จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 40 : ✿✿ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 792
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    21 พ.ย. 63











-3-

 

 

หมู่บ้านชิซะกะ  ญี่ปุ่น

07.30 น.

 

แกร๊กกก!!

 

 

            เป็นสุดสัปดาห์ที่ต้องตื่นมาโดยไร้คนข้างกาย...เพราะสามียังคงงานยุ่งเหมือนเช่นเคย  และคาดเดาไม่ได้ว่าจะกลับมาวันไหน  การต่อเติมห้องพักของโรงแรมสาขาโตเกียวใกล้เสร็จเต็มที  ส่วนโรงแรมใหม่ที่ฝรั่งเศสก็จะเปิดให้บริการได้ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า  คนเป็นเจ้าของ...จึงไม่สามารถกลับมานอนด้วยกันได้อย่างที่ใจต้องการ  ความห่างไกล...อาจทำให้รู้สึกเหงา  ความห่วงหา...อาจทำให้วิตกกังวล  แต่เมื่อเลือกแล้ว...ว่าจะใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายที่ชื่อคิมจงอิน  ภรรยาอย่างเขาก็ต้องยอมรับกับทุกปัญหาด้วยความเข้าใจ

 

 

            มือบาง...ปิดประตูห้องนอน  และเดินตรงมาที่ห้องครัวเพื่อทำอาหารเช้าให้ลูกชาย  กระทะถูกวางลงบนความร้อนจากเตาด้านซ้ายก่อนเดินไปหยิบข้าวสวย  ไข่ไก่  แครอท  รวมถึงเครื่องปรุงต่างๆในตู้เย็นออกมาทำเมนูที่เด็กแปดขวบยังไม่เบื่อสักที  ข้าวห่อไข่กับซุปผักในสวนของพี่ชายข้างบ้าน  คือของโปรดที่ฮิโรกิทานมาแล้วหลายมื้อ  บอกให้เปลี่ยนเมนูก็ไม่ยอม  ไส้กรอกที่ต้องแปลงร่างให้เป็นปลาหมึกก็ไม่อยากกิน  แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ในมื้อเช้าของทุกๆวัน  ก็คือนมสีชมพูรสหวานและขนมเค้กที่คุณพ่อนำมาฝากจากโรงแรม

 

กินข้าวไม่ค่อยหมดจาน...แต่ของโปรดอย่างเค้ก  เอแคลร์  หรือแยมโรล  กลับทานหมดทุกมื้อและบางมื้อก็กินของหวานพวกนี้มากกว่าอาหารหลักด้วยซ้ำ

 

            อยากให้ลูกชายตัวใหญ่กว่านี้  และเจริญเติบโตไปตามวัยอย่างเหมาะสม  แต่เด็กแปดขวบที่ตัวเล็กกว่าเด็กในวัยเดียวกัน  มันเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้ผู้ปกครองมากเหลือเกิน  เลี้ยงลูกแบบผิดๆใช่ไหม?  ตามใจลูกมากไปหรือเปล่า??  แล้วควรหาสิ่งใดมาบำรุงเพิ่มเติม??  หรือควรทำเช่นไร...ให้ฮิโรกิทานขนมหวานน้อยลง????  คนเป็นสามีก็น่าเป็นห่วง  ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็น่าวิตก  เซฮุนจึงรู้สึกเครียดในฐานะที่ตัวเองเป็นทั้งแม่และภรรยา

 

 

            ภาชนะลายดอกไม้...ถูกหยิบออกมาจากตู้ด้านบนเพื่อใส่ข้าวห่อไข่สีเหลืองเนื้อนุ่ม  และวาดซอสมะเขือเทศเป็นรูปหน้ายิ้มพร้อมรูปหัวใจเหมือนอย่างที่ลูกชายต้องการ  ส่วนอาหารเช้าของคนเป็นแม่  ก็ยังเป็นขนมปังทาเนยสองแผ่นและนมสดหนึ่งแก้วเหมือนเช่นเคย  เซฮุนนำมื้อเช้าของตัวเองกับฮิโรกิออกมาวางบนโต๊ะไม้ตัวใหญ่  ก่อนเดินกลับเข้ามาในครัวอีกครั้งเพื่อเก็บล้างอุปกรณ์ในการทำครัว  มือทำหน้าที่ล้างกระทะหม้อตะหลิว  แต่สายตา...กลับมองไปที่นาฬิกาบนผนัง  เพราะเวลานี้ลูกชายก็น่าจะตื่นมาส่งเสียงเจื้อยแจ้วพร้อมรอยจูบที่ฝังลงบนแก้มทั้งสองข้าง

 

 

            มันผิดเวลา  ผิดวิสัย  และผิดปกติจนต้องละมือออกจากการล้างภาชนะต่างๆในอ่างน้ำ  ผ้าเนื้อนิ่มสีขาวที่พาดอยู่บนไหล่ถูกหยิบมาเช็ดมือให้แห้ง  ก่อนเดินตรงไปที่ห้องนอนของลูกชายด้วยความเป็นห่วง  ไม่สบายหรือเปล่า?  ทำไมยังไม่ตื่น??  แล้วถ้าหกล้มอยู่ในห้องน้ำล่ะ????  เมื่อภาพในสมองมันฉายความเจ็บปวดของลูกชายไปตามความคิด  คนเป็นแม่ก็รีบวิ่งไปที่ประตูไม้บานใหญ่  และเปิดเข้าไปด้านในโดยไม่มีการเคาะหรือส่งสัญญาณให้ทราบแต่อย่างใด

 

            “ฮิโรกิครับ...”

 

            “..............”

 

            “ฮิโรกิครับ...ตื่นได้แล้วครับ”

 

            “ฮึกก!!.....”

 

            “ฮิโรกิเป็นอะไรครับ!!?....แม่อยู่นี่แล้ว  ฮิโรกิเจ็บตรงไหน...บอกแม่หน่อยครับ”

 

            เรียกไม่ขาน  เอ่ยไม่ตอบ...เซฮุนจึงจำเป็นต้องนั่งลงไปบนเตียงขนาดเล็ก  และใช้หลังมือสัมผัสไปที่หน้าผากของลูกชายเพื่อวัดไข้  แต่...ยังไม่ทันได้ยกมือหรือจับส่วนใดในร่างกายของเด็กน้อย  เสียงสะอื้นที่มาพร้อมกับร่างกายที่สั่นไหวก็ทำให้เซฮุนต้องรีบโอบกายลูกชายเอาไว้ในอ้อมอก  ร้องไห้ตั้งแต่เมื่อไหร่  แล้วเพราะเหตุใดจึงทำให้ต้องเสียน้ำตา???

 

            “คุณแม่...ผมอยากไปหาแด๊ดดี้  ฮึกก!!  ผมคิดถึงแด๊ดดี้”

 

            “คิดถึงแด๊ดดี้มากขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

 

ฟอดดดดด!!!

 

            ฝังความห่วงใย...ไว้บนแก้มนุ่มที่เปื้อนไปด้วยน้ำตา  และเหตุผลที่ลูกชายเอ่ยอ้างก็ไม่น่าจะทำให้ร้องไห้จนตาแดงขนาดนี้  ฮิโรกิเป็นเด็กที่เข้มแข็ง...ข้อนี้เซฮุนรู้ดีแก่ใจ  มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่นอน  เพราะช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา  จงอินก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านจนเป็นเรื่องปกติ  แต่ทำไมวันนี้...ความคิดถึงกลับทำให้ฮิโรกิงอแงมากเป็นพิเศษ

 

            “ผมอยากไปหาแด๊ดดี้  คุณแม่พาผมไปหาแด็ดดี้หน่อยได้ไหมฮะ?”

 

            “ถ้าอยากไป...ฮิโรกิต้องพูดความจริงกับแม่นะครับ  ห้ามโกหกเด็ดขาด...การโกหกเป็นสิ่งไม่ดีนะครับ”

 

            “ผมเปล่าโกหก...ผมคิดถึงแด๊ดดี้จริงๆนะฮะ”

 

            “แม่เชื่อ...ว่าฮิโรกิคิดถึงแด๊ดดี้  แต่มันมีอย่างอื่นด้วยใช่ไหมครับ?”

 

            “แม่รู้เหรอฮะ....”

 

            “รู้ครับ...รู้ว่าฮิโรกิเป็นลูกของแม่  แล้วก็เป็นเด็กที่น่ารัก  เพราะฉะนั้น...เด็กน่ารักจะไม่โกหก”

 

            “ผะ...ผมไม่ได้อยากโกหกนะฮะ  แต่ว่า...”

