จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 33 : ❀ 33

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    3 พ.ย. 62







ดอกไม้ดอกที่  33



 

หมู่บ้านชิซะกะ 

07.15 น.

 

สองสัปดาห์ต่อมา.........

 

Rrrrr!!!

Rrrrr!!!

 

                อรุณสวัสดิ์ครับคุณพ่อ  ตื่นเช้าจังเลยนะครับ  กำลังจะไปทำงานแล้วเหรอ??”

 

            (พ่อโทรมาปลุกหรือเปล่า  หื้มม?)

 

            “เปล่าครับ...เซฮุนตื่นตั้งแต่หกโมงแล้วก็กำลังจะออกไปตัดดอกไม้ในสวนครับ

 

            (ยังปวดขาอยู่ไหมลูก?  เซฮุนต้องเดินระวังๆหน่อยน้าา....ในสวนมันลื่น  แล้วก็อย่าลืมกินยาตามที่หมอสั่งด้วยล่ะ)

 

            “คร้าบบบ...คุณพ่อ  เซฮุนจะดูแลตัวเองดีๆแล้วก็จะทำตามที่คุณพ่อบอก  ถู้กกก..อย่างเลยครับ  ว่าแต่...แบคตื่นหรือยังครับ  เซฮุนขอคุยกับแบคหน่อย

 

            (ปลุกสามรอบก็ยังไม่ตื่นสักที  พ่อกำลังจะไปทำงานสายแล้วเนี่ย!!!) 

 

            “ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า...คุณพ่ออย่าคิดมากสิ  แล้วก็ดูแลตัวเองด้วยนะครับ  เซฮุนเป็นห่วงคุณพ่อเหมือนกัน

 

            (งั้นพ่อไปทำงานก่อนนะ  เดี๋ยวว่างๆพ่อจะโทรไปหาใหม่  แต่ถ้าว่างหลายวัน...พ่อจะบินไปค้างด้วย)

 

            “บินมารอบนี้ก็พาแบคมาด้วยนะครับ  เซฮุนคิดถึง

 

            (เจ้าตัวแสบไม่พลาดแน่นอน...พ่อไปก่อนนะเซฮุน  แล้วอย่าลืมกินยาด้วยล่ะ)

 

            “รับทราบครับผม...!!

 

            เสียงโทรศัพท์ที่ดังปลุกในเวลาเช้าแบบนี้  ทำให้เซฮุนคิดว่าผู้ที่โทรเข้ามาคือเจ้าของโรงแรม  แต่...พอเห็นเบอร์ที่ปรากฏอยู่บนเครื่องมือสื่อสาร  กลับเป็นชื่อของคนที่ดูแลเขาตลอดหลายวันที่ผ่านมาและเพิ่งเดินทางกลับเกาหลีไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว  ถ้าไม่ติดงานสำคัญ...คุณพ่อคงต้องอยู่กับเขานานกว่านี้แน่นอน  มือบางวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะทานข้าวเพราะก่อนที่จีซบจะโทรเข้ามา  เจ้าตัวเพิ่งทานอาหารเช้าอิ่มไปได้สักพักและกำลังนั่งทานนมร้อนเพื่อเพิ่มพลัง  เนื่องจากวันนี้ต้องออกไปตัดดอกกุหลาบในสวนพร้อมห่อให้เรียบร้อยแล้วเดินทางไปส่งของทั้งหมดกับเจ้าของสวนผักในช่วงบ่าย

 

 

                แต่...นั่งกินนมจนหมดแก้วก็รู้สึกว่าตัวเองยังไม่มีแรงอยู่ดี  เพราะในทุกๆเช้าเขาจะได้รับรอยจูบจากเจ้าของโรงแรมผ่านทางโทรศัพท์  และส่วนมาก...เซฮุนก็มักจะตื่นมาก่อนเวลาเพื่อรอรับความคิดถึง  แต่เช้านี้...มันไม่มีแม้แต่ข้อความ  ดวงตาคู่สวยจ้องมองเครื่องมือสื่อสารที่วางอยู่บนโต๊ะทานข้าวเหมือนกับจะส่งกระแสจิตให้จงอินรับรู้แล้วโทรกลับมา  แต่รออยู่สักพักก็ไม่มีวี่แววว่าโทรศัพท์จะมีเสียงเรียกเข้า  เซฮุนจึงละความสนใจและเก็บจานชามรวมถึงแก้วนมที่ทานหมดแล้วไปล้างเพื่อจะได้ออกไปตัดดอกกุหลาบในสวนให้เสร็จก่อนแดดจะออก

 

            สวมถุงมือ  ใส่หมวกและรองเท้าบูทพร้อมทั้งเตรียมอุปกรณ์ในการตัดดอกไม้ครบแล้ว  เซฮุนจึงเดินออกไปทางประตูหลังบ้านและเริ่มตัดดอกไม้ที่แปลงของกุหลาบสีแดงก่อนเป็นอันดับแรก  เดินโดยไร้ไม้เท้าไปอย่างระมัดระวังก่อนตัดดอกไม้วางใส่รถเข็นจนสุดแปลง  และเดินไปตัดดอกไม้ในแปลงของดอกกุหลาบสีขาวต่อทันที  ทุกขั้นตอน...ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า  เพราะไม่อยากให้อาการปวดขากำเริบในเวลาแห่งความสุขแบบนี้  เสียงตัดกิ่งไม้ดังกรอบแกรบอยู่เป็นเวลานาน  จนตอนนี้ในรถเข็นคันเดิมก็เต็มไปด้วยดอกกุหลาบหลากสีโดยที่สภาพเจ้าของสวนมีเหงื่อท่วมตัวไปหมด  

 



 

 

          ขาเรียวในกางเกงผ้าเนื้อหนา...เดินเข็นรถเข้ามาในบ้านขนาดเล็กที่มินโฮเป็นคนลงมือสร้างไว้ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านหลังของสวนดอกไม้  และสิ่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เซฮุนรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของพี่ชายข้างบ้าน  เพราะสิ่งปลูกสร้างขนาดเล็กที่เขากำลังนั่งอยู่ตอนนี้...มันกลายเป็นที่เอาไว้ใช้จัดการกับดอกไม้ที่เพิ่งตัดมาจากสวน  เซฮุนไม่อยากให้เศษดินจากรถเข็นหรือเศษใบต่างๆหล่นเปื้อนอยู่ในบ้านหลังใหญ่  เจ้าตัวจึงขอใช้บ้านท้ายสวนเป็นที่นั่งห่อดอกไม้เพื่อเอาไปส่งขายในตัวเมือง

 

บรรยากาศที่สดชื่น  ความเงียบสงบ  สายลมที่พัดเอื่อยๆ  มันช่วยทำให้เจ้าของสวนลืมเรื่องของคนที่อยู่ห่างไกลได้บ้าง  แต่....ความเงียบของเครื่องมือสื่อสารที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อ  มันกำลังทำให้การห่อดอกไม้เป็นอันต้องล่าช้าลงไปเพราะดวงตาคู่สวยเอาแต่เหม่อลอยโดยที่มือข้างหนึ่งก็ยังคงกำดอกกุหลาบสีขาวค้างไว้อย่างนั้น

 

            “น้องเซฮุนนนนนน...ทำอะไรอยู่!!!??  เก็บดอกไม้เสร็จหรือยังงงงง!!”

 

            “เสร็จแล้วครับบบ...เซฮุนกำลังห่ออยู่ครับ  พี่มินโฮจะไปตลาดแล้วเหรอออ??”

 

            เสียงเรียกจากทางหลังบ้าน...ดังขึ้นฉุดคนคิดมากให้หลุดออกจากภวังค์และต้องรีบห่อดอกไม้ต่อทันที  พร้อมทั้งตะโกนตอบกลับไปโดยที่เจ้าของเสียงทุ้มใหญ่ยังเดินมาไม่ถึงท้ายสวน  เสียงเดินฉับฉับเหยียบใบไม้ใบหญ้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆจนถึงบ้านหลังเล็ก  ซึ่งเจ้าของสวนก็ทราบดีว่าเป็นใครจึงไม่ได้หันไปทักทาย  เพราะต้องรีบห่อดอกไม้ให้เสร็จก่อนเที่ยง  ดอกกุหลาบสีแดง  15 ห่อ  สีขาว  7 ห่อและสีโอรสอีก 12  ห่อ  คือดอกไม้ทั้งหมดที่เซฮุนต้องเอาไปส่งให้กับลูกค้า ส่วนดอกกุหลาบสีชมพูยังไม่โตพอที่จะตัดขาย...แต่ก็มีลูกค้าจองเอาไว้แล้ว 

 

            “มาๆ ๆ...เดี๋ยวพี่ช่วย!!!

