จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 35 : ❀ 35 (END)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    3 พ.ย. 62








ดอกไม้ดอกสุดท้าย


 

หมู่บ้านชิซะกะ

06.12 น.

 

เดือนผ่านไป.......

 

 

Rrr!!

 

            “มอร์นิ่งคิสครับ...คุณภรรยา

 

            (อรุณสวัสดิ์ครับ...พี่จงอิน )

 

           นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่...เสียงโทรศัพท์ก็ดังปลุกเจ้าของสวนดอกไม้ให้ตื่นมารับจูบในตอนเช้าทุกวันไม่เคยขาด  และจงอินก็กลายเป็นคนตื่นเช้าไปโดยปริยาย  เพราะความคิดถึงบวกกับความรักมันสามารถเปลี่ยนนิสัยเจ้าของโรงแรมคนนี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ  โมโหน้อยลง  มีเหตุผลมากขึ้นและไม่เอาแต่ตัวเองเหมือนอย่างที่เคยผ่านมา  ส่วนนิสัยของคนที่อยู่ปลายสาย...ก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน  แต่มันค่อนข้างเปลี่ยนไปในแบบที่....ไม่เหมือนเซฮุนคนเดิมสักเท่าไหร่   เพราะจากที่เคยนิ่งเงียบ  มีความอดทน  มีเหตุผลและไม่เคยโวยวายใส่ใครถ้าไม่จำเป็น

 

แต่ตอนนี้...แค่คนรักโทรมาช้าเพียงห้านาทีหรือไม่โทรมาเหมือนอย่างที่เคยได้ให้สัญญากันไว้  เซฮุนก็จะออกอาการหงุดหงิดรวมถึงไม่ฟังเหตุผลของใครทั้งนั้นแถมยังโวยวายเมื่อคนรักโทรกลับ

 

            เจ้าของสวนดอกไม้...กลายเป็นคนมีความอดทนต่ำไปโดยไม่รู้ตัว  แต่นิสัยที่เปลี่ยนไปทั้งหมดของเซฮุน...มันกลับทำให้จงอินรู้สึกหลงรักภรรยาคนนี้มากกว่าเดิม  และไม่รู้สึกรำคาญเมื่อถูกเสียงหวานกระเง้ากระงอดให้ได้ยินแบบไม่มีเหตุผล  เจ้าของโรงแรมคิดว่ามันดูน่ามันเขี้ยวจนอยากจะแกล้งให้ร้องไห้เสียมากกว่า  แค่โทรมาช้าไม่กี่นาทีก็ถูกงอนไปหลายวันและกว่าจะง้อได้สำเร็จก็ถูกคุณแม่โทรมาต่อว่าอีกเป็นชั่วโมง

 

            “วันนี้พี่จะไปจูบเซฮุนจริงๆแล้วนะครับ

 

            (เซฮุนคิดถึงพี่จงอิน  ละ...แล้วก็อยากจูบเหมือนกัน >//<)

 

            “เตรียมตัวไว้เลย...ใครหมดแรงก่อนคนนั้นต้องโดนลงโทษนะครับ  ตกลงไหม?”

 

            (ไม่เอาครับ...)

 

            “งั้นวันนี้...พี่ไม่ไปหาเซฮุนดีกว่า

 

            (ถ้าพี่จงอินผิดสัญญา  เซฮุนจะร้องไห้ให้ตายไปเลย!!)

 

            “ใครกันแน่ที่ต้องร้องไห้  หื้มม?  คุณแม่โทรมาต่อว่าพี่ทุกวัน  ไม่มีใครรักพี่สักคน

 

            (ก็เซฮุนไงครับ...เซฮุนรักพี่จงอิน  รักมากๆ  รักที่สุด  พี่จงอินมาหาเซฮุนเร็วๆได้ไหมครับ)

 

            “คร้าบบบบ....พี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย

 

            (เซฮุนจะทำของโปรดไว้รอนะครับ)

 

            "ครับคนดี  แล้วเย็นนี้เจอกันนะครับ"

 

            (ครับ...เดินทางปลอดภัยนะครับพี่จงอิน)

 

            ทำตัวเหมือนวัยรุ่นที่เพิ่งจีบกันใหม่ๆ  และคำว่าคิดถึง  เสียงจูบที่ได้ยินผ่านทางโทศัพท์หรือแม้กระทั่งคำว่ารักก็ถูกนำมาใช้มากที่สุดสำหรับบทสนทนาในแต่ละครั้ง  จะว่าเลี่ยนก็ไม่ใช่  จะว่าเคยปากก็ไม่ใช่อยู่ดี  เพราะสิ่งที่คนทั้งคู่พูดออกไปทั้งหมดมันคือความรู้สึกจริงๆที่มีให้แก่กัน  ตอนนี้...เจ้าของสวนดอกไม้นอนยิ้มแก้มปริอยู่บนเตียงด้วยความดีใจ  เพราะคนที่เพิ่งวางสายไปเมื่อครู่กำลังจะเดินมาที่นี่ในอีกไม่ช้า  แต่จะมาอยู่กี่วัน...คือสิ่งที่คาดเดาไม่ได้เนื่องจากงานของผู้บริหารมันไม่มีวันหยุดตายตัวเหมือนกับพนักงานทั่วไป  และถ้ามีงานด่วนเข้ามาให้แก้ไข  คนเป็นเจ้าของโรงแรมอย่างคิมจงอินก็คงอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน

 

 

                เซฮุน....คิดถึงจงอินทุกวัน  เพราะได้เจอกันครั้งสุดท้ายก็เมื่อห้าเดือนที่แล้ว  และในระหว่างห้าเดือนของความคิดถึง...เจ้าของโรงแรมก็ไม่เคยมาที่นี่อีกเลย  และให้เหตุผลว่าไม่อยากผิดคำพูดกับผู้ใหญ่ที่นับถือ  รวมถึงอยากรีบทำงานต่างๆให้เสร็จตามแผนที่เคยวางเอาไว้  เซฮุนเข้าใจดี  เข้าใจทุกอย่าง  แต่บางครั้ง...ความคิดถึงก็ทำให้เสียน้ำตาอยู่บ่อยครั้ง  และการโทรหากันทุกวันก็ไม่เพียงพอต่อหัวใจที่อ่อนแอให้กับความรัก

 

 

            ขาเรียวในกางเกงนอนเนื้อบางอวดรอยสัก  ก้าวลงจากเตียงอย่างเชื่องช้าแล้วลุกจากที่นอนเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ  วันนี้เซฮุนไม่ต้องออกไปตัดดอกไม้ในสวน  เพราะเพิ่งส่งดอกกุหลาบไปพร้อมกับผักของมินโฮเมื่อสองสัปดาหที่ผ่านมา  ส่วนเรื่องการเดินหรือใช้เวลาไปกับการทำสวนเป็นเวลานานก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออาการปวดขาอีกแล้ว  แถมยาที่ทานอยู่เป็นประจำก็มีจำนวนน้อยลงไปด้วยเนื่องจากร่างกายเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ  ถึงแม้จะรู้ตัวเองดีว่าสภาพร่างกายทุกอย่างกำลังกลับมาเป็นเหมือนเดิม  แต่เซฮุนก็ไม่เคยประมาท...จะเดินไปไหนมาไหนก็ระวังตัวอยู่เสมอ  และไม่ทำอะไรเกินแรงจนทำให้ใครต่อใครต้องมาคอยเป็นห่วง

 

...

 

 

...

 

 

...

 

ก๊อกๆ ๆ!!

 

ก๊อก ๆ ๆ!!

 

ก๊อกๆ ๆ!!  

 

           อาบน้ำเรียบร้อย...และกำลังทำมื้อเช้าอยู่ในห้องครัว  แต่เสียงเคาะประตูที่ดังอยู่นานแต่ก็ไม่มีทีท่าจะเปิดเข้ามาเสียทีทั้งๆที่ประตูก็ไม่ได้ล็อค  มันทำให้เจ้าของสวนดอกไม้จำเป็นต้องละมือจากการปรุงมื้อเช้าแล้วรีบเดินไปที่ต้นเสียงทันที  และเมื่อได้ยินเสียงชัดเจนมากขึ้น  เซฮุนก็รู้ว่าแรงเคาะบนบานไม้ขนาดใหญ่ตรงหน้ามันดังอยู่ในระดับเพียงแค่ต้นขาของเขาเท่านั้น  ซึ่งผู้ที่อยู่ด้านนอกคงสูงไม่น่าจะเกิน  80 เซนติเมตร  แล้วใคร...ที่มาเคาะประตูบ้านในเวลาเช้าแบบนี้!???

 

แกร๊กก!!

 

            “อรุณสวัสดิ์ฮะ...พี่ฮุน” เสียงทักทายด้วยภาษาญี่ปุ่นจากเด็กผู้ชายตัวเล็กที่ยืนยิ้มอยู่หน้าประตู  พร้อมกับยื่นดอกกุหลาบสีแดงส่งให้เจ้าของบ้านหนึ่งดอกก็คือคำตอบของทุกความสงสัยว่าใครมาหาแต่เช้า  และใครมาเคาะประตูบ้านไม่หยุดแถมยังไม่เปิดเข้ามาสักที

 

            “อรุณสวัสดิ์ครับ...ฮิโรกิ”  เจ้าของขาเรียวย่อตัวแล้วนั่งคุกเข่าลงกับพื้น  พร้อมทั้งรับดอกไม้มาถือไว้และอุ้มเด็กตัวน้อยเข้ามาในบ้าน

 

            “พี่ฮุนทำอะไรอยู่เหรอฮะ  ทำไมเปิดประตูช้าจัง  ผมเคาะจนเจ็บมือไปหมดแล้ว  ดูสิ...มือแดงหมดเลยฮะ”  ถูกเจ้าของบ้านอุ้มมานั่งที่โต๊ะอาหารได้ไม่ถึงห้านาที  เด็กน้อยตัวเล็กก็บ่นงึมงำและกางมือโชว์รอยแดงจากการเคาะประตูให้เซฮุนดูเป็นหลักฐาน

 

            “พี่ทอดไส้กรอกอยู่ครับก็เลยไม่ค่อยได้ยิน  ไหนดูซิ...เจ็บมากไหม  เพี้ยงๆ...หายแล้วนะครับ  พี่ฮุนขอโทษจริงๆ  ฮิโรกิยกโทษให้พี่ฮุนได้ไหมครับ”  อุ้มเด็กน้อยมากอดปลอบใจอีกครั้ง  และรอยแดงจากการเคาะประตูก็มีอยู่จริง  แต่รอยขีดข่วน...ที่อยู่ตามแขนทั้งสองข้างมันก็สามารถฟ้องเซฮุนได้เช่นกันว่าเด็กคนนี้คงแอบเข้าไปวิ่งเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านของเขา  แล้วเด็ดดอกกุหลาบสีแดงมาให้จนโดนหนามของต้นไม้บาดแขน

 

ฟอดดดด!!!