 

            “แต่ว่าอะไรครับคนเก่ง”

 

            “ก็เพื่อนที่โรงเรียนชอบล้อว่าผมมีพ่อแม่ตัวปลอม...ไอ้พ่อแม่เกาหลี  ฮึกก!!...ผมไม่อยากไปโรงเรียนแล้วฮะ”

 

            คำสารภาพของลูกชาย...ทำให้เซฮุนรู้สึกจุกจนพูดอะไรไม่ออก  และได้แต่โอบกอดร่างน้อยๆให้แน่นขึ้นเพื่อทดแทนทุกความรู้สึก  ไม่มีใครเข้าใจฮิโรกิได้ดีเท่าแม่คนนี้อีกแล้ว  เพราะการพลัดพราก  การจากลา  และการต้องสูญเสียผู้ให้กำเนิดไปพร้อมกัน  มันเหมือนหัวใจถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ  แถมการเจริญเติบโตมาโดยมีคนอื่นเลี้ยงดูก็คล้ายจะเป็นปมด้อย  เป็นผลให้ถูกล้อเลียน  รวมถึงเป็นสิ่งที่สร้างความบอบช้ำให้เด็กที่ไร้เดียงสา

 

            “ฮิโรกิโกรธเพื่อนไหมครับ?”

 

            “โกรธฮะ...โกรธมาก!!

 

            “งั้นฮิโรกิฟังแม่นะครับ...ถึงแม่กับแด๊ดดี้จะไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริง  แต่ฮิโรกิก็ยังมีชีวิตที่ดีกว่าเด็กคนอื่นๆ  ฮิโรกิจำสารคดีเรื่องนั้นได้ไหมครับ...ที่เราดูด้วยกันเมื่อวานไง  เด็กพวกนั้นน่าสงสารกว่าฮิโรกิอีกนะครับ  ข้าวก็ไม่มีกิน  บ้านก็ไม่มีอยู่  พ่อแม่ก็ไม่เคยเห็นหน้า  แต่ตอนนี้...ฮิโรกิมีทุกอย่างเลยนะครับ  มีแม่  มีแด๊ดดี้  คุณตา  คุณย่า  อาแบค  อายอล...แล้วทุกคนก็รักฮิโรกิมากๆ”

 

            ขอบคุณ...สารคดีช่อง  National  Geographic  เพราะสภาพบ้านเมืองที่ถูกผู้ก่อการร้ายโจมตีจนไม่เหลือซาก  ไม่เหลือคนให้พึ่งพิง  และแทบไม่เหลือชีวิตเพื่อโอบกอดคนรัก  มันทำให้เซฮุนสามารถบอกกล่าวเล่าเรื่องจนเห็นความแตกต่างได้ดีกว่าคำปลอบใจ  ใช่ว่าอยากให้ลูกชายดูรายการที่มีแต่ความรุนแรงและภาพที่อาจสร้างความสะเทือนใจ  แต่เหตุการณ์บางเหตุการณ์  ประเทศแต่ละประเทศ  หรือโลกใบนี้มันก็ใหญ่เกินกว่าหมู่บ้านเล็กๆในประเทศญี่ปุ่นมากนัก  เซฮุนให้เวลาเด็กน้อยในการดูทีวีได้เพียงหนึ่งชั่วโมงต่อวัน  ดูการ์ตูนบ้าง  เกมโชว์บ้าง  สารคดีบ้าง  แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในเวลาที่กำหนดเอาไว้  และถ้ารายการใดควรมีผู้ปกครองคอยชี้แนะ  แม่อย่างเขาก็จะนั่งดูด้วยจนครบเวลา

 

            “ผมก็รักคุณแม่  รักแด๊ดดี้....รักทุกคนหมดเลยฮะ  รักที่สุด!

 

            “ถ้าคุณตารู้ว่าฮิโรกิร้องไห้  แม่ต้องโดนดุแน่ๆเลย”

 

            “งั้นเราต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับนะฮะ...!!

 

            “OK.    ^___^ )  ”

 

            การยกมือน้อยๆขึ้นมาทำท่ารูดซิปปาก...มันพาให้รอยยิ้มของคนเป็นแม่กว้างขึ้นโดยอัตโนมัติ  พร้อมโอบกอดลูกบุญธรรมเอาไว้แนบอก  ตายแทนกันได้ก็ยอม  ป่วยแทนกันได้ก็จะทำ  และความเจ็บปวดจากการถูกล้อเลียน...แม่คนนี้ก็ขอรับผิดไว้แต่เพียงผู้เดียว  เซฮุนไม่อยากโทษว่าเป็นความผิดของเพื่อนที่โรงเรียน  ของพ่อแม่เด็กที่อาจไม่มีเวลาอบรมบุตรหลาน  หรือโทษคุณครูที่ปล่อยให้ลูกชายถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม  เพราะถึงฟ้องร้องไปก็พาลแต่จะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต  และถ้าเขาสามารถรักษา  เยียวยา  รวมถึงสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกได้มากพอ  ฮิโรกิก็จะฝ่าฟันทุกคำกล่าวหาได้ด้วยความจริงของชีวิต

 

            “เราไปกินอาหารเช้าด้วยกันดีกว่า...แม่ทำข้าวห่อไข่เสร็จแล้วนะครับ”

 

            “เย้!!...ผมรักคุณแม่ที่สุด”

 

            “แม่ก็รักฮิโรกิที่สุดเลยครับ”

 

ฟอดดดด!!!

 

ฟอดดดด!!!

 

            ฟัดแก้มลูกชาย...จนเสียงหัวเราะดังเอิ้กอ้ากไปทั่วทั้งห้องนอนสีขาว  และน้ำตาแห่งความเสียใจก็ถูกปัดเป่าด้วยอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น  ความรักที่แท้จริง  รวมถึงความสุขอีกมากมายที่ได้รับจากครอบครัวใหม่ที่สมบูรณ์แบบ  ความเป็นเด็ก...อาจทำให้ฮิโรกิหลงลืมสิ่งมีอยู่  และการถูกเพื่อนล้อด้วยความจริงที่ทราบอยู่แก่ใจ  ก็พาลให้เกิดความเศร้าได้ง่ายขึ้น  แต่ตอนนี้ทุกๆคำพูดที่เคยทำให้รู้สึกแย่  ก็เป็นได้เพียงเรื่องของเมื่อวาน

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

สนามบิน

12.24 น.

 

VROOMMMM!!!!

 

            “ขอบคุณมากนะครับพี่มินโฮ”

 

            “ถ้าจะให้พี่มารับก็โทรมาบอกได้เลยนะ...ไม่ต้องเกรงใจ”

 

            ทานอาหารเช้าเรียบร้อย  และรีบเก็บกระเป๋าพร้อมออกเดินทาง...แต่ต้องไปรบกวนพี่ชายข้างบ้านให้ช่วยขับรถมาส่งที่สนามบินในตัวจังหวัด  เพราะการเดินทางไปหาแด๊ดดี้ของเด็กแปดขวบ  มันทำให้คนเป็นแม่ต้องเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับอีกหนึ่งเรื่อง  ฮิโรกิอยากทำเซอร์ไพส์จงอินด้วยการไปหาที่โรงแรมโดยไม่แจ้งล่วงหน้า  และความโศกเศร้าในเรื่องของการถูกล้อเลียน  ก็พาให้เซฮุนต้องตามใจลูกชายอย่างไม่อาจโต้แย้ง  แต่งานที่ล้นมือ...จนทำให้คนเป็นพ่อไม่ค่อยได้กลับบ้าน  มันก็อาจยุ่งเกินกว่าจะเล่นกับลูกก็เป็นได้

 

            “ขอบคุณนะฮะคุณอามินโฮ”

 

            “เป็นเด็กดีนะครับฮิโรกิ...”

 

            “ฮะ!!

 

            โบกมือน้อยๆลาคุณอาใจดี...ก่อนถูกผู้เป็นแม่จูงเข้ามาในเกตด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความสุข  ฮิโรกิยอมรับ...ว่าถูกคำพูดบางประโยคของเพื่อนทำลายความสุขไปชั่วขณะ  และความจริงในคำพูดนั้นๆก็พาลให้ถูกความคิดถึง  ความห่วงหา  ความน้อยใจเข้าโจมตีจนตั้งรับไม่ทัน  แถมช่วงวัยกับวุฒิภาวะ  ก็ยังเป็นตัวปิดกั้นความจริงของชีวิต  มันลืมไปหมด...ว่ามีทุกอย่างในวันนี้เพราะใคร  ลืม...ว่าของกินของใช้ที่ได้รับมันมีมากมายแค่ไหน  แล้วเวลาเสียใจ...ก็มีเพียงคุณแม่กับแด๊ดดี้สองคนเท่านั้นที่คอยอยู่เคียงข้าง

 

ขอโทษ...ที่ตีโพยที่พาย  ขอโทษ...ที่ร้องไห้  และขอโทษ...ที่ลูกคนนี้ยังไม่เข้าใจชีวิตมากพอ  (ขอโทษนะฮะ)

 

            “คุณแม่...แล้วแด๊ดดี้จะโกรธเราสองคนไหมฮะ”

 

            “แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ”

 

            ต่างคน...ต่างก็เริ่มใจไม่ดี  เพราะจากเรื่องเซอร์ไพส์  มันอาจกลายเป็นการสร้างความไม่พอใจให้กับผู้เป็นเจ้าของโรงแรม  สองคนแม่ลูกไม่เคยเดาใจจงอินได้เลยสักครั้ง  และการเดินทางด้วยเครื่องบินในตัวจังหวัด  การไปไหนมาไหนโดยไม่บอกไม่กล่าว  การพากันออกมานอกบ้านไกลถึงเพียงนี้  มันก็เป็นสิ่งที่หัวหน้าครอบครัวเคยห้ามเอาไว้  ถ้าไม่ถูกโกรธ...ก็คงถูกทำโทษด้วยวิธีที่ยากเกินจะปฏิเสธ  เพราะคำสั่งก็คือคำสั่ง  ข้อห้ามก็คือข้อห้าม  แต่เพื่อฮิโรกิ...แม่คนนี้ยอมถูกลงโทษ!!

