จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 31 : ❀ 31 (+Talk)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,674
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    3 พ.ย. 62








ดอกไม้ดอกที่   31



จังหวัดมิยะซะกิ  ประเทศญี่ปุ่น

08.50 น.

 

2วันต่อมา......

 

 

                รถยนต์สีขาว....วิ่งมาตามถนนที่เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่โอบรอบไว้ทั้งสองข้างทาง  ภูเขาลูกเล็กๆที่เห็นมาก่อนหน้านั้น  ตอนนี้เริ่มใหญ่ขึ้นเมื่อรถขับเข้ามาถึงในตัวหมู่บ้าน  ตลอดการเดินทางมาตั้งแต่สนามบินในตัวจังหวัดมิยะซะกิ  มันทำให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งผู้โดยสารรู้สึกสดชื่นจนอยากจะนั่งรถชมธรรมชาติที่สวยงามตรงหน้านี้ไปเรื่อยๆ  แต่...กระจกรถทั้งสี่ด้านที่ถูกเปิดเพื่อรับลมมาได้สักพักก็ถูกมือกร้านตามช่วงวัยของคนขับปิดลงเมื่อเดินทางมาถึงที่หมาย

 

 

            เดินทางจากสนามบินในตัวจังหวัดมาจนถึงหมู่บ้านแห่งนี้ก็กินเวลาไป  40 นาที  และถ้าให้รวมเวลาของการเดินทางทั้งหมดก็ร่วมห้าชั่วโมงเห็นจะได้  ซึ่งการนั่งเครื่องบินแล้วต่อด้วยการนั่งรถยนต์โดยใช้เวลานานขนาดนี้  มันก็ไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่สำหรับคนป่วยที่เพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บ  แต่มันก็จำเป็นเกินกว่าจะปล่อยให้สภาพของร่างกายมาอยู่เหนือสิ่งที่รอคอย

 

            “พร้อมไหม...ลูกพ่อ?”

 

            “พร้อมครับ...เซฮุนพร้อมมานานแล้วครับคุณพ่อ

 

                ขาเรียวพร้อมไม้ค้ำ...ก้าวออกจากรถด้วยความระมัดระวังโดยมีคุณพ่อคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา  คนเป็นลูกส่งยิ้มหวานให้ผู้มีพระคุณทันทีเพราะทราบดีว่าท่านกำลังเป็นห่วง  และที่ยิ้มออกไปแบบนั้น...ก็เพื่อแสดงให้ท่านเห็นว่าตัวเขาสบายดีหรือไม่ต้องเป็นห่วงอะไรอีกแล้ว  เซฮุนยอมรับว่ามีความรู้สึกปวดตึงบริเวณแผลที่ถูกผ่าตัดเนื่องจากนั่งงอขามาตั้งแต่อยู่บนเครื่องบินและต้องเดินทางต่อด้วยรถยนต์มาจนถึงในหมู่บ้านมันพาลให้ปวดขาไปหมด  แต่พอก้าวลงมาจากรถ...แล้วเห็นบ้านที่มีดอกไม้หลากหลายชนิดเบ่งบานอยู่ตามทางเดินมากมาย  ความเจ็บ  ความเหนื่อยล้าและความวิตกกังวลกับเรื่องต่างๆก็หายไปหมด  หรือแม้กระทั่ง...เรื่องของคนที่ทำให้คิดถึงแทบขาดใจก็สามารถลืมได้

 

แต่....มันคงลืมได้แค่ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น  เพราะคนสำคัญแบบคิมจงอิน  ต่อให้เขาหนีมาไกลแค่ไหนหัวใจมันก็ยังอยู่ที่เดิม

 

                ลาก่อน  คงเป็นคำลาที่พูดได้แค่ในใจ  เพราะตอนนี้เซฮุนได้เดินทางมาถึงความฝันที่รอมานานหลายปีโดยมีพ่อบุญธรรมคอยจัดการเรื่องทุกอย่างให้  ความฝันที่ไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นจริงและมันก็ได้มาอยู่ตรงหน้า  แถมยังสวยกว่าที่เคยฝันเอาไว้เสียอีก  ปากบางส่งยิ้มหวานให้คนที่ตัวเองนับถือเหมือนเป็นพ่อแท้ๆอีกครั้งอย่างจริงใจ  เพราะท่านคือคนที่ทำให้ความฝันของเขาเป็นจริงหลังจากที่ผ่านเรื่องร้ายๆมาหลายเดือน

 

 