ฟอดดดด!!!

 

            “หอมแก้มแล้วหายโกรธฮะ  แก้มพี่ฮุนหอมเหมือนดอกกุหลาบในสวนเลย  ผม...ชอบบบบ”  ขโมยหอมแก้มเซฮุน  และกอดคอไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเหมือนกลัวว่าเจ้าของกลิ่นกายที่คล้ายดอกไม้จะหายไป

 

            อูซามิ  ฮิโรกิ  เป็นเด็กผู้ชายอายุ  ขวบ  ที่ตัวเล็กกว่าเด็กคนอื่นๆถ้าให้เปรียบกับเด็กที่อายุเท่ากันภายในหมู่บ้าน  เซฮุนคุ้นเคยกับเด็กน้อยจอมแก่นคนนี้เป็นอย่างดี  เพราะฮิโรกิชอบเข้ามาวิ่งเล่นอยู่ในสวนดอกไม้หลังบ้านอยู่บ่อยครั้ง  โดยใช้ขนาดร่างกายเล็กๆของตัวเองแอบมุดรั้วเข้ามา  และพอเล่นจนเหนื่อยก็มักจะนอนพักหรือไม่ก็หลับไปจริงๆอยู่ที่บ้านท้ายสวย

 

            เด็กตัวน้อย...อาศัยอยู่กับคุณยายเพียงแค่สองคนเพราะพ่อแม่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปีที่แล้ว  เจ้าของสวนดอกไม้ยอมรับว่าชีวิตของฮิโรกิทำให้เขานึกถึงเรื่องของตัวเองเมื่อสมัยยังเด็ก  เนื่องจากพ่อกับแม่ของเขาก็เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เช่นกัน  แต่มันจะต่างกับฮิโรกิก็ตรงที่  เด็กคนนี้ยังมีคุณยายคอยเลี้ยงดู  ส่วนเขาไม่เหลือใครอีกแล้ว...และกลายเป็นเด็กกำพร้าในช่วงวัยที่บรรลุนิติภาวะพอดี

 

            “ทำไมวันนี้ฮิโรกิมาหาพี่ฮุนแต่เช้าเลยครับ  แล้วคุณยายไปไหน?”

 

            “พี่มินโฮกับพี่ยูมิพาคุณยายไปหาหมอฮะ  แต่ผมไม่อยากไป  ผมกลัว  พี่มินโฮก็เลยให้ผมมาอยู่ที่นี่

 

            “แล้วคุณยายเป็นอะไรครับ  ทำไมต้องหาหมอด้วยล่ะ

 

            “ไม่รู้ฮะ...คุณยายบอกว่าหมอสั่งให้ไปก็ต้องไป

 

            “หมอคงนัดไปตรวจร่างกายว่าคุณยายของฮิโรกิแข็งแรงดีไหม  แล้วเดี๋ยวพี่มินโฮก็พาคุณยายมาส่ง  ฮิโรกิไม่ต้องกลัวนะครับ  คุณยายจะไม่เป็นอะไร

 

            ไม่รู้ว่ากลัวคุณหมอ...หรือกลัวคุณยายจะไม่กลับมากันแน่  เด็กที่อยู่ในอ้อมกอดถึงเอาแต่กอดคอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย  และเอาใบหน้าซุกไว้ที่ต้นคอพร้อมกับบ่นนั่นบ่นนี่เหมือนต้องการระบายความในใจออกมาให้หมด  ถึงแม้เจ้าของบ้านจะฟังไม่ค่อยรู้เรื่องว่าเด็กคนนี้พูดอะไร  แต่เขาก็เข้าใจดีว่าเด็กตัวเล็กๆอายุเพียงสี่ขวบคงกลัวคนในครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวในชีวิตจะไม่กลับมาเหมือนพ่อแม่ของตัวเอง  มือบางลูบหลังเด็กน้อยที่กำลังเสียขวัญจากความคิดมากเรื่องของคุณยายด้วยความเอ็นดูปนเห็นใจ  เพราะเซฮุนรู้ดีว่าการสูญเสียบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปด้วยเหตุอะไรก็ตาม  มันก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าทั้งนั้น

 

            “พี่ฮุนไม่ได้โกหกใช่ไหมฮะ  คุณยายจะกลับมาจริงๆใช่ไหม?”

 

            “จริงสิครับ...พี่ฮุนจะโกหกฮิโรกิไปทำไม  การโกหกเป็นสิ่งไม่ดี...ฮิโรกิไม่เชื่อพี่ฮุนเหรอครับ?”

 

จุ๊บบ!!!

 

จุ๊บบ!!!

 

            “เชื่อฮะ พี่ฮุนใจดี  แล้วก็สวยเหมือนดอกกุหลาบสีแดงงงงง!!!”

 

            ถูกปากเล็ก...ขโมยจูบไปสองที  แถมยังถูกเด็กน้อยเอ่ยชมว่าเหมือนดอกไม้ที่เจ้าตัวเด็ดออกมาจากสวน  เซฮุนฟัดแก้มกลมของฮิโรกิด้วยควาสมันเขี้ยว  แล้วจับให้นั่งลงบนเก้าอี้เพื่อจะได้ทานอาหารเช้าด้วยกัน  ดวงตาคู่สวยมองเด็กตรงหน้าด้วยความรู้สึกเอ็นดูทุกครั้ง  เพราะต่อให้มีเรื่องเศร้ามากแค่ไหนผ่านเข้ามาในชีวิต  เด็กผู้ชายคนนี้ก็ยังยิ้มได้เสมอและไม่เคยทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาเลยแม้แต่นิดเดียว

 

 


 

 


 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 




 

 

 

สนามบิน

15.40 น.

 

 

                เดินทางมาถึงสนามบินในจังหวัดมิยะซะกิได้สักพัก  และกำลังจัดเรียงสัมภาระใส่รถด้วยความเร่งรีบ  เพราะอยากเดินทางให้ถึงบ้านของคนรักก่อนค่ำ  จงอินมาถึงญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงสายโดยเลื่อนเที่ยวบินให้เร็วขึ้น  แต่ก็ต้องเข้าไปจัดการเรื่องสำคัญบางอย่างในโรงแรมสาขาโตเกียวให้เรียบร้อย  และเมื่อทุกอย่างพร้อม...เขาก็รีบบินตรงมาที่นี่ทันที

 

 

                รถกระบะสีดำคัญใหญ่...เคลื่อนตัวออกจากลานจอดเมื่อเจ้าของรถเก็บของทุกอย่างครบถ้วน   และครั้งนี้จงอินก็ไม่ต้องเช่ามาขับเหมือนครั้งแรกเนื่องจากรถคันนี้  เขาตั้งใจซื้อไว้เพื่อช่วยงานเจ้าของสวนดอกไม้โดยเฉพาะและสั่งให้ลูกน้องในโรงแรมนำมาจอดทิ้งไว้ให้ตั้งแต่เมื่อคืน  เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาต้องมาขับรถประเภทนี้  เพราะปกติจะมีคนขับรถส่วนตัว และขับเองบ้างในบางครั้ง  แถมรถที่ใช้ส่วนมากก็เป็นแบบ  Luxury car  หรือไม่ก็  Sports car  เท่านั้น

 

Rrrr!!!

 

Rrrr!!!

 

 

                ว่าไงชานยอล

 

                (ถึงบ้านเซฮุนยังวะ?)

 

            “ยัง...กูเพิ่งออกมาจากสนามบิน  มึงถามทำไม  มีอะไรหรือเปล่าวะ??!”

 

                (น้องแบคโทรหาเซฮุนหลายครั้งแต่ไม่มีคนรับสาย  กูนึกว่ามึงอยู่กับเซฮุนก็เลยลองโทรมาถาม)

 

             “งั้นแค่นี้ก่อนนะ...ถึงบ้านเซฮุนเมื่อไหร่กูจะโทรกลับไปบอก

 

            ขับรถออกมาจากสนามบินยังไม่ถึงครึ่งทาง...โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อยีนส์ก็ดังขึ้น  และสิ่งที่ได้ยินก็ทำให้เจ้าของโรงแรมรู้ได้ทันทีว่าต้องมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น  เพราะเซฮุนไม่เคยที่จะไม่รับโทรศัพท์หรือแม้กระทั่งวางไว้ห่างตัวก็ไม่เคยเลยสักครั้ง  การถูกพราก...ทำให้เครื่องมือสารสารกลายเป็นสิ่งที่เจ้าของสวนดอกไม้ขาดไม่ได้  และส่วนใหญ่คนที่โทรหาเซฮุนมากที่สุดก็คือเขาเอง  โทรตอนเช้าหนึ่งรอบ  สิบโมงอีกหนึ่งรอบ  แล้วตอนเที่ยงหรือบ่ายอีกหนึ่งรอบ  และจบการสนทนาครั้งสุดท้ายในแต่ละวันคือก่อนนอน  จงอินทำแบบนี้มาตลอดระยะเวลาห้าเดือนที่ต้องอยู่ห่างกัน

 

 

                มือหนา...กดโทรศัพท์หาคนรัก  และพยายามคิดในแง่ดีว่าการที่เซฮุนไม่ยอมรับสายของแบคฮยอนอาจเป็นเพราะกำลังทำธุระส่วนตัวอยู่ในห้องน้ำหรือไม่ก็ยุ่งอยู่ในสวนดอกไม้หลังบ้าน  แต่...เมื่อจงอินโทรไปเป็นครั้งที่ 10 แล้วยังไม่มีใครรับสาย  ความคิดในแง่ดีก็ไม่เป็นผลและเหยียบคันเร่งเพื่อให้รถวิ่งเร็วขึ้นด้วยความร้อนใจ  ตอนนี้ความคิดด้านลบมันผุดขึ้นมาจนเต็มสมองไปหมด  เซฮุนหกล้มหมดสติอยู่ในบ้านหรือเปล่า?  มีเรื่องให้ต้องหนีจากเขาไปอีกครั้งใช่ไหม?  และอีกสารพัดเรื่องที่วิ่งวนอยู่ในหัว  ใช่ว่าอยากคิดอะไรแบบนั้น  แต่การที่คนรักเงียบหายไปมันทำให้เขาคิดไปเป็นอื่นไม่ได้จริงๆ

 

...

