จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 43 : ✿✿ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 627
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    5 ก.ย. 62






-6-


 

 

โรงเรียน  ABC

12.00 น.

 

กริ๊งงงงงงงงง!!!!

 

            เสียงสัญญาณ...ที่บ่งบอกว่าเป็นเวลาพักเที่ยง  ทำให้เด็กตัวน้อยๆทั้งชายและหญิงต่างทยอยกันเดินออกมากจากห้องเรียนเพื่อรับประทานอาหาร  โรงเรียนแห่งนี้อาจไม่ใช่สถานศึกษาที่โด่งดังหรือโดดเด่นเหมือนโรงเรียนในตัวเมือง  แต่ก็มีคุณภาพมากพอจะทำให้คนเป็นเจ้าของโรงแรมยอมให้ลูกชายเรียนที่นี่  แถมยังใกล้บ้านและเป็นสถานศึกษาที่เด็กแปดขวบเรียนมาตั้งแต่ชั้นอนุบาลหนึ่ง

 

            “เรื่องเอกสารเรียบร้อยค่ะ”

 

            “ขอบคุณครับ”

 

            ถ้าไม่มีเหตุการณ์...ที่ทำให้คนเป็นแม่ต้องงดการเคลื่อนไหวร่างกาย  จงอินก็คงไม่ต้องเดินทางมาที่โรงเรียนของลูกชายในวันนี้  และการที่ฮิโรกิต้องหยุดเรียนไปชั่วคราวมันก็อาจทำให้เจ้าตัวเรียนตามเพื่อนไม่ทัน  คนเป็นพ่อจึงต้องมาตามการบ้าน  ตามข้อมูล  หรือมาขอคำปรึกษาจากครูประจำชั้น  มือหนาหยิบสมุดวิชาคณิตศาสตร์มาถือไว้ก่อนโค้งตัวเพื่อขอบคุณในสิ่งที่ได้รับความช่วยเหลือ

 

            “แล้วฮิโรกิจะมาโรงเรียนได้วันไหนคะ เพราะอาทิตย์หน้าก็จะสอบปลายภาคแล้ว”

 

            “วันจันทร์ก็มาเรียนได้ตามปกติแล้วครับ”

 

            “ดีค่ะ...ส่วนเรื่องการเรียนในวิชาอื่นๆของฮิโรกิ  คุณพ่อก็ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ  ดิฉันจะตามเรื่องให้เอง”

 

            “ขอบคุณมากนะครับคุณครู”

 

            คนเป็นครูบาอาจารย์...ก็คงต้องห่วงเรื่องการเรียนของลูกศิษย์เป็นธรรมดา  แต่คนเป็นพ่อมันมีเรื่องให้ห่วงมากกว่านั้น  ทั้งเรื่องงาน  คนรัก  ลูกชายหรือเรื่องภายในครอบครัว  ทุกๆเรื่องคือสิ่งที่จงอินเป็นห่วง  และอาจห่วงมากเกินไป  เพราะการที่ฮิโรกิต้องหยุดเรียนไปเกือบหนึ่งอาทิตย์  มันก็เกิดจากการที่เขาไม่ไว้ใจคนอื่น  ปกติเซฮุนจะคอยดูแลลูกชายทุกวัน  ทำอาหาร  เตรียมเสื้อผ้า  ร้องเท้า  ของใช้และส่งขึ้นรถโรงเรียน  แต่เมื่อคนเป็นแม่ยังเดินไม่ได้...พ่ออย่างเขาจึงขอหยุดทุกอย่างเอาไว้ชั่วคราว

 

 

            จะให้คนอื่นทำหน้าที่แทนก็คงเป็นไปไม่ได้  และเกรงว่าการเป็นพ่อในแบบฉบับของตัวเองจะพาลให้เกิดความผิดพลาด  จงอินจึงไม่อยากให้ลูกไปโรงเรียนโดยไร้ซึ่งคนดูแล  แล้วช่วงนี้ก็ต้องยอมรับว่าทุ่มเทให้กับงานมากเกินไปหน่อย  ลูกมีเรียนพละวันไหน  การบ้านมีอะไรบ้าง  หรือไม่เข้าใจวิชาใดก็ไม่ค่อยได้ไถ่ถาม  แต่หลังจากนี้หรือหลังจากที่เคลียร์ปัญหาต่างๆเรียบร้อย  เขาคงต้องเริ่มปรับแผนในการใช้ชีวิตให้ดีขึ้น  หัดดูแลลูกชายให้มากกว่านี้  และอาจต้องทำงานให้น้อยลง  เพราะถ้าไม่คิดจะปรับอะไรเลย...คำว่า  “พ่อตัวปลอม”  ก็คงเป็นจริงอย่างที่ลูกเคยถูกล้อเลียน

 

ขอโทษ...ที่ละเลยต่อหน้าที่  ขอโทษ...ที่บ้างาน  และขอโทษ...ที่ยังเป็นคุณพ่อได้ไม่ดีเท่าที่ควร

 

            “แด๊ดดี้!!...”

 

            “ว่ายังไงครับคนเก่ง”

 

            “เสร็จธุระหรือยังฮะ...ผมคิดถึงหม่ามี้แล้วฮะ”

 

            “เสร็จแล้วครับ”

 

            ทานอาหารเช้าเสร็จสรรพ...ก็พากันเดินทางออกมาที่นี่  และจำเป็นต้องทิ้งให้เซฮุนอยู่ที่โรงแรมกับคุณเลขา  แต่สุดท้าย...คนที่อยากมาเล่นกับเพื่อนๆแถมยังร้องตามคุณพ่อมาตั้งแต่เช้าก็ออกอาการงอแงเพราะคิดถึงผู้เป็นแม่  จงอินเช็ดเหงื่อบนใบหน้าจิ้มลิ้มก่อนอุ้มลูกชายไว้ในอ้อมแขน  พร้อมกล่าวคุณครูและเดินทางกลับทันที

 

            “ทำไมเสื้อเปียกหมดเลยครับ...ฮิโรกิไปเล่นที่ไหนมา?”

 

            “สนามเด็กเล่นฮะ...มาซารุบอกว่ามีชิงช้าอันใหม่”

 

            “แล้วฮิโรกิชอบไหมครับ?”

 

            “ชอบฮะ...โรงเรียนมีชิงช้าอันใหม่  แล้วก็มีสไลเดอร์สูงๆด้วยฮะ”

 

ปึ่กก!!

 

            เมื่อเด็กตัวน้อยและเจ้านายเข้ามานั่งอยู่ทางด้านหลัง...คนขับรถจึงปิดประตูอย่างเบามือพร้อมประจำหน้าที่ก่อนเหยียบคนเร่งออกไปจากโรงเรียนด้วยความระมัดระวัง  ส่วนสองพ่อลูกก็ยังไม่หยุดคุยกันเรื่องชิงช้าอันใหม่กับสไลเดอร์แสนสนุก

 

            “แล้วฮิโรกิอยากเล่นชิงช้าอีกไหมครับ”

 

            “อยากฮะ...แต่อยากกลับไปหาคุณแม่มากกว่า”

 

            “แต่เราต้องแวะทานข้าวกันก่อนนะครับ...เพราะนี่มันเที่ยงกว่าแล้ว”

 

            “กลับไปทานที่โรงแรมไม่ได้เหรอฮะ?”

 

            “งั้นก็ทานแซนวิชรองท้องไปก่อน...เพราะอีกนานกว่าเราจะไปถึงโรงแรม”

 

            “ทานด้วยกันนะฮะแด๊ดดี้  //  พี่โยชิดะด้วยนะฮะ...ทานด้วยกัน”

 

            (ขอบคุณครับคุณหนู)

 

            จัดการแบ่งปันของว่าง...และยื่นขนมปังชิ้นโตให้คนขับรถได้ทานมื้อเที่ยงไปพร้อมๆกับตัวเอง  ส่วนคนเป็นพ่อก็ได้แต่ยิ้มให้กับความน่ารักของลูกชายก่อนหยิบนมกล่องรสหวานมาเขย่าและแกะหลอดวางไว้ให้ฮิโรกิทานคู่กับแซนวิชทูน่า  ใจดีเหมือนผู้เป็นแม่ไม่มีผิด...เพราะไม่ว่าจะเป็นลูกน้อง  ลูกจ้างหรือพนักงานระดับไหนภายในโรงแรม  ฮิโรกิกับเซฮุนก็มักจะให้ความเป็นกันเองและไม่ถือเนื้อถือตัวจนใครๆต่างก็รักใคร่เอ็นดู

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

โรงแรม  โตเกียว

 

VROOMMM!!!

 

            “พี่โยชิดะอย่าลืมทานข้าวนะฮะ”

 

            “รับทราบครับคุณหนู”

 

            “ขอบคุณนะฮะ...บ๊าย  บายยยย”

 

            เด็กน้อย...โบกมือลาคนขับรถของคุณพ่อเมื่อเดินทางมาถึงโรงแรม  แถมยังเอ่ยความเป็นห่วงใยก่อนโค้งตัวพร้อมกล่าวขอบคุณสำหรับการทำหน้าที่ขับรถได้อย่างดีเยี่ยม  เพราะตั้งแต่เจ้าตัวจำความได้...ผู้ชายที่ชื่อโยชิดะก็คือคนขับรถที่ดีที่สุด  และถึงแม้จะขับเร็วไปบ้างในบางครั้งแต่ก็ยังรู้สึกปลอดภัย

 

            “ฮิโรกิไม่วิ่งนะครับ...เดี๋ยวหกล้ม!!