 

 

            ส่วนคนเป็นลูกชายก็ทราบดี...ว่าสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้มันคือข้อห้าม  อยากไปไหนกับคุณแม่ก็ให้บอกล่วงหน้า  อยากทานอะไรก็ให้โทรมาแจ้งเรื่องไว้กับพี่เลขา  และถ้ามีเรื่องด่วนอย่างเช่นการเจ็บป่วย  ก็ให้สายตรงมาที่แด๊ดดี้ทันที  แต่ตอนนี้...สิ่งที่คุณพ่อเคยห้ามเอาไว้  มันกำลังถูกความคิดถึงเล่นงานจนต้องยอมแหกฎ  จงอินเป็นห่วงความปลอดภัยของสองแม่ลูกมากที่สุด  อยากไปไหน...ก็จะให้คนขับรถมารับ  อยากได้สิ่งใด...ก็จะมีลูกน้องคอยจัดสรรไว้ให้เรียบร้อย  หรือถ้าอยากมาเที่ยวที่โรงแรม...เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวก็พร้อมที่จะบินไปรับถึงที่

 

ใครจะปล่อยให้ลูกเมียลำบาก...และการเป็นถึงเจ้าของโรงแรม  มันก็สิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้เลือกมากมาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โรงแรม  โตเกียว

13.55 น.

 

VROOMMMM!!!

 

            “คุณเซฮุนนน!!!

 

            รถแท็กซี่...ที่วิ่งออกไปจากโรงแรมสุดหรู  ไม่ใช่เรื่องที่พนักงานต้อนรับต้องเป็นกังวล  เพราะปกติก็จะมีรถโดยสารหลากหลายยี่ห้อวิ่งเข้าวิ่งออกเพื่อรับส่งนักท่องเที่ยว  แต่นักท่องเที่ยว...ที่เป็นถึงภรรยาของ  คิม  จงอิน  มันทำให้รู้สึกตกใจจนไม่อาจเก็บซ่อนอาการ  เหงื่อแตกเต็มใบหน้า  มือไม้ที่กำลังจะเปิดประตูก็สั่นเหมือนเป็นไข้  แถมยังเอ่ยชื่อเจ้าของรอยยิ้มหวานด้วยเสียงที่ดังเกินมาตรฐาน  ชายรูปร่างผอม...รีบโค้งตัวอย่างสุภาพเพื่อทำความเคารพ  ก่อนช่วยขนสัมภาระขึ้นรถเข็นคันใหญ่

 

            “ทำตัวตามสบายเถอะครับ...”

 

            “คะ...ครับ”

 

            “ตอนนี้พี่จงอินอยู่ที่ไหนเหรอครับ?”

 

            “เอ่อออ...ไม่ทราบครับ  พอดีผมเพิ่งมาเปลี่ยนกะกับเพื่อนเมื่อครู่นี้ครับ”

 

            “ไม่เป็นไรครับ...ขอบคุณมากนะครับ”

 

            “คุณเซฮุนจะให้ผมเอากระเป๋าไปเก็บที่ไหนครับ”

 

            “ขอฝากไว้ก่อนได้ไหมครับ...ผมไม่รู้ว่าพี่จงอินพักอยู่ห้องไหน?”

 

            “ได้เลยครับคุณเซฮุน”

 

            “ขอบคุณมากนะครับ”

 

            และข่าว...ที่ใครๆก็ร่ำลือว่าภรรยาเจ้าของโรงแรมเป็นคนใจดี  ยิ้มสวย  แถมยังไม่ถือเนื้อถือตัวก็เป็นเรื่องจริง  เพราะการพูดจา  ความเป็นกันเองพร้อมน้ำเสียงที่แสนไพเราะ  ก็ทำให้ลูกจ้างอย่างเขาไม่รู้สึกอึดอัดอีกแล้ว  พนักงานชาย...รีบขนกระเป๋าเดินทางของเซฮุนไปเก็บไว้ในห้องด้านหลัง  ก่อนล็อคเอาไว้เพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สิน

 

 

            ขาเรียว...ภายใต้กางเกงยีนส์สีเข้มรีบเดินไปที่ลิฟท์อย่างรีบร้อน  เพราะการเดินทางไกลจากต่างจังหวัดเข้าสู่ตัวเมือง  มันทำให้เด็กแปดขวบเกิดความเหนื่อยล้า  แถมยังเลยเวลาของอาหารเที่ยงมาหลายชั่วโมง  นมช็อคโกแล็ตหนึ่งกล่องกับขนมปังเนยสดมันคงไม่อยู่ท้อง  และคนเป็นแม่ก็อยากให้ลูกชายได้กินข้าวก่อนที่จะขึ้นไปพักผ่อน

 

            “ฮิโรกิอยากกินอะไรครับ”

 

            “อยากกินปลาแซลมอน  พายแอปเปิ้ล...แล้วก็โกโก้ปั่นฮะ”

 

            “งั้นก็ต้องไปที่ห้องอาหารญี่ปุ่น”

 

            เมื่อลิฟท์มาถึง...เซฮุนก็รีบกดไปยังชั้นที่มีอาหารเที่ยงอย่างที่ลูกชายต้องการทันที  กายบางย่อตัวลงก่อนอุ้มฮิโรกิเอาไว้ด้วยความเป็นห่วง  เพราะร่างกายที่อ่อนเพลียและยังไม่มีอะไรตกถึงท้องในเวลานี้  มันอาจทำให้คนในอ้อมอกหมดแรง  การเดินทางนานหลายชั่วโมง  การนั่งเครื่องบิน  และต่อด้วยรถแท็กซี่  มันคงจะลำบากต่อวัยที่ยังมีความอดทนไม่มากพอ

 

            “สวัสดีค่ะคุณเซฮุน  //  สวัสดีครับสุดหล่อ”

 

            “สวัสดีฮะพี่คนสวย”

 

            คนเป็นแม่...ได้แต่ยิ้มรับกับคำทักทายของลูกชาย  เพราะเมื่อเจ้าตัวเห็นพนักงานสาวที่ยืนต้อนรับลูกค้าอยู่หน้าห้องอาหารญี่ปุ่น  ความเมื่อยล้า  ความเหน็ดเหนื่อย  หรือแม้กระทั่งความหิวก็เหมือนจะหายเป็นปลิดทิ้ง  เซฮุนคุ้นเคยกับพนักงานตรงหน้าเป็นอย่างดี  แถมยังต้องกล่าวคำขอโทษหญิงสาวอยู่บ่อยครั้ง  เนื่องจากฮิโรกิชอบหอมแก้มเธอหรือร้องให้พาไปที่ห้องครัวเพื่อดูการทำอาหาร

 

            “ห้องเดิมนะคะคุณเซฮุน”

 

            “วันนี้ขอแบบปกติก็ได้ครับ...ผมพาฮิโรกิมาทานอาหารแค่สองคน”

 

            “อย่าบอกนะคะ...ว่าคุณจงอินยังไม่ทราบว่าคุณเซฮุนกับฮิโรกิมาที่นี่”

 

            “ครับ...แล้วนายูกิก็อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับพี่จงอินนะครับ  พอดีฮิโรกิอยากมาเซอร์ไพส์”

 

            “ถ้าคุณเซฮุนรับประกันว่าดิฉันจะไม่ถูกไล่ออก  กะ..ก็!

 

            “ผมรับรองครับ  //  ผมจะปกป้องพี่สาวเองฮะ!!

 

            เจ้าของโรงแรมคนเก่าโหดมากแค่ไหน...คิม  จงอิน  ขอให้คูณเข้าไปอีกสิบเท่าตัว  เพราะถ้าพนักงานคนใดทำผิดกฎ  ผิดระเบียบ  หรือไม่ทำตามคำสั่ง  บทลงโทษคือไล่ออกสถานเดียว  คิม  จงแด...อาจฟังเหตุผลหรือความจำเป็นของพนักงานบ้างในบางกรณี  แต่สำหรับเจ้าของโรงแรมผิวเข้ม  มันจะไม่มีการผ่อนปรนเลยแม้แต่น้อย

 

            “ถ้าฮิโรกิอยากปกป้องพี่...ก็ต้องทานข้าวเยอะๆนะครับ”

 

            “ตกลงฮะ!!

