จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 4 : ❀ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,635
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    3 พ.ย. 62









ดอกไม้ดอกที่  4



 

 

โรงแรม  โซล

20.49 น.

  

แกร๊กก!! 

 

          เฮ้อออ!!        

 

            ประตูห้องนอนชั้นบนสุดของโรงแรมถูกปิดลง...และเมื่อแผ่นหลังกว้างทิ้งลงบนเตียงนุ่มด้วยความเหนื่อยล้า  เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของผู้เป็นเจ้าของห้องก็ดังขึ้น   วันนี้จงอินต้องนั่งทำงาน  ต้องเซ็นเอกสารและต้องเดินตรวจโรงแรมเหมือนอย่างที่เคยทำ  แต่ที่วันนี้เหนื่อยมากเป็นพิเศษเพราะมีงานของโรงแรมสาขาเชจูมาให้จัดการเพิ่ม  นั่นจึงทำให้คนเป็นเจ้าของกิจการอย่างเขารู้สึกล้าทั้งสมองรวมไปถึงร่างกายและคืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่จงอินต้องมาค้างที่นี่  ความเมื่อยบวกกับความขี้เกียจมันทำให้ไม่อยากแม้แต่จะขยับร่างกายไปไหน  ยิ่งถ้าจะให้ขับรถกลับไปนอนที่คอนโดฯก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

 

แต่...พอนอนโรงแรมทีไรก็อดที่จะนึกถึงพนักงานจัดดอกไม้คนใหม่ไม่ได้!! 

 

            ห้องพักที่เคยพาใครต่อใครเข้ามานอนหลายครั้ง  แต่ก็เคยไม่มีคนไหนทำให้เจ้าของโรงแรมรู้สึกโหยหาได้มากขนาดนี้มาก่อน  มันหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้นแค่อยากรับผิดชอบ...ก็ไม่เชิง??  แค่ติดใจในเซ็กส์อันแสนอ่อนหัด...ก็ใช่!!?  แต่ก็ไม่ทั้งหมด??  หรือแค่............?????????!!

 

            คิดได้แค่นั้น...คนเป็นเจ้าของโรงแรมก็เอามือยีผมตัวเองจนยุ่ง  เพราะคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าตัวเองรู้สึกเช่นไรกันแน่แต่เท่าที่ได้คุยกันเมื่อหลายวันก่อน  มันก็พอจะทำให้จงอินทราบได้อย่างหนึ่งว่าพนักงานใหม่อย่างโอเซฮุนเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมากๆ  ถึงแม้จะโดนเข้าใจผิดหรือโดนเขาแกล้งสารพัดสารเพ  แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะเอาเรื่องวันนั้นมาเป็นขอต่อรองเพื่อให้ตัวเองมีสิทธิ์เหนือคนอื่น  แล้วในหัวก็มีแต่เรื่องของงานทั้งนั้น  แถมยังบอกอีกว่าจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นและสัญญาว่าจะไม่บอกใครเด็ดขาด  ซึ่งประโยคสุดท้ายนั้น...มันก็ทำให้จงอินยังคงรู้สึกแปลกใจไม่หาย??

 

            เจ้าของโรงแรมรู้สึกสับสนและรู้สึกประทับใจในเวลาเดียวกัน  ด้วยส่วนมากหรือเกือบจะทั้งหมดที่เข้ามาคบกับเขาก็เพราะเห็นว่าเป็นเจ้าของธุรกิจด้านการโรงแรมที่มีชื่อเสียงและมีหน้ามีตามีในสังคมเท่านั้น   บางคนมีอะไรกับเขาเพียงชั่วข้ามคืนก็แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกันจนออกนอกหน้า  บางคนก็อ้อนให้พาไปเที่ยว  พาไปช็อปปิ้งซื้อนั่นซื้อนี่จนวุ่ยวายไปหมด  และเหตุการณ์ที่ทำให้เขาหนักใจมากที่สุดเท่าที่เคยเจอมาก็คือ.....

 

            หญิงสาวคนหนึ่งที่เคยพามานอนที่นี่เกิดไม่พอใจพนักงานทำความสะอาดที่กำลังเข้ามาทำหน้าที่ของตัวเองในห้องของเจ้านายตามปกติ  แต่เธอคนนั้นกลับอาละวาดใส่พนักงานและกล่าวตำหนิว่าการกระทำที่พนักงานทำอยู่เป็นการรบกวนเวลานอนของเธอ  แถมยังบอกกับพนักงานทุกคนอีกว่าเธอคือนายหญิงของที่นี่  แล้วถ้าไม่อยากถูกไล่ออกก็รีบไปให้พ้นๆหน้าเธอ  ซึ่งกว่าจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้  ก็ทำเอาปวดหัวแทบแย่  และส่วนมาก...ไม่ว่าจะเป็นสาวๆหรือหนุ่มๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของคนเป็นเจ้าของโรงแรม  ทุกๆคนก็จะทำกิริยาแบบนี้แทบจะทุกราย!! 

 

แต่สำหรับพนักงานจัดดอกไม้คนใหม่อย่างเซฮุน...มันกลับต่างไปจากที่เขาเคยเจออย่างสิ้นเชิง!!!??

 

            จงอินยอมรับ...ว่าตัวเองก็มีความต้องการเหมือนกับผู้ชายทั่วๆไป  และบางวันก็ใช้ชีวิตปกติธรรมดาอย่างเช่นการดื่ม  การเที่ยวผับ  การหาความสุขใส่ตัวไปตามประสาชายโสด  แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้ง...ที่เวลาไปเที่ยวแล้วต้องหิ้วใครต่อใครกลับมานอนด้วย  เพราะเขาไม่อยากให้พนักงานในโรงแรมที่ตัวเองเป็นผู้บริหารรู้สึกแย่ที่เห็นคนเป็นเจ้านายพาคนนั้นพาคนนี้เข้ามานอนที่โรงแรมบ่อยๆ  และการตกเป็นข่าวในเรื่องทำนองนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก  ส่วนการจะหาใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิตก็ไม่ยิ่งต้องพูดถึง  จงอินยังไม่พร้อมที่จะลงเอยกับใคร  เพราะตัวเขายังมีหน้าที่การงานให้รับผิดชอบอยู่อีกมากมาย  ไหนจะลูกน้องในโรงแรมที่มีอยู่เป็นพันๆคน  รวมถึงยังมีโรงแรมสาขาอื่นๆให้ต้องพัฒนาอยู่อีกหลายแห่ง  และด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้...จงอินจึงไม่มีเวลาที่จะเอาตัวเองไปผูกสัมพันธ์กับใครทั้งนั้น

 

            “เฮ้ออออ!

