จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 36 : ❀ Special

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,201
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    20 มี.ค. 63





-ดอกไม้ของเรา-

 


หมู่บ้านชิซะกะ

3  ปีต่อมา....

 

06.26 น.

 

 

            การเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งให้เติบโตมาอย่างสมบูรณ์  เต็มไปด้วยสุข  และมีคุณภาพชีวิตที่ดี  มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่เป็นผู้ปกครอง  ยิ่งเป็นผู้ปกครองที่ไม่ได้ดูแลเด็กมาตั้งแต่แรกเกิด  และไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริงก็ยิ่งเป็นเรื่องยาก  ทุกช่วงวัยของเด็ก...มักมีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ  บางวันมีแต่คำถามและข้อสงสัยที่ต้องการคำตอบ  ทำไมผมต้องทำแบบนั้น  ทำไมผมทำสิ่งนี้ไม่ได้  ซึ่งทุกๆคำถามของเด็ก  คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ต้องหาคำตอบที่สมเหตุสมผล  และไม่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงมากนัก  แต่คำถามบางอย่าง...ก็ยังไม่ถึงวัยที่เด็กควรรับรู้

 

 

และวันนี้...คนที่เคยได้รับอุปการะมาก่อนก็เข้าใจแล้วว่า  หัวอกคนที่เป็นผู้ปกครองมันเหนื่อยมากแค่ไหน  แต่ก็ใช่ว่าไม่มีความสุข (:

 

 

            เป็นผู้ชาย...แต่ต้องอยู่ในฐานะแม่  เพราะเด็กที่รับมาอุปการะอยากให้เป็นแบบนั้น  ส่วนคนที่เด็กเรียกพ่อได้เต็มปาก  ก็คือคนที่ทำให้รู้สึกเหนื่อย  พอๆกับการเลี้ยงเด็ก  เนื่องจากการมีคนรักเป็นเจ้าของโรงแรม  มันก็มักจะมีสารพัดปัญหาเข้ามารบกวนจิตใจ  แต่...ความสุขที่ได้รับ  ก็มีมากขึ้นทุกวันเช่นกัน  และการมีสมาชิกใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว  ก็ทำให้ความฝันของคนที่เคยเป็นพนักงานจัดดอกไม้  สมบูรณ์แบบกว่าที่เคยวาดหวังเอาไว้

 

 

แป๊กก!!

 

 

            เปลวไฟ...บนเตาทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของห้องครัว  ถูกจุดขึ้นเพื่อเตรียมทำมื้อเช้าให้คนที่ยังหลับอยู่ในห้องนอน  มือบางหยิบภาชนะสองแบบที่แขวนอยู่บนผนังวางลงความร้อนที่ถูกจุดขึ้นเมื่อครู่  แล้วเทน้ำมันใส่ลงไปในกระทะเล็กน้อย  และเติมน้ำเปล่าลงในหม้อเซรามิค  ขาเรียว...ก้าวไปที่ตู้เย็น  แล้วเปิดออกพร้อมกับเลือกของสดอย่างเช่น  ไข่ไก่  แฮม  และไส้กรอก  มาวางไว้บนเคาน์เตอร์  ส่วนสิ่งที่ขาดไม่ได้ในเช้านี้  หรือในทุกๆเช้าก็คือ  นมรสหวานสีชมพูของลูกชาย  และการทำเครื่องดื่มรสเข้มให้คนเป็นพ่อ

 

 

            ไข่ไก่สองฟอง...ถูกตอกลงในกระทะ  และอีกสองฟองถูกทำให้สุกด้วยการต้มในน้ำร้อนไม่กี่นาทีก็กลายเป็นไข่ลวก  เมื่อไข่ที่ทอดไว้เมื่อครู่  เป็นไปในแบบที่เด็กชอบทาน  ก็ถึงคราวไส้กรอกที่บรรจงหั่นเป็นรูปปลาหมึกต้องถูกทอดบ้าง  และถ้าวันไหน...ไส้กรอกไม่ถูกแปลงร่างเป็นสัตว์น้ำมีหนวด  แม่ครัวคนนี้ก็จะโดนลูกบุญธรรมลงโทษ  ด้วยการห้ามจูบคนรักหนึ่งวัน

 

 

            จานกระเบื้องเคลือบลายดอกไม้...ถูกนำมาใส่มื้อเช้าของพ่อกับลูกเมื่อทุกอย่างปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ววางลงบนโต๊ะทันที  ตะกร้าหวายที่มีทั้งพริกไทย  ซอสมะเขือเทศและเกลือ  ก็ถูกนำมาวางไว้กลางโต๊ะเหมือนอย่างเช่นทุกวัน  ไข่ลวกสองฟอง  แฮม  ไส้กรอก  และกาแฟไม่ใส่น้ำตาล  แต่ใส่ครีมเล็กน้อย  ก็คือมื้อเช้าของผู้เป็นพ่อ  ส่วนไข่ดาวสองฟอง  ไส้กรอกรูปปลาหมึก  กับนมรสสตรอว์เบอร์รี่แก้วโต  คือมื้อเช้าของลูกบุญธรรม  และของแม่ครัว...ก็มีเพียงนมร้อน  กับขนมปังทาเนยหนึ่งคู่เท่านั้น

 

 

ปังงง!!!

 

 

          No!!...Daddy  Stop!!?”

 

          ฮิโรกิ...อย่าพูดกับคุณพ่อแบบนั้นนะครับ  ไม่น่ารักเลย”

 

            “Daddy ก็ไม่น่ารักเหมือนกัน...ชอบแกล้ง!!!  เซฮุนจัง...ต้องลงโทษ  เพี๊ยะๆเลยนะฮะ!!

 

            เสียงปิดประตูห้อง...ที่มาพร้อมกับเสียงโวยวายของคนที่เพิ่งตื่นนอน  ทำให้แม่ครัวเกือบทำแก้วนมที่ถืออยู่ในมือหล่นแตก  และก็ไม่ต้องเดาให้ยากว่าเจ้าของเสียงที่อายุ  7  ขวบ  คงถูกคุณพ่อยั่วโมโหแต่เช้า  ขาเรียวก้าวออกมาจากห้องครัวเมื่อทาเนยบนขนมปังสองแผ่นเรียบร้อย  และกำลังยกออกมาวางบนโต๊ะเพื่อจะได้ทานอาหารเช้าพร้อมกัน

 

แต่.......

 

 

เพี๊ยะ!!!!!

 

            “พี่จงอิน!!....ปล่อยฮิโรกิเดี๋ยวนี้!!!

 

            สมดั่งใจคนเป็นลูกบุญธรรม...เมื่อผู้เป็นพ่อโดนมือเรียวของคุณแม่ฟาดลงบนไหล่ด้วยความแรง  เพราะตกใจที่เห็นเด็กในอุปการะถูกห่อไว้ด้วยผ้าห่มแล้วลากไปกับพื้นบ้าน  เซฮุนรีบวางจานที่ใส่ขนมปังปิ้งลงบนโต๊ะ  แล้วดึงผ้าผืนใหญ่เท่าขนาดเตียงคิงไซส์ออกจากตัวเด็ก  และอุ้มมากอดไว้แนบอกทันที

 

            “ฮิโรกิเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?  เซฮุนจังตีแด๊ดดี้ให้แล้วนะครับ??!

 

            “วันนี้แด๊ดดี้ต้องซักผ้าคนเดียว...ผมไม่ช่วยแล่ว!!

 

            เมื่อวานก็โดนเพื่อนแกล้งหลอกผีจนต้องมาขอนอนห้องเดียวกับคุณพ่อคุณแม่  แต่เช้านี้...กลับถูกคนที่ให้ความอบอุ่นจนหายหวาดกลัว  ห่อด้วยผ้าห่มลากไปกับพื้น  และดีที่ถูกช่วยเหลือไว้ได้ก่อนที่จะถูกลากไปถึงเครื่องซักผ้า  เซฮุนจัดผมสีอ่อนของลูกชายให้เข้าทรง  และพามานั่งทานมื้อเช้าที่เตรียมไว้สักพัก  แต่หางตา...ก็ยังเหลือบมองคนที่เล่นพิเรนทร์อย่างคาดโทษ  เพราะเกรงว่าฮิโรกิจะได้รับบาดเจ็บ

 

 

            เช้านี้...สองพ่อลูกมีหน้าที่คือการนำผ้าปูเตียง  ผ้าห่ม  และปลอกหมอนในห้องนอนมาซัก  แต่...การเอาของหนึ่งในนั้น  มาห่อตัวลูกชายแล้วลากไปพื้น  มันไม่ควรจะเกิดขึ้นในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย  เป็นสุดสัปดาห์ที่ทำให้ปวดหัวแต่เช้า  แถมวันนี้ยังต้องเข้าไปตัดดอกไม้ในสวนให้เสร็จก่อนที่แดดจะออก  และฝากพี่ชายข้างบ้านไปส่งพร้อมกับผักนานานชนิดเหมือนเช่นเคย  การเป็นทั้งแม่  ทั้งภรรยา  และเจ้าของสวนดอกไม้  มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับ  โอ  เซฮุน

 

แต่ก็ยังขอยืนยันคำเดิม...ว่าทุกอย่างทำให้มีความสุขมากขึ้นทุกวัน

 

            “พรุ่งนี้...มีใครอยากไปทำงานกับแด๊ดดี้ไหมครับ!!!?”

 

            “ผม  ผม  ผม...ผมอยากไปฮะ  ผมจะไปว่ายน้ำ”

 

            “สงสัยแด๊ดดี้คงไปไม่ไหวแล้วครับ...เมื่อกี๊เซฮุนจัง  เพี๊ยะๆแรงมากเลย  แด๊ดดี้เจ็บแขน!?”

 

            “เซฮุนจัง!!...kiss  แด๊ดดี้สิฮะ  แด๊ดดี้จะได้หายเจ็บ  Please  Please...!!!