 

            แม่บอกไม่ค่อยฟัง...แต่พอพนักงานสาวเอ่ยด้วยประโยคที่เคยพูดจนปากจะฉีก  ฮิโรกิกลับขานเสียงใสตอบรับโดยไม่เกี่ยงงอน  เซฮุนได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเพลียใจ  และรีบเดินตามพี่สาวคนสวยของเด็กแปดขวบเข้ามานั่งด้านในตามคำเชื้อเชิญ  ชื่ออาหารหลากหลายชนิด...ถูกสั่งเหมือนไม่ได้ทานสิ่งใดมาหลายวัน  เพราะปลาแซลมอนย่างถ่าน  ซูชิหน้าต่างๆ  มทซึนาเบะ***  รวมถึงซาชิมิ***เซ็ตใหญ่  ก็คือมื้อเที่ยงที่ลูกชายสั่งมาทานอย่างมีความสุข

 

            “ขอบคุณนะครับ”

 

            “แล้วคุณเซฮุนจะรับของหวานเป็นอะไรดีคะ?”

 

            “ขอพายแอปเปิ้ลกับโกโก้ปั่นครับ”

 

            “รออาหารสักครู่นะคะคุณเซฮุน”

 

            “เดี๋ยวครับนายูกิ...”

 

            “คุณเซฮุนต้องการอะไรเพิ่มอีกคะ??”

 

            “ผมรบกวนอะไรหน่อยได้ไหมครับ?”

 

            “ยินดีรับใช้ค่ะ”

 

            “ผมฝากถามรีเซฟชั่นหน่อยครับ...ว่าพี่จงอินพักอยู่ห้องไหน”

 

            “ได้เลยค่ะ...รอสักครู่นะคะคุณเซฮุน”

 

            “แล้วอย่าลืมเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับด้วยนะครับ”

 

            จำเป็นต้องปฏิบัติตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  แต่เมื่อภรรยาเจ้าของโรงแรมเป็นคนยืนยันว่าเธอจะไม่ถูกไล่ออก  พนักงานระดับล่างอย่างนายูกิก็ยินดีที่จะทำ  หญิงสาวในชุดกิโมโนสีฟ้า...รีบเดินออกมาจากห้องอาหารก่อนตรงไปที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เพื่อโทรถามพนักงานต้อนรับว่า  คิม  จงอินพักอยู่ห้องใด  แล้วใจความสำคัญของเรื่องนี้...ก็คือการต้องปิดทุกอย่างเอาไว้เป็นความลับ!!!  ส่วนเด็กที่สั่งอาหารมาทานจนเต็มโต๊ะ  ก็รีบตักโกโก้ปั่นเข้าปากเป็นอันดับแรก  และพฤติกรรมแบบนั้นก็ทำให้คนเป็นแม่ต้องส่ายหัวด้วยความเพลียใจอีกครั้ง  การชอบของหวานมากกว่าของคาว  กินขนมมากว่าอาหารหลัก  หรือทานข้าวแต่ละมื้อไม่ค่อยหมดจาน  ก็ยังเป็นเรื่องที่สร้างความหนักใจให้ผู้ปกครองเหมือนเช่นเคย

 

เจ็ดขวบก็แล้ว  แปดขวบก็แล้ว...แต่น้ำหนักกับส่วนสูงกลับไม่แตกต่างกันเลยสักนิด  (เฮ้อออ!!)

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

ห้อง...1204

15.42 น.

 

แกร๊กกก!!!

 

 

            “ฮิโรกิไปนอนก่อนนะครับ...แด๊ดดี้ประชุมเสร็จเมื่อไหร่  แม่จะพาลงไปเล่นที่ห้องทำงานแด๊ดดี้”

 

            “แล้วตอนเย็น...ผมไปว่ายน้ำได้ไหมฮะ”

 

            “ได้ครับ...”

 

            “เย้ๆ ๆ ๆ...!!!

 

            มือบาง...ใช้การ์ดสีทองเพื่อเปิดประตูห้องพักบนชั้นที่สิบสอง  แล้วรีบทิ้งกายลงบนโซฟาตัวใหญ่ด้วยความเหนื่อยล้า  อย่าว่าแต่เด็กแปดขวบเลยที่รู้สึกเพลีย  เพราะการเป็นแม่หรือเป็นอะไรอีกหลายๆอย่างในชีวิต  มันค่อนข้างสูบพลังของเขาไปมากเหลือเกิน  และดีที่สวนดอกไม้มันอยู่ในช่วงรอการผลิดอกออกใบ  เซฮุนจึงเหมือนได้พักร่างกายไปในตัว  แต่งาน...ที่คล้ายว่าจะลดลง  ก็ไม่ได้ทำให้คนที่เป็นทั้งแม่ทั้งภรรยาหายเหนื่อยได้นาน

 

            (เฮ้ออออ!!)

 

            ขอถอนหายใจแค่ในความคิด...เพราะเมื่อลูกชายเดินเข้าไปพักผ่อนในห้องนอน  ดวงตาคู่สวยก็เห็นเสื้อผ้าของสามีกองอยู่บนพื้น  เซฮุนจำเป็นต้องรีบลุกออกจากโซฟา  ก่อนเดินไปหยิบกางเกงขายาว  เน็คไท  ถุงเท้า  รวมถึงเสื้อสูทสีครีมพับใส่ถุงผ้าเอาไว้  แล้วโทรเรียกให้พนักงานมารับไปซักรีด  แต่...ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยสักอย่าง  กลิ่นน้ำหอมแปลกๆจากเสื้อสูทที่ถืออยู่ในมือ  ก็พาลให้คนเป็นภรรยาต้องหยุดการกระทำทั้งหมดเอาไว้ชั่วคราว  ไม่ใช่กลิ่นที่คุ้นเคย  ไม่ใช่สิ่งที่ชวนดม  และไม่มีทาง...ที่สามีจะเปลี่ยนน้ำหอมโดยที่เขาไม่รู้  มันฉุนมากๆ  ฉุนที่สุด...และที่ฉุนไปกว่านั้นก็คงเป็นอารมณ์ของคนที่ต้องมาพบเจอรอยลิปสติกสีชมพูบนเสื้อสูท

 

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่????

 

            รู้อยู่เต็มอก  ทราบอยู่แก่ใจ  และเชื่อในความรักที่สามีมอบให้มาตลอดหลายปี  แต่กลิ่นที่ไม่คุ้ยเคย  รอยจูบที่ฝากไว้บนสูทสีครีม  พร้อมกับนามบัตรในกระเป๋าเสื้อ  ทุกๆอย่างที่เห็นอยู่ตรงหน้า  มันเริ่มทำให้ความมั่นใจของภรรยาคนนี้สั่นคลอนได้ในทันที  ไม่ได้กลับบ้านเพราะงานยุ่งจริงๆใช่ไหม?  แอบไปมีเล็กมีน้อยที่ไหนหรือเปล่า??  แล้ว  แล้ว  แล้ว....................สมองเหมือนจะหยุดทำงาน  ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เป็นผลดีต่อจิตใจ  แต่ถ้ามันเป็นแบบที่คิดล่ะ?????

 

Rrrrr!!!!

 

Rrrrr!!!!

 

Rrrrr!!!!

 

            เมื่อมีความสงสัย...มันก็ต้องได้รับความกระจ่าง  และทุกอย่างที่พาลให้อารมณ์ในตอนนี้มันขุ่นมัวไปหมด  ก็ต้องถูกกำจัดออกไปก่อนที่คุณแม่คนเก่งจะกลายร่างเป็นสิ่งที่คนทั้งโรงแรมก็ไม่อยากพบเจอ  มือบางรีบล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง  ก่อนกดเบอร์ของคนที่ใช้เวลาอยู่กับสามีนานกว่าใครๆ  และอาจนานกว่าเมียคนนี้ในบางวันด้วยซ้ำ!!

 

            “สวัสดีค่ะคุณเซฮุน...ตอนนี้พี่ไม่สะดวกคุยนะคะ  คุณจงอินกำลังประชุมทางไกลอยู่ค่ะ!!

 

            (ให้คนอื่นทำแทนไปก่อนครับ  เพราะผมมีเรื่องสำคัญจะสอบถาม)

 

            “แต่  วะ...ว่า!!

 

            (ไม่มีแต่ครับ...!!!)

 

            “ค่ะ ๆ ๆ !!!

 

            คนปลายสาย...รีบวิ่งออกมาจากห้องประชุมแบบไม่คิดชีวิต  เพราะไม่เคยได้ยินน้ำเสียงที่แข็งกร้าวแบบนั้นจากภรรยาเจ้านายเลยสักครั้ง  ส่วนคนที่หัวใจมันร้อนเหมือนถูกไฟสุม  ก็ไม่ได้อยากทำเรื่องที่เสียมารยาท  แต่ทราบดี...ว่าการประชุมทางไกลในครั้งนี้  มันไม่ใช่เรื่องสำคัญมากจนไม่สามารถละจากหน้าที่หรือให้คนอื่นทำแทนได้  ใช่ว่าไม่รู้  ใช่ว่าไม่เข้าใจ  แถมยังเข้าใจเป็นอย่างดี...ว่างานของสามีต้องทำอะไรบ้าง  ถึงจะไม่เก่งในด้านการบริหาร  แต่คนที่เป็นเมียเจ้าของโรงแรมมาหลายปีก็รู้ดีไม่แพ้ใครว่างานชิ้นไหนมันสำคัญมาก  สำคัญน้อย  และต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน

 

            (เมื่อวานพี่จงอินไปไหนมาครับ?)

