จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 37 : ✿✿ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,604
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    25 เม.ย. 62






-1-

 

 

ญี่ปุ่น....หมู่บ้านชิซากะ

 1  ปีต่อมา

 

06.00 น.

 

แกร๊กก!!!

 

            เป็นเวลาที่ต้องตื่นในทุกๆวัน  ยกเว้น...วันหยุด  เพราะจันทร์ถึงศุกร์คือวันที่ต้องไปโรงเรียน  ส่วนเสาร์อาทิตย์ก็เป็นวันพิเศษที่อยากให้มีมากกว่าสองวัน  เด็กชายวัยแปดขวบ...เปิดประตูห้องนอนด้วยความดีใจ  เนื่องจากเป็นสุดสัปดาห์ของการร่ำเรียนและผู้เป็นพ่อก็จะกลับมาที่บ้านในตอนเย็น  พร้อมของฝากสุดโปรดอย่างขนมเค้กหรือไม่ก็อาจจะเป็นเอแคลร์นมสด  ไม่รู้ว่าดีใจเรื่องไหนมากที่สุด  แม้คุณพ่อจะไม่ได้กลับบ้านมาสามวันแล้วก็ตาม  แต่การมีเจ้าของสวนดอกไม้คอยดูแลกันอยู่ทุกวัน  มันก็ทำให้เด็กกำพร้าคนนี้ไม่ได้รู้สึกว่าขาดสิ่งใด

 

 

            คุณพ่องานเยอะ  ทั้งประชุม  ทั้งเอกสาร  ทั้งการต่อเติมห้องพัก...ทุกๆอย่างมันทำให้คนเป็นเจ้าของโรงแรมไม่สามารถกลับบ้านได้  แต่ก็ต้องขอบคุณเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยให้ลูกบุญธรรมอย่างเขาได้เห็นหน้า  ได้พูดคุย  ได้ทักทายผู้เป็นพ่อผ่านทางโทรศัพท์มือถือ  เด็กน้อยในชุดนักเรียนสีเข้มเดินมาวางกระเป๋านักเรียนไว้ที่โซฟา  ก่อนเดินกลับมาที่ห้องครัวเพื่อทานมื้อเช้าอย่างเช่นทุกวัน  เพราะอีกหนึ่งชั่วโมงรถโรงเรียนก็จะมารับที่หน้าบ้าน

 

แต่...ความเงียบที่เงียบเกินไป  กลิ่นของไส้กรอกทอดรูปปลาหมึกหรือแฮมไข่ดาวก็ไม่มี  และโต๊ะอาหารที่ว่างเปล่า  ก็ทำให้เด็กน้อยรู้ได้ทันทีว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น??!

 

            เจ้าของสวนดอกไม้...ไม่เคยละเลยต่อหน้าที่  วันไหนที่เขาตื่นสายก็จะได้ยินเสียงปลุก  พร้อมอ้อมกอดและการถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง  ทุกๆเช้าจะมีอาหารมากมายจัดเตรียมไว้ให้อย่างเสร็จสรรพ  หน้าประตูบ้านจะมีรองเท้านักเรียนวางไว้เสมอ  และกล่องข้าวสำหรับมื้อกลางวันก็จะถูกวางไว้บนโต๊ะตัวเล็กๆหน้าโซฟา  แต่วันนี้...มันไม่มีอะไรอย่าง  เด็กน้อยในชุดนักเรียน  วิ่งออกมาจากห้องครัวด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยว  เพราะไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับผู้เป็นแม่

 

ก๊อกกก ๆ ๆ ๆ...!!

 

          “เซฮุนจัง”

 

          “.............”

 

            “เซฮุนจังงงง!!?”

 

            ถูกสอนให้เป็นเด็กที่มีมารยาท...แม้ประตูห้องที่เคาะอย่างแผ่วเบาจะเป็นห้องที่เขามักจะมาขอนอนด้วยเมื่อกลัวผี  แต่การที่คนด้านในยังเงียบ  ก็ยิ่งพาลให้หัวใจของเด็กน้อยห่อเหี่ยวมากไปกว่าเดิม  ฮิโรกิอดทนรอด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก  เพราะใจหนึ่งก็คิดว่าเจ้าของชื่ออาจทำธุระอยู่ในห้องน้ำ  แต่อีกใจก็ว้าวุ่นจนเหงื่อออกเต็มฝ่ามือไปหมด  ถ้าไม่ยินเสียงเอ่ยอนุญาต...เจ้าตัวก็ไม่กล้าถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปด้านใน  แต่อีกไม่กี่นาทีรถโรงเรียนก็จะมารับ  และเขาก็ยังไม่ได้ค่าขนม

 

            “เซฮุนจังงงง...ผมขอเข้าไปนะฮะ!!

 

            อาหารเช้าก็ยังไม่ได้ทาน  อาหารกลางวันก็ไม่มี  แถมเงินไปโรงเรียนก็ยังไม่ได้รับ...ฮิโรกิจึงจำเป็นต้องเปิดประตูเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเกรงใจ  และผ้าม่านที่ยังคงปิดสนิท  ความเงียบภายในห้อง  พร้อมก้อนผ้าห่มที่กองอยู่บนเตียง  ก็ทำให้เด็กน้อยต้องเร่งฝีเท้าก่อนที่รถโรงเรียนจะมารับ  แต่ความร้อน...ที่มือน้อยๆสัมผัสได้จากร่างกายของคนที่ยังนอนอยู่บนเตียง  ก็ทำให้เจ้าตัวรู้ว่าสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในเช้านี้คืออะไร

 

 

            ฮิโรกิรีบเดินไปปิดเครื่องปรับอากาศ  และนำผ้าขนหนูผืนเล็กออกมาจากตู้เสื้อผ้า  แล้วหายตัวเข้าไปในห้องน้ำ  ความกังวลในเรื่องของอาหารการกิน  เรื่องเงินค่าขนม  เรื่องรถโรงเรียน  ถูกแทนที่ด้วยความเป็นห่วงเมื่อทราบว่าเจ้าของสวนดอกไม้ไม่สบาย

 

            “อื้อออ.....”

 

            ผ้าชื้นน้ำ...ถูกมือน้อยๆลูบใบหน้าซีดเซียวจนเกิดเสียงร้อง  และเสียงแบบนั้นก็พาลให้น้ำตาของคนเป็นลูกไหลออกมาได้อย่างง่ายดาย  ไม่คิดว่าเซฮุนจะเป็นแบบนี้  เพราะเมื่อวานก็ยังปกติ  แต่สุดท้าย...คนที่ดูแลเขามาเป็นอย่างดีก็ล้มป่วย  ฮิโรกิเข้าใจแล้วว่าทำไมเมื่อเช้าถึงไม่มีอาหารวางอยู่บนโต๊ะ  ไม่มีมื้อกลางวันอยู่ในกล่องข้าว  และไม่มีรองเท้านักเรียนวางอยู่ที่หน้าประตูบ้าน

 

            “เซฮุนจัง...เซฮุนจังไม่สบาย  ฮึกก!!  ตัวร้อนด้วยฮะ”

 

            “ฮิโรกิ...”

 

            เพิ่งรู้สึกตัว...ตอนถูกน้ำเย็นลูบไปตามผิวเนื้อ  และภาพของการแต่งกายด้วยชุดนักเรียนที่เห็นอย่างพร่าเลือน  ก็ทำให้เซฮุนรู้ว่าลูกบุญธรรมกำลังจะไปไหน  แต่มันก็ลุกไม่ไหวจริงๆเพราะรู้สึกเวียนศีรษะคล้ายกับถูกหินก้อนใหญ่ถ่วงเอาไว้  กายบาง...พลิกตะแคงอย่างเชื่องช้าเหมือนให้ความร่วมมือเมื่อผ้าขนหนูผืนเดิมลูบไปที่แผ่นหลัง  และใช่ว่าไม่ได้ยินเสียงสะอื้นของเด็กน้อย  แต่เพราะการถูกดูแลอยู่ในตอนนี้ก็ทำให้คนเป็นแม่ต้องกลั่นน้ำตาเอาไว้เช่นกัน

 

            “เราไปหาหมอกันนะฮะ  ผมจะโทรหาแด๊ดดี้”

 

            “เซฮุนจังไม่อยากไป  ฮิโรกิห้ามโทรหาแด๊ดดี้เด็ดขาด”

 

            “หมอฉีดยาไม่เจ็บหรอกนะฮะ  เซฮุนจังจะได้หายเร็วๆ”

 

            “เดี๋ยวเซฮุนจังก็หายแล้วครับ  ฮิโรกิไปโรงเรียนเถอะ”

 

            “ไม่ไปแล้วฮะ  ผมจะดูแลเซฮุนจังเอง”

 

จุ้บบบ!