 

            เดี๋ยวบอกให้ตี  เดี๋ยวบอกจูบ...คนเป็นแม่เริ่มเอาใจไม่ถูก  และไม่รู้ว่าลูกชายกำลังอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่??  เมื่อสิบนาทีที่แล้ว  ยังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟตอนถูกคุณพ่อห่อตัวด้วยผ้าห่ม  พอมาตอนนี้กลับขอร้องให้เขามอบรอยจูบให้คนขี้แกล้งเสียอย่างนั้น  อยู่ด้วยกันมาแค่  3  ปี  นิสัยเอาแต่ใจ  เจ้าเล่ห์  และเดาอารมณ์ได้ยากของเด็กคนนี้  ก็ถอดแบบมาจากเจ้าของโรงแรมเกือบทั้งหมด

 

 

            ส่วนเรื่องการใช้ภาษา...ก็คงโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง  เพราะลูกบุญธรรม  สามารถพูดได้หลายภาษาเหมือนคนเป็นแม่ทุกอย่าง  แต่เวลาโกรธหรือร้องขอสิ่งใด  ก็มักจะสื่อสารด้วยภาษาสากลเป็นส่วนใหญ่  ซึ่งปัญหาในด้านภาษาของฮิโรกิก็คือ  การพูดทุกภาษาไปตามอารมณ์ที่แปรปรวน  พอๆกับนิสัยของผู้เป็นพ่อ...เกาหลีปนญี่ปุ่นบ้าง  อังกฤษปนจีนบ้าง  ทุกๆภาษาถูกสื่อสารปะปนกันไปเมื่อลูกชายอารมณ์ไม่ดี

 

 

แต่...สิ่งที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามที่อยากให้เป็นก็คือเรื่องของส่วนสูง  เพราะตอนนี้ฮิโรกิก็อายุได้เจ็ดปี  แต่ยังตัวเล็กกว่าเด็กที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

 

 

ฟอดดด!!

 

 

            สายตาเว้าวอน  คำขอร้อง  และการแสดงสีหน้าที่ดูเศร้าสร้อยของคนเป็นลูก  ทำให้เซฮุนจำใจต้องลุกจากเก้าอี้  แล้วประทับรอยจูบลงบนแก้มคนต้นแบบของความเจ้าเล่ห์อย่างแผ่วเบา  และเมื่อเห็นรอยยิ้มของพ่อกับลูกที่ดูร้ายกาจเกินกว่าจะสรรหาคำไหนมาบรรยาย  เซฮุนจึงได้แต่ส่ายหัวด้วยความอ่อนใจให้กับนิสัยที่ถอดแบบกันมาจนเหมือนเป็นคนคนเดียวกัน

 

            “เซฮุนจังหอมแก้มแด๊ดดี้แล้วนะครับ...งั้นวันนี้ฮิโรกิต้องช่วยแด๊ดดี้ซักผ้า  ตกลงไหม??”

 

            “No  problem!!

 

            ต่อให้ฮิโรกิพูดได้อีกร้อยภาษา  หรือเจ้าเล่ห์มากกว่านี้เป็นพันเท่าเซฮุนก็ยอม  เพราะถ้าให้เด็กคนนี้กลับไปเป็นเด็กที่มีแต่ความโศกเศร้า  ก็คงเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจสำหรับคนเป็นแม่อย่างเขา  เจ้าของโรงแรมรับฮิโรกิมาเป็นบุตรบุญธรรมหลังจากย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นได้ไม่ถึงปี  แต่ชีวิตของเด็กที่ไร้พ่อขาดแม่ก็ดีใจได้ไม่นาน  เนื่องจากต้องสูญเสียญาติผู้ใหญ่ที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวในชีวิตไปเมื่อสองปีที่แล้ว

 

 

            คุณยาย...ที่เป็นเหมือนทุกอย่างในโลกของฮิโรกิมาตั้งแต่ยังแบเบาะ  จากไปด้วยวัยตามวันเวลาที่มากขึ้นในทุกๆปี  และนำมาซึ่งความโศกเศร้าของหลานที่ไม่มีสิ่งใดเป็นที่พึ่งพิงหรือยึดเหนี่ยวจิตใจ  พิธีทางศาสนา  ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย  โดยมีจงอินคอยดูแลทุกขั้นตอนจนถึงช่วงที่ต้องส่งคุณยายขึ้นสวรรค์  และดี...ที่ช่วงเวลานั้น  ฮิโรกิมีเจ้าของสวนดอกไม้ที่เปลี่ยนสถานะมาเป็นแม่บุญธรรมคอยอยู่เคียงข้าง  รวมถึงรับหน้าที่เลี้ยงดูหลานคนนี้ต่อจากคุณยาย  และสัญญาว่าจะเลี้ยงดูไปจนกว่าสิ่งหนึ่งสิ่งใดในโลกจะมาพรากพวกเราไปอีกครั้ง

 

            “พี่จงอินจะไปทำงานกี่วันครับ??...เซฮุนจะได้จัดกระเป๋าไว้ให้”

 

            “วันเดียวครับ...แต่พี่อยากให้เซฮุนไปด้วย  เพราะพี่ต้องเข้าประชุม  แล้วไม่มีใครดูแลลูก”

 

            “อ้าววว...แล้วพี่จงอินจะเอาลูกไปทำไมครับ  ก็ให้ลูกอยู่กับเซฮุนที่นี่สิ?!!!

 

            ตั้งแต่รับฮิโรกิมาเป็นลูกบุญธรรม...พ่อแม่มือใหม่ก็มีเรื่องให้ต้องถกเถียงกันแบบนี้ทุกวัน  คนหนึ่งก็ไม่อยากห่างจากคนรัก  จึงต้องเอาลูกมาเป็นตัวประกัน  ส่วนอีกคนก็มีงานในสวนดอกไม้ให้ต้องดูแล  และงานของคนเป็นแม่ก็ยุ่งเกินกว่าจะทำเสร็จได้เพียงแค่วันเดียว  ต้นกุหลาบต้องการปุ๋ย  การพรวนดิน  การตัดแต่งกิ่ง  ฮิโรกิต้องการเที่ยวเล่นในวันหยุด  และบ้านหลังนี้ก็ต้องการคนปัดกวาดเช็ดถู  ซึ่งทุกๆอย่าง...เซฮุนไม่สามารถทำได้  ถ้าต้องไปทำงานกับเจ้าของโรงแรมในวันพรุ่งนี้

 

            “ฮิโรกิอยากไปทำงานกับแด๊ดดี้ไหมครับ??”

 

            “อยากฮะ...ผมอยากไปว่ายน้ำ  แล้วก็อยากกินเค้กที่โรงแรมด้วยฮะ”

 

            “แต่เซฮุนจังไม่ยอมไปกับพวกเรา  เพราะฉะนั้น...ฮิโรกิต้องอยู่กับเซฮุนจังที่นี่”

 

            “No!!...SEHUNNY  come  with us. Please  please....please! U_U 

 

            ถ้าเป็นเมื่อก่อน...เซฮุนขอยอมให้เจ้าของโรงแรมเพียงคนเดียวเท่านั้น  อยากได้อะไรต้องได้  สั่งอะไรต้องทำ  ห้ามขัดคำสั่ง  แต่ตอนนี้...ต้องยอมให้ลูกบุญธรรมอีกคน  และคงต้องยอมไปตลอดชีวิต  คำขอร้องจากเด็กเจ็ดขวบ  โดยการวิ่งไปนั่งบนตัก  แล้วกอดผู้เป็นพ่อเอาไว้  พร้อมส่งสายตามาอย่างมีความหวัง  มันก็ทำให้ใจอ่อนได้ไม่ยาก  เซฮุนพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับ  และก็เป็นอีกครั้งที่เขาได้เห็นรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ของลูกชายและคนรักปรากฏอยู่บนใบหน้า

 

            “ถ้าอยากให้เซฮุนจังไปด้วย  ฮิโรกิกับแด๊ดดี้ต้องเก็บกระเป๋าเองนะครับ  เพราะเซฮุนจังต้องไปตัดดอกไม้ในสวน”

 

            “OK. ฮะ...วันนี้ผมจะช่วยแด๊ดดี้ซักผ้า  แล้วก็จะจัดกระเป๋าให้เซฮุนจังด้วยฮะ”

 

            “Good  boy.

 

            หันหน้ามาเอ่ยชมลูกบุญธรรมที่ไม่ละเลยต่อหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ  แถมยังมีน้ำใจช่วยจัดกระเป๋าเดินทาง  และยังช่วยเก็บกวาดโต๊ะอาหารที่เพิ่งทานอิ่มกันไปเมื่อครู่  คนเป็นแม่...เก็บล้างเครื่องครัวแล้วเช็ดให้แห้ง  พร้อมจัดเรียงใส่ตู้ด้วยความเร่งรีบ  เพราะต้องเตรียมตัวออกไปตัดดอกไม้ในสวน  และห่อให้เสร็จก่อนที่พี่ชายข้างบ้านจะต้องเดินทางไปส่งผักในเมืองตอนบ่าย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 





10.42 น.

 

พรึบบ!!!

 

พรึบบ!!!

 

แกร็บบ!!

 

แกร็บบ!!!

 

 

            เสียงสะบัดผ้าที่อยู่ทางหลังบ้าน  และเสียงการตัดกิ่งไม้ที่ท้ายสวน...มันดังเป็นจังหวะที่ฟังดูขัดหู  แต่มันก็สามารถสร้างความสุขให้กับคนต้นเสียงได้ทุกวัน  เซฮุนนั่งห่อดอกไม้อยู่ที่บ้านหลังเล็กท้ายสวนเมื่อเก็บดอกกุหลาบครบตามจำนวนและสีที่ลูกค้าต้องการ  แล้วเริ่มตัดก้านให้มีความสั้นยาวเท่ากันเพื่อความสวยงามและง่ายต่อการขนส่ง  ส่วนคนเป็นพ่อก็ต้องรีบตากผ้าให้เสร็จก่อนที่พระอาทิตย์จะหมดหน้าที่ไปตามเวลา  โดยมีลูกบุญธรรมคอยช่วยอยู่ไม่ห่าง

 

            “พี่จงอินนนนน!!!...พี่จงอินครับบบบ!  ช่วยหยิบเชือกที่อยู่ในห้องเก็บของมาให้เซฮุนหน่อยคร้าบบบ!!

 

            “ครับบบบบบ...รอแป๊บนึงงง!!!