 

            “พี่มินโฮเก็บผักเสร็จแล้วเหรอครับ??”

 

            “วันนี้เก็บแต่แครอทอย่างเดียวก็เลยเสร็จไว  แล้วยูมิ...ก็อยากให้น้องเซฮุนไปชิมขนมให้หน่อย  ทำทิ้งมาหลายถาดแล้ว  พี่บอกว่าอร่อยก็ไม่เชื่อ  แล้วก็โดนไล่ให้มาช่วยน้องเซฮุนห่อดอกไม้นี่แหละ!!”

 

            “งั้นก็ช่วยกันห่อเถอะครับ...เซฮุนเกรงใจ  เสร็จแล้วค่อยไปชิมขนมพร้อมกัน

 

            ยิ่งกว่าคำว่าเกรงใจ...ก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูด  เพราะทุกวันนี้ครอบครัวของมินโฮก็ช่วยกันดูแลเซฮุนมาเป็นอย่างดี  ทั้งข้าวปลาอาหาร  ของสดของแห้ง  รวมถึงขนมต่างๆภรรยาของพี่ชายข้างบ้านก็จะทำมาให้ทานแทบทุกมื้อ  ส่วนเรื่องการสื่อสารก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเพราะภาษาของผู้คนที่นี่  เซฮุนก็สามารถพูดคุยได้โดยไม่ติดขัด  และพี่ยูมิ...ก็มักจะพูดภาษาญี่ปุ่นปนกับภาษาเกาหลีบ้างในบางประโยค  แต่เวลาที่เจ้าของสวนดอกไม้คุยกับมินโฮ  เขาก็มักจะใช้ภาษาบ้านเกิดคุยกันตามปกติ

 

            “ปวดขาเหรอครับน้องเซฮุน??”  เห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีของคนที่นั่งห่อดอกไม้อยู่ด้วยกัน  และบางครั้งก็เหม่อลอยแถมยังขมวดคิ้วตลอดเวลา  มินโฮจึงอดถามออกไปไม่ได้เพราะถ้าสิ่งที่เขาเห็นมันเกิดจากอาการบาดเจ็บของเจ้าตัว  มินโฮก็จะได้พาเซฮุนไปหาหมอ

 

            “เปล่าครับ  เซฮุนสบายดี”  ปากบางสีหวาน...ยิ้มกลบเกลื่อนความคิดมากของตัวเองเมื่อถูกถามแบบนั้น  เพราะไม่อยากให้พี่ชายข้างบ้านเป็นห่วงและที่ปฏิเสธออกไปก็คือความจริง  เขาไม่ได้ปวดขา  ไม่ได้รู้สึกเจ็บและทุกอย่างก็เป็นปกติดี  ยกเว้น...เรื่องส่วนตัวบางอย่าง?

                                                         

            “น้องเซฮุน...รู้ตัวบ้างไหมครับว่าโกหกไม่เก่ง!!?”  ถึงจะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน  แต่ดวงตาคู่สวยของเด็กตรงหน้าที่ดูเศร้าหมองมันไม่สามารถหลอกมินโฮได้ด้วยรอยยิ้มหวานๆ 

 

            “ขอโทษครับพี่มินโฮ  เซฮุนแค่คิดอะไรไปเรื่อยปื่อย”  รู้ตัวว่าโดนจับได้  เซฮุนจึงเอาแต่ก้มหน้างุดด้วยความเขินอายและรู้สึกผิด  พร้อมกับรีบห่อดอกไม้ในมือแทนการสบตาคนเป็นผู้ใหญ่อย่างมินโฮ

 

            “ถ้า...แค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย  คิ้วมันคงไม่ผูกโบว์แบบนี้หรอกม้างงงง??!!!!”  ใช้นิ้วโป้งทั้งสองมือเกลี่ยลงบนหน้าผากของคนคิดมากเบาๆ  และต่อให้เซฮุนโกหกเขาอีกสักกี่ครั้งมันก็ไม่สำเร็จ  เพราะกิริยาท่าทางของความเคร่งเครียดมันฉายชัดอยู่บนใบหน้าเรียวสวยทั้งหมด

 

            “คือว่า.......”  ใช่ว่าอยากเอาเรื่องส่วนตัวมาพูดให้คนอื่นฟัง  แต่มันกลุ้มใจจนเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่  และการได้ระบายความรู้สึกออกไปบ้างมันก็คงดี

 

            ห่อดอกไม้ไปด้วย...และอธิบายสิ่งที่ค้างอยู่ในใจให้พี่ชายข้างบ้านฟังด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย  มันสงสัย  เป็นห่วง  กังวลและอีกสารพัดความรู้สึกที่ตีรวนกันอยู่ในอก  อยากโทรไปหาเจ้าของโรงแรมแต่ก็เกรงว่าคนงานยุ่งจะติดประชุม  หรือไม่ก็มีธุระเร่งด่วนจนไม่สามารถรับสายได้  ตอนนี้มันสายมากแล้ว...และก็ใกล้จะถึงเวลาที่จงอินต้องโทรมาเป็นรอบที่สองของวัน  แต่เสียงโทรศัพท์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะดังให้ได้ยินเลยสักนิด  แรงสั่นเตือนของข้อความก็ไม่มี

 

วันนี้คงเป็นวันแรก...ที่บรรยากาศอันแสนสดชื่นของที่นี่มันไม่ได้ช่วยทำให้เซฮุนรู้สึกดีและทำให้ลืมความเหงาเหมือนอย่างหลายๆวันที่ผ่านมา

 

            ส่วนคนที่ทำหน้าที่รับฟังอย่างมินโฮ...ก็เข้าใจความรู้สึกของเด็กตรงหน้าเป็นอย่างดี  เพราะกว่าตัวเองจะได้ย้ายมาอยู่กับภรรยาที่ญี่ปุ่นมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย  และความห่างไกลมันก็ทำให้ใครหลายๆคนเปลี่ยนไปได้เสมอ  ตอนแรกที่ทราบว่าคนรักของเซฮุนเป็นใคร  เขาก็รู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่ใช่น้อย  ผู้ชายที่ชื่อคิมจงอินเป็นถึงเจ้าของโรงแรมชื่อดังที่ใครๆต่างก็รู้จัก  และความรักแบบที่คนทั้งคู่เป็นอยู่มันก็ไม่ค่อยยั่งยืนเท่าไหร่ถ้าให้เปรียบเทียบกับคู่รักทั่วไป  แต่...เท่าที่รับรู้เรื่องราวความรักระหว่างคนสองคนมาจากจีซบ  มินโฮก็มั่นใจได้เลยว่าเจ้าของโรงแรมอย่างจงอินคงไม่มีทางทอดทิ้งเซฮุนแน่นอน  ขนาดถูกยิงจนเดินไม่ได้ก็ยังอยู่ดูแลกันมาจนถึงวันทุกนี้  และการไม่โทรมาหาเจ้าของสวนดอกไม้เพียงแค่วันเดียว  มันคงไม่ได้หมายความว่าใครสักคนกำลังจะเปลี่ยนไป

 

            “เซฮุนคิดมากเกินไปใช่ไหมครับ??”