 

            “แด๊ดดี้ก็เดินเร็วๆสิฮะ  ผมจะรีบไปหาคุณแม่”

 

            เกรงว่าจะบาดเจ็บไปอีกคน...แถมลูกค้าในโรงแรมก็เดินอยู่หน้าล็อบบี้เต็มไปหมด  แต่เหมือนเสียงห้ามปรามจะต้องพ่ายแพ้ให้กับความคิดถึง  จงอินทำได้เพียงส่ายหน้าด้วยความเพลียใจและคิดว่าตอนไปโรงเรียนในแต่ละวัน  ลูกชายเคยร้องไห้เพราะคิดถึงคุณแม่บ้างไหม?  หรือว่าจะเล่นสนุกจนลืมทุกสิ่ง??  และพ่อที่บ้างานอย่างเขา...ก็อยากได้รับความคิดถึงแบบนี้เหมือนกัน

 

 

            มันคล้าย...จะถูกความน้อยใจเข้าโจมตี  แต่ก็คงโทษใครไม่ได้เพราะความรับผิดชอบของแต่คนละมันไม่ต่างกัน  การเป็นเจ้าของโรงแรมอาจทำให้ความเป็นพ่อต้องห่างเหินด้วยภาระหน้าที่  และเซฮุนกับฮิโรกิก็รู้จักหรือสนิมสนมกันมาก่อนที่จะรับมาอุปการะ  แล้วถ้าลูกชายบ้านนี้จะรักแม่มากกว่าพ่อมันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร  ความน้อยใจยังคงมีอยู่  แต่ก็เข้าใจทุกอย่างเช่นกัน  และหวังว่าความบ้างานรวมถึงสิ่งที่ตั้งใจทำมาทั้งหมดจะส่งผลให้ครอบครัวมีความสุข

 

ติ๊ดด!!!

 

            เมื่อลิฟท์...พาขึ้นมาส่งที่ชั้นสิบสอง  การ์ดสีทองก็ถูกใช้เปิดห้องพักเลขที่ 4  แผ่นไม้บานใหญ่ถูกผลักให้กว้างขึ้นด้วยเด็กแปดขวบและก้าวขาวิ่งเข้าไปในห้องนอนทันที  คนเป็นพ่อทำได้เพียงส่ายหน้าอีกครั้งก่อนวางสมุดการบ้านของลูกชายเอาไว้บนโต๊ะหน้าทีวี  ส่วนคนที่รับหน้าที่ดูแลภรรยาของเจ้านายแทนอาชีพเดิมอย่างคุณเลขาก็ต้องรีบออกมารายงานทุกอย่างให้ทราบก่อนที่จะถูกตั้งคำถาม

 

            “สวัสดีค่ะคุณจงอิน...งานที่สั่งไว้เรียบร้อยดีค่ะ  ตะ...แต่!! 

 

            “แต่อะไร??!!!

 

            ก็เป็นซะแบบนี้...ฟังอะไรไม่เคยจบประโยคก็ถามแทรกด้วยน้ำเสียงจริงจังทุกครั้ง  แล้วทั้งสายตา  ท่าทางรวมถึงสีหน้าที่เคร่งขรึมก็พาลให้เลขารู้สึกหวาดหวั่น  อยากตายหรือไม่ถ้าหายตัวได้ก็ยิ่งดี...เพราะการถูกจ้องด้วยสายตาเช่นนั้นมันรู้สึกกดดันอยู่ไม่ใช่น้อย

 

            “คะ...คือคุณเซฮุนไม่ยอมทานมื้อเที่ยงค่ะ  คุณเซฮุนบอกว่าจะรอทานพร้อมคุณจงอินกับคุณหนู”

 

            “เฮ้อออ...ขอบใจมากคุณเลขา  คุณกลับไปพักผ่อนเถอะ...วันนี้ผมให้ลาครึ่งวัน”

 

            “ขอบคุณค่ะคุณจงอิน...งั้นดิฉันกลับเลยนะคะ ^-^)”

 

            คิดว่าจะถูดด่า...แต่กลับได้ลางานครึ่งวัน  แถมยังเป็นสุดสัปดาห์ที่เงินเดือนออก  แล้วพรุ่งนี้คือวันเสาร์  คนเป็นเลขาออกอาการดีใจจนเก็บสีหน้าเอาไว้ไม่ได้  และต้องรีบเอ่ยคำขอบคุณก่อนเดินออกไปจากห้องพักของเจ้านายเมื่อสิ้นสุดการทำหน้าที่  ส่วนจงอินก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า  เพราะภรรยาดื้อเหมือนลูกชายไม่มีผิด  ทานอาหารไม่ตรงเวลาทั้งๆที่ต้องทายา  สั่งอะไรไว้ก็ไม่ทำตาม  แล้วแบบนี้จะไม่ให้สามีโกรธได้อย่างไร????   แต่..... 

 

            “แด๊ดดี้!!!...ผมป้อนยาก่อนอาหารให้คุณแม่แล้วฮะ  เราลงไปทานมื้อเที่ยงกันเถอะ”

 

            รถเข็น...ถูกดันออกมาด้วยแรงของเด็กแปดขวบ  แถมคำบอกกล่าวที่ได้ยินอยู่ตรงหน้าก็พาลให้คนเป็นพ่ออยากลงโทษสองแม่ลูกให้สมกับความดื้อรั้น  แต่พอได้เห็นรอยยิ้มของภรรยาหรือเห็นความรักของคนในครอบครัว  บทลงโทษที่คิดเอาไว้ในหัวมากมายก็เหลือเพียง....

 

ฟอดดดด!!!

 

            “เป็นยังไงบ้างครับคุณแม่คนเก่ง”

 

            “คิดถึงครับ...เซฮุนคิดถึงพี่จงอินกับลูก”

 

            ก้มกายหอมศีรษะทุย...ก่อนลูบแก้มเนียนด้วยความทะนุถนอม  เห็นหน้าก็ใจอ่อน  เห็นรอยยิ้มก็หายโกรธ  แถมคำพูดที่น่าฟังก็พาให้สามียิ้มตามได้ไม่ยาก  ส่วนคนที่ถูกทิ้งให้อยู่กับเลขาหลังจากการทานมื้อเช้าเสร็จสิ้นก็รู้สึกเหงาอยู่ไม่ใช่น้อย  และถึงแม้จะทราบดีว่าจงอินต้องไปที่โรงเรียนของลูกเพื่ออะไรหรือทำไมต้องทิ้งเขาไว้ที่นี้  แต่การอยู่โดยไร้ซึ่งครอบครัวเพียงไม่กี่ชั่วโมงกลับทำให้คนที่เป็นทั้งแม่ทั้งภรรยารู้สึกเหงา  คิดถึง  เป็นห่วงและรวมถึงอีกหลากหลายความรู้สึกที่อธิบายออกมาไม่ได้

 

            “พี่กับลูกก็คิดถึงเซฮุนเหมือนกัน...ขอโทษที่กลับมาช้านะครับ”

 

            “คุณแม่อย่าเครียดนะฮะ...เดี๋ยวขาไม่หายเจ็บ”

 

            ใช่ว่าไม่เข้าใจความรู้สึกของภรรยา...เพราะการที่ต้องมาอยู่ในโรงแรมเป็นเวลานานมันคงทำให้เซฮุนรู้สึกเช่นนั้น  แล้วการต้องนั่งอยู่บนรถเข็น  ต้องห่างจากบ้าน  หรือไม่ได้ทำสิ่งใดอย่างที่เคย  มันก็อาจทำให้ภรรยารู้สึกเหงา  คนเคยทำงานบ้านแต่ไม่ได้ทำ  คนเคยดูแลลูกแต่ดูไม่ได้  และเคยเดินไปนั่นมานี่แต่ต้องหยุดไว้ชั่วคราว  ทุกๆอย่างมันอาจพาให้คุณแม่เหนื่อยหน่ายไปหมด

 

            “ได้ยินไหมครับเซฮุน...ลูกบอกว่าอย่าเครียด  แล้ววันนี้ก็ต้องไปหาหมอด้วย  เดี๋ยวคุณหมอไม่อนุญาตให้เดินนะครับ”

 

            “เซฮุนไม่ยอมเด็ดขาด  ถ้าคุณหมอไม่อนุญาตให้เดิน...พี่จงอินต้องจัดการคุณหมอให้เซฮุน!!

 

            “ไปทานข้าวกันดีกว่า....”