 

            ร่างสมส่วน...ในชุดสูทราคาแพงยังคงนอนถอนใจอยู่บนเตียงเป็นรอบที่สอง  เพราะถึงตอนนี้เขาก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดีว่าที่ตัวเองออกคำสั่งต่างๆมากมายให้พนักงานจัดดอกไม้คนใหม่ทำตามมันเกิดจากสาเหตุใด  หวง?  หรือ  ห่วง?  เพราะแต่ละความรู้สึกที่พยายามจะนึกให้ตรงกับใจมันก็ยังไม่ชัดเจนพอที่จะตัดสินได้ว่าความว้าวุ่นต่างๆที่กำลังวิ่งวนอยู่ในหัวมันคืออะไรกันแน่???  แต่...เท่าที่รู้สึกได้อย่างเดียวในตอนนี้ก็คือเขาอยากปกป้องและไม่อยากให้เด็กที่ดูใสซื่ออย่างเซฮุนต้องไปเจอกับเรื่องแบบนั้นอีกครั้งโดยเป็นการกระทำจากคนอื่น

 

 

                จงอินทราบดีว่าความเสียหายแบบผู้ชายกับผู้หญิงมันให้ความรู้สึกที่ต่างกัน  บางคนอาจซีเรียสและอยากให้รับผิดชอบ  บางคนอาจไม่คิดอะไรเลยหรือบางคนก็อาจไปแจ้งความจนเป็นเรื่องใหญ่โต  ส่วนบางคน...พอมีความความเสียหายเกิดขึ้นก็อาจมีผลกระทบทางจิตใจตามมาด้วย  ซึ่งจงอินก็เดาเรื่องนี้ไม่ออกเหมือนกันว่าเซฮุนจะรู้สึกอย่างไรบ้าง  จะเศร้าไหมจะเสียใจหรือเปล่า?  และเพราะเหตุผลที่หาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้มันก็ทำให้คนเป็นเจ้าของโรงแรมต้องออกคำสั่งที่เหมือนเป็นการบังคับข่มขู่เพื่อหวังให้พนักงานจัดดอกไม้คนใหม่เกิดความระวังตัว  และไม่กล้าไปปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ใครต่อใครแตะต้องได้ง่ายๆเหมือนอย่างที่เขาทำ

 

 

                ถึงแม้เรื่องทั้งหมดมันจะเกิดจากความเข้าใจผิดและตัวของเซฮุนเองก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร  แต่จงอิน...ก็อยากจะรับผิดชอบกับเหตุการณ์ในครั้งนี้  เพราะอีกความรู้สึกหนึ่งที่ยังคงชัดเจนในอยู่ความทรงจำนั่นก็คือรสจูบที่แสนหวานจากริมฝีปากบางสีสด  รวมถึงเรือนร่างอันสวยงามและความบริสุทธิ์ที่เขาได้รับเป็นคนแรก  แล้วถ้าเดาไม่ผิด...จูบหวานๆที่กำลังนึกถึงอยู่ในตอนนี้ก็คงเป็นจูบแรกของเซฮุนอีกเช่นกัน  เพราะความอ่อนหัดในเรื่องบนเตียงที่แสดงออกมาในคืนนั้นมันก็ได้ฟ้องคนมากประสบการณ์อย่างคิมจงอินไว้หมดแล้ว  และทุกๆอย่างที่เป็นของโอเซฮุนก็จะต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น!!

 

Rrrrrr!!

 

Rrrrrr!!

 

          ว่าไงชานยอล...หายหัวไปเลยนะมึง  แล้วตอนนี้มึงอยู่ที่ไหนวะ??”  เสียงของโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทดังขึ้น  ฉุดให้คนที่กำลังนอนเพ้อถึงรอยจูบอันแสนหวานให้หลุดจากภวังค์ของตัวเอง  และรีบพูดเหน็บแนมออกไปทันทีเมื่อรู้ว่าปลายสายเป็นใคร  เพราะตั้งแต่ผิดนัดกับเขาวันนั้น  ชานยอลก็ไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย

 

            (กูก็อยู่โซลนี่แหละ...แต่เดี๋ยวกูจะบินกลับเชจูพรุ่งนี้ตอนเย็นนี้  พอดีโรงแรมที่เชจูมีปัญหา  ช่างที่กำลังต่อเติมห้องพักแม่งลาหยุดไม่แจ้งกู  แถมยังเสือกทำงานผิดอีก  เฮ้อออ!!)  เป็นครั้งแรกที่ชานยอลต้องโทรมาบ่นเรื่องงานให้เพื่อนฟัง  และที่หายตัวไปนานก็เป็นเพราะงานที่ตัวเองถนัดที่สุดเกิดมีปัญหาทั้งๆที่ไม่ควรจะเป็นแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ

 

            “อ้าว...ให้กูไปช่วยอะไรไหม??  เพราะทางนี้งานเรียบร้อยดีไม่มีปัญหาอะไร  เหลือแค่เคลียร์เอกสารนิดหน่อย”  รีบเอ่ยปากถามเพื่อนซี้ออกไปอย่างรู้สึกเป็นห่วง  เพราะงานแต่ละชิ้นที่เขามอบหมายให้ชานยอล มันไม่เคยเกิดความผิดพลาดเลยสักครั้ง  แต่สำหรับงานนี้...คงเป็นเรื่องที่เขาต้องไปจัดการด้วยตัวเอง

 

            (เออ!!มาช่วยกูหน่อยก็ดี  แล้ว...พรุ่งนี้ตอนเย็นมึงว่างไหมวะกูอยากให้มึงเอาเอกสารXXจากพี่เลขาของมึงมาให้กูที่สนามบินด้วย   พอดีกูไม่ว่างเข้าไปเอา  กูนัดลูกค้าเอาไว้  เอ้ออ!!...แล้วกูมีเรื่องงานจะปรึกษามึงด้วย)  จงอินเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเพื่อนของตัวเองถึงผิดนัดเมื่อหลายวันก่อน   เพราะเท่าที่ฟังชานยอลบ่นอยู่ในตอนนี้มันก็คือคำตอบที่ชัดเจนมากพออยู่แล้ว  

 

            “ได้ๆ...พรุ่งนี้ตอนเย็นเจอกันที่สนามบิน  แล้วเดี๋ยวกูบินตามไปที่หลังนะ  กูขอเคลียร์เอกสารทางนี้ให้เสร็จก่อน

 

           ปกติ...ชานยอลเป็นคนที่ทำงานเร็วมากและหาข้อบกพร่องได้น้อย  แต่สงสัยงานนี้จะมีปัญหาจริงๆเพราะไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางเอ่ยปากขอให้เขาไปช่วยดูงานที่เชจูแน่นอน  เจ้าของโรงแรมโยนเครื่องมือสื่อสารทิ้งลงบนเตียงเมื่อสิ้นสุดการสนทนา  และค่อยๆถอดเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำเนื่องจากวันนี้ทั้งวันงานก็ยุ่งมากจนรู้สึกเมื่อยล้าไปหมด  แถมเมื่อครู่ก็มีงานที่เชจูให้เข้ามาแก้ไข  และการได้นอนแช่น้ำอุ่นๆอาจเป็นทางออกเดียวที่พอจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายหลังจากที่เหนื่อยกับเรื่องต่างๆมาทั้งวัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มหาวิทยาลัย  XXX

14.19 น.

