหม่คือสถานที่จอดพาหนะส่วนตัวของผู้เป็นเจ้าของ  ส่วนดาดฟ้าบนตึกที่สองและสามถูกสร้างเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่  ซึ่งทั้งสองตึกถูกเชื่อมต่อกันเพื่อความสะดวกสบายของลูกค้า

 

            “เกิดอะไรขึ้นวะจงอิน??”

 

            “เมียโกรธ”

 

            “เรื่อง?”

 

            “เสือก!

 

            “อ้าว...ไอ้สัด!

 

            “ห้ามพูดคำหยาบต่อหน้าหลาน!!

 

            “จ้าาาา...คุณพ่อ”

 

            คนที่มีส่วนร่วมในการสร้างโรงแรมแห่งนี้...ได้แต่สบถอย่างหัวเสียเมื่อถูกเพื่อนผิวเข้มพาลใส่  และหลานรักก็คือเป้าหมายเดียวที่ทำให้อาอย่างเขามีความสุข  ชานยอลรีบอุ้มฮิโรกิขึ้นขี้คอก่อนจูงมือแฟนตัวเล็กเดินเข้ามาลิฟท์  ส่วนคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ยังคงบึ้งตึงทั้งๆที่มือก็จับกันไว้ไม่ยอมปล่อย  ไม่รู้ว่าโกรธกันด้วยเรื่องอะไร  ใครเป็นสาเหตุ  ใครเป็นคนก่อ...แต่หลังจากงานสำคัญได้เริ่มต้นขึ้น  ทุกๆความบาดหมางก็ต้องกลายเป็นเรื่องที่ถูกลืม

 

            “เออแบค!...คุณพ่อมาถึงหรือยัง?”

 

            “มาถึงตั้งแต่นานแล่ว...เดินสำรวจโรงแรมอยู่นั่นแหละ”

 

            “เราก็อยากเดินสำรวจเหมือนกันนะ...แล้วก็คิดถึงคุณพ่อด้วย”

 

            “เออ!!...คุณแม่พี่จงอินก็มาถึงแล้วเหมือนกันนะ”

 

            “ดีจัง...เราคิดถึงทุกคนเลย”

 

          (ผมก็คิดถึงคุณตากับคุณย่าเหมือนกันฮะ)

 

            เจ้าของเสียงใส...ที่นั่งอยู่บนไหล่ของอาร่างยักษ์  ทำให้ทุกคนที่อยู่ในลิฟท์ขนาดใหญ่ยิ้มได้โดยอัตโนมัติ  แต่พอใบหน้าหวานหันมาเจอความคมเข้มที่หลงใหลมาหลายปี  รอยยิ้มนั้นกลับเบือนหนีด้วยทิฐิที่ยังไม่คลาย  จงอินอยากลงโทษภรรยาให้ช้ำไปทั้งตัว  เพราะการถูกโกรธด้วยเรื่องที่เขาตามใจลูกชายมากเกินไป  มันเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิดเดียว

 

  ♪♫...♪♫♪..♪♫♪..!!!

 

            “เซฮุนไปรอที่ห้องก่อนนะครับ...พี่ขอไปดูความเรียบร้อยในโรงแรมแป๊บนึง”

 

            “ผมจะไปกับอาแบคนะฮะคุณแม่”

 

            กลายเป็นคนถูกทิ้ง...เพราะเมื่อลิฟท์เปิดออกที่ชั้นยี่สิบ  ทั้งสามี  ลูกชายรวมถึงเพื่อนรักต่างก็แยกกันไปคนละทิศคนละทาง  ส่วนเขามีเพียงการ์ดหนึ่งใบกับสัมภาระที่ลูกน้องเดินมาส่งถึงหน้าประตู  เซฮุนใช้การ์ดที่ถืออยู่ในมือเปิดห้องพักสุดหรู  ก่อนเอ่ยให้ผู้ที่ช่วยนำกระเป๋าเดินทางมาส่งกลับไปพักผ่อน  เดินทางมาตั้งไกล  ความใส่ใจก็ไม่มี  แถมยังถูกทิ้งให้อยู่ในห้องเพียงลำพัง  แล้วแบบนี้จะพาเขามาที่นี่ทำไม!??

 

อยากกลับบ้านนนนนนนน!!!

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 


 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

ROOM  XXX

09.00 น.

 

ปึ่กก!!