 

            คว้าปลอกหมอนใบสุดท้ายในตะกร้าขึ้นตากบนราวไม้  แล้วรีบเดินกลับเข้าบ้านไปหยิบของที่คนรักต้องการทันที  จงอินเข้าใจ...และทราบว่าการเป็นทั้งคุณแม่  ทั้งภรรยา  ทั้งเจ้าของสวนดอกไม้  มันทำให้เซฮุนกลายเป็นคนขี้ลืม  เพราะหน้าที่ที่เพิ่มขึ้นมันค่อนข้างจัดสรรให้ลงตัวได้ยาก  อะไรที่พอช่วยได้ก็จะช่วย  สิ่งใดที่พอจะแบ่งเบาภาระได้ก็จะทำอย่างเต็มที่

 

 

            แต่มีอยู่สิ่งเดียว...ที่จะไม่ช่วยเด็ดขาด  นั้นก็คือการตัดดอกไม้และห่อใส่กระดาษเหมือนอย่างที่เซฮุนทำ  เพราะดอกกุหลาบมันบอบบางเกินกว่าคนใจร้อนอย่างเขาจะทำได้  ดอกไม้แบบไหนพร้อมตัดส่งขาย  ห่อดอกไม้อย่างไรให้สวยงามน่าซื้อ  หรือจับดอกไม้อย่างไรไม่ให้ช้ำ  ซึ่งทุกๆอย่างคือสิ่งที่เขาทำไม่ได้  และไม่เคยเข้าใจมันเลยสักนิด  ส่วนหน้าที่ที่ทำได้เกี่ยวกับดอกไม้พวกนี้  ก็คงมีแค่การช่วยเอาไปส่งในตัวเมืองแทนเจ้าของสวนผัก

 

 

            บางครั้ง...การส่งดอกไม้ของเซฮุนก็ไม่ตรงกับวันที่พี่ชายข้างบ้านต้องไปส่งพืชผลในไร่  จงอินจึงต้องทำหน้าที่แทนอยู่บ่อยครั้ง  และไม่ได้ส่งเพียงแค่ในตัวเมืองอย่างเดียวเท่านั้น  เพราะดอกกุหลาบส่วนหนึ่ง  รวมถึงดอกทิวลิปที่คนรักทดลองปลูกอยู่นานหลายเดือน  ก็ถูกส่งไปที่โรงแรมของเขาด้วยเช่นกัน  แต่ยกเว้น...ดอกทิวลิปสีแดงที่เจ้าของสวนจะไม่ยอมตัดขายเด็ดขาด

 

 

“ดอกไม้ของเรา”  มันต้องอยู่กับคนที่รู้ความหมาย  เห็นคุณค่า  และเข้าใจว่ามันเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นความรักที่จริงจัง

 

 

            เซฮุนจะตัดดอกทิวลิปสีแดงมาประดับไว้ทุกมุมของบ้าน  ทั้งในห้องนอน  ห้องน้ำ  ในครัว  ทุกๆที่จะมีแต่ความสวยงามของดอกไม้ชนิดนี้อยู่ทั่วไปหมด  จงอินทราบดีว่าทำไมคนรักถึงไม่ยอมตัดดอกทิวลิปสีแดงไปขายเหมือนกับดอกกุหลาบ  หรือดอกทิวลิปสีอื่นที่ปลูกอยู่ในสวน  ซึ่งเขาก็เห็นด้วย และมีความสุขทุกครั้งเมื่อกลับมาจากทำงาน  แล้วพบเซฮุนยืนจัดดอกไม้สีแดงสดอยู่ในบ้าน  พร้อมกับรอยยิ้มหวานๆที่ประดับอยู่บนใบหน้านวล

 

            “พี่จงอินได้เชือกมาหรือยังงงงง!!...เร็วๆหน่อยได้ไหมครับ  เซฮุนจะรีบใช้!!!

 

            “มาแล้ว  มาแล้ววว...ขี้ลืมแล้วยังใจร้อนอีกนะครับ”

 

            “เซฮุนไม่ได้ใจร้อน  แล้วก็ไม่ได้ขี้ลืมด้วยครับ  แต่เชือกที่เซฮุนหยิบมามันหมดพอดี  พี่จงอิน...อ๊ะ!!  อื้มมม!!!!

 

            ได้เชือกมาตามคำขอ...แต่การถูกจู่โจมจากผู้ที่นำมาให้จนล้มหงายหลังนอนลงไปกับพื้น  มันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการเลยสักนิด  เจ้าของสวนดอกไม้ถูกขนาดร่างกายที่สมส่วนมากกว่า  คร่อมกักกันคล้ายกลั่นแกล้งให้เขินอาย  เพราะในยามสายหรือแม้แต่สถานที่ก็ไม่ควรทำอะไรประเจิดประเจ้อแบบนี้  แต่...คนเอาแต่ใจก็ยังคงเอาแต่ใจไม่เคยเปลี่ยนแปลงเมื่อถูกปากหยักบดจูบด้วยอารมณ์ที่ยากเกินจะคาดเดา

 

            “เหนื่อยไหมครับคุณแม่คนเก่ง?”  กวาดต้อนความหวานจนพอใจ...จงอินก็ค่อยๆละจากริมฝีปากบาง  แล้วประคองคนรักให้ลุกขึ้นนั่งตามเดิม  แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยจากอ้อมกอด

 

            “พี่จงอินอย่าทำแบบนี้อีกนะครับ  เดี๋ยวฮิโรกิมาเห็น”  เหมือนปากจะเอ่ยห้ามไปอย่างนั้น  เพราะหัวใจและร่างกาย  มันยอมให้คนคนนี้มาโดยตลอด  ไม่เคยทัดทาน  ไม่เคยต่อต้าน  และไม่เคยห้ามได้เลยสักครั้ง  แถมตอนนี้ยังต้องนั่งห่อดอกไม้อยู่ในอ้อมกอดของคนเอาแต่ใจ

 

            “ก็เห็นไปสิ...ลูกจะได้รู้ว่าพ่อกับแม่รักกันมากแค่ไหน”  ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ  ยิ่งเตือนเหมือนยิ่งถูกกระตุ้น  เพราะแก้มนิ่มของคนที่เอ่ยปรามเมื่อครู่  ได้ถูกเจ้าของอ้อมกอดฟัดจนขึ้นสีคล้ายกับดอกกุหลาบที่กำลังถูกห่ออยู่ตรงหน้า

 

            “พอแล้วครับพี่จงอิน  เดี๋ยวเซฮุนห่อดอกไม้ไม่ทัน...ป่านนี้พี่มินโฮเก็บผักเสร็จแล้วมั้ง?!”  รู้ว่ารัก...แต่ความรักในแบบที่เป็นอยู่  เด็กเจ็ดขวบคงไม่เข้าใจ  และจะไม่มีวันเข้าใจจนกว่าจะโตพอที่จะรักใครสักคนอย่างที่เขาเป็น

 

 

            การมีแม่เป็นผู้ชาย...มันทำความเข้าใจได้ยาก  ถึงแม้ฮิโรกิจะยอมรับในเรื่องนี้ได้  แต่ความเป็นจริงของคำว่าแม่  ก็ต้องมีผู้ให้กำเนิดหรือผู้เลี้ยงดูที่เป็นเพศหญิง  เซฮุนมองออก...และไม่รู้สึกน้อยใจที่ลูกบุญธรรมไม่ยอมเรียกเขาด้วยคำคำนั้น  เพราะสภาพเพศมันคงกระดากใจเกินที่จะเอ่ย  แถมเราทั้งคู่ก็ยังไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน

 

 

แต่...ไม่ว่าจะถูกเรียกด้วยคำว่าอะไร  เซฮุนก็ดีใจมากแล้วที่ได้การยอมรับจากเด็กคนนี้  และสัญญาว่าจะดูแลให้ดีเหมือนอย่างที่ตัวเองเคยได้รับอุปการะจากจีซบ

 

            “ขอจูบอีกครั้งได้ไหมครับ...คุณแม่คนเก่ง?  ถ้าไม่ให้...พี่ก็จะกอดเซฮุนอยู่แบบนี้แหละ  กอดทั้งวันไปเลยยยย!!!

 

            “ไม่ได้นะฮะ!!!  แด๊ดดี้ห้ามจูบเซฮุนจังของผม!!

 

            กระโดดออกมาจากพุ่มไม้...หลังจากแอบมองสถานการณ์อยู่นาน  และเห็นว่าผู้เป็นพ่อคงไม่ยอมปล่อยเจ้าของสวนดอกไม้ง่ายๆแน่นอน  ฮิโรกิ...รีบเดินขึ้นมาบนบ้านท้ายสวน  แล้วกอดเซฮุนไว้แน่น  พร้อมฝังจมูกลงบนแก้มนุ่มทั้งสองข้างซ้ำไปซ้ำมา  เหมือนต้องการแสดงความรักอย่างที่ใครบางคนทำไปก่อนหน้านั้น  และการแสดงความรักของจงอินกับลูกบุญธรรม  ก็ส่งผลให้การทำงานของคนเป็นแม่ต้องล่าช้าออกไป  เพราะตอนนี้เซฮุนกำลังถูกความอบอุ่นของครอบครัว  โอบกอดไว้จนเต็มอ้อมแขน

 

            “พี่จงอินปล่อยได้แล้วครับ...ฮิโรกิด้วย  ปล่อยเซฮุนจังเดี๋ยวนี้  แล้วทำการบ้านเสร็จหรือยัง?  ถ้ายัง...ก็รีบไปทำให้เสร็จ  เพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า”

 

            “ผมทำการบ้านเสร็จแล้วฮะ  แต่แด๊ดดี้ยังทำงานไม่เสร็จ”

 

            “งั้นแด๊ดดี้ของฮิโรกิต้องไปทำงานเดี๋ยวนี้”

 

            “ใช่ฮะ...ต้องไปเดี๋ยวนี้  ผมจะช่วยเซฮุนจังห่อดอกไม้เองฮะ”

 

            มือเล็กๆ...ดึงแขนของผู้เป็นพ่อที่โอบรัดเจ้าของสวนดอกไม้  เหมือนเป็นเชิงเร่งให้กลับเข้าไปในบ้าน  แล้วเคลียร์เอกสารมากมายที่กองอยู่บนโต๊ะทำงานให้เรียบร้อย  จงอินหอมแก้มคนหวงแม่ฟอดใหญ่  แล้วจูบหน้าผากคนรักก่อนเดินออกไปจากบ้านท้ายสวนเพื่อเตรียมการประชุมของวันพรุ่งนี้  ส่วนฮิโรกิก็รีบช่วยงานในสวน  โดยการเรียงดอกกุหลาบไว้บนกระดาษเนื้อดีให้ครบตามจำนวน  แล้วส่งให้เซฮุนเป็นคนมัดเชือกและตัดแต่งกิ่งให้เท่ากัน

 

            “ระวังหนามกุหลาบด้วยนะครับคนเก่ง”

 

            เป็นอีกสิ่งหนึ่ง...ที่เหมือนคนเป็นแม่  และเซฮุนก็ภูมิใจที่ลูกบุญธรรมชอบดอกไม้  ชอบความสวยงาม  ชอบธรรมชาติ  และทำทุกอย่างด้วยความทะนุถนอม  ถึงแม้จะเดาอารมณ์ยากเหมือนคุณพ่อ  เจ้าเล่ห์  หรือเอาแต่ใจในบางครั้ง  แต่สำหรับงานในสวนดอกไม้แห่งนี้...ฮิโรกิทำได้ดี  ใจเย็น  และดูมีสมาธิมากกว่าตอนที่เจ้าของโรงแรมช่วยสอนการบ้านหลังเลิกเรียน

 

            “เซฮุนจัง...คืนนี้ผมขอนอนด้วยอีกคืนได้ไหมฮะ?”