 

 

                วันนี้...เป็นวันที่เซฮุนกับแบคฮยอนต้องเดินทางมาที่มหาวิทยาลัยเพื่อพรีเซ้นงานชิ้นสุดท้าย  และเมื่อรายงานชิ้นนี้เสร็จสิ้น  เขาทั้งคู่รวมถึงเพื่อนๆในคลาสก็จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักศึกษาที่จบใหม่โดยสมบูรณ์  แล้วหลังจากนี้...ก็ต้องออกไปเผชิญกับโลกใบใหม่ที่ไม่ใช่ในรั้วมหาวิทยาลัยอีกต่อไป   และเมื่อการพรีเซ้นงานของนักศึกษาคนสุดท้ายสิ้นสุดลง...เพื่อนๆทุกคนต่างก็ร่ำลาอาจารย์พร้อมกราบขอพรท่านและต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับ  ส่วนเพื่อนบางกลุ่มก็มีนัดกินเลี้ยงสังสรรค์กันต่อตามร้านอาหารหรือไม่ก็ผับบาร์

 

            “เซฮุนนนน...ขอกอดหน่อยยยยย”  คนตัวเล็กเริ่มออกอาการงอแงเมื่อรู้ว่าต้องจากกับเพื่อนรัก  เพราะหลังจากพรีเซ้นงานชิ้นสุดท้ายจบลง  แบคฮยอนต้องบินกลับเชจูเย็นนี้ทันที  เนื่องจากเป็นคำสั่งของคุณพ่อ 

 

            “ไม่รีบไปเหรอ  เดี๋ยวก็ตกเครื่องจนได้?”  กอดเพื่อนรักเอาไว้แน่นและรู้สึกใจหายเหมือนกันเมื่อต้องกล่าวลา  แต่เซฮุนก็ต้องทำเป็นเข้มแข็งเพราะไม่อยากเห็นแบคฮยอนร้องไห้ฟูมฟายกลางมหาวิทยาลัยทั้งๆที่ตัวเองก็เริ่มกลั่นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้วในตอนนี้

 

            “เครื่องออกตั้งสองทุ่ม  แบคขอกอดเซฮุนให้หายคิดถึงก่อนไม่ได้เหรอ”  เอาหน้าหงอยๆซุกอกเพื่อนอย่างออดอ้อนและบ่นงุ้งงิ้งไม่หยุด  เพราะนับตั้งแต่วันนี้...แบคฮยอนก็คงไม่ได้เจอกับเซฮุนอีกนานเนื่องจากต้องกลับไปช่วยงานคุณพ่อที่โรงแรม

 

            “แบคอย่าทำแบบนี้สิ...เมื่อคืนยังนอนกอดเราไม่พออีกเหรอไง  เดี๋ยวเราก็ร้องไห้หรอก”  พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้เพราะไม่อยากทำให้เพื่อนรักเป็นห่วง  เพราะหลังจากนี้เซฮุนต้องอยู่ตัวคนเดียวโดยที่ไม่มีแบคฮยอนคอยช่วยเหลือหรืออยู่ดูแลกันและกันเหมือนอย่างที่เคยเป็นมาตลอดหลายปี

 

            เมื่อคืน...แบคฮยอนมานอนที่อพาร์ทเม้นของเซฮุนและช่วยกันทำรายงานเพื่อเตรียมมาพรีเซ้นที่มหาวิทยาลัยในวันนี้  และอีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องมาค้างก็เป็นเพราะอยากให้เซฮุนช่วยพูดกับคุณพ่อเรื่องการขอยืดเวลาการกลับเชจูจากวันรุ่งขึ้นเป็นอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า  เนื่องจากแบคฮยอนอยากอยู่ต่อเพื่อพักผ่อนรวมถึงอยู่ฉลองความสำเร็จกับเพื่อนๆที่นี่ก่อนจะกลับไปอยู่ที่เชจูอย่างถาวร

 

แต่...สิ่งที่หวังไว้ก็ไม่เป็นผลเพราะเพื่อนรักอย่างเซฮุนไม่ยอมร่วมมือด้วย  แถมยังบ่นทั้งคืนจนทำรายงานเสร็จและเข้านอนพร้อมกัน

 

            คนตัวเล็ก...ไม่ได้โกรธเพื่อนที่ไม่ยอมร่วมมือกับเขาและก็เข้าใจดีว่าที่เซฮุนบ่นไปทั้งหมดก็เป็นเพราะหวังดี  การมาเรียนอยู่ที่นี่ทำให้แบคฮยอนต้องอยู่ห่างกับคุณพ่อ  และไปๆกลับๆระหว่างโซลกับเชจูแค่ช่วงที่ปิดเทอมเท่านั้น  ซึ่งเหตุที่ทำให้ต้องห่างกันก็เกิดจากการที่คุณพ่อต้องย้ายมาทำงานในโรงแรมที่สาขาเชจู  ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็ยังทำงานอยู่ที่สาขาโซลมาตั้งหลายปี  แต่พอเจ้าของโรงแรมที่ท่านทำงานอยู่เสียชีวิตลง  คุณพ่อก็ตัดสินใจย้ายมาทำงานที่สาขาเชจูทันที  พร้อมทั้งบอกเหตุผลที่ทำให้คนเป็นลูกอย่างเขาปฏิเสธไม่ได้นั่นก็คือ...ท่านอยากพักผ่อน หลังจากเหนื่อยกับงานหนักๆที่สาขาโซลมานาน

    

            “เซฮุนดูแลตัวเองดีๆนะ  แล้วก็ห้ามมีแฟนเด็ดขาด...แบคจอง”  เจ้าของเสียงงอแงทำท่าจองโดยการเอานิ้วโป้งมาแปะไว้ที่หน้าอกข้างซ้ายของเพื่อนรัก  เพราะตอนนี้มันถึงเวลาที่ต้องจากกันแล้วจริงๆ 

 

            “ถึงเชจูแล้วอย่าลืมโทรมาบอกเรานะ   แล้วก็...ฝากความคิดถึงให้พ่อของแบคด้วย  ถ้าเราว่างเมื่อไหร่เราจะไปกราบท่านด้วยตัวเองทันที  เราขอบคุณแบคมากๆเลยนะที่คอยช่วยเหลือเรามาตลอด  ถ้าเราไม่มีแบคเราต้องแย่แน่ๆ”

 

            “งืออออ...แบคก็รักเซฮุนนะ  ถ้าถึงเชจูเมื่อไหร่จะรีบโทรมาบอกทันทีเลย”

 

            “เดินทางปลอดภัยนะแบค”

 

                เพื่อนรัก...โอบกอดกันแน่นพร้อมกล่าวลากันเป็นรอบที่ร้อยของวัน  และเมื่อแยกย้ายกันแล้ว  เซฮุนก็เดินมาที่ร้านกาแฟเจ้าประจำที่ตั้งอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัยเพื่อหาเครื่องดื่มเย็นๆทานดับร้อนก่อนที่ตัวเองจะต้องไปทำงานพิเศษต่อในตอนค่ำ  ใจจริงเซฮุนก็อยากไปส่งเพื่อนรักที่สนามบิน  แต่งานพิเศษที่เขาได้รับปากเอาไว้ก่อนหน้านั้นว่าจะไปแทนคนที่ลาหยุด  ก็ทำให้ไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือลางานซ้ำซ้อนกับใครได้   และดี...ที่แบคฮยอนก็เข้าใจว่ามันคือเหตุจำเป็นจริงๆ  แถมไม่โกรธเพื่อนคนนี้เลยแม้แต่นิด

 

 