 

 

...

 

VROOMMMMMM!!!

 

 

                ถ้าการขับรถครั้งนี้...มันคือการเก็บสถิติเพื่อการแข่งขัน  จงอินคงเอาชนะคู่แข่งได้ไม่ยากเพราะเขาใช้เวลาไม่นานก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านของเซฮุน  เจ้าของรถรีบก้าวขาลงมาจากพาหนะคันใหม่ด้วยความเร่งรีบ  แล้ววิ่งเข้ามาในบ้านทันทีเพราะอยากรู้ว่าคนรักอยู่ที่ไหน  ห้องนอนคืออันดับแรกที่เริ่มค้นหา  แต่...บนเตียงก็ไม่มี  ในห้องน้ำก็ไม่เจอ  ห้องรับแขกหรือแม้กระทั่งในห้องครัวก็ไม่เห็น  แล้วบ้านชั้นเดียวหลังแค่นี้เซฮุนจะไปอยู่ที่ไหนได้อีก??  ความกระวนกระวายเริ่มมีมากขึ้นและสวนดอกไม้หลังบ้านก็เป็นเป้าหมายต่อไปที่จงอินต้องหาตัวคนรักให้เจอ  มือหนาผลักประตูให้เปิดออกด้วยความใจร้อนก่อนวิ่งเข้าไปในสวนโดยที่ไม่สนในว่าตามแขนทั้งสองข้างจะถูกหนามกุหลาบบาดผิวเนื้อจนทำให้เกิดรอย

 

 

            อยากตะโกนร้องเรียกเซฮุนให้ดังไปทั้งสวนดอกไม้  แต่เกรงว่าคนในหมู่บ้านจะตกใจและพากันมาช่วยหาจนกลายเป็นเรื่องใหญ่  วิ่งไปก็คิดไปว่าถ้าหาในสวนดอกไม้แล้วยังไม่เจอตัวคนรัก  เขาก็คงต้องไปตามหาที่บ้านของมินโฮ  เซฮุนสนิทกับครอบครัวนี้มากที่สุดและอาจพากันไปส่งของในตลาด  ส่วนเรื่องที่ไม่มีคนรับโทรศัพท์ก็เป็นเพราะเจ้าเครื่องลืมไว้ในครัว  โดยมีมิสคอล...เป็นสายของแบคฮยอนห้าสาย  จีซบสามสายและรวมของเขาอีกนับไม่ถ้วน

 

พอวิ่งมาถึงท้ายสวน...ขายาวสมส่วนก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นคนที่ตัวเองตามหานอนหลับอยู่ในบ้านหลังเล็กแถมยังมีเด็กผู้ชายตัวน้อยๆนอนทับอยู่บนอก

 

            เหงื่อออกเต็มแผ่นหลังจนเสื้อยีนส์เปียกชื้นไปหมด  เพราะเหนื่อยจากการเดินตามหาเจ้าของสวนอยู่พักใหญ่  แต่พอเห็นภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า  ปากหยักก็ยกยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวและความว้าวุ่นใจที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้นก็หายไปในทันที  จงอินอยากจะตีสองแม่ลูกคู่นี้ให้สมกับความเป็นห่วง  และท่าทางการนอนของเซฮุนก็ทำให้คนมองอดที่จะเดินเข้าไปดูใกล้ๆไม่ได้  เพราะมันทั้งน่ารักแล้วก็น่ามันเขี้ยวในเวลาเดียวกัน  มือบางทั้งสองข้าง...คอยโอบกอดเด็กตัวน้อยเอาไว้ด้วยสภาพที่ใบหน้ายังเปื้อนดินไม่ต่างจากคนที่หลับอยู่บนอก

 

 

            รอยยิ้ม...เริ่มกว้างขึ้นเรื่อยๆเมื่อเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้าชัดขึ้น  และคิดว่าคนทั้งคู่คงเล่นกันอยู่ในสวนจนเหนื่อยแล้วนอนหลับไปทั้งๆที่เนื้อตัวยังมอมแมมเปื้อนดินอยู่อย่างนั้น  จงอินเอื้อมหยิบกลีบดอกกุหลาบสีขาวที่ติดอยู่บนศีรษะของคนรักออกให้อย่างเบามือ  เพราะไม่อยากทำให้สองแม่ลูกตื่นตกใจ  และใช่ว่าเขาจะไม่รู้จักเด็กผู้ชายคนนี้  แต่มันเป็นครั้งแรกที่ได้มาเห็นกับตาตัวเอง

 

แกร้บบ!!!

 

                รู้สึกเหมือนเป็นตัวละครในหนังสักเรื่อง...ที่มาแอบดูเหตุการณ์สำคัญในสถานที่ที่เป็นความลับแล้วเผลอเหยียบกิ่งไม้แห้งจนความแตกและถูกผู้ร้ายจับได้  เพราะตอนนี้จงอินก็กำลังเป็นแบบนั้น  เมื่อก้าวเท้าเพื่อเดินออกไปเก็บของในรถโดยจะปล่อยให้เซฮุนกับฮิโรกินอนพักไปก่อน  แต่พอก้าวขาอีกข้างลงพื้น...กลับเหยียบกิ่งไม้บริเวณนี้ด้วยความไม่ตั้งใจและทำให้สองแม่ลูกสะดุ้งตื่นทันที  ส่วนเด็กน้อยที่นอนอยู่บนอกของคนรักก็ส่งเสียงร้องไห้เมื่อเห็นคนแปลกหน้าอย่างเขายืนอยู่ในสวน

 

            “ฮึกก!!...พี่ฮุน  ฮึก!!...พี่ฮุนนนน!”  กอดคอเจ้าของอกอุ่นไว้แน่นไม่ยอมปล่อย  พร้อมกับซุกใบหน้าลงบนไหล่ด้วยความหวาดกลัว

 

            “ชู่วววว...ฮิโรกิครับหยุดร้องไห้ก่อน  นั่นพี่จงอินไง  ฮิโรกิจำพี่จงอินไม่ได้เหรอครับ”  ปากบางสีหวานยิ้มกว้างให้คนที่คิดถึง  พร้อมทั้งลูบหลังปลอบใจเด็กน้อยในอ้อมกอดไปด้วย  เพราะฮิโรกิยังร้องไห้หยุดทั้งๆที่รู้ว่าชายแปลกหน้าในความคิดของตัวเองเป็นใคร  

 

            “ฮึกก!!  พะ...พี่จงอินจริงๆเหรอฮะ?  ฮึกก!”  เด็กน้อย...เงยหน้ามองจงอินด้วยความพร่าเลื่อนจากการร้องไห้  และถามเพื่อความแน่ใจเพราะเจ้าตัวไม่เคยเห็นผู้ชายคนนี้ในระยะใกล้เพียงแค่เอื้อมคว้า

   

            เจ้าของสวนดอกไม้...ส่งสายตาพร้อมพยักหน้าเล็กน้อยเหมือนเป็นสัญญาณบอกให้จงอินเข้ามานั่งใกล้ๆเมื่อเด็กน้อยในอ้อมกอดหยุดร้องไห้  และไม่มีทีท่าหวาดกลัวเหมือนในตอนแรก  ส่วนฮิโรกิ...เมื่อหายงัวเงียจากการตื่นนอน  รวมถึงรู้ว่าผู้ชายแปลกหน้าคนนี้เป็นใคร  เจ้าตัวก็ลุกออกจากตักของเซฮุนแล้วเดินไปให้จงอินอุ้มอย่างไม่นึกหวั่นเกรง

 

            เพิ่งนึกออก...ว่าผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็คือคนที่เคยสัญญากับเขาไว้ว่าจะซื้อของเล่นมาให้ถ้าได้เจอกัน  ฮิโรกิเคยคุยโทรศัพท์กับจงอินอยู่บ้าง  แต่ก็ไม่บ่อยมากนักและเคยเห็นหน้ากันผ่านทางเครื่องมือสื่อสาร  แต่ที่จำไม่ได้เมื่อแรกเห็นก็เป็นเพราะรู้สึกตกใจ  แถมการร้องไห้ก็ยังทำให้การมองเห็นพร่ามัวไปหมด

 

            “ฮิโรกิจำพี่จงอินได้แล้วเหรอครับ”  มือหนาอุ้มเด็กน้อยให้ขึ้นมานั่งบนตัก  พร้อมกับชวนคุยโดยใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นการสื่อสาร

 

            “จำได้แล้วฮะ...แล้วพี่จงอินซื้อของเล่นมาฝากผมหรือเปล่า??”  ปากเล็กจิ้มลิ้ม...รีบพูดทวงคำสัญญาทันทีโดยไม่มองหน้าเจ้าของตักเลยแม้แต่น้อย  แต่กลับหันไปส่งสายตาให้เซฮุนเหมือนต้องการหาคนมายืนยันคำพูดของตัวเอง  เพราะถ้าจงอินลืมสัญญา...ฮิโรกิก็จะฟ้องเจ้าของสวนดอกไม้

 

            “ซื้อครับ...พี่จงอินซื้อของเล่นกับเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ฮิโรกิเต็มเลย  พี่จงอินไม่ได้ลืมนะครับ”  ปากหยักยกยิ้มเมื่อพูดจบประโยค  เพราะจงอินเห็นคนรักชี้มือไปที่ปากแล้วส่งสัญญาณให้รู้ว่าเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนตักกำลังยิ้มจนแก้มแดงๆแทบปริเมื่อได้ยินคำว่าของเล่น

 

            “จริงนะ...พี่จงอินห้ามโกหกนะฮะ  เพราะการโกหกเป็นสิ่งไม่ดี  เนอะๆ...พี่ฮุน”  เงยหน้าคุยกับคนนั้นคนนี้ด้วยความดีใจ  แถมยังหาคนเข้าข้างและจำได้ดี...ว่าการโกหกเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ

 

            “ถ้าฮิโรกิไม่เชื่อ...งั้นก็รีบไปดูที่รถได้เลย  พี่จงอินซื้อของเล่นมาให้จริงๆนะครับ

 

            เมื่อได้ยินคำว่าของเล่นเป็นครั้งที่สอง...แขนป้อมๆของเด็กน้อยก็ชูขึ้นเหมือนต้องการให้ใครสักคนช่วยอุ้ม  และก็เป็นจงอินที่ทำหน้าที่นั้นเพราะไม่อยากให้เซฮุนแบกรับน้ำหนักที่มากจนอาจเกิดอาการปวดขาตามมาได้ในภายหลัง  ท่อนแขน...ที่มีกล้ามเนื้อกำลังดีเหมาะกับรูปร่าง  อุ้มเด็กตัวน้อยไว้ด้านซ้าย  ส่วนมืออีกข้างก็ทำหน้าที่ประคองคนรักเอาไว้แล้วเดินออกไปจากสวนพร้อมกันทันที  จงอินรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกและไม่เคยคิดว่าในชีวิตนี้จะได้อุ้มเด็กตัวเล็กๆโดยมีคนที่รักที่สุดเดินอยู่ในอ้อมแขน

 

...