 

            “ไปงานเลี้ยงกับลูกค้าค่ะ”

 

            (ที่ไหนครับ!!)

 

            “คลับ SM ค่ะ!

 

            (แล้วพี่เลขาไม่ได้ไปด้วยเหรอครับ)

 

            “ไปค่ะ..แต่คุณจงอินให้พี่กลับก่อนเพราะงานเลี้ยงเลิกดึกมาก  แล้วลูกค้าส่วนใหญ่ก็ค่อนข้างเป็นวัยรุ่น”

 

            (แล้ววันนี้ล่ะครับ...อีกนานไหมกว่าประชุมจะเลิก)

 

            “ไม่น่าจะเกินห้าโมงนะคะ”

 

            (ขอบคุณครับ)

 

ติ้ดดด!!!

 

            สิ้นสุดการสนทนา...แต่ความสงสัยในเรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจมันยังคงไม่สิ้นสุด  เพราะถึงแม้จะทราบว่าสามีไปไหน  ด้วยเหตุใด  มีใครไปบ้าง  แต่มันก็ไม่ได้ทำให้รู้ว่ากลิ่นน้ำหอม  รอยลิปสติกหรือแม้กระทั่งนามบัตรของหญิงสาวปริศนาคนนี้เป็นใคร??  ฮิราอิ  โมโมะ....คือชื่อที่อยู่ในกระดาษแข็งสีหวาน  พร้อมหมายเลขโทรศัพท์  และไม่ว่าลูกค้าจะอายุเท่าใด  อ่อนกว่า  แก่กว่า  เพศชายหรือเพศหญิง...มันก็ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด  คนเป็นภรรยากำลังพยายามควบคุมสติของตัวเองก่อนที่ความคิดในแง่ลบจะส่งผลให้เรื่องราวมันบานปลายไปมากกว่านี้  แต่จะให้คิดไปเป็นอื่นก็คงจะยาก

 

 

            เซฮุน...ยังคงเชื่อมั่นในความซื่อสัตย์ของสามี  เชื่อใจในความรัก  และเชื่อในตัวของผู้ชายที่ชื่อคิม  จงอินอยู่เหมือนเดิม  แล้วตัวเองก็ไม่ได้ละเลยต่อหน้าที่ของการเป็นภรรยาที่ดีจนเป็นเหตุให้เกิดความเบื่อหน่าย  แต่...ถ้ามันยังดีไม่พอล่ะ???  ยอมรับว่าการย้ายมาอยู่ที่ญี่ปุ่นมันอาจส่งผลเสียต่อการทำงานของคนรัก  เพราะการติดต่อประสานงานในบางเรื่องก็กลายเป็นสิ่งที่ยากเมื่ออยู่ห่างไกล  และการเป็นแม่ก็อาจทำให้ช่วงเวลาของเราสองคนมันเหลือน้อยกว่าตอนที่ยังไม่มีลูก  กายบางทิ้งตัวลงบนโซฟาอีกครั้ง  ก่อนนึกทบทวนว่าเรื่องทั้งหมดมันควรเริ่มแก้ไขจากจุดใด????

 

Rrrr!!

 

Rrrr!!

 

            “ค่ะ..คุณเซฮุน”

 

            (ผมมีเรื่องให้ช่วยครับ  คือ...........?)

 

            เป็นอีกครั้ง...ที่ต้องโทรมาเบอร์นี้  เพราะเมื่อหัวสมองมันประมวลผลได้ว่าตัวเองควรแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยวิธีใด  เซฮุนก็รีบสายตรงมาที่เลขาส่วนตัวของสามีก่อนความคิดมากจะพาลให้เป็นบ้าไปเสียก่อน  ส่วนต้นสายปลายเหตุของกลิ่นน้ำหอมหรือรอยลิปสติกสีชมพู  มันก็ต้องเก็บเอาไว้เป็นหลักฐานเพื่อมัดตัวผู้กระทำผิด

 

            “จะเอาแบบนั้นจริงๆเหรอคะคุณเซฮุน”

 

            (ครับ...แล้วผมก็ขอฝากฮิโรกิไว้กับพี่เลขาสักสองชั่วโมงนะครับ  พี่ช่วยพาแกไปว่ายน้ำหน่อย...และถ้าผมเสร็จจากเรื่องตรงนี้เมื่อไหร่จะรีบไปรับทันที)

 

            “เรื่องของน้องฮิโรกิไม่ใช่ปัญหาเลยค่ะ  แต่ถ้าคุณจงอินทราบว่าพี่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้...พี่ต้องโดนหมายหัวแน่นอนเลยค่ะ”

 

            (เดี๋ยวผมจัดการเองครับ...พี่เลขาไม่ต้องเป็นห่วง)

 

            “ค่ะ ๆ ๆ !!!

 

คนปลายสาย...รู้สึกร้อนๆหนาวๆเหมือนไข้จะขึ้น  เพราะเรื่องที่ภรรยาเจ้านายเอ่ยขอความช่วยเหลือเอาไว้  มันเป็นสิ่งที่ต้องทำแข่งกับเวลา  เสี่ยงต่อหน้าที่  และไม่รู้ว่าตัวเองจะถูกไล่ออกหรือไม่???!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

19.18 น.

 

 

            ความเหนื่อยล้าจากการทำงาน...มันทำให้เจ้าของโรงแรมคิดถึงเตียงนุ่มๆมากกว่าสิ่งใด  เพราะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา   เขานอนไม่ถึงห้าช่วงโมงต่อวันและบางวันก็แทบไม่นอนเลยด้วยซ้ำ  แถมการที่ต้องอยู่ห่างไกลจากลูกจากเมีย  มันก็พลอยทำให้หมดกำลังใจ  หมดแรง  รวมถึงหมดพลังที่จะต่อสู้กับปัญหาในแต่ละวัน  อยากกอดเซฮุน  อยากเล่นกับลูกชาย  อยากลงไปเดินอยู่ในสวนดอกไม้หลังบ้าน  อยาก  อยาก  อยาก......อยากกลับไปนอนกอดเมียยยยยยยยยย!!!

 

แกร๊กกก!!!

 

♪♫♪..♫♪…♫♪♫..♪♫♪♫….♪♫!!!!!

 

            “...........!!!!!!!!!??”

 

            ใช้คีย์การ์ด...เพื่อเปิดประตูห้องพักเหมือนเฉกเช่นทุกวัน  แต่วันนี้มันแตกต่างไปจากวันอื่นๆ  เพราะเมื่อก้าวขาเข้ามาด้านใน  ห้องทั้งห้อง...กลับมีสภาพเหมือนสถานบันเทิงขนาดย่อม  แล้วเพลงที่เปิดอยู่ตอนนี้ก็ชวนให้นึกถึงงานเลี้ยงของลูกค้าที่คลับเอสเอ็ม(SM)  จงอินรีบทิ้งเอกสารปึกใหญ่ไว้บนโต๊ะก่อนเดินตรงไปที่ห้องนั่งเล่นด้วยความใคร่รู้  และสิ่งแปลกตาที่เห็นอยู่ภายในห้อง...มันก็ชวนให้ต้องรีบค้นหาคำตอบ

 

            “มานั่งด้วยกันไหมครับ??”

 

            “ซะ...เซฮุน!!!

 

            รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง...เพราะการแต่งกายของคนตรงหน้า  มันพาลให้อัตราการเต้นของหัวใจแรงขึ้นจนยากจะควบคุม  เรือนร่างอันสวยงามที่นั่งอยู่บนโซฟา  เสื้อสายเดี่ยวเนื้อบาง...ที่บางจนเห็นทุกซอกทุกมุมได้อย่างชัดเจน  กางเกงขาสั้น...ก็สั้นและเว้าสูงจนไม่อาจละสายตา  พร้อมด้วยเสียงหวาน...ที่เอ่ยคำเชื้อเชิญจนอยากจูบให้หายคิดถึง  ทุกๆอย่างที่เป็นเซฮุนในวันนี้...มันทำให้คนงานเยอะถึงกับพูดอะไรไม่ออก  นอกจากการเรียกชื่อด้วยเสียงที่เบาจนเหมือนเป็นการกระซิบ

 

            “ไม่อยากมานั่งด้วยกันเหรอครับ... U_U

 

            มันเกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่คนเก่ง....แล้วท่าทีที่แสดงถึงความน้อยเนื้อต่ำใจ  ก็พาให้สองขาของคนเป็นสามีต้องรีบก้าวไปให้ถึงโซฟาสีเข้มแล้วกอดร่างสวยเอาไว้แนบอก  ใครสั่งให้แต่งตัวแบบนี้  จัดห้องแบบนี้  และมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่  แล้วลูกชายล่ะ...ไม่ได้มาด้วยกันหรือ????  สงสัยไปหมด  วิตกไปใหญ่  และมีเหตุผลอันใดที่เซฮุนต้องสวมชุดนอนบางเบาสีขาวตัวนี้??????  จงอินมีแต่ความสงสัยที่อยากได้คำตอบ  และคนตรงหน้าก็คงจะให้คำตอบได้ดีที่สุด

 

            “เซฮุนของพี่เป็นอะไรครับ...?”

