จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 39 : ✿✿ 2 (+Talk)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 756
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    5 ม.ค. 62










-2-

 

 

หมู่บ้านชิซะกะ  ญี่ปุ่น

05.00 น.

 

กริ๊กกก!!

 

            “อื้อออ!

 

            เป็นเวลาที่ต้องตื่นในทุกๆเช้า...และถึงแม้วันนี้จะเป็นวันหยุด  แต่การเป็นแม่ของเด็กอายุแปดขวบ  มันทำให้ต้องตื่นมาทำอาหารหรือทำอะไรอีกหลายๆอย่าง  ทั้งซักผ้า  กวาดบ้าน  เตรียมปุ๋ยบำรุงดอกกุหลาบในสวน  ซึ่งงานแบบนี้...ก็ใช่ว่าจะทำให้เสร็จได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง  แล้วถ้าวันใดวันหนึ่งตื่นสาย  งานบางอย่างอาจทับถมพอกพูนจนต้องเอาไว้ทำในวันถัดไป  มือบางกดปิดไฟตรงหัวเตียงก่อนลุกขึ้นจากที่นอนอย่างช้าๆ  เพราะเกรงว่าคนข้างกายจะตื่น  แต่.........

 

            “เซฮุนนน”

 

            “อ๊ะ  พี่จะ...จงอิน?!!

 

จุ้บบ!!!

 

            ยังไม่ทันได้ลุกออกไปไหน...เสียงทุ้มที่เรียกหาพร้อมการถูกดึงเข้าสู่อ้อมแขน  แล้วตามมาด้วยรอยจูบบนผิวเนื้อบริเวณลำคอ  ก็ทำให้ร่างกายอ่อนระทวยเกินจะต่อต้าน  การเป็นแม่เหนื่อยแค่ไหน  ก็สู้การเป็นภรรยาของหนุ่มผิวเข้มไม่ได้  เพราะตั้งแต่สามีกลับมาจากโรงแรมเมื่อคืน  เขาก็ถูกมอบบทรักจนเกือบตีหนึ่ง  และว่าจะจบเพลงรักบทแรกก็เกือบตีสอง  แต่ทุกอย่างก็ยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น  เนื่องจากอีกครึ่งชั่วโมงถัดมา  เพลงรักก็ได้เริ่มบรรเลงอีกครั้ง  อีกครั้งจนกระทั่งตีสี่  และตอนนี้...ร่างกายที่ถูกสามีมอบความต้องการให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ก็กำลังหมดแรงไปพร้อมๆกับรสสัมผัสที่เอาแต่ใจ

 

            “เซฮุนนนน”

 

            “อ๊ะ!!..พี่จงอิน”

 

            “ซี้ดดด!!...”

 

            “ได้โปรด...เซฮุนไม่ไหว  ละ...แล้วครับ”

 

            “อื้มมมม”

 

            “พะ...พอแล้วครับ  เซฮุนเจ็บ  อ๊ะ!!  อ๊ะ!

 

            เหนื่อยแทบขาดใจ...และรู้สึกปวดขาเกินจะทนไหว  แต่คนที่อยู่ด้านบนกลับไม่ฟังเสียงที่เอ่ยห้ามเลยแม้แต่น้อย  แถมยังส่งแรงมากขึ้น  สะโพกอวบก็ถูกบีบแรงขึ้น  รวมถึงร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงก็แทบไม่เหลือพลังจะทัดทาน  เซฮุนไม่เข้าใจ...ว่าทำไมสามีถึงได้ทำกับเขาเช่นนี้  ทำเหมือนโกรธ  ทำเหมือนกลั่นแกล้ง  ทำเหมือนภรรยาคนนี้เป็นเพียงตุ๊กตาที่ไร้ความรู้สึก

 

 

            มือบางจิกเกร็งอยู่บนหมอนใบโต...พร้อมกับซบใบหน้าเรียวสวยเพื่อเก็บซ่อนอาการ  เพราะมันทั้งเจ็บและเกรงว่าการถูกโหมความต้องการมากขนาดนี้จะทำให้ป่วยไข้  ลูกก็ต้องเลี้ยง  บ้านก็ต้องดูแล  พ่อค้าแม่ค้าก็ต้องการดอกกุหลาบในสวน  แต่ตอนนี้...เซฮุนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า  ตัวเองจะสามารถทำหน้าที่ทั้งหมดนั้นไหวหรือไม่!!!??

 

            “ซี้ดดด!! อ่าห์!

 

            “พี่จงอิน  อ๊ะ!!  พอแล้วครับ  ดะ...เดี๋ยวเซฮุนทำอาหารเช้าให้ลูกไม่ทัน”

 

            “อีกรอบไม่ได้เหรอ?”

 

จุ้บบบ!!

 

            “อื้มมม...ไม่ได้ครับ  พี่จงอินปล่อยเซฮุนก่อนนะ  แล้วคืนนี้เซฮุนจะยอมพี่จงอินทุกอย่างเลย”

 

            เอ่ยปรามไม่ค่อยถนัด...เพราะถูกปากหยักจู่โจมไม่หยุด  และส่วนถูกเติมเต็มจนแทบหมดแรงก็ยังไม่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ  คนเป็นภรรยาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้สามีหยุดความต้องการเอาไว้ก่อนที่ลูกชายจะตื่น  และอาหารเช้าก็ยังไม่ได้เริ่มลงมือทำเลยสักอย่าง  มือบางดันแผ่นอกเปลือยเปล่าของคนด้านบนเอาไว้  แล้วขอต่อรองโดยการจะชดเชยทุกอย่างให้สามีในคืนนี้  ทั้งๆที่ตัวเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะมีแรงเหลือพอหรือไม่  แต่......

 

            “เดี๋ยวเซฮุนก็ให้ลูกมานอนด้วย...พี่ก็อดอีก”

 

            เบื่อคนรู้ทัน...เพราะเซฮุนคิดแบบนั้นจริงๆ  และใช่ว่าอยากขัดใจผู้เป็นสามี  แต่การถูกกระทำอย่างต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง  มันพาลให้ปวดร้าวไปหมดทั้งตัว  แถมขาข้างที่ถูกผ่าตัดก็เริ่มส่งสัญญาณไม่สู้ดี  แต่สุดท้าย...ร่างสวยที่ไร้อาภรณ์มาตั้งแต่เมื่อคืน  ก็ถูกมอบบทรักให้อีกครั้ง  ขาเรียวถูกยกพาดบนบ่าแกร่งก่อนเรือนกายบอบบางจะเคลื่อนไปตามแรงที่ถูกคนเอาแต่ใจมอบให้  เสียงครางหวานดังก้องไปทั่วห้องในยามเช้า  ซึ่งมันเช้าจนเริ่มรู้สึกอายดวงอาทิตย์ที่กำลังจะโผล่พ้นขอบฟ้า

 

            “ดะ...ได้โปรด  อ๊ะ!!

 

            “อื้มมม  เซฮุนนน”

 

            “พะ...พอแล้ว  อ๊ะ!!  พี่จงอิน”

 

            “ซี้ดดด!!  อ่าห์!

 

            จากหน้าที่ที่มีมากอยู่แล้ว...วันนี้กลับมีเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง  เพราะคราบเปื้อนของความต้องการที่ถูกปลดปล่อยออกมาหลายต่อหลายครั้ง  มันทำให้ต้องซักผ้าปูที่นอนรวมถึงผ้าห่มผืนใหญ่  แต่ตอนนี้...คนเป็นภรรยาต้องรีบทำความสะอาดร่างกายของตัวเองเป็นอันดับแรก  เพราะต้องไปทำอาหารเช้าให้ลูกชาย  เซฮุนค่อยๆยันกายลุกขึ้นจากเตียงเมื่อบทรักสิ้นสุดลง  และเดินอย่างระมัดระวังเพื่อจะไปให้ถึงห้องน้ำโดยไม่หกล้ม  ขามันสั่นเกินจะควบคุม  แถมยังรู้สึกปวดตึงตรงส่วนที่เคยถูกผ่าตัด  ดีที่สามีหยุดความต้องการไว้แค่นั้น  เพราะขืนยังต่อบทรักอีกเพียงครั้งเดียว  ภรรยาคนนี้คงเดินไม่ได้ไปอีกหลายวัน

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

08.21 น.