            เรื่องร้ายๆ...ที่เกือบทำให้ความฝันของเขาพังทลายเนื่องจากถูกยิงจนต้องเข้ารับการผ่าตัดและเริ่มหัดเดินใหม่เหมือนเด็กแรกเกิด  ยอมรับว่าตอนนั้นรู้สึกหมดแรงจนแทบไม่อยากฝันต่อ  เพราะร่างกายมันเจ็บสาหัสเกินกว่าที่จะทำอะไรได้  ตามเนื้อตัวมีแต่บาดแผล  แขนขาก็ขยับไม่ได้  หายใจยังลำบาก  ซึ่งอาการทุกอย่างมันสามารถหยุดสิ่งที่เคยฝันไว้ทั้งหมดและคิดว่าคงไม่มีทางสำเร็จได้อีกแน่นอน  แต่...คนที่ทำให้ความฝันของเด็กผู้ชายที่ชอบดอกไม้อย่างเขาเดินต่อได้ก็คือคุณพ่อบุญธรรม

 

            “เป็นไง...ชอบไหมลูก??”

 

            “ชอบครับ  มันสวยมาก  สวยกว่าที่เซฮุนเคยคิดไว้อีกครับ  ขอบคุณมากนะครับคุณพ่อ 

 

 


 

 

                จีซบ...ตัดสินใจพาเซฮุนเดินทางมาถึงญี่ปุ่นโดยไม่ได้บอกให้ใครรู้ทั้งนั้นแม้กระทั่งคนเจ้าของโรงแรมอย่างคิมจงอิน  มันเป็นการตัดสินใจหลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายของเด็กทั้งคู่ว่ากำลังเกิดปัญหาอะไรขึ้น  และเมื่อรู้สาเหตุ...เขาจึงจัดการเดินเรื่องทุกอย่างทั้งหมด  แล้วพาลูกบุญธรรมย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นโดยไม่สนใจว่าใครจะคิดเช่นไร  มันอาจดูเหมือนเป็นการบังคับ...แต่เมื่อเด็กทั้งคู่ต่างคนต่างก็มีความฝันและสักวันไม่ช้าก็เร็ว  เซฮุนก็ต้องย้ายมาที่นี่อยู่ดีเพราะมันคือความฝันที่ลูกคนนี้เฝ้ารอมานาน

 

ส่วนความฝันของจงอิน...มันก็ยิ่งใหญ่เกินกว่าเซฮุนจะรับผิดชอบได้ถ้ามันต้องพังลงไปเพียงเพราะอาการบาดเจ็บที่ไม่รู้จะหายเมื่อไหร่  และทางออกที่ดีที่สุดก็คือการแยกกันอยู่เพื่อทำความฝันของแต่ละคนให้สำเร็จ

 

                ถ้ารักกันจริง...ก็ต้องอดทนกับอุปสรรคของระยะห่างนี้ให้ได้  และจีซบก็ทราบดีว่าตอนนี้ลูกชายของตัวเองกำลังรู้สึกเช่นไร  เพราะปากบางสีสดที่ยิ้มให้เขาครั้งแล้วครั้งเล่า  มันไม่สามารถปกปิดความเศร้าที่ดวงตาคู่สวยแสดงออกมาให้เห็นได้เลย  ใจลึกๆของคนเป็นผู้ใหญ่อย่างเขาก็ไม่ได้อยากพรากเด็กทั้งคู่ออกจากกัน  แต่ที่ทำลงไปก็เพราะว่าหวังดี  รวมถึงเข้าใจทุกฝ่ายว่ากำลังรู้สึกอึดอัดกับปัญหาของตัวเองมากแค่ไหน  อีกคนก็ไม่อยากอยู่เป็นตัวถ่วงของคนรัก  ส่วนอีกคนก็งานยุ่งจนแบ่งเวลาไม่ได้  ซึ่งทางออกที่จีซบตัดสินใจทำลงไป  มันก็คือทางออกที่ดีที่สุดแล้ว  และหวังว่าสักวันหนึ่ง...เด็กๆจะเข้าใจในสิ่งที่เขาทำลงไปทั้งหมด

 

                ค่อยๆเดินนะลูก  เดี๋ยวพ่อจะพาเข้าไปพักข้างใน

 

            “เซฮุนตื่นเต้นจังครับคุณพ่อ

 

            จีซบเดินประคองลูกชายไปที่ประตูรั้วเล็กๆที่ทำจากไม้แล้วเปิดออก  พร้อมก้าวขาไปตามทางช้าๆเพื่อให้คนที่อยู่ในอ้อมแขนได้เห็นบรรยากาศภายนอกก่อนที่จะพาเข้าไปพักในตัวบ้าน  และต้นไม้ใหญ่สีเขียวที่รายล้อมหมู่บ้านแห่งนี้ก็สามารถทำให้เซฮุนรู้สึกสดชื่นจนลืมความเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้เป็นอย่างดี  แถมทางเข้าบ้านก็ยังเต็มไปด้วยความสวยงามของดอกไม้นานาชนิดที่กำลังเบ่งบานต้อนรับแสงแดดอ่อนๆในยามเช้า  และความเงียบสงบกับแรงลมที่กำลังพัดเอื่อยๆมันก็คงช่วยให้ความเศร้าในใจของคนที่จากมาจางลงไปได้บ้าง