 

 

...

 

 

... 

 

            “เย่ๆ ๆ ...พี่จงอินใจดีที่สุด  พี่ฮุนดูสิฮะ...ของเล่นเยอะแยะเลย

 

            “อย่าลืมเอาไปแบ่งเพื่อนๆด้วยนะครับ  เล่นกันหลายๆคนสนุกดี

 

             “ฮะ...พรุ่งนี้ผมจะเอาไปแบ่งเพื่อนๆ

 

            เด็กน้อย...วิ่งไปมาโชว์ของเล่นให้คนที่อยู่ในครัวดูด้วยความตื่นเต้น  และเมื่อเซฮุนเห็นความสุขที่แสดงออกมาทางสีหน้าของฮิโรกิ  เจ้าตัวก็อดที่จะยิ้มตามไปกับทุกความรู้สึกของเด็กคนนี้ไม่ได้  เพราะตั้งแต่ถูกจงอินอุ้มเข้ามาในบ้านและช่วยกันหิ้วถุงกระดาษที่มีของเล่นพร้อมกับเสื้อผ้ามากมายออกมาจากรถ  ฮิโรกิก็ยังไม่หยุดยิ้มเลยแม้แต่นิดเดียว  แถมยังแกะห่อนั้นเปิดห่อนี้โชว์ของเล่นให้ดูอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

 

 

            มือบางยื่นโกโก้ร้อนส่งให้คนรัก  และนั่งดูเด็กน้อยเล่นของเล่นอยู่บนโซฟาด้วยกันโดยที่ใจลึกๆก็แอบรู้สึกผิดที่ไม่ได้ทำอาหารเย็นเตรียมไว้ให้เหมือนอย่างที่ได้บอกไว้เมื่อเช้า  เซฮุนยอมรับว่าตัวเองมัวแต่ปลอบใจฮิโรกิเรื่องของคุณยาย  แล้วก็พากันเล่นซนจนเผลอหลับไปที่บ้านท้ายสวนและไม่ได้เตรียมอาหารไว้ให้จงอินแถมยังลืมโทรศัพท์ไว้ในห้องครัว

 

ก๊อก ๆ  !!

 

แกร๊กก!!

           

            “ฮิโรกิ!!!...ได้เวลากลับบ้านแล้วครับ  คุณยายให้พี่มาตาม

 

            “ฮะ...แต่ผมหยิบของเล่นไม่ไหว  พี่มินโฮช่วยผมถือหน่อยสิฮะ

 

            ไม่ใช่รอบแรก...ที่มินโฮต้องมาตามเด็กน้อยคนนี้กลับบ้าน  เพราะตั้งแต่ที่พาคุณยายไปโรงพยาบาลและกลับมาเมื่อช่วงเย็น   ฮิโรกิก็ขออยู่เล่นกับเซฮุนจนตอนนี้ตะวันก็ใกล้จะตกดินเต็มที  มินโฮโค้งกายเพื่อทักทายจงอินและช่วยเด็กจอมแก่นเก็บของเล่นที่วางเกลื่อนอยู่บนพื้น  แล้วอุ้มกลับบ้านเมื่อเก็บของจนครบทุกชิ้น  มือน้อยๆโบกไปมาเพื่อลาผู้ใหญ่ใจดีทั้งสองคนโดยที่ก็ยังกำของเล่นชิ้นโปรดไว้ไม่ยอมปล่อย

 

จงอิน...เดินออกมาส่งเพื่อนบ้านคนสนิทถึงรั้วไม้ด้านนอก  และจัดการล็อคประตูบ้านเมื่อกลับเข้ามาด้านในเพราะหลังจากนี้มันคือเวลาส่วนตัวของเขากับภรรยา

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

20.40 น.

 

            “เซฮุนนนน...เลิกจัดเสื้อผ้าก่อนได้ไหมครับ  เดี๋ยวพรุ่งนี้จัดใหม่ก็ได้”  ตบมือลงบนเตียงเพื่อเป็นการบอกให้คนรักมานั่งพักเสียที  เพราะหลังจากอาบน้ำกันเสร็จเรียบร้อย  เซฮุนก็เอาแต่จัดเสื้อผ้าใส่ตู้

 

            “พี่จงอินจะมาอยู่กี่วันครับ  ทำไมขนเสื้อผ้ามาเยอะขนาดนี้??”  กระเป๋าเดินทางมากมายและส่วนมากเสื้อผ้าที่อยู่ด้านในจะเป็นแค่เสื้อยืดธรรมดาๆกับกางเกงยีนส์  แต่ก็มีเสื้อผ้าบางชุดที่ดูเป็นทางการมากเกินกว่าจะใส่อยู่กับบ้านปะปนมาอีก 7-8 ชิ้น

 

            “มานั่งด้วยกันก่อนครับ  แล้วพี่จะบอก

 

            กดเสียงต่ำเป็นเชิงออกคำสั่ง...และเมื่อเซฮุนได้ยินน้ำเสียงแบบนั้น  เจ้าตัวก็รีบลุกออกจากกองกระเป๋าเดินทางและเสื้อผ้ามากมายพร้อมก้าวขาขึ้นไปบนเตียงทันที  แต่...แทนที่จะนั่งลงบนที่นอนตามคำสั่ง  เซฮุนกลับนั่งลงบนตักของคนรักและพิงหลังลงบนอกกว้างเปลือยเปล่าด้วยท่าทีเหมือนทำประชดประชัน  มือหนา...จัดการลวงเข้าไปในเสื้อของร่างสวยอย่างนึกมันเขี้ยวในท่าทีแสนงอน  แล้วบีบเอวคอดจนเซฮุนต้องส่งเสียงร้องประท้วง

 

กอดรัดฟัดแก้มนิ่มอยู่สักพัก...เสียงหอบจากคนบนตักก็ทำให้จงอินต้องหยุดกลั่นแกล้ง  แล้วดึงตัวเข้ามากอดไว้ด้วยความคิดถึง

 

            “เซฮุนจะฟ้องคุณแม่  ฟ้องคุณพ่อ  ฟ้องให้หมดทุกคนเลย

 

            “ก็พี่คิดถึงหนิครับ  ไม่ได้กอดกันตั้งนาน  เซฮุนไม่คิดถึงพี่บ้างเลยเหรอ  หื้มม?”

 

            “คิดถึงสิครับ  สามีทั้งคน  ใครจะไม่คิดถึงล่ะ

 

            “พูดแบบนี้  อยากโดนอีกใช่ไหมมม!!!”

 

ฟอดด!!!

ฟอดด!!!

 

            “อื้อออ....ออออ  พอแล้วครับ  เซฮุนเหนื่อยแล้ว  ตกลงพี่จงอินจะมาอยู่กับเซฮุนกี่วันครับ

 

            “อยู่ตลอดไปเลยครับ...พี่ขอมาอยู่ด้วยคนได้ไหม!!?”

 

            “พี่จงอินอย่ามาพูดเล่นนะครับ  เซฮุนจะร้องไห้แล้วนะ

 

            “พี่พูดจริงๆครับ...ฮิโรกิบอกว่าการโกหกเป็นสิ่งไม่ดี

 

            “แล้วโรงแรมที่โซลละครับ  ใครจะดูแล?”

 

            “พี่จงแดครับ  ส่วนพี่ย้ายมาบริหารงานที่สาขาโตเกียว

 

            “.......!!!!

 

            “พี่ทำเพื่อเซฮุนนะครับ...พี่อยากให้เราอยู่ด้วยกัน

 

            “ขอบคุณนะครับพี่จงอิน  เซฮุนรักพี่จงอินที่สุดเลยยยยย

 

            เจ้าของโรงแรมไม่กล้ากล่าวเท็จแน่นอน  เพราะเขาไม่อยากถูกจีซบจับแยกให้อยู่กับคนรักอีกเป็นครั้งที่สอง  และเรื่องสำคัญที่เคยวางแผนเอาไว้...ก็ดำเนินการรวมถึงพูดคุยข้อตกลงกับลูกพี่ลูกน้องอย่าง คิมจงแดเรียบร้อยไปตั้งแต่สองเดือนที่แล้ว  คุณแม่ทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี  แถมยังคอยสนับสนุนเต็มที่โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดใด  ส่วนเซฮุนเมื่อรู้ว่าจงอินทำเรื่องสำคัญแบบนี้เพื่อให้เราทั้งคู่ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง  เจ้าตัวก็รู้สึกดีใจมากจนไม่รู้ว่าจะตอบแทนด้วยสิ่งใดให้สมกับความสุขที่ได้รับ  มันนึกไม่ถึง  มันเกินความคาดหมาย

 

แต่....เรื่องเซอร์ไพรส์มันก็ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น

 

            มือหนา...หยิบกล่องกำมะหยี่สีดำใบใหญ่ออกมาจากใต้หมอน  พร้อมกับนำสร้อยคอและแหวนที่อยู่ในกล่องใบนั้นสวมให้เซฮุนโดยไม่พูดอะไรสักคำ  มันไม่โรแมนติก  แต่มันเกือบทำให้คนที่ได้รับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่  สร้อยกับแหวนมันไม่เหมือนกับของเดิม  เพราะเครื่องประดับที่เคยเป็นรูปดอกทิวลิปดอกเดียว  ตอนนี้กลายเป็นสองดอกคู่กันและฝังเพชรสีแดงเอาไว้  ส่วนแหวน...ที่ไม่เคยมีลวดลายใดใดกลับเปลี่ยนเป็นการตกแต่งด้วยเพชรเม็ดงามประดับไว้รอบวงและที่นิ้วนางข้างซ้ายของจงอิน...ก็มีแหวนแบบเดียวกันสวมอยู่เช่นกัน

 

            “พี่รักเซฮุนนะครับ  รักมากๆ” 

 

            “เซฮุนก็รักพี่จงอินนะครับ  รักมากๆ  มากที่สุดในโลกเลย” 

 

            “เซฮุนชอบของที่พี่ให้ไหมครับ?  พี่สั่งทำให้ใหม่เลยนะ!?” 