 

          และสัมผัสเพียงแผ่วเบาที่แก้มซ้าย...ก็ทำให้คนป่วยยิ้มทั้งน้ำตา  ขอโทษที่ละเลยต่อหน้าที่  ขอโทษที่ลูกต้องขาดเรียนเพราะเขา  และขอโทษ...ที่ดูแลตัวเองมีดีพอ  เซฮุนลูบแก้มเด็กในปกครองด้วยความรัก  ก่อนหลับตาลงอีกครั้ง  เนื่องจากถูกพิษไข้เล่นงานจนฝืนเอาไว้ไม่ได้อีกแล้ว  ส่วนฮิโรกิก็ไม่อยากฝืนคำสั่งของคนป่วย  และทราบดีว่างานของคุณพ่ออาจยุ่งเกินกว่าจะกลับมาที่นี่  แล้วการโทรไปแจ้งว่าคุณแม่ป่วย  ก็อาจทำให้งานที่โรงแรมต้องหยุดชะงัก

 

 

            เด็กแปดขวบ...ห่มผ้าให้เซฮุนเมื่อเช็ดตัวเรียบร้อย  และเดินออกมาจากห้องก่อนที่เสียงแตรของรถโรงเรียนจะรบกวนเวลาพักผ่อนของคนป่วย  ฮิโรกิมองนาฬิกาลายดอกไม้ที่แขวนอยู่ผนัง  เพราะคิดว่าอาจเหลือเวลาพอให้เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องของตัวเอง  แต่มันก็เหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว  สองขาจึงต้องวิ่งออกไปด้านนอกให้เร็วที่สุด  และเมื่อเห็นพาหนะคันใหญ่สีเหลืองจอดลงที่หน้าบ้าน  เขาก็รีบเอ่ยกับคุณครูว่าต้องหยุดเรียนด้วยเหตุใด  แผ่นหลังของเด็กน้อย...โค้งลงอย่างความสุภาพอ่อนโยนเพื่อเป็นการกล่าวลา  รวมถึงขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น

 

กลัวเรียนไม่ทันก็กลัว  เป็นห่วงคนป่วยก็ห่วง  แถมยังเกรงว่าจะถูกคุณพ่อดุถ้ารู้ความจริง  และการเกิดมาเป็นเด็กชาย...คิม  อูซามิ  ฮิโรกิในวันนี้  มันก็เหมือนจะยากกว่าทุกๆวัน

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

08.21 น.

 

ฟู่ววววว!!!

 

            เสียงเป่าปาก...เพื่อให้ข้าวต้มในช้อนมันเย็นลง  ทำให้คนป่วยอยากร้องไห้อีกครั้ง  เพราะไม่คิดว่าเด็กที่มีอายุเพียงแค่แปดขวบจะดูแลกันอย่างที่พูดเอาไว้  แถมยังทำหน้าที่ได้ดีจนน้ำตามันรื้นไปด้วยความปลาบปลื้ม  และก่อนที่อาหารเช้าจะวางมาอยู่ตรงหน้า  เซฮุนก็ถูกมือน้อยๆเช็ดตัวให้เป็นรอบที่สอง  พร้อมช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เสร็จสรรพ  แล้วก็ไม่ต้องเดา...ว่าอาหารมื้อนี้มันมากจากไหน  เนื่องจากจานชามรวมถึงแก้วที่มีน้ำผลไม้อยู่ด้านใน  มันเป็นของพี่ชายข้างบ้าน

 

            “เซฮุนจังค่อยๆกินนะฮะ”

 

            “ขอบคุณนะครับ...”

 

            “พี่มินโฮบอกว่าถ้าเซฮุนจังดื้อ...ให้ผมโทรไปฟ้องแด๊ดดี้ได้เลย”

 

            “โอเค...เซฮุนจังจะไม่ดื้อ  ฮิโรกิห้ามโทรไปฟ้องแด๊ดดี้นะครับ  เซฮุนจังกลัว”

 

            “ถ้ากลัวก็ห้ามดื้อนะฮะ  แล้วก็ต้องกินข้าวให้หมด  เพราะยาจะได้ไม่กัดท้อง”

 

            ยอมรับว่ารู้สึกดีขึ้นกว่าเมื่อชั่วโมงที่แล้ว....อาการเวียนศีรษะน้อยลง  และเรี่ยวแรงก็มีมากพอจะลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง  แต่เรื่องที่น่ากลัวกว่าการเจ็บป่วยก็คือคนที่งานยุ่งจนไม่ได้กลับบ้านมาสามวัน  เซฮุนไม่อยากให้เจ้าของโรงแรมต้องมากังวลกับเรื่องของเขา  เพราะแค่ธุรกิจในตระกูลคิมมันก็มีมากมายอยู่แล้ว  และการเกิดมาเป็น  คิม  จงอิน...ก็เหมือนจะมีแต่เรื่องยุ่งยาก  แถมการตัดสินใจย้ายชีวิตมาอยู่ด้วยกันที่ญี่ปุ่น  มันก็พาลให้การเดินทาง  การติดต่อประสานงาน  การควบคุมลูกจ้างบริวาร  กลายเป็นความลำบากในบางครั้งบางคราว

 

 

            สามีเป็นคนเก่ง...ข้อนี้เซฮุนรู้อยู่แก่ใจ  แต่การที่โรงแรมสาขาในฝรั่งเศสใกล้จะเป็นรูปเป็นร่าง  พร้อมการต่อเติมห้องพักที่สาขาโตเกียว  มันทำให้ผู้เป็นเจ้าของดูอ่อนเพลีย  และมีความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด  ลูกบุญธรรมก็ต้องดูแล  ภรรยาก็ต้องเอาใจใส่  ธุรกิจก็ต้องบริหาร  ช่วงนี้จงอินจึงไม่ค่อยได้กลับบ้านสักเท่าไหร่  และถ้าเขายังเอาความเจ็บป่วยไปบอกกล่าวให้รับรู้  งานทุกอย่างก็คงต้องลาช้ากว่าที่กำหนดเอาไว้  ใช่ว่าอยากปิดบัง  แต่เพราะไม่ได้เป็นอะไรมาก  เซฮุนจึงไม่อยากนำเรื่องนี้ไปบอกผู้เป็นสามีให้เกิดความวิตกกังวล

 

 

            “เซฮุนจังอยากให้ฮิโรกิไปอยู่บ้านพี่มินโฮ”

 

            “ทำไมล่ะฮะ...?!

 

            “ถ้าฮิโรกิป่วยไปอีกคน  แด๊ดดี้ต้องทำโทษเซฮุนจังแน่ๆ”

 

            “เซฮุนจังไม่ต้องกลัวนะฮะ  ผมจะตีแด๊ดดี้เพี๊ยะๆเลย”

 

            เพิ่งเอ่ย...ว่าจะโทรไปฟ้องคุณพ่อถ้าเขาดื้อ  แต่ตอนนี้กลับมาปกป้องกันเสียอย่างนั้น  เซฮุนจึงอดที่จะยิ้มให้กับอารมณ์แปรปรวนของลูกบุญธรรมไม่ได้  คนเป็นแม่ยังคงยืนยันคำเดิมว่าฮิโรกิมีนิสัยเหมือนจงอินไม่มีผิดเพี้ยน  แต่ก็ไม่ได้ไร้เหตุผลไปหมดทุกเรื่องและยังคงมีนิสัยแบบเด็กๆไปตามช่วงวัย  ส่วนสิ่งที่เหมือนคนเป็นพ่อมากที่สุดก็คือเรื่องของความหวง  เพราะถ้าได้อยู่ด้วยกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก  จงอินก็แทบจะไม่ได้เข้าใกล้เขาเลย...ยกเว้นเวลานอน  จะกอด  จะหอม  ก็ทำได้แค่ตอนลูกชายเผลอ  เนื่องจากฮิโรกิหวงแม่ยิ่งกว่าของเล่นชิ้นโปรดอย่างรถบังคับเสียอีก

 

ไม่พอใจพ่อ...ก็ฟ้องแม่  งอนแม่...ก็อ้อนพ่อ  และก็เป็นแบบนี้ตั้งแต่รับมาอุปการะ

 

            “กินยานะฮะ...มันไม่ขมหรอก”

 

            “ครับบบ...ขอบคุณนะครับ”

 

            เหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง...แถมคำปลอบใจของลูกบุญธรรมก็คล้ายจะเป็นเหตุให้เซฮุนหายเร็วกว่ายาสองเม็ดที่อยู่มือน้อยๆ  แก้วน้ำเปล่าถูกวางลงบนโต๊ะหัวเตียงเมื่อยาแก้ไข้ลงคอไปได้สักพัก  และฮิโรกิก็เริ่มทยอยนำถ้วยชาม  พร้อมจานผลไม้ออกไปเก็บที่ห้องครัว  เซฮุนมองทุกการกระทำของลูกชายอย่างนึกเป็นห่วง  เพราะภาชนะทุกใบมันทำมาจากแก้วกับเซรามิค  ซึ่งมันอาจตกแตกและบาดผิวเนื้อของเด็กจนได้รับบาดเจ็บ

 

            “เซฮุนจังนอนพักนะฮะ  แล้วตอนกลางวันผมจะมาป้อนข้าวให้อีก”

 

            “ไม่อยากนอนแล้วครับ  ฮิโรกิช่วยหยิบสมุดสีแดงในลิ้นชักให้หน่อยได้ไหมครับ?”