 

 

                จากมาทั้งๆที่ยังรัก...มันค่อนข้างเจ็บปวด  แต่ถ้ายังอยู่เป็นตัวถ่วงความสำเร็จของคนที่ตัวเองรัก  เซฮุนขอยอมเจ็บอยู่กับความฝันที่คุณพ่อเป็นคนช่วยสร้างมาให้ตรงนี้ดีกว่า  ถามว่าอยากจากมาโดยที่ยังไม่ได้บอกลาไหม??  เซฮุนขอตอบเลยว่า...ไม่!!  แต่เมื่อมันเป็นความต้องการของคุณพ่อ  รวมถึงตัวเขาเองก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ผู้มีพระคุณได้ตัดสินใจ  เซฮุนจึงยอมจากมาโดยที่ไม่ได้ล่ำลาใครสักคน

 

 

                ทราบดีว่าการที่คุณพ่อตัดสินใจทำแบบนี้  ก็เพราะท่านเป็นห่วงและหวังดี   ซึ่งเซฮุนก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเลยสักเลยนิด  แต่ก็มีอยู่เรื่องหนึ่ง...ที่ยังรบกวนจิตใจของคนจากมาไม่หายนั่นก็คือ  เขากลัวว่าคนที่กำลังจะกลับมาจากต่างประเทศในวันพรุ่งนี้  จะไม่เข้าใจความหวังดีของคุณพ่อเหมือนอย่างที่เขาเข้าใจและอาจโวยวายจนเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลควบคุมไม่ได้เมื่อรู้ว่าคนป่วยไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว

 

            “พักก่อนไหมลูก  เดี๋ยวปวดขา

 

            “อีกแป๊บนึงได้ไหมครับ... เซฮุนยังเดินดูไม่ทั่วเลย  นะนะนะ

 

                ตอนนี้...คนเป็นลูกขอละทิ้งความกังวลต่างๆเอาไว้ข้างหลัง  เพราะเมื่อถูกคุณพ่อพาเดินเข้ามาถึงในบ้าน  ความแปลกใหม่ของสถานที่ที่เห็นอยู่ตรงหน้า  มันก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้นและดีใจจนไม่อยากคิดมากกับเรื่องอะไรอีกแล้ว  บ้านชั้นเดียวที่ถูกคนเป็นพ่อแบ่งสัดส่วนของห้องต่างๆเอาไว้เป็นอย่างดี  ทั้งห้องนอน  ห้องรับแขกรวมถึงห้องครัว  ทุกๆอย่างมันดูลงตัวไปหมด  แถมประตูหลังบ้านยังมีทางเชื่อมเพื่อให้เดินไปที่บ้านหลังเล็กๆอีกหลัง  ซึ่งมันมีไว้สำหรับเก็บอุปกรณ์ในการทำสวน 

 

แต่...การเดินที่ดูเชื่องช้าของลูกบุญธรรมในตอนนี้  มันไม่สามารถหลอกจีซบได้ด้วยรอยยิ้มที่แสนสดใส  เพราะการเดินทางไกลมาหลายชั่วโมงบวกกับการเดินชมบ้านหลังใหม่ได้สักพัก  มันกำลังทำให้เซฮุนหมดแรงและอาจเกิดอาการอักเสบตามมาได้ในภายหลัง

 

            “เซฮุนนนน...พ่อว่าลูกควรไปนอนพักก่อนดีกว่าไหม  เดี๋ยวปวดขาขึ้นมาจะอดเดินไปอีกหลายวัน

 

            “ก็ได้ครับคุณพ่อ  เซฮุนขอโทษนะครับที่ทำให้เป็นห่วงอีกแล้ว

 

            “เฮ้ออ...!!  มีลูกอยู่สองคนก็ดื้อเหมือนกันหมด

 

            “คุณพ่ออย่าโกรธเซฮุนนะครับ  เซฮุนจะไม่ดื้อแล้ว

 