            ร้านกาแฟ...ที่ตั้งอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัยเป็นร้านประจำของเซฮุนกับเพื่อนๆที่มักจะมานั่งคุยกันบ้าง  ทำรายงานกันบ้างจนสนิทกับพี่เจ้าของร้าน  และเมื่อเดินเข้ามาถึงหน้าเคาน์เตอร์ก็จัดการสั่งเครื่องดื่มและเค้กมาทานด้วย  1  ชิ้นพร้อมกับจ่ายเงินเสร็จสรรพ  ตาเรียวคู่สวยมองหาที่นั่งเพราะวันนี้ลูกค้าค่อนข้างเยอะเป็นพิเศษ  แล้วพอเจอที่ว่าง...เจ้าตัวก็รีบเดินไปวางสัมภาระเช่นพวกโน๊ตบุ๊ค  กระเป๋าใส่แฟ้มเอกสารรวมถึงกระดาษรายงายต่างๆว่างไว้บนโต๊ะก่อนนั่งรอเครื่องดื่มกับของหวานที่สั่งไปมาเสิร์ฟ

 

แต่...พอจะลุกไปหยิบนิตยสารมาอ่านเพื่อฆ่าเวลา  เซฮุนกลับต้องยืนนิ่งเหมือนหุ่นขี้ผึ้งเมื่อเจอกับเจ้าของรอยยิ้มกว้างที่ดูใจดียืนอยู่ตรงหน้า  พร้อมกับถือถาดพลาสติกที่มีเครื่องดื่มและของหวานที่เขาเพิ่งสั่งไปเมื่อครู่มาด้วย!! 

 

            “สวัสดีครับคุณเซฮุน...ช็อคโกแลตเย็นกับสตรอเบอร์รี่เฟรชครีมได้แล้วครับ (: ”

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

            วิศวกรหนุ่ม...เดินทางมาที่ร้านกาแฟด้านหลังมหาวิทยาลัยเพราะนัดลูกค้าคนหนึ่งเอาไว้ก่อนที่ค่ำนี้จะต้องเดินทางกลับไปงานสำคัญที่เชจู  และลูกค้าก็มานั่งรอตามที่ได้นัดกันเอาไว้เพื่อคุยเรื่องการก่อสร้างห้องพักที่ทางลูกค้าต้องการเปลี่ยนแบบนิดหน่อย  ลูกค้ากำลังจะสร้างหอพักแถวมหาวิทยาลัยแห่งนี้  ซึ่งแบบที่เคยคุยกันเอาไว้มันยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่   เขาจึงจำเป็นต้องรีบมาเคลียร์ให้เสร็จ  แต่...วิศวกรหนุ่มก็รู้สึกหัวเสียอยู่ไม่ใช่น้อยเพราะแบบที่ลูกค้าจะให้แก้มันเยอะมากจนเหมือนจะต้องแก้ใหม่ทั้งหมด  และนั่น...ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังเสียเวลาไปโดยใช่เหตุ  เนื่องจากการนัดกันในครั้งแรก  ลูกค้าแจ้งเพียงแค่ว่าต้องการปรับแบบไม่กี่อย่าง  แต่พอได้มาคุยกันจริงๆ...กลับไม่ได้เป็นอย่างที่ตกลงกันเอาไว้

 

 

            ปกติชานยอลจะไม่ค่อยรับงานนอกสักเท่าไหร่  เนื่องจากงานประจำที่เจ้าของโรงแรมได้มอบหมายให้มันก็มีมากพออยู่แล้ว  แต่ที่จำเป็นต้องรับงานของลูกค้าท่านนี้ก็เป็นเพราะคนรู้จักกันแนะนำมาให้อีกที  ชานยอลจึงปฏิเสธไม่ได้  และวันนี้...เขาก็ต้องเปลี่ยนแผนเป็นการขอนัดลูกค้าใหม่อีกครั้ง  แต่ก็ไม่ได้ระบุวันที่แน่นอนเพราะถ้าลูกค้าต้องการเปลี่ยนแบบหอพักเกือบจะทั้งตึกขนาดนี้  มันก็ต้องใช้เวลาในการแก้ไขหรือต้องตกลงกับผู้รับเหมาอีกครั้ง  ซึ่งทุกๆขั้นตอนก็ต้องใช้เวลานานอยู่พอสมควร  ถึงแม้จะรู้สึกอารมณ์เสียอยู่บ้าง  แต่ชานยอลยังมีมารยาทพอที่จะเดินออกไปส่งลูกค้าที่รถและกลับมานั่งเคลียร์เอกสารต่างๆต่อที่ร้านกาแฟ 

 

แต่เมื่อกลับเข้ามานั่งในร้านได้ไม่นาน...เสียงหวานติดขี้เล่นนิดๆที่กำลังสั่งเครื่องดื่มและขนมเค้กอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ก็ทำให้ความหงุดหงิดที่อยู่ในใจหายวับไปกับตา  และต้องรีบเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารเพื่อดูว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใคร?? 

 

            ผู้ชาย  ผิวขาวเนียน  รูปร่างบาง  ใส่ชุดนักศึกษา  และผมสีดำสนิทที่มาพร้อมกับใบหน้าเรียวสวยก็ทำให้ชานยอลจำได้ว่าเป็นคนคนเดียวกันกับที่เดินชนเขาหน้าลิฟท์เมื่อหลายวันก่อน  และตอนนี้...ชานยอลก็ได้เจอกับพนักงานจัดดอกไม้จอมซุ่มซ่ามอีกครั้ง  แถมยังเป็นการเจอกันนอกสถานที่ทำงานอีกด้วย  วิศวกรหนุ่มยิ้มร้ายให้กับสิ่งที่ตัวเองเห็นและคิดว่าขอเร่งทำคะแนนหน่อยก็แล้วกัน  เพราะไหนๆก็ได้มาเจอกันนอกเวลางานทั้งที  ชานยอล...เริ่มหาจังหวะเหมาะตอนที่เป้าหมายเดินกลับไปที่โต๊ะ  แล้วจัดการยกเครื่องดื่มแบบเย็นกับของหวานที่ตัวเองได้ยินเมื่อครู่เดินไปเสิร์ฟให้ถึงที่

 

            “จำกันได้ไหมเอ่ย  แล้วนี่...ใช่เครื่องดื่มกับขนมหวานที่คุณเซฮุนสั่งหรือเปล่าครับ”  วิศวกรหนุ่มยื่นถาดเครื่องดื่มส่งให้พนักงานจัดดอกไม้พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

 

            “ชะ...ใช่ครับ  สวัสดีครับ.....คุณ เอ่อออ”  รู้สึกทำตัวไม่ถูกเพราะมันทั้งตกใจและไม่รู้ว่าคนตรงหน้าชื่ออะไร  แต่ที่จำได้ไม่ลืมก็คือ...ผู้ชายคนนี้เป็นเพื่อนสนิทของเจ้านายและก็เป็นคนคนเดียวกันกับที่ตัวเองเดินชนอยู่ตรงหน้าลิฟท์จนถูกรองหัวหน้าแผนกเรียกไปตักเตือน

 