 

            “ใกล้เสร็จแล้ววว...อดทนอีกนิดนึงนะจ๊ะหนูเซฮุน”

 

            “โอ๊ยย!...เซฮุนเจ็บครับคุณแม่”

 

            “ขอโทษๆ...แม่กลัวไม่ทันงานเลี้ยง”

 

            เบื่อทันทีเมื่อได้ยินคำว่าเลี้ยง...และจากที่นั่งรับลมชมวิวดูหอไอเฟลอยู่ในห้องของตัวเอง  ก็ถูกลากตัวมาแต่งหน้าทำผมที่ห้องของแม่สามี  แล้วพอพูดถึงสามี...ความน้อยใจมันก็วิ่งเข้ามาชนจนรู้สึกเจ็บยิ่งกว่าผมบนหัวที่กำลังถูกจัดให้เข้าทรงด้วยเครื่องทำความร้อน  ส่วน...ซองรยองก็วางเครื่องสำอางลงบนโต๊ะเครื่องแป้งเป็นรอบที่ร้อยก็ว่าได้  เพราะงานในวันนี้คนที่จะต้องดูดีดูเด่นก็คือสะใภ้สุดที่รักกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน

 

            “คุณแม่ครับ...ถ้าแต่งตัวเสร็จแล้วผมขอไปดูฮิโรกิหน่อยนะครับ  ไม่รู้ว่าป่านนี้จะทานอะไรหรือยัง?”

 

            “จะไปดูทำไม...ฮิโรกิโตเป็นหนุ่มแล้วนะ  แล้วอีกอย่าง...ชานยอลก็อยู่  หนูแบคก็อยู่  คุณจีซบก็ด้วย  หันหน้ามาซิ...แม่ขอเติมปากหน่อย!!

 

            “ก็เซฮุนเป็นห่วงลูกนิครับคุณแม่”

 

            “เลิกพูดสักทีได้ไหม...แม่เติมปากไม่ถนัด!!

 

            เวลาที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศอาจทำให้ฮิโรกิเกิดความสับสน  เพราะถ้าตอนนี้ยังอยู่ที่ญี่ปุ่น...อาหารเย็นคงต้องเริ่มต้นจัดเตรียมเอาไว้ให้พร้อม  ส่วนที่นี่คือปารีสซึ่งมันเพิ่งจะเก้าโมงกว่า  เซฮุนจึงเกรงว่าความสับสนในเรื่องของเวลาจะพาให้ลูกชายป่วยไข้  แต่...ปากที่กำลังถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีหวานพร้อมคำตักเตือนของแม่สามีก็พาให้ผู้ที่ไม่อยากไปร่วมงานเลี้ยงต้องนั่งนิ่งๆ

 

 

            เซฮุนไม่ชอบออกงานสังคมและอยากไปเพียงแค่งานเปิดตัวโรงแรมในวันพรุ่งนี้เท่านั้น  แต่ในเมื่อตัวเองเป็นถึงภรรยาของ  คิม  จงอิน...งานนี้งานไหนก็คงต้องไปโดยไม่อาจปฏิเสธ  เมื่อใบหน้าถูกแต่งเติมจนดูสดใสพร้อมผมที่ถูกจัดให้เข้าทรง  ตอนนี้ก็ถึงคราวที่ต้องเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ  เชิ้ตสีขาวถูกหยิบมาสวมแล้วตามด้วยกางเกง  เสื้อกั๊กก่อนจบท้ายด้วยเสื้อสูทซึ่งทั้งชุดเป็นสีขาวทั้งหมด

 

            “เสร็จหรือยังหนูเซฮุน??”

 

            “ครับคุณแม่!!

 

            “ไหนดูซิว่าใส่พอดีไหม?”

 

            เรื่องใจร้อนคงต้องยกให้คนตระกูลคิม...เพราะยังไม่ทันที่ลูกสะใภ้จะเดินมาถึงหน้ากระจก  แม่สามีก็รีบเดินมาคว้ามือเซฮุนมาจากหน้าห้องน้ำแล้วตรวจดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า  แถมร่างกายยังถูกจับหมุนไปหมุนมาจนเริ่มเวียนหัว  ขอสเปรย์ผมอีกนิด  เติมปากอีกหน่อย  โบว์ไทด์สีขาวห้ามลืมและกระเป๋าเสื้อสูทด้านซ้ายก็ต้องตกแต่งด้วยดอกทิวลิปสีแดง??...ก็เป็นอันเสร็จ!!!

 

            “คุณแม่ครับ...เซฮุนอยากไปหาฮิโรกิ”

 

            “เดี๋ยวไปเจอกันในงานเลย...ป่านนี้คงเล่นวิ่งไล่จับกับอาแบคจนงานพังแล้วมั้ง”

 

            “คุณแม่อย่าพูดแบบนี้สิครับ...เซฮุนยิ่งเป็นห่วงอยู่”

 

            “ห่วงได้...แต่ก็ต้องมีสติด้วย  หลานแม่เก่งจะตาย  หนูเซฮุนไม่ต้องเป็นห่วงขนาดนั้นหรอก”

 

            “เราจะไปกันได้หรือยังครับคุณแม่  เอ่ออ...”

