จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 42 : ✿✿ 5 (+Talk)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 830
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    25 เม.ย. 62






-5-


 

 

โรงแรม  โตเกียว

06.1น.

 

ปึ่กก!!

 

            “อื้ออ!

 

            เป็นเช้า...ที่ถูกปลุกด้วยอวัยวะส่วนล่างของเด็กแปดขวบ  และการที่คนเป็นแม่ยังมีอาการบาดเจ็บ  สามีอย่างเขาจึงจำเป็นต้องสั่งให้ลูกน้องนำเตียงเสริมมาไว้ในห้องแทนการนอนเตียงเดียวกับภรรยา  มือของผู้เป็นพ่อค่อยๆจับข้อเท้าน้อยๆของลูกชายออกจากแผ่นอกเพราะเจ้าตัวนอนดิ้นเหลือเกิน  ส่วนคนที่ต้องนอนคนเดียวบนเตียงกว้างก็ยังคงหลับด้วยฤทธิ์ของยาที่คุณหมอจัดให้ทาน  ใจหนึ่งก็อยากนอนกอดร่างหอมๆเหมือนเช่นทุกค่ำคืน  แต่เมื่ออาการบาดเจ็บยังไม่ดีขึ้น...สามีอย่างเขาจึงต้องนอนกอดลูกบุญธรรมไปจนกว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ

 

 

            คนเป็นเจ้าของโรงแรม...ต้องหอบลูกพาเมียมาพักผ่อนที่ห้องประจำของครอบครัว  และเพราะยังมีงานคั่งค้างให้ต้องจัดการอีกมากมาย  บ้านหลังน้อยพร้อมสวนดอกไม้ขนาดย่อมจึงต้องปล่อยทิ้งร้างเอาไว้อย่างนั้น  งานก็ต้องทำ  อาการบาดเจ็บของภรรยาก็ยังไม่ดีขึ้น  แถมลูกชายก็ต้องหยุดเรียนเอาไว้ชั่วคราว  แล้วก็เป็นเวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์ที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในโรงแรม  และต้องรบกวนลูกน้องให้ช่วยไปดูแลบ้านรวมถึงรดน้ำดอกไม้ตามที่เจ้าของสวนร้องขอ

 

ดี...ที่ภรรยายอมมาอยู่ด้วยโดยไม่มีการทะเลาะหรือมีปากเสียง  แล้วมันก็เป็นครั้งแรกที่ภรรยาต้องทิ้งบ้านมานานเกือบอาทิตย์

 

            “พี่จงอิน...พี่จงอินครับบบ”

 

            กำลังเอนกายลงบนเตียงอีกครั้งหลังจากจัดท่าทางการนอนให้ลูกชายเรียบร้อย  แต่เสียงหวานที่ขานเรียกอย่างแผ่วเบากลับเป็นสิ่งที่ทำให้คนสามีต้องรีบลุกออกจากเตียงเสริมด้วยความร้อนรน  กลัวว่าอาการจะกำเริบ  เกรงว่าความเจ็บปวดอาจทำให้เจ้าตัวตื่นจากการหลับใหล  และยังกังวลว่าเมื่อไหร่ภรรยาจะเดินได้อีกครั้ง???

 

            “พี่อยู่นี่ครับคนเก่ง!

 

            “เซฮุนอยากเข้าห้องน้ำครับ”

 

            ถ้าไม่ปวดท้อง...ก็คงหลับยาวไปจนกว่ายาจะหมดฤทธิ์  และจะเข้าห้องน้ำแต่ละทีก็ต้องคอยปลุกสามีทุกครั้ง  เซฮุนจึงรู้สึกเกรงใจมากๆเมื่อต้องเอ่ยเรียกกลางดึกหรือในยามเช้าแบบนี้  เจ้าของโรงแรมงานเยอะ  มีลูกน้องต้องดูแล  มีธุรกิจให้สานต่อ  และภรรยาอย่างเขาก็ต้องกลายมาเป็นตัวถ่วงด้วยเหตุแห่งความดื้อรั้น  ถ้ายอมให้ดอกไม้กับผู้ชายคนนั้นไปตั้งแต่แรก  เขาก็คงไม่ต้องมานั่งอยู่บนรถเข็น  ลูกชายก็คงได้ไปโรงเรียนตามปกติ  แล้วก็คงไม่ต้องมารบกวนคนที่นี่ให้วุ่นวาย

 

            “พี่จงอินไปรอข้างนอกก็ได้ครับ  เสร็จแล้วเซฮุนจะเรียก”

 

            “พี่จะล้างหน้าแปรงฟัน  เซฮุนจะทำอะไรก็ทำไปเลย...พี่ไม่ถือ”

 

            ถูกอุ้มเข้ามาในห้องน้ำด้วยความระมัดระวัง...และต้องแอบซ่อนความเขินอายไว้บนอกกว้าง  เพราะคำพูดที่บอกว่า  “ไม่ถือ”  มันพาลให้รู้สึกเช่นนั้น  ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานาน  เป็นสามีภรรยากันมาก็หลายปี  แต่เซฮุนก็ยังอายในเรื่องที่ดูจะส่วนตัวมากๆอย่างเช่นการปลดทุกข์!!?

 

            “ทำไมแด๊ดดี้ชอบแกล้ง”

 

            “ไม่ได้แกล้งครับ...แต่แด๊ดดี้เป็นห่วง”

 

            ใช่ว่าอยากกลั่นแกล้งอย่างที่ถูกกล่าวหา  แต่ไม่อยากทิ้งภรรยาให้อยู่ในห้องน้ำเพียงลำพัง  เกิดเป็นตะคริว  ลื่นล้ม  เป็นลมหรืออีกสารพัดความไม่ปลอดภัย  สามีคนนี้ก็จะได้ช่วยเหลือไว้ทันเวลา  ส่วนเรื่องความเขินอายก็คงไม่ต้องพูดถึงเพราะดูแลกันมามากกว่านี้ก็เคยทำมาแล้ว  จงอินจำได้ดี...ว่าตอนที่เซฮุนถูกยิงมันต้องอยู่ในสภาพเช่นไร  นอนหลับ  ขับถ่าย  กินข้าว  เช็ดตัว  ทุกอย่างต้องทำอยู่บนเตียงคนป่วยนานเป็นสัปดาห์  แล้วตอนนี้แค่ต้องล้างหน้าแปรงฟันไปพร้อมกับการปลดทุกข์ของภรรยา...ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เล็กมากจริงๆ

 

            “ขอบคุณนะครับแด๊ดดี้”

 

            “เสร็จแล้วบอกนะครับ...แด๊ดดี้จะล้างก้นให้”

 

            “ไม่ต้องมาพูดเลย...เซฮุนทำเองได้”

 

ฟอดดดดด!!!

 

            แก้มนุ่ม...ถูกฝังความห่วงใยฟอดใหญ่ก่อนกางเกงนอนจะถูกปลดออกจากเอวบาง  และผู้ที่เปลือยท่อนล่างก็ถูกประคองให้นั่งลงบนชักโครกเพื่อทำธุระส่วนตัว  จงอินรีบเดินไปที่เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าทันทีเพราะทราบดีว่าภรรยากำลังรู้สึกเช่นไร  ไม่ได้คิดจะทำให้เขินอาย...แต่ใบหน้าเรียวสวยที่กำลังแดงระเรื่อมันน่ากลั่นแกล้งมากกว่าสิ่งอื่นใด  แถมก้นอวบที่โผล่พ้นเสื้อนอนแบบหมิ่นเหม่ก็พาลให้ใจของสามีเต้นไม่เป็นจังหวะแต่เช้าตรู่  และเช้าแบบนี้...อะไรๆมันก็ตื่นได้ง่ายเหลือเกิน

 

ก๊อกกก ๆ ๆ...!!!

 

            “แด๊ดดี้...ผมปวดฉี่  ผมเข้าไปได้ไหมฮะ!!?”

 

            “เข้ามาเลยครับ”

 

            รู้สึกขอบคุณลูกชายที่ตื่นแต่เช้า...เพราะการเคาะประตูพร้อมเสียงที่เอ่ยขออนุญาต  มันทำให้ความต้องการแบบผู้ใหญ่หายไปโดยอัตโนมัติ

 

            “แด๊ดดี้  หม่ามี้...อรุณสวัสดิ์ฮะ”

 

            ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจของคนเป็นลูก...เพราะเจ้าตัวทราบดีว่าคุณแม่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ  เด็กน้อยจึงเดินเลี่ยงเข้าไปทำธุระในห้องอาบน้ำ  และที่ตื่นแต่เช้าก็เป็นเพราะเคยชินกับการที่ต้องตื่นไปโรงเรียนในทุกๆวัน  เมื่อพูดถึงเรื่องเรียน...มันก็อดกังวลไม่ได้ว่าจะเรียนทันเพื่อนหรือไม่  แต่อาการบาดเจ็บของคุณแม่ก็น่าเป็นห่วงเช่นกัน  ฮิโรกิพยายามเรียงลำดับความสำคัญในชีวิตเพื่อไม่ให้ความคิดมากกับความกังวลมันทับถมอยู่ในหัวใจ  การเรียนมันสำคัญมากจริงๆ...แต่ผู้มีพระคุณคือคนที่สำคัญมากกว่าเรื่องอื่น  และการหยุดเรียนไปสี่วันก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการสอบปลายภาคอย่างที่กังวล

 

            “ฮิโรกิ...เช้านี้อยากทานอะไรครับ?”