 

            “ไม่หยิบฮะ  เพราะเซฮุนจังต้องนอนพัก  ห้ามทำงานนะฮะ  ไม่อย่างนั้นผมโทรไปฟ้องแด๊ดดี้”

 

            เดาใจผู้เป็นสามียากแค่ไหน  เดาใจคนเป็นลูกคงยากกว่า...เซฮุนจึงเอนกายลงบนเตียงอย่างจำยอม  แม้จะไม่ได้รู้สึกง่วงเลยก็ตาม  แต่เป็นเพราะกลัวคำขู่ของฮิโรกิ  เจ้าของสวนดอกไม้อยากทำบัญชีให้เสร็จ   เนื่องจากเพิ่งส่งความสวยงามหลากสีไปเมื่อวาน  แต่ยังไม่ได้รวมยอดเงินของการค้าขาย  แถมลูกค้าบางรายก็ต้องการดอกกุหลาบเพิ่มเติม  เซฮุนไม่อยากให้ลูกค้ารอเก้อ  แม้ดอกไม้ในสวนตอนนี้จะมีไม่มากอย่างที่ลูกค้าต้องการ  และเขาก็อยากจะส่งดอกกุหลาบไปขายก่อนที่มันโรยรา

 

 

            เมื่อมั่นใจ...ว่าลูกชายจะไม่กลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง  คนเป็นแม่จึงรีบคว้าสมาร์ทโฟนจากหัวเตียงมากดโทรออก  และทำในสิ่งที่อยากทำก่อนที่เวลาของอาหารมื้อเที่ยงจะมาถึง  เซฮุนรีบจดรายการดอกไม้ตามที่ลูกค้าต้องการ  พร้อมใช้เครื่องคิดเลขเพื่อคำนวณรายได้ทั้งหมด  ปากบางยกยิ้มเมื่อเห็นว่ายอดเงินในบัญชีเริ่มมีมากขึ้น  เพราะการตัดดอกกุหลาบและดอกทิวลิปไปขายในตัวเมือง  มันสามารถช่วยลดรายจ่ายภายในบ้านลงได้บ้าง

 

 

            ใช่ว่ามีคนรักเป็นถึงเจ้าของโรงแรม...แล้วจะใช้เงินอย่างไรก็ได้  และถ้าชีวิตของมนุษย์มันมีความแน่นอนเป็นพื้นฐาน  เซฮุนก็คงนั่งๆนอนๆใช้เงินสามีโดยไม่ต้องทำสิ่งใด  แต่ในเมื่อตัวเอง...ก็ยังต้องทานยาเพื่อระงับอาการปวดขา  ลูกชายยังต้องเรียนหนังสือ  และธุรกิจของตระกูลคิมก็ยังไม่หยุดพัฒนา  เซฮุนจึงอยากช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในส่วนที่พอจะทำได้  ถึงแม้หน้าที่ของการเป็นแม่  เป็นภรรยา  เป็นเจ้าของสวนดอกไม้จะทำให้ป่วยอยู่ในตอนนี้  แต่เซฮุนก็ยังขอยืนยันคำเดิมว่ามันทำให้มีความสุขมากเหลือเกิน

 

 

 

 

 

 





 

 

 

 

 

 

 

 


 

12. 49 น.

 

VROOMMM!!!


VROOMMM!!!

 

            พาหนะสีเข้ม...จอดลงที่หน้าบ้านอย่างนิ่มนวล  เพราะไม่ได้เป็นผู้ขับ  แถมยังได้กลับบ้านก่อนเวลา  เนื่องจากการประชุมมันถูกเลื่อนออกไปเป็นสัปดาห์หน้า  ร่างสมส่วนในชุดสูทเรียบหรูก้าวขาลงมาจากรถด้วยความดีใจ  และรับถุงกระดาษต่างๆมากมายมาจากมือของลูกน้อง  แล้วรีบเดินเข้ามาในบ้านทันที  แต่...เมื่อเปิดประตูเข้ามาด้านใน  ความเงียบของบ้านที่แสนจะคิดถึง  ก็ทำให้คนที่ถูกงามรุมจนแทบไม่ได้หลับได้นอนรู้สึกแปลกใจ

 

            (อะไรกันเนี่ย??)

 

            บ่นอยู่ในใจ...เพราะเมื่อเดินมาถึงห้องโถงก็เห็นของเล่นวางเกลื่อนเต็มพื้นไปหมด  ไม่ว่าจะเป็นรถบังคับวิทยุ  กองทัพทหารตัวน้อยบนสนามหญ้าเทียม  การ์ดรูปฮีโร่สีแดงสีเขียว  ทุกๆอย่างเหมือนถูกเทออกมาจากกล่องและไม่ได้เก็บให้เข้าที่  คนเป็นพ่อทำได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินเลี่ยงออกมาด้วยความหงุดหงิด  ทำไมลูกชายเล่นแล้วไม่เก็บ?  กลับมาโรงเรียนเมื่อไหร่ต้องถูกทำโทษ  และอดทานเค้กที่เขาซื้อมาจากโรงแรม

 

            (อะไรอีกเนี่ย?????)

 

            เป็นอีกครั้งที่ต้องบ่นอยู่ในใจ  เพราะเมื่อเดินมาถึงห้องครัว...ก็เห็นจามชามกองไว้ในอ่าง  พร้อมแก้วทรงสูงที่มีน้ำผลไม้เหลือทิ้งไว้อยู่ครึ่งหนึ่ง  แถมยังมีซากของเศษอาหารแห้งๆอยู่ในถังขยะ  มันเกิดอะไรขึ้นในบ้านหลังนี้  ทำไมถึงดูเลอะเทอะ  และไม่เป็นระเบียบเหมือนอย่างที่เคยเป็น  ปกติจานชามทุกใบจะถูกเก็บเข้าตู้ทุกครั้งเมื่อทานอาหารเสร็จ  แล้วภาชนะลวดลายแปลกตาที่เห็นอยู่ในอ่างตอนนี้ก็ไม่ใช่ของของเขา  มือหนาวางถุงกระดาษไว้บนเคาน์เตอร์  ก่อนคว้าขนมหวานของลูกชายออกมาแช่ไว้ในตู้เย็น  แต่ในสมองก็ยังหยุดคิดเรื่องที่เกิดขึ้นภายในบ้านไม่ได้

 

            เมื่อเก็บขนมต่างๆเข้าตู้เย็นเรียบร้อย  มือหนาก็ถอดสูทพาดไว้บนเก้าอี้...แล้วพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นเล็กน้อยเพื่อล้างจานชามทุกใบที่กองอยู่ในอ่าง  ถึงแม้จะไม่ค่อยได้ทำบ่อยนัก  แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่เป็น  และเพราะหน้าที่ส่วนใหญ่ในบ้านหลังนี้มันเป็นของภรรยา  เขาจึงไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากการบริหารโรงแรมของตระกูลให้รุ่งเรือง  ผ้าเนื้อดี...ถูกหยิบมาเช็ดภาชนะทุกใบเมื่อทำความสะอาดเสร็จสรรพ  แต่ไม่ได้เก็บเข้าตู้  เพราะต้องนำไปคืนเจ้าของสวนผัก

 

            “เฮ้อออ!!....”

 

            ยอมรับว่าเหนื่อย...เพราะจานชามแต่ละใบมันต้องใช้ความระมัดระวังในการทำความสะอาด  และการที่คนใจร้อนต้องมาทำอะไรแบบนี้  มันก็พาลให้รู้สึกเกร็งไปหมด  ทำงานอยู่ในโรงแรมมาหลายปี...ยังไม่ยากเท่าล้างภาชนะพวกนี้เพียงไม่กี่ใบ  แล้วคนที่ทำงานบ้านได้เก่งกว่าเขา  ดีกว่าเขา  ถนัดกว่าเขา  ก็คือภรรยาแสนสวยที่อาจกำลังวุ่นอยู่สวนดอกไม้

 

แกร๊กกก!!!

 

            (เซฮุน...?)

 

            เหมือนจะเป็นชั่วโมงที่มีแต่ความสงสัย  เพราะเมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องนอน  จงอินก็พบกับคนที่คิดถึงนอนอยู่บนเตียงกว้าง  แถมยังหลับสนิทจนน่าเป็นห่วง  ขนาดเดินมามองใบหน้าหวานใกล้ๆ...เจ้าตัวก็ไม่ยังตื่น  แล้วแบบนี้จะไม่ให้เป็นห่วงได้อย่างไร  ร่างสมส่วน...ย่อตัวลงนั่งข้างเตียง  ก่อนใช้นิ้วมือเกลี่ยแก้มนุ่มอย่างแผ่วเบา  ปากหยักยกยิ้มโดยอัตโนมัติ  และก้มกายฝังจมูกลงบนหน้าผากของเซฮุนด้วยความรัก 

 

แต่.....

 

            “ฮิโรกิ...”