            ถูกคนเป็นพ่ออุ้มมาส่งจนถึงเตียง  พร้อมกับยื่นยาต่างๆมากมายและน้ำมาให้ทานกันไว้ก่อนที่อาการปวดขามันจะกำเริบ  ยาที่ทำให้เซฮุนอยากจะอาเจียนแทบทุกครั้งที่เห็น  เนื่องจากจำนวนมันเยอะแถมเวลาทานก็รู้สึกขมจนติดลิ้นติดคอไปหมด  แต่จะไม่กินก็ไม่ได้เพราะถ้าอาการอักเสบมันเกิดรุนแรงจนทำให้เดินไม่ได้ขึ้นมาอีกครั้ง  มันก็คงรู้สึกแย่มากกว่าการที่ต้องฝืนทานเจ้าเม็ดสีหวานรสขมพวกนี้แน่นอน  และเรื่องที่สำคัญมากไปกว่าทุกอย่างก็คือ...เขาไม่อยากเป็นภาระของใครอีกแล้ว

 

                นอนพักนะลูก  เดี๋ยวพ่อไปขนของที่รถมาเก็บก่อน

 

            “ขอบคุณมากนะครับคุณพ่อ  เซฮุนทำให้พ่อลำบากอีกแล้วใช่ไหมครับ?”

 

            “เลิกคิดมาก...แล้วก็นอนซะ  ตื่นมาแล้วค่อยคุยกันใหม่  ตกลงไหมลูก

 

            “งั้นเซฮุนขอคุยอีกเรื่องเดียวได้ไหมครับ  เอ่ออ...คุณพ่อว่าแบคจะโกรธเซฮุนไหมครับ??”

 

            “เรื่องนี้ก็ไม่ต้องเป็นห่วง  เดี๋ยวพ่อจัดการเอง...นอนได้แล้ว  พ่อรู้ว่าเซฮุนกำลังปวดขา

 

            แค่เห็นสิ่งที่จีซบทำให้วันนี้...คนเป็นลูกบุญธรรมอย่างเซฮุนก็ยิ่งรู้สึกเกรงใจและรักพ่อคนนี้มากที่สุด  รักมากกว่าที่เคยรัก  เพราะถึงแม้ตัวเองจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ  แต่ท่านก็ยังดูแลเอาใจใส่พร้อมกับยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เขาได้อยู่ดีมีความสุขโดยไม่เคยแสดงท่าทีว่าเหนื่อยให้เห็นเลยสักครั้ง  และเมื่อพูดถึงคำว่า  “ลูกแท้ๆ”  เซฮุนก็อดที่จะนึกถึงแบคฮยอนไม่ได้  เนื่องจากการเดินทางย้ายมาอยู่ที่นี่มันไม่มีใครรู้เรื่องทั้งนั้นนอกจากตัวเขากับคุณพ่อ  ซึ่งมันก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง...ที่ทำให้เซฮุนรู้สึกผิดต่อเพื่อนรักที่คบกันมานาน  เพราะเราทั้งคู่ไม่เคยมีเรื่องปิดบังหรือมีความลับต่อกันมาก่อน

 

 

            เซฮุน...ไม่เคยคิดเลยว่าความฝันที่เฝ้ารอมานานหลายปี  จะทำให้ตัวเองต้องมารู้สึกผิดได้มากถึงขนาดนี้  การจากมาโดยที่ไม่มีการบอกล่วงหน้า  การจากมาทั้งๆที่ยังรักอยู่เต็มหัวใจหรือจะจากมาด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่  ใจจริงของเซฮุนก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้  เพราะแผนที่เคยคิดเอาไว้ก่อนหน้านั้นมันคือการพูดความจริงโดยไม่ปิดบัง  มันเป็นเรื่องที่เขาภูมิใจมากจนอยากจะป่าวประกาศให้ใครต่อใครได้รับรู้  การเก็บเงินก้อนโตเพื่อซื้อความฝันสักชิ้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายและเมื่อทำสำเร็จ  เซฮุนก็อยากจะบอกเรื่องนี้ให้จงอินทราบเป็นคนแรกด้วยซ้ำ

 

แต่พอถูกยิง...พร้อมกับมีปัญหาต่างๆมากมายเกิดขึ้นในช่วงระหว่างการพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล  แผนทุกอย่างที่เคยคิดเอาไว้ก่อนหน้านั้นก็พังไม่เป็นท่า  จนท้ายที่สุด...ความฝันที่เคยวาดไว้ว่าดีมันก็กลับกลายมาเป็นความจริงอันแสนเจ็บปวด

 

                ส่วนจีซบเมื่อเห็นว่าลูกชายหลับไปได้สักพัก  เขาก็เดินจัดนู้นจัดนี้อยู่ภายในบ้านไปอย่างเงียบๆ  และเหลือเพียงเสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวของเซฮุนเท่านั้นที่ยังไม่ได้จัดการ  คนเป็นพ่อมองไปรอบๆบ้านด้วยความรู้สึกยินดีกับความสำเร็จของลูกชายที่สามารถซื้อความฝันของตัวเองได้สักทีหลังจากที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเก็บเงินมาตั้งแต่ยังเด็ก  และถึงแม้ในวันข้างหน้า...บ้านหลังนี้มันจะทำให้เขากับลูกต้องอยู่ห่างกัน  แต่จีซบก็ยังรู้สึกภูมิใจในตัวของลูกบุญธรรมคนนี้เสมอ

 

ก๊อกๆ ๆ!!