 

แป๊กกก!!!

 

           

            มือบาง...เปิดความร้อนบนเตาทั้งสองด้านเมื่อเดินเข้ามาในห้องครัว  และเริ่มทำมื้อเช้าเตรียมไว้ให้ลูกชายกับสามีเหมือนเช่นทุกวัน  แต่กว่าจะได้อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย  มันก็ต้องใช้เวลานานกว่าปกติ  เพราะส่วนที่ถูกเติมเต็มมันฉีกจนต้องทายา  แล้วการที่ต้องนำสิ่งที่สามีฝากเอาไว้ในร่างกายออกมาให้หมด  ก็ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ  ทำแรงก็เจ็บ  เอาออกไม่หมดก็ครั่นเนื้อครั่นตัว  แต่ถ้าไม่เอาออกก็ต้องป่วยแน่นอน  และการเกิดมาเป็นภรรยาของ  คิม  จงอิน  มันก็ทำให้เซฮุนรู้ว่า  ตัวเองต้องแข็งแรงอยู่เสมอ  ไม่อย่างนั้น...อาจตายคาเตียงเข้าสักวัน

 

 

            ขอบคุณวันหยุดสุดสัปดาห์...ที่ทำให้ลูกชายตื่นสายกว่าวันปกติ  เพราะอาหารเช้ามื้อนี้เพิ่งได้เริ่มทอดไข่เป็นอย่างแรก  ไส้กรอกยังไม่ถูกหั่นและยังไม่ได้แปลงร่างให้เป็นรูปปลาหมึก  ส่วนไข่ลวกของผู้เป็นพ่อก็ยังไม่ได้ลวกเลยสักฟอง  แถมน้ำร้อนก็ยังไม่เดือดพอจะให้ชากาแฟ  ขาเรียวก้าวไปที่เย็นก่อนคว้านมสดออกมาและเทใส่แก้วเตรียมเอาไว้  ขนมปังสองแผ่นถูกใส่ลงไปในเครื่องเพื่อทำให้กรอบ  แล้วเนยกับแยมรวมถึงตะกร้าที่มีทั้งซอสมะเขือเทศ  ซอสถั่วเหลืองหรือพริกไทย  ก็ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะอาหาร  แต่ทุกอย่าง...ก็ต้องทำไปด้วยความเชื่องช้า  เพราะเกรงว่าส่วนนั้นจะช้ำไปมากกว่าเดิม

 

แกร๊กกก!!!

 

            “อรุณสวัสดิ์ฮะคุณแม่!!

 

            “อรุณสวัสดิ์ครับฮิโรกิ”

 

            เสียงปิดประตู...ที่มาพร้อมกับคำทักทายในยามเช้าของเด็กแปดขวบ  ทำให้เซฮุนรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที  แต่โต๊ะอาหารที่วางเปล่ากลับทำให้คนเป็นลูกเกิดความสงสัย  ฮิโรกิรีบเดินเข้าไปในห้องครัวด้วยความร้อนรน  เพราะอยากทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้น  หรือว่า...คุณแม่จะป่วยอีกครั้ง???  และอ่างล้างจานก็กลายเป็นที่ทดสอบความสงสัย  เด็กน้อยปีนป่ายขึ้นไปยืนอยู่ในอ่างก่อนวางมือลงบนหน้าผากของแม่เพื่อวัดไข้  ซึ่งเซฮุนก็กำลังยืนหั่นไส้กรอกอยู่ตรงนั้นพอดี

 

            “ตัวก็ไม่ร้อนนิฮะ  แล้วทำไมวันนี้คุณแม่ตื่นสาย?”

 

            “เมื่อคืนแม่รอแด๊ดดี้ครับ  แด๊ดดี้กลับดึกมากกก...แม่ก็เลยตื่นสาย”

 

            “แด๊ดดี้โตแล้ว  ทีหลังแม่ไม่ต้องรอนะฮะ  เดี๋ยวก็ไม่สบายอีก”

 

            “แม่ขอโทษนะครับ  ฮิโรกิหิวแล้วใช่ไหม??”

 

            “ยังไม่หิวเลยฮะ  แต่ผมเป็นห่วงแม่  แม่ไม่ควรนอนดึกนะฮะ...มันไม่ดีต่อสุขภาพ”

 

            อาหารเช้ามื้อนี้อาจช้ากว่าเดิม...เพราะคนเป็นแม่กำลังถูกอ้อมกอดของความห่วงใยโอบเอาไว้  ทั้งๆที่ในมือก็ยังหั่นไส้กรอกไม่เสร็จ  ทราบอยู่เต็มอกว่าการโกหกเป็นสิ่งไม่ดี  แต่ถ้าให้พูดความจริงก็เห็นจะเป็นสิ่งที่ไม่สมควร  เซฮุนจึงจำเป็นต้องเอ่ยชื่อคนต้นเหตุของการตื่นสายขึ้นมากล่าวอ้าง  คนเป็นแม่อุ้มลูกชายออกมาจากอ่างล้างจานก่อนความเป็นห่วงที่ปะปนมากับความซนจะพาให้เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บ  แต่....

 

            “โอ๊ยยย!!

 

            ลืม...ว่าตัวเองถูกทำอะไรไว้บ้าง  และการอุ้มฮิโรกิโดยไม่ทันระวัง  ก็ส่งผลกระทบถึงส่วนที่ฉีกขาด  มือบางรีบเกาะขอบอ่างหินอ่อนเอาไว้ก่อนที่ร่างกายจะทรุดลงไปกับพื้น  ซึ่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับเสียการทรงตัวเล็กน้อย  ก็ทำให้ลูกชายรู้สึกตกใจ

 

            “แม่!!!...แม่เป็นอะไรฮะ  แม่เจ็บตรงไหน???”

 

            “แม่ปวดขานิดหน่อยครับ”

 

            “แม่ไปนั่งพักก่อนนะฮะ  เดี๋ยวผมจะไปปลุกแด๊ดดี้  เราไปหาหมอกันนะฮะ”

 

            “ไม่เป็นไรครับ  แม่ปวดนิดเดียวเอง  ฮิโรกิไม่ต้องไปปลุกแด๊ดดี้หรอกครับ”

 

            เอ่ยห้าม...ก่อนที่ลูกชายจะเข้าไปรบกวนเวลาพักผ่อนของคุณพ่อ  และพยายามทำตัวให้กระฉับกระเฉงโดยการแปลงร่างไส้กรอกให้เป็นสัตว์น้ำมีหนวด  คนเป็นแม่ไม่อยากให้ฮิโรกิต้องเป็นกังวล  รวมถึงทราบดีว่างานโรงแรมกำลังวุ่นวายมากแค่ไหน  เพราะการที่สามีไม่ได้กลับบ้านมาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ  มันก็ควรจะเป็นเหตุผลที่คนงานยุ่งควรจะได้พักผ่อน  ส่วนเรื่องที่ถูกโหมความต้องการจนแทบหมดแรงยืน  ก็คงต้องเอาไว้คุยกันทีหลัง

 

            “งั้นผมขอช่วยแม่ทำอาหารได้ไหมฮะ??”

 

            “ได้เลยครับ...คนเก่งของแม่”

 

            มือน้อยๆ...ที่กำมีดขนาดเล็กโดยมีมือของคุณแม่จับเอาไว้  กำลังหั่นไส้กรอกด้วยความตั้งใจ  แล้วตามมาด้วยการช่วยกันทอดทุกอย่างไปด้วยความสนุกสนาน  แฮม  เบค่อนพร้อมไข่ดาวสองฟอง  ถูกตักใส่จานและนำไปวางไว้บนโต๊ะเป็นอันดับแรก  ส่วนไข่ลวก...ก็ต้องทำเพิ่มจากสองฟองเป็นสี่ฟอง  เพราะคนที่ถูกสูบพลังไปจนเกือบหมดแรง  ก็ต้องการอาหารเช้าที่มากกว่าขนมปังปิ้งสองแผ่นกับนมร้อนหนึ่งแก้ว

 

แต่เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว...สิ่งที่ขาดกลับเป็นคนสำคัญอย่างคุณพ่อขี้เซา

 

            กาแฟร้อน...ถูกอุ่นด้วยไมโครเวฟเป็นรอบที่สอง  และไข่ลวกกับอาหารเช้าที่ลูกชายช่วยคุณแม่ทำอย่างสุดฝีมือก็เริ่มเย็นชืดตามเครื่องดื่มรสหวานสีชมพู  ฮิโรกิไม่ยอมตักสิ่งใดเข้าปากเลยสักคำ  เพราะอยากทานพร้อมหน้าพร้อมตากันเหมือนอย่างที่เคยเป็น  แถมการที่คุณพ่อไม่ได้กลับบ้านมานานถึงหนึ่งสัปดาห์  ก็ยิ่งทำให้อาหารมื้อนี้ดูเหมือนจะสำคัญกว่าวันไหนไหน  และสิ่งที่ลูกชายรอคอยก็พลอยทำให้คุณแม่ทานอะไรไม่ลงเช่นกัน

 

            “คุณแม่...เมื่อไหร่แด๊ดดี้จะตื่นฮะ?”