 

            นึกอิจฉาลูกบุญธรรมขึ้นมาเสียอย่างนั้น...เพราะการที่เขาไม่ได้กลับบ้านมาเพียงสามวัน  มันทำให้คนเป็นพ่อถูกลืม  แต่ดวงตาคู่สวยที่ยังคงปิดสนิท  การละเมอชื่อของลูกชาย  พร้อมอุณหภูมิของร่างกายที่อุ่นเล็กน้อย  ก็เป็นตัวฟ้องทุกอย่างได้ดีว่าภรรยาสุดที่รักกำลังป่วย  จงอินเข้าใจแล้วว่าทำไมบ้านถึงรกไปด้วยของเล่น  ทำไมจานชามถึงกองอยู่ในอ่าง  หรือทำไม...ดอกไม้ในแจกันถึงเหี่ยวแล้วไม่ได้เปลี่ยน

 

ใช่ว่าไม่สังเกต...ดอกทิวลิปสีแดงภายในบ้านที่เริ่มโรยรา  แต่เพราะไม่อยากบ่นอะไรไปมากกกว่านี้  แล้วก็ทราบดีว่าภรรยาไม่ใช่คนที่ละเลยต่อหน้าที่

 

            “เซฮุนนน...ตื่นได้แล้วครับ  พี่กลับมาแล้ว”

 

            “อื้อออ...”

 

            ไม่รู้ว่าป่วยมากี่วัน...และแก้วน้ำกับถ้วยใส่ยาขนาดเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง  ก็อาจเป็นผลทำให้คนป่วยหลับลึกจนน่าเป็นห่วง  จงอินลูบแก้มนุ่มเบาๆคล้ายจะเรียกสติเซฮุนให้ตื่นก่อนที่ความเพลียจะเล่นงาน  และการนอนมากเกินไปก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก

 

            “เซฮุน...พี่กลับมาแล้ว  ตื่นเถอะครับ”

 

            “พี่จงอิน...”

 

            “ครับบบ...พี่เอง”

 

            “สองทุ่มแล้วเหรอครับ  ทำไมเซฮุนหลับไปนานขนาดนี้??”

 

            “บ่ายโมงต่างหาก...”

 

            “อ้าวว...แล้วทำไมพี่จงอินถึงกลับเร็วล่ะครับ   งานที่โรงแรงมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”

 

            จงอิน...อยากทำโทษคุณแม่คนเก่งให้สมกับความเป็นห่วง  และอยากโกรธ...แต่ก็โกรธไม่ลง  เพราะเมื่อดวงตาคู่สวยเปิดขึ้นและทราบว่าใครอยู่ตรงหน้า  เจ้าตัวก็รีบเอ่ยถามถึงสาเหตุที่ทำให้สามีกลับบ้านเร็วกว่ากำหนด  มือหนาประคองคนป่วยให้นั่งพิงหัวเตียงอย่างช้าๆ...ก่อนแทรกกายเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกัน  แล้วโอบกอดเอาไว้จนเต็มอ้อมอก  อยากขอโทษที่ทำงานหนักจนไม่มีเวลาดูแลกันให้ดี  อยากขอบคุณที่ยังเป็นห่วงเขาทั้งๆที่ตัวเองก็ป่วยขนาดนี้  และก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมถึงไม่โทรบอกกันสักนิด

 

            “งานที่โรงแรมเรียบร้อยดีครับ  เซฮุนนั่นแหละ...ป่วยตั้งแต่เมื่อไหร่  หื้มม?”

 

            “มะ...เมื่อเช้าครับ  พี่จงอินอย่าโกรธนะครับ  เซฮุนไม่ได้เป็นอะไรมาก   แค่มึนหัวนิ๊ดดด...เดียว”

 

            “........!!

 

            “อ๊ะ!!...เซฮุนเจ็บนะครับ”

 

            คำว่า  “นิ๊ดเดียว”  ที่เอ่ยด้วยเสียงสูงเกินมาตรฐาน  มันทำให้จงอินอดไม่ได้ที่จะหยิกแก้มนุ่ม  และอุณหภูมิของร่างกายคนในอ้อมกอดมันก็ยังอุ่นๆคล้ายกับว่ายังมีไข้  ทราบดีว่าเซฮุนไม่อยากทำให้เขาเป็นห่วง  แต่การโกหกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก  ทั้งๆที่หลับลึกขนาดนั้นและตัวยังร้อน  มันก็ช่างเป็นการโกหกที่ไม่แนบเนียนเอาเสียเลย  แล้วจานชามที่วางอยู่ในอ่างน้ำห้องครัว  ก็คงเป็นสิ่งที่พี่ชายข้างบ้านนำมาให้คนป่วยทานเป็นมื้อเที่ยง  แต่.....

 

แกร๊กก!!!

 

            “เซฮุนจังงง...ผมมาแล้วฮะ  ตื่นมากินข้าวกะ...ก่อน  แด๊ดดี้!!!!!

 

            เด็กน้อย...ที่ถือตะกร้าของมื้อเที่ยงไว้ในมือ  ก่อนเปิดประตูเข้ามาด้านใน  รู้สึกตกใจเมื่อเห็นคนงานยุ่งนอนกอดคนป่วยอยู่บนเตียง  ไม่มีรถคันใหญ่จอดอยู่หน้าบ้าน  ยังไม่ถึงเวลาที่เจ้าของโรงแรมต้องกลับ  แล้วคุณพ่อเข้ามาอยู่ในห้องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่??  ส่วนจงอิน...ก็เกิดความสงสัยไม่ต่างกัน  แถมความหอมที่ลอยออกมาจากภาชนะที่ทำจากหวายในมือของลูกชาย  ก็ส่งกลิ่นยั่วน้ำลายชวนให้ลิ้มลอง  แต่...ทำไมฮิโรกิถึงไม่ไปโรงเรียน  และแก้วน้ำจานชามที่อยู่ในห้องครัวมันคือภาชนะที่ใส่อาหารเช้าอย่างนั้นหรือ??

 

ภรรยาป่วย  ลูกชายไม่ได้ไปโรงเรียน...แล้วก็ช่วยกันปิดบังเรื่องสำคัญแบบนี้เอาไว้  คนที่เป็นพ่อและสามีควรทำเช่นไร???

 

            “ทำไมฮิโรกิไม่ไปโรงเรียนครับ?”

 

            “ก็เซฮุนจังไม่สบายนิฮะ”

 

            “แล้วทำไมไม่โทรมาบอกแด๊ดดี้”

 

              U_U) ”

 

            ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบก็จริง  แต่สายตาคมที่จ้องลูกชายอย่างเอาเป็นเอาตาย  มันทำให้เด็กน้อยต้องก้มหน้างุดด้วยความหวั่นเกรง  พร้อมเดินตรงมาที่เตียงกว้างก่อนล้วงเอามื้อเที่ยงออกมาจากตะกร้าวางลงบนโต๊ะด้านข้าง  และเสียงทุ้ม...ที่คนป่วยก็ทราบดีว่ามันแฝงไว้ด้วยความน่ากลัว  ก็ทำให้เซฮุนต้องใช้มือลูบไปที่แก้มสากอย่างอ่อนโยนเพื่อหวังให้จงอินลดความกดดันก่อนที่ฮิโรกิจะร้องไห้

 

            “เซฮุนจังหิวข้าวแล้วครับ...พี่มินโฮทำอะไรมาให้กินเอ่ยยย?”

 

            “ซุปผักฮะ...”

 

            “ฮิโรกิช่วยป้อนหน่อยได้ไหมครับ?”

 

            “ได้ฮะ  แล้วก็จะเช็ดตัวให้ด้วย...เซฮุนจังจะได้หายเร็วๆ”

 

            ใช่ว่าไม่รู้...และก็ทราบดีว่าภรรยากับลูกบุญธรรมกำลังคิดเช่นไร  แต่ความหงุดหงิดภายในใจก็ไม่ได้ลดลงเลยสักนิด  เซฮุนป่วย  ฮิโรกิต้องหยุดเรียน  และคนที่เป็นหัวหน้าครอบครัวอย่างเขาก็ไม่รู้เรื่องจนเมื่อมาเห็นกับตาตอนนี้  ดื้อกันทั้งแม่ทั้งลูก...แถมยังช่วยกันปกปิด  แล้วแบบนี้จะไม่ให้หงุดหงิดได้อย่างไร

 

เพี๊ยะ!!!

 

            มือหนา...ฟาดลงบนสะโพกอวบเหมือนอยากระบายความรู้สึกมากกว่าทำไปด้วยความโกรธ  และถ้าการประชุมในวันนี้มันไม่ได้เลื่อนออกไปเป็นอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า  พ่ออย่างเขาก็คงถูกภรรยากับลูกชายช่วยกันปิดบังอาการป่วยเอาไว้จนกว่าจะหายดี  ยอมรับว่าโกรธ...แต่มันโกรธตัวเองมากกว่าที่ทำงานเยอะจนไม่เหลือเวลามาดูแลครอบครัว  และมือใหญ่ๆ...ที่ยกขึ้นกลางอากาศเหมือนกำลังฟาดลงบนร่างกายของเซฮุนอีกครั้ง  ก็ทำให้ฮิโรกิต้องรีบปีนขึ้นไปบนเตียงกว้างก่อนโอบคนป่วยเอาไว้จนเต็มอ้อมแขนน้อยๆ  และ.....

 

            “อย่าตีแม่นะฮะ...ฮึกก!!

 

            “.......!!!

 

            “ฮึกก...แด๊ดดี้อย่าตีแม่ของผม!!   แม่ไม่สบายอยู่นะฮะ  ฮืออออ!!!