 

            “คิดมากก็ดีกว่าไม่คิดอะไรเลย  แต่ก็ควรคิดอะไรในแง่ดีบ้าง  แค่แฟนไม่โทรหาวันเดียวทำเป็นคิดนั่นคิดนี่ไปใหญ่โต

 

            “ก็คนมันเป็นห่วงหนิครับ  เซฮุนกลัวว่าพี่จงอินจะไม่สบาย  แล้วไม่มีใครดูแล

 

            “เป็นห่วงตัวเองก่อนเถอะ  ไปๆ ๆ...เก็บของขึ้นรถ  ป่านนี้พี่ยูมิถามหาแย่แล้ว

 

            เบะปากใส่เจ้าของสวนผักอย่างความลืมตัวเพราะติดเป็นนิสัยเมื่อถูกขัดใจ  และทยอยเก็บดอกไม้ที่ห่อเรียบร้อยแล้วใส่รถเข็นโดยมีมินโฮช่วยนำของไปใส่ไว้ในท้ายรถ  ช่วงบ่าย...ทั้งผักรวมถึงดอกไม้ทั้งหมดต้องถูกส่งให้ถึงมือผู้ซื้อก่อนค่ำ  แครอท 10 ลังกับดอกกุหลาบสีต่างๆอีก  34 ห่อ  ถูกเจ้าของรถลำเลียงใส่ท้ายกระบะอย่างคล่องแคล่ว  ส่วนเซฮุนก็ขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกรอบก่อนที่จะมานั่งทานขนมและอาหารเที่ยงตามคำชวนของยูมิ

 

 

            เมื่อเดินกลับเข้ามาในบ้าน...เจ้าของสวนดอกไม้ก็ถอดถุงมือ  หมวก  รองเท้าบูทและเก็บอุปกรณ์ทำสวนต่างๆให้เข้าที่  แล้วเดินตรงไปที่ห้องนอนเพื่ออาบน้ำ  มือบางหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าเสื้อและตัดสินใจโทรหาเจ้าของโรงแรม  แต่ปลายสาย...ก็ไม่มีใครรับเหมือนอย่างที่คิดเอาไว้  ใช่ว่าอยากจะโทรไปรบกวน  แต่ความเป็นห่วงมันทำให้เซฮุนกลายเป็นคนงี่เง่าและกดโทรออกซ้ำๆเบอร์เดิมทำเหมือนไม่ไว้ใจคนรัก  พยายามไม่คิดมากหรือคิดเล็กคิดน้อยจนเป็นเรื่องใหญ่โต  แต่โทรไปกี่ครั้งกี่ครั้งก็ยังไม่มีคนรับสายอยู่ดี

 

            ถอดใจ...พร้อมกับถอดเสื้อผ้าเดินเข้าไปในห้องน้ำด้วยความหงุดหงิด  รู้อยู่เต็มอกว่างานของผู้บริหารและเป็นถึงระดับเจ้าของโรงแรมก็มักจะมีงานยุ่งอยู่เสมอ  แถมโปรเจคการสร้างโรงแรมใหม่ในฝรั่งเศสก็ยังไม่เรียบร้อย  แต่...จะส่งข้อความกลับมาบอกกันสักประโยคสองประโยคมันจะไม่ว่างเลยหรืออย่างไร  หึ!!.... คุณคิมจงอินนนนนนนนนนนน!!!!

 

            ถ้าเปรียบอารมณ์ของเซฮุนตอนนี้...ก็คงเปรียบได้กับผู้หญิงที่กำลังมีประจำเดือน  เพราะในขณะที่สระผม...ก็เอาแต่กระชากหัวของตัวเองด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่ก่อกวนอยู่ในจิตใจ  สายน้ำเย็นฉ่ำ...ที่ไหลลงมาจากฝักบัวมันไม่ได้ช่วยดับความร้อนรุ้มที่อยู่ในอกของคนคิดมากได้เลย  แถมความเงียบของเครื่องมือสารก็ยิ่งทำให้เซฮุนหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิม  เพราะตอนนี้...มันเลยเวลาที่จงอินจะต้องโทรมาเป็นรอบที่สามของวันแล้ว  และถ้าถึงรอบที่สี่ก็ยังไม่โทรเข้ามาอีก  เจ้าของเครื่องคงต้องนอนคิดมากไปทั้งคืนแน่นอน  ศีรษะที่เปียกชื้นจากการสระผมรีบสะบัดความฟุ่งซ้านออกไปจากหัวเมื่ออาบเสร็จ  และรีบแต่งตัวเตรียมออกไปทานอาหารเที่ยงกับครอบครัวของมินโฮโดยที่ไม่ลืมหยิบโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โรงแรม  เชจู

16.49 น.

 

ก๊อก ๆ ๆ

 

          สวัสดีครับคุณอา

 

            “สวัสดีคุณชานยอล  มารับเจ้าแบคไปทานข้าวเหรอ?”

 

            “ครับ...คุณอาไปทานด้วยกันไหมครับ

 

            “ตามสบายเถอะ  พอดีอามีนัดกับลูกค้าแล้ว

 

            “เอ่อออ...คุณอาครับ  วันนี้ผมขอไปส่งน้องแบคดึกหน่อยได้ไหมครับ  ผมจะพาน้องไปดูหนัง

 

            “ดึกมากก็ค้างกับคุณชานยอลไปเลยสิ  คืนนี้อาคงกลับดึกเหมือนกัน  แล้วอาก็ไม่อยากให้แบคอยู่บ้านคนเดียว

 

            “ครับๆ...ผมจะดูแลน้องแบคเอง  แล้วพรุ่งนี้ผมจะพาไปส่งที่บ้านนะครับ

 

            “งั้นอาไปก่อนนะคุณชานยอล  แล้วก็อย่าตามใจกันให้มากนัก  เดี๋ยวเจ้าแบคจะเคยตัว

 

            “ครับ...ขอบคุณนะครับคุณอา

 

            วิศวกรหนุ่ม...เกือบแหกปากร้องออกมาด้วยความดีใจเมื่อได้ยินเจ้าของห้องทำงานอนุญาตให้ลูกชายไปค้างด้วยกันได้  เพราะตั้งแต่จีซบเดินทางกลับมาจากญี่ปุ่น  เขาก็ไม่เคยได้กอดแฟนตัวเล็กมาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ  ส่วนแบคฮยอน...เมื่อได้ยินคุณพ่อพูดแบบนั้นก็ยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจเช่นกัน  เนื่องจากหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาเขามักจะมาทำงานพร้อมกับจีซบและกลับบ้านด้วยกันเกือบทุกวัน

 

 

            ใจหนึ่งก็อยากอยู่กับแฟน...แต่อีกใจก็อยากอยู่กับคุณพ่อ  ช่วงนี้แบคฮยอนจึงทำตัวไม่ค่อยถูกและเลือกที่จะให้ความสำคัญกับผู้มีพระคุณอย่างจีซบมากกว่าชานยอล  แต่ก็ไม่ได้ละเลยหน้าที่ของการเป็นคนรัก  เพราะยังดูแลกันดีตามปกติเหมือนอย่างที่เคย  แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ไม่เหมือนเดิมก็คือ...เขาไม่ได้ไปค้างที่คอนโดฯของวิศวกรหนุ่มอีกเลยนับตั้งแต่วันที่คุณมาพ่อกลับมาจากต่างประเทศ

 

 

                เมื่อได้รับอนุญาตจากจีซบ...มือบางก็รีบจัดเก็บเอกสารในการทำงานลงแฟ้มเรียบร้อย  และออกไปทานอาหารเย็นพร้อมกับแฟนทันทีเมื่อเลิกงาน  แบคฮยอนดีใจที่คุณพ่อกลับมาอยู่ด้วยกันรวมถึงโล่งใจที่ชีวิตของคนที่ย้ายไปอยู่ญี่ปุ่นก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ  ยอมรับว่าตอนแรกยังทำใจไม่ได้กับการย้ายที่อยู่ของเซฮุน  แต่พอมาคิดดูอีกที...เขากลับต้องขอบคุณเรื่องวุ่นวายทั้งหมดของเพื่อนรักเพราะถ้าไม่มีปัญหาต่างๆเกิดขึ้น  คุณพ่อก็ยังคงอยู่ที่เชจูและต้องมารับรู้เรื่องราวที่ลูกคนนี้ถูกชายแปลกหน้าทำร้ายร่างกาย

 

 