            “สวัสดีครับคุณเซฮุน  ผมชื่อปาร์คชานยอลนะครับ คุณจำผมได้ใช่ไหม??”  ชานยอลจำเป็นต้องวางถาดเครื่องดื่มลงบนโต๊ะและรีบแนะนำตัวเองก่อนที่เด็กหนุ่มนักจัดดอกไม้จะทำมันร่วงลงพื้นไปเสียก่อน  เพราะมือบางทั้งสองข้างที่ค้างอยู่กลางอากาศมันดูเหมือนไม่พร้อมที่จะรับอะไรมาถือทั้งนั้น   

 

            “จะ...จำได้ครับ  เชิญนั่งก่อนครับ  เอ่อออ...ผมต้องขอโทษคุณชานยอลอีกครั้งนะครับที่วันนั้นผมรีบมากจนไม่ได้ถามชื่อ  ผมนี่...เสียมารยาทจริงๆ  แล้ว...คุณชานยอลมาทำอะไรแถวนี้เหรอครับ”  พอเริ่มตั้งสติได้  เซฮุนก็รีบเชิญให้เจ้าของรอยยิ้มกว้างนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม  พร้อมทั้งกล่าวขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อน

 

            “ผมมาคุยงานกับลูกค้าครับ  พอดีลูกค้ากำลังจะสร้างหอพักแถวนี้  แล้ววว...คุณเซฮุนมาทำอะไรเหรอครับอย่าบอกนะว่ามาเรียนหนังสือ”  เหมือนคนโง่ที่ถามอะไรออกไปแบบนั้นทั้งที่คนตรงหน้าก็ใส่ชุดนัดศึกษา  แต่...ความสงสัยที่อยู่ในใจมันทำให้ชานยอลต้องพูดออกไปแบบนั้นเพราะปกติแล้วนักศึกษาส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเลือกมาทำงานในโรงแรมถ้ายังเรียนไม่จบ

 

            “ใช่ครับ ผมเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยนี้  แล้วก็เป็นวันสุดท้ายของการเป็นนักศึกษาของผมด้วย   เอ่ออ...พอดีผมเพิ่งเรียนจบครับ  ก็เลยแวะมานั่งเล่นที่นี่ระหว่างรอเข้างานตอนค่ำ  เอ้ออ!!!...ผมนึกอะไรออกแล้ว?!!  ตอนนี้คุณชานยอลว่างไหมครับ  ผมอยากเลี้ยงอาหารคุณชานยอลสักมื้อเพื่อเป็นการไถ่โทษเรื่องวันนั้น”  พอสติกลับมาครบ  เซฮุนก็พูดไม่หยุดเพราะเห็นช่องทางที่ตัวเองพอจะไถ่ความผิดเรื่องที่ทำไว้กับเพื่อนเจ้าของโรงแรม

 

            “วันนี้ผมมีเวลาไม่มากขนาดนั้นซะด้วย  เพราะตอนเย็นผมต้องบินไปต่างจังหวัด  แต่...เอาอย่างนี้ดีกว่า!!  คุณเซฮุนก็เลี้ยงกาแฟผมสักแก้วสิ  ส่วนเรื่องทานข้าว...ไว้วันไหนผมว่าง  ผมจะโทรไปชวนที่แผนกเอง  ตกลงไหม??”  วิศวกรหนุ่มก็เห็นช่องทางที่ตัวเองพอจะทำคะแนนได้  เขาจึงรีบนัดพนักงานจัดดอกไม้เพื่อสานต่อความสัมพันธ์ทันที  และกิริยาท่าทางของคนตรงหน้าที่กำลังที่พูดเจื้อยแจ้ว  แถมยังยิ้มตาหยีเอียงคอคุยกับเขาพร้อมปากบางสีหวานที่กำลังดูดเครื่องดื่มในแก้วทรงสูงจนแก้มตอบก็ทำให้ชานยอลคิดว่ามันน่ารักสุดๆไปเลย

 

            “ตกลงครับ  งั้นนน...คุณชานยอลจะทานอะไรดีครับ  ผมสนิทกับพี่เจ้าของร้านนะ  อยากทานอะไรก็สั่งได้เลยครับ”  ความเป็นกันเองของชานยอล  ทำให้พนักงานโรงแรมระดับล่างอย่างเซฮุนรู้สึกไม่อึดอัดเหมือนที่เจอกันในตอนแรก  แถมรอยยิ้มกว้างๆแบบนั้นก็ยิ่งทำให้ดูเป็นมิตรมากขึ้นไปอีก

 

            “ผมขอลาเต้ร้อนสักแก้วก็พอ  ส่วนเค้กไม่เอานะครับ  ผมไม่ชอบทานของหวาน”  เป็นครั้งแรกที่ชานยอลหุบยิ้มไม่ได้เพราะกิริยาท่าทางที่ดูใสซื่อและความกระตือรือร้นของเด็กหนุ่มตรงหน้าที่แสดงออกมาให้เห็นมันทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งรอบตัวมันช่างสดใสไปหมด 

 

           เซฮุนรีบวิ่งไปที่หน้าเคาน์เตอร์ทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่เพื่อนเจ้าของโรงแรมต้องการ  ปากบางสั่งเครื่องดื่มมุบมิบยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คุยกับพนักงานในร้านอย่างสนิทสนม  และพอกาแฟมาเสิร์ฟ...ทั้งชานยอลและเซฮุนต่างก็นั่งคุยกันไปเรื่อยๆ  แล้วคนที่เริ่มชวนคุยก็เป็นชานยอล  เขาอยากรู้เรื่องของเด็กคนนี้ให้มากขึ้นเพราะเมื่อครู่ก็เพิ่งได้ยินว่าเซฮุนเรียนจบแล้ว  แถมตอนนี้ยังทำงานอยู่ในแผนกจัดดอกไม้ของโรงแรมเพื่อนซี้อีกด้วย  และเมื่อความสงสัย...บวกด้วยการอยากทำความรู้จักกับเซฮุนให้มากกว่านี้  วิศวกรหนุ่มจึงพยายามใช้คำพูดที่ดูเป็นกันเองเพื่อลดระยะห่างของคำว่าพนักงานโรงแรมกับเพื่อนเจ้าของกิจการ

 

            “คุณเซฮุนทำงานที่โรงแรมนานหรือยังครับ

 

            “เรียกเซฮุนเฉยๆดีกว่าครับ  ไม่ต้องมีคำว่าคุณก็ได้  ผมต่างหากที่ต้องเรียกคุณว่า  คุณชานยอลเพราะว่าคุณชานยอลเป็นเพื่อนกับเจ้านายของผม

 

            “แต่นี่เราอยู่นอกการทำงานนะครับ  เซฮุนก็ห้ามเรียกผมว่าคุณชานยอลเหมือนกัน  งั้นนน...เซฮุนเรียกผมว่า... พี่ชานยอล ดีไหม??  มันจะได้ไม่ดูห่างเหิน”  

 

            “เอ่ออ  คะ...คือ ผมขอเรียกว่า  คุณชานยอล  เหมือนเดิมดีกว่าครับ  ผมเกรงว่ามันจะไม่เหมาะ

 

            พอได้ยินคำว่า  พี่  ทีไร  มันก็ทำให้เซฮุนนึกถึงใครอีกคนขึ้นมาทันที  และไม่อยากเรียกใครว่าพี่อีกแล้วเพราะไม่ต้องการได้สิทธิพิเศษอะไรทั้งนั้น  เนื่องจากเท่าที่ได้รับคำสั่งต่างๆมากมายมาจากคนเป็นเจ้าของโรงแรมมันก็ทำให้เซฮุนรู้สึกอึดอัดและคิดมากจนไม่เป็นอันทำงานมาตลอดหลายวัน 

 

            “โอเคๆ  เรียกผมว่าคุณชานยอลเหมือนเดิมก็ได้ครับ  เซฮุนอย่าทำหน้าหงอยขนาดนั้นสิ  ผมไม่บังคับแล้ว

 

            “ขอบคุณมากนะครับที่เข้าใจผม  แล้วที่เมื่อครู่...คุณชานยอลถามผมเรื่องงาน  คือผมทำงานที่โรงแรมมาได้สักพักแล้วครับ  อีกสองเดือนกว่าๆ  ผมก็จะถูกหัวหน้าประเมินแล้วด้วยว่าจะได้เข้าบรรจุหรือเปล่า  เอ่ออ...คุณชานยอลคิดว่าผมจะผ่านไหมครับ??”