 

            “ชอบครับ...มันสวยมาก  แต่มันไม่เหมาะกับคนสวนเลยนะครับ  ถ้าเซฮุนทำหะ...หาย

 

            “หายก็ช่างมัน...พี่มีปัญญาซื้อให้ใหม่  แต่พี่ขออย่างเดียว...เซฮุนอย่าหายไปไหนอีก  อย่าไปจากพี่  อย่าหนี  พี่ขอแค่นี้ได้ไหม?” 

 

            เซฮุนไม่เคยคิด...ว่าความฝันที่รอคอยมานานจะย้อนกลับมาทำร้ายทั้งตัวเองและคนรักได้มากขนาดนี้  ความห่างไกลมันกัดกินหัวใจของเขาอยู่ทุกวัน  แต่ความคิดถึงก็ทำให้เซฮุนยังอยู่ไหว  และความมั่นคงในความรักที่จงอินมอบให้อยู่ตลอดเวลามันก็ทำให้คนอย่างเขา...ยังอยากมีชีวิตอยู่เพื่อรักตอบ  แต่จนถึงตอนนี้...เซฮุนก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมเจ้าของโรงแรมถึงเลือกเขาทั้งๆที่ยังมีคนอื่นอีกมากมายดูเหมาะสมกว่า  แถมการเจอกันในครั้งแรกก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าประทับใจเลยสักนิด  เขาก็แค่พนักงานจัดดอกไม้ที่ไม่มีอะไรเลย  พ่อแม่ก็ไม่มี  เงินทองก็ไม่มี  ยิ่งฐานะหรือหน้าตาทางสังคมยิ่งไม่ต้องพูดถึง

 

             เซฮุนจะไม่หนีไปไหนอีกแล้วครับ  เซฮุนสัญญา

 

           “หนีไปก็จะตามหา  หาเจอแล้วก็จะโดนแบบนี้

 

            กดจมูกทู่ที่เป็นเอกลักษณ์...หอมลงบนแก้มนุ่มและไล่ลงไปเรื่อยๆจากลำคอขาวเนียน  ยอดอกสีหวาน  เอวบางคอด  สะโพกผายและจบลงที่รอยสักชวนหลงใหล  สัมผัสที่แสนนุ่มนวลอ่อนโยนทำให้เซฮุนรู้สึกได้ถึงความรักและแม้จะถูกมอบให้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่สามารถต่อต้านได้เลยสักครั้ง  แต่ตอนนี้...ในใจมันมีคำถามและอยากทราบคำตอบก่อนที่คืนนี้จะถูกความสุขโอบกอดไว้จนลืมเลือน

 

            “พี่จงอินนน...หยุดก่อนครับ  คะ...คือเซฮุนอยากรู้ว่าพี่จงอินจะไปทำงานยังไง?  พี่จงอินจะบินไปกลับทุกวันเลยเหรอครับ???”

 

            “ไม่ครับ...แต่ถ้ามีงานสำคัญก็คงต้องนอนค้างที่โรงแรม  แล้ววันอื่น...ก็เอางานกลับมาทำที่บ้าน

 

            “งั้นนนน...เซฮุนไปสมัครเป็นพนักงานจัดดอกไม้ดีกว่า  เซฮุนจะได้ไปทำงานพร้อมพี่จงอิน

 

            “ไม่เอา  ไม่ให้ไป  ไม่ให้ทำอะไรทั้งนั้น!!”

 

            “ทำไมล่ะครับ  พี่จงอินกลัวเซฮุนโดนปล้ำเหมือน.....??”

 

            “เฮ้อออ...เซฮุนยังไม่เลิกคิดเรื่องนี้อีกเหรอครับ  ก็ตอนนั้นพี่ไม่รู้จริงๆ...ว่าเซฮุนเป็นพนักงานในโรงแรม

 

           ทราบดี...ว่าคนในอ้อมกอดเพียงแค่พูดเล่น  เพราะเรื่องที่เอ่ยขึ้นมามันก็ผ่านมานานมากแล้ว  และได้ปรับความเข้าใจจนไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก  กายหนา...แสร้งทำเป็นนอนหันหลังเหมือนไม่พอใจเรื่องที่เซฮุนหยิบยกเรื่องเก่าขึ้นมารื้นฟื้น  และมันก็ได้ผล...เพราะเมื่อร่างสวยเห็นคนรักทำท่าทีหมางเมิน  เจ้าตัวจึงรีบลุกขึ้นแล้วนั่งทับลงบนสะโพกสอบทันทีพร้อมกับโยกตัวไปมาและกล่าวขอโทษขอโพยด้วยความสำนึกผิด

 

            “พี่จงอินนนน...หันหน้ามาคุยกันเดี๋ยวนี้!!!  หันมา...พี่จงอินนน  เซฮุนจะร้องไห้แล้วนะ!!”

 

            “อย่าร้องไห้นะครับคนดี  พี่ไม่แกล้งแล้วครับ

 

            “พี่จงอินใจร้าย  ชอบแกล้ง!!!”

 

            “ที่ไม่อยากให้ไปทำงานด้วยเพราะพี่กลัวเซฮุนจะเหนื่อยครับ...แล้วก็ไม่มีใครกล้าปล้ำเมียเจ้าของโรงแรมแน่นอน

 

            “ก่อนจะโดนพี่จงอินปล้ำ  เซฮุนก็เกือบโดนคนอื่นปล้ำด้วยนะครับ  มันน่ากลัวมากเลย  เซฮุนจำได้...วันนั้นเซฮุนกับแบคไปฉลองกันที่  ROSE  PUB ตอนได้งานใหม่ แล้วพอเดินไปเข้าห้องน้ำ  เซฮุนก็โดนผลัก  แล้วก็โดนนน... นั้นแหละ!  แต่ไม่ถึงขนาดนั้นนะครับ  พอดีที่มีคนเข้ามาช่วยไว้ก่อน  แล้วเซฮุนก็วิ่งหนีไปเลย

 

            ไม่เคยคิดจะเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง...เพราะแม้แต่แบคฮยอนก็ไม่เคยบอกให้รู้ทั้งๆที่วันนั้นก็ไปเที่ยวด้วยกัน  มันไม่ใช่เรื่องที่ควรบอกเพราะอาจทำให้เจ้าของโรงแรมไม่พอใจ  แต่...เมื่อนึกถึงการถูก  ปล้ำ  ภาพในวันก่อนมันก็ย้อนกลับมาให้คิด  เป็นครั้งแรกที่เขาโดนคนแปลกหน้าจู่โจมแบบถึงเนื้อถึงตัวจนเกือบเกินเลยไปถึงสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น  และถ้าไม่ได้ชายแปลกหน้าอีกคนเข้ามาช่วยหรือเข้ามาเพื่อจัดการเรื่องส่วนตัวในตอนนั้น  เซฮุนคงโดนมากกว่าแค่คำว่าลวนลาม

 

            “แล้วบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า  หื้มม?”

 

            “โดนเศษแก้วบาดนิดหน่อยครับ  ผู้ชายคนนั้นเอาขวดเบียร์ตีหัวคนที่จะปล้ำเซฮุน  แล้วก็เลือดไหลออกมาเยอะมากเลยครับ  ไม่รู้ว่าตายหรือเปล่า  เซฮุนวิ่งหนีออกมาก่อน

 

            “ไม่ตายหรอกครับ  แต่ก็เกือบ

 

            “.......????!!

 

            “ถ้าพี่จะบอกว่า  ผู้ชายที่ช่วยเซฮุนไว้คืนนั้นคือ...พี่  เซฮุนจะเชื่อไหม?!!

 

            “........!!!!!!!!??”

 

            ไม่คิดว่า...เรื่องที่เกิดขึ้นมานานจนเกือบลืมจะกลับมาสร้างความทรงจำในแบบใหม่ได้อีกครั้ง...จงอินจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ติดตาเมื่อนึกถึง  ภาพที่เห็นผู้ชายร่างบางถูกคนตัวใหญ่กว่าพยายามถอดเสื้อผ้าและกางเกงเพื่อทำในสิ่งที่ไม่สมควร  เอวคอดถูกบีบไว้แน่นจนขึ้นริ้วแดง  เสื้อเชื้ตถูกเปิดออกจนเผยให้เห็นแผ่นหลังขาวเนียน  จงอินดีใจที่ผู้ชายร่างบางในห้องน้ำของผับคืนนั้น...คือคนคนเดียวกันกับที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาตอนนี้

 

และถ้าได้เจอคนที่ทำร้ายเซฮุนอีกครั้ง...มันจะไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตเหมือนอย่างที่เคยเป็น!!!

 

            “จะ...จริงเหรอครับ  ผู้ชายคนนั้นคือพี่จงอินจริงๆเหรอครับ!!!?”

 

            “จริงสิครับ...พี่จำได้หมดเลยนะว่าวันนั้นเซฮุนใส่เสื้อแบบไหน  สีอะไร  เซฮุนเอาแต่วิ่งหนี...พี่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่สนใจกันเลย

 

            “ก็ตอนนั้น...พี่จงอินน่ากลัว  แล้วก็แตะผู้ชายคนนั้นจนหลับไปเลยด้วย

 

            “ถ้าเจอกันอีกที...มันตายแน่!!