 

            “พี่จงอินไม่รักเซฮุนแล้วใช่ไหม”

 

            “โธ่คนดี...พี่รักจนจะบ้าตายอยู่แล้วครับ  รักมากๆ...มากที่สุดในชีวิต”

 

            “ถ้ารัก...แล้วเรื่องนี้มันหมายความว่ายังไงครับ?”

 

            รอยลิปสติกเจ้าปัญหาและนามบัตรของหญิงสาว  ถูกหยิบออกมาวางบนตักของสามีทันทีเมื่อจบประโยคคำถาม  ใบหน้าเรียวสวย...อิงแอบแนบซบไปบนไหล่กว้าง  พร้อมยกมือทั้งสองข้างกอดเอวหนาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย  ส่วนคนถูกอ้อน...ก็รีบโยนเสื้อสูทของตัวเองทิ้งและฉีกนามบัตรเป็นชิ้นเล็กๆอย่างไม่ใยดี  ก่อนอุ้มภรรยาที่อยู่ในชุดนอน(ไม่ได้นอน)ขึ้นมานั่งบนตักแทนของสกปรกพวกนั้น

 

            “เซฮุนฟังพี่นะครับ  เมื่อคืนพี่ไปกินเลี้ยงกับลูกค้า  คุณเลขาก็ไปด้วย...แต่พี่ต้องให้เลขากลับไปก่อนเพราะงานมันเลิกดึกมาก  พอเลขากลับไปก็มีผู้หญิงคนอื่นมานั่งข้างๆพี่...แล้วก็ให้นามบัตรเอาไว้  ส่วนเรื่องลิปสติก...พี่ขอยอมรับผิดเพราะพี่หลบเธอไม่ทัน  แต่มันไม่มีอะไรมากกว่านั้นแน่นอน  พี่รับรองได้”

 

            “จริงนะครับ...ไม่มีอะไรกันแน่นะครับ”

 

            “สาบานเลยครับ...พี่ไม่มีวันนอกใจเซฮุนเด็ดขาด”

 

            “เซฮุนไม่อยากให้พี่จงอินไปงานเลี้ยงแบบนั้นเลยครับ  เซฮุนกลัว...กลัวว่าคนอื่นจะมาแย่งพี่จงอินไปจากเซฮุน”

 

ฟอดดดด!!!!

 

          ถ้าภรรยาของเขาคือบยอน  แบคฮยอน...ป่านนี้หูคงยานถึงเอว  ปากคงแตกจนเลือดอาบ  และคงถูกพ่อตาเรียกไปตักเตือนจนสมองไม่สั่งงาน  แต่คนรักของคิม  จงอินคือ  โอ  เซฮุน...ปัญหาทั้งหมดจึงถูกแก้ไขด้วยวิธีที่ทำให้รอยยิ้มมันกว้างขึ้นด้วยความสุข  เพราะถ้ามีเหตุผลกันมากพอ  กล้าบอกความจริง  หรือมีสติจะรับฟัง  ทุกๆปัญหาของการใช้ชีวิตคู่...มันก็ต้องจบลงด้วยดี

 

 

            แก้มนุ่ม...ถูกฝังความห่วงใย  ท่อนแขนที่โอบกันไว้...ก็ช่วยบรรเทาความขุ่นข้องหมองใจให้หายด้วยอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น  และยังคงเชื่อมั่นในความรัก...ที่มีให้กันและกันเหมือนเช่นเดิม  เซฮุนอาจมีข้อบกพร่องให้ต้องปรับปรุง  เจ้าตัวจึงไม่อยากโวยวายหรือตีโพยตีพายให้กลายเป็นเรื่องใหญ่  และถ้าสิ่งที่เกิดขึ้น...มันเป็นไปในแบบที่คิดไว้ตั้งแต่ทีแรก  เขาก็คงต้องยอมปล่อยให้จงอินได้ไปพบกับคนที่ดีกว่า  เพราะคนไม่รักก็คือไม่รัก  ยื้อไปก็เปล่าประโยชน์  แล้วการใช้กำลังก็ไม่ใช้ทางออกที่ดี

 

ถ้าผิด...ก็พร้อมจะแก้ไข  ถ้าไม่รัก...ก็พร้อมจะจากไป  และถ้าเลือกได้...ก็ขอโอกาสแก้ตัว

 

            บางที...คนเราก็ต้องมองตัวเองว่ายังมีข้อบกพร่องตรงไหน  ขาดสิ่งใด  หรือต้องปรับปรุงอะไรอีกบ้าง  และถ้าเรามีคนรักที่รักกันมากพอ  ปัญหาทุกอย่างก็จะถูกแก้ไขไปพร้อมๆกับความเข้าใจ  เซฮุนไม่ได้ยอมเสียความเป็นตัวเองเพื่อแลกกับการถูกรัก  แต่การใช้ชีวิตคู่...มันต้องยอมลดทิฐิ  ลดความเอาแต่ใจ  และไม่ควรตักตวงความสุขอยู่ฝ่ายเดียว  มันเหมือนจะเป็นเรื่องยากที่ต้องยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนที่เรารัก  แต่ถ้าไม่ยอมเปลี่ยนอะไรเลย  ก็อย่าหวังว่าชาตินี้จะเจอความรักอย่างที่ใจต้องการ

 

            “ไม่มีใครแย่งพี่ไปจากเซฮุนได้แน่นอน...เซฮุนคือคนที่พี่รักมากที่สุดนะครับ”

 

            “.............”

 

            “เงียบทำไมครับ...คุณแม่คนเก่ง?  แล้วไปเอาชุดนี้มาจากไหน  หื้มม?”

 

            “ให้พี่เลขาซื้อมาให้ครับ”

 

            “ผัวจะลงโทษเมียยังไงดีน้าาา...”

 

            “ห้ามลงโทษเด็ดขาด...พี่จงอินนั่นแหละ ทำให้เซฮุนเป็นแบบนี้”

 

            “พี่ผิด??”

 

            “ใช่...พี่จงอินไม่ระวังตัว  ปล่อยให้ผู้หญิงมาฝากรอยไว้ที่เสื้อได้ไง  พี่จงอินนั่นแหละต้องถูกลงโทษ”

 

            เอ่ยออกมาด้วยอารมณ์น้อยใจ...มากกว่าทำไปด้วยความโกรธเคือง  เพราะถ้าสามีดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้  รอยลิปสติกสีชมพู  นามบัตรและหญิงสาวมากหน้าหลายตา  ก็คงไม่มีทางเข้าใกล้หนุ่มผิวเข้มมากเสน่ห์คนนี้ได้อย่างแน่นอน  เซฮุนมั่นใจ...ว่าจงอินไม่มีทางทำตัวนอกลู่นอกทาง  แอบไปมีเล็กมีน้อย  หรือออกไปหาความสุขทางกายเมื่อต้องอยู่ห่างกัน  แต่...เมื่อเริ่มมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น  ภรรยาอย่างเขาก็คงต้องใส่ใจสามีให้มากขึ้นกว่าเดิม

 

            “แล้วเซฮุนจะลงโทษพี่ยังไงครับ?”

 

            “จะหอมแก้มเยอะๆ  จูบบ่อยๆ...แล้วก็กอดแน่นๆ  เซ ฮะ...ฮุน  อื้มมม!!!

 

ฟอดดดด!!!!!!!!

 

            รักมากกว่านี้ก็คงจะกลายเป็นคนบ้า...และบทลงโทษที่แสนรักแบบนั้น  ก็พาให้เอวบางถูกกระชับด้วยความหมั่นเขี้ยว  แก้มนุ่มถูกสัมผัสด้วยความคิดถึง  พร้อมพลิกเรือนกายในชุดซีทรูให้นอนราบลงบนโซฟาตัวใหญ่  ลิ้นอุ่นชื้นกวาดต้อนความหวานอย่างไม่อาจห้ามความรู้สึก  ผิวเนื้อเนียนขาวถูกลูบไล้ฟอนเฟ้นด้วยแรงปรารถนา  และเสื้อสายเดี่ยวรวมถึงกางเกงขาสั้นที่แสนเร้าใจ...ก็ถูกดึงออกอย่างไม่ใยดี

 

คนเป็นสามี...อยากขอบคุณปัญหาที่ช่วยให้คนในอ้อมกอดยอมทำเรื่องที่ไม่คาดฝัน  เพราะเซฮุนไม่ใช่ภรรยาที่ชอบใส่ชุดนอนแบบนี้หรือลุกขึ้นมาอะไรแผลงๆ  และมักจะเชื่อฟังคำสั่งของเขาอยู่เสมอ

 

            “แล้วลูกอยู่ไหนครับคุณแม่คนเก่ง!!