 

            “อาหารไทยได้ไหมฮะแด๊ดดี้  ผมอยากกินข้าวต้มทะเล”

 

            “ได้ครับ...เดี๋ยวแด๊ดดี้สั่งให้นะครับ!

 

            “แล้วคุณแม่ล่ะฮะ...คุณแม่อยากทานอะไร?”

 

          (เราออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่านะครับ // พี่จงอิน...เซฮุนเสร็จแล้วครับ!!)

 

          ไม่ควรพูดเรื่องของกินในตอนนี้...เพราะอาหารค่ำของเมื่อวานเพิ่งถูกระบายออกไปจนรู้สึกสบายท้อง  กางเกงนอนสีครีมที่กองอยู่บนพื้นถูกสวมให้ด้วยมือของสามี  ก่อนที่ร่างของภรรยาจะถูกอุ้มออกไปสูดอากาศอันแสนสดชื่นในยามเช้า  ฮิโรกิวิ่งตามออกมาติดๆหลังจากที่ล้างหน้าล้างตาเรียบร้อย  และอากาศที่เย็นสบายด้านนอกพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว  ก็ทำให้เด็กน้อยลืมความกังวลในเรื่องของการเรียนได้ในทันที

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

07.35 น.

 

ตูมมมมมม!!!!

 

          “ใครว่ายน้ำถึงแด๊ดดี้ก่อนคนนั้นชนะ!!

 

            แกล้งท้าทายไปอย่างนั้น...แถมยังต่อให้คนเจ็บว่ายน้ำไปก่อนถึงครึ่งสระ  เพราะคนเป็นลูกที่เพิ่งกระโดดลงไปน้ำหรือคุณพ่อที่ยืนรออยู่ฝั่งตรงข้าม  กำลังช่วยกันทำกายภาพบำบัดให้คุณแม่คนเก่ง  ร่างสวย...ในสภาพการแต่งกายเพียงกางเกงขาสั้นเริ่มต้นการลอยตัวด้วยห่วงยางสีชมพู  ขาทั้งสองข้างค่อยๆขยับอยู่ใต้น้ำอย่างเชื่องช้า  และใบหน้าหวานที่ประดับด้วยรอยยิ้มจนเห็นตาหยี  ก็ทำให้คนเป็นสามียิ้มตามได้ไม่ยาก  ความสุขของเซฮุนก็คือความสุขของคิม  จงอิน  แล้วฮิโรกิก็เป็นสิ่งที่ทำให้ความสุขมันเพิ่มมากขึ้น  มากขึ้นในทุกๆวัน

 

            “สู้ๆครับคุณแม่คนเก่ง...อีกนิดเดียวก็จะถึงแด๊ดดี้แล้ว”

 

            “พี่จงอิน...เซฮุนจะแพ้แล้วววว!!

 

            “ไม่แพ้หรอกครับ”

 

จุ้บบบ!!

 

            (แด๊ดดี้ขี้โกงงงง!!!)

 

            เกรงว่าอาการบาดเจ็บจะสาหัสมากกว่าเดิม...เจ้าของผิวเข้มจึงต้องรีบเข้ามาประคองกายภรรยาเอาไว้ก่อนประทับจูบเพื่อเป็นการปลอบใจ  ส่วนเด็กน้อยที่ร้องโวยวายว่ากล่าวคุณพ่อก็รีบว่ายน้ำเข้ามากอดคุณแม่เอาไว้เช่นกัน  การแสดงความรักของจงอินมันพาลให้รู้สึกหวง  ฮิโรกิจึงพยายามปีนขึ้นไปบนหลังกว้างพร้อมใช้มือปิดปากของผู้เป็นพ่อเพื่อขัดขวางการจูบ

 

            “ฮิโรกิครับบบ...เดี๋ยวแด๊ดดี้ปวดหลัง”

 

            “ก็ผมไม่อยากให้แด๊ดดี้จุ๊บคุณแม่หนิฮะ!

 

            “งั้นคุณแม่จุ๊บแด๊ดดี้ได้ใช่ไหมครับ?”

 

            “ห้ามจุ๊บทั้งหมดเลยฮะ...ผมจุ๊บได้คนเดียว”

 

            ทำได้เพียงส่ายหน้า...และไม่อยากห้ามปรามอะไรอีกแล้ว  เพราะต่อให้พูดอีกสักร้อยครั้ง  ลูกชายก็ยังหวงแม่คนนี้อยู่เช่นเดิม  แล้วคนที่น่าสงสามากที่สุดก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสามี  จะกอดจะหอม...ก็ต้องทำตอนที่ฮิโรกิไม่อยู่หรือทำให้พ้นสายตา  ไม่อย่างนั้นเด็กแปดขวบก็จะงอแงอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้  ส่วนคนที่ยังถูกปิดปากเอาไว้ก็เข้าใจดีว่าลูกชายรู้สึกเช่นไร  มันอาจเป็นความหวงที่ปะปนมากับความเขินอาย  เพราะการแสดงความรักต่อหน้าเด็กวัยเพียงเท่านี้  มันอาจเป็นสิ่งที่สร้างความสับสนหรือเกิดคำถามขึ้นในจิตใจ  และการห้ามปรามก็คงเป็นทางออกเดียวของฮิโรกิ

 

ไม่ได้โกรธ  ไม่ได้น้อยใจ...แต่บางทีพ่อคนนี้ก็อดใจไม่ค่อยไหว

 

            เรือนร่างสวยงามของภรรยา...มันพาลให้ละสายตาไปไม่ได้  ผิวเนื้อเนียนนุ่มมันน่ากอด  เอวบางคอดก็อยากโอบรัดเอาไว้แน่นๆ  และริมฝีปากสีหวานก็อยากจูบซ้ำๆอย่างคนไม่รู้จักพอ  มีลูกที่คอยหวงแม่มันก็ดีไปอย่างเพราะเมื่อโตขึ้น  ฮิโรกิก็คงจะปกป้องเซฮุนได้  ขนาดคนเป็นพ่อกอดนิดจูบหน่อยยังเอาตัวเข้ามาขว้าง  คนอื่นก็คงไม่มีสิทธิ์ได้แตะต้องเลยแม้แต่ปลายเล็บ

 

♪♫♪..♫♪..ติ๊งต่อง   ติ๊งต่อง..♪♫♪..♫♪♫

 

            “ขออนุญาตจัดโต๊ะอาหารครับ!!!

 

            พร้อมใจกันกอดคุณแม่โดยอัตโนมัติ...เพราะเมื่อได้ยินเสียงกริ่งหน้าห้องพร้อมการเอ่ยขออนุญาตดังขึ้น  ทั้งคุณพ่อทั้งลูกชายต่างก็รีบเข้ามาโอบกายเซฮุนเอาไว้ทันที  ห่วงยางสีชมพูถูกดึงออกไปตอนไหน เอวบาง  หน้าอกหรือแม้กระทั่งแผ่นหลังเปลือยเปล่าก็ถูกเจ้าของกายสีน้ำผึ้งกอดเอาไว้  แถมยังมีร่างน้อยๆของฮิโรกิโอบไว้อีกที

 

            “รีบๆจัดแล้วก็ออกไป!!

 

            “ครับ!!!  //  ครับ!

 

            พากันลงเล่นน้ำแต่เช้า...และอยากให้เซฮุนได้ทำกายภาพเหมือนเช่นที่เคย  แต่การเข้ามาทำหน้าที่ของพนักงานในโรงแรมกลับสร้างความไม่พอใจให้เจ้านาย  เป็นคนโทรสั่งอาหารด้วยตัวเอง  เป็นคนจัดการทุกอย่าง  และเป็นคนคิดเรื่องของการทำกายภาพบำบัด  แล้วสุดท้าย...ก็ต้องมาอารมณ์เสียกับเรื่องที่ตัวเองตระเตรียมเอาไว้  ผิวพรรณขาวเนียนของภรรยามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรมีใครได้เห็น  จงอินรู้สึกหงุดหงิดกับทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้  ส่วนพนักงานชายสองคน...ก็ต้องรีบจัดมื้อเช้าด้วยความรวดเร็ว  เนื่องจากเสียทุ้มที่เอ่ยคำสั่งพร้อมสายตาคาดโทษมันอาจเป็นตัวแปรสำคัญของอาชีพในอนาคต

 

            “ใจเย็นๆนะครับพี่จงอิน”

 

            “พี่ให้เวลาอีกห้านาที...ถ้าพนักงานสองคนนั้นยังจัดอาหารเช้าไม่เสร็จพี่จะไล่ออก!!