 

            “ฮึก!...ฮิโรกิ!!

 

            และตอนนี้...คนที่ร้องไห้ก็ไม่ใช่ฮิโรกิเพียงเดียวเท่านั้น  เพราะคำคำหนึ่งที่ลูกบุญธรรมเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วงพร้อมการถูกปกป้อง  ก็ทำให้น้ำตาของเซฮุนไหลออกมาทันที  มันดีใจ  ปลาบปลื้ม  ตื้นตัน  และไม่เคยคิดหรือคาดหวังเลยว่าเด็กคนนี้จะเรียกเขาว่า...แม่  สภาพเพศคือสิ่งที่ปิดกั้นสถานภาพของเซฮุนมาโดยตลอด  แต่ก็เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีและไม่เคยคาดคั้นให้ลูกชายเรียกกันแบบนั้น

 

ขอบคุณฮิโรกิ...ที่ทำให้  โอ  เซฮุนรู้สึกว่าคำคำนี้มันมีผลต่อหัวใจของเขามากแค่ไหน

ขอบคุณ...ที่ทำให้แม่คนนี้  เป็นแม่โดยสมบูรณ์

และก็คงต้องขอบคุณคนเจ้าอารมณ์...ที่พาให้เกิดเรื่องดีๆขึ้น  แม้การถูกตีเมื่อครู่จะทำให้รู้สึกเจ็บอยู่พอสมควร

 

            ส่วนคนเป็นพ่อ...ก็ใช่ว่าไม่รู้สึกผิด  และจากที่ควรโกรธก็โกรธไม่ลง  จากที่เป็นห่วงก็เหมือนจะวางใจได้มากขึ้น  จากที่หงุดหงิดก็กลับยิ้มได้ด้วยคำว่า...แม่  มือหนาที่เพิ่งลงโทษคนป่วยจนสะโพกอวบเกิดริ้วแดง  ค่อยๆโอบกอดและประคองคนที่ตัวเองรักทั้งสองคนไว้ในอ้อมอก  ขอโทษ...ที่พ่อคนนี้ทำให้ลูกชายร้องไห้  ขอโทษ...ที่ตีภรรยาสุดที่รักแรงเกินไป  และขอโทษ...ที่หัวหน้าครอบครัวอย่าง  คิม  จงอิน  ยังดูแลทุกคนไม่ดีพอ

 

            “แด๊ดดี้จะไม่ตีคุณแม่อีกแล้ว  ฮิโรกิอย่าร้องไห้นะครับ”

 

            “ผมรักแด๊ดดี้  แล้วก็รักแม่ด้วยฮะ  รักมากๆ”

 

            คนเป็นลูกก็ทราบดี...ว่าสิ่งที่คุณพ่อทำไปทั้งหมดมันเป็นเพราะความห่วงใย  แล้วที่เซฮุนต้องป่วยแบบนี้  มันก็คงมาจากหน้าที่ของความเป็นแม่  การตื่นแต่เช้า  การทำอาหาร  การเตรียมของต่างๆเพื่อให้เขาไปโรงเรียน  และช่วงสายก็ต้องเข้าไปตัดดอกกุหลาบในสวน  ซึ่งทุกๆอย่าง...มันอาจทำให้เซฮุนเหนื่อยจนร่างกายรับไม่ไหว  ยิ่งคุณพ่อไม่อยู่บ้าน....คนเป็นแม่ก็ยิ่งต้องรับหน้าที่ในการดูแลลูกบุญธรรมคนนี้หนักขึ้นเป็นเท่าตัว

 

            “แด๊ดดี้ซื้อเค้กมาฝากด้วยนะครับ  มีใครอยากกินไหมน้าาา??”

 

            “ผมฮะ...ผมอยากกิน!!  แต่ผมต้องป้อนข้าวให้แม่ก่อนฮะ  แม่จะได้กินยา”

 

            “เดี๋ยวแด๊ดดี้ดูแลคุณแม่ให้เองครับ  แล้วฮิโรกิก็ต้องออกไปเก็บของเล่นให้เรียบร้อย  ถึงจะได้กินเค้ก”

 

            Deal...!!!

 

จุ้บบบ!!!

 

            ปากเล็กๆ...ที่สัมผัสเพียงแก้มนุ่มของคุณแม่  แล้วรีบวิ่งออกไปจากห้อง  ทำให้คนเป็นพ่อต้องส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยล้าปนน้อยใจ  เพราะเหมือนลูกชายจะรักเซฮุนมากเขา  แถมยังคิดถึงขนมสุดโปรดมากกว่าคนที่ซื้อมาให้  แทนที่ฮิโรกิจะคิดถึงเขาบ้างเพราะไม่ได้กลับบ้านมานานถึงสามวัน  แต่สุดท้าย..เจ้าลูกชายตัวแสบ  ก็วิ่งแจ้นออกไปหาเค้กก้อนโตในตู้เย็น

 

            “ไง....คุณแม่คนเก่ง  อยากโดนตีอีกไหมครับ?”

 

            “แด๊ดดี้ไม่ตีเซฮุนแล้วได้ไหมครับ  เซฮุนขอโทษษษ!

 

            “แล้วมันน่าตีไหมล่ะ...อยากมีความลับกันดีนัก!!  ถ้าป่วยมากกว่านี้จะทำยังไง”

 

            ทำเสียงแข็งไปอย่างนั้น...ทั้งที่ใจมันอ่อนไปตั้งแต่คนรักเอ่ยสรรพนามเหมือนที่ลูกชายมักจะเรียกเขาอยู่บ่อยๆ  แล้วคำว่า  “แด๊ดดี้”  ที่มาพร้อมกับเสียงออดอ้อน  และการโอบกอดที่กระชับแน่นขึ้น  ก็พาลให้จงอินหลงรักคุณแม่คนเก่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ยิ่งไม่ได้กลับบ้านตั้งสามวัน  ความคิดถึงก็ยิ่งมีมากขึ้น  แล้วการถูกอ้อนแบบนี้  ก็เล่นเอาคนงานยุ่งอยากลาพักร้อนสักหนึ่งเดือน

 

            “ลูกป้อนข้าวป้อนยาให้แต่เช้า  เซฮุนอาการดีขึ้นมากแล้วครับ...พี่จงอินไม่ต้องเป็นห่วงนะ”

 

            “จะไม่ให้พี่เป็นห่วงได้ยังไง  หื้ม?  ถ้าเซฮุนเป็นคนอื่นก็ว่าไปอย่าง  แต่เซฮุนเป็นเมียของพี่นะครับ...ถ้าไม่ให้ห่วงเมีย  แล้วจะให้พี่ห่วงใคร  ไหนนนน...ตอบมาซิ?!!

 

            “อ๊ะ...!!!

 

            อยากตอบใจจะขาด...แต่การถูกมือเจ้าของคำถามล้วงเข้าไปในกางเกงนอน  แล้วบีบก้อนเนื้อด้านหลังอย่างเอาแต่ใจ  มันก็ทำให้เซฮุนต้องส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บ  พร้อมก้มหน้าซบอกกว้างเอาไว้เพื่อแอบซ่อนความเขินอาย  เก่งแต่เรื่องเอาเปรียบ  เก่งแต่เรื่องสร้างความกดดัน  และเก่งแต่เรื่องที่ทำให้ร่างกายของเขาอ่อนระทวย

 

            “ทำไมไม่ตอบ  หื้มม?”

 

            “อย่าแกล้งสิครับ...ซุปผักเย็นหมดแล้ว  แด๊ดดี้ช่วยป้อนหน่อยได้ไหม”

 

            อยากทำ...มากกว่าการบีบก้นอวบขาวเนียนภายใต้กางเกงนอน  แต่อาการป่วยที่คนรักเป็นอยู่ตอนนี้  พร้อมการออดอ้อนด้วยคำคำเดิม  ก็ทำให้จงอินต้องยอมละมือออกจากความเต่งตึง  แล้วเริ่มป้อนมื้อเที่ยงที่มันเหมือนจะเลยเวลามาได้สักพัก  ทานข้าวไปก็คุยกันไป...เพราะการที่คนหนึ่งไม่ได้กลับบ้านมาสามวัน  ส่วนอีกคนก็ต้องดูแลลูกชายและจัดการเรื่องภายในบ้านเพียงลำพัง  มันทำให้มีประเด็นที่ต้องเริ่มปรับความเข้าใจ  ปรับความรู้สึก  รวมถึงปรับอารมณ์ที่ต่างคนต่างก็ไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิด

 

เคยรักเช่นไร...ก็ยังรักกันเช่นเดิม  และถ้ายังมีสิ่งใดขาดตกบกพร่องต่อหน้าที่ของการเป็นภรรยาหรือสามี  คนทั้งคู่ก็พร้อมที่จะปรับทุกอย่างให้ลงตัวก่อนที่มันจะสายเกินแก้

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

16.29 น.

 

แกร็บบบ...!!