 

            “ฮิโรกิกินก่อนเลยครับ  แด๊ดดี้ทำงานเยอะ...แด๊ดดี้คงเหนื่อย”

 

            NO!!!  I  miss  Daddy!

 

            เมื่อคืนก็ไม่ได้เจอหน้าคุณพ่อ...เพราะหลับไปตั้งแต่หัวค่ำ  แถมการตื่นมาในเช้านี้ก็ยังไม่ได้ทานอาหารด้วยกันอีก  ฮิโรกิจึงงอแงทั้งๆที่เป็นเด็กดีและเชื่อฟังเซฮุนมาตลอด  ลูกก็ห่วง  สามีก็ห่วง...แต่คนที่เป็นทั้งแม่ทั้งภรรยา  ก็ไม่รู้จะต้องทำเช่นไรในสถานการณ์แบบนี้  แล้วการนั่งอยู่บนเก้าอี้นานๆก็ใช่ว่าจะไม่มีผลกระทบต่อส่วนที่เพิ่งทายาหลังการอาบน้ำ  มันเจ็บก้นและเจ็บใจในเวลาเดียวกัน  เพราะตอนนี้ฮิโรกิยังไม่ยอมทานอะไรสักคำ  แล้วเอาแต่จ้องประตูห้องนอนของคุณพ่ออยู่อย่างนั้น

 

            “ฮิโรกิ...กินก่อนเถอะครับ  ไม่ต้องรอแด๊ดดี้ก็ได้”

 

            NO!!!

 

            “มะ...แม่!!

 

แกร๊กกก!!!

 

            Daddy!!!

 

            กำลังจะตักเตือนลูกชายเป็นครั้งที่สอง...แต่เสียงเปิดประตูกับคนที่เดินหัวฟูออกมาจากห้องนอน  กลับดึงความสนใจไปก่อน  แถมยังสามารถเรียกรอยยิ้มจากฮิโรกิได้เป็นอย่างดี  เก้าอี้ด้านซ้ายถูกเลื่อนออกก่อนคนเป็นพ่อจะนั่งลงเพื่อทานอาหารเช้าด้วยกัน  แต่การทานอาหารเช้า...โดยไร้เสียงพูดคุย  ไร้การไถ่ถาม  หรือไร้ซึ่งบทสนทนาใดใด  ก็ทำให้เซฮุนรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างผิดปกติ  และเป็นสิ่งที่ควรจะปรับความเข้าใจให้เร็วที่สุด  เพราะถ้าปัญหามันบานปลายไปมากกว่านี้  ก็อาจส่งผลไม่ดีต่อคนในครอบครัว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

14.12 น.

 

!!!!!!!

 

!!!!!!!

 

 

            เสียงเครื่องดูดฝุ่น...หรือการทำความสะอาดบ้าน  อาจเป็นการรบกวนสมาธิคนที่กำลังวุ่นอยู่กับเอกสารกองโตในห้องโถง  และถึงแม้ร่างกายจะอ่อนแรงจนแทบไม่อยากเดิน  แต่มันก็ต้องทำเพื่อดับความฟุ้งซ่าน  เซฮุนหงุดหงิดที่คนเป็นสามียังเงียบ  แถมยังไม่ยอมพูดถึงสิ่งที่อาจเป็นปัญหา  ถามไม่ตอบ  เอ่ยไม่กล่าว  แล้วก็เอาแต่หมกตัวอยู่กับแฟ้มหลากสีบนโต๊ะตัวใหญ่  ดีที่ลูกชายไม่นึกสงสัยเหมือนที่แม่กำลังเป็นอยู่ในตอนนี้  ไม่อย่างนั้นฮิโรกิอาจร้องไห้จนมีปัญหาใหม่เกิดขึ้นอีกหนึ่งเรื่อง

 

            “แม่ฮะ...ผมขออนุญาตไปเล่นที่บ้านมาซารุได้ไหมฮะ?”

 

            “ได้ครับ...แต่ฮิโรกิต้องกลับมากินข้าวเย็นที่บ้านนะครับ  ห้ามไปรบกวนคุณน้ามิยามิเด็ดขาด”

 

            “ฮะ...แล้วผมก็จะเป็นเด็กดีด้วยฮะ”

 

            Good  boy

 

            เด็กน้อย...ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาเอ่ยขอออกไปเล่นบ้านเพื่อน  ทำให้เซฮุนต้องปิดเครื่องดูดฝุ่นก่อนที่จะฟังกันไม่รู้เรื่อง  และใช่ว่าอยากจะอนุญาตให้ลูกชายไปเล่นที่บ้านของคนอื่น  เพราะก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง  เจ้าตัวก็เพิ่งไปเล่นอยู่ในสวนผักของพี่ชายข้างบ้านจนเหงื่อท่วมกาย  แต่ที่ไม่ได้ห้ามปราม...ก็เพราะคนเป็นแม่ต้องการเคลียร์ใจกับคุณพ่อให้ทันก่อนที่มื้อเย็นจะมาถึง  อาหารเช้าก็ทานร่วมกันโดยไร้เสียงพูดคุย  ส่วนมื้อเที่ยงก็ต่างคนต่างทานเนื่องจากสามีเอาแต่ทำงาน  แต่สำหรับมื้อเย็น...มันจะต้องกลับมาเป็นการทานอาหารร่วมกันอย่างมีความสุขให้ได้

 

ต่อให้ต้องตายคาอกก็ยอม  ตายคาเตียงก็พร้อม...เพื่อครอบครัวของเรา  (สู้!!)

 

            ซักผ้าปูที่นอนเรียบร้อย  ทำความสะอาดบ้านเสร็จสรรพ  เปลี่ยนดอกไม้จนดูสดชื่นไปทุกซอกทุกมุม  ส่วนดอกกุหลาบที่ลูกค้าสั่งไว้...ก็ค่อยออกไปตัดพรุ่งนี้เช้าแล้วนำไปส่งที่ตลาดในตอนเย็นก็ยังทัน  และตอนนี้...เซฮุนก็ขอนอนพักเพื่อเก็บพลังงานเอาไว้เคลียร์ใจกับสามี  แต่แทนที่จะหลับหรือรู้สึกเพลียจากการทำงานหลายๆอย่างมาครึ่งค่อนวัน  มันกลับไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด  และที่เป็นแบบนี้ก็อาจเป็นผลมาจากปัญหาที่ยังค้างคาอยู่ในใจ  พี่จงอินเป็นอะไร?  ทำไมถึงไม่ยอมพูดไม่ยอมจา??  งานเยอะก็เลยเครียดใช่ไหม???  แล้วสิ่งที่ภรรยาคนนี้ถูกกระทำจนแทบลุกไม่ขึ้น...มันยังเกิดจากความรักอยู่หรือเปล่า????

 

Rrrrr!!!

 

Rrrrr!!!

 

Rrrrr!!!

 

            ความสับสน  ความสงสัย  ความกังวลใจ...มันทำให้เซฮุนจำเป็นต้องโทรไปรบกวนผู้ที่อาจจะให้คำตอบกับตัวเองได้  และถึงแม้คำตอบที่ได้ฟังมันอาจจะไม่ได้คลายความสงสัยให้ทุกปัญหา  แต่มันก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย  ขาเรียว...รีบก้าวออกจากบ้านก่อนเดินตรงไปที่ท้ายสวนเพื่อหลีกเลี่ยงคนที่กำลังยุ่งอยู่กับงานในห้องโถง

 

            “ว่ายังไงจ๊ะ...หนูเซฮุน?”