 

            “เอ่อ...อะไรจ๊ะหนูเซฮุน?”

 

            “เซฮุนอยากเจอพี่จงอินครับ  พอดีมีเรื่องกันนิดหน่อยตอนเดินทาง  แล้วตั้งแต่มาถึงที่นี่...พี่จงอินก็หายไปเลย”

 

            ไม่ได้อยากนำความมาฟ้อง...แต่การถูกทิ้งให้อยู่ในโรงแรมเพียงลำพังมันพาลให้คิดมาก  ลูกชายก็เล่นกับคุณอาเพลินจนลืมแม่  คุณพ่อก็เอาแต่เดินสำรวจโรงแรม  ส่วนสามีก็คงเป็นห่วงงานใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้  ซึ่งทุกๆอย่าง...มันทำให้เซฮุนรู้สึกเหมือนไร้ตัวตน  และดีที่งานเลี้ยงในวันนี้ยังมีแม่สามีคอยมาดูแลเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม  ไม่อย่างนั้นลูกสะใภ้อย่างเขาคงทำให้ตระกูลคิมต้องอับอาย

 

            “หนูเซฮุนอย่าคิดมากนะจ๊ะ...”

 

            “ขอโทษนะครับคุณแม่...แต่ผมไม่อยากไปงานนี้เลย”

 

            “ไม่ไปไม่ได้จ้ะ...ลูกชายแม่ต้องร้องไห้แน่ๆถ้าหนูเซฮุนไม่ไปงานนี้”

 

            U_U

 

            “ไปกันเถอะจ้ะ...ป่านนี้ทุกคนคงอยู่ในงานกันแล้ว”

 

            “ครับ....”

 

            งานเลี้ยงก่อนการเปิดตัวโรงแรม...คงจะเป็นงานที่มีแต่ผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงธุรกิจหรืออาจมีผู้ถือหุ้นบางรายมาร่วมงานด้วย  แล้วมันก็อาจจะเป็นงานที่ภรรยาอย่างเขาต้องอยู่คนเดียวอีกครั้ง  เพราะคนที่ไม่มีความรู้เรื่องการทำธุรกิจ  ไม่ใช่คนที่มาจากตระกูลใหญ่โต  แถมยังเป็นเพียงแค่คนสวนธรรมดาๆก็คงไม่มีใครอยากจะเข้ามาทำความรู้จัก  และถึงแม้คนที่มาร่วมงานบางคนจะทราบดีว่าเขาเป็นใคร  แต่นักธุรกิจกับเจ้าของสวนดอกไม้ในชนบทก็เป็นอาชีพที่ขัดแย้งกันมากเหลือเกิน

 

แต่........

 

 

...

 

 

...

 

 

...



 

 


 

 


10.09 น.

 

แกร๊กกก!!!!

 

            “ฉันเอาตัวหนูเซฮุนมาคืนแล้วค่ะคุณจีซบ”

 

            “ขอบคุณที่ช่วยดูแลนะครับคุณหญิง”

 

            เมื่อประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก...ห้องที่เต็มไปด้วยดอกทิวลิปสีแดง  ทางเดินที่โปรยด้วยกลีบดอกไม้  เก้าอี้ที่มีคนในครอบครัวรวมถึงพี่ๆน้องๆจากโรงแรมสาขาโซลนั่งอยู่ทั้งด้านซ้ายด้านขวา  ทุกอย่างทำให้คนที่คิดว่ามาร่วมงานเลี้ยงของสามีถึงกับพูดอะไรออก  นี่มันไม่ใช่งานเลี้ยงอย่างที่คิดเอาไว้  แล้วแม่สามีกำลังพูดอะไร  คุณพ่อมายืนอยู่ข้างๆของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่  แล้วทำไมลูกชายกับเพื่อนรักตัวเล็กถึงโอบตะกร้าหวายเอาไว้ในอ้อมแขน  สมองเหมือนหยุดทำงาน  มันประมวลผลไม่ได้  เพราะสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้มันช่างเหมือนความฝัน

 

            “เซฮุน...ยิ้มหน่อยสิลูก”

 

            “คุณพ่อ  นี่มันเรื่องอะไรกันครับ??”

 

            “เป็นเจ้าสาวต้องยิ้มเยอะๆ  เดี๋ยวเจ้าบ่าวใจเสีย”

 

            คำว่า  “เจ้าบ่าว-เจ้าสาว”  เหมือนเป็นตัวดึงสติให้เซฮุนต้องอยู่กับปัจจุบัน  ก่อนมองไปยังทางตรงหน้าและได้พบกับสามีในชุดสูทสีดำพร้อมการตกแต่งดอกทิวลิปสีแดงไว้ในกระเป๋าเสื้อ  ส่วนเด็กแปดขวบกับคุณอาตัวเล็กก็เริ่มทำการโปรยดอกไม้ไปตามทางเดินจนถึงหน้าพิธี  เซฮุนพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ด้วยความยากลำบาก  มันซาบซึ้ง  มันเซอร์ไพส์และอีกหลากหลายความรู้สึกที่ล้นอยู่ในอก

 

            “คุณพ่ออออ....”