 

            “แล้วมีเหตุผลมากกว่าเรื่องกลัวผีไหมครับ”

 

            “ผมคิดถึงคุณยายฮะ”

 

            “งั้นนน...เซฮุนจังให้ฮิโรกินอนด้วยทุกคืนเลยดีไหมครับ!?”

 

            “ดีฮะ...ผมรักเซฮุนจังที่สุด”

 

            คนเป็นลูก...ออกอาการดีใจเมื่อได้ยินคำอนุญาตแบบนั้น  แต่ถ้าคนเป็นพ่อรู้เรื่องนี้ก็คงทำใจได้ยากน่าดู  เพราะตั้งแต่รับฮิโรกิเข้ามาเป็นบุตรบุญธรรม  จงอินก็ถูกแย่งความรักไปหมด  แถมยังเหมือนถูกกีดกันอยู่ตลอดเวลา  ห้ามหอมแก้ม  ห้ามจูบ  ห้ามกอด  และคนที่ทำได้ทุกข้อห้ามโดยไม่มีข้อโต้แย้ง  ก็คือ...เด็กชาย  คิม  อูซามิ  ฮิโรกิ

 

...

 

...

 

...

 

...

 

...

 

19.40 น.

 

 

            ก่อนหน้าที่ของคนเป็นแม่จะจบลงในวันนี้...ก็คงต้องจัดกระเป๋าเดินทางให้เสร็จเสียก่อน  เพราะคนที่บอกว่าจะทำเองทั้งหมด  กำลังสนุกอยู่กับการเล่นเกมแข่งฟุตบอลจนลืมไปว่าตัวเองได้รับปากอะไรกับคุณแม่เอาไว้  ส่วนคุณพ่อก็เอาแต่นั่งลุ้นว่าลูกชายจะยิงประตูขึ้นนำได้เมื่อไหร่  มือบางพับเสื้อผ้าของทุกคนใส่ลงในกระเป๋าใบเดียวกัน  เนื่องจากไปค้างคืนที่โรงแรมเพียงวันเดียว  และไม่ลืมที่จะหยิบชุดว่ายน้ำ  รวมถึงครีมกันแดดของฮิโรกิใส่กระเป๋าไปด้วย

 

 

            ผมอยากว่ายน้ำ  ผมอยากกินเค้ก  หรืออีกสารพัดความต้องการที่ลูกชายร้องขอ...เซฮุนก็พร้อมที่จะยอมตามใจได้ทุกเรื่อง  วันหยุดทั้งที  ฮิโรกิต้องได้ทำในสิ่งที่อยากทำ  ได้เล่นในสิ่งที่อยากเล่น  แต่ก็ต้องอยู่ในกรอบของความพอดี  และถ้าเล่นสนุกจนลืมหน้าที่แบบที่เป็นอยู่ตอนนี้  ก็คงไม่ใช่เรื่องที่สมควรทำ

 

            “ฮิโรกิ...พี่จงอิน  เลิกเล่นเกมได้แล้วครับ  ไปอาบน้ำกันได้แล้ว  เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสาย”

 

            “............”

 

            “เซฮุนจังนับหนึ่ง...แล้วนะครับ  สอง  สะ...สาม”

 

            “ผมเลิกเล่นแล้วฮะ  แต่แด๊ดดี้ไม่ยอมเลิก”

 

            “เดี๋ยวเซฮุนจังจัดการแด๊ดดี้เองครับ  ฮิโรกิไปอาบน้ำก่อนไป”

 

            “แด๊ดดี้โดน  เพี๊ยะๆ...แน่!!!

 

            ตะโกนคำขู่...เหมือนเป็นเชิงบอกให้คุณพ่อทราบว่าจะต้องเจอกับอะไร  แต่ฮิโรกิคงไม่รู้...ว่าไม่เคยมีใครปราบจงอินได้ทั้งนั้น  และคนที่โดนมากกว่าคำขู่เมื่อครู่  ก็เป็นคุณแม่คนเก่งที่ตอนนี้ถูกรวบตัวให้นั่งลงบนตัก  แล้วถูกโอบกอดเอาไว้แน่น  คล้ายกับผู้รักษาประตูในเกมที่เพิ่งคว้าลูกบอลไว้ได้ก่อนที่ฝ่ายตรงข้ามจะทำคะแนนขึ้นนำ  ปากหยักกดจูบไปตามซอกคอขาวเนียนอย่างเอาแต่ใจ  และเซฮุนก็ได้แต่เบี่ยงกายหลบหลีกการถูกจู่โจม  เพราะเกรงว่าท่วงท่าที่น่าอาย  จะตกอยู่ในสายตาของลูกบุญธรรมจนเกิดความสงสัย  ซึ่งการตอบคำถามในเรื่องนี้  ก็เห็นจะเป็นสิ่งที่เด็กยังไม่ควรรับรู้

 

            “พอก่อนครับพี่จงอิน...อ๊ะ!!  หยะ...อย่าครับ!”  ถูกเจ้าของตักบีบเค้นไปทั่วเรือนกายจนหลุดเสียงร้องออกมาอย่างห้ามเอาไว้ไม่ได้  และต้องรีบซบหน้าลงบนไหล่กว้าง  เพื่อปกปิดความรู้สึกเมื่อถูกมือหนาลากผ่านยอดอกภายใต้เสื้อยืดสีเข้ม

 

            “เซฮุนรู้ใช่ไหม...ว่าพี่ต้องการอะไร  หื้มม?”  เสียงทุ้มต่ำแหบพร่า...เอ่ยออกไปตามอารมณ์ที่ถูกกักเก็บมาตั้งแต่เมื่อคืน  และดูเหมือนจะต้องทนไปอีกหลายวัน  เพราะลูกชายยังไม่ยอมกลับไปนอนที่ห้องของตัวเองเสียที

 

            “รู้ครับ...เซฮุนรู้  อื้มม!  แต่..ลูก  อ๊ะ!!”  ทราบดี...ว่าคนรักต้องการสิ่งใด  เพราะตัวเขาก็ต้องการเช่นกัน  แต่จะให้ทำอย่างไร  ในเมื่อฮิโรกิยังไม่หลับ  และคืนนี้ก็ต้องนอนห้องเดียวกัน

 

            “พี่มีวิธีครับ...”  เอ่ยความต้องการ...แล้วรีบอุ้มคนบนตักในท่าเจ้าสาวเดินตรงไปยังห้องนอนทันที  อดทนมาได้หนึ่งคืนก็ถือว่ามากพอแล้วสำหรับคนอย่าง  คิม  จงอิน  เพราะใครมันจะไปอดใจไหว  เมื่อมีร่างสวยมานอนอยู่ข้างกายทุกวัน  แต่ทำได้แค่มอง

 

            ปล่อยให้ลูกบุญธรรม..นอนกอดคุณแม่อยู่ฝ่ายเดียว  และจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปอีกหนึ่งคืนก็เห็นจะทนไม่ไหว  ส่วนคนถูกอุ้ม...ก็ได้แต่กอดคอเจ้าของโรงแรมเอาไว้  พร้อมซบหน้าลงบนแผ่นอกกว้าง  เนื่องจากถูกปลุกปั่นอารมณ์จนยากที่อดใจได้  รวมถึงทราบดีว่าคนรักก็คงอดใจไว้ไม่ไหวแล้วเช่นกัน  การให้ความอบอุ่นกับลูกชาย  การปลอบโยน  การดูแลเอาใจใส่  ทุกๆอย่างมันทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่มีเวลาให้กันและกันน้อยลง  เพราะเวลาส่วนมากต้องทุ่มให้กับเด็กที่รับมาอุปการะ

 

 

บางอย่างถูกเติมเต็มเมื่อมีครอบครัวที่สมบูรณ์  แต่ก็ทำให้บางอย่างขาดหายไป  และต้องช่วยกันประคับประคองเอาไว้ให้เหมือนเดิม

 

...

 

 

...

 

 

...

 

            “แด๊ดดี้!!...เซฮุนจังเป็นอะไรฮะ  เซฮุนจังไม่สบายเหรอฮะ???”

 

            “เซฮุนจังของฮิโรกิปวดขาครับ  แด๊ดดี้จะอุ้มเซฮุนจังไปอาบน้ำ”

 

            “ปวดมากไหมฮะ?  ผมอยากพาเซฮุนจังไปหาหมอ!!

 

            อาบน้ำ  ทาแป้ง  แต่งตัวจนหอมฟุ้ง  และคิดว่าจะออกไปเล่นเกมให้จบ  แต่พอเห็นคุณพ่ออุ้มเจ้าของสวนดอกไม้เดินเข้ามาในห้องนอน  สมองมันก็ลืมไปหมดว่าจะเลือกทีมไหนเพื่อเอาชนะคู่แข่งในเกมฟุตบอล  ฮิโรกิ...เงยหน้ามองเซฮุนด้วยความเป็นห่วง  พร้อมยื่นมือบีบนวดไปที่ขาข้างหนึ่งเท่าที่แรงของเด็กเจ็ดขวบจะทำได้  เพราะรู้ว่าภายใต้กางเกงเนื้อนิ่มที่มีรอยสักรูปผีเสื้อและดอกทิวลิปสีแดง  มันได้ซ่อนความเจ็บปวดหรือความเมื่อยล้าไว้ให้คุณแม่เสมอ

 

            “ปวดนิดหน่อยครับ  แด๊ดดี้จะดูแลเซฮุนจังเอง  ฮิโรกิไปนอนไปแล้วนะครับ  เดี๋ยวพรุ่งนี้จะได้ไปโรงแรมพร้อมกัน”

 

            “แด๊ดดี้ต้องป้อนยาให้เซฮุนจังด้วยนะฮะ”

 

            “ได้ครับ...อาบน้ำเสร็จ  แด๊ดดี้จะป้อนยาให้เซฮุนจังทันที”

 

            “โอเค...กู๊ดไนท์นะฮะ  ผมรักแด๊ดดี้  ผมรักเซฮุนจัง”

 

            “กู๊ดไนท์ครับคนเก่ง”

 