 

            บอกแล้ว...ว่าคนเป็นพ่อมีสิ่งที่ต้องทำอีกมากมาย  และสิ่งสุดท้ายที่ต้องทำในวันนี้ก็คือการพาคุณแม่ไปหาหมอ  ทานยาไม่เคยขาด  ทำกายภาพตามเห็นสมควร  รวมถึงคอยระวังทุกอย่างตามที่คุณหมอได้เตือนเอาไว้  จงอินจึงหวังว่าผลการตรวจของแพทย์จะทำให้เซฮุนรู้สึกดีขึ้น  มือหนาเข็นรถออกไปห้องพักเพื่อพาทุกคนไปทานมื้อเที่ยงก่อนที่คุณแม่จะพาลไปมากกว่านี้  และโทรแจ้งลูกน้องให้เตรียมรถเอาไว้ให้พร้อม  เพราะเขาจะเป็นคนพาครอบครัวไปโรงพยาบาลด้วยตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

โรงพยาบาล  XXX

16.12 น.

 

แกร๊กกก!!

 

            “แด๊ดดี้...พี่พยาบาลจะพาคุณแม่ไปไหนฮะ?”

 

            “ห้องเอ็กซ์เรย์ครับ”

 

            “แล้วคุณแม่จะเจ็บไหมฮะ?”

 

            “ไม่เจ็บครับ”

 

            ประตูบานใหญ่ถูกปิดลงพร้อมความสงสัยของเด็กแปดขวบ  เพราะเมื่อเดินทางมาถึงโรงพยาบาลได้สักพัก...เซฮุนก็ถูกเจ้าหน้าที่พาไปตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียด  ชั่งน้ำหนัก  วัดไข้  ความดันและต่อด้วยการเอ็กซ์เรย์  ทุกๆอย่างก็คือตรวจร่างกายเบื้องต้นที่คนเจ็บทราบดี  ส่วนคนเป็นพ่อก็ต้องเริ่มอธิบายถึงห้องที่อยู่หน้าว่าเป็นเช่นไร  เนื่องจากฮิโรกิดูเหมือนจะเป็นกังวลกับวิธีการรักษาของคุณแม่  มือหนาอุ้มลูกชายขึ้นมานั่งบนตักพร้อมกอดเอาไว้แนบอกเพื่อให้เจ้าตัวคลายกังวล

 

            “แล้ววันนี้คุณแม่จะเดินได้ไหมฮะ?”

 

            “ได้สิครับ...คุณแม่ต้องเดินได้”

 

            ฮิโรกิไม่ชอบโรงพยาบาล...เพราะความทรงจำของแปดขวบคือการสูญเสียครอบครัวคนสุดท้ายไปอย่างไม่มีวันกลับ  คุณยายไม่ได้มาพบแพทย์ตามใบนัด  คุณยายไม่ได้ป่วย  และคุณยายก็ไม่ได้กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเช่นเคย  ฮิโรกิจึงไม่ค่อยชอบสถานที่แห่งนี้สักเท่าไหร่  ใบหน้าจิ้มลิ้มซบแนบอยู่บนอกของผู้เป็นพ่อด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย  มันเกรงไปหมด  กังวลทุกอย่าง  กลัวว่าจะต้องพลัดพราก  หวั่นว่าคุณแม่จะเดินไม่ได้หรืออีกสารพัดความคิดที่พาให้ใจเสีย

 

            “พรุ่งนี้แด๊ดดี้ไม่ไปทำงานได้ไหมฮะ?”

 

            “ถ้าแด๊ดดี้ไม่ทำงาน...แล้วแด๊ดดี้จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อของเล่นให้ฮิโรกิล่ะครับ??”

 

            “ผมไม่อยากได้ของเล่นแล้วฮะ”

 

            อ้อมกอดน้อยๆ...ที่กระชับแน่นขึ้น  คำตอบที่ได้ยิน  หรือแม้กระทั่งเสียงเล็กที่สั่นเครือ  ทุกๆอย่างที่คนเป็นพ่อรับรู้ได้ในตอนนี้มันพาให้เจ็บอยู่ในหัวใจจนพูดอะไรไม่ออก  และทำได้เพียงโยกกายเบาๆคล้ายการกล่อมเด็ก  จงอินยอมรับว่าช่วงนี้งานเยอะ  แต่ก็ไม่คิดว่าจะเยอะจนทำให้ลูกชายรู้สึกเช่นนั้น  เพราะฮิโรกิยังดูมีความสุขดี  เล่นซนไปตามประสา  และไม่เคยแสดงอาการเศร้าโศกให้เห็นเลยสักครั้ง  แต่สุดท้าย...สิ่งที่เห็นก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

 

            “แต่ถ้าแด๊ดดี้ไม่ทำงาน...แด๊ดดี้ก็ไม่มีเงินสิครับ”

 

            “ผมมีเงินเยอะนะฮะ...ผมจะแบ่งให้แด๊ดดี้เอง”

 

            “แล้วฮิโรกิเอาเงินมาจากไหนครับ?”

 

            “ก็เงินที่ผมช่วยคุณแม่ห่อดอกไม้ไงฮะ...แล้วผมก็มีสมุดธนาคารด้วย ในสมุดมีเงินเยอะมาก  คุณแม่บอก!!  แด๊ดดี้จะเอาเงินกี่บาทฮะ...ผมจะให้พี่ในธนาคารเอาเงินออกมาให้”

 

ฟอดดดดด!!!!

 

            เงยหน้าพูดเจื้อยแจ้วด้วยความภาคภูมิใจ...แล้วภาพของเด็กที่บอกว่าจะแบ่งรายได้ของตัวเองให้ผู้เป็นพ่อ  ก็ทำให้คนงานเยอะอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามไปกับการกระทำของลูกชาย  จงอินหอมแก้มฮิโรกิด้วยความเอ็นดูปนหมั่นเขี้ยว  และไม่คิดว่าเด็กตัวแค่นี้จะไม่ต้องการของเล่นเพราะอยากอยู่กับคุณพ่อ  หรือยอมเอาเงินเก็บจากการช่วยคุณแม่ห่อดอกไม้มาแลกกับเวลาทำงานของเขา

 

            “ถ้างั้นนนน...พรุ่งนี้แด๊ดดี้ไม่ไปทำงานก็ได้ครับ!!

 

            “จริงนะฮะ...สัญญานะฮะ”

 

            “สัญญาครับ”

 

            “เย่!!! ^-^)”

 

            ความสุขของคนในครอบครัว...ก็คือความสุขของ  คิม  จงอิน  ส่วนงานที่ยังคั่งค้างก็คงต้องมอบหมายให้เลขาช่วยจัดการไปก่อน  แล้วงานชิ้นใดที่เร่งด่วนหรือต้องการการตัดสินใจของผู้บริหาร  พ่อคนนี้ก็จะพยายามไม่ให้งานมาทำลายความสุขของลูกชาย  จงอินทราบดีว่าฮิโรกิไม่ใช่เด็กที่ไร้เหตุผลและเข้าใจเสมอว่างานของเขาเป็นเช่นไร  แต่ที่งอแงอยู่ในตอนนี้ก็คงเป็นเพราะเซฮุนยังมีอาการบาดเจ็บ  ตัวเองก็อดไปโรงเรียน  แถมยังใกล้สอบปลายภาค  ทุกอย่างมันอาจพาลให้เด็กที่มีอายุเพียงแปดขวบรู้สึกเป็นกังวลและเหมือนขาดคนดูแล

 

 

            เคยมีแม่ทำอาหารให้ทานทุกเช้า  มีพ่อช่วยสอนการบ้าน  ได้ไปเล่นกับเพื่อนที่โรงเรียนหรือตกเย็นก็ได้กลับมาวิ่งเล่นกับเด็กๆในหมู่บ้าน  แต่ตอนนี้...มันไม่มีอะไรเหมือนเดิมเลยสักอย่าง  พ่ออย่างเขาจึงเข้าใจความรู้สึกของฮิโรกิมากที่สุด  คิม  จงอินในวัยแปดขวบ...มีพ่อที่ชอบสร้างโรงแรม  มีแม่ที่รักในการทำธุรกิจ  และมีน้องสาวที่ไปโรงพยาบาลบ่อยกว่าโรงเรียน  เด็กแปดขวบในวันนั้นและได้กลายมาเป็นพ่อในวันนี้จึงเข้าใจดีว่าลูกกำลังรู้สึกเช่นไร  และเขา...ก็จะไม่มีทางปล่อยให้ฮิโรกิเป็นแบบนั้นเด็ดขาด

 

 

            ไม่ได้โทษที่พ่อบ้างาน  ไม่ได้เกลียดที่แม่ไม่มีเวลาให้  และไม่ได้กล่าวหาว่าโชคชะตาเป็นสิ่งที่พรากน้องสาวไปก่อนวัยอันควร  แต่บทเรียนในชีวิตที่ผ่านมามันกำลังบอกให้จงอินรู้ค่าของคำว่าครอบครัว  สิ่งใดสำคัญ  เรื่องไหนต้องปล่อย  หรืออะไรต้องละเว้น...ประสบการณ์ของตัวเองในวัยนั้นจนตอนนี้อายุใกล้จะเลขสี่  มันคอยสอนพ่ออย่างเขาอยู่เสมอและหวังว่าการทำงานน้อยลงจะช่วยทดแทนเวลาที่หายไปของครอบครัวได้บ้าง

 

แกร๊กกก!!!

 

            “คุณแม่ออกมาแล้วฮะแด๊ดดี้!!!