 

            “ผ่านอยู่แล้วไม่ต้องห่วง  แต่...ลดเรื่องซุ่มซ่ามลงหน่อยก็ดีนะ

 

            “โธ่...คุณชานยอลอย่าล้อผมสิครับ  ผมซีเรียสจริงๆนะครับ

 

            “กินเหมือนเด็กเลยนะเซฮุน  ดูซิ...เลอะเทอะหมดแล้ว

 

            “.......!!!!? 

 

            ทานเค้กไปคุยไปจนปากบางเลอะคราบครีมสดสีขาวของขนมที่เคี้ยวจนแก้มตุ่ย  และนั่น...ก็ทำให้ชานยอลได้โอกาสใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆไปตรงส่วนที่เปื้อนอย่างจงใจ  เพราะรู้สึกมันเขี้ยวกับกิริยาท่าทางหลายๆอย่างที่เซฮุนแสดงออกมา  ไม่ว่าจะเป็น...น้ำเสียงที่บ่นกระเง้างอดเรื่องที่ถูกแซวว่าซุ่มซ่ามหรือสีหน้าที่ดูเหมือนแมวหงอยตอนถูกบอกให้เรียกเขาว่าพี่  ซึ่งทุกๆการกระทำไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามมันก็ดูน่ารักไปหมดในสายตาของชานยอล  และที่ทำให้ลืมไม่ลงในตอนนี้ก็คือ...ความนุ่มของริมฝีปากที่เขาเพิ่งได้สัมผัสไปเมื่อครู่

 

            ส่วนเซฮุน...ก็มีอาการตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้หลบหลีกหรือทำท่าทางรังเกียจใส่ชานยอลเพราะกลัวว่าจะเป็นการเสียมารยาท  แต่ในใจลึกๆก็ไม่คิดว่าเพื่อนสนิทของเจ้านายจะกล้าทำอะไรแบบนี้ในที่สาธารณะ  เซฮุนขอตัวไปเข้าห้องน้ำเนื่องจากไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองควรทำสีหน้ายังไง  และด้วยความที่อยากรีบลุกออกไปให้พ้นจากเหตุการณ์ที่หน้าอึดอัดก็ทำให้เซฮุนสะดุดขาโต๊ะจนเกือบหกล้ม  แต่ดี...ที่ชานยอลรับเอาไว้ได้ทันไม่อย่างนั้น...เขาคงหกล้มจนหัวฟาดพื้นไปแล้ว

 

            “ระวังหน่อยสิเซฮุน  ผมบอกแล้วไงว่าให้ลดเรื่องซุ่มซ่ามลงบ้าง  เพื่อจะผ่านการประเมินงาน

 

            “ขอบคุณนะครับคุณชานยอล  ถ้าไม่ได้คุณชานยอลช่วยเอาไว้  มีหวังผมหน้าแหกแน่ๆ

 

            หลังจากทำธุระในห้องน้ำเสร็จเรียบร้อย  เซฮุนก็กลับมานั่งคุยกับเพื่อนเจ้าของโรงแรมจนถึงเวลาที่พวกเขาทั้งคู่ต้องแยกย้ายกันกลับ  และตอนแรก...ชานยอลก็ขออาสาไปส่งพนักงานจัดดอกไม้ที่อพาร์ทเม้น  แต่...เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่มันยังทำให้เซฮุนรู้สึกอึดอัดไม่หาย  เขาจึงต้องยอมทำเรื่องที่มันดูเสียมารยาทโดยการกล่าวปฏิเสธ  แล้วให้เหตุผลแบบที่ดูไม่หักหน้ากันจนเกิดไปว่าต้องเตรียมตัวออกไปทำงานพิเศษที่อื่นต่อ  และเหตุผลสำคัญอีกอย่างที่ไม่อยากให้ไปส่งก็เป็นเพราะเกรงว่าชานยอลจะเดินทางกลับมาที่สนามบินไม่ทันจนอาจตกเครื่อง  พร้อมการอวยพรให้เจ้าของรอยยิ้มกว้างที่แสนใจดีเดินทางด้วยความปลอดภัยเป็นการปิดท้ายประโยค 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

สนามบิน

18.23 น.

 

Rrrrrrrrrrrrr!!!!

 

 

 

                หลังจากแยกกับพนักงานจัดดอดไม้แสนซุ่มซ่าม(แต่น่ารัก)ที่หน้าร้านกาแฟ  ชานยอลก็รีบขับรถมาที่สนามบินทันทีเพราะต้องเดินกลับเชจูเพื่อไปสะสางปัญหาที่ช่างต่อเติมห้องพักได้ก่อไว้  รวมถึงได้นัดกับเพื่อนซี้ผิวเข้มเพื่อคุยเรื่องงานและรอเอกสารต่างๆที่ฝากให้เพื่อนนำมาให้  เจ้าของขายาวในกางเกงยีนส์สีเข้มค่อยๆเหยียบคันเร่งและหักพวงมาลัยถอยรถเข้าที่จอดเมื่อได้ที่ที่ต้องการ  แต่ยังไม่ทันได้ดับเครื่องยนต์...เสียงโทรศัพท์มืที่อยู่ในกระเป๋าเป้ด้านหลังก็ดังขึ้นเสียก่อน

 

                ชานยอลถึงไหนแล้ววะ กูอยู่สนามบินแล้วเนี่ย!!???”  

 

            (เออ...กูถึงแล้ว  กำลังจอดรถอยู่  แล้วตอนนี้มึงรออยู่ตรงไหน?) 

 

            “กูอยู่ที่ร้านกาแฟ  มึงรีบมาให้ไวเลย!!  กูมารอนานแล้ว!!!”

 

            (มึง ๆ ๆ....กูมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง  มึงอย่าเพิ่งว่างสายนะ  กูฟิน  กูเขิน  กูรักเขา)

 

            “มึงหยุดพูดเลยชานยอล!!...มึงรีบมาที่นี่ก่อน  แล้วเดี๋ยวค่อยเล่าให้กูฟังก็ได้

 

            (เออ ๆ ๆ....กูจอดรถเสร็จแล้ว  มึงรอแป๊บนึงนะ  เดี๋ยวกูไปเล่าให้ฟังต่อ)

 

ติ้ดด!!