 

            “ไม่เอานะครับ...อย่าทำ  ช่างเขาเถอะ เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว

 

            ไม่คิดว่า...คนที่ช่วยเหลือตัวเองเอาไว้ในวันนั้นจะเป็นจงอิน  เพราะวันเกิดเหตุ...มันหวาดกลัวเกินกว่าจะมองว่าใครเป็นใคร  และหาทางหนีก่อนที่เรื่องทุกอย่างจะแย่ไปมากกว่านี้  เซฮุนกอดคนในอดีตและคนในปัจจุบันที่ยังคอยช่วยเหลือกันอยู่เสมอ  สุข  ทุกข์  ปัญหาและอุปสรรคต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมันทำให้เขาได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งในวันนี้

 

            “พี่สัญญา...ว่าจะไม่ให้ใครมาทำร้ายเซฮุนได้อีกแล้ว

 

            ไม่รู้ว่าจะขอบคุณสิ่งใดก่อน...ระหว่างความเข้าใจผิดหรือความไม่ตั้งใจ  เพราะทั้งสองอย่างมันนำพาให้เขามาพบกับผู้ชายคนนี้  คนที่เอาแต่ใจเป็นที่หนึ่ง  ขี้โมโห  พูดไม่คิดและบ้างาน  แต่ไม่ว่าจงอินจะมีนิสัยเช่นไร  เจ้าของสวนดอกไม้อย่างเขาก็ขอยืนยันคำเดิมว่าจะรักและจะไม่หนีไปไหนอีกแล้ว

 

 

                เสียงพูดคุย...หยุดลงเมื่อปากหยักประกบป้อนจูบให้คนใต้ร่างอย่างอ่อนโยน  เสียงพูดคุยแปรเปลี่ยนเป็นเสียงสัมผัสและตามด้วยเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่มาพร้อมกับเสียงครางหวานดังสอดประสานไปตามท่วงท่าที่น่าอาย  สะโพกสอบ...ขยับเติมเต็มความรักให้ร่างสวยโดยไม่ออมแรง  แต่ก็ไม่ได้ตักตวงจนลืมนึกถึงจิตใจของอีกฝ่าย  แล้วค่ำคืนของการปรับความเข้าใจ...ก็ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใดเพราะร่างกาย  แรงปรารถนา  และความรู้สึกทั้งหมดของคนทั้งคู่  มันโหยหากันและกันจนยากจะหยุดไฟแห่งอารมณ์ที่โหมอยู่ในตอนนี้

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

            “อ๊ะ!!  พะ...พี่จงอิน

 

            “อื้มมมม  อ่าห์!!”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

07.45 น.

 

ก๊อก ๆ ๆ!!

ก๊อก ๆ ๆ!!

ก๊อกๆ ๆ!!

 

 

                อื้อออ...พี่จงอิน  ลุกไปเปิดประตูบ้านให้หน่อยครับ  ใครมาเคาะก็ไม่รู้  เซฮุนลุกไม่ไหว

 

            “ครับๆ...เซฮุนนอนต่อนะ  เดี๋ยวพี่ไปเปิดประตูให้

 

จุ๊บบ!

 

            “ขอบคุณครับ  แล้วรีบกลับมานอนกับเซฮุนนะครับ

 

            “ครับบบ...คนดี

 

            เป็นมอร์นิ่งคิสของจริงในรอบห้าเดือน...และนิสัยที่เปลี่ยนไปของคนที่นอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงกว้างก็ทำให้จงอินตกหลุมรักซ้ำๆจนยากเกินจะถอนตัว  ขี้อ้อน  แสนงอนและน่าหลงใหลมากขึ้นทุกวัน  ส่วนเพลงรักที่ช่วยกันบรรเลงอยู่เมื่อคืนกว่าจะหยุดลงได้ก็เกือบรุ่งเช้า  มือหนาหยิบกางเกงนอนที่ถอดกองไว้บนพื้นขึ้นมาสวมแล้วรีบเดินออกจากห้องนอนตรงไปที่ประตูบ้านตามคำเอ่ยขอของคนรัก  เสียงกอกแกก...ยังคงดังไม่หยุดและในเวลาเช้าแบบนี้ก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่ชายใจดีอย่างมินโฮ  แต่.....

 

แกร๊กก!!

 

            “อ้าว...น้องแบค  ไอ้ชานยอล!!  มาได้ไงแล้วทำไมไม่โทรมาบอกกันก่อน??!!”  ผิดกับที่คิดเอาไว้มากมาย  เพราะคนที่มาเคาะประตูบ้านแต่เช้าก็คือวิศวกรตัวโย่งกับแฟนตัวเล็ก  จงอินรีบพาคนทั้งคู่เข้ามาในบ้านและช่วยถือกระเป๋าเดินทางไปเก็บไว้ที่ห้องรับแขก

 

            “เซฮุนยังไม่ตื่นเหรอฮะ...พี่จงอิน”  ถือกระเป๋าเป้ใบใหญ่เดินตามหนุ่มผิวเข้มเข้ามาในห้องรับแขก  แล้วปลดสัมภาระต่างๆวางลงบนโซฟา  และที่ไม่ได้โทรมาบอกก็เพราะว่าอยากทำเซอร์ไพรส์เพื่อนรัก

 

แต่...ก่อนที่จะมาถึงที่นี่มันก็หมดอารมณ์จะทำเซอร์ไพรส์เมื่อมีเรื่องน่าหงุดหงิดบางอย่างรบกวนอยู่ในจิตใจ

 

            “ยังเลยครับ...น้องแบคทำตัวตามสบายเลยนะ  เดี๋ยวพี่ไปปลุกเซฮุนก่อน”  อยากรู้ว่าคนทั้งคู่มาที่นี่ได้อย่างไร  เพราะเมื่อวานเพิ่งคุยกันถึงเรื่องที่เซฮุนไม่ยอมรับโทรศัพท์  แล้วเช้านี้แบคฮยอนกับเพื่อนของตัวเองก็มาโผล่อยู่ที่หน้าประตูบ้าน

 

            แต่...เมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของคนตัวเล็ก  จงอินก็ขอเก็บความสงสัยทั้งหมดเอาไว้ก่อนแล้วเดินกลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้งเพื่อปลุกคนรัก  แต่ถ้าให้เดา...จงอินก็คิดว่าเพื่อนของเซฮุนอาจกำลังมีปัญหากับวิศวกรประจำโรงแรมเพราะท่าทางที่ดูบึ้งตึงมันสามารถบ่งบอกถึงความผิดปกติได้เป็นอย่างดี

 

            เมื่อประตูห้องรับแขกปิดลง...แบคฮยอนก็จัดแจงเก็บสัมภาระต่างๆให้เข้าที่ด้วยความหงุดหงิด  มือบางลากกระเป๋าเดินทางดังครืดคราดไปทั่วห้อง  แล้วเปิดออกพร้อมหยิบของใช้ส่วนตัวเรียงใส่ตู้เสื้อผ้าและวางครีมบำรุงผิวไว้ที่โต๊ะเครื่องแป้ง  ห้องรับแขกที่เมื่อก่อนจะมีแค่ทีวีกับโซฟาวางอยู่ในห้อง  แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปเป็นห้องนอนที่มีครบทุกอย่าง  ทั้งเตียงคิงไซส์  ห้องน้ำส่วนตัว  ซึ่งทุกๆอย่างมีเหมือนในห้องนอนของเซฮุนทั้งหมด  ยกเว้นแค่สไตล์การตกแต่งเท่านั้นที่ต่างกัน  และห้องนอนของเจ้าของบ้านก็เปลี่ยนขนาดเตียงจากควีนไซส์เป็นคิงไซส์ด้วยเช่นกัน

 

 

            หลังจากที่จงอินกลับไปทำงานที่เกาหลีได้หนึ่งเดือน  เขาก็ส่งลูกน้องที่อยู่ในโตเกียวให้เข้ามาปรับปรุงห้องรับแขกและส่วนอื่นๆของบ้านเพื่อให้เหมาะแก่การพักอาศัย  รวมถึงอยากให้คนรักได้อยู่ในที่ที่สบายมากกว่าเดิม  ประเด็นหลักของห้องรับแขกที่ต้องปรับเปลี่ยนไปมากกว่าส่วนอื่นภายในบ้าน  ก็เป็นเพราะอยากให้จีซบได้มีห้องส่วนตัวเอาไว้พักผ่อนเมื่อท่านต้องเดินทางมาหาลูกบุญธรรมที่นี่ 

 

            “น้องแบคครับบบ...ยังไม่หายงอนพี่อีกเหรอครับ”  ได้แต่นั่งมองคนตัวเล็กเดินไปเดินมาจัดนู้นจัดนี้อยู่ภายในห้อง  และไม่กล้าเข้าไปคุยด้วยเนื่องจากมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นตั้งแต่เดินทางออกมาจากสนามบินในตัวจังหวัด

 

            “พี่ชานยอลไม่ต้องมาพูดเลย  น้องแบคไม่อยากฟัง!!”  หันมาต่อว่า...และหันกลับไปจัดของโดยไม่สนใจคนที่นั่งสำนึกผิดอยู่บนโซฟาเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันทำให้แบคฮยอนรู้สึกไม่ค่อยพอใจ

 

            “มานี่เลย...ถ้าไม่ฟังแล้วเมื่อไหร่จะเข้าใจกัน  หื้มม?  อย่าดื้อกับพี่นะครับน้องแบค  เดี๋ยวจะโดนทำโทษ!”  มือหนาจัดการอุ้มคนแสนงอนมานั่งบนตัก  แล้วใช้ท่อนแขนโอบรัดแบคฮยอนเอาไว้  ใช่ว่าอยากขึ้นเสียง แต่ถ้าไม่ทำแบบนั้นชานยอลก็ไม่รู้จะใช้วิธีไหนมาปราบลูกชายตัวแสบของจีซบ

 

            “ชอบดุ!!  ชอบว่า!  น้องแบคไม่อยากคุยกับพี่  ชะ...ชานยอล  โอ๊ยย!!  โดนบีบส่วนที่เอาแต่พูดอยู่ฝ่ายเดียวโดยที่ไม่คิดฟังเหตุผลของคนอื่น  ทั้งๆที่เรื่องทั้งหมดชานยอลก็พยายามอธิบายให้ฟังแล้วว่ามันไม่มีอะไรเกินเลยไปมากกว่าที่เห็น  แต่คนตัวเล็กก็ยังไม่หายโกรธกันเสียที