                แบคฮยอน...ไม่อยากทำให้จีซบเสียใจหรือต้องมาคอยเป็นกังวลกับเรื่องของเขา  เพราะลำพังแค่เรื่องของเซฮุนคนเดียวมันก็น่าเป็นห่วงมากพออยู่แล้ว  ใช่ว่าอยากปิดบังและมีความลับกับผู้เป็นพ่อ  แต่ปัญหาของเขามันได้ถูกคลี่คลาย  ถูกจัดการ  ถูกรักษาให้หายดีทั้งกายทั้งใจ  เรื่องร้ายที่เกิดขึ้นในช่วงที่คุณพ่อไม่อยู่  ลูกชายตัวแสบคนนี้ได้ถูกดูแลมาเป็นอย่างดีจากผู้ชายที่ชื่อปาร์คชานยอล  และยังคงดูแลกันมาโดยตลอด  จะกิน  จะนอน  จะไปเที่ยวที่ไหน  ทุกอย่างๆต้องอยู่ในสายตาวิศวกรประจำโรงแรมเสมอ

 

เหมือนกับ...ตอนนี้

 

            “ตกลงเราจะดูหนังเรื่องอะไรกันดีครับ...น้องแบค?”  ขับรถพาแบคฮยอนมาถึงห้างสรรพสินค้าได้สักพัก  แต่พอเดินมาถึงหน้าโรงหนัง  เจ้าตัวกลับเลือกไม่ถูกว่าจะดูเรื่องอะไร  ชานยอลโอบเอวของคนที่กำลังมองหนังสองเรื่องสลับกันไปมาโดยไม่คิดที่ปล่อยและจะทำไปจนกว่าจะกลับคอนโดฯ

 

            “งือออ...น้องแบคอยากดูสองเรื่องเลยฮะ”  เลือกไม่ถูกและต่างคนต่างก็ถามกันไปมาว่าใครอยากดูเรื่องไหนจะได้สรุปว่าดูเรื่องนั้น  แต่...เหมือนจะตกลงกันไม่ได้

 

            “งั้นก็ดูสองเรื่องไปเลย  เดี๋ยวพี่ดูรอบให้  ถ้ากลับดึกแล้วงอแงง่วงนอน  น้องแบคจะโดนพี่ทำโทษ”  ละมือจากเอวบาง...แล้วเลื่อนลงไปหยิกสะโพกอวบด้วยความมันเขี้ยว  พร้อมกับยืนดูโปรแกรมหนังและเดินไปซื้อตั๋วทันทีเมื่อได้รอบที่ต้องการ

 

            Jumanji  กับ  Star Wars  คือหนังที่คนตัวเล็กอยากดูและเมื่อได้ตั๋วมาอยู่ในมือ  วิศวกรหนุ่มก็พาคนรักมาทานมื้อเย็น  เพราะยังเหลือเวลาอีกสองชั่วโมงกว่าหนังเรื่องแรกที่จองไว้จะเริ่มฉาย  มือหนาโอบเอวบางไว้เหมือนดิมและมักจะทำแบบนี้ทุกครั้งเมื่อต้องไปไหนมาไหนด้วยกัน  แล้วตั้งแต่ที่มีเรื่องแย่ๆเกิดขึ้น...ชานยอลแทบไม่อยากให้คนตัวเล็กคลาดสายตาแม้แต่เสียวนาที

 

 

            ยอมรับว่าหวงมากขึ้น...และไม่เคยปล่อยให้แบคฮยอนไปไหนคนเดียวอีกเลยนับตั้งแต่วันนั้น  ใครจะมองหรือคิดเช่นไรเขาก็ไม่สน  แถมยังคอยตามใจทุกอย่างไม่ว่าคนตัวเล็กอยากได้อะไร  อยากไปที่ไหน  อยากทำสิ่งใด...ชานยอลก็ตามใจได้ทุกเรื่อง

 

            “พี่ชานยอลอยากกินอะไรฮะ  น้องแบคให้พี่ชานยอลเลือก”  เงยหน้าถามพร้อมกระพริบตาปริบๆเหมือนเป็นเชิงอ้อน  และที่ทำแบบนี้...ก็เป็นเพราะอยากเอาใจแฟนของตัวเองบ้าง  รวมถึงทราบดีว่าหลังจากที่เกิดเรื่องร้ายๆขึ้น  เจ้าของมือใหญ่ๆที่โอบเอวเขาไว้ไม่ยอมปล่อยก็มักจะตามใจเขาเสมอและตามใจจนบางทีก็เผลอเอาแต่ใจตัวเอง

 

                อยากกินนน...(น้องแบค)ครับ”  ก้มตัวลงมากระซิบคำว่า  น้องแบค  และแอบขบกัดใบหูของคนตัวเล็กอย่างหยอกล้อเพราะทนกับเสียงออดอ้อนและดวงตาเรียวเล็กคู่นี้ไม่ได้

 

            “......!!!!!”  ส่วนคนถูกแกล้ง...ก็ไร้เสียงตอบรับใดใดเพราะตอนนี้กำลังก้มหน้างุดด้วยความเขินอายและไม่รู้ว่าจะตอบโต้ด้วยวิธีไหน  แล้วถ้าวิศวกรหนุ่มทำแบบนี้ตอนอยู่ที่คอนโดฯ  เขาก็คงไม่เหลือเสื้อผ้าติดกายเลยสักชิ้น

 

                ชานยอล...เดินโอบเอวคนแก้มแดงเข้ามาในร้านอาหารเมื่อเจอของโปรดของแบคฮยอน  แล้วเริ่มสั่งอาหารก่อนที่หนังเรื่องแรกจะเริ่มฉาย  หยอกล้อกันจนเหลือเวลาไม่มาและดีที่...แฟนตัวเล็กไม่ถูกอุ้มมานั่งบนตักแล้วป้อนข้าวให้เหมือนเด็กสองขวบ  ไม่อย่างนั้น...ใบหน้าจิ้มลิ้มก็ยังคงแดงอยู่อย่างนี้ไปจนกว่าจะทานอาหารเสร็จ  แต่!!...การถูกโอบเอวไว้ตลอดเวลาก็ใช่ว่าจะไม่เขิน (>//<)

 

...

 

...

 

...

 

Rrrrr!!!

Rrrrr!!!

Rrrrr!!!

 

          เออ...มีอะไร!!  แล้วมึงโทรมาจากไหนวะ?”  เดินออกมาจากร้านอาหารได้สักพักและกำลังพาแฟนตัวเล็กไปดูหนัง  แต่เสียงของโทรศัพท์ที่อยู่กระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้นเสียก่อน  แล้วคนที่โทรเข้ามา...ก็คือเพื่อนผิวเข้มที่ทำชีวิตเหมือนไร้ตัวตนมาร่วมอาทิตย์  แถมหมายเลขทางไกลที่ปรากฏอยู่บนเครื่องมือสื่อสารก็ทำให้ชานยอลรู้สึกสงสัย

 

            (มีเรื่องให้ช่วยหน่อย...ตอนนี้กูอยู่ญี่ปุ่น  กำลังจะแวะไปหาเซฮุน)  เอ่ยด้วยความรีบร้อนเพราะกำลังตื่นเต้นเรื่องที่ตัวเองจะได้ไปเจอกับคนรัก  และตอนนี้...ก็เพิ่งนั่งเครื่องจากโตเกียวมาลงที่สนามบินในจังหวัดมิยะซะกิ

 

            “เหี้ยย!!...มึงจะไปทำไมวะ?  แล้วคุณอารู้เรื่องนี้หรือเปล่า? ไอ้จงอิน...มึงหาเรื่องใส่ตัว!!”  เรื่องเอาแต่ใจต้องยกให้เพื่อนคนนี้  เพราะขนาดถูกจีซบสั่งห้ามเอาไว้แต่ยังไปถึงที่นั้นจนได้  และดูเหมือนว่าตัวเองกำลังมีส่วนรู้เห็น

 

            (อย่าโวยวายได้ไหมวะ!!  กูแค่อยากมาเห็นว่าเมียกูสบายดีไหม  แล้วกูก็มาเพราะเรื่องงานด้วย  พอดีลูกค้าคนสำคัญแต่งงาน  แต่พี่จงแดติดธุระด่วน  กูเลยต้องมาแทน)  รู้ดีว่าเพื่อนเป็นห่วงและความจริงก็ไม่ต้องการบอกให้ใครรู้ถึงสิ่งที่กำลังทำ  แต่...การที่เขาตั้งใจไม่รับสายของเซฮุนในวันนี้มันเริ่มทำให้ตัวเองกลายเป็นคนบ้า