 

            จำเป็นต้องหยุดความคิดในเรื่องอื่นๆเอาไว้ชั่วครู่  เพราะเสียงของเด็กบนตักพร้อมคนที่เพิ่งออกมาจากห้องเอ็กซ์เรย์ทำให้จงอินต้องพาลูกชายเดินตามรถเข็นของผู้เป็นแม่ไปที่ห้องของคุณหมอ  และการที่เซฮุนมีสีหน้าที่ดีขึ้น  มีรอยยิ้ม  หรือดูสดใสกว่าเมื่อเช้า  ทุกๆอย่างที่สามีเห็นอยู่ตอนนี้มันเหมือนเป็นสัญญาณที่ดีหลังจากที่เครียดมานาน

 

            “ภรรยาของผมเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ?”

 

            ร้อนใจกว่าเรื่องที่เครียดมาก่อนหน้านั้น  เพราะเมื่อพ่อลูกรวมถึงคุณแม่เข้ามานั่งต่อหน้าผู้ทำการรักษา  จงอินก็รีบไถ่ถามในสิ่งที่สมควรทราบทันที...ส่วนฮิโรกิก็ยังคงนั่งอยู่บนตักกว้างและกอดเอวของผู้เป็นพ่ออยู่เช่นเดิม  แต่มือน้อยๆก็จับมือของเซฮุนเอาไว้ตลอดเวลา

 

            “อาการโดยรวมดีขึ้นมากเลยครับ  ขาในส่วนนี้ไม่มีอาการบวมหรืออักเสบแล้ว”  ภาพเอ็กซ์เรย์ช่วงล่างของคนป่วยที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์  คือสิ่งที่คุณหมอกำลังชี้แจ้งให้จงอินได้ทราบ  และ....

 

            “แล้วคุณแม่ของผมจะเดินได้ไหมฮะ??”  เรื่องใจร้อน...คงต้องยกให้สองคนพ่อลูก  เพราะเด็กแปดขวบไม่เข้าใจภาพที่เห็นอยู่ในจอคอมพิวเตอร์ของคุณหมอ  เจ้าตัวจึงต้องถามในเรื่องกังวลมากกว่าการสอบปลายภาค

 

            “ได้ครับ ^^)  //  คุณเซฮุนลุกขึ้นยืนเลยครับ...แล้วก็ค่อยๆเดินก่อนนะครับอย่าเพิ่งรีบ”

 

             คำสั่งของแพทย์...ทำให้จงอินและลูกชายต้องรีบเข้ามาประคองคุณแม่เอาไว้ด้วยความเป็นห่วง  และการกระทำแบบนั้นก็พาให้คุณหมอยิ้มตามโดยอัตโนมัติ  รักษาคนป่วยคนนี้มานาน  ทั้งการไปรักษาถึงบ้าน  หรือบางทีก็ถูกเรียกไปตรวจที่โรงแรม  แล้วสิ่งที่เห็นอยู่เป็นประจำก็คือความรักของคนในครอบครัวคิม  คนเป็นสามีใจร้อน  เด็กตัวน้อยที่ชื่อฮิโรกิก็ซนไปตามวัย  ส่วนคนป่วยอย่างคุณซฮุนก็ดื้อเหลือเกิน

 

            “เย่ๆ ๆ ๆ...คุณแม่เดินได้แล้วววว!!!!

 

            “คุณเซฮุนนน...เดินช้าๆครับ”

 

            ทราบว่าดีใจ...แต่การขัดคำสั่งของแพทย์ด้วยการก้าวขาไปตามความเคยชินก็เป็นสิ่งที่ทำให้คุณหมอถึงกับต้องส่ายศีรษะ  ไม่เรียกว่าดื้อก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาเปรียบ  แล้วถ้าจะให้งดการเคลื่อนไหวร่างกายไปอีกสักสองวัน...หมอคนนี้ก็คงถูกคนเป็นสามีหรือไม่ก็เด็กแปดขวบประท้วงจนเสียงดังไปทั่วทั้งโรงพยาบาล

 

            “ขอบคุณมากนะครับคุณหมอ”

 

            “ศุกร์หน้าหมอนัดตรวจอีกครั้งนะครับ...แล้วถ้าช่วงนี้ต้องเดินทางไกลหรือเป็นทางต่างระดับอย่างเช่นการขึ้นลงบันได  พื้นที่เป็นทางลาด  หมอแนะนำให้ใช้ไม้เท้าช่วยในการผ่อนแรงนะครับ  และที่สำคัญคือห้ามหกล้มเด็ดขาด”

 

            ทราบดี...ว่าชีวิตมีความไม่แน่นอนเป็นพื้นฐาน  จะหกล้ม  ขาพลิก  หรือเดินสะดุดก้อนหิน  ทุกๆอย่างเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องเจอ  แต่สำหรับคนป่วยอย่างเซฮุน...มันคือสิ่งต้องห้าม  และที่คุณหมอก็ต้องคอยย้ำเตือนอยู่เสมอ  เนื่องจากคนป่วยเคยมีประวัติการผ่าตัดมาก่อน  ซึ่งการหกล้มมันก็เหมือนเป็นการฆ่าตัวตายทางอ้อม  ถ้ารักษาหายก็ดี...แต่ถ้าต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิตเพราะขาดการระมัดระวัง  มันก็คงจะกลายเป็นฝันร้ายที่ไม่มีวันตื่น

 

            “แล้วคุณแม่จะเล่นวิ่งไล่จับกับผมได้ไหมฮะ?”

 

            “วิ่งได้ครับ..แต่ห้ามหกล้ม”

 

            “หกล้มนิดเดียวก็ไม่ได้เหรอฮะ??”

 

            “ไม่ได้ครับ...ห้ามเด็ดขาด”

 

            “งั้นผมเล่นอย่างอื่นก็ได้ฮะ”

 

            เป็นคำถามพร้อมคำตอบที่ทำให้คุณหมอยิ้มได้อีกครั้ง  และต้องหยิบขนมที่อยู่ในลิ้นชักยื่นให้เด็กน้อยด้วยความเอ็นดู  ส่วนคนที่ต้องหาเกมใหม่มาเล่นกับคุณแม่ก็รีบโค้งตัวอย่างสุภาพเมื่อได้รับคุ๊กกี้ผลไม้มาทานเป็นของว่างในยามเย็น  จงอินรีบกล่าวลาคุณหมอเมื่อการตรวจเสร็จสิ้นและดีที่วันนี้หมอไม่จ่ายยาให้กลับไปทาน  ซึ่งมันก็ทำให้เซฮุนดีใจพอๆกับขาทั้งสองข้างที่กลับมาเดินได้อีกครั้ง  ไม่ต้องนั่งรถเข็นอีกแล้ว  แถมยังไม่ต้องกินยา  แต่ไม่รู้ว่า...จะได้กลับบ้านเมื่อไหร่??

 

            “แด๊ดดี้...ผมหิวข้าวแล้วฮะ!

 

            “งั้นเราทานข้าวที่โรงพยาบาลก่อนแล้วค่อยกลับบ้านกันนะครับ”

 

            “เย่...ได้กลับบ้านแล้ววว!!

 

            ต่อให้โรงแรมของคุณพ่อจะมีสระน้ำ  มีขนมเค้กหรือมีน้ำแตงโมปั่น  มันก็สู้บ้านแสนสุขและสวนดอกกุหลาบหอมๆไม่ได้  แล้วทะเลสาบท้ายหมู่บ้านก็ใหญ่กว่า  สวยกว่า  แถมยังต้นไม้รายล้อมที่คอยให้ร่มเงา  ตึกมากมายในเมืองใหญ่คือสิ่งที่ฮิโรกิไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่  แม้จะมีเทคโนโลยีที่ดี  มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน  แต่การได้อยู่กับธรรมชาติในหมู่บ้านเล็กๆมันเป็นสิ่งที่เขาชอบมากที่สุด  ส่วนคนที่ดีใจพอๆกับลูกชายก็คงหนีไม่พ้นผู้เป็นแม่

 

            “แล้วงานล่ะครับพี่จงอิน?”  อยากกลับบ้านแค่ไหน...แต่ก็อดเป็นห่วงงานของสามีไม่ได้  เซฮุนจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเพราะทราบดีว่างานบางอย่างก็ไม่สามารถเอากลับมาทำที่บ้านได้

 

            “พี่จัดการเรียบร้อยแล้ว...เซฮุนไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”  ประคองกายภรรยาเอาไว้ตลอดเวลา...ส่วนมืออีกข้างก็ต้องจูงลูกชายเอาไว้  และตอบรับความเป็นห่วงด้วยน้ำเสียงที่พาให้เซฮุนคล้ายกังวลลงไปได้มาก 

 

จุ้บบ!!!

 

            “เซฮุนรักแด๊ดดี้นะครับ”

 

            สันกรามคม...ถูกประทับรอยด้วยความรวดเร็วเพราะเกรงว่าลูกชายจะเห็น  แถมโรงพยาบาลก็ไม่ใช่สถานที่ที่ควรทำเช่นนี้  แต่ใครจะสนล่ะ??  ในเมื่อมันสามารถทำให้สามียิ้มได้...ภรรยาคนนี้ก็จะทำ  และการกระซิบเพื่อบอกรักพร้อมการจูบแบบไม่ทันได้ตั้งตัว  ก็พาลให้มือหนาเลื่อนต่ำก่อนบีบสะโพกอวบของเซฮุนด้วยความหมั่นเขี้ยว

 

            “หายปวดขาแล้วซ่าเหรอครับคุณแม่คนเก่ง?”