 

            (สวัสดีครับคุณแม่...ขอโทษนะครับที่โทรมารบกวน)

 

            “รบกวนอะไรกันจ๊ะ  แล้วหนูเซฮุนเป็นยังไงบ้าง...สบายดีไหม??”

 

            (ไม่ค่อยสบายเลยครับ  พี่จงอินเป็นอะไรก็ไม่รู้ครับคุณแม่  เมื่อคืนกลับมาจากโรงแรมก็ทำเซฮุนเจ็บไปหมด  ห้ามก็ไม่ฟัง...แล้วก็ไม่ยอมพูดกับลูกด้วยครับ  ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ  คุณแม่ช่วยเซฮุนด้วยนะครับ)

 

            “ตายแล้วว!!!...ทำไมตาจงอินเป็นคนแบบนี้ไปได้  แม่จะจัดการให้เดี๋ยวนี้เลย  หนูเซฮุนอย่าร้องไห้นะลูก  แล้วหลานแม่เป็นยังไงบ้าง  โอ๊ยย....ตาย ๆ ๆ ๆ!!!

 

            (แล้วที่โรงแรมใหม่มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับคุณแม่?  เพราะพี่จงอินดูยุ่งๆ  แล้วก็เครียดมากด้วยครับ)

 

            “จะมีอะไรล่ะ...ทุกสาขาก็เรียบร้อยดี  แม่ไม่เห็นจะเครียดอะไรเลย  โรงแรมที่ฝรั่งเศสก็อีกประมาณสองเดือนน่าจะเสร็จ”

 

            (ไม่มีปัญหา...แต่ทำไมพี่จงอินไม่ค่อยกลับบ้านเลยครับ  พี่จงอินไม่ยอมพูดกับเซฮุนเลย  คุณแม่ต้องจัดการให้ด้วยนะครับ)

 

ติ๊ดดด!!!

 

            ถ้าพูดดีด้วยไม่ได้...มันก็ต้องใส่ไฟให้ลุกลามจนหาน้ำมาดับไม่ทัน  และเชื้อเพลิงแห่งคำพูดที่มีส่วนจริงอยู่เกินกว่าอรรถรสของใจความบางประโยค  ก็ทำให้แม่สามีต้องรีบวางสายโดยไม่มีกล่าวลา  มือบางวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะตัวเล็กๆตรงหน้าก่อนเอนกายพักผ่อนอย่างสบายใจ  แต่ความสบายใจที่ว่า...มันก็ไม่ได้มีมากจนสามารถลืมเรื่องที่ยังรบกวนจิตใจไปได้  เพราะถึงแม้จะมีคนช่วยเคลียร์เรื่องให้ส่วนหนึ่ง  แต่ปัญหาของครอบครัวก็ยังเป็นสิ่งที่เซฮุนต้องปรับความเข้าใจกับสามีด้วยตัวเอง

 

 

            แต่ตอนนี้...ลมพัดเอื่อยๆในยามสาย  แดดอ่อนแสงเหนือท้องฟ้าสีคราม  และกลิ่นหอมๆของดอกกุหลาบในบ้านท้ายสวน  ก็สามารถทำให้เซฮุนหลับใหลได้อย่างง่ายดาย  คนเป็นแม่อาจทำหน้าที่ได้ไม่ดีนักในวันนี้  เพราะการที่สามีไม่ยอมคุยด้วย  มันพาลให้ลูกชายอดไปเที่ยวในวันหยุด  และต้องออกไปเล่นที่บ้านเพื่อนแทนการได้อยู่กับคนในครอบครัว  ขอโทษ...ที่แม่ยังเป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบไม่ได้  ขอโทษ..ที่ทำให้วันหยุดของลูกมันไร้ความหมาย  ขอโทษ...ขอโทษจริงๆ

 

 

            หลับไปทั้งน้ำตา...เพราะถูกความวิตกกังวลในเรื่องต่างๆเล่นงานจนเผยความอ่อนแอออกมาโดยไม่รู้ตัว  แต่น้ำสีใสที่กำลังเปรอะเปื้อนแก้มนุ่ม  กลับถูกเช็ดออกด้วยมือของผู้ที่ถูกสายตรงจากประเทศจีนโทรมาโวยวายจนแทบสำนึกผิดไม่ทัน  และการที่คนตรงหน้ายังไม่รู้สึกตัวทั้งๆที่ถูกโอบกอดเอาไว้ด้วยความทะนุถนอม  ก็ทำให้เจ้าของอ้อมแขนรู้ได้ทันทีว่าเซฮุนเป็นแบบนี้เพราะใคร

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

16.02 น.

 

            “............?”

 

            ความอบอุ่น  อ้อมกอดที่คุ้นเคย  วงแขนที่โอบกระชับจากทางด้านหลัง  ทำให้คนที่ขอหลับเอาแรงอยู่ในบ้านท้ายสวนรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี  เพราะเมื่อคืนเขาไม่ได้รับความอบอุ่นเช่นนี้เลยสักนิด  แถมยังถูกโหมความต้องการจนถึงรุ่งสาง  เซฮุน...ค่อยๆพลิกกายอย่างระมัดระวังเพื่อจะได้มองใบหน้าคมเข้มชัดขึ้น

 

 

            มือบางลูบแก้มสากอย่างอ่อนโยนและรู้สึกหลงเสน่ห์สามีซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกครั้งที่มอง  ถึงจะมีความสับสน  มีปัญหา  หรือยังมีเรื่องที่ค้างคาใจอยู่อีกมากมาย  แต่ภรรยาคนนี้ก็ยังรักผู้ชายที่ชื่อ  คิม  จงอินเสมอ  อยากโกรธ...แต่ก็โกรธไม่ลง  อยากงอน..แต่ก็กลัวว่าจะไม่ง้อ  และอยากทุบตีให้สมกับสิ่งที่ถูกกระทำ  แต่ก็เกรงว่า...เจ้าของอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นจะเสียใจ

 

รักมากกว่านี้ก็คงต้องเป็นบ้า  และไม่รู้ว่าวันไหน...มันจะบ้าเหมือนอย่างที่คิด?

 

            “หลับสบายไหมครับคุณแม่คนเก่ง?”

 

            “เซฮุนทำให้ตื่นเหรอครับ?”

 

            “ถามอีกอย่าง  ตอบอีกอย่าง”

 

ฟอดดดด!!!

 

            ใครจะหลับลง...ในเมื่อมีกลิ่นกายหอมๆกับผิวนุ่มๆอยู่ในอ้อมอก  แถมปัญหาที่ตัวเองก่อไว้ก็ยังพาลให้ไม่อาจพักความคิดเอาไว้ได้  แก้มเนียนของภรรยา...ถูกฝังความคิดถึง  คำขอโทษ  และรวมถึงอีกหลายๆความรู้สึกที่อยากส่งผ่าน  จงอินไม่รู้จะเริ่มต้นบอกเล่าปัญหาที่เกิดขึ้นให้ฟังเช่นไร  เพราะมันเป็นเรื่องที่ปัญญาอ่อนที่สุดเท่าที่ผู้ชายวัยสามสิบปลายๆจะเอ่ยได้  การถูกงานรุมเร้าจนไม่สามารถกลับบ้านได้ทุกวัน  มันพาลให้สามีคนนี้ฝันร้าย  แล้วคนที่ได้รับผลกระทบจากฝันพวกนั้นก็คือ...คนที่เขารักมาที่สุดในชีวิต

 

            “เซฮุนจะพาลูกไปอยู่เชจู...พี่จงอินอยากทำงาน  อยากสร้างโรงแรม  อยากไปกินเลี้ยงกับลูกค้าก็เชิญเลย  เซฮุนจะไม่อยู่ด้วยแล้ว  มันน่าเบื่อ!!!!!

 

            “นี่สามีคนใหม่ของเซฮุน...คุณจงอินไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวเซฮุนอีกแล้ว  ต่อไปนี้เราจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป!!

 

            “ผมไม่อยากอยู่กับแด๊ดดี้แล้ว...แด๊ดดี้ไม่รักแม่  ผมเกลียดแด๊ดดี้!!!!!