            “การโกหกเป็นสิ่งไม่ดี”  คำคำนี้เซฮุนจำได้ขึ้นใจ  เพราะเคยสอนฮิโรกิอยู่บ่อยๆ  แต่ในสถานการณ์ตอนนี้  ถ้าไม่โกหกก็ไม่รู้จะทำเช่นไร  คนเป็นแม่...ที่มีอารมณ์ความต้องการไม่ต่างไปจากคนรัก  และเป็นอารมณ์ในแบบที่วัยของลูกบุญธรรมไม่มีทางเข้าใจ  ถูกอุ้มเข้ามาในห้องน้ำ  แล้ววางลงบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าอย่างเบามือ  ยอมรับว่าอาย...ที่ต้องมาทำเรื่องแบบนี้ในห้องน้ำ  ทั้งๆที่ลูกชายก็นอนอยู่ด้านนอก  แต่การปลุกปั่นจากคนที่ยืนแทรกกายอยู่ตรงหว่างขา  มันก็ยากที่จะควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ

 

 

            ริมฝีปากบาง...ถูกบดจูบด้วยความต้องการทั้งทางกายและทางใจ  ลิ้นอุ่นชื้นกวาดต้อนเก็บเกี่ยวความหวานอย่างโหยหา  โดยที่มือทั้งสองข้างก็ไม่หยุดเค้นคลึงไปทั่วร่างสวย  ยอดอก  เอวคอด  สะโพกกลมกลึง  ถูกฟอนเฟ้นไปตามแรงปรารถนา  เสียงจูบหยุดลงเมื่อเสื้อยืดของคนที่นั่งอยู่บนเคาน์เตอร์ถูกถอดออก  อยู่ด้วยกันมาหลายปี...แต่ก็ยังไม่ชินเมื่อถูกสายคมสบจ้องไปตามเรือนกาย  ซึ่งมันเหมือนราชสีห์ที่เห็นเหยื่อเดินหลงฝูงอยู่เพียงลำพัง  และพร้อมจะตะครุบเอาไว้เมื่อได้โอกาส

 

            “อ๊ะ!!!...”

 

            “ชู่ววว...วันนี้ห้ามส่งเสียงร้องนะครับคุณแม่คนเก่ง  เดี๋ยวลูกตื่น”

 

            “ก็มัน...อื้อออ!!

 

            “มันอะไร...หื้มมม!!?”

 

            “อย่าแกล้งสิครับ...เซฮุนจะไม่ไหวแล้ว  อ๊ะ!!

 

            ถูกชักนำจนไม่อาจปิดกั้นอารมณ์หรือเสียงน่าอายได้เลย  แถมยังถูกคนเจ้าเล่ห์จูบซับไปตามผิวเนื้อ  และเน้นหนักที่ยอดอกสลับกันไปมา  สะโพกกลมกลึงถูกยกให้ลอยขึ้นเล็กน้อย  แล้วกางเกงผ้าเนื้อนิ่มก็ถูกถอดกองไว้บนพื้นห้องน้ำ  ภาพความสวยงาม...ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า  พร้อมสายตาช่ำปรือที่มองมาอย่ามีความหมาย  มันเหมือนเป็นตัวเร่งให้จงอินต้องรีบทำในสิ่งที่อยากทำมาตั้งแต่เมื่อคืน  ก่อนที่ลูกชายจะตื่นมาขัดจังหวะ

 

 

            เจ้าของกายสีน้ำผึ้ง...จัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองจนเปลือยเปล่า  และอุ้มคนรักที่ไร้อาภรณ์ไปก่อนหน้านั้น  เดินเข้ามาในห้องอาบน้ำ  มือหนาเปิดฝักบัวเพื่อกลบเสียงบางอย่างที่อาจทำให้ลูกบุญธรรมตื่นจากการหลับใหล  เพราะเขากำลังถูกคุณแม่คนเก่ง  ช่วยระบายความต้องการด้วยริมฝีปากนุ่ม  เสียงคำรามต่ำในลำคอ...สร้างความพึ่งพอใจให้ผู้กระทำ  แต่...เจ้าของสะโพกสอบ  ยังไม่ยากให้บทรักมันจบด้วยวิธีนี้  เขาจึงจับใบหน้าสวยออกจากสิ่งที่สามารถเติมเต็มความต้องการได้มากกว่านี้  แล้วดึงให้คนที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้นหันหน้าเข้าหากำแพง

 

            “อ๊ะ!!..”

 

            “อื้มมมม...!

 

            “พี่จงอิน  ขะ...ขยับเลยครับ”

 

            “ทำไมวันนี้คุณแม่ใจร้อนจังเลย หื้มม?”

 

            น้อยครั้ง...ที่เซฮุนจะอ้อนวอนในเรื่องแบบนี้  ซึ่งมันทำให้จงอินใจเต้นไม่เป็นจังหวะ  แถมการแอ่นสะโพก  และเคลื่อนกายไปตามแรงอารมณ์ที่สอดคล้องกันอยู่ในตอนนี้  ก็ยิ่งทำให้ความต้องการถูกเติมเต็มมากขึ้นจนยากจะหยุดลงได้ง่ายๆ  มือบาง...จิกลงบนท่อนแขนที่โอบรัดรอบคอของตัวเองเอาไว้เพื่อระบายความรู้สึก  แต่อีกมือกลับต้องปิดปากเพื่อเก็บเสียงน่าอายที่ไม่สามารถกลั่นเอาไว้ได้  และการยืนด้วยสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์  เนื่องจากขาข้างที่ถูกผ่าตัดเริ่มอ่อนล้ากับบทรักที่รุนแรง  ร่างสวยจึงถูกอุ้มไว้ด้วยคนที่แข็งแรงมากกว่า

 

 

            เซฮุน...ซบหน้าลงบนไหล่กว้าง  และกอดเจ้าของกายสีน้ำผึ้งไว้แน่น  เพราะเกรงว่าตัวเองจะร่วงลงไปบนพื้นห้องน้ำ  แถมความต้องการที่ถูกเติมเต็มจนยืนไม่ไหว  ก็ยังคงดำเนินไปราวกับว่าจะทำให้ขาดใจตายไปตรงนี้  เสียงครางหวานที่ดังอยู่ข้างหู  และเสียงลมหายใจหอบเหนื่อยที่เป่ารดอยู่บนต้นคอ  มันทำให้จงอินแทบคลั่ง  และการอุ้มร่างสวย  พร้อมบรรเลงเพลงรักไปตามทำนองอย่างเอาแต่ใจ  ก็ไม่อาจกลบเสียงต่างๆได้ด้วยการเปิดน้ำจากฝักบัว

 

            “ซี้ดดดด  พะ...พี่จงอิน!!  อ๊ะ!

 

            “อื้มมม...อ่าห์!!!

 

            กว่าร่างกายจะหยุดความเคลื่อนไหว  กว่าแรงปรารถนาจะสิ้นสุด  และกว่าจะได้อาบน้ำแต่งตัวพร้อมเข้านอน  ก็เกือบทำให้คุณแม่ของเด็กเจ็ดขวบหลับอยู่ในห้องน้ำ  เพราะการถูกโหมความต้องการให้จนเต็มอิ่ม  มันสูบพลังไปมากกว่าการทำงานอยู่ในสวนดอกไม้ทั้งวันเสียอีก  จงอินวางเซฮุนลงบนเตียงอย่างทะนุถนอมและเบามือ  เนื่องจากเกรงว่าลูกชายที่นอนอยู่ตรงกลางจะรู้สึกตัว  ส่วนเขา..ก็ต้องเดินกลับไปนอนที่อีกฟากของเตียง  แต่ใช่ว่าจะเป็นอุปสรรคในการโอบกอดคนรัก  แถมยังได้กอดถึงสองคน  ซึ่งมันทำให้รู้สึกอบอุ่นทั้งกาย  ทั้งใจ และมีความสุขมากขึ้นทุกวัน

 

Zzz....ZZzzzzZ...zzZZ..zzzz.... 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โรงแรม  โตเกียว

 

09.34 น.

 

 

            เป็นการเดินทาง...ที่เต็มไปด้วยความเมื่อยล้าของคนเป็นแม่  เพราะหน้าที่ในเช้าวันนี้มันยุ่งกว่าวันปกติเป็นสองเท่า  การปลุกลูกชายไปอาบน้ำ  การเตรียมเสื้อผ้า  การทำแซนวิชกับนมใส่กล่องให้ฮิโรกินำไปทานระหว่างทาง  ทุกๆอย่างมันทำให้เซฮุนเหนื่อยตั้งแต่ลืมตาตื่น  และดี...ที่ไม่ต้องเตรียมสิ่งใดให้คนรัก  เนื่องจากในเวลาที่ฟ้ายังไม่เปลี่ยนสี  มันก็เร็วเกินกว่าจงอินจะทานมื้อเช้า

 

 

แต่ตอนนี้...เซฮุนอยากให้เจ้าของโรงแรม  ทานอะไรสักอย่างก่อนเข้าประชุม  ซึ่งการดื่มกาแฟเพียงแก้วเดียว  ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้อยู่ท้อง

 

            “พี่จงอิน...การประชุมเริ่มกี่โมงครับ”

 

            “สิบโมงครับ...แล้วถ้าเซฮุนกับลูกต้องการอะไรเพิ่ม  ก็โทรบอกพนักงานได้เลยนะครับ  แต่ห้ามพาลูกไปเล่นซนที่อื่น  ให้รอพี่อยู่ที่ห้องจนกว่าพี่จะประชุมเสร็จ”

 

            “งั้นพี่จงอินก็ต้องมาทานอาหารเช้าก่อนครับ  นี่มันจะสิบโมงแล้ว  กาแฟแก้วเดียวมันไม่อิ่มหรอกครับ”

 

            “ป้อนหน่อยได้ไหมครับ...คุณแม่คนเก่ง  แด๊ดดี้ต้องอ่านเอกสารการประชุม”

 

            เหมือนมีลูกชายสองคน...เพราะตั้งแต่เดินทางมาถึงโรงแรม  ฮิโรกิก็ร้องงอแงให้อุ้มตลอดเวลาและบ่นว่าง่วงนอนเนื่องจากตื่นเช้า  แถมตอนนี้ยังถูกคนรักเอ่ยขอให้ช่วยป้อนมื้อเช้าให้อีก  เซฮุนทำได้แค่ส่ายหัวให้กับความขี้อ้อนของคนที่อายุมากเกินกว่าจะทำนิสัยแบบนี้  แล้วบรรจงหั่นเนื้อขนาดพอดีคำในจานที่วางอยู่ตรงหน้า  ป้อนให้คนงานเยอะตามคำอ้อนวอนทันที

 

 

            ใช่ว่าไม่รู้...ว่าการประชุมทุกครั้ง  จงอินไม่เคยต้องมานั่งอ่านเอกสารเลยสักแฟ้ม  เพราะการเป็นผู้บริหารมานานหลายปี  มันทำให้เจ้าของโรงแรมทราบอยู่แก่ใจว่าการประชุม  หรือเอกสารต่างๆมันมีเรื่องอะไรบ้าง  และการเอ่ยขอให้เขาช่วยป้อนมื้อเช้า...ก็คงเป็นเพียงข้ออ้างของคุณพ่อขี้อ้อน

 

            “อีกคำนะครับพี่จงอิน...คำเดียว”

 

ฟอดด!!