 

            “เซฮุนเปล่าซ่าสักหน่อย!

 

            “คืนนี้โดนแน่ๆ!!

 

            “เซฮุนไม่กลัวหรอก!

 

จุ้บบ!!

 

            เหมือนถูกท้าทาย  เหมือนถูกยั่วยุ...และเหมือนถูกความซุกซนของคุณแม่คนเก่งทดสอบอารมณ์  เพราะการถูกจูบอีกครั้งด้วยความรวดเร็ว  มันทำให้จงอินอยากจับภรรยาฟัดให้จมอก  แต่ทุกอย่างมันก็ทำได้เพียงแค่ในความคิด  เนื่องจากที่นี่คือโรงพยาบาลแถมลูกชายก็หิวข้าว 

 

Rrrrr!!!!

 

Rrrrr!!!!

 

            “ว่าไง?”

 

            พาครอบครัวเข้ามานั่งทานมื้อเย็นในร้านอาหารได้ไม่ถึงนาที...เสียงโทรศัพท์กลับทำให้จงอินต้องรีบกดรับ  เพราะคนปลายสายอาจมีเรื่องสำคัญต้องรีบแจ้งให้ทราบ  และสามีที่รีบลุกออกจากที่นั่งก่อนเดินไปด้านนอกก็ทำให้เซฮุนอดสงสัยไม่ได้  แต่ก็เหมือนจะต้องทำใจ...เนื่องจากการเป็นเจ้าโรงแรมมันเป็นอีกหนึ่งหน้าที่สำคัญของคิม  จงอิน

 

            “สั่งอาหารเลยครับฮิโรกิ”

 

            “ไม่ต้องรอแด๊ดดี้เหรอฮะคุณแม่”

 

            “สงสัยพี่เลขาโทรมา...เราสั่งอาหารเผื่อแด๊ดดี้ไปเลยครับ”

 

            “โอเคฮะ”

 

            ขอโทษ...ที่ต้องโกหกลูกชาย  เพราะถ้าเป็นเลขาอย่างที่เอ่ยอ้าง  จงอินก็คงไม่ต้องออกไปคุยสายนอกร้าน  และถึงแม้ใบหน้าคมเข้มจะไม่ได้ออกอาการเครียดหรือมีท่าทีวิตกกังวล  แต่เซฮุนก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี  มีงานด่วนใช่ไหม?  วันนี้จะได้กลับบ้านหรือเปล่า??  แล้วตกลงใครโทรมากันแน่???  ปากทำหน้าที่สั่งอาหารตามเมนูที่ถืออยู่ในมือ  แต่เหมือนสมองอีกด้านกลับคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้วุ่นไปหมด

 

และ.....

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

18.27 น.

 

            “แด๊ดดี้...หม่ามี้!!!!

 

            เมื่อทานมื้อเย็นกันเรียบร้อย...คนที่ทำตัวมีพิรุธก็พาลูกชายมาเล่นในสนามขนาดใหญ่ด้านหลังโรงพยาบาลก่อนกลับบ้าน  และสนามแห่งนี้ก็มีแต่เครื่องเล่นที่ฮิโรกิชอบอย่างชิงช้า  สไลด์เดอร์  หรืออีกมากมายที่ดีกว่าสนามเด็กเล่นของโรงเรียน  บาร์โหน  อุโมงค์ซ่อนหา  ม้าหมุน  แถมพื้นยังปูด้วยแผ่นยางอย่างดีเพื่อกันเด็กๆหกล้ม  ทุกอย่างที่เซฮุนเห็นอยู่ในตอนนี้มันทำให้โกรธสามีไม่ลงจริงๆ  แล้วเสียงเจื้อยแจ้วที่ร้องเรียกเขากับคุณพ่ออยู่บนชิงช้าก็ยิ่งพาให้ใจของภรรยาคนนี้อ่อนลงไปพร้อมๆกับความสุขของลูกชาย

 

            “พี่จงอินเหนื่อยไหมครับ?”

 

            “ไม่เหนื่อยเลยครับ”

 

            “ขอบคุณนะครับ...ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง”

 

            “พี่รักเซฮุนนะ...แล้วพี่ก็ต้องขอโทษที่ช่วงนี้บ้างานไปหน่อย”

 

            “เซฮุนเข้าใจครับ  แต่เซฮุนก็อยากให้พี่จงอินพักบ้าง  ถ้าพี่จงอินเป็นอะไรไปแล้วเซฮุนกับลูกจะอยู่กับใครล่ะครับ”

 

            ทราบดี...ว่าจงอินทำงานหนักเพื่อครอบครัวของเรา  แต่การทำงานจนลืมดูแลตัวเองมันก็ทำให้เซฮุนอดเป็นห่วงไม่ได้  ยิ่งในช่วงที่ตัวเองยังไม่สามารถทำหน้าที่ภรรยาได้เหมือนเดิม  ก็ยิ่งเป็นห่วงมากขึ้นเป็นสองเท่า  งานในโรงแรมก็ต้องจัดการ  ลูกบุญธรรมก็ต้องดูแล  เมียก็เดินไม่ได้...งานของสามีจึงเหมือนจะล้นมือและอาจมากเกินกำลังไปบ้างในบางวัน  เซฮุนจึงอยากหายเร็วๆเพื่อจะได้กลับมาทำหน้าที่อย่างที่เคย  สิ่งใดพอจะแบ่งเบาภาระของสามีได้ก็อยากทำหรืออะไรที่ทำแล้วสามีหายเหนื่อย...ภรรยาอย่างเขาก็พร้อมจะช่วยด้วยความเต็มใจ

 

            “มีเมียน่ารักขนาด...พี่ไม่ตายง่ายๆหรอกครับ”

 

            “อย่าทำเป็นเล่นสิครับ...เซฮุนเป็นห่วงพี่จงอินจริงๆนะ”

 

            “พี่ไม่ได้พูดเล่นนะครับ  เซฮุนน่ารัก  ลูกก็เป็นเด็กดี...แล้วแบบนี้ใครจะอยากตาย  หื้มม?”

 

            “แด๊ดดี้ก็น่ารักครับ  น่ารักมากกก...เซฮุนรักแด๊ดดี้ที่สุด”

 

ฟอดดดด!!!

 

            ขอบคุณที่ดูแลกันมาตลอดหลายปี  ขอบคุณที่ไม่เคยเบื่อภรรยาขี้โรค  แล้วก็ขอบคุณที่ซื้อที่ดินด้านหลังโรงพยาบาลและสร้างสนามเด็กเล่นแทนการสร้างโรงแรม  เซฮุนคิดไม่ถึงว่าสามีจะเอาที่ดินผืนนี้มาทำเป็นสนามเด็กเล่น  เพราะพื้นที่มันค่อนข้างกว้างและใหญ่เกินกว่าจะสร้างสิ่งที่ไม่สามารถทำกำไรได้ในอนาคต  แถมยังบริจาคให้โรงพยาบาลโดยไม่มีเงื่อนไข  แก้มสากถูกประทับทุกความรู้สึกเอาไว้ฟอดใหญ่ก่อนอ้อมกอดจะถูกโอบกันและกันเอาไว้ด้วยความรัก

 

            “แล้วเรื่องคนที่ชื่อไซมอน...เซฮุนก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้วนะครับ”

 

            “มันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ  พี่จงอินเล่าให้เซฮุนฟังบ้างสิ”

 

            “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ  พี่ให้พวกลูกน้องมันจัดการไปหมดแล้ว”

 

            “พวกเค้าจะไม่มาที่หมู่บ้านของเราอีกแล้วใช่ไหมครับ?”

 

            “ไม่มาแล้วครับ...”