 

            ฝันร้ายตลอดหนึ่งอาทิตย์...ทำให้คนที่เป็นทั้งสามีและคุณพ่อแทบเป็นบ้า  อยากกลับบ้านใจจะขาด  แต่ก็ทำไม่ได้  เพราะการที่โรงแรมใหม่กำลังจะเสร็จสมบูรณ์  มันทำให้ต้องอยู่ตรวจเอกสาร  ต้องประชุมทางไกล  ต้องทำอะไรอีกหลายๆอย่างให้เรียบร้อยก่อนจะเปิดอย่างเป็นทางการและให้สมเกียรติของตระกูลคิม  หุ้นส่วนยิ่งมาก  ปัญหาก็มากตามมาด้วย  แถมการไม่ได้ไปทำทุกอย่างด้วยตัวเองที่ฝรั่งเศส  ก็เป็นเหตุให้การติดต่อประสานงานต้องล่าช้าไปบ้างในบางคราว

 

            “พี่จงอินรักเซฮุนไหมครับ?”

 

            “รักสิครับ  รักมากๆ...รักจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว”

 

            “ถ้ารัก...ก็ต้องไม่มีเรื่องปิดบังกัน  พี่จงอินมีปัญหาอะไรก็เล่าให้เซฮุนฟังบ้างสิครับ  เซฮุนเป็นเมียนะ...เซฮุนมีสิทธิ์จะรู้ทุกเรื่องของสามี”

 

            ปากหยัก...ยกยิ้มจนแทบฉีก  เพราะคำว่า  “เมีย”  ที่ได้ยินเต็มสองหูพร้อมกับใบหน้าเรียวสวยที่กำลังออกอาการงอแง  มันทำให้จงอินมีความสุขมากที่สุด  เหมือนคนเป็นโรคจิต...ที่เห็นภรรยางอแงแล้วยิ้มได้  เห็นดวงตาคู่สวยเริ่มแดงคล้ายจะร้องไห้ก็ยิ่งชอบ  หรือเห็นปากบางสีหวานเบะคว่ำก็ยิ่งได้ใจ  ความฝันกับความจริงมันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน  เพราะต่อให้สามีเอาแต่ใจแค่ไหน  คนในอ้อมกอดตอนนี้ก็ยังรักเขาเสมอ  ให้อภัยกันเสมอ  และเป็นห่วงเป็นใยมาโดยตลอด  ขอบคุณที่รักเขามากถึงเพียงนี้  ขอโทษที่โหมความต้องการให้จนร่างกายอ่อนแรง  แล้วก็...ขอบคุณอีกครั้งที่ยังรักกันไม่เปลี่ยนแปลง

 

            “พี่ฝันร้ายครับ...พี่ฝันว่าเซฮุนทิ้งพี่ไปอยู่กับคนอื่น”

 

            “โธ่...มันก็แค่ฝันร้ายนะครับ  เซฮุนจะไปอยู่กับคนอื่นทำไม  เซฮุนรักพี่จงอินนะครับ  รักทุกวัน  รักมากๆ  รักที่สุด”

 

จุ้บบ!!

 

จุ้บบ!!

 

จุ้บบ!!

 

            หน้าผากของคนฝันร้าย...ถูกปลอบขวัญด้วยจุมพิตที่แสนอ่อนโยนและไล่เลื่อนลงมาถึงแก้มสาก  ปากหยักและจบลงที่อกกว้างด้านซ้าย  บอกแล้ว...ว่าถ้ารักมากกว่านี้ก็คงเป็นบ้าตาย  เพราะกว่าจะได้มาอยู่ด้วยกัน  กว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคมาตั้งมากมาย  หรือกว่าจะผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆมาจนถึงทุกวันนี้  มันก็เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดถ้าไม่มีจงอินคอยอยู่เคียงข้าง  ถูกยิงจนเดินไม่ได้  นอนอยู่โรงพยาบาลเกือบปี  ทะเลาะกันจนแทบจะต้องเลิกราก็เคย  แต่ทุกๆอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีเสมอ  และปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้...มันก็ผ่านไปได้ด้วยดีเช่นกัน

 

            “แล้วลูกไปไหน...พี่หาตั้งนานไม่เจอ”

 

            “ไปเล่นที่บ้านมาซารุครับ”

 

            “ลูกโกรธพี่หรือเปล่าก็ไม่รู้?”

 

            “ไม่โกรธหรอกครับ  แต่ก็มีงอแงบ้าง...แกคิดถึงพี่จงอินมากนะครับ  เมื่อเช้าจะไม่ยอมกินข้าวถ้าพี่จงอินไม่ออกมากินด้วยกัน”

 

            “พี่ขอโทษนะครับคนดี  งานมันเยอะ...พี่ก็เครียดมากไปหน่อย”

 

            “แล้วมีอะไรที่เซฮุนพอจะช่วยได้บ้างไหมครับ...พี่จงอินจะได้ไม่เครียด”

 

            “ได้กอดเมียก็หายเครียดแล้วครับ”

 

            “งั้นก็...กอดแน่นๆเลยนะครับ”

 

            แค่เป็นเซฮุนในทุกวันนี้...มันก็มากพอแล้วสำหรับผู้เป็นสามี  เพราะการเป็นภรรยาที่ดี  การเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กที่น่ารัก  การช่วยดูแลทุกอย่างภายในบ้านให้เรียบร้อย  ทุกๆอย่างคือสิ่งที่ช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ของเขาได้มากเหลือเกิน  ถ้าให้เปรียบเทียบกับสิ่งที่เซฮุนมอบให้...คำว่าขอบคุณมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ  และการตอบแทนความดีทั้งหมด...ก็คือการโอบกอดกันไว้ด้วยความรัก  พร้อมกับความเข้าใจ  ปรับความรู้สึกนึกคิด  รวมถึงปรับนิสัยบางอย่างให้ดีขึ้นเพื่อคนที่เรารัก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

18.36 น.

 

แป๊กกก!!

 

 

            ความร้อนบนเตาด้านหนึ่ง...ถูกจุดขึ้นอีกครั้ง  เพราะตอนนี้มันคือเวลาของอาหารเย็น  ผักสดถูกหั่นเตรียมไว้เรียบร้อย  เนื้อสัตว์ก็พร้อมแล้ว  ทุกอย่างก็ถูกใส่ลงไปในกระทะทันที  บล็อกโคลี่ผัดแฮมเป็นสิ่งที่ลูกชายชอบทาน  และมื้อเย็นมื้อนี้ก็จะมีของชอบของทุกคนในครอบครัวเหมือนอย่างเช่นเคย  เนื้อวัวหมักซอสสูตรพิเศษของคุณพ่อ  ซุปสาหร่ายกับเต้าหู้เนื้อนิ่มของคุณแม่  ส่วนของหวานก็คือผลไม้หลากหลายชนิด  สตอว์เบอร์รี่  ลูกพลับ  และองุ่นม่วงไร้เมล็ดพวงใหญ่  แต่....

 

            “อ๊ะ!!

 

            “หอมจังเลยครับ...คุณแม่คนเก่ง (จุ้บ)”

 

            ตกใจ...จนเกือบทำผัดผักที่กำลังเทใส่จานหกลงพื้น  เพราะถูกสามีจู่โจมด้วยการจูบตรงลำคอจากทางด้านหลัง  พร้อมการโอบกอดเอาไว้จนเต็มอ้อมแขน  ส่วนคนที่เพิ่งจัดการกับเอกสารกองโตเรียบร้อย  ก็ไม่รู้ว่ากลิ่นของอาหารหรือว่ากลิ่นของแม่ครัวมันหอมกว่ากัน  ปากหยักประทับรอยซ้ำๆจนเซฮุนต้องขยับกายหนี  เนื่องจากกระทะที่ตั้งอยู่บนความร้อนมันเริ่มมีควันลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ

 

            “พี่จงอินปล่อยเซฮุนก่อนนะครับ   กระทะมันจะไหม้แล้ว”

 

            “ไม่ปล่อย...คิดถึงจะแย่  ไม่ได้กลับบ้านมาตั้งหนึ่งอาทิตย์  พี่อยากกอดเมียจะตายอยู่แล้ว”

 

            “ปล่อยแป้บนึงนะครับแด๊ดดี้  เดี๋ยวเซฮุนทำอาหารเสร็จแล้วจะให้กอดเต็มที่เลยครับ”

 

            “จริงนะ...?”