 

                แล้วมึงจะให้กูช่วยอะไรก็รีบพูดมาเลย  กูจะพาน้องแบคเข้าไปดูหนังแล้ว”  ควักกระเป๋าเงินส่งให้คนตัวเล็กเพื่อจ่ายเป็นค่าป๊อบคอร์นกับน้ำดื่ม  และเอามือโอบเอวบางไว้เหมือมเดิม

 

            (ให้น้องแบคโทรหาเซฮุนหน่อย  กูเป็นห่วง  กูอยากรู้ว่าเมียกูสบายดีไหม...แล้วถ้าเซฮุนถามเรื่องกู  มึงช่วยโกหกอะไรไปก็ได้แล้วโทรกลับมาบอกกูด้วย)  กลัวแผนที่คิดไว้จะไม่สำเร็จ  จงอินจึงพยายามหาทางออกให้กับปัญหาที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้น  และทางออกที่ดีก็คงหนีไม่พ้นเพื่อนตัวโย่ง

 

            “เออ ๆ ๆ...เดี๋ยวโทรให้  มึงแม่งงง...ชอบสร้างแต่ปัญหา!!!

 

            วางสายด้วยความหงุดหงิด...แต่ก็ต้องทำตามคำสั่งเพราะไม่อยากนั้นเจ้าของโรงแรมอาจทำสิ่งที่คนเอาแต่ใจชอบทำอยู่บ่อยๆ  ซึ่งมันก็ไม่เป็นผลดีกับใครทั้งนั้น  และเขาก็ไม่อยากถูกคุณพ่อของคนที่กำลังเคี้ยวขนมจนแก้มตุ่ยทำโทษเหมือนอย่างที่เพื่อนเป็นอยู่ตอนนี้  ชานยอลรีบอธิบายสิ่งที่ถูกสั่งมาจากคนปลายสายให้แบคฮยอนฟังก่อนที่หนังจะเริ่มฉายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า  และแทนที่จะได้เติมความหวานให้กับความรักของตัวเองอย่างเต็มที่...ก็กลับต้องมาช่วยจงอินแก้ปัญหาในเรื่องส่วนตัว

 

...

 

...

 

...

 

Rrr!!

 

          (เออ...เมียกูว่าไงบ้างวะ!!  แล้วเป็นอะไรหรือเปล่า?)  เครื่องมือสื่อสารดังไม่ถึงเสี้ยววินาที  เจ้าของโรงแรมก็รีบกดรับเพราะรอฟังข่าวจากเพื่อนมาได้สักพัก

 

            “น้องแบคเองฮะ”  คนรับคำสั่ง...ส่งสายให้คนตัวเล็กเป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด  เพราะเขาไม่ได้เป็นคนที่คุยกับเซฮุนและไม่อยากได้ยินเสียงของเจ้าของโรงแรมในตอนนี้  เพราะมันยังหงุดหงิดไม่หาย

 

            (อ้าวว..น้องแบคเหรอครับ   พี่นึกว่าไอ้ชานยอล  พี่ขอโทษด้วยนะที่รบกวน)  คิดว่าปลายสายเป็นเพื่อนของตัวเอง  จงอินจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่กึ่งตะคอก  แต่พอรู้ว่าเป็นใคร...ก็รีบเปลี่ยนน้ำเสียงให้ฟังดูนุ่มนวลขึ้นพร้อมกล่าวขอโทษขอโพยที่ทำให้คนตัวเล็กเสียเวลาความเป็นส่วนตัว

 

            “ไม่รบกวนหรอกฮะ...แล้วเซฮุนก็สบายดี  เซฮุนเป็นห่วงพี่จงอินมากเลยนะฮะ  แล้วตอนนี้เซฮุนก็ไม่ได้อยู่บ้านด้วย เห็นบอกว่าออกไปส่งดอกไม้ในตลาด”  เป็นครั้งแรกที่แบคฮยอนได้ยินเพื่อนรักโวยวายเรื่องแฟนให้ฟัง  แถมน้ำเสียงยังดูกระวนกระวายปนไม่พอใจและหงุดหงิดจนดูไม่เหมือนเซฮุนคนก่อนที่เขาเคยรู้จัก

 

            (พี่ก็อยากโทรหาเซฮุนนะครับ...แต่พี่ทำไม่ได้   น้องแบครู้ใช่ไหม?)  เคยโทรหาคนรักทุกวัน  ทั้งตอนตื่น  ตอนนอนหรือทุกๆเวลาที่ว่างก็จะโทรคุยกันตลอด  แต่วันนี้มันทำไม่ได้เพราะไม่อยากให้เซฮุนทราบว่าเขากำลังทำอะไร  อยู่ที่ไหนและสิ่งที่ทำได้อย่างเดียวในตอนนี้ก็คือ...อดทน

 

            “น้องแบคเข้าใจฮะ...แต่พี่จงอินก็อย่าทำอะไรประเจิดประเจ้อนะฮะ  เดี๋ยวพ่อน้องแบครู้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่”  ทราบดีว่าจีซบไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้น  แต่ถ้าเห็นสิ่งใดไม่ถูกต้อง  คำว่าใจร้าย...ก็คงน้อยเกินไป

      

            กว่าจะคุยกันรู้เรื่อง...หนังก็เริ่มฉายไปหลายนาทีแต่ก็ไม่ถึงกับเดาเรื่องราวไม่ถูก  ดวงตาเรียวเล็กที่จับจ้องอยู่บนจอภาพขนาดใหญ่และพยายามสนใจสิ่งที่อยู่หน้า  แต่เรื่องของเพื่อนรัก...กลับเข้ามาแทนที่เรื่องราวในภาพยนตร์  แบคฮยอนเข้าใจทุกฝ่ายว่ากำลังรู้สึกเช่นไรเพราะเขาคิดถึงเซฮุนมากแค่ไหน  เจ้าของโรงแรมก็คงคิดถึงยิ่งกว่าหลายเท่า  ความห่างไกลที่ส่งความห่วงใยได้เพียงผ่านทางโทรศัพท์มันคงสื่อถึงกันได้ไม่มากเท่าการเดินทางไปเห็นด้วยตาของตัวเอง

 

 

            อุปสรรคความรักของคนทั้งคู่...มันมากมายจนแบคฮยอนคิดว่าปัญหาที่ตัวเองเคยเจอมาทั้งหมดมันยังเทียบไม่ได้กับสิ่งที่จงอินและเซฮุนได้เจอ  เจ้าของโรงแรมมีงานล้นมือ  มีชื่อเสียง  มีคู่แข่ง  มีครอบครัวที่เพื่อนของเขาต้องเผชิญ  และกว่าจะผ่านพ้นทุกอย่างไปได้ก็เกือบต้องแลกมาด้วยชีวิต  การถูกยิงจนไม่สามารถกลับมาเดินได้เป็นปกติคือสิ่งที่ดูจะสาหัสมากที่สุด  ถึงแม้ตอนนี้...จะเดินได้คล่องกว่าเมื่อก่อน  แต่ก็ใช่ว่ามันจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม  ยายังต้องกิน  ขายังมีอาการปวดและต้องทำกายภาพด้วยตัวเองอยู่ทุกวัน  ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เพื่อนรักอย่างเซฮุนต้องอดทนและจะต้องผ่านพ้นไปให้ได้เหมือนอย่างหลายๆเรื่องที่ผ่านเข้ามา

 

แบคฮยอนภาวนาอยู่ในใจทุกวัน...ว่าอย่าให้เรื่องร้ายใดใดเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขาอีกเลย U_U

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 








หมู่บ้านชิซะกะ 

19.30 น.

 

VROOMMMM!!

ครืนนนนนนน!!!!