 

            พาเซฮุนมาตรวจร่างกายด้วยตัวเองก็เพราะเหตุนี้  ออกไปคุยโทรศัพท์นอกร้านอาหารก็เพื่อการนี้เช่นกัน  และทุกที่ดินที่ซื้อตัดหน้าไซมอน  โดมินิก  ก็จะถูกสร้างเป็นสนามเด็กเล่น  เป็นสวนสาธารณะหรือเป็นอะไรก็ได้เพื่อสังคมที่ดีขึ้น  จงอินพอแล้วกับการสร้างโรมแรมเพราะเท่าที่มีอยู่มันก็มากพอจะเป็นมรดกให้กับลูกบุญธรรม  แถมโรงแรมสาขาใหม่ที่ฝรั่งเศสมันก็เหมือนได้สานต่อความฝันให้คุณพ่อสำเร็จแล้ว  ทุกๆอย่างเป็นสิ่งที่สมบูรณ์ที่สุดในชีวิต  และตอนนี้เขาก็ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าเซฮุนกับฮิโรกิ

 

 

            แผนการ...ที่วางไว้ทั้งหมด  มันกำลังจะเป็นไปตามเป้าหมายทีละอย่าง  ทีละอย่าง  และสิ่งที่เรียบร้อยเป็นอันดับแรกก็คือสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ทางด้านหลังโรงพยาบาล  ถ้าเขาไม่ฉวยซื้อที่ดินตัดหน้าผู้ชายคนนั้น  พื้นที่ตรงนี้ก็คงเป็นสถานบันเทิงขนาดย่อมและอาจส่งเสียงดังในยามวิกาลจนรบกวนคนไข้  แล้วคนอย่างไซมอนก็คงไม่สนว่าใครจะได้ผลกระทบบ้าง  จงอินยอมซื้อที่ดินมาในราคาแพงเพราะไม่ต้องการให้ที่ตรงนี้กลายเป็นสิ่งที่นำพาความวุ่นวายมาให้ในภายหลัง  และการสร้างสนามเด็กเล่นให้กับบุคคลทั่วไปหรือให้เด็กๆในโรงพยาบาลได้ออกมาหาความสนุก...มันก็คือทางออกที่ดีที่สุด

 

 

            คนเป็นพ่อแม่...นั่งมองลูกชายเล่นอยู่ในสนามจนพระอาทิตย์ใกล้จะหมดหน้าที่  และภาพของรอยยิ้ม  ภาพของความสุขและภาพของฮิโรกิที่เต็มด้วยความสดใส  มันก็พาให้อ้อมกอดแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ  คำว่าขอบคุณมันคงน้อยไปถ้าจะให้เอ่ย  เพราะจงอินคือผู้ชายที่ทำให้ภรรยาอย่างเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลก  มีภัยก็ปกป้อง  เจ็บป่วยก็ดูแล...แล้วสิ่งที่เคยกังวลอย่างเรื่องของผู้ชายที่ชื่อไซมอน  โดมินิก  ก็กลายเป็นสิ่งที่ไม่ต้องหวั่นวิตกอะไรอีกแล้ว

 

 

            ยอมรับ...ว่าตอนเกิดเหตุแรกๆยังคงมีความกลัวอยู่เต็มหัวใจ  เพราะเซฮุนไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นกับพรรคพวกจะกลับมาอีกเมื่อไหร่  แล้วจงอินก็ไม่ได้อยู่บ้านด้วยกันทุกวัน  แถมยังเกรงอีกว่าคนในหมู่บ้านจะโดนบังคับให้ขายที่ดินหรือถูกทำร้ายร่างกายเหมือนเขา  แต่ตอนนี้...มันคงไม่ต้องกังวลกับเรื่องอะไรอีกแล้ว  ทั้งเรื่องสุขภาพ  เรื่องของคนที่ชื่อไซมอน  รวมถึงทุกๆเรื่องที่จะผ่านเข้ามาในชีวิต  เพราะการมีสามีที่น่ารัก...มันทำให้ภรรยาอย่างเขารู้สึกอุ่นใจเหลือเกิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

หมู่บ้านชิซะกะ

06.12 น.

 

จุ้บบ!!!

 

            แรงสัมผัสอย่างแผ่วเบา  ผิวเนื้อที่ถูกลูบไล้  และเสียงจูบที่ได้ยินอยู่ข้างหู...กำลังทำให้ร่างสวยในชุดนอนบางเบาสีแดงต้องตื่นอย่างจำยอม  เป็นการถูกปลุกที่พาให้สั่นใจแต่เช้า  แถมใบหน้าคมเข้มที่อยู่ใกล้สายตาจนภาพความหล่อเหลาพร่าเบลอก็ทำให้ต้องรีบปรับโฟกัสเพื่อสารต่อความรู้สึก  มือบางกำแน่นอยู่บนหมอนใบโตเพราะความวาบหวามเมื่อเรียวขาข้างหนึ่งถูกยกขึ้นพาดบ่ากว้าง...และถูกประทับรอยด้วยปากของสามี

 

            “พะ...พี่จงอิน!

 

            “มอร์นิ่งครับ”

 

            อดทนมาเป็นสัปดาห์  อดทนมาตั้งแต่เมื่อคืน  และตอนนี้มันก็อดไม่ไหวอีกแล้วเพราะทั้งความหอม  ความนุ่มหรือทุกๆอย่างที่เป็นคนตรงหน้า...มันทำให้สามีคนนี้แทบคลั่ง  แถมชุดนอนสีแดงที่เคยสัญญากันไว้ว่าจะใส่ให้เชยชม  ก็เหมือนจะเป็นตัวเร่งความปรารถนาให้มีเพิ่มมากขึ้น  จงอินดึงกางเกงขาสั้นของภรรยาออกจากความกลมกลึงอย่างช้าๆ  และการที่เซฮุนยกสะโพกขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของเขา...ก็คล้ายจะเป็นการจุดไฟใส่น้ำมัน

 

            “อ๊ะ!!

 

            ก้มกาย...งับก้นงามงอนของภรรยาด้วยความหมั่นเขี้ยว  และเพราะการตามใจสามีแต่เช้า  จงอินจึงต้องเร่งความต้องการก่อนที่ลูกชายจะเข้ามาปลุก  ปากหยักพรมจูบไปทั่วเรือนกายขาวเนียนด้วยความปรารถนา  ทั้งเอวคอด  ยอดอกไล่เลื่อนขึ้นมาจนถึงซอกคอ  พร้อมบีบเค้นสะโพกอวบจนเจ้าของความกลมกลึงเริ่มอ่อนระทวย

 

            “คนดี...ถ้าไม่ไหวก็บอกครับ  อย่าฝืนเด็ดขาด”

 

            ยังไม่ลืม...ว่าภรรยาเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ  คนเป็นสามีจึงต้องเอ่ยให้คนใต้ร่างเตรียมใจรับกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น  และการที่เขาไม่สามารถห้ามใจ  ห้ามความรู้สึกหรือหักห้ามความต้องการเอาไว้ได้  มันก็อาจเกิดผลกระทบต่อเรียวขาสวยเมื่อสิ้นสุดบทรัก  จงอินรู้ดี...ว่าตัวเองแรงเยอะ  ยิ่งได้สัมผัส  ยิ่งได้รับการเติมเต็ม  หรือได้ยินเสียงครางหวานในยามเช้า  ทุกๆอย่างที่เป็นเซฮุนมันพาลให้สามีคนนี้กลายเป็นคนที่ไม่รู้จักพอ  แต่.....

 

            “เซฮุนต้องการแด๊ดดี้...แด๊ดดี้รักเซฮุนเยอะๆเลยนะครับ”

 

            “อื้มม!!!

 

            “อ๊ะ!!...”

 

            ท่าทีเขินอาย  สายตาเว้าวอน  และคำเอ่ยอ้อนที่เร่งเร้า...มันกลายเป็นสิ่งที่ทำให้คนฟังขาดสติจนต้องรีบโถมกายเพื่อมอบทุกความรู้สึก  จงอินคำรามต่ำอย่างพึ่งพอใจ  พร้อมกับมอบบทรักไปตามอารมณ์ที่ถูกปลุกปั่น  ร่างกายขยับเคลื่อน  ผิวเนื้อเนียนที่ถูกฟอนเฟ้น  และจูบ...ที่ถูกกอบโกยอยู่ตอนนี้  ก็พาให้คนที่อยากทำหน้าที่ภรรยาให้สมบูรณ์ไม่อาจเก็บซ่อนเสียงร้องเอาไว้ได้

 

ไม่ใช่จงอินคนเดียวที่ต้องการ  เพราะเซฮุน...ก็รู้สึกโหยหาสิ่งนี้ไม่ต่างกัน

 

            “ซี้ดด!!....”

 

            “พะ...พี่จงอิน  อ๊ะ!!

 

            เจ้าของชื่อ...พยายามยั้งอารมณ์  ผ่อนแรงและไม่โหมความต้องการจนสุดกำลัง  ด้วยเกรงว่าคุณแม่คนเก่งจะเดินไม่ไหว  แต่เหมือนทุกอย่างที่พยายามมาทั้งหมดจะถูกทำลายไปพร้อมกับเสียงครางหวาน  แถมร่างสวยที่มีเพียงชุดนอนสีแดงปกปิดแค่ส่วนบน  มันก็คล้ายจะทำให้สะโพกสอบต้องเร่งจังหวะรักให้เร็วขึ้น  ถูกด่าว่าโรคจิตก็คงต้องยอมรับ...เพราะเขาชอบให้เซฮุนใส่ชุดนอนแบบนี้เวลาที่อยู่ด้วยกัน  ยิ่งผิวขาวๆที่ตัดกับชุดนอนสีแดง  หรือส่วนล่างเปลือยเปล่าที่กำลังถูกเติมเต็มอยู่ในตอนนี้  ทุกอย่างๆที่ดำเนินไปมันพาลให้สามีอย่างเขาแทบบ้า

 

            “อื้มมม...เซฮุนนน!!

 

            “พี่จงอินนน!...จูบหน่อยครับ  อ๊ะ!! 