 

            “จริงสิครับ...สัญญาเลย”

 

            “งั้นพี่ช่วยจัดโต๊ะนะครับ”

 

            “พี่จงอินไปรับลูกให้เซฮุนดีกว่า  เย็นป่านนี้แล้วยังไม่กลับบ้านอีก”

 

            “โอเคครับผม!!!

 

ฟอดดด!!!

 

ฟอดดด!!!

 

            อยากกอดต่ออีกหน่อย...แต่ก็ต้องยอมทำตามคำสั่ง  และเป็นเพราะตัวเองยังมีความผิดเรื่องที่ทำร่างกายของภรรยาบอบช้ำ  สามีคนนี้จึงต้องรีบไปรับลูกชายก่อนที่ฟ้าจะมืดไปมากกว่านี้  แก้มนุ่มทั้งสองข้างถูกหอมจนยุบไปตามแรงของความคิดถึง  ร่างสวยที่โอบไว้ก็ต้องคลายด้วยความจำยอม  แต่กลิ่นกายหอมๆดั่งกุหลาบแรกแย้มก็ยังติดตรึงอยู่ในทุกประสาทสัมผัส  ขายาวสมส่วน...รีบก้าวออกไปจากห้องครัวด้วยเกรงว่าผิวเนื้อขาวเนียนของภรรยาจะพาลให้อดใจไม่ไหว

 

 

            เซฮุนได้แต่ส่ายศีรษะไปมาด้วยความอ่อนใจ...เพราะไม่คิดว่าจงอินจะเป็นเอามากถึงเพียงนี้  แค่ความฝันบ้าๆบอๆ  ก็ทำให้เขาถูกทำอะไรต่อมิอะไรจนระบมไปทั้งตัว  แถมยังถูกกอดถูกหอมและไม่ยอมปล่อยให้อยู่ห่างกันเลยแม้แต่นาทีเดียว  อยากให้อยู่ใกล้ๆ  อยากให้อยู่ในสายตา  อยากให้มองไปตรงไหนก็เห็นแต่ภรรยาคนนี้  เซฮุนจึงอดที่จะหัวเราะให้กับความคิดมากของสามีไม่ได้  ทราบดีว่างานเยอะและรู้อยู่เต็มอกว่าจงอินไม่มีทางนอกใจหรือทำตัวนอกลู่นอกทางแน่นอน  แต่...การที่ต้องอยู่ห่างกันนานถึงหนึ่งสัปดาห์  มันก็อาจมีบ้างที่ความฟุ้งซ่านจะพาให้คิดอะไรไม่เข้าเรื่อง  แล้วสาเหตุของความห่างไกลก็เป็นผลให้สามีฝันร้าย

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

ปังงง!!!

 

            “คุณแม่...ผมกลับมาแล้วฮะ!!

 

            เสียงปิดประตูบ้าน...ที่มาพร้อมกับเสียงของลูกชาย  ทำให้รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียวสวย  และอาหารเย็นมื้อนี้ก็เสร็จทันเวลาพอดี  เซฮุนวางถ้วยชามลงบนโต๊ะก่อนโผเข้ากอดเด็กน้อยด้วยความเป็นห่วง  เพราะสภาพของฮิโรกิมันมอมแมมไปด้วยเศษดินเศษทราย  ตกลงไปเล่นบ้านเพื่อนหรือแอบไปที่ไหนกันแน่  ทำไมตัวถึงได้เปรอะเปื้อนแบบนี้  ส่วนคนที่ถูกใช้ให้ออกไปตามลูกชายกลับมา  ก็ได้แต่ยืนมองคนในครอบครัวด้วยความปลื้มใจ  และมีความอิจฉาปะปนมาเล็กน้อย(เล็กมากๆ)  เนื่องจากฮิโรกิดูจะรักเซฮุนมากว่าเขา

 

            “ทำไมตัวเปื้อนขนาดนี้ครับ  ไปเล่นที่ไหนมา...บอกแม่มาเดี๋ยวนี้!

 

            “เอ่ออ  คือ....”

 

            “ฮิโรกิ...อย่าโกหกแม่เด็ดขาด  ถ้าโกหกแม่จะตี”

 

            (แด๊ดดี้!!!...)

 

            จากที่ปลื้มใจ  จากที่อิจฉา  และจากที่ได้ยินเสียงคุณแม่คนเก่งว่ากล่าวลูกชาย...เด็กแปดขวบก็รีบวิ่งมาหาพ่อคนนี้เหมือนเช่นทุกครั้ง  มือน้อยๆกอดคอจงอินเอาไว้แน่น  พร้อมซบใบหน้ารู้สึกผิดไว้บนบ่ากว้าง  ฮิโรกิไม่ได้อยากโกหก...แต่ถ้าให้พูดความจริงก็คงต้องถูกดุอยู่ดี  เจ้าตัวจึงไม่กล้าบอกว่าไปเล่นที่ไหนหรือไปทำอะไรมาบ้าง

 

            “เป็นลูกผู้ชาย...ทำผิดก็ต้องกล้ารับผิดสิครับ  เชื่อพ่อนะ  แม่เค้าไม่โกรธหรอก”

 

            คนเป็นพ่อ...รีบสั่งสอนคนในอ้อมอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน  พร้อมกับโยกตัวไปมาเพื่อปลอบขวัญ  จงอินไม่อยากดุด่าว่ากล่าวลูกชายในตอนนี้  เพราะถ้าเขาทำเช่นนั้นอีกคน  ฮิโรกิอาจร้องไห้จนป่วยไข้  ถ้าเซฮุนดุลูกเมื่อไหร่  เขาก็จะเป็นคนปลอบทุกครั้ง  แต่ก็น้อยครั้ง...ที่จะเห็นคุณแม่คนเก่งว่ากล่าวลูกชายด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

 

            “คุณแม่  U_U

 

            “แม่รอฟังอยู่ครับ”

 

            “ผมไปเล่นที่ทะเลสาบกับมาซารุฮะ”

 

            “ฮิโรกิจะให้แม่ทำโทษยังไง  ไหนบอกมาซิ!!

 

            “ไม่ทำโทษไม่ได้เหรอฮะ  ผมขอโทษ...ที่หลังผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”

 

            “ถ้าฮิโรกิตกน้ำไป  แล้วแม่จะทำยังไง  ฮึกก!!...แม่จะอยู่กับใคร  ฮึก!

 

            “ฮึกก!!  ไม่ทำแล้ว...ผมจะไม่  ฮึก!!  ทำอีกแล้วฮะ!

 

            (พอแล้วเซฮุน  เดี๋ยวลูกไม่สบาย)

 

            มือบางกำแน่นจนรู้สึกได้ว่าเล็บมันจิกลงไปบนผิวหนัง...เพราะเกรงว่าอารมณ์ของความเป็นห่วงจะพาลให้ตีลูกชายจนเกิดริ้ว  และคำตักเตือนที่มาพร้อมกับหยดน้ำตาของผู้เป็นแม่  ก็ทำให้จงอินต้องรีบเข้าไปสวมกอดคนทั้งคู่เอาไว้แนบอก  ทะเลสาบหลังหมู่บ้านคือสิ่งต้องห้ามสำหรับเด็กทุกคน  แต่ถ้าอยากไปเล่นที่นั่นจริงๆ  มันต้องมีผู้ใหญ่คอยดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด  เนื่องจากระดับน้ำมีความลึกมาก  แถมยังเย็นจัด  แล้วเด็กตัวแค่นี้จะเอาแรงที่ไหนไปสู้ถ้าเกิดเป็นตะคริว  หรือถ้าจมน้ำหายไปใครจะช่วยทัน

 

 

            พากันไปล้างหน้าล้างตา...และกลับมานั่งทานมื้อเย็นกันเหมือนเช่นเคย  แต่ในใจของผู้เป็นแม่ก็ยังอดที่จะเคืองกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้  มันไม่ใช่ความโกรธ  ไม่ใช่ความเกลียดชัง  และไม่ใช่เรื่องใหญ่จนถึงขั้นต้องลงไม้ลงมือ  แต่ความเป็นห่วงก็ยังพาลให้อารมณ์ไม่คงที่  เซฮุนจึงพยายามเก็บความรู้สึก  ปรับสีหน้า  รวมถึงต้องยิ้มออกมาทั้งที่ใจลึกๆยังคงขุ่นมัว  เพราะถ้าฮิโรกิเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต  เขาก็คงต้องตายตามลูกไปเช่นกัน  หรือถ้าไม่ตาย...ก็คงต้องอยู่แบบตายทั้งเป็น

 

            “แม่ฮะ...พรุ่งนี้ผมอยากกินข้าวห่อไข่  แม่ทำให้ผมกินหน่อยได้ไหมฮะ?”