 

            “พ่อรักลูกนะ”

 

            ถึงเวลา...ต้องปล่อยมือเซฮุนให้กับผู้ที่จะทำหน้าที่ดูแลลูกคนนี้ไปตลอดชีวิต  และคิม  จงอิน  ก็ทำหน้าที่สามี  หน้าที่พ่อรวมถึงหน้าที่ของการเป็นเจ้าของโรงแรมได้ดีมาโดยตลอด  จีซบคงไม่ต้องห่วงอะไรอีกแล้ว  ลูกได้คนดีมาดูแล  หลานก็น่ารัก  ส่วนลูกแท้ๆอย่างแบคฮยอนก็ไม่ต้องเป็นห่วงอีกเช่นกัน  และตอนนี้พิธีแต่งงานก็กำลังจะเริ่มขึ้นก่อนที่คนเป็นเจ้าสาวจะร้องไห้เสียก่อน  เซฮุนได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าคนที่นอนร่วมเตียงกันทุกคืน  ซึ่งการยืนอยู่ต่อหน้าสามีท่ามกลางผู้คนมากมายในงานแต่งงานของตัวเอง  มันทำให้ไม่กล้าสบจ้องใบหน้าคมเข้มที่อยากมองให้เต็มตา

 

และก็ต้องตั้งสติให้ดีเมื่อ....

 

            เป็นความประสงค์ของพวกเธอที่จะแต่งงานกัน  ให้ประสานมือขวาและประกาศความยินยอมของพวกเธอต่อหน้าพระองค์และศาสนิกชนของพระองค์”  บาทหลวงกล่าวคำตามพิธีที่เคยพูดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน  แถมยังเป็นพิธีที่ถูกเชิญให้มาทำหน้าที่ถึงต่างประเทศ   

 

            “ผม...คิม  จงอิน  ขอรับ  โอ เซฮุน  เป็นภรรยาของผม  ผมสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามยาก  ในยามไข้และสบายดี  ผมจะรักคุณและให้เกียรติคุณตลอดชีวิตของผม”  เป็นคำกล่าวที่พยายามตั้งใจท่องจำมาหลายเดือน  งานก็เยอะ  ลูกก็ต้องเลี้ยง  เมียก็ต้องดูแล  และดี...ที่สมองของคนใกล้จะอายุสี่สิบมันยังใช้งานได้เป็นปกติ


และ......

 

            “ผะ...ผมโอ  เซฮุน  ขอรับ  คิม  จงอิน  เป็นสามีของผม  ผมสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามยาก  ในยามไข้และสบายดี  ผมจะรักคุณและให้เกียรติคุณตลอดชีวิตของผม”  ส่วนคนเป็นเจ้าสาว...ก็พยายามจดจำคำพูดของสามีด้วยสมองที่เกือบถูกความสุขเล่นงานจนเสียงสั่น  แต่ก็ยังประคับประคองทุกคำพูดจนพิธีสำคัญเสร็จสิ้นด้วยความเรียบร้อย

 

 แหวนถูกสวม  รอยจูบถูกมอบ  และอ้อมกอดก็ถูกโอบกันไว้ด้วยความรัก

 

            “เซฮุนโกรธพี่จงอินมากเลย  โกรธมากๆ”

 

            “โกรธแล้วรักไหมครับ”

 

            “รักครับ...”

 

จุ้บบบ!!!

 

            จูบหวานของบ่าวสาว...ทำให้สักขีพยานทุกคนมีรอยยิ้มและมีความสุขตามคนทั้งคู่  ส่วนเด็กแปดขวบก็ไม่ได้เข้ามาห้ามอย่างที่เคยทำอยู่บ่อยๆ  เพราะการมีคุณอา  คุณย่าและคุณตาคอยอยู่เคียงข้างมันก็พาให้ความหวงแม่พลอยหายไปกับความสุขของทุกคน

 

            “พี่จงอินต้องเล่ามาให้หมดเลยนะครับ...ไม่งั้นเซฮุนจะโกรธจริงๆด้วย”

 

            “บอกก่อนก็ไม่เซอร์ไพส์สิครับเจ้าสาวของพี่”

 

            “ชอบทำแบบนี้ทุกที...”