 

            “ทำไมแด๊ดดี้เอาแต่ใจจังเลยครับ”

 

            แอบขำอยู่ในใจ...และไม่ใช่ลูกชายคนเดียวที่หวงแม่  เพราะคนเป็นพ่อดูจะหวงจนทำให้พนักงานของตัวเองออกอาการลนลานไปหมด  สายตาแบบนั้น  น้ำเสียงแบบนั้น  มันพาลให้การจัดอาหารเช้าของเด็กหนุ่มสองคนกลายเป็นเรื่องยาก  ท่อนแขนขาวเนียน...โอบรอบเอวคนขี้หวงเอาไว้ก่อนซบใบหน้าไปบนไหล่กว้างเพื่อหวังให้สถานการณ์ในตอนนี้มันเย็นกว่าที่เป็นอยู่  รู้ว่ารัก  ทราบว่าหวง แต่การเอาแต่ใจมันไม่ใช่นิสัยที่ดีของการเป็นเจ้านาย

 

            “แล้วขาเป็นยังไงบ้าง...ยังปวดอยู่ไหม?”

 

            “ไม่ปวดแล้วครับ แต่ถ้านั่งนานๆ...ก็มีบ้างนิดหน่อย”

 

            “เดี๋ยวเซฮุนก็หายแล้วครับ...อดทนหน่อยนะคนดี”

 

            “เซฮุนรู้ครับ...เซฮุนก็อยากหายเร็วๆ  พี่จงอินจะได้ทำงานเต็มที่”

 

            “เลิกเกรงใจพี่ได้แล้ว  เมียป่วยทั้งคน...พี่ก็ต้องดูแล  เซฮุนอย่าคิดมากนะครับ”

 

            “ขอบคุณนะครับแด๊ดดี้  เซฮุนรักแด๊ดดี้ที่สุดเลย”

 

ฟอดดดด!!!

 

            (คุณแม่หอมผมด้วยสิฮะ!!)

 

            “แม่ก็รักฮิโรกินะครับ...รักมากๆ”

 

            ความสุขมันล้นหัวใจ...และแก้มนุ่นของลูกชายก็ถูกทั้งคุณแม่และคุณพ่อฝังความรักเอาไว้อย่างอ่อนโยน  เราทั้งสามคนอาจไม่ได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ  บางวันอาจมีข้อโต้แย้ง  บางวันอาจมีปากเสียง  หรือในหลายๆวันก็อาจไม่อยู่ทานอาหารอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา  แต่เมื่อมีความเข้าใจเป็นฐาน  มีความเชื่อมั่นในกันและกัน...ปัญหาต่างๆก็กลายเป็นเรื่องเล็กไปในทันที

 

ขอบคุณสามี...ที่ทำหน้าที่ได้ดีมากๆ  ขอบคุณลูกชาย...ที่คอยอยู่เคียงข้าง  และแม่คนนี้ก็จะรีบหายไวไวเพื่อกลับมาดูแลทุกคนเหมือนเช่นเดิม

 

 

 

 

 

 

 







 

 






 








ห้องอาหารไทย

12.10 น.

 

            “น้ำแตงโมปั่นได้แล้วค่ะ”

 

            “ขอบคุณฮะ”

 

            เป็นเมนูอย่างแรกที่สั่ง...แล้วก็เป็นอย่างแรกที่ได้ลิ้มรสสมใจเด็กแปดขวบ  ส่วนอาหารที่สั่งไปแล้วอย่างไก่ย่าง  ปลาทอด  หรือต้มยำกุ้งก็คงใกล้จะมาเสิร์ฟในไม่ช้า  ฮิโรกิอยากกินไก่ย่าง...คนเป็นพ่อจึงต้องพาครอบครัวลงมาทานมื้อกลางวันที่ห้องอาหารไทย  แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้...ผลไม้เนื้อแดงหวานฉ่ำกำลังทำให้เด็กน้อยหลงลืมของโปรดอย่างไก่ย่างไปชั่วขณะ  แตงโมชิ้นเล็กๆที่ใช้ตกแต่งแก้วทรงสูงของเครื่องดื่มปั่น  สามารถดึงดูดสายตา  ดึงดูดความสนใจ  และความหวานที่มาพร้อมกับความเย็นก็ทำให้ฮิโรกิรู้สึกสดชื่นได้ไม่น้อย

 

            “พี่จงอินมีประชุมอีกไหมครับ?”

 

            “มีตอนเย็นครับ...แต่คงใช้เวลาไม่นาน  เซฮุนมีอะไรหรือเปล่า?”

 

            “เปล่าครับ...เซฮุนแค่ถามเฉยๆ”

 

            “คุณแม่อยากกลับบ้านแล้วใช่ไหม?”

 

            เข้าใจความรู้สึกของภรรยาเป็นอย่างดี...เพราะเจ้าตัวไม่เคยห่างบ้านไปไหนนานขนาดนี้  และใบหน้าเรียวสวยที่กำลังออกอาการงอแงก็เป็นสิ่งที่ฟ้องทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว  จงอินไม่รู้จะทำเช่นไรให้เซฮุนรู้สึกดีกว่านี้  เรื่องผู้ชายที่ชื่อไซมอนก็ยังไม่เคลียร์  ตอนเย็นก็ต้องเข้าประชุม  และอีกสองวันหมอถึงจะเข้ามาตรวจร่างกายของคนเจ็บ  ทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นมันทำให้เขาต้องตัดสินใจพาทุกคนมาใช้ชีวิตอยู่ในโรงแรม

 

 

            จะทิ้งเซฮุนให้อยู่บ้านคนเดียวก็ไม่ได้  ลูกบุญธรรมก็ไม่มีใครดูแล  ภรรยาของพี่ชายใจดีอย่างมินโฮก็กำลังตั้งครรภ์  จงอินจึงไม่อยากเอาหน้าที่หรือสิ่งที่ตัวเองต้องความรับผิดชอบไปฝากฝังไว้กับคนอื่น  ทุกๆคนต่างก็มีครอบครัวที่ต้องดูแล  สามีอย่างเขาจึงต้องพาลูกพาเมียมาอยู่ในที่ที่มีทั้งความปลอดภัย  ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา  และได้ทำงานโดยที่ไม่ต้องมาคอยกังวลกับเรื่องใด  การมีคนรักอยู่ในสายตา  มีลูกชายอยู่ข้างกายหรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ใช้สอย...มันก็รู้สึกอบอุ่นใจมากกว่าการปล่อยให้คนทั้งคู่อยู่บ้านกันตามลำพัง

 

แต่.....

 

            “อยากกลับบ้านไปนอนกอดพี่จงอินครับ  อยู่ที่โรงแรมไม่ได้กอดเลย...พี่จงอินปล่อยให้เซฮุนนอนคนเดียว”

 

            เป็นคำตอบ  เป็นคำออดอ้อน  และเป็นคำที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน  แถมตัวเองยังกลายเป็นคนผิดทั้งๆที่อยากกอดเมียใจจะขาด  จงอินเกรงว่าการขยับกายโดยไม่ตั้งใจเวลาหลับลึกจะส่งผลกระทบต่ออาการบาดเจ็บของภรรยา  และลูกชายก็นอนดิ้นเกินกว่าจะให้นอนร่วมเตียงเดียวกัน  แต่สุดท้ายความหวังดี  ความเป็นห่วง  หรืออีกสารพัดความกังวลกลับเป็นสิ่งที่สร้างความน้อยใจให้เซฮุน

 

            “ผมก็อยากนอนกอดคุณแม่เหมือนกัน  แด๊ดดี้ตัวไม่หอมเหมือนคุณแม่เลยฮะ  แล้วแด๊ดดี้ก็ตัวแข็งเหมือนก้อนหิน!