 

            วิศวกรหนุ่ม...อยากเซอร์ไพรส์แฟนตัวเล็กจึงแอบจองตั๋วเครื่องบินเอาไว้เพื่อพาแบคฮยอนเดินทางมาหาเพื่อนรักที่นี่  และถามที่อยู่ของเซฮุนมาจากจีซบพร้อมขออนุญาตท่านเสร็จสรรพ  และเมื่อถึงวันที่จะต้องเดินทาง  แบคฮยอนก็รู้สึกดีใจมากจนเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่   ซึ่งอาการแบบนั้น...มันก็ทำให้คนสร้างเซอร์ไพรส์อย่างชานยอลอดที่จะดีใจตามไปด้วยไม่ได้  แต่เมื่อเครื่องลงจอดที่สนามบินจังหวัดมิยะซะกิ...อาการร่าเริงต่างๆของแฟนตัวเล็กที่เห็นมาตั้งแต่แรกก็หายวับไปกับตา  เพราะตอนที่เดินออกมาจากสนามบินเพื่อขับรถต่อไปยังหมู่บ้านของเซฮุนกลับมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น

 

 

                หญิงสาว...ที่ชานยอลเคยคบหาและบังเอิญมาเจอกันที่นี่  มันจะสร้างปัญหาอะไรเลยถ้าผู้หญิงคนนี้ไม่เข้ามาทักพร้อมหอมแก้มวิศวกรหนุ่มท่ามกลางสายตาของนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปผ่านมา  และอีกหนึ่งสายตา...ที่เห็นเหตุการณ์นั้นได้อย่างชัดเจนก็คือแฟนตัวเล็ก  ชานยอลไม่รู้ว่าจะโทษสิ่งใด...โลกกลม?  ความบังเอิญ?  หรือความเจ้าชู้ของตัวเองเมื่อในอดีต  และมันก็ได้ส่งผลมาถึงปัจจุบันจนทำให้แบคฮยอนรู้สึกน้อยใจอยู่บ่อยครั้ง

 

            ไม่ต้องการให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น...และพยายามปรับความเข้าใจกัน  แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะยากกว่าทุกๆครั้งที่เคยผ่านมา  การบอกลาหญิงสาวคนนั้นอย่างไร้เยื่อใยและบอกเธอด้วยว่าแบคฮยอนคือคนสำคัญสำหรับเขา  แต่ก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น...ความไม่พอใจยังคงอยู่  ใบหน้ายังคงแสดงความโกรธเคืองและเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่อยู่ในสนามบินจนกระทั่งเดินทางมาถึงบ้านของเซฮุน

 

                มันไม่มีอะไรจริงๆนะครับ  พี่เลิกกับเธอไปนานแล้ว

 

            “พี่ชานยอลไม่ต้องมาพูดเลย  คนหลายใจก็พูดแบบนี้ทั้งนั้นแหละ!

 

            ใช่ว่าอยากงอแงหรือทำตัวงี่เงา...แต่แบคฮยอนไม่รู้ว่าจะต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้อีกสักกี่ครั้ง  อุตส่าห์ได้มาเที่ยวพักผ่อนที่ต่างประเทศ  สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ  คนตัวเล็กทราบดีว่าอดีตของวิศวกรหนุ่มเคยเป็นคนอย่างไร  เจ้าชู้มากแค่ไหนและตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้ว  แถมยังดูแลกันมาเป็นอย่างดี  แต่...พอเกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้นมาบ่อยๆมันก็อดที่จะรู้สึกน้อยใจไม่ได้

 

            “พี่มีน้องแบคคนเดียวจริงๆนะครับ  คนอื่นก็แค่อดีต  น้องแบคอย่าไปสนใจเลย

 

            “งั้นนน...น้องแบคจะไปหอมแก้มผู้ชายคนอื่นบ้าง  จะได้หายกัน  เอาไหมฮะ!!?”

 

            “ลองดูสิครับ  เอาเลย...ถ้าน้องแบคหอมใคร  พี่ก็จะยิงผู้ชายนั้นให้ตายไปเลยยยยยย!!!”

           

เพี๊ยะ!!

 

            “อย่านะ...ถ้าพี่ชานยอลติดคุกแล้วน้องแบคจะอยู่กับใครละฮะ  ไม่เอานะห้ามทำเด็ดขาด”  ฟาดมือลงบนหัวไหล่ของคนที่พูดจาไม่น่าฟัง  และเมื่อได้ยินคำว่า  “ยิง  มันก็ทำให้แบคฮยอนนึกไปถึงเรื่องที่ชางมินเคยบอกให้รับรู้

 

            “ไม่อยากให้พี่ติดคุกก็ห้ามไปหอมแก้มคนอื่น  ห้ามให้ใครจับ  ห้ามให้ใครกอด  เข้าใจไหมมม!!”  โอบรัดคนตัวเล็กไว้แน่นกว่าเดิม  แล้วโยกกายไปมาด้วยความมันเขี้ยว  ดื้อมากขึ้นทุกวัน  เถียงทุกประโยคและหาคำมาโต้แย้งได้สารพัด

 

            “พี่ชานยอลก็ห้ามให้ใครมาหอมแก้มเหมือนกัน  ห้ามจูบ  ห้าม ห้าม ห้าม ๆ ๆ ๆ ๆทุกอย่างเลย”  เงยหน้า...และขยับปากสีหวานเอ่ยออกไปอย่างคนไม่ยอมแพ้ก่อนโอบกายหนาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

 

            กว่าจะปรับความเข้าใจกันเรียบร้อย...ก็ต้องเสียเวลาแห่งความสุขไปกับปัญหาที่ตัวเองก่อไว้อย่างหาทางหลีกเลี่ยงไม่ได้  ชานยอลวางโปรแกรมในการเดินทางครั้งนี้ว่าจะอยู่บ้านของเซฮุนเป็นเวลาสามวัน  และจะพาแฟนตัวเล็กไปเที่ยวที่อื่นต่ออีกห้าวัน  แล้วจึงเดินทางกลับเชจู  เพราะอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า  โรงแรมในสาขาปูซานจะมีการต่อเติมห้องพัก  ส่วนโรงแรมใหม่ที่ฝรั่งเศสก็เริ่มดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว  30%   และชานยอลก็ต้องเดินทางไปดูงานที่นั่นด้วยตัวเองเพื่อกลับมารายงานผลให้จงอินทราบอีกครั้ง

 

แกร๊กก!!

 

            “แบคคค...มานานหรือยัง  แล้วทำไมไม่โทรมาบอกกันก่อน  เราจะได้เตรียมอาหารเช้าไว้ให้”  ถูกคนรักจับอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จสรรพ  เซฮุนก็รีบวิ่งมาที่ห้องรับแขกทันที  แล้วเปิดประตูเข้าไปด้านในอย่างเสียมารยาท  เพราะไม่ได้ส่งสัญญาณใดใดอย่างเช่นการเคาะประตู

 

            “แล้วเซฮุนเป็นยังไงบ้างสบายดีไหม?!!”  วิ่งเข้าไปก่อนเพื่อนรักด้วยความคิดถึง  เพราะตั้งแต่เซฮุนย้ายมาอยู่ที่ญี่ปุ่น  เขาก็เพิ่งมีโอกาสได้มาที่นี่เป็นครั้งแรก

 

            “เราสบายดี...แล้วแบคกับคุณชานยอลจะมาอยู่กี่วัน  แล้วคุณพ่อล่ะ...เป็นยังไงบ้าง  ทำไมไม่มาด้วยกัน”  เสียงหวานเอ่ยถามเหมือนใช้อวัยวะส่วนอื่นช่วยหายใจนอกจากจมูก  เพราะรู้สึกดีใจที่เห็นคนที่ตัวเองรักและคิดถึงมายืนอยู่ตรงหน้า

 

            แต่ตอนนี้...คนที่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นธาตุอากาศก็คือชานยอลและจงอิน  เพราะเมื่อเจ้าของบ้านได้เจอกับคนตัวเล็ก  ชายหนุ่มทั้งคู่ก็ถูกเมินทันที  แถมเซฮุนยังพาแบคฮยอนเดินไปที่สวนหลังบ้านเพื่อชมดอกกุหลาบที่ใกล้จะตัดดอกขายได้อีกครั้งในหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า  เจ้าของโรงแรมได้แต่สายหัวพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้  และเดินกลับเข้ามาในครัวเพื่อทำอาหารเช้าแทนคนรัก  เพราะทราบดีว่าคนที่เพิ่งวิ่งออกไปด้วยกันเมื่อครู่ก็คงมีเรื่องในแบบที่เพื่อนกับเพื่อนต้องสนทนากัน

 

 

                มือหนา...เปิดตู้เย็นหาวัตถุดิบเพื่อเอามาทำเป็นอาหารเช้าโดยมีเพื่อนตัวโย่งคอยเป็นลูกมือเหมือนอย่างเช่นเคย  บรรยากาศเดิมๆเริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง  จงอินจำได้ว่าการได้ทานอาหารร่วมกันมันมีความสุขมากแค่ไหน  กี่เดือนแล้วที่ไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้  กี่เดือนแล้วที่เขาไม่ได้ออกไปสังสรรรค์กับเพื่อนหรือคนรัก  เพราะหลังจากที่เซฮุนถูกยิง...ทุกๆอย่างในชีวิตก็พลิกผันไปหมด  มันมีทั้งเรื่องดี  เรื่องร้าย  รวมถึงอุปสรรคต่างๆมากมายให้เข้ามาแก้ไข  มันไม่มีเวลาทำอย่างอื่นนอกจากงานและอยู่ดูแลคนรักที่โรงพยาบาลทุกวัน

 

 

            จงอิน...ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะสามารถผ่านเรื่องราวต่างๆมาได้จนถึงวันนี้  วันที่มีทุกคนมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า  วันที่เซฮุนกลับมาเดินได้เป็นปกติ  วันที่ได้มาอยู่กับคนรักอีกครั้ง  เจ้าของโรงแรมมีความสุขมากที่สุดและมันก็มากจนบรรยายความรู้สึกออกมาไม่หมด