 

            เสียงกรรไกร....ที่บรรจงตัดดอกกุหลาบอยู่ในสวน  แล้ววางลงบนรถเข็นที่เด็กตัวน้อยช่วยลากไปตามทางดินเปียกชื้น  คือสิ่งที่คนเป็นเจ้าของโรงแรมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำได้  ดอกไม้มันบอบบาง  ส่วนเขาก็ใจร้อน  และลูกชายก็ยังเล็กเกินกว่าจะใช้ของมีคม  แถมคนที่ชอบดอกไม้เป็นชีวิตจิตใจก็ป่วยจนไม่อยากให้ออกมาตากลมตากแดด  จงอินจำเป็นต้องเข้ามาช่วยงานในสวนอย่างจำยอม  แล้วก็เต็มใจที่จะช่วยอย่างสุดความสามารถ  แต่ก็ต้องยอมรับ...ว่างานแบบนี้มันเป็นสิ่งที่เขาไม่ถนัดเลยสักนิด  ตัดผิดดอกผิดขนาดจะทำอย่างไร  แล้วถ้ามันเสียหายจนทำให้มีไม่ครบตามจำนวนที่ลูกค้าต้องการล่ะ???

 

            “แด๊ดดี้...ไม่เอาสีชมพูนะฮะ  เอาแต่สีโอรส  สีแดง  แล้วก็สีขาว”

 

            “อ้าวว....”

 

            Daddy...Look at the  bill.

 

            “แล้วนี่...มันไม่ใช่สีโอรสเหรอ?”

 

            Not…That  PINK!!!

 

            ไม่ได้ตาบอดสี...แต่ดอกไม้ที่ถูกห่อไว้ด้วยตาข่ายพลาสติกสีขาว***มันทำให้เขามองสีชมพูเป็นสีโอรส  แล้วกระดาษแผ่นเล็กๆที่เขียนว่าต้องการดอกกุหลาบสีแดง  50  ดอก สีขาว  60 ดอก  และสีโอรสอีก  30  ดอก  มันก็ไม่มีตารางสีบอกไว้ชัดเจนเหมือนอย่างตัวเลขที่บอกถึงจำนวนของดอกไม้เท่าที่ลูกค้าต้องการ  จงอินจำเป็นต้องเดินตามลูกชายไปที่แปลงดอกไม้สีโอรสก่อนที่พระจันทร์จะขึ้นมาทำหน้าที่แทนดวงอาทิตย์  เพราะตอนนี้เขาเพิ่งเริ่มตัดดอกไม้ไปเพียงดอกแรกเท่านั้น  แถมยังตัดผิดสีอีกต่างหาก

 

แต่ก็ยังดี...ที่เจ้าของสวนห่อดอกกุหลาบเอาไว้ด้วยตาข่ายสีขาว  นั่นจึงทำให้มือใหม่อย่างเขารู้ว่าต้องตัดดอกใด  ส่วนดอกไม้ที่ไม่ได้ขนาดหรือขึ้นแบบผิดรูปผิดร่างจนขายไม่ได้  เซฮุนก็จะปล่อยให้มันบานแล้วร่วงโรยไปตามกาลเวลา

 

แกร็บบๆ ๆ ๆ...!!!

 

แกร็บบๆ ๆ ๆ...!!!

 

            เป็นอีกครั้ง...ที่งานแบบนี้สามารถทำให้จงอินยิ้มได้  เพราะถึงแม้มันจะยาก  แต่ก็ทำให้รู้สึกดีและสดชื่นอยู่ไม่ใช่น้อย  ธรรมชาติ...สามารถบำบัดความเหนื่อยล้าจากการทำงานในโรงแรมได้ดีเหลือเกิน  แถมอากาศในยามสาย  ลมพัดเอื่อยๆและแดดอ่อนแสง  ก็เหมือนเป็นตัวช่วยให้คนที่คร่ำเคร่งกับงานมาสามวันเต็มคลายความเครียดลงไปได้มาก  รู้สึกขอบคุณภรรยาอยู่ในใจ...เนื่องจากความฝันอันแสนห่างไกลในผืนดินแห่งนี้  มันทำให้เขากลายเป็นคนที่ใจเย็นลงกว่าเมื่อหลายปีก่อน

 

            “ครบหรือยังครับ?”

 

            “ห้าสิบเจ็ด  ห้าสิบแปด....”

 

            “.......?”

 

            “อีกสองดอกฮะ”

 

            จะให้ตัดดอกไม่ไปด้วยนับไปด้วย...เห็นทีกรรไกรอันแสบคมกริบคงตัดโดนนิ้ว  คนเป็นพ่อจึงต้องให้ลูกชายช่วยนับ  พร้อมเข็นรถที่ตอนนี้ก็เริ่มเต็มไปด้วยความสวยงามสีสด  และเมื่อเสร็จสิ้นจากแปลงดอกกุหลาบสีโอรส  สองพ่อลูกก็ค่อยๆเดินไปตัดดอกไม้ที่แปลงของกุหลาบสีแดงกับสีขาวจนครบตามจำนวนที่เซฮุนได้จนไว้ให้  ฮิโรกิถูกมือใหญ่ๆของผู้เป็นพ่อยกร่างกายขึ้นขี่คอแทนการเข็นรถ  เพราะดอกกุหลาบมากมายที่กองอยู่ในพาหนะคันเล็ก  มันหนักจนเกินกำลังของเด็กแปดขวบจะเข็นได้

 

 

            และเมื่อตัดดอกไม้ครบตามสีตามจำนวนที่ต้องการ  จงอินก็รีบเข็นรถไปที่บ้านหลังเล็กท้ายสวนโดยมีลูกชายคนเก่งขี่คอไปด้วยจนถึงจุดหมายปลายทาง  ส่วนเจ้าของสวนตัวจริงก็รู้สึกเป็นห่วงสองพ่อลูกอยู่ไม่ใช่น้อย  เพราะเข้าใจดีว่างานแบบนี้เป็นสิ่งที่คนรักไม่ถนัดเอาเสียเลย  แต่ก็ต้องขอบคุณที่เต็มใจช่วยงานของเขาอย่างสุดความสามารถ

 

            “เหนื่อยไหมครับ?”

 

            “ไม่เหนื่อยฮะ!!

 

            “แม่เตรียมขนมไว้ให้แล้วนะครับ  มาเติมพลังกันก่อน...แล้วค่อยทำงานต่อ”

 

            นั่งรออยู่ในบ้านท้ายสวนด้วยความรู้สึกเป็นห่วง...เพราะลูกชายก็ยังเด็ก  และสามีก็ไม่เคยเข้ามาช่วยงานในสวนเลยครั้งเนื่องจากทำไม่เป็น  แต่วันนี้ทุกคนเต็มใจช่วยกันทำงานอย่างขยันขันแข็ง  มือบางปาดเหงื่อที่ไหลอาบใบหน้าของเด็กน้อย  ก่อนหยิบคุ้กกี้เนยสดและเครื่องดื่มแบบเย็นส่งให้สองพ่อลูก  แต่......

 

            “เฮ้อออ...จะไม่มีใครเช็ดเหงื่อให้แด๊ดดี้เลยเหรอ?!

 

            แสร้งพูดไปอย่างนั้น...เพราะอยากหยอกเย้าให้คนรักเอาอกเอาใจ  แต่ก็ขอยอมรับว่ารู้สึกเหนื่อยมากจริงๆ  เนื่องจากดอกไม้มันบอบบาง  และถุงมือที่สวมอยู่ก็หนาจนเกรงว่าดอกกุหลาบจะเสียหาย  จับแรงก็ช้ำ  ค่อยๆจับก็หลุดมือ  แล้วกว่าจะตัดดอกกุหลาบได้ครบตามที่ลูกค้าต้องการ  มันก็ใช้เวลาอยู่นานพอสมควร

 

จุ้บบบ!!!

 

            “แล้วแบบนี้หายเหนื่อยไหมครับ!?”

 

            “จุ้บอีกครั้งได้ไหมมมมม...แด๊ดดี้ยังไม่หายเหนื่อยเลย”

 

          (ไม่ได้นะฮะ...แม่ห้ามจุ้บแด๊ดดี้!!)

 

            แล้วคนที่ทำได้ทุกอย่างก็คือ...เจ้าของเสียงเล็กที่เอ่ยห้ามปราม  พร้อมการยกมือน้อยๆขึ้นมาปิดปากของผู้เป็นแม่เอาไว้  ฮิโรกิหวงเซฮุนยิ่งกว่าสิ่งใด  เพราะในวันที่ไม่เหลือใครให้พึ่งพิง  เจ้าตัวก็มีเพียงเซฮุนเท่านั้นที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเป็นคนแรก   ใช่ว่าไม่รักผู้เป็นพ่อ...และก็รักไม่แพ้คุณแม่เลยสักนิด  แต่ความหวง...มันก็มีมากเกินจะปล่อยให้ผู้ปกครองแสดงความรักต่อหน้าต่อตา

 

            “ก็แด๊ดดี้กำลังเหนื่อย  แม่ก็เลยอยากเพิ่มพลังให้แด๊ดดี้”

 

            “งั้นผมจะเติมพลังให้เองนะฮะ  แม่ยังไม่หายดี..แม่ต้องนั่งเฉยๆ”

 

            และการเติมพลังของลูกชาย...ก็คือการหยิบของว่างในจานป้อนให้คุณพ่อ  แต่การทำแบบนั้นในขณะที่ตัวเองนั่งอยู่บนตักของคุณแม่  มันก็ทำให้จงอินต้องส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจอีกครั้ง  จะหอมก็โดนห้าม  จะกอดก็ถูกขวาง  จะทำอะไรกับคนรักก็ต้องรอให้ฮิโรกิหลับก่อนเสมอ  แล้วพ่อคนนี้ก็คงมีความสำคัญแค่ตอนที่ซื้อขนมเค้กกลับมาฝากเท่านั้น  ไม่ได้น้อยใจ...และทราบดีว่าลูกก็รักเขาเช่นกัน  แต่บางครั้งการโดนขัดความสุขแบบผู้ใหญ่  ก็พาลให้พ่ออย่างเขาอารมณ์ค้าง

 

            “แม่จะช่วยห่อดอกไม้นะครับ  ส่วนแด๊ดดี้กับฮิโรกิ...ก็ช่วยกันแยกดอกไม้ออกเป็นกองๆแบบนี้   โอเคไหม?”