 

            ผิวคุณแม่นุ่มเหมือนขนมเค้ก  แถมยังมีกลิ่นหอมเหมือนดอดกุหลาบในสวนหลังบ้าน...ฮิโรกิจึงชอบนอนกับเซฮุนมากกว่าคนที่มีกล้ามเนื้อสมส่วนแบบจงอิน  และทุกครั้งที่นึกถึงคุณยายหรือถูกเพื่อนที่โรงเรียนแกล้งหลอกผี  เจ้าตัวก็มักจะมาขออนุญาตนอนห้องเดียวกับคุณแม่เสมอ  แต่พอเกิดเรื่องที่ทำให้เซฮุนมีอาการบาดเจ็บ...ฮิโรกิจึงเหมือนจะต้องทำใจ  ต้องเข้าใจ  และต้องนอนกับคุณพ่อไปจนกว่าทุกอย่างจะดีขึ้น

 

            “ถ้าฮิโรกิทานข้าวเยอะๆ...คืนนี้แม่จะให้นอนด้วยครับ?  แล้วมื้อนี้ก็ต้องงดทานของหวาน”

 

            “แต่ผมอยากกินทับทิมกรอบหนิฮะ”

 

            “แม่ไม่อนุญาตครับ...”

 

            “แด๊ดดี้!!!!!...คุณแม่ไม่ให้ทานขนมอีกแล้วฮะ”

 

            ช่วยเหลือลูกชายได้ทุกเรื่อง...ยกเว้นเรื่องนี้  เพราะการที่เจ้าตัวทานน้ำแตงโมจนหมดแก้วทั้งๆที่อาหารหลักยังไม่ได้มาเสิร์ฟเลยสักเมนู  มันเป็นสิ่งที่สร้างความไม่พอใจให้คนเป็นแม่  ฮิโรกิตัวเล็กกว่าเด็กในวัยเดียวกัน  และการทานของหวานมากกว่าอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายก็เป็นนิสัยที่ยังแก้ไม่หาย  ถูกเตือนก็งอน  ถูกบ่นก็ร้องขอความช่วยเหลือ  ซึ่งพ่ออย่างเขาก็คงไม่สามารถตามใจลูกได้ในเรื่องนี้  แล้วการเป็นสามีก็ไม่อาจขัดใจภรรยาได้เช่นกัน

 

เป็นพ่อคนมันไม่ง่าย...เป็นสามีก็ยากเกินกว่าที่คาดไว้  แล้วระหว่างลูกงอนกับเมียโกรธ  มันก็เป็นอะไรที่น่ากลัวยิ่งกว่าวันโลกแตก!!

 

            (ไก่ย่างมาแล้วครับ!!)

 

            “อายอลลล!!!

 

            [แล้วหลานของอาก็ต้องได้กินของหวาน]

           

            “อาแบคคคค!!!!

 

            ต้องขอบคุณเจ้าของชื่อทั้งสองคน...เพราะการมาโดยไม่บอกไม่กล่าว  มันช่วยให้สถานการณ์ตึงเครียดเมื่อครู่ถูกมองข้ามไปในทันที  ฮิโรกิส่งเสียงร้อยด้วยความดีใจและอ้อนให้เพื่อนรักของคุณพ่ออุ้มอย่างที่เคยชอบ  ชานยอลตัวใหญ่เหมือนยักษ์...ฮิโรกิจึงชอบให้อุ้มแล้วยกขึ้นไปสูงๆ  ส่วนแบคฮยอนก็เปรียบเหมือนนางฟ้าสำหรับเด็กที่ชอบของหวาน  เพราะฮิโรกิจะได้ทานของโปรดโดยไม่ถูกคุณแม่ดุ

 

            “มาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?”

 

            “เมื่อคืน...”

 

            “แล้วมึงกับน้องแบคพักที่ไหน...ทำไมไม่มาพักโรงแรมกู”

 

            “ไว้คุยกันทีหลัง...”

 

            ทราบดี...ว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ปกติ  แต่มันก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาซักไซ้หรือเค้นเอาความจริง  คนเป็นภรรยาจึงต้องแสร้งยิ้ม  พร้อมสั่งอาหารเพิ่มเติมตามจำนวนคนที่มากขึ้น  ดีใจที่เพื่อนสนิทเดินทางมาหาถึงญี่ปุ่น  แต่การมาโดยไม่บอกไม่กล่าว  ไม่มีข้อความ  และไม่มีการนัดหมายมันก็เป็นสิ่งที่น่าสงสัย

 

            “วันนี้ผมไปนอนกับอาแบคอายอลดีกว่า”

 

            “ไม่มีใครอยากนอนกับแม่แล้วเหรอครับ”

 

            “ก็คุณแม่เจ็บขาหนิฮะ...แล้วคุณพ่อก็ไม่อนุญาตให้ผมนอนกับคุณแม่ด้วย”

 

            “เป็นห่วงแม่หรืออยากไปกินช็อคโกแล็ตกับอาแบค  หื้มม?”

 

            “งืออ...”

 

            รีบผละจากอกคุณอาตัวใหญ่...แล้วกอดคนเป็นแม่เอาไว้อย่างออดอ้อน  เพราะการถูกจับได้มันช่างน่าอายเหลือเกิน  รอยยิ้ม  ความสุข  และเสียงหัวเราะ  เกิดขึ้นท่ามกลางมื้อเที่ยงที่แสนอร่อย  แล้วมันก็เป็นเวลานานมาก...ที่พวกเขาไม่ได้ทานอาหารพร้อมหน้ากันแบบนี้  ส่วนคนที่ดูจะมีความสุขมากกว่าใครๆ  ก็คงจะเป็นแปดขวบ  เนื่องจากได้ทานไก่ยางสมใจ  ได้เจอคุณอาทั้งสองคน  แถมยังได้ทานในสิ่งที่ถูกคุณแม่ห้ามเอาไว้    

 

            “ทับทิมกรอบมาแล้วครับฮิโรกิ!!

 

            “แบค...อย่าตามใจหลานนักสิ”

 

            “แบคมีหลานคนเดียวนะ  ไม่ตามใจหลานแล้วจะให้ตามใจใคร?”

 

            ทำได้เพียงส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจ...เพราะห้ามปรามอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง  แล้วคนที่ชอบทานของหวานเหมือนกันก็แทบไม่สนใจเสียงบ่นหรือคำตักเตือนเลยแม้แต่น้อย  ส่วนสามีกับแฟนของเพื่อนรัก...ก็เอาแต่หยิบเอกสารออกมาอ่านและทำให้ห้องอาหารกลายเป็นห้องประชุมไปโดยปริยาย  เซฮุนไม่ได้น้อยใจกับสิ่งที่เกิดในตอนนี้  แถมยังเข้าใจดีว่าจงอินงานเยอะแค่ไหน

 

 

            การมาอย่างกะทันหันของชานยอล...อาจเป็นเรื่องฉุกเฉินที่ต้องคุยกันต่อหน้า  และอาจเป็นเรื่องสำคัญเกินกว่าจะสื่อสารด้วยโทรศัพท์  ถ้าไม่ใช่เรื่องของการปรับปรุงโรงแรมของสาขาต่างๆในเกาหลี  ก็คงเป็นการก่อสร้างสาขาใหม่ที่ฝรั่งเศส  เรื่องงานก็ต้องจัดการ  ภรรยาก็ยังบาดเจ็บ  และลูกชายก็ต้องการคนดูแล  เซฮุนจึงไม่อยากเอาความสงสัย  ความกังวล  หรือความวิตกจริตไปใส่ร้ายสามี

 

            “เซฮุนอิ่มหรือยังครับ??” 

 

            “อิ่มแล้วครับ”

 

            “ชานยอล...มึงไปรอกูที่ห้องทำงาน  //  น้องแบค...พี่ฝากฮิโรกิหน่อยนะครับ”

 

            รีบวางเอกสารไว้บนโต๊ะ...และเอ่ยถามภรรยาด้วยความเป็นห่วง  เพราะการนั่งนานๆมันส่งผลเสียต่ออาการบาดเจ็บ  เซฮุนถูกอุ้มให้นั่งลงบนรถเข็นอย่างเบามือก่อนพาออกไปจากห้องอาหารไทย  เนื่องจากคนเจ็บต้องการการพักผ่อน  ต้องทานยาหลังอาหาร  และดี...ที่การมาของเพื่อนซี้มันช่วยให้คนเป็นสามีทำอะไรๆได้ง่ายขึ้น  ลูกชายมีคนดูแล  งานก็เริ่มเดินหน้า  แล้วอีกไม่นานปัญหาที่ค้างคามาเกือบหนึ่งอาทิตย์ก็คงจะลงตัว

 

...

 

 

...

 

 

...

 

14.23 น.

 

ปึ่กกก!!!