 

            “พี่ไปประชุมก่อนะครับ...น่าจะเสร็จก่อนเที่ยง  แล้วก็...อาหารเช้าอร่อยมากครับ  ขอบคุณนะครับคุณแม่คนเก่ง”

 

            หอมแก้มนุ่ม...แล้วรับมื้อเช้าคำสุดท้ายเข้าปาก  ก่อนคว้าเสื้อสูทมาใส่และเดินไปหาลูกชายที่นอนอยู่บนเตียง  มือหนาเลื่อนผ้าห่มคลุมให้เด็กที่หลับไปด้วยความเพลียจากการเดินทาง  พร้อมก้มกายกดจมูกลงบนหน้าผากที่มีแต่กลิ่นของแป้งฝุ่น  แล้วรีบออกไปประชุมเมื่อถึงเวลา  ส่วนคนที่เฝ้ามองการกระทำของคนเป็นพ่ออยู่เมื่อครู่  ก็ค่อยๆเอนกายลงบนโซฟาเพื่อพักผ่อนเช่นกัน  เพราะการตื่นเช้า  การจัดเตรียมข้าวของต่างๆ  แล้วเดินทางมาที่โรงแรมกับคนรัก  มันทำให้รู้สึกง่วงอยู่ไม่ใช่น้อย  แถมการถูกโหมความต้องการให้เมื่อคืน  ก็พาให้ร่างกายอ่อนล้าไปหมด

 

...

 

...

 

...

 

...

 

...

 

12.40 น.

 

 

            “เซฮุนจัง...ผมหิว”

 

            “.......ZzzzZZ

 

            “เซฮุนจัง...wake up!!!

 

            “อื้ออ...ครับๆ”

 

            ถูกร่างน้อยๆ...ปีนขึ้นมาบนโซฟาแล้วนอนทับแผ่นอกเพื่อเป็นการปลุก  และเสียงท้องร้องที่ดังให้ยินเมื่อคนเป็นลูก  ลุกขึ้นนั่งทับกลางลำตัวของคุณแม่เอาไว้  ก็ทำให้เซฮุนต้องรีบพาฮิโรกิออกมาจากห้องพักที่จงอินให้เลขาเตรียมไว้ให้เมื่อเช้า  และลงลิฟท์มายังชั้นที่มีห้องอาหารทันที  มือบาง...ถูกเด็กเจ็ดขวบจับไว้แน่น  แถมยังเดินวนไปวนมาอยู่ชั้น  12  เพราะเลือกไม่ถูกว่ามื้อเที่ยงจะทานอะไร  และคำสั่งของคนรักที่บอกให้รออยู่ในห้องจนกว่าการประชุมเสร็จสิ้น  ก็ถือว่าเป็นโมฆะ เนื่องจากความหิวของลูกบุญธรรมมันสำคัญกว่างานของผู้เป็นพ่อที่ไม่ทราบว่าจะเสร็จเมื่อไหร่  และการโทรสั่งอาหารให้ขึ้นมาส่งที่ห้องพักก็ไม่ใช่สิ่งที่ฮิโรกิต้องการ

 

 

แต่...สองแม่ลูกคงลืมไปว่าที่นี่คือที่ไหน  และใครเป็นเจ้าของ?!

 

            “สวัสดีค่ะคุณเซฮุน...เชิญที่ห้องอาหารไทยค่ะ  คุณจงอินรออยู่”

 

            “คะ...ครับ  ขอบคุณครับ!

 

            ถูกฮิโรกิเดินจูงไปจูงมาอยู่สักพัก...สุดท้ายก็ได้มื้อเที่ยงเป็นอาหารไทย โดยมีพนักงานในโรงแรม  เดินนำมาส่งถึงโต๊ะที่มีคนรักนั่งรออยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่???  เซฮุนหย่อนกายลงบนเก้าอี้  แต่ลูกบุญธรรมกลับปีนขึ้นไปนั่งตักของผู้เป็นพ่อ  แล้วใช้มือหยิบไก่ย่างเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆจนเต็มแก้ม

 

            “คืนนี้ฮิโรกิจะนอนกับเซฮุนจังไหมครับ??!  เหมือนหาหลักประกันให้ชีวิต  เพราะทราบดีว่าการขัดคำสั่งคนรักต้องโดนลงโทษ  และจะถูกลงโทษด้วยวิธีไหน  ก็เป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก  แต่ผลลัพธ์ของบทลงโทษ...มันก็มักจะทำให้คนเป็นแม่ตื่นสาย

 

            “นอนฮะ...ผมอยากนอนกอดเซฮุนจังทุกคืนเลยฮะ  เซฮุนจังตัวนุ่ม  แล้วก็หอมมาก...ผมชอบบบบบบ!!!”  รีบกระโดดลงมาจากตักของคนเป็นพ่อ  แล้ววิ่งมากอดเอวเซฮุนเอาไว้  ทั้งๆที่มือยังเปื้อนไปด้วยอาหารมื้อเที่ยง  เพราะรู้สึกดีใจที่คืนนี้จะได้นอนกอดความนุ่มนิ่ม  และผิวหอมๆ...เหมือนดอกกุหลาบในสวนอีกคืน

 

 

            ทราบดี...ว่าการให้ลูกชายมานอนด้วยกัน  คงไม่สามารถห้ามคนอย่าง  คิม  จงอิน  ให้ลงโทษตัวเองได้  แต่มันอาจช่วยยืดเวลาออกไปจนกว่าสภาพร่ากายของเขามันจะพร้อมมากกว่านี้  เพราะการถูกโหมความต้องการให้เมื่อคืน  มันยังทำให้เซฮุนรู้สึกเมื่อยล้า  แถมตามผิวกายตั้งแต่แผ่นอกไล่ลงมาจนถึงสะโพก  ก็เต็มไปด้วยรอยรักสีแดงจางๆสลับเข้มอยู่ทั่วไปหมด

 

            “เฮ้ออ...ไม่มีใครอยากนอนกอดแด๊ดดี้บ้างเลยเหรอ?!”  แสร้งเอ่ยความน้อยใจออกไปทั้งๆที่ไม่ได้รู้สึกแบบนั้น  และใช่ว่าไม่รู้...ว่าคุณแม่คนเก่งกำลังหลบเลี่ยงการโดนลงโทษเรื่องที่กล้าขัดคำสั่งของเขา  รวมถึงเข้าใจว่าสภาพร่างกายของเซฮุนมันยังไม่พร้อมที่จะรับบทลงโทษ  แต่ถึงจะไม่ได้รับการลงโทษ  จงอินก็อยากนอนกอดความหอม  และความนุ่มนิ่มที่ลูกชายชอบเช่นกัน

 

            “ก็แด๊ดดี้ตัวไม่นุ่มนิฮะ..แล้วก็ไม่หอมเหมือนเซฮุนจังด้วย!!

 

            แค่ไม่ลืมทานวิตามินก็ดีเท่าไหร่แล้วสำหรับคนเป็นพ่ออย่างเขา  แต่จะให้ทาครีมบำรุงผิวทุกครั้งหลังอาบน้ำเหมือนที่เซฮุนทำทุกวัน  ก็เห็นจะเป็นไปได้ยาก  เพราะมันให้ความรู้สึกเหนียวตัวคล้ายกับการทากาวลงบนผิว  และรู้สึกเสียเวลาพอๆกับการทำเรื่องไร้สาระสักเรื่อง  ซึ่งถ้าวันไหนเขาไม่ได้อาบน้ำพร้อมกับคนรัก...การทาครีมบำรุงผิวจะกลายเป็นสิ่งที่ถูกเมินรองลงมาจากการทานวิตามิน

 

 

            จงอินได้แต่ยิ้มรับกับความเป็นจริงที่ลูกบุญธรรมเพิ่งบ่นไปเมื่อครู่  แต่ก็ยังส่งสายตาคาดโทษไปให้คุณแม่คนเก่งที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม  และเมื่อเต็มอิ่มกับรสชาติของอาหารไทยเรียบร้อย  คนเป็นพ่อก็พาลูกชายมาทานของหวานต่อที่ค๊อฟฟี่ช็อป  ซึ่งเค้กก็คือขนมชิ้นโปรดที่ฮิโรกิสั่งมาเป็นอันดับแรก  ตามด้วยโกโก้เย็นอีกหนึ่งแก้ว  ส่วนเซฮุนรับเพียงชาเขียวร้อน  และต้องนั่งทานอยู่ในอ้อมกอดของคนรัก  ที่วันนี้อาจดื่มกาแฟไปเป็นแก้วที่สาม  หรือไม่ก็สี่  ถ้า...เดาไม่ผิด!?

 

            “พี่จงอินมีประชุมอีกหรือเปล่าครับ?...แล้วพรุ่งนี้เราจะกลับบ้านกันกี่โมง???”

 

            “ไม่มีครับ..เซฮุนอยากกลับกี่โมงก็ได้ครับ  พี่ตามใจ”

 

            “งั้นน...เซฮุนขอกลับสายๆหน่อยนะครับ  เซฮุนอยากให้ลูกนอนให้เต็มอิ่ม  แล้วค่อยเดินทาง”

 

            “ได้ครับ...เดี๋ยวพี่จะได้บอกเลขาให้จองตั๋วเครื่องบินรอบบ่าย”

 

            การตื่นเช้าเกินไปสำหรับเด็กเจ็ดขวบ...มันทำให้ฮิโรกิงอแง  และคนที่เหนื่อยก็คือตัวเขากับเจ้าของสวนดอกไม้ที่ต้องพลัดกันอุ้มลูกชายที่ง่วงเกินกว่าจะเดินด้วยขาของตัวเอง  แถมวันหยุดก็ควรเป็นวันที่เด็กจะได้ตื่นสาย  หรือได้นอนเต็มอิ่มกว่าวันปกติที่ต้องตื่นไปโรงเรียน  มือหนาหยิบสมาร์ทโฟนออกมาจากเสื้อสูท  แล้วสั่งคนปลายสายให้จัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินทันที  และไม่ลืมที่จะสั่งมื้อเย็นรวมถึงของหวานต่างๆให้ขึ้นไปส่งที่ห้องพัก  เพราะหลังจากนี้จงอินจะทุ่มเวลาให้กับครอบครัว

 

 

และเซฮุน...ก็จะไม่ได้ออกมาจากห้องพัก  ให้ทั้งลูกค้า  ทั้งพนักงานในโรงแรมมองด้วยสายตาที่พาให้อารมณ์ของเขาขุ่นมัว

 

...