 

                น้องเซฮุนอย่าเพิ่งลงจากรถนะครับ!  ฝนมันตกเดี๋ยวไม่สบาย  รอพี่ขนของเข้าบ้านให้เสร็จก่อนเดี๋ยวพี่เอาร่มออกมารับ!!!”  รถกระบะจอดลงที่หน้าบ้านของเซฮุนพร้อมกับเสียงฟ้าร้อง  เพราะตอนนี้ฝนกำลังตกหนักมากๆ

 

            เจ้าของสวนดอกไม้...พยักหน้าเป็นคำตอบและรู้สึกผิดที่มัวแต่เดินเล่นจนลืมดูเวลา  กว่าจะส่งผักหรือดอกไม้รวมถึงหาซื้อของใช้ส่วนตัวเรียบร้อยก็กินเวลาไปครึ่งค่อนวัน  แถมความแปลกใหม่ในตัวจังหวัดก็ดูตื่นตาตื่นใจไปหมด  ไม่ว่าจะเป็นของกิน  ของใช้หรือแม้กระทั่งพ่อค้าแม่ขายในตลาด  ทุกคนต่างดูน่ารักเป็นมิตรและยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา  ความเพลิดเพลินกับสิ่งรอบตัว...ทำให้เซฮุนต้องมานั่งสำนึกผิดอยู่ในรถตอนนี้  จากความเกรงใจที่มีมากอยู่แล้ว  กลับมีมากขึ้นไปอีกเมื่อตาเรียวคู่สวยเห็นมินโฮถือของที่เขาซื้อมาทั้งหมดเดินตากฝนเข้าไปเก็บในบ้านแบบเรียกได้ว่า...พะรุงพะรังเต็มทั้งสองมือและเปียกปอนไปทั้งตัว

 

                พี่มินโฮเอาร่มมาเถอะครับ...เดี๋ยวเซฮุนเดินเข้าบ้านเอง  พี่มินโฮรีบกลับไปอาบน้ำเถอะครับ  เดี๋ยวไม่สบาย”  เห็นพี่ชายใจดีเดินถือร่มออกมาจากบ้าน  และเปิดประตูรถฝั่งคนขับเพื่อดับเครื่องยนต์  เซฮุนจึงยื่นมือไปขอร่มเพราะอยากเดินเข้าบ้านเอง  มันรู้สึกเกรงใจถ้าจะให้มินโฮเดินเข้าไปส่งอีกรอบทั้งๆที่เพิ่งขนของให้จนเสร็จสรรพ

 

            “พี่ขออุ้มน้องเซฮุนไปส่งที่บ้านก็แล้วกัน  ฝนตกหนัก...พื้นก็ลื่น  ถ้าน้องเซฮุนล้มขึ้นมา  คุณลุงต้องเสียใจมากแน่ๆ”  ไม่รอฟังคำตอบของเด็กตรงหน้าว่าจะให้อุ้มหรือไม่...เจ้าของสวนผักก็ส่งร่มให้เซฮุนเป็นคนถือและรีบอุ้มร่างบอบบางในท่าเจ้าสาวทันที

 

            มือขวาถือร่ม...มือซ้ายกอดคอมินโฮไว้แน่นเพราะกลัวตก  แถมลมก็พัดค่อนข้างแรงจนเกือบจับร่มเอาไว้ไม่อยู่  ตอนออกไปส่งผักและดอกไม้ในช่วงบ่ายอากาศก็ยังเป็นปกติและไม่มีทีท่าว่าฝนจะตกเลยสักนิด  แต่พอพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าและเลี้ยวรถเข้ามาในหมู่บ้านได้ไม่กี่นาที  ฝนกลับตกหนักเหมือนฤดูที่ต้องเจอกับมรสุม  มือบางสะบัดร่มเล็กน้อยแล้วใส่ไว้ในตะกร้าเมื่อถูกอุ้มมาส่งถึงหน้าบ้าน  เซฮุนรีบเดินเข้าไปในห้องนอนและหยิบผ้าขนหนูออกมาหนึ่งผืนเพื่อให้พี่ชายใจดีเช็ดตัว  เพราะร่างกายของมินโฮมันเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนจนยืนสั่นด้วยความหนาวเย็น

 

            “พรุ่งนี้พี่จะซักมาคืนให้นะ...น้องเซฮุนก็อย่าลืมกินยาด้วยล่ะ  วันนี้เดินเยอะมาก  เดี๋ยวปวดขาแล้วนอนไม่หลับ”  ยืนเช็ดผมเช็ดตัวอยู่หน้าประตู  เพราะไม่อยากให้บ้านของเซฮุนเปียกจนอาจทำให้เจ้าของบ้านลื่นล้ม

 

                ขอบคุณพี่มินโฮมากนะครับ  แล้วพรุ่งนี้เซฮุนจะไปช่วยพี่ยูมิทำขนม”  โค้งตัวเพื่อเป็นการขอบคุณพร้อมกับโบกมือลาเจ้าของสวนผักแล้วรีบปิดประตูบ้านทันที  เซฮุนนั่งรื้อของที่ตัวเองเพิ่งซื้อมาจากตลาดด้วยความตื่นเต้นเหมือนกับเด็กที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่ทั้งๆที่ร่างกายบางส่วนก็ยังเปียกชื้นจากน้ำฝน 

 

            แต่พอรื้อไปรื้อมา...กลับเจอของอยู่ชิ้นหนึ่งที่ไม่ใช่ของของตัวเองปะปนอยู่ด้วย  นั่นก็คือตุ๊กตาขนาดเล็กที่มินโฮซื้อมาให้ภรรยาแต่ฝากใส่ถุงรวมไว้กับชุดชงชาดินเผาของเขา  ขาเรียวรีบลุกออกจากที่นั่งแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปนอกบ้าน  พร้อมตะโกนเรียกชื่อเจ้าของสวนผักแข่งกับเสียงฟ้าเสียงฝน  ดี...ที่มินโฮยังไปไหนไม่ไกล  แต่ก็กำลังจะสตาร์ทเครื่องยนต์เพื่อขับรถกลับบ้าน  มือบางรีบเคาะกระจกรถแล้วยื่นถุงที่มีแมวตัวน้อยสีเหลืองที่ทำจากเซรามิคส่งคืนให้กับเจ้าของเมื่อกระจกเลื่อนลงพอให้สอดมือเข้าไปด้านใน

 

                ของแค่นี่เอง  พรุ่งนี้ค่อยเอามาให้พี่ก็ได้

 

            “ก็พี่มินโฮตั้งใจซื้อมาให้พี่ยูมิไม่ใช่เหรอครับ  เซฮุนก็เลยคิดว่ามันต้องสำคัญมากแน่ๆ

 

            “ดื้อแบบนี้นี่เอง...คุณลุงถึงฝากให้พี่ดูแลน้องเซฮุนให้ดี

 

            “เซฮุนเดินเก่งแล้วนะครับ  พี่มินโฮไม่ต้องเป็นห่วงนะ  เซฮุนจะระวังตัว

 

            “ไปๆ...เข้าบ้านได้แล้ว  เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ทำอาหารเช้ามาให้  แล้วก็อย่าลืมกินยาด้วยนะ

 

            “รับทราบครับ...!!! ^_^) ”

 

            มือหนา...ยีผมสีเข้มของเด็กดื้อตรงหน้าด้วยความเอ็นดู  แล้วเคลื่อนรถออกไปอย่างช้าๆเพื่อดูว่าเซฮุนเดินเข้าไปในบ้านหรือยัง  และเมื่อเห็นว่าร่างบอบบางเดินเข้าบ้านไปแล้ว  มินโฮก็เลี้ยวรถเข้าไปเก็บในโรงจอดทันที  โดยที่ทั้งสองคนไม่รู้เลยว่าทุกๆการกระทำ  ไม่ว่าจะเป็นการอุ้ม  การกอดและรอยยิ้มที่ดูมีความสุขหรือแม้กระทั่งการแตะต้องเส้นผมที่เจ้าของสายตาคมเคยสัมผัส  มันได้ถูกคนที่แอบเดินทางมาที่นี่ด้วยความคิดถึงเห็นมาตั้งแต่ต้น!!

 

เดินทางมาไกล...อดทนกับความคิดถึงและความเป็นห่วงมาสองอาทิตย์  แล้วผลที่ได้รับกลับกลายเป็นความเจ็บปวด

 

...

 

...

 

...