 

            “อย่าโกรธพี่เลยนะครับ”

 

            “เซฮุนไม่โกรธก็ได้...แต่พี่จงอินต้องเล่ามาให้หมด”

 

            “เดี๋ยวพี่จะอธิบายให้ฟังทั้งคืนเลยครับ”

 

            ตลอดการเดินทางที่เมินเฉยและเอาแต่นั่งอ่านเอกสารการประชุม  มันคือการหลีกเลี่ยงต่อสิ่งที่อาจเผยพิรุธ  ขอโทษที่ปิดบัง  ขอโทษที่เย็นชารวมถึงขอโทษในหลายเดือนที่ผ่านมาเอาแต่บ้างาน  สัญญาว่าหลังจากวันเปิดตัวโรงแรมเสร็จสิ้น  สามีคนนี้จะทำงานให้น้อยลง  จะดูแลลูกให้มากขึ้นและจะอยู่บ้านกับเมียทุกวัน

 

 

            คิม  จงอินทำสิ่งที่สำคัญในชีวิตสำเร็จหมดแล้ว...ทั้งเรื่องการสร้างโรงแรมในฝรั่งเศส  การบริหารธุรกิจของตระกูลให้เจริญรุ่งเรือง  การมีครอบครัวที่สมบูรณ์  และสิ่งสำคัญอย่างสุดท้ายก็คือการแต่งงาน  มันเป็นสิ่งที่เคยสัญญากับเซฮุนเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน  แต่ไม่เคยได้ทำตามสัญญาเพราะปัญหาของพวกเราแต่ละอย่างมันแทบพรากความรักไปจากเขา  ความต่างทางฐานะ  ความแม่ผัวลูกสะใภ้และสิ่งที่เกือบทำให้เซฮุนต้องจบชีวิตลงก็คือการถูกยิง  ซึ่งทุกอย่างๆ..ทำให้การแต่งงานถูกหลงลืมไปอย่างง่ายดาย

 

ถ้าเป็นเมื่อก่อน...ก็คงต้องโทษโชคชะตาที่ใจร้ายมากเกินไป  แต่พอมาตอนนี้ก็คงต้องขอบคุณที่ทำให้รู้ว่าใครรักเราจริง  อะไรต้องปล่อยวางหรือสิ่งใดที่ไม่ควรละเลย

 

            “คุณแม่!!!

 

            กำลังดื่มสังสรรค์อยู่กับพี่ๆในแผนกจัดดอกไม้  ทั้งพี่ซูโฮ  พี่คยองซูรวมถึงฮานิก็มาร่วมงานด้วย  แต่เสียงร้องของลูกชายกลับดึงความสนใจไปเสียก่อน  และการที่ฮิโรกิหาวจนปากกว้าง  ตาแดงพร้อมน้ำสีใสที่อยู่ในดาวตาทั้งสองข้างก็กลายเป็นคำตอบที่ไม่ต้องเอ่ยถาม

 

            “ว่าไงครับคนเก่ง...ง่วงนอนแล้วใช่ไหมครับ”

 

            “ฮะ...แต่มิกะยังไม่มา”

 

            “แม่จะพาไปนอนนะครับ...แล้วตื่นมารอบนี้ฮิโรกิจะต้องได้เจอมิกะแน่นอน  แม่สัญญา”

 

            “จริงนะฮะ”

 

            “จริงครับ”

 

            เอ่ยลาพี่ๆในแผนก...และอุ้มลูกชายกลับไปพักผ่อนที่ห้องทั้งๆที่ท้องฟ้านอกหน้าต่างยังคงสว่างจ้า  เวลาตอนนี้ของฝรั่งเศสคือบ่ายโมง  แต่เวลาของญี่ปุ่นคือสองทุ่ม  นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ฮิโรกิเริ่มง่วงนอน  ส่วนจงอิน...ก็ยังคงเต้นรำอยู่กับคุณแม่ด้วยความสนุกสนาน  พี่จงแดก็กำลังนั่งทานของหวานอยู่กับพี่ซิ่วหมิน  ความสุขของทุกคนในงาน...คือความสุขของผู้ที่ได้เป็นเจ้าสาว  และการที่คุณพ่อมีรอยยิ้ม  เพื่อนรักตัวเล็กกับคุณชานยอลก็กลายเป็นอีกหนึ่งคู่ที่กำลังจะเต้นรำ...ก็ยิ่งทำให้เซฮุนมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

ROOM  XXX

 

แกร๊กก!!!