 

...

 

...

 

...

 

...

 

17.22 น.

 

 

            ห้องพักพร้อมสระน้ำขนาดกำลังพอดี...ถูกผู้เป็นเจ้าของจองไว้โดยสั่งผ่านทางเลขา  เพราะโรงแรมในสาขาโตเกียวไม่มีห้องพักส่วนตัวเหมือนที่สาขาโซล  และส่วนมากห้องพักที่มีสระน้ำแบบนี้  ก็มักจะถูกจองไว้ล่วงหน้าจากลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวจนเต็มตลอดทั้งปี  แต่ถ้า...คิม  จงอินกับครอบครัวจะเข้าพัก  ก็คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธ  แม้ห้องพักจะถูกจองไว้ล่วงหน้าก็ตาม

 

 

ตูมมมม!!!!

 

ตูมมมม!!!!

 

 

            “แด๊ดดี้ขี้โกงงง!!...เซฮุนจัง  แด๊ดดี้ขี้โกง!!

 

            “ฮิโรกิก็โตเร็วๆสิครับ...จะได้มีแรงเอาชนะแด๊ดดี้”

 

            “ไม่เอาฮะ...ถ้าผมโตเร็ว  แด๊ดดี้กับเซฮุนจังก็แก่สิฮะ”

 

            แพ้แล้วพาล...เนื่องจากขนาดตัวที่เล็กกว่า  มันไม่สามารถทำให้ลูกชายเอาชนะคนเป็นพ่อได้เลยสักครั้ง  และการโวยวายฟ้องคนเป็นแม่ที่นั่งดูการแข่งว่ายน้ำอยู่ที่ขอบสระ  ก็เป็นทางออกเดียวของเด็กเจ็ดขวบ  เซฮุนไม่แน่ใจ...ว่าที่ฮิโรกิไม่อยากโตเร็ว  มันเป็นเพราะเกรงว่าพวกเขาจะแก่เฒ่าไปตามวันเวลา  หรือกลัวว่าตัวเองจะอดทานของหวานสุดโปรดอย่างเค้กกับนมรสสตรอว์เบอร์รี่กันแน่  เด็กน้อย...ที่ชอบทานขนมมากว่าอาหารหลัก...คงเจริญเติบโตได้ช้า  และไม่มีวันเอาชนะชายหนุ่มวัยสามสิบกว่าๆแบบจงอินได้แน่นอน

 

 

ขนาดต่อการแข่งขัน...โดยการให้ว่ายนำไปก่อนถึงครึ่งสระก็ยังแพ้  ฮิโรกิก็คงทำได้แค่โวยวายไปจนกว่าจะหมดแรง

 

 

            ขาเรียวทั้งสองข้าง...แกว่งไปมาอยู่ในสระ  นั่งมองคนรักที่อุ้มลูกชายขี่หลัง  แล้วดำผุดดำว่ายอยู่ในสระอย่างสนุกสนาน  ฮิโรกิได้ว่ายน้ำ  ได้ทานเค้กแสนอร่อย  ได้เที่ยวเล่นอย่างใจคิด  ส่วนเซฮุน...ก็รู้สึกเหมือนได้พักผ่อน  เพราะตลอดทั้งสัปดาห์ก็วิ่งวุ่นอยู่ในสวนดอกไม้  พร้อมดูแลฮิโรกิ  รวมถึงคนรักจนแทบไม่มีเวลาได้หายใจ  หน้าที่ต่างๆ...มันสร้างความเหน็ดเหนื่อยให้ไม่น้อย  แต่ก็มักจะปะปนมากับความสุข  และทำให้คนเป็นแม่อย่างเขายิ้มได้เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

 

            “เหนื่อยแล้วเหรอครับคนเก่ง”

 

            “ยังไม่เหนื่อยฮะ...แต่แด๊ดดี้บอกว่าพรุ่งนี้เช้าค่อยมาเล่นกันใหม่  อากาศมันเย็นแล้วฮะ  เดี๋ยวไม่สบาย”

 

            “งั้นฮิโรกิก็รีบไปอาบน้ำเลยครับ...อย่าลืมสระผมแล้วเช็ดให้แห้งด้วยนะครับ”

 

            “Yes  sir.!!!

 

            เด็กน้อยที่คิดว่าตัวเองโตเป็นหนุ่ม  และไม่อยากให้ใครอาบน้ำให้เหมือนตอนอายุห้าขวบ...รีบวิ่งหายเข้าไปในห้องพัก  พร้อมหยิบเสื้อผ้าที่คนเป็นแม่เตรียมไว้ให้ที่ปลายเตียง  แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำทันที  เซฮุนมองทุกการเคลื่อนไหวของลูกชายผ่านกระจกใสบานใหญ่อย่างนึกเป็นห่วง  เพราะบางสิ่งบางอย่าง...ฮิโรกิก็ยังเด็กเกินกว่าจะทำได้ด้วยตัวเอง  ห้ามล็อคประตูห้องน้ำ  ห้ามวิ่งบนพื้นที่เปียกชื้น  ห้ามปีนป่ายหยิบสิ่งของที่เอื้อมไม่ถึง  และอีกสารพัดข้อห้ามที่ตกลงกันไว้เพื่อความปลอดภัยของลูกบุญธรรม

 

 

แต่.....

 

            “อ๊ะ!!..พี่จงอินอย่านะครับ  ไม่....”

 

 

ตูมมมมม!!!

 

 

            ห่วงแต่ความปลอดภัยของลูกชาย...จนลืมความปลอดภัยของตัวเองจากคนเจ้าเล่ห์  และการถูกดึงร่างเข้าสู้อ้อมกอดในสระน้ำ  ก็ทำให้รู้สึกกลัวอยู่ไม่ใช่น้อย  ท่อนแขนขาวเนียน...โอบรอบคอเจ้าของกายสีน้ำผึ้งเอาไว้  เพราะว่ายน้ำไม่ค่อยเป็น  ปลายเท้าทั้งสองข้างพยายามจะเหยียบพื้นสระ  แต่เหมือนกระเบื้องด้านล่างจะอยู่ลึกเกินไป

 

            “กลัวเหรอครับ...คุณแม่คนเก่ง”

 

            “ครับ...พี่จงอินพาเซฮุนไปที่ตื่นๆหน่อยได้ไหมครับ”

 

ฟอดดด!!!

 

 

            หอมแก้มนิ่มเป็นคำตอบ...แล้วเคลื่อนกายอย่างเชื่องช้าภายใต้ผิวน้ำในสระที่เริ่มเย็นขึ้นตามอุณหภูมิของอากาศในช่วงที่พระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน  ท้องฟ้า...แปรเปลี่ยนเป็นสีส้มสลับกับสีขาวของก้อนเมฆที่ลอยอยู่เหนือโรงแรมหรูของโตเกียว  ร่างสมส่วนที่เปลือยท่อนบนอวดหุ่นและสีผิวที่น่าหลงใหล  พาคนรักมาที่ริมสระน้ำด้านหนึ่ง  ซึ่งพอจะช่วยให้คนในอ้อมกอดหายหวาดกลัว  เพราะมันตื้นจนเผยให้เห็นไหล่ลาดขาวเนียนที่โผล่พ้นเสื้อยืดเมื่อโดนแรงต้านของน้ำในสระ

 

            “แด๊ดดี้ของฮิโรกิ...ยังไม่เหนื่อยอีกเหรอครับ  เล่นน้ำกับลูกตั้งนาน  เดี๋ยวก็ไม่สบาย”

 

            “ก็ยังไม่ได้เล่นกับคุณแม่เลยนิครับ”

 

            “ไม่เล่นได้ไหมครับ  เซ  ฮะ...ฮุน  อื้มมม!!!

 

            ถูกขนาดร่างกายที่สมส่วนมากกว่า...กักกันปิดทางหนีโดยใช้ท่อนแขนทั้งสองข้างวางทาบไว้บนขอบสระ  พร้อมมอบรสสัมผัสที่ทำให้อุณหภูมิของน้ำอุ่นขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ  เจ้าของริมฝีปากบาง...เอียงใบหน้าปรับองศาเพื่อรับรอยจูบให้ถนัดมากยิ่งขึ้น  และวางมือลงบนไหล่กว้างเพื่อระบายความรู้สึก  จงอินกวาดต้อนความหวานที่เหมือนจะหวานกว่าทุกวัน  หรือไม่ก็เป็นเพราะบรรยากาศในตอนนี้มันพาให้อารมณ์ต่างๆเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม

 

 

ไฟในสระน้ำ...และบริเวณโดยรอบ  ถูกเปิดโดยอัตโนมัติ  เมื่อพระอาทิตย์หมดหน้าที่  และมันก็ช่วยเพิ่มบรรยากาศภายนอกห้องพักสุดหรูให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น

 

 


 

 

♫♪♫ติ้งต่อง  ติ้งต่อง♪♫♪

 

แกร๊กก!!

 

            “ขออนุญาตครับ...คุณจงอิน!!

 

            เสียงกริ่งและประตูห้องพักที่ถูกเปิดออก...ฉุดให้คนที่ตกอยู่ในห้วงแห่งอารมณ์  ต้องยอมละความหอมหวานจากริมฝีปากบางไว้ชั่วคราว  แล้วเปลี่ยนมาเป็นโอบกอดเอาไว้ในอ้อมอก  เพราะไม่อยากให้พนักงานที่นำมื้อเย็นมาส่ง  เห็นร่างสวยที่เปียกชุ่มจนเสื้อผ้าแนบไปกับผิวกายขาวเนียน

 

            “พนักงานเข้ามาทำอะไรเหรอครับ?”