 

            “แต่แม่ไม่สบายอยู่นะฮะ...”

 

            “แม่ไม่เป็นอะไรแล้วครับ  เราช่วยกันทำ...จะได้เสร็จเร็วๆ”

 

            คนเป็นลูกชาย...รีบรับคำสั่งโดนการพยักหน้าก่อนคว้าคุ้กกี้แสนอร่อยเข้าปาก  แล้วเริ่มหยิบดอกกุหลาบสีแดงมาเรียงใส่กระดาษเนื้อบางเอาไว้ตามจำนวนอย่างที่เคยทำ  และส่งต่อให้คุณแม่มัดด้วยเชือก  ส่วนมือให้อย่างผู้เป็นพ่อ  ก็มีหน้าที่ช่วยคัดแยกสีของดอกไม้ไม่ให้มันปะปนกัน  พร้อมเริ่มทยอยเก็บของที่ใช้เสร็จแล้วไปเก็บไว้ยังห้องทางด้านหลัง  รถเข็น  กรรไกร  ถุงมือ  และหมวกปีกกว้าง  ทุกๆอย่างถูกนำมาเก็บเหมือนเช่นหยิบมาใช้  และตอนนี้...ดอกกุหลาบหลากสีก็ถูกห่อเรียบร้อย  พร้อมนำไปส่งในตัวเมืองพรุ่งนี้เช้า

 

            “มีใครหิวแล้วบ้างงงง?”

 

            “ผมฮะ...!!

 

            “แล้ววันนี้ฮิโรกิอยากกินอะไรครับ  แด๊ดดี้จะทำให้เอง”

 

            “แด๊ดดี้ทำอาหารเป็นด้วยเหรอฮะ???”

 

            “คอยชิมก็แล้วกัน!!

 

            ไม่แปลกที่ลูกจะสงสัย...เพราะตลอดหลายปีที่อยู่ด้วย  เซฮุนมีหน้าที่ดูแลทุกอย่างภายในบ้าน  ทั้งทำอาหาร  ซักผ้า  รีดผ้า  และเตรียมของให้ลูกชายไปโรงเรียน  ส่วนเขามีหน้าที่บริหารโรงแรมของตระกูลคิม  รวมถึงสอนการบ้านให้ลูกในวันหยุด  จงอินไม่ได้จัดสรรทุกอย่างเองตามชอบใจ  เพราะทุกหน้าที่มันได้ถูกพูดคุย  บอกกล่าว  และปรึกษากันตั้งแต่รับฮิโรกิมาเป็นบุตรบุญธรรม  ใครถนัดสิ่งใด...ก็ทำสิ่งนั้น  ใครไม่เก่งในเรื่องไหน...ก็ช่วยกันทำให้สำเร็จ  แล้วถ้าช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่กันได้ในบางเรื่อง...ก็จะลงมือทำโดยไม่เกี่ยงงอน

 

การเป็นพ่อแม่...มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด  มันไม่มีสูตรสำเร็จ  ไม่มีแบบแผนที่แน่นอน  แต่ก็ทำให้มีความสุขได้ไม่ยากถ้ารักกันมากพอ

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

19.53 น.

 

แป๊กก!!!

 

            เสียงปิดความร้อนบนเตาในห้องครัว...คือสิ่งที่ลูกชายรอมานาน  และจานเซรามิคลายดอกไม้ที่มีพาสต้าผัดซอสใส่แฮมและไส้กรอกรูปปลาหมึก  ก็สามารถเรียกน้ำย่อยของทุกคนได้เป็นอย่างดี  พ่อครัวจำเป็น...รีบวางมื้อเย็นลงบนโต๊ะ  และเดินกลับเข้าไปหยิบสลัดผักชามโตในห้องครัวออกมาวางอีกหนึ่งอย่างก็เป็นอันเสร็จสิ้นอาหารมื้อพิเศษ

 

            “อร่อยยย...ฮะ!!!  แด๊ดดี้เก่งจัง!

 

            เคี้ยวมื้อเย็นจนแก้มตุ่ย...พร้อมเอ่ยชมคุณพ่อด้วยความสัตย์จริง  เพราะพาสต้าที่ผัดกับซอสครีมเนื้อนุ่มมันอร่อยจนเจ้าตัวคิดว่าต้องขอเติมเป็นจานที่สอง  แถมสลัดในชามที่เพิ่งใช้ส้อมจิ้มผักกาดแก้วเข้าปากคำโตก็รสเลิศไม่แพ้กัน  ฮิโรกิไม่เคยรู้ว่าคุณพ่อทำอาหารเป็น  เนื่องจากเซฮุนจะทำให้ทานทุกวันและห่อใส่กล่องเป็นมื้อเที่ยงเมื่อต้องไปโรงเรียน

 

            “อร่อยก็กินเยอะๆนะครับ”

 

            “แม่ก็ต้องกินเยอะๆเหมือนกันนะฮะ  ยาจะได้ไม่กัดท้อง...แล้วก็จะได้หายเร็วๆ”

 

            “แม่หายแล้วครับ  ได้ฮิโรกิช่วยเช็ดตัว  ป้อนยา  ป้อนข้าว...แม่ก็เลยหายป่วย”

 

            “จริงนะฮะ...แม่หายแล้วจริงๆนะฮะ”

 

            “จริงครับคนเก่ง”

 

            “เย้!!!

 

            บทสนทนาระหว่างภรรยากับลูกชาย...ทำให้จงอินยิ้มได้ทั้งๆที่อาหารยังอยู่ในปาก  และรู้สึกปลาบปลื้มที่เห็นคนในครอบครัวเป็นห่วงเป็นใยและรักกันมากถึงเพียงนี้  ใบหน้าคมเข้ม...ก้มลงเพื่อเก็บซ่อนทุกความรู้สึกเอาไว้  แล้วทานอาหารฝีมือด้วยเองพร้อมหัวใจที่อิ่มเอมไปด้วยความสุข  ทำงานเหนื่อยแทบตาย...แต่พอได้เห็นรอยยิ้ม  ได้ยินเสียงเสียงหัวเราะ  ได้พบหน้าคนที่รัก  ความเมื่อยล้าต่างๆก็พลันหายเป็นปลิดทิ้ง

 

            “อิ่มกันไหมครับ  แล้วมีใครอยากได้ผลไม้อีกหรือเปล่า?”

 

            “ไม่ไหวแล้วฮะ  ท้องผมจะแตกแล้ว!!!

 

            “อิ่มแล้วก็ไปเตรียมตัวอาบน้ำเข้านอน  เพราะพรุ่งนี้เช้าเราจะไปส่งดอกไม้ด้วยกัน”

 

            “แล้วแด๊ดดี้ไม่ต้องไปทำงานเหรอฮะ”

 

            “แด๊ดดี้หยุดสองวันครับ!

 

            “เย้!!!...งั้นส่งดอกไม้เสร็จ  แด๊ดดี้พาผมกับแม่ไปเที่ยวหน่อยสิฮะ”

 

            “แอบไปวางแผนไว้เมื่อไหร่? แล้วจะไปไหนกัน  หื้มม?”

 

            “ไม่ได้วางแผนสักหน่อย  ก็นานๆที...แด๊ดดี้จะได้หยุดนิฮะ”

 

            “โอเค...พรุ่งนี้แด๊ดดี้จะตามใจทุกอย่าง  แต่ฮิโรกิต้องเป็นเด็กดีนะครับ  แล้วตอนนี้ก็ไปเตรียมตัวอาบน้ำเข้านอนได้แล้ว  เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสาย”

 

จุ้บบบ!!!

 

            “แด๊ดดี้ใจดีที่สุดในโลกเล้ยยยยยย!!!