 

            เปิดประตูด้วยความลำบาก...และตอนปิดก็ต้องใช้อวัยวะเบื้องล่าง  แต่เรื่องแค่นี้ก็ไม่ยากเกินความสามารถของผู้เป็นแม่  เซฮุนวางลูกชายลงบนเตียงก่อนเดินไปที่ห้องน้ำเพื่อเตรียมอุปกรณ์ในการเช็ดตัว  จะให้หลับทั้งๆที่เสื้อผ้ามันเต็มไปด้วยครีมของขนมหวานก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดี  และถ้าฮิโรกิไม่ได้หลับสนิทขนาดนี้...แม่อย่างเขาคงต้องปลุกให้มาแปรงฟัน

 

 

            ผ้าชื้นน้ำ...ถูกลูบไปตามใบหน้า  ร่างกายและทุกๆส่วนของลูกชายอย่างเบามือ  แต่ความเย็นที่กระทบเข้ากับร่างน้อยๆเปลือยเปล่า  ฮิโรกิจึงพลิกตัวหนีด้วยความรำคาญ  เซฮุนรีบเช็ดตัวให้เร็วกว่าเดิมเพราะเกรงว่าอากาศที่เปลี่ยนแปลง  เวลาที่แตกต่างจะพาลให้ฮิโรกิเจ็บป่วย  ชุดนอนถูกสวม  ถุงเท้าถูกใส่  ผ้าห่มถูกคลุม  และจูบกู๊ดไนท์เหมือนทุกเช่นทุกครั้งเมื่อทำความสะอาดร่างกายลูกชายเรียบร้อย  คนเป็นแม่เดินไปเก็บอุปกรณ์ต่างๆในห้องน้ำ  แล้วกลับไปพักที่ห้องทางประตูที่เชื่อมต่อกับห้องของลูกชาย

 

แต่....

 

            “อ๊ะ...พี่จงอิน!!

 

            เหมือนจะไม่ได้พัก...เพราะเมื่อปิดประตูห้อง  ร่างของคนเป็นแม่ก็ถูกอุ้มไปวางไว้บนเตียงกว้างพร้อมการถูกหอมฟอดใหญ่  แล้วสายตาคมที่กำลังจ้องใบหน้าภรรยาอย่างมีความหมายก็พาลให้เซฮุนไม่กล้าสบตอบเพราะเริ่มรับรู้ได้ถึงบางสิ่ง

 

            “เหนื่อยไหมครับคุณแม่คนเก่ง?”

 

            “ไม่เหนื่อยเลยครับ  พี่จงอินเหนื่อยกว่าตั้งเยอะ”

 

            “ลูกหลับแล้วเหรอ?”

 

            “หลับแล้วครับ...แต่ไม่รู้ว่าตื่นมาแล้วจะเป็นยังไงบ้าง  ฮิโรกิร้องหาแต่มิกะ”

 

            มิกะอยู่นี่แล้วครับ....”

 

            “งั้นเซฮุนเอาไปให้ลูกก่อนนะครับ”

 

            “อยากได้ต้องทำยังไงครับ??”

 

            “ขอบคุณนะครับแด๊ดดี้”

 

            “แค่นี้เองเหรอ?”

 

            >.<

 

            อยากแกล้งลูกหรืออยากแกล้งเมียกันแน่...แต่การถูกแกล้งก็ทำให้เซฮุนกลั้นยิ้มไม่ไหว  เก่งแต่เรื่องทำให้เขาใจอ่อน  แล้วตอนนี้ฮิโรกิก็คงต้องรอตุ๊กตาเสือน้อยไปอีกสักพัก  เพราะปางบางสีหวานกำลังจะหน้าที่ขอบคุณแด๊ดดี้อย่างที่ใจมันเรียกร้อง  เสื้อผ้าของบ่าวสาว...ถูกถอดออกช้าๆพร้อมกับรอยจูบที่มอบให้กันอย่างดูดดื่ม  โบว์ไทด์  เสื้อสูท  กางเกงรวมถึงอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายก็ถูกโยนไปคนละทิศคนละทาง  ร่างสวยเปลือยเปล่าเลื่อนกายลงต่ำเพื่อครอบครองส่วนเติมเต็มของสามี  แล้วการทำเช่นนั้นก็พาให้เสียงของความพึ่งพอใจดังก้องไปทั่วทั้งนอน

 

 

            เพลงรัก...เริ่มกลับมาเป็นจังหวะที่โหยหา  และตอนนี้เซฮุนก็เข้าใจแล้วว่าทำไมบทรักที่ญี่ปุ่นมันถึงได้อ่อนโยนจนดูไม่เหมือนกับสามีที่ฝรั่งเศส  จงอินคงไม่อยากทำให้ภรรยาหมดแรงก่อนงานแต่งจะเริ่มขึ้น  แล้วการถูกเติมเต็ม  การถูกโอบรัด  และการส่งความปรารถนาด้วยท่วงท่าแบบนี้ก็ยิ่งทำให้เสียงครางที่มาพร้อมกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อยิ่งดังขึ้นในห้องพักสุดหรู  คนเป็นสามีไม่อยากถึงจุดหมายด้วยปากนุ่ม  มือหนาจึงรั้งกายภรรยามาโอบไว้ก่อนขยับทุกความรู้สึกอย่างที่ใจต้องการ

 

            “ซี้ดดดด....”