 

            แฟ้มขนาดใหญ่...ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานด้วยความสะใจ  เพราะแผนที่วางเอาไว้มันได้ผลตรงตามเป้าหมาย  ใครจะเก่ง  ใครจะรวย  หรือใครจะมีอำนาจมากกว่าใคร  คิม  จงอินไม่เคยสน  แต่คนที่ทำให้ภรรยาของเขาบาดเจ็บ  มันจะต้องเจ็บกว่าหลายเท่า  ส่วนจะเจ็บตัวหรือเจ็บใจมันก็แล้วแต่อารมณ์ของผู้ถูกกระทำ  และตอนนี้...ทุกที่ดิน  ทุกพื้นที่  ทุกซอกทุกตึกที่คนชื่อไซมอน  โดมินิกอยากได้  ก็ถูกหุ้นส่วนรวมถึงเพื่อนๆเจ้าของโรงแรมช่วยกันซื้อตัดหน้าไปทั้งหมด  แล้วก็อย่าหวังว่าจะกลับมาซื้อที่ดินในหมู่บ้านของภรรยาได้อีก ไม่อย่างนั้น...สิ่งสุดท้ายที่จะไม่เหลือก็คือชีวิต!!!

 

            “มึงจะเอาที่ดินตรงนั้นไปทำอะไรวะ?”

 

            “ยังไม่ได้คิด...แต่ไม่สร้างโรงแรมแน่นอน”

 

            “คิดออกเมื่อไหร่ก็บอกกูด้วยล่ะกัน  แต่อย่าเยอะนะเว้ย..กูเหนื่อย!!

 

            คนเป็นวิศวกร...อยากฆ่าเพื่อนให้ตายวันละหลายหน  เพราะงานปรับปรุงโรงแรมในแต่ละสาขามันก็ล้นมือจนแทบไม่ได้พักผ่อน  แล้วงานที่ได้รับมอบหมายล่าสุดก็ยังเป็นสิ่งที่นอกเหนือจากอาชีพอีกครั้ง  การประมูลที่ดินนอกประเทศ  การสืบหาข้อมูลของผู้ชายที่ชื่อไซมอนและพรรคพวก  ทุกๆอย่างคือสิ่งที่คนมีอาชีพวิศวกรต้องจัดการ  โดนเมียบ่น  ถูกพ่อ(ตา)ด่า  แถมยังเสี่ยงต่อชีวิตถ้าเกิดความผิดพลาด  แล้วการกว้านซื้อที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ตัดหน้าผู้ชายคนนั้นก็อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของชีวิต

 

            “แล้วตกลงมึงพักอยู่ที่ไหน?”

 

            “พอดีน้องแบคอยากแช่ออนเซ็น...กูเลยไปพักโรงแรมAAที่จังหวัดคานากาว่า”

 

            “แล้วจะกลับวันไหน?”

 

            “กลับพรุ่งนี้เช้า...แล้วเซฮุนเป็นไงบ้างวะ?”

 

            “เฮ้อออ!!...ก็ดีขึ้น  แต่หมอยังไม่ให้เดิน”

 

            จำได้ดี...ว่าวันแรกที่เกิดเรื่อง  เซฮุนนอนร้องไห้ทั้งคืนเพราะปวดขา  และเป็นค่ำคืนที่ทำให้สามีอย่างเขาปวดใจจนเกิดจะรับไหว  กินยาก็ไม่หาย  นวดให้ก็ไม่บรรเทา  จนสุดท้าย...ความเพลียก็พาให้คนเจ็บหลับไปทั้งน้ำตา  จงอินยอมรับว่าเหนื่อยแต่มันก็ทำให้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าหน้าที่ของเซฮุนมันมีมากมายแค่ไหน  ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อทำอาหารให้ลูกชาย  ไหนจะซักผ้า  ดูแลบ้าน  ทำสวนพรวนดิน  ตัดดอกไม้ส่งขายในตลาด  ซึ่งทุกๆอย่างก็เป็นสิ่งที่สามีทำได้ไม่ดีสักเท่าไหร่

 

เป็นลูกมือยังพอไหว...แต่จะให้ทำเหมือนเซฮุนก็คงทำไม่ได้แน่นอน

 

            “แล้วเรื่องคนที่ชื่อไซมอนมึงจะเอายังไง...มึงเล่นซื้อทุกอย่างตัดหน้ามันแบบนี้  กูว่ามันต้องหาทางเอาคืนแน่ๆ”

 

            “ถ้ากล้าก็ลองดู...”

 

            หาทางรับมือไว้แล้ว...และทราบดีว่าควรจัดการเรื่องนี้เช่นไร  แล้วก็เข้าใจว่าเพื่อนกำลังเป็นห่วง  คนอย่างคิม  จงอิน...ไม่ได้ทำทุกอย่างเพื่อความสะใจ  แต่ทำเพื่อตัดวงจรคนแบบไซมอน  เงินก็มี  พรรคพวกก็มี  แล้วชื่อเสียงหรือฐานนะทางสังคมของเขาก็หน้าเชื่อถือกว่าผู้ที่เพิ่งเริ่มหัดทำธุรกิจ แถมยังทำอย่างผิดกฎหมาย  การจะซื้อที่ดินสักผืนหรือหาที่ทางต่อยอดธุรกิจ  มันควรจะได้มาซึ่งความถูกต้อง  ไม่ใช่ได้มาจากการข่มขู่  การทำร้ายร่างกาย  และซื้ออะไรสักอย่างเพียงเพราะมีเงิน

 

 

            พื้นที่บางที่อาจได้ไม่คุ้มเสีย  ผืนดินบางแห่งอาจไม่เหมาะแก่การทำเงิน  แล้วนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมานานอย่างคิม  จงอินก็ทราบเรื่องนี้ดีกว่าใครๆ  ประมูลที่ดินกี่แห่งก็ไม่เคยพลาด  โรงแรมทุกสาขาทั้งในเกาหลี  จีน  และญี่ปุ่นก็ทำกำไรให้อย่างมหาศาล  แถมสาขาใหม่ที่ฝรั่งเศสก็ใกล้จะเปิดบริการในอีกไม่ช้า  มีเงินอย่างเดียวใช่ว่าจะเพียงพอ  เพราะมันต้องมีทั้งความรู้  มีเพื่อนฝูงที่ไว้ใจได้  และมีทีมงานที่เก่งรอบด้าน  ซึ่งคนเหล่านั้นเขามีพร้อมอยู่เสมอ  แล้วคนอย่างไซมอน  โดมินิกล่ะ...มีอะไรบ้าง???

 

            “กูไปหาน้องแบคก่อนแล้วกัน...ป่านนี้พาหลานกินขนมจนท้องแตกแล้วมั้ง”

 

            “ขอบใจชานยอล...แล้วฝากบอกคุณอาด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วง”

 

            “อืมม...มึงก็พักผ่อนบ้างล่ะ  หน้าตาเหมือนคนใกล้ตาย!!”

 

            หนวดเคราไม่โกน  สีหน้าก็เคร่งขรึมตลอดเวลา  แถมยังดูอิดโรยจนหมดคราบเจ้าของโรงแรม  ชานยอลจึงอดที่จะท้วงติงไม่ได้  เรื่องของเซฮุนก็น่าเป็นห่วง  เรื่องของผู้ชายที่ชื่อไซมอนก็ต้องคอยระวังหลังเอาไว้เสมอ  แล้วไหนจะงานของตัวเองที่ล้นจนแทบไม่มีวันหยุด  ทุกอย่างๆเป็นสิ่งที่พาลให้คนเป็นวิศวกรรู้สึกกังวลใจ  และดีที่โรงแรมสาขาใหม่ในฝรั่งเศสมันสร้างเสร็จไปแล้ว  ไม่อย่างนั้น...ชานยอลคงเหมือนคนใกล้ตายอย่างที่เพื่อนผิวเข้มกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้

 

            “เย็นนี้อยู่กินข้าวกับหลานก่อนสิ!

 

            “ก็อยากอยู่...แต่กูกับน้องแบคจองออนเซ็นส่วนตัวเอาไว้ตอนสองทุ่ม”

 

            “จะออนเซ็นหรือออนท๊อป...แช่ออนเซ็นนานๆระวังจะหน้ามืดนะมึง”

 

            “จะออนท๊อปออนเซ็นก็เรื่องของกูเหอะ...มึงรีบไปประชุมเลยไป”

 

            เห็นเพื่อนยังพูดล้อเล่นได้ก็โล่งใจ...แต่ใช่ว่าจะทำให้หมดความกังวล  เพราะคนที่เป็นทั้งเจ้าของโรงแรม  เป็นสามี  และเป็นพ่อของเด็กแปดขวบ  มันคงมีอะไรให้ทำอีกมากมายแล้วก็คงเหนื่อยกับสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ  ขนาดเขาเป็นเพียงแค่วิศวกรและเป็นคนรักของแบคฮยอนยังเหนื่อยสายตัวแทบขาด  แล้วเพื่อนผิวเข้ม...มันจะเหนื่อยสักแค่ไหน??

 

แค่คิด...ก็ปวดหัว  (><!!!

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

ห้อง  1204

17.54 น.

 

แกร๊กก!!!

 

            “ทำไมอาแบคอายอลกลับเร็วจังเลยฮะ?”