 

             ร่างสมส่วนในเสื้อเชิ้ตสีเข้มและกางเกงยีนส์ที่เปียกชื่นไปด้วยน้ำฝน...กำลังพยายามข่มอารมณ์ให้เป็นปกติเพราะไม่อยากทำตัวมีปัญหาเหมือนอย่างที่เพื่อนได้กล่าวเอาไว้  แต่ความใจร้อนที่รวมกับความหึงหวงมันผลักดันให้คนอย่างเขาต้องทำบางอย่างมากกว่าแค่การแอบมอง

 

 

                เจ้าของกายสีน้ำผึ้ง...เดินทางมาถึงญี่ปุ่นเมื่อช่วงสายและพรุ่งนี้ก็ต้องอยู่ร่วมยินดีในงานแต่งงานของลูกค้าคนสำคัญ  เมื่อมาถึงโรงแรมในสาขาโตเกียวโดยรถที่ลูกพี่ลูกน้องสั่งให้มารับ  เขาจึงจำเป็นต้องเข้าไปพบจงแดและอยู่พูดคุยกันถึงเรื่องงานรวมถึงโครงการใหญ่ที่ฝรั่งเศส  ต่างคนต่างรีบไถ่ถามถึงเรื่องต่างๆเพราะพวกเขาต้องเดินทางไปทำธุระส่วนตัวที่ต้องรีบจัดการให้เรียบร้อย  และเมื่อร่ำลาผู้บริหารโรงแรมในสาขาโตเกียว...เขาจึงรีบไปที่สนามบินอีกครั้งเพื่อเดินทางมาหาคนรัก

 

 

                ใช้เวลาอยู่นานในความรู้สึกของคนที่เต็มไปด้วยความคิดถึง  ทั้งๆที่ระยะทางจากโตเกียวถึงจังหวัดมิยะซะกิมันใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมง  และเมื่อมาถึง...ก็รีบขับมาตามเส้นทางที่คนรักได้บอกเอาไว้ก่อนหน้านั้น  เจ้าของโรงแรมไม่อยากใช้รถยนต์ส่วนตัวเพราะมันเป็นจุดสนใจมากเกินไป  เขาจึงให้เลขาของพี่จงแดช่วยหารถเช่าแบบธรรมดาสีดำไว้ให้

 

 

                ขับรถออกมาจากตัวจังหวัดได้สักพัก...สองข้างทางที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามก็ทำให้นึกถึงคำพูดของคนที่ย้ายมาอยู่ที่นี่  และมักจะเล่าผ่านทางโทรศัพท์ให้ฟังอยู่บ่อยครั้งว่าสถานที่แห่งนี้มันถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขาพร้อมต้นไม้น้อยใหญ่เต็มไปหมด  ซึ่งทุกๆอย่างมันเหมือนที่คนรักกล่าวไว้ไม่มีผิด  แต่...สิ่งที่ไม่เคยเล่าให้ฟังเลยสักครั้งก็คือเรื่องของผู้ชายคนนั้น  เจ้าของรถกระบะสีแดงที่มาส่งเซฮุนถึงหน้าบ้าน  แถมยังได้อุ้ม  ได้กอดและได้สัมผัสร่างสวยที่เขาหวงแหนมาตลอด  ไม่เคยให้ใครแตะต้อง  ไม่เคยให้ใครเข้าใกล้เพราะไม่เคยห่างกันแม้แต่วันเดียว

 

จนในวันนี้...ความห่างไกลที่ถูกพรากก็ทำให้คนอื่นมีสิทธิ์ได้เป็นผู้ดูแล

 

                พอขับรถเข้ามาในหมู่บ้าน...จงอินก็ได้เห็นความฝันของเซฮุนที่อยู่ไม่ไกลจากสายตามาก  เขาจึงวนรถกลับไปจอดไว้ที่ปากทางและเดินกลับมาเพื่อชมบรรยากาศที่อยู่รอบตัว  จงอินเข้าใจแล้วว่าทำไมเซฮุนถึงเลือกซื้อบ้านอยู่ที่นี่  เพราะเท่าที่เดินสำรวจธรรมชาติและได้เห็นผู้คนภายในหมู่บ้าน  มันก็ทำให้เขารู้สึกได้ทันทีว่าความฝันของคนรักมันน่าอยู่มากกว่าในเมืองเสียอีก

 

 

                หมู่บ้านเล็กๆ...มีภูเขารายล้อมอยู่ทุกด้าน  ต้นไม้น้อยใหญ่สีเขียวสดดูสบายตา  รอยยิ้มที่เป็นมิตรของผู้คนที่เดินผ่าน   ทุกๆอย่างมันดูสดชื่นเหมาะแก่การพักผ่อนและทิ้งเรื่องวุ่นวายเอาไว้ข้างหลัง  จงอินเดินทางมาถึงที่นี่ในช่วงเย็น  สายลมที่พัดเอื่อยๆกับแสงของพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้ามันทำให้เขารู้สึกเพลิดเพลินกับการเดินชมบ้านใหม่ของคนรักอยู่นอกรั้ว

 

 

            เจ้าของโรงแรมทราบดี...ว่าเซฮุนไม่อยู่บ้านเพราะแบคฮยอนบอกว่าออกไปส่งดอกไม้ที่ตลาด  แต่เขาก็จำได้ดี...ว่าบ้านชั้นเดียวที่มีรั้วไม้แบบนี้ก็คือบ้านใหม่ของคนรัก  เพราะรูปที่เจ้าตัวเคยส่งมาให้ดูในครั้งแรกมันทำให้เขาจำได้ติดตา  ขายาวสมส่วนเดินวนไปวนมาอยู่นอกรั้วเพื่อชื่นชมกับความฝันของคนรักอยู่นานสองนาน  และเมื่อเวลาล่วงไปจนพระจันทร์เกือบขึ้นมาแทนที่ดวงอาทิตย์  ฟ้ากลับมืดพร้อมส่งเสียงร้องคล้ายฝนจะตก  จงอินจึงรีบเดินกลับไปที่รถและขับเข้ามาจอดแอบไว้ที่หลังต้นไม้ใหญ่  อยากอยู่รอจนกว่าคนที่ตัวเองอยากเจอจะกลับมา  และขอแอบดูต่ออีกสักพักก็จะกลับไปพักที่โรงแรมแล้วพรุ่งนี้จะมาแอบดูใหม่อีกครั้ง

 

 

            จอดรถรอ...อยู่ใต้ต้นไม้อยู่เกือบครึ่งชั่วโมง  เขาก็เห็นกระบะสีแดงขับเข้ามาในหมู่บ้านและคนที่นั่งอยู่ฝั่งของผู้โดยสารก็คือเซฮุน  แม้ฝนที่กำลังตกหนักจะทำให้การมองเห็นพร่าเลือน  แต่จงอินก็มั่นใจว่าคนที่นั่งอยู่ในรถกระบะคันนั้นคือคนรักของตัวเอง  ที่ปัดน้ำฝนกลายเป็นสิ่งที่น่ารำคาญในความรู้สึกของคนที่กำลังดีใจเมื่อเห็นว่าคนที่รอคอยมานานนั่งอยู่ในรถที่เพิ่งขับผ่านไปเมื่อครู่  จงอินจัดการดับเครื่องยนต์และเปิดประตูรถลงไปยืนมองเซฮุนอยู่ใต้หลังคาบ้านหลังเล็กที่อาจสร้างไว้เก็บผลผลิตในสวนในไร่โดยไม่ได้ขออนุญาตผู้เป็นเจ้าของ

 

 

            จงอินไม่ได้เตรียมตัวว่าจะต้องมาเจอกับสภาพอากาศแบบบนี้  เพราะตั้งแต่เดินทางออกมาจากโตเกียว  ฟ้าก็ยังดูสดใสและมีแสงแดดตลอดเวลา  ช่วงที่แอบมองคนรักมันคล้ายกับว่าตัวเองกำลังเป็นพระเอกเอ็มวีเพลงอกหัก  เพราะเขากำลังยืนมองพฤติกรรมอันแสนหวานของเซฮุนกับเจ้าของรถกระบะสีแดงที่ดูเป็นห่วงเป็นใยและเอาใจใส่กันเป็นอย่างดี  ความผิดหวัง  ความหึงหวง  ความโมโห  ตีรวนกันอยู่ภายในใจและพยายามอดทนรอให้เจ้าของรถขับออกไปที่อื่น  เพราะเขาจะได้เข้าไปคุยกับเจ้าของบ้านให้รู้เรื่องว่าที่เห็นมาทั้งหมดมันหมายความว่าอะไร