 

            “เซฮุนนน...อื้มม!!

 

            พรุ่งนี้เช้า...อาจเป็นวันสำคัญสำหรับผู้ถือหุ้นหรือผู้ร่วมก่อตั้งโรงแรมแห่งนี้  แต่สำหรับคนที่ถือหุ้นใหญ่ที่สุดอย่างคิม  จงอิน  มันเหมือนเป็นวันธรรมดาวันหนึ่งของการทำงาน  ใช่ว่าไม่ดีใจที่โรงแรมจะได้เปิดอย่างเป็นทางการ  ใช่ว่าไม่เห็นความหมายของสิ่งที่ตั้งใจลงมือลงแรง  แต่...สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตมันคือคนใต้ร่างในตอนนี้และลูกชายที่กำลังหลับอยู่อีกห้อง

 

 

            จงอินทราบดีว่าพรุ่งนี้ต้องทำอะไรบ้าง  งานจะเริ่มกี่โมง  จะเสร็จกี่โมงหรืองานจะออกมาเป็นเช่นไรก็สามารถเดาเหตุการณ์ได้ล่วงหน้า  เพราะเขาเคยผ่านงานแบบนี้มาหลายครั้ง  ซึ่งทุกครั้งมันก็จะคล้ายๆกันหมด  และถ้าถามว่าตื่นเต้นไหม...ก็ขอตอบเลยว่าตื่นเต้นแต่ก็ไม่มากเท่ากับตอนที่ต้องรับตำแหน่งเจ้าของโรงแรมแทนผู้เป็นพ่อ  อยู่วงการนี้มาหลายปี  ปัญหา  อุปสรรค  รวมถึงทางแก้ก็รับมือได้หมด  จงอินจึงไม่เคยรู้สึกประหม่าสำหรับเรื่องการเปิดตัวโรงแรมใหม่

 

 

            ขอบคุณภรรยา...ที่คอยอยู่เคียงข้างกันเสมอ  ใครจะอดทนต่อสามีที่เอาแต่ใจอย่างเขาได้  แถมยังบ้างานจนลูกชายต้องสั่งให้ลาพักร้อน  ไม่มีใครรู้ใจ  เข้าใจ  และใส่ใจเขาได้เท่ากับเซฮุนอีกแล้ว  ชีวิตสมบูรณ์แบบเพราะมีเซฮุนคอยช่วยประคับประคองความรักให้มั่นคง  ตรงไหนขาดช่วยเติมให้เต็ม  ตรงไหนบกพร่องช่วยกันแก้ไข  และถ้ามีคำใดสามารถพูดได้ดีกว่าคำว่าขอบคุณ  คิม  จงอินก็พร้อมที่เอ่ยมันออกมา

 

            “พะ...พี่จงอินนน  อ๊ะ!!

 

            ความกลมกลึง...ถูกกระชับก่อนย้ำความต้องการจนกายสั่นสะท้าน  แผ่นหลังขาวเนียนถูกประทับรอยจนแดงระเรื่อไปทั่วผิวเนื้อ  มือบางจิกเกร็งอยู่บนหมอนใบโตและพยายามควบคุมการหายใจ  แต่การถูกเติมเต็มด้วยความร้อนแรง   มันพาลให้การควบคุมทุกส่วนของร่างกายยากกว่าการควบคุมลมหายใจ

 

            “อ่าาาา...ห์!!!

 

            เพลงรักอาจจบลงแค่ในตอนนี้...แต่สำหรับความรักที่เซฮุนมีให้กับสามีมันจะไม่มีวันจบอย่างแน่นอน  และมีเพียงความตายเท่านั้นที่จะพรากมันไป  ร่างสวยกอดกายหนาเอาไว้ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความสุข  แล้วความสุขที่ว่าก็คือทุกอย่างที่เป็น  คิม  จงอิน  ขอบคุณที่ดูแลกันมาเป็นอย่างดี  คำพูดที่เอ่ยต่อหน้าสักขีพยานในงานแต่งงานเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมามันคือสิ่งที่สามีทำมาโดยตลอด  จะรัก  จะให้เกียรติ  จะดูแล  จะซื่อสัตย์...ทุกอย่างยังคงสม่ำเสมอและไม่เคยน้อยลงเลยแม้แต่วันเดียว  ขอบคุณจริงๆที่รักกันมากถึงเพียงนี้

 

 

            เซฮุน...ไม่รู้สึกกังวลอีกแล้วว่าพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร  ใครจะเป็นนักธุรกิจ  ใครจะเป็นคนสวนหรือใครจะเป็นหุ้นส่วน  เพราะเขาคือภรรยาเพียงคนเดียวของ  คิม  จงอิน  ขอบคุณที่ทำให้คนธรรมดาๆอย่างเขามีความมั่นใจมากขึ้น  และถ้าจะให้เอ่ยอะไรสักคำ...โอ เซฮุนก็อยากจะบอกกับเจ้าของอ้อมกอดตอนนี้ว่า.....