 

            “ได้ครับ  แต่ฮิโกกิห้ามกินเค้กสามวัน  ตกลงไหมครับ?”

 

            “ลดเหลือสองวันได้ไหมฮะ”

 

            “ฮิโรกิทำผิด...แม่ก็ต้องทำโทษนะครับ”

 

            “สามวันก็สามวัน...แล้วแม่โกรธผมมากไหมฮะ”

 

            “แม่ไม่ได้โกรธครับ  แต่แม่เป็นห่วง”

 

            “ผมเข้าใจแล้วฮะ”

 

            อยากไปเล่นที่ไหน  อยากทานอะไร  อยากได้สิ่งใด  คนเป็นแม่ไม่เคยห้ามหรือปฏิเสธคำขอของลูกได้เลยสักครั้ง  แต่ในเมื่อฮิโรกิทำผิด...เซฮุนจึงจำเป็นต้องทำโทษทั้งๆที่ไม่ได้อยากทำเลยสักนิด  และการถูกลงโทษโดยการให้งดของโปรดนานถึงสามวัน  ก็ทำให้เด็กที่ชอบทานของหวานเป็นชีวิตจิตใจรู้สึกเหมือนถูกพรากของรักของหวง  แล้วภาพของเค้กส้ม  แยมโรลเนื้อนิ่ม  หรือมัฟฟินช็อคโกแลตชิ้นโตในตู้เย็นที่คุณพ่อนำมาฝากจากโรงแรม  ก็พาให้ผู้ที่ทำผิดถึงกับต้องกลืนน้ำลายแทนการได้ลิ้มรสของโปรด

 

แต่...การอดทานของหวาน  มันก็ยังดีกว่าถูกคุณแม่โกรธเป็นไหนไหน )-:

 

            “มีใครคิดถึงคุณตาบ้างไหมครับ?!!

 

            “ผมฮะ...ผมคิดถึงคุณตา  แล้วก็คิดถึงอาแบคกับอายอลด้วยฮะ!!

 

            “ปิดเทอมเมื่อไหร่พ่อจะพาไปเที่ยวเชจูทันที”

 

            “เย้ๆ ๆ ๆ”

 

            อยู่ในโหมดแห่งความตึงเครียดมานาน...คนเป็นพ่อจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง  ไม่อย่างนั้นมื้อเย็นมื้อนี้คงทานไม่อร่อยทั้งๆที่เป็นอาหารจานโปรดของทุกคน  ส่วนประเด็นที่หยิบยกขึ้นมากล่าวอ้างก็เป็นเรื่องจริง  เพราะตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่ญี่ปุ่น  พวกเขาก็ไม่ได้กลับไปที่โซลหรือเชจูอีกเลย  ยิ่งการเดินทางไปหาคุณย่าที่ประเทศจีนยิ่งไม่ต้องพูดถึง  งานที่โรงแรมรัดตัว  สวนดอกไม้ของเซฮุนก็ต้องตัดดอกขายเกือบทุกสัปดาห์  และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ...ลูกชายยังไม่ปิดเทอม  จงอินจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากการรอให้ทุกคนพร้อมในเวลาที่เหมาะสม

 

            “แล้วถ้าเป็นเด็กดี...อาทิตย์หน้าแม่จะพาฮิโรกิไปว่ายน้ำที่โรงแรมแด๊ดดี้”

 

            “เย้!!!...คุณแม่ใจดีที่สุดในโลกเลย  ผมจะเป็นเด็กดีฮะ”

 

ฟอดดด!!!

 

            ละมือจากองุ่นพวงใหญ่...แล้วรีบปีนขึ้นไปนั่งบนตักคุณแม่ก่อนประทับรอยแห่งความดีใจเอาไว้บนแก้มเนียน  เซฮุนไม่เคยโกรธลูกชายแบบจริงๆจังๆได้เลยสักครั้ง  สิ่งใดที่ลูกต้องการก็จะหามาให้โดยไม่มีข้อแม้  ลูกชอบกินอะไร  ชอบเที่ยวที่ไหน  หรืออยากทำอะไรก็รู้ใจไปหมดทุกอย่าง  รักมาก  หวงมาก  และจะไม่ยอมปล่อยให้เด็กคนนี้ขาดสิ่งใดอีกต่อไป  การเติมเต็มความรักให้ผู้ที่ไร้ซึ่งพ่อแม่ที่แท้จริง  เป็นสิ่งที่เซฮุนเต็มใจทำมาโดยตลอด  ถ้าไม่รักก็คงไม่อุปการะเอาไว้  แล้วถ้าเห็นว่าเป็นคนอื่นคนไกล...เขากับจงอินก็ไม่มีทางรับรองให้มาเป็นบุตรบุญธรรม

 

            “แม่รักฮิโรกินะครับ  รักมากๆ...มากที่สุด”

 

            “ผมก็รักแม่ที่สุดเลยฮะ  แล้วก็รักแด๊ดดี้ด้วย  รักทั้งสองคนเลยฮะ”

 

            “แล้วเป็นเด็กดีต้องทำยังไงครับ?”

 

            “ไม่ดื้อ  ไม่โกหก  แล้วก็ต้องตั้งใจเรียนหนังสือฮะ”

 

            “เก่งมากกก!!

 

            กว่ามื้อเย็นจะจบลงด้วยความเข้าใจ...ก็เกือบทำให้ผู้เป็นพ่อน้ำตาไหลไปพร้อมๆกับความรักของสองแม่ลูก  จงอินเข้าใจการพลัดพรากเป็นอย่างดี  แต่ก็คงไม่เข้าใจเท่าคนที่ต้องสูญเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่ยังเด็กแบบเซฮุนกับฮิโรกิ  ตอนที่คุณพ่อและน้องสาวเสียชีวิตในเวลาที่ห่างกันเพียงไม่กี่เดือน  เขาก็แทบจะเป็นบ้าตาย  เนื่องจากการรับช่วงต่อธุรกิจการโรงแรมในวัยเพียงยี่สิบต้นๆ  ถือว่าหนักหนาสาหัสที่สุด  แต่ที่ผ่านวันอันเลวร้ายมาได้ก็เพราะยังมีคุณแม่คอยอยู่เคียงข้าง  และรวมถึงเพื่อนรักอย่างชานยอล  และถ้าตอนนั้นเขาไม่เหลือใครแบบที่เซฮุนกับฮิโรกิเคยพบพาน  เขาก็อาจจะตายตามทุกคนในครอบครัวไปแล้วก็ได้

 

ใคร...จะเข้มแข็งได้เท่าภรรยาของเขาไม่มีอีกแล้ว  และใคร...จะรักเด็กที่ไม่ใช่ลูกของตัวเองได้เท่านี้ก็ไม่มีอีกเช่นกัน

 

            “ถึงเวลาอาบน้ำเข้านอนแล้วนะครับ  เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นไม่ทันรถโรงเรียนมารับ”

 

            “คุณแม่อย่าลืมทำข้าวห่อไข่ให้ผมด้วยนะฮะ”

 

            “ไม่ลืมแน่นอนครับ”

 

            Good  night  mammy,  Good  night  daddy!

 

จุ้บบ!!

 

จุ้บบ!!