 

                เซฮุนนน  น้องแบคคค...มาทานอาหารเช้ากันได้แล้วครับ!!!”  ทำอาหารเสร็จเรียบร้อย  พ่อครัวจำเป็นอย่างจงอินก็เดินมาเสิร์ฟให้ถึงที่  และตอนนี้มื้อเช้าก็ถูกวางลงบนโต๊ะไม้ตัวเล็กในบ้านท้ายสวน  พร้อมกับตะโกนเรียกคนที่ยังวิ่งเล่นอยู่ในดงดอกกุหลาบอย่างไม่นึกกลัวว่าผิวเนื้อจะเป็นรอย 

 

            เสียงกึ่งเดินกึ่งวิ่ง...และพุ่มไม้ไหวที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านท้ายสวน  มันเหมือนเป็นสัญญาณบ่งบอกพ่อครัวได้ดีว่าเซฮุนกับเพื่อนรักกำลังเดินมาถึงในไม่ช้า  และเมื่อคนทั้งคู่เดินเข้ามาใกล้จนภาพตรงหน้าชัดเจนมากขึ้น  มันก็ทำให้จงอินกับชานยอลได้พบกับรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้านวลของคนรัก  เป็นภาพที่ไม่ได้เห็นมานานและรอยยิ้มที่ดูสดใสก็กำลังทำให้ที่นี่กลายเป็นความทรงจำเป็นอันมีค่าสำหรับมอง

 

                เซฮุนให้พี่จงอินครับ // นะ...น้องแบคให้พี่ชานยอลฮะ

 

            “ขอบคุณครับ...คุณภรรยา // ขอบคุณนะครับ...คนดี 

 

 


 

 

          เด็ดดอกไม้...มาซ่อนเอาไว้ข้างหลังและเมื่อได้ยินเสียงเรียก  คนทั้งคู่ก็รีบเดินตรงมาที่บ้านหลังเล็กท้ายสวนทันที  เซฮุนยื่นดอกทิวลิปสีแดงให้จงอิน  ส่วนแบคฮยอนยื่นดอกกุหลายสีขาวให้ชานยอล  เจ้าของสวน...ทดลองปลูกดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์แทนความรักของตัวเองเอาไว้ที่แปลงดอกไม้แปลงใหม่  ซึ่งปลูกไว้เมื่อสามเดือนที่แล้ว  และวันนี้...ดอกทิวลิปสีแดงก็เบ่งบานพร้อมอวดโฉมให้เห็น  แถมยังเผยความสวยงามได้เหมาะแก่เวลา  เพราะคนที่เคยให้ดอกไม้ชนิดนี้กับเขาเป็นครั้งแรกและคนแรก  ก็ได้กลับมาอยู่ด้วยอีกครั้งหลังจากที่ผ่านอุปสรรคต่างๆมากมายมาด้วยกัน

 

 

                เซฮุน...อยากขอบคุณปัญหาทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต  และตอนแรกก็ยอมรับว่าเคยโทษโชคชะตาที่มักนำพาเรื่องแย่ๆมาให้กับตัวเอง  แต่ตอนนี้...เซฮุนเข้าใจแล้วว่าทุกๆปัญหาที่เจอไม่ว่าจะร้ายหรือดี  มันอาจนำพาให้เราไปพบกับใครสักคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างกันเสมอ  และใครคนนั้นสำหรับ โอเซฮุน ก็คือ  คิมจงอิน

 

 

                วิศกรหนุ่มและคนตัวเล็ก...ก็รู้สึกมีความสุขไม่ต่างจากเพื่อนๆเลยแม้แต่น้อย  เพราะความรักของพวกเขามันก็เริ่มต้นมาจากความเข้าใจผิด  แต่ความรักของเราทั้งคู่จะเดินต่อไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่า...เราจะดูแลกันและกันแบบนี้ไปตลอดได้หรือเปล่า??  อุปสรรคที่กำลังถาโถมเข้ามาจะทำให้ใครสักคนถอดใจละทิ้งกันไปก่อนหรือไม่??  หรือจะอยู่ช่วยแก้ปัญหาทั้งทุกข์ทั้งสุขไปด้วยกัน???

 

            แบคฮยอนยอมรับ...ว่าระหว่างทางของความรักอาจมีเรื่องต่างๆเข้ามาทดสอบความเข้มแข็งของตัวเอง  ซึ่งหลายๆครั้ง...ทางเลือกของเขาคือการถอดใจเพราะบางปัญหามันทำให้รู้สึกท้อจนเดินต่อไปไม่ไหว  แต่...คนที่ฉุดมือเขาพร้อมกับจับไว้แน่นไม่ยอมปล่อย  และช่วยปัดเป่าความทุก์ในใจออกไปจนหมดก็คือผู้ชายที่ชื่อปาร์คชานยอล

 

 

          สายลมพัดเอื่อย...ที่คละเคล้าไปกับเสียงหัวเราะของทุกคนที่กำลังทานข้าวอยู่ด้วยกันภายในบ้านหลังเล็กท้ายสวน  มันช่วยเติมเต็มความสุขให้แก่กันและกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ  การได้มาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาท่ามกลางคนที่ตัวเองรักมันก็มีค่ามากกว่าสิ่งใดในโลก  ความรัก  ความเป็นเพื่อน  มิตรภาพที่ดีและการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของพนักงานจัดดอกไม้ที่ต้องกลายมาเป็นคนสวนเหมือนอย่างที่เคยฝันไว้ก็เกิดขึ้นไปพร้อมๆกับความสุข  ความสมหวังและความเข้าใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จบบริบูรณ์ 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

(พิเศษ....ดอกไม้ปลิว)

 

 

โรงแรม  โซล

10.09 น.

 

ปึ่ก!!

 

            “โอ๊ยย!!

 

            “ขอโทษครับ  เป็นอะไรไหมครับ?  เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”

 

            “เอ่ออ...ไม่เป็นไรครับ  ผมต้องขอโทษนะครับ  พอดีรีบมากไปหน่อย

 

            “คุณจะมาขอโทษผมทำไม  ผมต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษ   แล้ววว...คุณชื่ออะไรครับ?  ทำงานอยู่แผนกไหน?  พอดี...ผมเพิ่งมาทำงานที่นี่เป็นวันแรก!!”

 

            “ชะ...ชื่อมินซอก  คิม  มินซอก  หรือจะเรียก ซิ่วหมิน  ก็ได้ครับ  ผมอยู่แผนกจัดดอกไม้

 

            “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณซิ่วหมิน  ผม คิม  จงแด....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

100%

แก้ไขเมื่อวันที่  10/02/61

Cr. ภาพแปลงดอกทิวลิป : Favim.com

จบแล้วค้าาาา...ขอบคุณผู้ติดตาม  ผู้อ่าน  และคอมเม้นท์ของทุกๆคนมากนะคะ

ขอบคุณที่ให้โอกาส  ขอบคุณทุกคำติชม  ขอบคุณทุกกำลังใจดีๆ  ทั้งทางนี้และทางทวิตเตอร์  ขอบคุณทุกคนจากใจจริงค่ะ

ก่อนจากกัน...ขอฝากฟิคเรื่องอื่นๆในนามของ Mokara ให้ทุกคนได้ลองไปอ่านกันด้วยนะคะ #ฟิคน้องปลา  #อีหนูฮุน (เรื่องนี้ก็ใกล้จบแล้วนะคะ)  #ficsuperCHAN  และ #ficconverse

แล้วพบกันใหม่นะคะ...ขอบคุณทุกคนมากๆค่ะ 

รักเด้ออออออออออ ♥♥♥♥♥♥

#ดอกไม้ของเจ้านาย


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #695 KHlulaby (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 01:54
    จบลงสวยงาม จริงๆก็แอบใจหายที่ทั้งเรื่องเกิดในโซล แอบคิดถึงรร ที่เป็นที่ที่ทั้งสองคนเจอกัน คิดแล้วก็ได้แต่ให้กำลังใจทุกคน เราแอบเศร้าไปกับน้องอยู่เลยค่ะ อินมาก 55555 หวังว่าจะมีแต่ความหวานๆจากนี้กับทุกตัวละครนะคะ
    #695
    0
  2. #626 noonakh (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:13
    เพิ่งได้มาอ่านเรื่องนี้ จำได้ว่าตอนนั้นเข้ามาแล้วไรท์น่าจะปิดบทความไว้ เลยไม่ได้อ่าน แล้วพออ่านเรื่องลืมจบ ไรท์บอกว่ากลับมาเปิดแล้วเลยตามมาอ่าน ขอบคุณที่ไรท์กลับมาเปิดให้อ่านแล้วมีสเปเชียลนะคะ มันดีมากๆๆๆๆ คือดีใจมากที่ได้อ่านเรื่องนี้ น่ารักมากกกกก ชอบบรรยากาศในเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ
    #626
    0
  3. #583 /tl26&? (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 14:12
    ในที่สุดทุกอย่างก็สวยงาม ฮื่อ อยากจะบอกว่าเป็นฟิคอีกเรื่องที่ชอบมากๆ ทั้งพลอตเรื่อง ไทม์มิ่งต่างๆ เรารู้สึกว่ามันดีมากจริงๆ ค่ะ มีปัญหาเข้ามาในชีวิตมากมายแต่สุดท้ายทุกคนก็ผ่านมันไปได้ เจ็บบ้าง เศร้าบ้าง แต่ก็มีความสุขและเรียนรู้ที่จะปรับตัว ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆ นะคะ ถ้าบอกว่านี่เป็นเรื่องแรกและสามารถคิดพลอตได้ขนาดนี้ เราคงต้องไปตามอ่านเรื่องอื่นๆ ต่อไปแล้วล่ะ สู้ๆ นะคะ เราคิดว่าคุณสามารถเขียนได้ดียิ่งๆ ไปอีกแน่นอน :)
    #583
    0
  4. #535 btoey44 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 16:51
    แงงงงง ชอบมากเลย พลอตดีมากก มีเฉินหมินด้วย ฮือออ
    #535
    0
  5. #507 Jammie-Lee (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:25
    จบได้สวยมากเลย จบที่บ้านสวนดอกไม้ของเซฮุน // เฉินหมินก็มา คึคึคึ
    #507
    0