แกร๊กก!!!

 

          สวัสดีครับคุณลุง...ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะครับ  พอดีผมเห็นรถจอดอยู่หน้าบ้าน  ผมก็เลยแวะเอาขนมมาให้คุณลุงครับ

 

            “ไม่เป็นไร  มินโฮ  ลุงไม่ได้ตกใจอะไรขนาดนั้น  แล้วไปเที่ยวไหนมา  ถึงได้ซื้อขนมมาฝากลุงเยอะแยะแบบนี้

 

            “ไม่ได้ซื้อมาหรอกครับคุณลุง  พอดีแฟนผมกำลังสอนเด็กๆในหมู่บ้านทำขนม  ผมก็เลยเอามาให้คุณลุงลองชิม

 

            “แล้ววันนี้ไม่ไปส่งผักในตลาดเหรอ  หรือว่ารอแฟนสอนเด็กๆให้เสร็จก่อน

 

            “อีกสองวันถึงจะเก็บผลผลิตได้ครับ  แล้วคราวนี้...คุณลุงจะมาอยู่ที่นี่กี่วันครับ  ผมจะได้บอกแฟนให้เข้ามาช่วยทำความสะอาด

 

                เสียงเคาะประตูหน้าบ้านเพียงแผ่วเบา...และถูกเปิดออกพร้อมเสียงทักทายของคนคุ้นเคยดังขึ้นก็ทำให้คนสูงอายุที่นั่งอยู่ภายในบ้านหลุดออกจากภวังค์ของความคิคมาก  แล้วเดินไปช่วยเด็กหนุ่มถือถาดไม้ใบใหญ่ที่มีขนมต่างๆวางอยู่มากมาย  และเดินกลับมานั่งคุยกันที่โซฟา

 

             ชเว  มินโฮ  เป็นหนุ่มเกาหลีที่มาแต่งงานกับหญิงสาวชาวญี่ปุ่น  และสนิทสนมกับซีจบมากจนสามารถเดินเข้านอกออกในบ้านหลังนี้ได้อย่างสบาย  และเพราะที่ดินผืนนี้...รวมถึงบ้านที่ซ่อมแซมใหม่หมดทั้งหลัง  มันก็เคยเป็นของภรรยามินโฮมาก่อน  แต่พอติดประกาศขายและถูกลูกบุญธรรมของจีซบซื้อเอาไว้  สองสามีภรรยาคู่นี้ก็คอยช่วยดูแลทุกอย่างให้  ไม่ว่าจะเป็นการทำรั้วให้ใหม่หรือแม้กระทั่งหาคนมาช่วยปรับปรุงบ้านจนกลายมาเป็นอย่างในปัจจุบัน

 

                วันนี้ลุงไม่ได้มาคนเดียว  ลุงพาลูกชายมาด้วย  แล้วลูกของลุงก็ย้ายมาอยู่ที่เลย  ส่วนลุงคงอยู่สัก 2-3 อาทิตย์  รอให้อะไรๆมันเข้าที่เข้าทางก่อน  แล้วค่อยกลับไปทำงาน  แต่ลุงก็คงไปๆมาๆเหมือนเดิมนั่นแหละ  ลุงเป็นห่วงลูก

 

            “ใช่น้องเซฮุนหรือเปล่าครับคุณลุง??”

 

            “ใช่ๆ...แต่ตอนนี้หลับอยู่ในห้อง  เดินทางมาหลายชั่วโมงก็เลยเพลีย

 

            “งั้นนน...ผมไม่รบกวนคุณลุงดีกว่า  แต่ตอนเที่ยงผมขอเชิญคุณลุงกับน้องเซฮุนไปทานอาหารที่บ้านผมนะครับ  แฟนผมต้องดีใจมากแน่ๆ  ถ้ารู้ว้าเจ้าของบ้านตัวจริงมาแล้ว

 

            “ขอบใจมากนะมินโฮ  เดี๋ยวลุงกับลูกชายจะตามไปนะ

 