 

            “พี่สั่งให้เอาอาหารเย็นมาส่ง  เซฮุนไม่ต้องไปสนใจหรอกครับ  เดี๋ยวพวกเขาก็ออกไป”

 

            พนักงานในโรงแรมเดินเข้ามาด้านใน  พร้อมรถเข็นที่เต็มไปด้วยของคาวของหวาน  แล้วเริ่มลงมือจัดโต๊ะอาหารให้เจ้านายตามที่ได้รับคำสั่งมาจากหัวหน้าแผนกทันที  พนักงานชายสองคน  หญิงหนึ่งคน  ช่วยกันทำหน้าที่ด้วยหัวใจที่เต้นแรงผิดปกติ  และเกือบทำจานแก้วเนื้อดีหลุดมือเมื่อต้องมาเห็นในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น  การที่เจ้าของโรงแรมมอบรอยจูบแสนหวานให้ภรรยาและหยอกล้อกันอยู่ในสระน้ำ  มันทำให้การจัดโต๊ะอาหารสำหรับมื้อเย็นที่น่าจะกลายเป็นมื้อค่ำ  เป็นการทำงานที่ยากที่สุดของพนักงานทั้งสามคน

 

            “แด๊ดดี้!!!...พาเซฮุนไปอาบน้ำได้แล้วฮะ  เดี๋ยวไม่สบาย”

 

            เหมือนเสียงของเด็กเจ็ดขวบ...จะทำให้พนักงานของผู้เป็นพ่อหายใจได้คล่องมากขึ้น เพราะถ้าจงอินยังว่ายวนอยู่ในสระน้ำ  โดยมีเซฮุนอยู่ในอ้อมกอดตลอดเวลา  อาหารค่ำคงเย็นชืดจนพนักงานต้องเอาขึ้นมาเสิร์ฟให้ใหม่อีกรอบ  แต่พอเจ้าของกายสีน้ำผึ้งอุ้มคนรักเดินขึ้นจากสระน้ำ  มันกลับทำให้พนักงานหญิงถึงกับมือไม้อ่อน  จนทำช้อนส้อมที่หยิบออกมาจากรถเข็นหลุดมือ  หล่นลงบนจานแก้วเสียงดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องพัก

 

            “ขะ...ขอโทษค่ะ”

 

            “ไม่เป็นไรฮะ...ผมช่วยนะฮะ  แล้วอาหารจานนี้เรียกว่าอะไรเหรอฮะ?”

 

            เป็นอีกครั้งที่ฮิโรกิช่วยให้สถานการณ์มันไม่แย่ไปมากกว่านี้  และสักพัก...การจัดมื้อค่ำให้เจ้าของโรงแรมก็เสร็จเรียบร้อย  ส่วนคนที่ทำตัวประเจิดประเจ้อต่อหน้าพนักงาน  ก็เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับคนรักเมื่ออารมณ์ต่างๆ  มันสงบลงได้ด้วยริมฝีปากนุ่มที่ทำหน้าที่ได้ดีจนเกือบเก็บเสียงน่าอายเอาไว้ไม่ได้  เซฮุนอยากโกรธคนเอาแต่ใจ...แต่ก็ไม่เคยทำสำเร็จเลยสักครั้ง  ถูกชักนำให้ทำสิ่งใด...ร่างกายก็ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม  สิ่งไหนที่ทำให้จงอินมีความสุข...หัวใจมันก็ยิ่งตอบรับ  และยินดีที่จะทำทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

            การทานมื้อค่ำ...ท่ามกลางบรรยากาศแสนสวยริมสระน้ำ  มันทำให้เจริญอาหารมากขึ้น  ยิ่งได้ทานร่วมกับคนที่ตัวเองรัก  ก็ยิ่งมีความสุขอย่างไม่อาจหาสิ่งใดมาเทียบได้  ความต่างของสถานที่  อาจเปลี่ยนความรู้สึกได้เพียงชั่วคราว  แต่ความอิ่มใจที่ได้รับจากคนในครอบครัวมันไม่เคยเปลี่ยนแปลง  เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน  โรงแรม  สนามบิน  หรือสวนดอกไม้  ถ้ามีคนที่เรารักอยู่ด้วยในทุกๆที่  ความสุขมันก็ไม่เคยจางหายไปไหน

 

            “พรุ่งนี้ใครตื่นสาย  อดเล่นน้ำก่อนกลับบ้านนะครับ”

 

            “งั้นผมไปนอนดีกว่า”

 

            เป็นคำเตือนปนคำขู่...ที่ทำให้คนเป็นลูกรีบวิ่งเข้าไปแปรงฟันในห้องน้ำหลังจากทานมื้อค่ำเรียบร้อย  แล้วกลับมานอนที่เตียงด้วยความรวดเร็ว  เพราะทราบดีว่าการเดินทางมาทำงานกับคุณพ่อถือเป็นเรื่องยาก  เนื่องจากมีเวลาไม่ตรงกัน  แถมการมีแม่บุญธรรมเป็นเจ้าของสวนดอกไม้  ก็ยิ่งทำให้เด็กอย่างเขาเห็นความสำคัญในเรื่องต่างๆของชีวิตมากขึ้น

 

 

            ดอกกุหลาบในสวนของเซฮุน...ไม่เคยรอให้ใครตื่นมาชื่นชม  เพราะมันจะเบ่งบานและร่วงโรยไปตามกาลเวลา  ส่วนงานในโรงแรมของจงอิน...ก็ไม่เคยหยุดพัก  และต้องพัฒนาให้ดีขึ้นในทุกๆวัน  ซึ่งสิ่งที่ฮิโรกิรับรู้หรือเห็นมาตลอดระยะเวลาสามปีเต็มของการถูกรับมาอุปการะ  มันทำให้เขามีความคิดบางส่วนที่อาจโตกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน  และรู้ดีว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร  เล่นคือเล่น  เรียนคือเรียน  การแบ่งเวลาให้ถูกต้องเป็นสิ่งที่ลูกบุญธรรมคนนี้ไม่เคยลืม

 

            “กู๊ดไนท์...เด็กดี”

 

            “กู๊ดไนท์ฮะ...ผมรักแด๊ดดี้  ผมรักเซฮุนจัง”

 

            จูบลากันเหมือนทุกค่ำคืนเมื่อถึงเวลาเข้านอน...แต่ค่ำคืนนี้คงมีความแตกต่างจากหลายๆคืนที่ผ่านมา  เพราะในสระน้ำของห้องพักสุดหรู  มันได้กลายเป็นสถานที่ที่ใช้ลงโทษคนทำผิด  และเมื่อผ้าม่านในห้องนอนถูกปิดเพื่อบดบังสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นด้านนอก  คนเป็นแม่ก็ได้รับบทลงโทษที่เปลี่ยนมาเป็นบทรักอันแสนอ่อนโยน  จนไม่อาจทัดทานต่อแรงสัมผัสที่ถูกมอบให้ตามแรงปรารถนา

 

 

            ผิวน้ำและร่างกาย...เคลื่อนไหวไปตามแรงอารมณ์ที่สอดรับกันไปตามความต้องการที่ไม่รู้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด  เสียงจูบ  เสียงครางหวาน  เสียงลมหายใจ  มันล่องลอยไปกับบรรยากาศแสนหวานในค่ำคืนนี้  ท้องฟ้ายามราตรีสวยแค่ไหน  ก็คงไม่ได้อยู่ในสายตาของคู่รักที่กำลังมีความสุขกันอยู่ในสระน้ำ  ร่างเปลือยเปล่าสมส่วน...กอดรัดพร้อมขยับส่วนเติมเต็มความต้องการมอบให้คุณแม่คนเก่งที่ไม่เคยบกพร่องต่อหน้าที่  แม้เขาจะเอาแต่ใจมากแค่ไหนก็ตาม

 

            “เมื่อเช้าพี่บอกเซฮุนว่าอะไรครับ...ซี้ดดด!!

 

            “อ๊ะ!!...บอกให้รออยู่ที่ห้องจนกว่าพี่จงอินจะประ  ชะ..ชุม  อ๊ะ!!  เสร็จครับ!

 

            “ดื้อ...อื้มมมม!!

 

            “ก็ลูกหิวข้าว...อ๊ะ!!  แรงอีกครับพี่จง  อะ...อิน  ซี้ดดด!!!

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

            “อ่าห์!!!...”



ไม่รู้ว่าบรรยากาศมันพาไป...หรือเป็นเพราะอารมณ์ที่ต่างคนต่างไม่อาจหยุดความต้องการได้แล้วในตอนนี้  เพลงรักจึงยังคงบรรเลงต่อไปอย่างไม่นึกอายท้องฟ้า  พระจันทร์  และแม้กระทั่งดวงดาวที่ทอแสงระยิบระยับอยู่เหนือโรงแรมหรูของตระกูลคิม


 ♪♫...♪♫...♪♫...♪♫♪...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

Cr. ภาพ รั้วไม้  IG> clausdalby

Cr. ภาพ ห้องครัว  IG> Simplyfrenchmarket

Cr. ภาพ ห้องพัก&สระน้ำ  V  Villas Hua Hin

จะโดนแบนไหมคะเนี่ยยย?  T^T

คิดถึงกันไหมเอ่ย?

หวังว่าจะเป็นตอนพิเศษที่ทำให้คนอ่านยิ้มได้นะคะ (:

และถ้ามีข้อผิดพลาดประการใด...เราขออภัยด้วยค่ะ (ไหว้ย่อ)

ขอบคุณนักอ่านทุกคนมากๆนะคะ  

รัก 

#ดอกไม้ของเรา

#ดอกไม้ของเจ้านาย

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #584 /tl26&? (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 14:50
    หยุดยิ้มกับตอนนี้ไม่ได้เลย อบอุ่นมากๆ เลยค่ะ
    #584
    0
  2. #525 gonjung (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 01:13
    อบอุ่นมากกกกกกกกกก
    #525
    0
  3. #524 Pinkdao (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 01:28
    ไคฮุนหวานกัน ครอบครัวน่ารักอบอุ่นมากค่ะ
    #524
    0
  4. #523 Jammie-Lee (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:07
    วู้วววววว ครอบครัวอบอุ่นๆๆๆ
    #523
    0
  5. #522 TDNND (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:06
    อ่านอีกรอบ ชอบมากกกกกก ไม่ผิดหวังในฝีมือของไรท์จริงๆค่ะ
    #522
    0
  6. #521 areeyaa (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:51
    แซ่บจริงๆค่ะคุณพ่อคุณแม่ ฮิโรกิเองก้น่ารัก ครอบครัวคิมอบอุ่นและน่ารักมาก
    #521
    0
  7. #520 TDNND (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:26
    แซ่บไม่เปลี่ยนเลยคุณพ่อคุณแม่ มีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านเรื่องราวของครอบครัวคิม
    #520
    0
  8. #509 areeyaa (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:39
    รอค่าาาา
    #509
    0
  9. #508 Jammie-Lee (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:26
    รอนะคะ
    #508
    0
  10. #497 TDNND (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:00
    ปูเสื่อรอเลยค่ะ สู้ๆนะค่ะไรท์
    #497
    0
  11. #496 Pinkdao (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:29
    รอๆๆๆเลยค่ะ
    #496
    0