 

            “ซี้ดด!!  อยู่กับพี่เลขา  คะ...ครับ!

 

            “สงสัยพี่เลขาคงต้องถูกไล่ออก...อื้มมม!!!

 

            “อย่านะครับ...พี่จงอินห้ามไล่ใครออก  อ๊ะ!  เด็ดขาด  อ๊ะ!!

 

            “แล้วมาที่โรงแรมกันยังไง...ทำไมดื้อแบบนี้  หื้มม?!

 

            “พะ....พี่จงอินนน!!!  ซี้ดด!!

 

            อยากตอบทุกคำถาม...แต่ความต้องการที่ถูกคนด้านบนมอบให้  คือสาเหตุที่ไม่อาจเอ่ยอะไรออกมาได้อีกนอกจากเสียงร้องที่น่าอาย  ชุดนอนที่ให้พี่เลขาซื้อมาเมื่อช่วงสายก็ถูกถอดออกจนร่างกายเปลือยเปล่า  และบรรยากาศกึ่งผับกึ่งบาร์ภายในห้องพักสุดหรู...ก็ให้พนักงานจัดเลี้ยงช่วยเนรมิตให้ก่อนที่การประชุมของสามีจะเสร็จสิ้น  แถมเพลงที่เปิดอยู่ในตอนนี้  ก็พาลให้บทรักที่แสนนุ่นนวลแปรเปลี่ยนไปเป็นร้อนแรงจนร่างกายแอ่นโค้งด้วยความรู้สึกที่ยากเกินจะอธิบาย

 

(กดฟังเพลงเพื่อเพิ่มอรรถรส)

 

            “เซฮุนนนน....อ่าห์!!!

 

            จำเป็นต้องหยุดบทรักไว้เพียงเท่านี้...เพราะเด็กน้อยที่ฝากพี่เลขาดูแล  ก็ต้องรีบไปรับก่อนที่เจ้าตัวจะงอแง  มือหนาประคองกายภรรยาเอาไว้แนบออก  ก่อนถอนความต้องการออกจากร่างสวยด้วยความเสียดาย  การเป็นพ่อแม่...อาจทำให้คนทั้งคู่มีเวลาให้กันน้อยลง  แต่ความรักที่มอบให้กัน...กลับเพิ่มมากขึ้นทุกวันด้วยรู้สึกที่แท้จริง  จงอินอุ้มภรรยาแสนสวยเข้ามาทำความสะอาดร่างกายในห้องน้ำ  และต้องพยายามหักห้ามใจของตัวเองเอาไว้  เพราะผิวเนื้อขาวเนียน...ที่เต็มไปด้วยแรงสัมผัสอยู่เกือบชั่วโมง  ก็แดงระเรื่อจนอยากจะสัมผัสอีกสักรอบ

 

            “เจ็บไหมครับเซฮุน”

 

            “ไม่เจ็บครับ...”

 

            ฟองครีมเนื้อนุ่ม...ถูกลูบลงบนกายขาวเนียนให้อย่างทะนุถนอม  ความห่วงใย...ถูกเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้มที่แสนอบอุ่น  และสิ่งที่สามีฝากเอาไว้ในร่างกาย...ก็ถูกนำออกมาด้วยความอ่อนโยน  ขอบคุณที่ดูแลกันเหมือนเช่นที่ผ่านมา  แม้ปัญหาต่างๆมากมายจะพาลให้เข้าใจผิด  คิดไปเอง  หรือเกิดความวิตกกังวลไปต่างๆนานา  แต่ทุกปัญหา...มันก็ผ่านไปได้ด้วยดีเสมอ

 

            “ป่านนี้ฮิโรกิคงเล่นน้ำจนตัวเปื่อยแล้วครับ”

 

            “แต่คุณแม่คนเก่ง...ก็เล่นน้ำจนตรงนี้เปื่อยเหมือนกันนะครับ”

 

เพี๊ยะ!!!

 

            “แด๊ดดี้ทะลึ่งงง!!

 

              ฟาดความขวยเขิน...ลงบนท่อนแขนกำยำ  และรีบสวมกางเกงก่อนที่สะโพกกลมกลึงจะถูกบีบอีกรอบ  ส่วนเสื้อผ้าที่มีรอยลิปสติก  มีกลิ่นน้ำหอมที่ไม่คุ้นเคย  หรือมีความทรงจำที่อยากจะลบออก  ก็ถูกทิ้งถังขยะโดยไม่นึกเสียดายราคา  สิ่งใดที่ทำให้ภรรยารู้สึกแย่...สามีคนนี้ก็จะไม่เก็บเอาไว้ให้หมางใจ  และจะระวังตัวให้มากขึ้น  เพราะถ้าผู้หญิงคนนั้นทำให้เกิดความเข้าใจผิดมากไปกว่านี้  จงอินก็ไม่รู้ว่าเหตุผลที่หยิบยกขึ้นมาบอกกล่าว...มันยังน่าเชื่อถืออยู่หรือไม่

 

ขอบคุณภรรยาแสนดี...ที่ยังคงเชื่อมั่นในตัวเขา  ขอบคุณ...ที่ยอมรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น  และขอบคุณ...ที่รักสามีคนนี้จนยอมทำสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตน

 

            “คืนนี้...เราจะทานมื้อค่ำที่ไหนดีครับคุณแม่คนเก่ง??”

 

            “ไปถามลูกดีกว่าครับ  แล้วเมื่อตอนกลางวัน...ลูกก็ทานอาหารญี่ปุ่นไปตั้งเยอะ”

 

            “แต่แด๊ดดี้อยากทานอาหารอิตาเลี่ยน”

 

            “ก็ดีนะครับ...เซฮุนกับลูกก็ไม่ได้ทานนานแล้วเหมือนกัน”

 

            “โอเค...เดี๋ยวพี่โทรไปบอกให้พนักงานจัดห้องพิเศษไว้ให้”

 

จุ้บบ!!!

 

            “รักแด๊ดดี้นะครับ”

 

            รู้ใจ...ว่าภรรยาคนนี้ไม่ชอบความวุ่นวาย  รอยจูบจึงประทับลงบนสันกรามคมเพื่อแทนคำขอบคุณ  พร้อมเอ่ยประโยคที่ทำให้สามียิ้มกว้างจนปากแทบฉีก  ห้องพักสุดหรูที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นผับเป็นบาร์  มันคงไม่เหมาะที่นั่งทานมื้อค่ำด้วยกัน  และก่อนเข้านอนในคืนนี้ก็คงต้องให้พนักงานจัดเลี้ยงมาช่วยเปลี่ยนห้องห้องนั้นให้กลับสู่สภาพเดิม  มือบาง...ถูกประสานเอาไว้ด้วยมือที่ใหญ่กว่า  และพากันเดินออกไปจากห้องก่อนขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้นดาดฟ้าเพื่อรับลูกชาย

 

            “เซฮุนมาที่นี่ตั้งแต่กี่โมง?  แล้วมากันยังไง...ลูกไม่งอแงเลยเหรอ?”

 

            “มาถึงตอนบ่ายๆครับ...พี่มินโฮมาส่งที่สนามบิน  แล้วก็...มีเรื่องนิดหน่อยด้วยครับ  ลูกร้องไห้...แล้วบอกให้ผมพามาหาพี่จงอินที่นี่”

 

            “มีเรื่องอะไรกัน?  แล้วทำไมต้องร้องไห้???”

 

            “สัญญาได้ไหมครับ...ว่าถ้าเซฮุนเล่าให้ฟัง  พี่จงอินจะไม่โมโห”

 

            “เฮ้อออ...บอกตรงๆว่าพี่ไม่แน่ใจ”

 

            “เซฮุนคุยกับลูกแล้วครับ...ลูกเข้าใจทุกอย่างหมดแล้ว  พี่จงอินไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”

 

            “โอเค...พี่สัญญาว่าจะไม่โมโห”

 

            “ฮิโรกิถูกเพื่อนที่โรงเรียนล้อว่ามีพ่อแม่ตัวปลอม  พ่อแม่เกาหลี...ลูกก็เลยเสียใจครับ”

 

            ใช่ว่าอยากจะบอกกล่าวจนทำให้เกิดความหนักใจ  แต่ถ้าสามีมาทราบเรื่องนี้ในภายหลัง...เขาคงถูกโกรธหรือไม่ก็ถูกลงโทษด้วยวิธีที่ต้องง้ออยู่หลายวัน  ส่วนคนที่สัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่โมโห...ก็รู้สึกไม่พอใจเมื่อได้ฟังเรื่องทั้งหมด  และถึงแม้สิ่งที่ลูกชายถูกล้อเลียนจะเป็นเรื่องจริง  แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่สมควรนำมาพูด  และถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวหาอย่างไร้เหตุผล  ทราบดี...ว่าวุฒิภาวะของเด็กในวัยนี้อาจบกพร่องเกินกว่าจะแยกแยะเรื่องราวต่างๆ  แต่คำกล่าวหาในเรื่องที่ส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจ  มันก็เป็นสิ่งที่ผู้ปกครองควรสั่งสอนลูกของตัวเองให้ดี