                มินโฮ...ทราบเรื่องส่วนตัวของเซฮุนอยู่พอสมควร  เพราะมีการติดต่อซื้อขายที่ดินและบ้านหลังนี้มานานหลายเดือน  แต่พอถึงวันที่จะทำการซื้อขาย  เซฮุนก็ขาดการติดต่อไปร่วมสามอาทิตย์จนมินโฮก็คิดว่าลูกชายของคุณลุงคงไม่ต้องการที่ดินของเขาอีกแล้ว  แต่หลังจากที่ทราบความจริงทั้งหมด  เขากับภรรยาก็เข้าใจทุกอย่างและตั้งใจเก็บที่ดินผืนนี้ไว้ให้เซฮุนคนเดียวโดยที่ไม่คิดจะขายให้ใครทั้งนั้น  เพราะความฝันของเด็กผู้ชายที่ชอบดอกไม้เป็นชีวิตจิตใจ  มันทำให้รู้สึกว่าที่ดินของพวกเขาคงดูสดชื่นและสวยงามมากกว่าจะปล่อยให้มันกลายเป็นรีสอร์ทที่มีแต่รถทัวร์ของนักท่องเที่ยววิ่งเข้าออกภายในหมู่บ้านจนหาความสงบสุขไม่ได้

 

            เมื่อมินโฮเดินออกจากบ้านไปได้สักพัก  คนเป็นพ่อก็ตกอยู่ในภวังค์ของความคิดมากอีกครั้ง  เพราะเมื่อนึกถึงวันที่ตัวเองต้องกลับไปทำงานโดยที่ไม่มีเซฮุนกลับไปด้วย  ความเป็นห่วงและความกังวลใจในเรื่องต่างๆมากมายก็วิ่งวนเข้ามาให้คิดจนปวดหัวไปหมด  ห่วงว่าลูกชายจะอยู่คนเดียวได้ไหม?  จะเหงาหรือเปล่า?  แล้วเรื่องของสุขภาพร่างกายที่ยังดูไม่ค่อยแข็งแรงนั่นอีก  ทุกๆเรื่องมันทำให้จีซบอดที่จะคิดมากไม่ได้จริงๆ

 

แต่ตอนนี้...สิ่งที่คนเป็นพ่อควรทำมากกว่าการมานั่งคิดถึงเรื่องในอนาคตก็คงเป็นการเล่าเรื่องในปัจจุบันให้ลูกตัวแสบฟังก่อนที่จะคิดมากไปอีกคน 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โรงแรม  เชจู

09.20น.

 

 

                เดี๋ยวตอนเที่ยงพี่จะมารับไปทานข้าวนะครับ  แล้วถ้ารู้สึกไม่สบายก็ให้รีบโทรมาบอกพี่ทันที  เข้าใจไหม??”

 

            “เข้าใจฮะ  ขอบคุณนะฮะพี่ชานยอล

 

           เดินทางมาทำงานเป็นวันแรก...หลังจากที่หยุดไปหลายวันเพราะร่างกายเพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บจากการถูกชายแปลกหน้าทำร้าย  คนตัวเล็ก...นั่งลงบนเก้าอี้หนังสีดำด้วยความระมัดระวังเนื่องจากยังรู้สึกปวดตึงที่แผลทางด้านหลัง  ส่วนอาการบาดเจ็บอื่นๆก็หายเป็นปกติแล้ว  รวมถึงสภาพจิตใจก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ  โกหกเลขาส่วนตัวของคุณพ่อเอาไว้ว่าไม่สบาย  แต่เมื่อเริ่มดีขึ้น...ก็รีบเดินทางมาทำงานทันที

 

 

                การเป็นลูกชายของจีซบ...มันไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ  เพราะท่านเป็นคนทำงานเก่ง  มีความอ่อนน้อมและไม่ว่าใครจะอายุมากกว่าหรือน้อยกว่า  ท่านก็ให้ความเคารพรวมถึงให้เกียรติทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน  และในช่วงที่ท่านเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ  คนตัวเล็กจึงพยายามทำหน้าที่ทุกอย่างแทนคุณพ่ออย่างสุดความสามารถ  ถึงแม้จะดีไม่เท่า  แต่ก็ใช่ว่าจะทำตัวเป็นเด็กเหมือนอย่างที่เคยถูกท่านบ่นอยู่เป็นประจำ

 

รู้ดี...ว่าการโกหกเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ  แต่ถ้าให้พูดความจริงว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับตัวเองมันคงทำให้คุณพ่อเป็นห่วงอยู่ไม่ใช่น้อย

 

Rrrrrrr!!!

Rrrrrrr!!!