 

 

            แต่...ความใจร้อนบวกกับอารมณ์ต่างๆที่ปะทุอยู่ในอกมันเริ่มทำให้ความอดทนเริ่มเหลือน้อยลงไปทุกที  และต้องรีบก้าวขาออกจากที่ซ่อนเพื่อเดินไปหาเซฮุนที่บ้าน  แต่...พอเห็นร่างสวยที่เดินด้วยความเร่งรีบพร้อมกางร่มออกมาจากบ้านแล้วยืนคุยหยอกล้ออยู่กับเจ้าของรถกระบะอีกครั้ง  มันก็ทำให้จงอินถึงกับก้าวขาไม่ออก  และภาพบาดตาภาพสุดท้ายก็ทำให้ความขุ่นมัวในใจทวีความรุนแรงมากขึ้น  ร่างกายที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนพยายามข่มอารมณ์อย่างที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อน  แต่มันเป็นเพราะไม่อยากทำให้เรื่องราวมันแย่ไปมากกว่านี้  ความผิดพลาดในชีวิตที่ผ่านมาด้วยเหตุแห่งความใจร้อนของตัวเองมันกำลังสอนคนอย่างคิมจงอินว่าไม่ควรคิดอะไรไปเองจนอาจทำให้คนรักต้องเจ็บปวดอีกครั้ง

 

 

            ภาพความทรงจำ...เรื่องของความเข้าใจผิดระหว่างเซฮุนกับอี้ฟานยังคงติดอยู่ในมโนสำนึก  ภาพที่ตัวเองขืนใจพนักงานจัดดอกไม้เพราะคิดไปเองว่าเป็นเด็กขายตัวที่เพื่อนหามาให้หรือภาพที่คนรักถูกยิง  ทุกๆความเข้าใจผิด  ทุกๆความใจร้อน  ทุกๆเรื่องที่เกิดจากนิสัยเอาแต่ใจของตัวเองมันทำให้คนแอบมองก้าวขาเดินกลับไปนั่งในรถเพื่อรอให้คนรักและเจ้าของรถกระบะสีแดงกลับเข้าบ้านไปก่อน  รวมถึงรอให้ตัวเอง...ใจเย็นลงกว่านี้เพื่อทบทวนบางสิ่ง

 

ฝนเริ่มซา...แต่ก็ยังโปรยปรายและเมื่อปรับอารมณ์ปรับความรู้สึกนึกคิดของตัวเองได้  จงอินก็ออกมาจากรถอีกครั้งแล้วเดินตรงไปที่บ้านของเซฮุนทันที

 

                มือหนาเปิดประตูรั้วที่ทำจากไม้...แล้วเดินไปตามทางที่ปูด้วยอิฐบล็อกอย่างเชื่องช้า  เพราะต่อให้ในใจยังมีคำถาม  แต่อีกใจก็ยังรู้สึกตื่นเต้นไม่หายที่จะได้เจอกับคนรักเสียทีหลังจากที่รอคอยมานาน  และตอนนี้จงอินก็ได้กลายเป็นคนที่ทำผิดสัญญาไปโดยสมบูรณ์แบบ  จากที่คิดว่าจะมาแอบดูและกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองตามเดิมอย่างที่ตั้งใจ  รวมถึงรับปากกับจีซบเอาไว้เป็นอย่างดีว่าจะไม่เดินทางมาหาเซฮุนเด็ดขาด  แต่เหตุการณ์ที่เห็นเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา...มันทำให้อดใจรอไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

 

เจ้าของกายสีน้ำผึ้ง...ที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนเดินมาจนถึงประตูบ้าน  แล้วเคาะเบาๆลงบนแผ่นไม้บานใหญ่ด้วยหัวใจที่เต้นแรง  และเมื่อมันถูกเปิดออก

 

แกร๊กก!!

 

                สวัสดีครับ...ที่นี่มีดอกทิวลิปสีแดงขายไหมครับ?”

 

                พะ...พี่จงอิน!!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

แก้ไขเมื่อ  10/02/61

ขออนุญาตชี้แจงอีกครั้งนะคะ

เรื่องการซื้อขายที่ดินในต่างประเทศ...เราขอให้มันเป็นเพียงแค่จินตนาการเท่านั้น  ทั้งที่ดินในญี่ปุ่น  บ้านของเซฮุน  และที่ดินของจงอินที่ใช้สร้างโรงแรมในฝรั่งเศส  และเราต้องขออภัยผู้ที่มีความรู้เรื่องกฎหมายในด้านนี้ด้วยนะคะ  ถ้าอ่านฟิคเรื่องนี้ของเราแล้วทำให้รู้สึกขัดใจ  ขัดกับความน่าจะเป็น  เราต้องขออภัยด้วยค่ะ  เราก็ไม่ทราบเรื่องกฎหมายการครอบครองที่ดินในต่างประเทศจริงๆว่าคนต่างชาติสามารถถือสิทธิ์เป็นเจ้าของได้หรือไม่   รวมถึงยอมรับผิด...ที่ไม่ได้หาข้อมูลในเรื่องนี้เพื่ออ้างอิงให้ตรงกับความเป็นจริง

Cr. ภาพบ้านท้านสวน : BaanFinder.com

ใกล้จบแล้วค้าาาา  ^3^)  ฮึบ...ฮึบ

ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ  ขอบคุณคอมเม้นท์  ขอบคุณนักอ่านทุกคนมากๆค่ะ

แล้วจะเข้ามาตรวจคำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #581 /tl26&? (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 11:33
    ฮื่อ ในที่สุดจงอินก็มีสติมากขึ้นแล้วใช่มั้ย5555555 เราชอบการเดินเรื่องของไรท์นะคะ มันไม่ได้มีแต่มุมหวานๆ ตลอดเวลา เลยทำให้รู้สึกว่ามันได้มุมมองที่หลากหลายดี แห่ะ
    #581
    0
  2. #505 Jammie-Lee (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:50
    มาหาแล้วนะ~
    #505
    0
  3. #430 Padcha.a (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 12:00
    จงอินใจเย็นขึ้นแล้ว~
    #430
    0
  4. #412 อัญมณีสีสวย (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 11:02
    คุณจงอินนนน ดีงามมากเลย ลงโทษน้องทั้งวันทั้งคืนเลยนะคะ แฃงง แล้วตอนเช้าก็ตื่นมาทำหน้าที่พ่อบ้านอีก น่ารักฝุดๆ ตลกคุณหญิงด้วย โทรมาโวยวายเพราะลูกสะใภ้หาย ฮือออ น่ารักจริงๆ
    #412
    0
  5. #411 TDNND (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 05:52
    ดีต่อใจ
    #411
    0
  6. #410 Pinkdao (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 01:36
    คือดีอ่ะ จงอินใจเย็นแล้ว
    #410
    0
  7. #409 KaiHun940105 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 23:58
    งื้อออ หวานมากกกก คุณแม่ของจงอินนี่แสบจริงๆ 5555 โว้ยวายเสร็จก็วางสายหนี 5555 งื้อตอนหน้าจบแล้ว ไม่อยากให้จบเลย
    #409
    0
  8. #408 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 23:55
    โอเค นายมีเหตุผลขึ้นมากเลยจงอินน เราดีใจด้วย
    #408
    0
  9. #407 Ohsejan (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 23:09
    โง้ยยย หวานมาก ตอนแรกนึกว่าจงอินจะเข้ามาโวยวายน้อง แบบหึงไรงี้ ส่วนยัยน้องชั้นนึกออกเลยสเวตเตอร์ คราบนมติดปาก แงงงงงงงง โดนจัดเลย คืดถึงม้ากกกกกกกก
    #407
    0
  10. #406 nnanwrsrr (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 23:02
    แง้งงง นึกว่าคุณพ่อจะลงโทษซะแล้วววว
    #406
    0
  11. #405 0412BD (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 22:28
    5555 ชอบแม่จงอินมากค่ะไรท์ ฮรึกไม่อยากให้จบเลยค่ะ
    #405
    0