 

            “เดี๋ยวพี่จะไปคุยกับคุณครูที่โรงเรียน”

 

            “อย่าเลยครับ...เซฮุนไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย”

 

            “เฮ้อออ!!  พี่ยอมแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะครับ...แต่ถ้ามีอีก พี่จะไปพบครูใหญ่”

 

            คนเป็นพ่อ...พยายามปรับอารมณ์ให้คงที่  ก่อนเดินออกมาจากลิฟท์เพื่อไปรับฮิโรกิที่สระน้ำ  ใช่ว่าอยากปล่อยให้ลูกถูกรังแก  และอยากปกป้องคนที่ตัวเองรักให้มากที่สุด  แต่เมื่อคนเป็นแม่ขอร้องเอาไว้  จงอินจึงจำเป็นต้องปล่อยผ่านไปโดยไม่โต้แย้ง  ส่วนเซฮุนก็ใช่ว่าไม่รักลูกชาย...แต่มันทราบดีว่าต่อให้เอาเรื่องจนถึงที่สุด  ฮิโรกิก็ต้องถูกล้อเลียนด้วยคำคำเดิมไปจนกว่าจะเรียนจบ  เพราะการมีพ่อแม่บุญธรรมมันคือความจริงที่หลีกหนีไม่พ้น  และสิ่งที่ผู้ปกครองอย่างเขาต้องทำก็คือ...การสอนลูกให้เข้มแข็ง

 

 

            เซฮุน...ไม่สามารถปกป้องลูกได้ตลอดเวลา  และการสอนให้ฮิโรกิยอมรับความจริง  สอนให้เข้าใจการใช้ชีวิต  หรืออบรบให้เป็นเด็กที่มีมารยาท  มันก็เป็นสิ่งที่จะช่วยให้เจ้าตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข  เศร้าก็ปลอบ  เสียใจโอบอุ้ม  และถ้ายังมีความสับสน  แม่คนนี้ก็จะคอยสั่งสอนและพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างลูกเสมอ

 

            “คุณแม่มาแล้ว!!  แด๊ดดี้มาแล้วววว!!!!!!

 

            “ตัวเปื่อยหรือยังครับฮิโรกิ?!

 

            “ไม่เปื่อยฮะ”

 

            “เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้า...เราค่อยมาเล่นด้วยกันใหม่นะครับ”

 

            “แด๊ดดี้ว่างเหรอฮะ?”

 

            “ว่างแล้วครับ...พรุ่งนี้แด๊ดดี้จะเล่นกับฮิโรกิทั้งวันเลย”

 

            “เย้ๆ ๆ ๆ ๆ  ^O^

 

            มือหนา...รีบคว้าผ้าขนหนูมาห่อตัวลูกชายด้วยความเป็นห่วง  เพราะตอนนี้อากาศเริ่มเย็น  แถมบนดาดฟ้าก็มีลมพัดอยู่ตลอดเวลา  ส่วนคนเป็นแม่...ก็รีบโค้งตัวเพื่อเป็นการขอบคุณเลขาของสามี  เนื่องจากงานแบบนี้มันเป็นสิ่งที่ดูจะเกินหน้าที่ไปมาก  และถึงแม้เธอจะทำด้วยความเต็มใจ  แต่การไหว้วานให้ไปหาชุดนอน  การฝากให้ดูแลลูกชาย  หรือการสั่งนั่นสั่งนี่  รวมถึงให้ปกปิดเรื่องการเดินทางของเขาไว้เป็นความลับ  มันก็เป็นงานที่ต้องแข่งกับเวลา  เสี่ยงต่อการถูกไล่ออก  และเกินหน้าที่ของการเป็นเลขาไปมากจริงๆ

 

            “ขอบคุณมากๆนะครับพี่เลขา”

 

            “เรื่องแค่นี้เองค่ะ...สบายมาก  ว่าแต่...มันสำเร็จไหมคะคุณเซฮุน??!

           

            “  >///<)   ”

 

            เป็นเลขามาหลายปี...แล้วอาชีพแบบนี้ก็พาลให้เครียดอยู่บ่อยครั้ง  แต่การได้ทำในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่กลับช่วยให้หายเครียดได้อย่างไม่น่าเชื่อ  แถมยังทำให้ได้เห็นรอยยิ้ม  เห็นความเขินอาย  และเห็นความรักที่เจ้านายกับภรรยามีให้แก่กัน  ยอมรับว่าวันนี้มันเหนื่อยมากกว่าวันไหนไหน  แต่ก็รู้สึกดีที่เจ้าของโรงแรมกับภรรยาให้ความไว้วางใจ  คนเป็นเลขา...รีบออกมาจากที่ทำงานด้วยความเร่งรีบ  เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นมาเคลียร์เอกสารแต่เช้า  และ..........

 

Rrrrr!!!

 

Rrrrr!!!

 

            “ค่ะ...คุณจงอิน!!

 

            ขับรถยังไม่พ้นลานจอด...เสียงของเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋าหนังสีเข้ม  ก็ทำให้ต้องหยุดการเดินทางกลับบ้านเอาไว้ชั่วขณะ  และคว้าสมาร์ทโฟนออกมากดรับด้วยความร้อนรน  เพราะคนปลายสายก็คือผู้ที่อาจโทรมาตัดสินความเป็นความตายของอาชีพเลขาฯ  ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว...เนื่องจากการทำงานเกินหน้าที่ในวันนี้  มันอาจเป็นเหตุให้เธอต้องถูกพักงาน  หรือถ้าร้ายแรงกว่านั้นก็คือไล่ออก   แต่........

 

            “คุณเลขาเป็นคนไปซื้อชุดนอนให้ภรรยาของผมใช่ไหม??”

 

            “ชะ...ใช่ค่ะ  T^T

 

            “พรุ่งนี้ไปซื้อมาอีก...เอาสีดำกับสีแดง”

 

            “ได้ค่ะ  ได้ค่ะ!

 

            “ซื้อมาแล้วก็เอาไปเก็บไว้ในห้องทำงาน...แต่ห้ามบอกภรรยาของผมเด็ดขาด”

 

            “รับทราบค่ะ!!

 

ดีใจ...ที่ไม่ถูกไล่ออก  แต่การจะให้เลขาคนนี้ไปซื้อชุดนอนในเวลาที่ห้างฯปิดให้บริการ  มันก็เป็นคำสั่งที่โหดร้ายเกินไป!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

Cr.  ภาพในตอนที่3 : ar.zaful.com  และtsunagujapan.com

ขอบคุณเพลง...PILLOW  TALK : Zayn  Malik  > YouTube

 

 มทซึนาเบะ***

 


 

ซาชิมิ***

 


 

 

Talk.

และนี่ก็คือ...ชุดนอนที่คุณแม่คนเก่งใส่อ้อนสามี >//<)

 


 

 

เรื่องของขวัญวันปีใหม่...เราต้องขอบคุณนักอ่านมากๆที่ให้การตอบรับ  เราดีใจนะคะที่ทุกคนชอบในสิ่งที่เราทำ  และบอกว่าจะเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี  ปลื้มมากเลยค่ะ  ใจฟูสุดๆ ♥♥♥♥

ขอบคุณที่รักเจ้าของโรงแรมและเจ้าของสวนดอกไม้มากถึงขนาดนี้  ขอบคุณจริงๆค่ะ (พนมมือ)

ส่วนนักอ่านคนไหนที่ต้องอ่านหนังสือสอบ...เราขอเป็นกำลังใจให้นะคะ  ขอให้สอบผ่าน  ขอให้ได้เกรดดีๆ  และขอให้สมหวังอย่างที่ตั้งใจ  เพี้ยงงง ๆ ๆ ๆ ๆ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย



T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #651 Jammie-Lee (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 22:06
    จงอินถูกใจจนต้องสั่งเลขาให้ซื้อมาเพิ่ม ฮืออออ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
    #651
    0
  2. #624 TDNND (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 19:03
    น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกก กอไก่ล้านตัว
    #624
    0
  3. #623 Sea.C.94 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 13:45
    หื้มมมมม คุณแม่แซ่บอ่ะ ชอบความมีเหตุผลของน้องมากๆ
    #623
    0
  4. #622 Pinkdao (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 23:32
    ชุดน้องฮุนแซ่บมากเลยค่ะ
    #622
    0
  5. #621 OOh_Pang (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 19:14
    อบอุ่นมากๆเลยค่ะ ชอบที่คุยกันด้วยเหตุผล
    #621
    0
  6. #620 Kim_Aiir (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 17:24
    ลุ้นมากอ่ะไรท์เตอร์ โคตรกลัวว่าจะหน่วง
    #620
    0