 

 

            จงอินเดินทางมาถึงสนามบินได้ชั่วโมงกว่าๆ  และยืนรอเพื่อนซี้อยู่สักพักจนเริ่มรู้สึกว่ามันนานเกินไป  เขาจึงตัดสินใจเดินไปนั่งรอที่ร้านกาแฟ  พร้อมกับโทรถามชานยอลทันทีว่าถึงไหนแล้ว  และพอรับสาย...เขากลับถูกเพื่อนพูดจาเพ้อเจ้อใส่  ว่าฟิน  ว่ารัก  อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมด  และถ้าให้เดา...จงอินก็คิดว่าชานยอลคงไปตกหลุมรักใครเข้าอีกแน่ๆ  เจ้าของโรงแรมรู้สึกว่า...ทำไมเพื่อนของตัวเองถึงรักใครได้ง่ายเหลือเกิน  วันนั้นชอบคนนู้น  วันนี้ชอบอีกคน  แล้วถ้าวันไหนเกิดรถไฟชนกันขึ้นมา  เขาจะไม่มีทางช่วยเพื่อนคนนี้เด็ดขาดเพราะคนแบบปาร์คชานยอลควรจะต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนั้นบ้างถึงจะเข็ด!!

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

ปึ่กก!!

 

            “กว่าจะมาได้นะมึง!!...กูรอจนจะเทคโอเวอร์ร้านกาแฟอยู่แล้วเนี่ย!!  สรุปงานที่เชจูมีปัญหาอะไร”  เจ้าของโรงแรมพูดด้วยน้ำเสียงติดรำคาญพร้อมกับโยนเอกสารที่ชานยอลฝากให้เอามาด้วยลงบนโต๊ะตัวเตี้ยๆที่ตั้งอยู่ด้านหน้า

 

            “เรื่องงานเอาไว้ก่อน...กูพอจะจัดการเองได้  มันไม่ได้มีปัญหาอะไรมากขนาดนั้น  แล้วที่กูอยากให้มึงตามไปที่เชจูก็แค่อยากให้มึงไปเดินดูงานเฉยๆ  เผื่อจะช่วยให้ช่างเฮงซวยแถวนั้นมันเกรงใจขึ้นมาบ้าง”  ปากก็พูดมือก็จัดการเปิดเอกสารออกดูว่าที่เพื่อนเอามาให้มันครบอย่างที่ต้องการหรือไม่  

 

            “แล้วมึงจะกินอะไรไหม? เดี๋ยวกูสั่งเผื่อ”  กำลังจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อไปสั่งกาแฟมาทานสักแก้วเนื่องจากตอนนี้มันเริ่มรู้สึกง่วง  เพราะเมื่อคืนนั่งเคลียร์เอกสารของโรงแรมสาขาต่างๆจนดึก  แถมเมื่อเช้าก็มีประชุมอีก  แต่...

 

            “ไม่เอา...กาแฟที่นี่อร่อยสู้ที่กูกินมาไม่ได้หรอก  มึงนั่งลงก่อน  กูจะเล่าอะไรให้ฟัง”  ยังไม่ทันจะได้ลุกออกไปไหนก็ถูกวิศวกรเพื่อนซี้สั่งให้นั่งลงเพื่อฟังสิ่งที่คุยกันค้างเอาไว้  แถมยังพูดไปยิ้มไปเหมือนคนบ้า   

 

            “หึ!!!....ไปจีบใครเขาไว้อีกล่ะ  ระวังเถอะ!!  รถไฟจะชนกันสักวัน!!”  จงอินส่ายหน้าให้ความกระล่อนของเพื่อนตัวเองเมื่อเห็นสีหน้าของชานยอลที่เอาแต่ยิ้มไม่หุบมาตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านกาแฟ

 

            “คนนี้กูจริงจัง  ของจริง  ตัวจริง!!!....มึงจำเด็กที่กูเคยเล่าให้ฟังได้ไหม  คนที่เดินชนกูหน้าลิฟท์ในโรงแรมมึง  ที่เป็นพนักงานจัดดอกไม้ชื่อโอเซฮุนไง  มึงจำได้ปะ!??  วันนี้กูเจอเขาที่ร้านกาแฟหลังมหาลัย  พอดีกูไปคุยงานกับลูกค้า  แล้วเขาก็เลี้ยงกาแฟกูเพื่อเป็นการไถ่โทษด้วยนะเว้ย!!  กาแฟหวานนน...แบบไม่ต้องใส่น้ำตาลเลยว่ะ  เด็กอะไรก็ไม่รู้...โคตรน่ารักเลย  ตัวห๊อม...หอม  ปากก็นุ่ม  มือก็นิ่ม  และที่เด็ดสุดdHคือออ...เอวแม่งเล็กนิ๊ดดดดดเดียว  ยิ่งพูดกูยิ่งฟิน  เซฮุนอย่างเด็ดอะมึง  กูคอนเฟริม!!!”

 

            “......!!!!!!!!!??” 

 

           ตั้งใจ...ฟังเพื่อนสาธยายมาจนจบประโยค  จงอินก็ถึงกับคิ้วกระตุกเพราะคิดว่านี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น  ชานยอลรู้ได้อย่างไรว่าปากเด็กหนุ่มของเขามันนุ่ม??  มือก็นิ่ม??  แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือ...มึงรู้ได้ยังไงว่าเอวของเซฮุนเล็กนิดเดียว  แถมตัวก็หอม?????  จงอินรู้สึกโมโหมากๆเมื่อได้ยินแบบนั้น  แต่ก็พยายามไม่แสดงอารมณ์ต่างๆที่กำลังจะระเบิดอยู่ในใจตอนนี้  เพราะเขาไม่อยากให้ชานยอลจับพิรุธอะไรได้  เนื่องจากตัวเจ้าของโรงแรมเองก็เคยพูดกับเพื่อนซี้เอาไว้ว่า...เขาไม่ใช่ สมภารกินไก่วัด 

 

แต่ตอนนี้...จงอินทำมากกว่าคำว่ากินไปเยอะแล้ว 

 

            “มึงรู้ได้ไงวะ...ว่าเด็กคนนั้น  ตัวหอม นุ่มนิ่ม  อย่างที่มึงพูด  มะ...มึงได้เขาแล้วเหรอ??”  ความอยากรู้ทำให้จงอินจำเป็นต้องถามออกไปแบบนั้น  และถึงแม้จะกลัวกับคำตอบที่ได้รับ  แต่มันก็ยังดีกว่าไม่รู้อะไรเลย

 

            “เปล่าเว้ย...กูยังไม่ได้อะไรทั้งนั้นแหละ!!  พอดีเซฮุนกินเค้กเลอะปาก  กูก็เลยถือโอกาสใช้มือเช็ดให้  แล้วก่อนกลับเสือกเดินสะดุดโต๊ะทำท่าจะหกล้ม  กูเลยได้โอกาสอีกรอบรีบเข้าไปช่วยประคองเอาไว้....แล้วก็ตอนนี้แหละ!!!  กูถึงได้รู้ว่าเด็กนั่นตัวแม่งอย่างหอม  เอวนี่...เล็กยังกะผู้หญิง  พูดแล้วก็อยากได้  ผู้ชายอะไรวะ...หุ่นดีฉิบหาย!!” 