 

            สนองตอบโดยไม่มีข้อแม้....และดีที่วันนี้เป็นวันหยุด  ไม่อย่างนั้นตอนนี้ก็คงต้องอยู่ในครัวเพื่อทำอาหารเช้าให้ลูกชาย  ปากหยักรีบกวาดต้อนทุกความรู้สึกด้วยความร้อนแรงและสะโพกสอบก็ยังไม่หยุดขยับเคลื่อน  ใบหน้าเรียวสวยปรับเอียงเพื่อตอบรับรสสัมผัสไปตามที่ใจต้องการ  มือบางจิกเกร็งอยู่บนท่อนแทนกำยำเพื่อระบายความวูบไหว  เพราะส่วนที่ถูกเติมเต็มมานาน...มันใกล้จะถึงฝั่งเต็มที

 

            “อื้มมม!!

 

            “อ๊ะ!!  อ๊ะ!....”

 

            “อ่าาา....ห์”

 

            กอดภรรยาเอาไว้แนบอกเมื่อถึงจุดหมายปลายทางแห่งความสุข  และต้องรีบถอนความต้องการออกจากร่างสวย  เพราะกลัวใจตัวเองจะต่อบทรักอีกรอบ  เสียงเนื้อกระทบเนื้อ  เสียงของความปรารถนาหรือเสียงแห่งความสุขสม  มันได้หยุดลงพร้อมๆกับร่างกายที่ไร้การเคลื่อนไหว  และเหลือเพียงแค่เสียงของหัวใจที่ยังคงเต้นแข่งกันเหมือนเช่นตอนแรก  แต่....

 

            “คืนนี้เซฮุนจะใส่ชุดนอนสีอะไรดีน้าาาา....”

 

เสียงหวานที่เอ่ยออกมาอย่างทะเล้น...ทำให้จงอินต้องรีบลุกออกจากเตียงก่อนที่จะอดใจไม่ไหว!!!

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

08.41 น.

 

แกร๊กกก!!!

 

            “เกาะดีๆนะครับเซฮุน...”

 

            “อ๊ะ!!...พี่จงอินก็อย่าแกล้งสิครับ”

 

            จำเป็นต้องปิดประตูห้องด้วยอวัยวะเบื้องล่าง  เพราะบทรักที่เพิ่งจบไปเมื่อไม่กี่นาที  มันทำให้สามีต้องแบกภรรยาเอาไว้บนหลัง  แต่มือหนาที่ประคองก้นอวบเอาไว้ก็อดไม่ได้ที่จะบีบเค้น  จงอินไม่เคยอดทนต่อส่วนเว้าส่วนโค้งหรือความกลมกลึงของเซฮุนได้เลยสักครั้ง  อยู่ด้วยกันมาหลายปีก็ไม่เคยเบื่อ  เติมเต็มกันและกันมากี่ครั้งก็ยังรู้สึกเหมือนเช่นครั้งแรก  แล้วมันก็ไม่เคยพอแม้ตอนนี้จะมีลูกแล้วก็ตาม

 

 

            เซฮุนถูกวางลงบนเคาน์เตอร์ห้องครัวอย่างเบามือ...ส่วนสามีแสนดีก็จะทำมื้อเช้าให้ทุกคนได้ทาน  จงอินรีบหยิบวัตถุดิบออกมาจากตู้เย็น  แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ใบหน้าเรียวสวยของภรรยามันพาให้ปากหยักต้องแวะสัมผัสแก้มนุ่มก่อนลงมือทำอาหาร

 

จุ้บบ!!!

 

            “เซฮุนกับลูกจะได้ทานมื้อเช้าไหมครับ?”

 

            “แต่พี่อยากกินเซฮุนมากกว่า”

 

            “กะ...ก็กินไปแล้วหนิครับ    >.<

 

            “พี่ยังไม่อิ่มเลยครับ”

 

            “เซฮุนไม่พูดด้วยแล่ว  พี่จงอินไปทำกับข้าวเลย...ทำเร็วๆด้วย  เซฮุนหิวแล้ว”

 

            ถูกจับอาบน้ำแต่งตัว...และพาออกมาทำอาหารในห้องครัว  แต่เหมือนเวลานี้มันจะสายเกินไปสำหรับมื้อเช้า  ปกติเซฮุนจะจัดเตรียมทุกอย่างไว้ไม่ให้เกินเจ็ดโมง  เพราะรถโรงเรียนจะมารับลูกชายตอนเจ็ดโมงครึ่ง  ส่วนวันหยุดอย่างวันเสาร์  อาทิตย์...อาหารเช้าจะเริ่มอย่างช้าไม่เกินแปดโมง

 

            “พี่จงอินจะทำอะไรบ้างครับ?”

 

            “ทำข้าวต้มทะเลครับ...เมื่อคืนฮิโรกิบ่นว่าทาน”

 

            “สงสัยยังติดใจข้าวต้มทะเลที่ห้องอาหารไทยอยู่มั้งครับ”

 

            เห็นสามีกำลังแกะกุ้ง...เซฮุนจึงอดถามไม่ได้  แต่เมื่อได้รับคำตอบที่น่าฟัง  รอยยิ้มมันก็กว้างขึ้นโดยขึ้นอัตโนมัติ  เซฮุนดีใจที่จงอินให้ความสำคัญกับคนในครอบครัวเสมอ  เพราะไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กมากเพียงใดหรือเป็นเพียงคำพูดลอยๆที่เขาเองก็ยังลืมไปแล้ว  แต่คนที่เป็นทั้งพ่อและสามีกลับไม่เคยลืมเลยสักเรื่อง  ส่วนเรื่องอาหารการกินในแต่ละมื้อ...ก็มักจะถามความเห็นของฮิโรกิก่อนทุกครั้ง

 

 

            คนเป็นพ่อเป็นแม่...ไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้เหมือนเมื่อก่อน  เพราะตั้งแต่รับเด็กคนหนึ่งมาอุปการะ  ทั้งเวลา  อาหาร  ของใช้หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้า  ทุกอย่างๆจะถูกมอบให้เด็กคนนี้ก่อนเสมอ  ลูกอยากทานอะไร...พ่อแม่ก็ทานด้วย  ลูกอยากได้สิ่งใด...ก็จะรีบหามาให้  แต่การให้ที่ว่า...ก็ต้องอยู่ในขอบเขตของความเหมาะสม  การตามใจลูกมากเกินไปก็ไม่ใช่ผลดี  และการสอนให้ลูกเห็นค่าต่อสิ่งได้รับ  ก็เป็นเรื่องที่เซฮุนคอยอบรมฮิโรกิอยู่เสมอ

 

แกร๊กก!!!

 

            “คุณแม่  แด๊ดดี้...อรุณสวัสดิ์ฮะ >0<

 

            พูดถึงก็มาพอดี...และเสียงปิดประตูพร้อมการเอ่ยทักทายก่อนตามมาด้วยการหาวจนปากกว้าง  ก็ทำให้คนเป็นแม่รู้ได้ทันทีว่าลูกชายนอนไม่พอ  เมื่อคืนกว่าจะกลับมาถึงบ้านก็เกือบสี่ทุ่ม...และที่ดึกขนาดนั้นก็เป็นเพราะฮิโรกิเล่นสไลด์เดอร์กับชิงช้าจนลืมเวลา  ส่วนคนที่ตามใจลูกก็คือคุณพ่อ  เซฮุนค่อยๆลงมาจากเคาน์เตอร์ห้องครัวด้วยความระมัดระวังก่อนเดินไปหาลูกชายเพื่อจัดทรงผมให้เข้าทรง

 

            “ไม่สบายหรือเปล่าครับ”

 

            “ผมง่วงฮะ...แต่หิวข้าวก็เลยตื่น”

 

            “แด๊ดดี้ทำข้าวต้มทะเลใกล้เสร็จแล้วครับ...ฮิโรกิไปนั่งรอก่อนนะ  แม่จะไปเทนมมาให้”

 

            “ขอบคุณฮะ”

 

            เห็นว่าเป็นวันหยุดก็เลยไม่อยากบ่น...เซฮุนจึงทำได้เพียงเดินกลับเข้าไปในห้องครัวและเทนมรสหวานใส่แก้วให้ลูกชาย  พากันตื่นสายทั้งครอบครัว  แถมฮิโรกิยังพักผ่อนเพียงพอ  รวมถึงมื้อเช้าก็ล่าช้าจนใกล้จะเก้าโมง  เป็นวัน...ที่เวลาล่วงเลยไปเพราะความเพลีย  และที่เป็นแบบนี้ก็เพราะเมื่อวานฮิโรกิกับคุณพ่อต้องออกไปทำธุระที่โรงเรียน  แล้วต้องกลับมารับเขาไปโรงพยาบาล  ทุกๆเรื่องจึงอาจเป็นผลที่ทำลูกชายตื่นสาย

 

ก๊อก ๆ ๆ ๆ ๆ!!!

 

            กำลังเริ่มทานมื้อเช้า...แต่เสียงเคาะประตูหน้าบ้านกลับทำให้คนเป็นพ่อต้องลุกออกไปจากโต๊ะอาหาร  ขายาวสมส่วนรีบเดินไปที่แผ่นไม้บานใหญ่ด้วยสงสัย  และอดคิดไปเป็นอื่นไม่ได้นอกจากพี่ชายข้างบ้านที่อาจนำขนมมาให้ทาน  มินโฮยังคงเป็นพี่ชายใจดีสำหรับครอบครัวของเขา  เพราะไม่ว่าเซฮุนหรือลูกชายมีปัญหา  มินโฮก็คือคนแรกที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือ  แต่....