 

            “เซฮุนรักพี่จงอินที่สุด...”

 

 

 

ขอบคุณอะไรก็ตาม...ที่ทำให้เราได้มาพบกัน

ขอบคุณเซฮุน...ที่รักสามีมากถึงเพียงนี้

ขอบคุณพี่จงอิน...ที่ทำให้ภรรยามีความสุข

แล้วก็ขอบคุณฮิโรกิ...ที่ทำให้ครอบครัวของเราสมบูรณ์แบบ

 



 

 

 

-End-

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




 


 

 

 

 










 

100%

Cr. ภาพในตอนจบ : IG> wonguy974 @ Hotle Plaza  Athenee  และ ru.weddbook.com

 

Talk.

จบแล้วค้าาาาาา  (เช็ดน้ำลาย  เอ้ยย!!!...เช็ดน้ำตา)

ขอบคุณนักอ่านที่ติดตามกันมาตลอดนะคะ  และต้องขอบคุณมากกกกกก...เป็นพิเศษ  สำหรับนักอ่านที่ติดตามมาตั้งแต่ภาคแรก  ขอบคุณจริงๆค่ะ  (กราบตัก)

อาจมีคำถาม...

จบเร็วไปไหมคะ??

ตอบ...ไม่เร็วสำหรับเรานะคะ  เพราะคิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้

จะมีSS3ไหมคะ??

ตอบ...จบจริงๆแล้วค่ะ  ไม่มีSS3แน่นอน100% ไม่คืนคำ

จะมีเล่มไหมคะ??

ตอบ...ไม่มีอีกเช่นกันค่ะ  แต่ของขวัญมีแน่นอน...แต่ไม่ใช่เร็วๆนี้นะคะ

จะมีตอนพิเศษไหมคะ??

ตอบ...ก็ไม่มีอีกเช่นกันค่ะ(ในตอนนี้)  แต่ในอนาคตไม่แน่นะคะ  ^^)

ขอบคุณนักอ่านทุกคน  ขอบคุณคอมเม้นท์  ขอบคุณกำลังใจแสนดี  และขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่มอบให้กับฟิคเรื่องนี้

รักนะคะ

#ดอกไม้ของเจ้านาย

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #667 PluTo39 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 20:53
    ขอบคุณไรท์ที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้ให้เราได้อ่าน
    #667
    0
  2. #665 Jammie-Lee (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 03:18
    ไม่อยากให้จบเลยค่ะ ฮืออออออ รักเรื่องนี้มากๆๆๆๆ ขอบคุณที่แต่งฟิคน่ารักๆ แบบนี้ให้อ่านนะคะ~
    #665
    0
  3. #664 OOh_Pang (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 11:56

    จบแล้วววว ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้นะคะ เวลาอ่านมันทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น

    จะติดตามผลงานต่อไปนะคะไรท์สู้ๆ
    #664
    0
  4. #663 noonakh (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 19:10
    แงงง แอบใจหายเหมือนกัน เป็นเรื่องที่อ่านได้เรื่อยๆไม่เบื่อเลยค่ะ มีแต่ความอบอุ่นละมุนเต็มไปหมด ขอบคุณไรท์ที่มาเขียนให้เราได้อ่านฟิคดีๆอีกเรื่องนะคะ จะเก็บไว้เป็นความทรวจำค่ะ ถ้าคิดถึงจะแวะกลับมาอ่านอีกแน่นอนค่ะ
    #663
    0
  5. #662 pp5129 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 16:36
    น่ารักมากเลย ขอบคุณไรค์ที่สร้างผลงานดีๆให้ได้อ่านนะคะ ชอบเรื่องนี้มากเลย
    #662
    0
  6. #661 Sea.C.94 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 16:02
    แง่ แด๊ดดี๊น่ารักกกกกกกก
    #661
    0
  7. #660 TDNND (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 14:18
    จบตอนพิเศษแล้ว รักฟิคเรื้องนี้มาก ยกให้เป็นที่ 1 ในดวงใจ ขอบคุณไรท์ที่พยายามเขียนงานได้น่าอ่านมากๆค่ะ ทุกผลงานฟิคของไรท์ดีมากๆค่ะ
    #660
    0
  8. #659 ตะงุนนนนน (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 12:10
    น่ารักที่สุดดดดดด แงงงแด๊ดดี้
    #659
    0