 

            “กลับไปหาคุณตาครับ  คุณตาอยู่คนเดียวเหงาแย่เลย”

 

            “แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้ไปหาคุณตาล่ะฮะ?”

 

            “ก็พ่อสัญญาแล้วไงครับ...ว่าฮิโรกิปิดเทอมเมื่อไหร่  พ่อจะพาไปเกาหลีทันที”

 

            “เย้!!!....”

 

            โบกมือน้อยๆ...อำลาคุณอาที่ควรจะเป็นคุณลุง  แต่คำว่า  “ลุง”  มันฟังแล้วระคายหู  หนึ่งในคุณลุงอย่างแบคฮยอนจึงต้องทำข้อตกลงกับหลานรักในเรื่องการใช้สรรพนาม  ฮิโรกิปิดประตูห้องเหมือนคนหมดแรง  เพราะการได้เล่นกับชานยอลหรือการได้ทานขนมกับคุณอาตัวเล็ก  มันเป็นเรื่องสนุกจนไม่อยากจะเอ่ยกล่าวคำลา  แต่...พอได้ยินว่าคุณตากำลังเหงาและปิดเทอมคุณพ่อจะพาไปเกาหลี  เด็กน้อยจึงรู้สึกดีขึ้นพร้อมส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ

 

            “แล้วเย็นนี้เราจะทานอะไรกันดีครับ?”

 

            “รอถามคุณแม่ก่อนดีไหมฮะ?”

 

            “งั้นเราไปปลุกคุณแม่กันดีกว่า”

 

            ไม่ได้อยากรบกวนเวลาพักผ่อน...แต่การนอนมากเกินไปก็ใช่ว่าจะเป็นผลดี  หลับลึกจนต้องปลุก  และยาหลังอาหารในแต่ละมื้อก็ออกฤทธิ์จนทำให้คนทานนอนไม่รู้เวล่ำเวลา  ฮิโรกิขี่หลังคุณพ่อก่อนกายสมส่วนจะเดินตรงไปที่ห้องนอน  จงอินผลักแผ่นไม้บานใหญ่ออกอย่างช้าๆแล้วก้าวขาไปที่เตียงกว้างพร้อมรอยยิ้ม  ใบหน้าเรียวสวยที่หลับพริ้มอยู่บนหมอนใบโตในตอนนี้  มันเหมือนภาพที่เขาแอบถ่ายและตั้งเป็นรูปในสายเรียกเข้า  ซึ่งมันพาให้คนเป็นสามียิ้มได้ทุกครั้งที่เห็น

 

            “เซฮุนน...ตื่นได้แล้วครับ  //  คุณแม่ฮะ...ตื่นมาเล่นกันเถอะฮะ”

 

จุ้บบ!!!

 

            ไม่ใช่นิทานเรื่องเจ้าหญิงนิทรา...แต่คนที่หลับใหลมาตั้งแต่หลังมื้อเที่ยงก็สามารถตื่นเมื่อได้รับจูบจากปากเล็กๆของลูกบุญธรรม  ดวงตาคู่สวยกระพริบถี่เพื่อโฟกัสและสิ่งแรกที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือใบหน้าของคมเข้มของสามีพร้อมรอยยิ้มของฮิโรกิ

 

            “พี่จงอินประชุมเสร็จแล้วเหรอครับ”

 

            “เสร็จแล้วครับ”

 

            “เหนื่อยไหมครับ”

 

            “ไม่เหนื่อยเลยครับคนดี”

 

            ถ้าลูกชายไม่ได้อยู่ในห้อง...จงอินคงจะฟัดภรรยาแสนดีจมเตียงไปแล้ว  เพราะขนาดเจ็บจนเดินไม่ได้  หลับไปนานจนต้องปลุก  หรือยังทำสิ่งใดไม่ได้เหมือนเดิม  แต่เซฮุนก็ยังห่วงใยสามีก่อนตัวเองเสมอ  และถ้าไม่มีอาการบาดเจ็บ...น้ำอุ่นก็คงถูกเติมเอาไว้จนเต็มอ่าง  ชุดนอนก็คงวางเตรียมเอาไว้ที่ปลายเตียง  แถมยังได้รับการบีบนวดจนรู้สึกสบายตัว

 

ใครจะหาเมียที่ดีแบบนี้ได้...ส่วนใครจะอิจฉาสามีอย่างคิม  จงอิน  มันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร  

 

            “แล้วแบคกับคุณชานยอลล่ะครับ?”

 

            “กลับไปแล้วฮะคุณแม่  แด๊ดดี้บอกว่าอาแบคกับอายอลต้องรีบกลับไปหาคุณตา  คุณตาเหงามากเลยฮะ”

 

            รู้ได้ทันที...ว่าเป็นคำกล่าวที่เอาไว้หลอกเด็กและได้แต่ยิ้มรับกับสิ่งที่คนเป็นลูกบอกเล่า  เซฮุนยังคงเชื่อใจจงอินอยู่เสมอ  แต่อีกใจก็รู้สึกเป็นกังวลเพราะงานบางอย่างของสามีมันค่อนข้างอันตราย  จำได้ดี...ว่าการถูกยิงเมื่อหลายปีก่อนมันเกิดจากงานประมูลที่ดิน  และผู้ร่วมประมูลก็กลายเป็นศัตรูเมื่อพ่ายแพ้  หวังว่าการที่ชานยอลกับเพื่อนรักเดินทางมาที่นี่แบบกะทันหันมันจะไม่เกี่ยวข้องกับการประมูลที่ดินแห่งใหม่  แต่ถ้าเป็นอย่างที่กังวลก็คงต้องทำใจและคอยอยู่เคียงข้างสามี...เนื่องจากมันเป็นธุรกิจของครอบครัว

 

            “พาคุณแม่ไปอาบน้ำดีกว่า...เดี๋ยวจะได้มาทานอาหารค่ำด้วยกัน”

 

            “ผมจะอาบน้ำให้คุณแม่เองฮะ!!

 

            “งั้นแด๊ดดี้จะเป็นคนสระผมให้คุณแม่...ตกลงไหมครับ!!?”

 

            “Deal!!

 

            พ่อลูก...ตกลงหน้าที่กันโดยไม่ถามคนเป็นแม่เลยสักคำ  แล้วคนเจ็บก็ถูกอุ้มเข้ามาในห้องน้ำตามข้อตกลง  ไม่ใช่ครั้งแรกที่สามคนพ่อแม่ลูกอาบน้ำพร้อมกัน  เพราะทุกครั้งที่เซฮุนต้องงดการเคลื่อนไหวร่างกาย...จงอินกับฮิโรกิก็จะช่วยกันดูแลไปจนกว่าจะหายดี

 

แต่....

 

            “พี่จงอินจะโกนหนวดไหมครับ...เซฮุนจะโกนให้”

 

            “เดี๋ยวพี่โกนเองครับ”

 

            “แล้วเมื่อไหร่จะโกนสักทีล่ะครับ?”

 

            “พะ...พรุ่ง!

 

            “ตอนนี้เลยครับ!!!...เซฮุนจะโกนให้!

 

            การออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง...มันพาให้คนเป็นสามีต้องยอมทำตามโดยไม่อาจโต้แย้ง  จงอินจำเป็นต้องอุ้มภรรยาขึ้นมานั่งบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า  และตัวเองก็ต้องยืนนิ่งๆให้เจ้าของมือบางช่วยเสริมความหล่อเหลา  ครีมโกนหนวดถูกป้ายลงบนสันกรามคมก่อนใบมีดจะค่อยกดลงผิวเนื้ออย่างแผ่วเบา  ส่วนเด็กแปดขวบก็กำลังสนุกอยู่กับฟองสบู่ในอ่างอาบน้ำ

 

            “พี่จงอินอย่ายิ้มสิครับ...เซฮุนโกนหนวดไม่ถนัด”

 

            “อยากจูบ”

 

            เป็นการโกนหนวดด้วยความยากลำบาก...เพราะเจ้าของใบหน้าคมเข้มขยับยุกยิกและคอยพูดให้เสียสมาธิอยู่ตลอดเวลา  แถมมือหนาที่จับเอวภรรยาเอาไว้ในตอนแรกก็เริ่มเลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆ  เรื่อยๆจนถึงสะโพกอวบ  ผ้าขนหนูผืนเล็กถูกซับครีมสีขาวออกจากบริเวณเหนือริมฝีปากของสามีและต่อด้วยบริเวณปลายคางเพื่อดูความเรียบร้อย  แต่....

 

            “แด๊ดดี้!!...ถ้าแด๊ดดี้ไม่อยู่นิ่งๆเซฮุนจะฟ้องฮิโรกินะครับ!?”

 

            “โธ่...คุณแม่ไม่สงสารแด๊ดดี้บ้างเหรอ  แด๊ดดี้ใจจะขาดแล้วนะครับ”

 

            “งั้นให้จูบนิดนึงก็ได้นะคะ...ครับ  อื้มม!!