 

            “สวัสดีครับคุณน้า...”

 

            “อ้าวว...มาซารุ??”

 

            “ผมมาหาฮิโรกิครับ”

 

            “เข้ามาข้างในก่อนสิ...ฮิโรกิกำลังทานข้าว”

 

            “ขอบคุณครับคุณน้า”

 

            ผิดไปจากที่คิดมากมายเหลือเกินเพราะเมื่อประตูถูกเปิดออก...คนตรงหน้ากลับเป็นเพื่อนของฮิโรกิ  และเวลานี้ก็จำเป็นต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นในการสื่อสาร  เนื่องจากคนในหมู่บ้านก็เป็นคนท้องถิ่นทั้งหมด จงอินรีบเชื้อเชิญให้มาซารุเข้ามาในบ้าน  ก่อนเดินไปหยิบนมสดและขนมเค้กจากตู้เย็นมาต้อนรับเพื่อนของลูกชาย

 

            “จะพากันไปเล่นที่ไหนครับ...??”

 

            อดไม่ได้ที่จะถาม...เพราะการที่เพื่อนสนิทมาหาลูกชายแต่เช้า  มันก็คงหนีไม่พ้นการชวนกันออกไปเล่นจนเนื้อตัวมอมแมม  และคนเป็นแม่ก็หวังว่าฮิโรกิจะไม่ทำให้เป็นห่วงเหมือนครั้งที่แอบไปเล่นอยู่ที่ทะเลสาบหลังหมู่บ้าน  แต่... 

 

            “หลังหมู่บ้านครับคุณน้า...มีคนมาทำสนามเด็กเล่นเอาไว้  แล้วก็ทำรั้วรอบทะเลสาบเลยครับ”

 

            เกือบเอ่ยปากห้ามเมื่อรู้ว่าจะพากันไปเล่นที่ไหน  แต่พอฟังจนจบประโยค  เซฮุนกลับต้องส่งยิ้มให้สามีด้วยความปลาบปลื้ม  เพราะรู้ได้ในทันทีว่าคนที่มาทำสนามเด็กเล่นเอาไว้หลังหมู่บ้านเป็นใคร  แถมยังทำรั้วเพื่อป้องกันความปลอดภัยให้เด็กๆอีกด้วย

 

            “จริงเหรอมาซารุ??!!  แล้วสนามเด็กเล่นมีชิงช้าไหม?”

 

            “มี...แล้วก็มีม้าหมุน***ด้วยนะ  ฮิโรกิกินข้าวเร็วๆสิ  เราจะได้ไปเล่นด้วยกัน”

 

            เหมือนความง่วงจะหายไปแล้ว...เพราะคำว่าสนามเด็กเล่นหลังหมู่บ้านมันเหมือนจะทำให้ฮิโรกิมีแรงเหลือเฟือเพื่อจะออกไปเล่นเพื่อนๆได้ทั้งวัน  ส่วนเจ้าของสนามเด็กเล่นตัวจริงก็รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก  และยังคงทำทุกอย่างเพื่อให้พื้นที่ตรงนั้นไม่ถูกนายหน้ายึดไปต่อยอดธุรกิจจนไร้ความเงียบสงบ  จงอินไม่อยากให้หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงามกลายเป็นรีสอร์ท  แล้วสนามเด็กเล่นพร้อมรั้วกั้นทะเลสาบเพื่อป้องกันเด็กพลัดตกน้ำ  ก็คงทำให้เซฮุนสบายใจได้บ้าง

 

เมื่อห้ามไม่ให้เด็กๆลงไปเล่นในทะเลสาบไม่ได้  พ่ออย่างเขา...ก็ต้องทำบางสิ่งเพื่อปกป้องลูกชาย

 

            จงอินไม่ได้ทำสนามเด็กเล่นโดยไม่ผ่านความเห็นชอบ...ทุกๆอย่างได้ถูกสอบถามจากทางผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านแห่งนี้  รวมถึงที่ดินของชาวบ้านทั้งหมดก็จะเป็นความรับผิดชอบที่เขาต้องดูแล  จงอินไม่ได้ทำการซื้อต่อ  ไม่ได้ทำการบีบบังคับหรือเอามาทำกำไรในอนาคต  เพราะที่ดินของใครก็จะยังคงเป็นสิทธ์ของคนคนนั้นเช่นเดิม  แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มีนายหน้ามาขอซื้อเหมือนอย่างที่เคยเป็น  คนพวกนั้นก็จะได้รู้ว่าหมู่บ้านแห่งนี้มันเป็นของ  คิม  จงอิน!!!

 

            “ผมอิ่มแล้วฮะ...ผมขออนุญาตไปเล่นกับมาซารุนะฮะคุณแม่?”

 

            “แม่อนุญาตครับ...แต่ฮิโรกิต้องกลับมาทานมื้อเที่ยงที่บ้านนะครับ”

 

            “ให้มาซารุ...มาทานด้วยได้ไหมฮะ?”

 

            “ได้ครับ...แล้วก็แม่จะเตรียมขนมไว้ให้เยอะๆเลย”

 

            (ขอบคุณครับคุณน้า)

 

          เด็กสองคน...ที่พากันวิ่งออกไปนอกบ้าน  มันเป็นภาพที่พาให้รอยยิ้มของคนเป็นพ่อเป็นแม่กว้างขึ้นได้อีกครั้ง  ความสุขของลูกมันเหมือนเป็นพลังที่ต่อชีวิตให้เซฮุนกับจงอินในทุกๆวัน  ฮิโรกิทำให้คำว่าครอบครัวสมบูรณ์แบบ  และถึงแม้สถานะของแต่ละคนจะดูผิดแปลกไปจากครอบครัวอื่นๆ  แต่ความสุขที่ได้รับ  ความอบอุ่นที่ได้สวมกอด  หรือความใส่ใจที่มีให้มาตลอดหลายปี  มันกลับมีมากขึ้น  มากขึ้นจนแทบไม่เหลือที่ว่างให้ความเจ็บปวด

 

            “พี่จงอินจะรับของหวานอีกไหมครับ?”

 

            “รับครับ!

 

            “อ๊ะ!!!

 

            กำลังเก็บจานชามไปล้างในครัว...แต่ดูเหมือนจะต้องทิ้งทุกอย่างเอาไว้ในอ่างน้ำ  เพราะคำพูดของสามีพร้อมการถูกอุ้มโดยไม่ทันตั้งตัว  มันทำให้เซฮุนรู้สึกตกใจแต่ก็ไม่อาจต้านทานต่อความปรารถนาได้เลยสักครั้ง  สิ่งใดที่ทำให้จงอินมีความสุข  ภรรยาคนนี้ก็ยอมได้เสมอ  ยิ่งเป็นความสุขของครอบครัว  เขาก็ยิ่งพร้อมที่จะทำโดยไม่สนว่ามันจะยากแค่สักไหน  ขอบคุณสามีที่ไม่เคยทอดทิ้งในยามลำบาก  ขอบคุณลูกชายที่เป็นเด็กดี  และขอบคุณคำว่าครอบครัวที่คอยย้ำเตือนเซฮุนอยู่เสมอว่าอะไรคือสิ่งสำคัญ

 

ปังงง!!!

 

            “อื้มมม”

 

            “พี่จงอิน...อ๊ะ!!


 

ประตูห้องนอน...ถูกคนที่อยากทานของหวานปิดด้วยอวัยวะเบื้องล่างอีกครั้ง  ก่อนตามมาด้วยเสียงจูบที่พาใจสั่น  และเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่เริ่มดังขึ้นในยามสาย  รวมถึงเสียงครางหวานที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ♪♫♪..♫♪♫♪♫..♪♫♪…♪♫

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 


 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

100%

Cr. ภาพในตอนที่ 6 : news.vanderbilt.edu  และjoysflair.com

 

***ม้าหมุน

 


 

 

ขอบคุณสำหรับการติดตาม...และขอบคุณกำลังใจจากนักอ่านทุกคนนะคะ  ขอบคุณมากๆค่ะ  ^-^)

รัก

#ดอกไม้ของเจ้านาย

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #655 Sea.C.94 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 02:37
    อยากมีแด๊ดดี๊เป็นของตัวเองแล้ว อบอุ่นเบอร์แรงมากค้าาาา
    #655
    0
  2. #654 Jammie-Lee (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 22:43
    กินแล้วกินอีกเนอะแด๊ดดี้ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #654
    0
  3. #648 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 06:31
    ครอบครัวน่ารักกกก
    #648
    0
  4. #647 TDNND (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:07
    แด๊ดดี๊แหม่ค่ะแหม่ 55555
    #647
    0
  5. #646 OOh_Pang (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:00

    น่ารักมากเลยครอบนี้
    #646
    0
  6. #645 noonakh (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 21:22
    เย้ๆ คุณแม่หายแล้ววว แหมๆแด๊ดดี้เอาใหญ่เลยนะ
    #645
    0