 

                 เสียงของโทรศัพท์เครื่องใหม่...ที่วิศวกรหนุ่มเพิ่งซื้อให้ดังขึ้น  ในขณะที่แบคฮยอนกำลังยุ่งอยู่กับการจัดเก็บเอกสารกองโตที่ตั้งอยู่ตรงหน้า  มือบางจึงรีบกดรับทันทีโดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่าปลายสายโทรมาจากที่ใด  แต่พอได้ยินเสียงทุ้มของผู้เป็นพ่อเอ่ยทัก...เจ้าของเครื่องก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ  เพราะอยากรู้ว่าคนป่วยเป็นอย่างไรบ้าง  และก่อนหน้านั้นเขาก็คิดว่าจะเดินทางไปหาเซฮุนที่โรงพยาบาล  แต่ก็ถูกจีซบห้ามเอาไว้  ถึงแม้จะรู้สึกเสียดายที่อดไปหาเพื่อนรัก...แต่ก็ยังมีความสบายใจเรื่องที่คุณพ่อเดินทางกลับมาอยู่เกาหลีสักทีหลังจากที่ไปทำงานต่างประเทศบ่อยมากจนลูกชายคนนี้เริ่มเป็นกังวล

 

                (ไง...เจ้าลูกตัวแสบ  ทำอะไรอยู่ หื้ม?)

 

            “ทำงานอยู่ฮะ  แล้วเซฮุนเป็นยังไงบ้างฮะพ่อ?”

 

            (สบายดี...แล้วพ่อก็มีเรื่องสำคัญอยากจะคุยกับแบคด้วยนะลูก)

 

            “พ่อเป็นอะไรหรือเปล่าฮะ  ทำไมทำเสียงเครียดๆ

 

            เสียงทุ้มที่ฟังดูนิ่งเรียบจากปลายสาย...ทำให้คนเป็นลูกรับรู้ได้ทันทีว่าคุณพ่อกำลังมีเรื่องกลุ้มใจบางอย่างอยากจะเอ่ย  และถ้าเลือกได้...แบคฮยอนก็ขอให้เรื่องที่เคยคิดไว้มันไม่เป็นจริง  เพราะการมีแม่ใหม่ในตอนที่สภาพจิตใจของตัวเองยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร  เขาคงยอมรับความจริงข้อนี้ไม่ไหวและต่อให้ผู้หญิงคนนั้นจะดูแลคุณพ่อได้ดีเหมือนอย่างที่แม่ของเขาเคยทำ  แต่...เมื่อขึ้นชื่อได้ว่าเป็นแม่ใหม่  หัวใจของลูกคนนี้มันก็เริ่มต่อต้านตั้งแต่ยังไม่รู้ความจริง

 

                (พ่อไม่เป็นไร...แบคตั้งใจฟังพ่อให้ดีนะ)

 

            “เรื่องอะไรเหรอฮะ  ตะ..แต่แบคขอได้ไหม??!!  ว่าแบคไม่เอาแม่ใหม่!!”

 

            (หื้ม??  แม่ใหม่ที่ไหนกันลูก?  พ่อจะคุยเรื่องของเซฮุนต่างหาก)

 

            “อ้าววว!!  ก็แบคคิดวะ...ว่าา

 

            (แบคคคค...ฟังพ่อก่อนลูก  แล้วอย่าเพิ่งคิดไปเอง)

 

            “ฮะ  แบคขอโทษ  พ่อเล่ามาเลยฮะ  แบคจะตั้งใจฟัง

 

            ถูกจีซบเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง...แบคฮยอนจึงหยุดความคิดบ้าๆบอๆของตัวเองแล้วเริ่มฟังในสิ่งที่คุณพ่ออยากจะบอกด้วยความตั้งใจ  และเมื่อรู้ว่าเรื่องทั้งหมดมันคืออะไรหรือคุณพ่อกำลังอยู่ที่ไหน  คนเป็นลูกก็เข้าใจได้ทันทีว่าการที่จีซบต้องเดินทางไปญี่ปุ่นบ่อยๆในช่วง   2-3 เดือนที่ผ่านมาก็เป็นเพราะกำลังช่วยเพื่อนรักของตัวเองทำตามความฝัน  และที่ดินผืนหนึ่งในญี่ปุ่นที่เซฮุนเคยบอกว่าอยากได้มาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยด้วยกัน  มันก็คือคำตอบของทุกความสงสัยที่ติดอยู่ในใจของลูกคนนี้มานาน

 

 

            แบคฮยอนไม่เคยคิดว่าคุณพ่อจะทุ่มเททำเรื่องสำคัญแบบนี้ให้เพื่อนรักของเขา  เพื่อนรักที่คบกันมาตั้งแต่เรียนอยู่ปีหนึ่ง  แถมยังไม่เคยรบกวนเงินรวมถึงร้องขอให้คุณพ่อช่วยเหลืออะไรเลยสักอย่าง แต่พอได้มารู้ความจริงในวันนี้  เขาก็รู้สึกดีใจกับความสำเร็จของเซฮุน  แต่อีกใจก็ยอมรับว่าเป็นห่วงและอดคิดถึงเพื่อนรักไม่ได้  เพราะหลังจากที่เรียนจบ...ต่างคนต่างก็ทำงานกันคนละที่  การไม่ได้เจอกันเหมือนสมัยเรียนมันก็ทำให้คิดถึงมากพออยู่แล้ว  และครั้งนี้...ความฝันของเพื่อนก็ทำให้ความห่างไกลมันกลับเพิ่มความคิดถึงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

 

                (แบค...ไม่โกรธพ่อใช่ไหมลูก?)