 

            ใช่ว่าจงอินคนเดียวที่ต้องอดทน  ต้องระงับความต้องการ  หรือต้องเก็บความรู้สึกต่างๆเอาไว้  และอาการบาดเจ็บมันก็เหมือนเป็นตัวตัดสินทุกอย่าง  เซฮุนไม่อยากเป็นภาระหรือตัวถ่วงไปมากกว่านี้  เขาจึงพยายามข่มใจเอาไว้ก่อนที่ขาอักเสบขึ้นมาอีกรอบ  แต่ก็ดูเหมือนว่า...สิ่งที่พยายามทำมาทั้งหมดจะพังทลายไปพร้อมๆกับคำอนุญาตที่เอ่ยไปเมื่อครู่

 

 

            ลิ้นอุ่นชื้น...กวาดต้อน  กอบโกย  และเกี่ยวพันความหวานให้สมกับวันเวลาที่ห่างหาย  มือหนาสอดเข้าไปด้านในของกางเกงผ้าสีเข้มก่อนบีบความกลมกลึงเอาไว้จนเต็มไม้เต็มมือ  ส่วนคนที่ถูกพังทลายความอดทนจนไม่เหลือชิ้นดี  ก็ค่อยๆขยับเอียงใบหน้าเพื่อให้สอดคล้องกับรสจูบที่ร้อนแรง  และจากริมฝีปากบางก็ไล่เลื่อนลงมาที่ลำคอขาว  หัวไหล่  ยอดอก  แล้วก็........

 

            (คุณแม่!!!...โกนหนวดให้แด๊ดดี้เสร็จหรือยังฮะ?)

 

            “อื้มมม...พอก่อนครับพี่จงอิน  อ๊ะ!!  //  เสร็จแล้วคะ...ครับฮิโรกิ!

 

ฟอดดด!!!

 

            “ขอบคุณนะครับคุณแม่คนเก่ง”

 

            “เซฮุนขอโทษ...เซฮุนรักแด๊ดดี้นะครับ”

 

            “ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ  แล้วพี่ก็รักเซฮุนมากๆ...มากที่สุดในโลกเลย”

 

            ดี...ที่ห้องน้ำกับอ่างล้างหน้ามันแยกส่วนกันอย่างชัดเจน  ไม่อย่างนั้นพ่อกับแม่ก็คงไม่ได้เติมเต็มความรักอย่างที่ใจปรารถนา  แต่ถ้าทำได้มากกว่าโอบกอด  การจูบ  หรือการสัมผัสมันก็คงจะรู้สึกดีกว่านี้ แถมการถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเรียกลูกชายก็พาลให้ต่างคนต่างอารมณ์ค้างกันไปทั้งคู่  จงอินประทับความห่วงใยไว้บนแก้มนุ่มก่อนเอ่ยคำที่พาให้เซฮุนยิ้มได้อีกครั้ง  และการอาบน้ำของพ่อแม่ลูกก็ได้เริ่มต้นขึ้นในอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่  เสียหัวเราะ  สายน้ำที่ไหลวน  ฟองครีมสีขาวหรือกลิ่นหอมๆอ่อนของยาสระผม  ก็คล้ายจะเป็นตัวเชื่อมความรักของครอบครัวให้แนบแน่นมากขึ้น

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

18.45 น.

 

!!!!!!!!!

 

!!!!!!!!!

 

            เสียงไดร์เป่าผม...ไม่ได้สร้างความรำคาญให้คนที่นั่งอยู่หน้ากระจกเลยแม้แต่น้อย  เพราะการถูกดูแลเป็นอย่างดีจากสามีและลูกชาย  มันคือสิ่งที่ทำให้ผู้เป็นแม่มีความสุขมากที่สุด  ครีมทาผิวถูกชโลมลงบนแขนทั้งสองข้างก่อนส่วนล่างจะได้ฮิโรกิเป็นผู้ช่วยในการบำรุงผิว

 

            “ขอบคุณนะครับคนเก่ง”

 

            “ทาเยอะๆเลยนะฮะ...คุณแม่จะได้ตัวหอมๆ”

 

            “ฮิโรกิไปทาให้แด๊ดดี้บางสิ...แด๊ดดี้จะได้ตัวไม่แข็งเหมือนก้อนหิน”

 

            “แด๊ดดี้ไม่ชอบทาครีมฮะ...แด๊ดดี้บอกว่ามันเหนียว”

 

            ได้แต่ส่งยิ้มให้ลูกชาย...เพราะเจ้าตัวรู้ใจและไม่นำสิ่งที่ให้ความรู้สึกเหมือนกาวมาทาตามแข้งตามขาให้เขาอย่างที่ทำให้กับคุณแม่  จงอินยังขอยืนยันคำเดิมว่าไม่ชอบการทาครีมพอๆกับการกินวิตามินก่อนนอน  ยาแต่ละเม็ดมีขนาดใหญ่จนกลืนไม่ลง  แถมวิตามินบางยี่ห้อก็เหม็นจนกินไม่ไหว  จะทาแล้วผิวดี  จะกินแล้วแข็งแรง  หรือจะให้คุณค่าในทางไหน...จงอินก็ไม่ชอบเลยสักอย่าง

 

Rrrr!!!!

 

Rrrr!!!!

 

            “ฮิโรกิเป่าผมให้คุณแม่แทนแด๊ดดี้หน่อยครับ  แด๊ดดี้จะไปรับโทรศัพท์”

 

            “ฮะ!!!....”

 

Rrrr!!!

 

            จำเป็นต้องไหว้วานลูกชาย...เพราะเสียงของโทรศัพท์ประจำห้องพักมันทำให้จงอินต้องเดินไปหัวเตียง  และคนปลายสายก็น่าจะเป็นพนักงานในโรงแรม  ถ้าเป็นคุณเลขาหรือลูกค้าคนสำคัญก็คงจะติดต่อเข้ามาที่เครื่องส่วนตัว  คนเป็นเจ้านายจึงอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมโทรศัพท์ในห้องพักถึงดังในเวลานี้ 

 

            “สวัสดี...”

 

            (สวัสดีค่ะคุณจงอิน  จากห้องอาหารจีนนะคะ...อาหารค่ำพร้อมแล้วค่ะ)

 

            “พร้อมแล้วก็เอาขึ้นมาสิ...!!!?”

 

            (ค่ะ ๆ ๆ ๆ...!!!)

 

            โทรบอกก็โดนด่า  ขึ้นมาเสิร์ฟตามเวลาที่สั่งไว้ก็ถูกกดดันด้วยสายตา...พนักงานในโรงแรงจึงไม่รู้จะทำเช่นไรให้ถูกใจคนเป็นเจ้านาย  ส่วนเจ้าของเสียงทุ้มที่วางสายด้วยความหงุดหงิดก็คงจะต้องเรียกหัวหน้าในแผนกต่างๆเข้าประชุมเป็นการด่วน  แต่จงอินคงไม่รู้เลยว่า...พนักงานของห้องอาหารไทยคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้พนักงานในห้องอาหารจีนต้องโทรมาถามก่อนทำการเสิร์ฟมื้อค่ำ  เพราะถ้าเข้ามาเสิร์ฟอาหารในตอนที่เซฮุนกำลังเปลือยท่อนบนเหมือนตอนมื้อเช้า  พวกเขาอาจถูกไล่ออกหรือโทษน้อยกว่านั้นก็คือหักเงินเดือน

 

            “อาหารค่ำจะมาแล้วครับ...เรามาช่วยกันแต่งตัวให้คุณแม่ดีกว่า”

 

            “ยกขาหน่อยฮะคุณแม่”

 

            จงอินช่วยใส่เสื้อ...ฮิโรกิช่วยใส่กางเกง  และเครื่องแต่งกายรูปก้อนเมฆสีฟ้าก็คือชุดที่พ่อแม่ลูกใส่นอนในคืนนี้  เซฮุนถูกวางลงบนรถเข็นก่อนพากันไปในส่วนของห้องนั่งเล่นเพื่อรอพนักงานมาจัดโต๊ะสำหรับมื้อค่ำ  ทีวีถูกเปิดด้วยมือของลูกชายและการ์ตูนก็คือสิ่งที่เด็กแปดขวบชอบดูมากที่สุด  ถ้าตอนนี้อยู่ที่บ้าน...เจ้าตัวคงรื้อเกมออกมาเล่นกับคุณพ่อจนเสียงดังก้องไปทั่วทั้งห้องโถง  และเกมเตะฟุตบอลก็เหมือนจะเป็นเกมที่เล่นเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ  แถมใครแพ้หรือชนะก็มีข้อต่อรองไปตามกฎที่ตั้งเอาไว้