 

            เหมือนเป็นวันที่ต้องเคลียร์ปัญหาของคนในครอบครัว  เช้าก็เรื่องคุณพ่อ  ตกเย็นก็เรื่องของลูกชาย  คนเป็นแม่จึงรู้สึกเหนื่อยมากกว่าวันไหนไหน  ต่อให้ต้องตัดดอกไม้ในสวนอีกสักร้อยไร่  มันก็คงไม่เหนื่อยเท่ากับปัญหาทั้งหมดในวันนี้  เพราะมันเหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจในเวลาเดียวกัน  เหนื่อยกายพักผ่อนก็หาย  แต่เหนื่อยใจพักเท่าไหร่ก็คงไม่พอ  เซฮุนเข้าใจดีว่าเด็กอายุเท่านี้ก็ซนไปตามเรื่องตามราวและดื้อไปตามวัย  แต่ถ้ามันเกินขอบเขตมากจนเกินงาม  ก็ต้องรีบห้ามปรามเอาไว้ก่อนจะกลายเป็นเหตุที่แก้ยาก

 

            (เฮ้อออออ!!!)

 

            ขอถอนหายใจแค่ในความคิด...เพราะไม่อยากให้สามีต้องเป็นห่วง  และเมื่อได้รับคำกล่าวลาพร้อมจูบฝันดีจากลูกชายตัวแสบ  เซฮุนก็รีบเก็บจานชามบนโต๊ะอาหารเข้ามาล้างในห้องครัวทันที  มือทั้งสองข้าง...ทำหน้าที่ล้างภาชนะทุกใบ  แต่ในหัวสมองกลับคิดเรื่องนั้นเรื่องนู้นให้วุ่นไปหมด  พรุ่งนี้เช้าต้องจัดกระเป๋ารวมถึงเตรียมมื้อเที่ยงให้ลูกไปโรงเรียน  แล้วต่อด้วยการออกไปตัดดอกไม้ในสวน  ทำความห้องนอนให้ฮิโรกิ  และไปส่งดอกกุหลาบที่ตลาดตอนเย็น  ซึ่งทุกๆอย่างคือสิ่งที่คนเป็นแม่ต้องจัดการให้เรียบร้อย  ไม่อย่างนั้นมันจะพอกพูนจนกลายเป็นงานที่หนักขึ้นในวันถัดไป

 

            “เดี๋ยวพี่ช่วยเช็ดนะครับ”

 

            “ขอบคุณนะครับ”

 

            “เหนื่อยมากเลยใช่ไหม  พี่หาคนมาช่วยดูแลบ้านดีกว่า”

 

            “ไม่เอาครับ...พี่จงอินไม่ต้องหาใครมาช่วยทั้งนั้น  เซฮุนไม่เหนื่อยเลยครับ  เซฮุนทำได้”

 

            ใบหน้าเรียวสวยที่แสร้งยิ้ม...มันทำให้เจ้าของสายตาคมรู้ได้ทันทีว่าภรรยารู้สึกหรือคิดเช่นไร  ถึงปากจะบอกว่าไม่เหนื่อย  แต่กิริยาท่าทางที่ดูเฉื่อยชากลับเป็นตัวฟ้องทุกอย่างได้ดี  ปกติเซฮุนจะเป็นคุณแม่ที่กระฉับกระเฉง  ยิ้มเก่ง  และจัดสรรงานในบ้านได้ลงตัวจนไร้ที่ติ  แต่ปัญหามากมายที่เกิดขึ้นในวันนี้  มันพาลให้เซฮุนดูไม่สดชื่น  แถมยังมีสีหน้าที่เคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา  และหนึ่งในปัญหานั้น...ก็เกิดมาจากสามีอย่างเขา

 

            “แล้วยังเจ็บตรงนี้อยู่หรือเปล่า  หื้มม?”

 

            “เจ็บครับ...มันฉีกนิดนึง  แต่ทายาแล้วเดี๋ยวก็หาย  พี่จงอินไม่ต้องห่วงนะครับ”

 

            “ห่วงสิ...เมียพี่ทั้งคน  งั้นคืนนี้พี่จะอาบน้ำให้นะครับ  อาบเสร็จก็จะนวดขาให้ด้วย”

 

            “ใจดีจังเลยนะครับแด๊ดดี้”

 

            “แด๊ดดี้ทำอะไรไว้  ก็ต้องรับผิดชอบสิครับ”

 

จุ้บบ!!

 

            ละมือจากการช่วยเช็ดจานชาม...และมอบรอยจูบที่แสนอ่อนโยนเพื่อแทนคำขอโทษ  จงอินอยากโยนความผิดทั้งหมดให้กับฝันร้ายนั้นได้หรือเปล่า  เพราะถ้าเขาไม่โหมงานหนักหรือได้กลับบ้านบ่อยขึ้น  มันก็คงไม่ถูกความคิดถึงเล่นงานจนเก็บเอาไปฝันบ้าๆบอๆ  และเอามาลงโทษคนที่จากไป  ยังจำได้ดี...ว่าในความฝันเซฮุนบอกเลิกเขาเป็นร้อยๆครั้ง  และพาสามีคนใหม่มาเยาะเย้ยกันถึงที่โรงแรม  แถมลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็เกลียดพ่อจนแทบไม่อยากเห็นหน้า  ขนาดเป็นแค่ความฝันยังเจ็บมากขนาดนี้  แล้วถ้ามันเป็นความจริง...เขาคงอกแตกตาย

 

ขอบคุณภรรยาแสนดี...ที่ทำให้ชีวิตของสามีอย่างคิม  จงอินสมบูรณ์แบบมากขึ้น  (รักนะคะ)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

SS2...ตอนที่สองมาแล้วค่ะ (โค้งตัวเล็กน้อย)

ส่วนเรื่องของขวัญ...รบกวนนักอ่านรอหน่อยนะคะ  เพราะหลังจากปิดการส่งที่อยู่วันที่10เดือนนี้  เราจะเริ่มลงมือทำทันทีเลยค่ะ

 

ความในใจ...

เป็นเรื่องที่สอง...ที่กลัวการอัพฟิค  เพราะข่าวที่เกิดขึ้นในวันปีใหม่ทำให้ชิปเปอร์ไคฮุนหลายคนรู้สึกแย่  ซึ่งนั่นก็รวมถึงเราด้วย  แต่ในฐานะของผู้แต่งนิยายเราก็ต้องทำหน้าที่ต่อไป  และเราก็ไม่อาจทราบได้  ไม่อาจคาดหวัง  รวมถึงยังไม่แน่ใจว่าจะมีใครอยากฟิคไคฮุนต่อหรือไม่  เราเข้าใจทุกคนนะคะ...แล้วถ้าใครอยากระบายความรู้สึก  ก็สามารถระบายผ่านฟิคเรื่องนี้หรือแชร์ความคิดเห็นกันได้เสมอ

จะเทก็ไม่ว่า  จะทิ้งก็เข้าใจ  แต่ถ้ายังสู้ไหว...เราก็ต้องขอบคุณมากจริงๆค่ะ   

เป็นกำลังให้ชิปเปอร์ไคฮุนทุกคนนะคะ เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน (กอดแน่นๆ)

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย



T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #650 Jammie-Lee (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 21:54
    นึกว่าทะเลาะกัน ไม่ทะเลาะก็ดีแล้วๆๆๆๆ
    #650
    0
  2. #619 Pinkdao (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 14:07
    พี่จงอินอย่าคิดมากนะ แค่ฝันร้ายนะ ขอบคุณที่อัพค่ะไรท์ เรามีความสุขที่ได้อ่านฟิคไคฮุนมากๆนะคะ. สู้ๆนะคะ ทุกคน
    #619
    0
  3. #618 ตะงุนนนนน (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 22:10
    กอดหน่อยยยยยยย น้ำตาาาา
    #618
    0
  4. #617 TDNND (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 08:01
    ความฝันเป็นตุเป็นตะนะคุณแด๊ดดี้ 5555
    #617
    0
  5. #616 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 22:50
    เราจะสู้ไปด้วยกันค่ะ รอเสมอนะคะ
    #616
    0
  6. #615 Whyfly (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 21:29

    ยังอยู่ตรงนี้ ยังรออ่านฟิคเหมือนเดิม สู้ๆนะคะ
    #615
    0
  7. #614 BBKaiHun94 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 21:20
    เรายังอยู่ตรงนี้เสมอ เราจะสู้ไปด้วยกันเนอะ ให้เวลาเยียวยาทุกสิ่งเราไม่อาจรู้ว่าอนาคตเป็นอย่างไร แต่มำปัจจุบันให้มีความสุขมี่สุดมันคงจะง่ายกว่า ✌🏻✌🏻✌🏻💕💕
    #614
    0