 

            ไม่ตามใจลูกเมีย...แล้วจะให้ตามใจใคร  แต่คนเจ้าเล่ห์ก็ยังคงเจ้าเล่ห์อยู่อย่างนั้น  เพราะการไล่ฮิโรกิไปอาบน้ำเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ  มันก็คือแผนการของคนที่ถูกความคิดถึงเล่นงานจนไม่อาจเก็บอาการเอาไว้ได้  เซฮุนทราบดีว่าการที่สามีถูกลูกชายกีดกันมันทำให้รู้สึกเช่นไร  ห้ามหอม  ห้ามจูบ  หรือแม้กระทั่งกอดก็ยังห้าม  และเมื่อเจ้าของปากเล็กที่ประทับความดีใจไว้บนแก้มของคุณพ่อวิ่งเข้าไปในห้องของตัวเอง  ภรรยาที่รู้ทันคนเจ้าเล่ห์ก็รีบลุกออกจากโต๊ะอาหารก่อนทิ้งสายตาบางอย่าง...แล้วเดินหายเข้าไปในห้องครัว

 

            “อ๊ะ..!!!  และการชายตามอง...พร้อมรอยยิ้มบาดใจ  ก็ทำให้ภรรยาถูกอุ้มแล้ววางลงบนเคาน์เตอร์ห้องครัว

 

            “ไปหัดยั่วมาจากไหน  หื้มม?”  ไม่ได้กลับบ้านมาสามวัน  ความคิดถึงมันจึงล้นอก  แล้วการที่คนตรงหน้าทำแบบนี้  มันก็เหมือนเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีที่สาดใส่กองไฟ

 

            “ไม่ได้ยั่วสักหน่อย  พี่จงอินคิดไปเองหรือเปล่าครับ?”  ถ้าจริงอย่างปากพูด...ท่อนแขนขาวเนียนทั้งสองข้างก็คงไม่ยกขึ้นมาคล้องคอคนที่ยืนแทรกกายอยู่ตรงหว่างขา  และคงไม่ก้มหน้าเรียวสวยคอเคลียอยู่แถวสันกรามคม  พร้อมพูดด้วยเสียงที่เบาจนเหมือนเป็นการกระซิบ

 

            “ถ้าไข้ขึ้นอีกรอบ...ก็อย่ามาโทษแด๊ดดี้นะครับคุณแม่คนเก่ง”  หมดแล้ว...ซึ่งความอดทนต่อสิ่งเย้ายวน  และเมื่อสิ้นคำเอ่ยเตือน  ปากหยักก็รีบตักตวงความหวานจากคนช่างยั่วด้วยความคิดถึง

 

ยิ่งตอบรับ...ก็ยิ่งยากห้ามใจ  ยิ่งโอบกอดกันแน่นเท่าไหร่...ก็ยิ่งยากที่จะห้ามความรู้สึก

 

            เจ้าของใบหน้าเรียวสวย...เอียงรับสัมผัสที่เต็มไปด้วยความเอาแต่ใจ  และใช่ว่าไม่ชอบหรืออยากผลักไส  เพราะเข้าใจว่าคนรักต้องการสิ่งใด  เหมือนจะชินเสียแล้ว  แถมยังรู้สึกดีเวลาที่จงอินโหมความปรารถนาเหมือนคนไม่รู้จักพอ  ร่างสวย...ถูกอุ้มอีกครั้งก่อนถูกเปลี่ยนท่าให้ยืนหันหลัง  และอาภรณ์ชิ้นล่าง...ก็ถูกถอดออกอย่างไม่ใยดี  ส่วนเสื้อเชิ้ตสีอ่อนก็ถูกปลดเปลื้องจนเผยให้เห็นแผ่นหลังขาวเนียน  อารมณ์ต่างๆที่ถูกกักเก็บมาสามวัน  เหมือนจะเป็นตัวชักนำให้ทั้งภรรยาและสามีไม่สนอีกแล้วว่าสถานที่ตรงนี้มันไม่สมควรทำสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

            “อ๊ะ!!

 

            “อื้มมม...”

 

            ปากหยัก...พรมจูบไปตามผิวเนื้อเนียนนุ่ม  พร้อมสะโพกสอบที่ขยับเคลื่อนไปตามใจปรารถนา  แต่มันไม่ได้รุนแรงหรือเห็นแก่ตัวเพื่อตักตวงความสุขอยู่ฝ่ายเดียว  และก็ทราบดีว่าภรรยาที่ตอนนี้ต้องซบใบหน้าหวานไปกับเคาน์เตอร์ห้องครัวยังมีอาการป่วย

 

            “พะ...พี่จงอิน  อ๊ะ!!

 

            “ต้องการอะไรครับบบ...ซี้ดด!!

 

            “อยาก  จะ...จูบ  อ๊ะ!!

 

            “อื้มมม..”

 

            การถูกความเย้ายวนโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า  การเอ่ยคำขอที่ชวนให้ขาดสติ  และการตอบสนองความต้องการที่ดีเกินไป  ก็ทำให้จงอินต้องพาภรรยาแสนสวยไปต่อบทรักที่ห้องนอน  ร่างกายสมส่วน...อุ้มเซฮุนเข้าสู้อ้อมอก  แล้วรีบเดินออกไปจากห้องครัวก่อนที่เสียงครางแสนหวานจะทำให้ลูกชายตื่นจากหลับใหล  และการที่ไม่อาจเก็บซ่อนเสียงร้องเอาไว้ได้  ก็เป็นเพราะส่วนที่ถูกเติมเต็มมันยังถูกขยับเคลื่อนไปพร้อมๆกับการถูกอุ้ม  แล้วกว่าจะเดินไปถึงเตียงกว้าง...เซฮุนก็ต้องจิกมือลงบนท่อนแขนกำยำเพื่อระบายทุกรู้สึก

 

            “อ๊ะ!!...ซี้ดดด!

 

            “ซะ...เซฮุน  อื้มมม!!

 

 

และบทรัก...ที่คล้ายว่าจะไม่มีวันจบสิ้น  ก็อาจทำให้ใครสักคนตื่นสาย  ♪♫♪...♪♫..♫♪...♪♫♪

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

Cr.  ภาพทั้งหมดในตอนที่1... IG> martine.a.la.campagne  และLoverthailand.org

***ตาข่ายพลาสติกสีขาว

 


 

 

 

Talk.

สวัสดีค่ะทุกคน ^-^)

ขออนุญาตชี้แจงว่าฟิค  #ดอกไม้ของเจ้านาย...จะอัพตอนใหม่โดยที่ตอนต่อไปจะไม่มีความเกี่ยวเนื่องกันเลย  มันจะจบเป็นตอนๆแบบไม่ค้างคา  แล้วถ้าภายในตอนใดตอนหนึ่งมันจบไม่ลง...เราจะต่อออกไปไม่ให้เกินสามตอน  ซึ่งมันจะคล้ายกับ #ฟิคน้องปลา  และอยากจะบอกว่าฟิคดอกไม้ของเจ้านายตอนนี้หรือตอนต่อๆไปมันไม่ใช่ภาคสองก็คงไม่ได้  แต่ที่ตัดสินใจอัพต่อก็เพราะคิดถึงความเป็นครอบครัวของตัวละครเรื่องนี้  (อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ  T^T

ขอบคุณที่ยังคงติดตามกันเสมอ  ขอบคุณนักอ่านทั้งคนเก่าและคนใหม่  เรายอมรับว่าอาจจำนักอ่านบางคนไม่ได้  แต่ส่วนใหญ่จำได้นะคะ  บางคนก็เป็นแฟนพันธุ์แท้จริงๆ  เพราะติดตามฟิคของเราและในนามของMokaraทุกเรื่องแล้วก็คอมเม้นท์ให้กำลังใจกันมาโดยตลอด

ขอบคุณจริงๆนะคะ  ขอบคุณที่ยังให้โอกาส  ขอบคุณจากใจเลยค่ะ

เราขอฝากแด๊ดดี้  คุณแม่คนเก่งและเด็กน้อยวัยแปดขวบไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยนะคะ >///<

รัก

#ดอกไม้ของเจ้านาย        


T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #649 Jammie-Lee (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 20:47
    เบาๆ นะจงอิน เดี๋ยวน้องฮุนช้ำ คึคึคึ
    #649
    0
  2. #604 gonjung (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 03:38
    งื้ออออบอุ่นจริงๆชอบความน่ารักของครอบครัวนี้
    #604
    0
  3. #603 Kim_Aiir (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 15:21
    อยากให้เรื่องนี้มีเล่มจังเลยค่ะ
    #603
    0
  4. #602 namphung31 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 20:54
    งื้อออ รออยู่น๊าาา
    #602
    0
  5. #601 OOh_Pang (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 23:05
    น่ารักมากกกกกกกกกกค่ะ
    #601
    0
  6. #600 Pinkdao (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 21:12
    อบอุ่นๆๆๆๆ
    #600
    0
  7. #593 ตะงุนนนนน (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 20:46
    จะร้องไห้มีss2
    #593
    0
  8. #591 TDNND (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 18:47
    คิดถึงครอบครัวนี้มากๆ
    #591
    0
  9. #590 Pinkdao (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 14:22
    ครอบครัวน่ารักมากค่าาาา
    #590
    0
  10. #589 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 04:29
    น่ารัก ในที่สุดก็ได้อ่านเรื่องนี้ต่อ
    #589
    0
  11. #588 pp5129 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 01:28
    งุ้ย น่ารัก อยากให้แด๊ดดี้ลงโทษเยอะๆ
    #588
    0
  12. #587 BBKaiHun94 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 20:52
    ฮืออออเด๊ดดี้ อย่าตีแม่โง้ยยว น่ารักทั้งครอบครัวเลย อิอิ
    #587
    0