 

            และคำตอบของชานยอล...มันไม่ได้ช่วยให้จงอินรู้สึกดีขึ้นมาเลยสักนิด  พร้อมทั้งคิดว่าคำสั่งของเขามันไม่ได้มีความหมายอะไรกับพนักงานจัดดอกไม้คนใหม่เลยใช่ไหมทำไมเซฮุนถึงให้เพื่อนของเขาจับโน้นแตะนี่ได้ตามชอบใจโดยที่ไม่คิดจะปัดป้องหรือหลีกเลี่ยง  และตอนนี้...ความรู้สึกโมโหจากที่มีมากอยู่แล้วก็กลับเริ่มมีมากขึ้นจนอยากจะพังโต๊ะในร้านกาแฟให้มันพังพินาศ  จงอินพยายามเก็บอารมณ์ต่างๆที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อแล้วรีบลุกออกจากร้านกาแฟทันทีเมื่อคุยงานกับเพื่อนซี้เสร็จเรียบร้อย

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

              โว้ยยยยยยยยยยย!!!

 

            แม่งงงงงงง...!!#@&*+!!$%>+*#$*&%!!!!!!!

 

            โวยวาย...และใช้กำปั้นทุบลงไปที่พวงมาลัยของพาหนะสุดหรูเมื่อเดินกลับมาที่รถของตัวเอง  มันหงุดหงิด  โมโห  ไม่พอใจ  หรืออีกสารพัดความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้  มือหนาเสยผมชื้นเหงื่อหลังจากที่ได้ระบายอารมณ์ออกไปเมื่อครู่  และคำสั่ง...ที่ดูเหมือนจะไร้ความหมายสำหรับใครบางคนก็ทำให้เจ้าของโรงแรมคิดว่าพรุ่งนี้คงต้องกลับไปเตือนความจำให้พนักงานคนใหม่ได้ทราบอีกครั้งพร้อมกับบทลงโทษตามแบบที่เคยได้ให้สัญญากันเอาไว้!!!!

 

 

 

 

 

 

 




 

 

 

 







 

 

 

 

 

100%

 แก้ไขเมื่อ 11/08/60

ขอบคุณทุกการติดตาม  ขอบคุณนักอ่านทุกคนและทุกๆคอมเม้นท์ที่ติชมและส่งกำลังใจมาให้นะคะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #704 pppseen (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 19:20

    นายมันเอาแต่ใจอ่าาาาา น้องผิดอะไรขนาดนั้น ใจเย็นเย็น!

    #704
    0
  2. #551 /tl26&? (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 01:40
    โอ้ยแกจะมาหงุดหงิดอะไรเค้าอ่ะ เป็นแฟนกันก็ไม่ใช่ป่ะ หมั่นไส้ๆๆๆๆๆๆ แต่แอบสงสารชานยอล ‘กูรักเค้า’ 5555555555หารู้ไม่ว่าเพื่อนได้ไปแล้วจ้า
    #551
    0
  3. #546 Ainkxii (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 07:55
    ชานยอลเอ้ยยยยยย
    #546
    0
  4. #540 pawitt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 16:34
    หึงแล้วพาลอ่ะ
    #540
    0
  5. #512 btoey44 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:19
    หึงรุนแรงเลยค่ะคุณเจ้านาย หลงเสน่ห์น้องแน่ๆ
    #512
    0
  6. #465 อิเน่เมียไค. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 20:34
    ชานยอลแกมันร้ายยยยยย จงอินแกอย่าไปโมโหน้องนะ ไปโมโหเพื่อนแกโน่น น้องฮุนเขาจะสวยอ่ะห้ามไม่ได้ แต่แกห้ามเพื่อนแกได้ ใจเย็นๆ 555555
    #465
    0
  7. #449 Jammie-Lee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 22:55
    จงอินใจเย็นไว้ๆๆๆ
    #449
    0
  8. #423 Padcha.a (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 14:28
    หึงเค้าเฉยเลยจงอินนน
    #423
    0
  9. #356 NookNH94 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 23:50
    หูยยย คุณเขาหึงใหญ่แล้วอ่ะ เซฮุนหนูจะโดนทำโทษอะไรบ้างเนียยย
    #356
    0
  10. #328 FranceTuan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:20
    โดนทำโทษแน่ๆโอเซฮุนนนน
    #328
    0
  11. #186 มักเน่ไลน์94 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 11:22
    ชานยอลนี่เพ้อเจ้อจริงๆ555555555555 แต่เจ้านายอย่าใจร้ายใส่เซฮุนนะคะะะน้องไม่ได้ตั้งใจระะะ
    #186
    0
  12. #159 ทับบี้คัสตาร์ด (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 22:11
    อย่าไปรุนแรงกับน้องฮุนน้าาา
    #159
    0
  13. #136 Action!! (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 00:39
    ชานๆนั่นเมียเพื่อน 5555
    #136
    0
  14. #120 Kannika Tankam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 20:21
    พี่ชานไม่เอาๆ น้องฮุนนี่เด็กของเจ้านายเค้า อย่าไปยุ่งเด่วจะโดนๆ
    #120
    0
  15. #112 XXXX (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 01:05
    ฮ่า ฮ่า พี่ชานจะฟินอะไรเบอร์นั้น
    #112
    0
  16. #16 eve_popparazzi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 23:36
    อ่านจบ ตบหน้าผากตัวเองดังแปะ555 กรรมจริงๆ พี่แม่งหน้ามืดมากค่ะ55
    #16
    0
  17. #15 wonderful (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 18:00
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด
    พี่ตงอินไม่ฟังอะไรน้องเลย ฮืออออ สงสารน้อง รับผิดชอบด้วยนะ

    นี่กลัวน้องตื่นก่อน แล้วยังไม่ทันบอกว่าตัวเองคือ พนักงานจัดดอกไม้ของโรลแรมจังเลยค่ะ ฮือออ

    น้องจะเกลียดพี่จงอินมั้ยเนี่ย เป็นห่วงจังเลยค่ะ
    #15
    3
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  18. #14 Mind (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 14:25
    น้องฮุนกำลังจะเสียสาวคริคริ
    #14
    0
  19. #13 eve_popparazzi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 00:28
    เดี๋ยววววววว ทำไมโหดจัง555 ไม่ฟังน้องเลย
    #13
    0
  20. #12 My.idsehunie1810 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 20:17
    เจ้านายยังไม่ทันฟังเลย ก็อย่ารุนแรงกับน้องนะ 555555
    #12
    1
    • #12-1 Mokara(จากตอนที่ 4)
      11 พฤษภาคม 2559 / 14:50
      อย่าโกรธเจ้านายเลยนะคะ ^^
      #12-1
  21. #11 wonderful (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 19:23
    พี่จงอิน ฟังน้องเค้าหน่อยๆ มาถึงจับจูบเลย โอ่ยยยยย

    น้องเค้าไม่กลัวไปแล้วหรอ ฮืออออออ

    รออีก 50% ที่เหลือนะคะ
    #11
    0
  22. #10 nattsune (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 17:05
    คุณเจ้านายฟังเซฮุนก๊อนนนน โอ้ยยยยย ไม่ทันฟังก็จูบเค้าเลย สู้นะลูกกก
    #10
    0