 

แล้วถ้าวันไหน...มีขนมหวานวางไว้จนล้นตู้เย็นก็เท่ากับว่าเกมในคืนนั้นคุณพ่อคือผู้แพ้

 

            “ยาก่อนอาหารครับคนเก่ง”

 

            “ยังไม่หมดอีกเหรอครับ...เซฮุนกินจนเบื่อแล้ว”

 

            “อีกสองเม็ดก็หมดแล้วครับ...เซฮุนอดทนหน่อยนะ”

 

            “แด๊ดดี้กินแทนหน่อยสิ”

 

            “ถ้ากินแทนแล้วเซฮุนหายเจ็บ...พี่จะกินให้หมดเลยครับ”

 

            ลูบแก้มเนียนเพื่อปลอบใจก่อนหยิบยาสองเม็ดป้อนให้คุณแม่คนเก่งและตามด้วยน้ำเปล่า  จงอินเข้าใจดีว่ายามันทำให้เซฮุนรู้สึกเช่นไร   เพราะนอกจากจะมีรสขม...มันยังทำให้หลับง่ายเกินไป  ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทานเกลียดมากที่สุด  เซฮุนเคยเป็นคุณแม่ที่คล่องแคล่ว  ทำงานอย่างเป็นระเบียบ  รวมถึงจัดการทุกอย่างภายในบ้านได้อย่างลงตัว  แต่พอมีอาการบาดเจ็บหรือต้องทานยาเป็นเวลานาน  มันกลับทำให้สิ่งที่เคยง่ายกลายเป็นเรื่องยาก  ไม่ชอบการที่ต้องนั่งอยู่เฉยๆในรถเข็น  จะไปไหนมาไหนก็ต้องแหกปากเรียกสามี  แถมยังดูแลลูกชายได้ไม่เต็มที่  เซฮุนจึงรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่เป็นอยู่

 

            “พี่จงอินห้ามเบื่อเซฮุนเด็ดขาด  เซฮุนจะรีบหายเร็วๆ  เซฮุนอยากนอนกอดพี่จงอิน”

 

            “งั้นคืนนี้เรานอนกันสามคนเลยดีไหมครับ?”

 

            “ดีครับ...เซฮุนจะกอดลูกกับพี่จงอินแน่นๆเลย”

 

            “แล้วพี่...ก็ไม่มีทางเบื่อเซฮุนแน่นอน  เซฮุนอย่าคิดมากนะครับ”

 

            “  ^-^)  ”

 

            ความอ่อนไหว...มักจะมาพร้อมกับอาการบาดเจ็บอยู่เสมอ  จงอินจึงพยายามปลอบใจภรรยาและสิ่งที่พูดออกไปทั้งหมดก็คือเรื่องจริง  ใครจะเบื่อคนที่ดูแลกันมาเป็นอย่างดี  ใครจะกล้าทิ้งคนที่อยู่เคียงกันในยามยาก  และใครบ้างที่ไม่อยากนอนกอดเมียที่แสนจะน่ารัก(น่าฟัด)

 

 ♫♪..ติ๊งต่อง   ติ๊งต่อง..♪♫♪

 

            “ขออนุญาตจัดโต๊ะอาหารค่ะ!!

 

            มื้อค่ำมาเสิร์ฟตามที่สั่งเอาไว้  และหวังว่าความอร่อยจะช่วยกลบเกลื่อนรสชาติของยา  ช่วยทำให้อิ่มท้อง  และช่วยทำให้เซฮุนแข็งแรงขึ้นในทุกๆวัน  ส่วนเรื่องของสภาพจิตใจ...จงอินขอรักษาด้วยสิ่งที่ไม่มีใครจะมอบให้ภรรยาคนนี้ได้นอกจากสามี  ซึ่งสิ่งนั่นก็คือ...ความรัก

 

จะคอยดูแลเป็นอย่างดี  จะคอยอยู่เคียงข้าง  และจะคอยมอบความรักไปจนกว่าจะไร้ซึ่งลมหายใจ

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

100%

Cr. ภาพในตอนที่ 5 : istockphoto.com

 

Talk.

ขออนุญาตชี้แจงนะคะ...

ฟิคเรื่องนี้...อาจมีไม่ถึง 10 ตอน  และถ้ามากกว่านั้นก็น่าจะไม่เกิน 15 ตอนแน่นอนค่ะ  เพราะมันเหมือนเป็นความคิดถึงของเรา  ซึ่งเราเคยบอกไว้แล้วว่าไม่อยากใช้คำว่าภาคสอง  แต่เมื่อเริ่มดำเนินมาถึงตอนที่ห้า...ก็คงจะตัดคำว่าSS2ออกไปไม่ได้

ขอบคุณนักอ่านทุกคนนะคะที่ยังติดตาม  ส่วนเรื่องคอมเม้นท์...ต้องยอมรับเลยว่าช่วงหลังมานี้มีน้อยมากๆ  และถ้าถามว่าน้อยใจหรือไม่  ก็คงต้องตอบตรงๆว่า...มีบ้าง  แต่ก็เข้าใจได้ค่ะ  สนุกก็เม้นท์  ไม่สนุกก็ปล่อยผ่าน  ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติ  แล้วถ้าเรายังมีความสุขที่จะแต่งฟิค  เราก็จะทำต่อไปค่ะ  เหนื่อยก็พักเนอะ...สมองสั่งงานก็รีบเปิดคอมพ์  ^^)

แล้วช่วงนี้ถ้าใครสอบอยู่...ก็ขอให้ได้คะแนนเยอะๆ  ได้เกรดดีๆ  ได้ตามสิ่งที่หวังเอาไว้  ส่วนใครงานยุ่ง เครียด  หรือถูกกดดันจากเจ้านายและเพื่อนๆในที่ทำงาน  ก็ขอให้ความทุกข์นั้นๆมันผ่านพ้นไปโดยเร็ว  เพี้ยงๆ ๆ  (เสกคาถา - ร่ายเวทมนต์)

ขอบคุณนักอ่านอีกครั้งนะคะ  ขอบคุณจากใจ...และใครที่ติดตามมาตั้งแต่แรกหรือให้กำลังใจกันมาตั้งแต่ต้น  เราต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ  รักคุณนะคะ

#ดอกไม้ของเจ้านาย

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #653 Jammie-Lee (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 22:31
    น่ารักมากๆๆๆๆๆๆ
    #653
    0
  2. #644 Oohsiriya96 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 10:26
    คนบ้านนี้รักและดูแลกันดีมาก เป็นครอบครัวที่น่ารักสุดๆ ขอให้คุณแม่หายไวๆนะคะ
    #644
    0
  3. #643 PluTo39 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 13:15
    ครอบครัวนี้น่ารักมาก หายไวๆนะ เป็นกำลังใจให้ไรท์น๊าาา
    #643
    0
  4. #642 GalaxyBlue (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 20:43
    จงอินเป็นสามีที่อบอุ่นมาก (ไรท์อย่าท้อนะ Fighting)
    #642
    0
  5. #641 OOh_Pang (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 14:54
    น่ารักมากๆเลย ไรท์สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้น้าาา
    #641
    0
  6. #640 Yunho_Xiah (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 10:23
    เป็นครอบครัวที่น่ารักตลอดเวลาเลย ฮิโรกิก็มีซนบ้างเป็นไปตามวัย ส่วนจงอินก็เป็นสามีที่แสนดี
    #640
    0
  7. #639 noonakh (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 06:41
    ครอบครัวนี้น่ารักตลอดเลยยย ถึงจะเป็นเรื่องราวที่ไม่หวือหวา แต่ก็เป็นเรื่องที่อ่านได้เรื่อยๆไม่เบื่อเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ สู้ๆค่ะ
    #639
    0
  8. #638 TDNND (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 06:33
    คุณแม่ มีคุณแดดดี้และลูกชายที่น่ารัก คอยดูแลเอาใขใส่ขนาดนี้ ต้องหายวันหายคืนค่ะ คุณแม่สู้ๆนะค่ะ
    #638
    0
  9. #637 Pinkdao (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 00:48
    ครอบครัวน่ารักมากๆ ฮิโรกิเด็กดี จงอินดูแลฮุนอย่างดีเลย. หายเร็วแน่ๆเลย.
    #637
    0
  10. #635 TDNND (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 18:39
    หายไวๆนะค่ะเจ้าดอกไม้ของแด๊ดดี้ ครอบครัวน่ารักมากๆ
    #635
    0
  11. #634 OOh_Pang (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 21:17
    โอ้ยยยยยเป็นครอบครัวที่น่ารักมากกกกกก
    #634
    0
  12. #633 noonakh (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 21:14
    น่ารักอีกแล้ววว พี่จงอินดูแลน้องฮุนดีมากๆเลยยย
    #633
    0