 

                ไม่โกรธเลยฮะ  แบคเข้าใจ  แต่พ่อต้องดูแลตัวเองดีๆนะฮะ แล้วฝากบอกเซฮุนด้วยว่าแบคไม่โกรธ

 

            (ถ้าเซฮุนตื่นแล้วพ่อจะบอกให้นะลูก  หรือว่าแบคจะให้เซฮุนโทรกลับ??)

 

            “ให้เซฮุนพักผ่อนเถอะฮะ  พ่อก็พักผ่อนเยอะๆด้วยนะ  แบคเป็นห่วง

 

            (พ่อสัญญา...ว่าถ้าทุกอย่างเรียบร้อยเมื่อไหร่  พ่อจะรีบกลับไปหาแบค)

 

            “พ่อไม่ต้องเป็นห่วงแบคนะฮะ  พี่ชานยอลดูแลแบคดีมากๆ  พ่อสบายใจได้เลย

 

            (พ่อรักแบคนะลูก  แล้วพ่อจะโทรหาบ่อยๆนะ)

 

            “แบคก็รักพ่อนะฮะ  จุ้บๆ

 

            เมื่อวางสายจากผู้เป็นพ่อ  แผ่นหลังในเสื้อเชิ้ตสีเข้มก็พิงลงบนเก้าอี้หนังเหมือนคนหมดแรง  เพราะถึงแม้เรื่องที่รับรู้มามันจะทำให้รู้สึกดีใจ  แต่ความจริงของเรื่องนี้...มันจะทำให้คนที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศนานถึงสามวันรู้สึกอย่างไรบ้างเมื่อรู้ว่าคนรักของตัวเองได้จากไปแล้ว  คนอารมณ์ร้อนและเอาแต่ใจอย่างเจ้าของโรงแรมจะสามารถยอมรับความจริงกับสิ่งที่พ่อของเขาเป็นคนตัดสินใจได้หรือไม่??

 

 

                ใช่ว่าแบคฮยอนอยากจะคิดแทนคนอื่น  แต่นิสัยที่ว่ามาทั้งหมด  ตัวเขาก็เคยเห็นกับตามาแล้วหลายครั้ง  ส่วนความรู้สึกของเพื่อนรัก  เขาก็คิดว่าคนที่อยู่ตัวคนเดียวมาตั้งแต่เด็กๆอย่างเซฮุนก็คงจะรับมือกับความเหงาไม่ได้ยาก  รวมถึง...เมื่อมีความฝันให้ต้องสานต่อ  ความเศร้า  ความกังวลใจหรือความคิดถึงคนที่อยู่ห่างไกลมันก็คงเบาบางลงไปได้บ้างในสักวัน  แล้วเพื่อนของเขาก็จะกลับมาเข้มแข็งได้เหมือนเดิม

 

 

            แบคฮยอนทราบดี...ว่าสิ่งที่พ่อของตัวเองตัดสินใจทำลงไปอาจดูใจร้ายสำหรับใครบางคน  แต่สำหรับคนเป็นลูกอย่างเขากลับมองว่ามันคือความหวังดี  และพ่อก็ไม่ได้อยากทำให้ลูกคนไหนต้องเสียใจ  เพราะการถูกพรากจากคนที่ตัวเองรักมันช่างแสนเจ็บปวด  และการถูกพราก...ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตาย  ทุกๆความเจ็บปวดล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่พ่อของเขาเคยเจอมาแล้วทั้งนั้น  แต่...ที่ต้องแยกเซฮุนกับจงอินออกจากกันในครั้งนี้  ก็เพื่อให้แต่ละคนได้มีเวลาจัดการกับเรื่องยุ่งๆที่คนทั้งคู่ไม่สามารถจัดการกันเองได้  และพอปัญหาต่างๆลงตัวเมื่อไหร่  ใครจะใช้ชีวิตอยู่ที่ไหน  ใครจะทำอะไรก็ให้เซฮุนกับจงอินเป็นคนตัดสินใจกันเอง

 

แล้วถ้าถึงตอนนั้น...พ่อของเขาก็จะไม่เข้าไปขัดขวางอีกเลย

 

            “เฮ้ออออออ!!

 

            เสียงถอนหายใจยาว...ของคนที่กำลังกลุ้มใจอยู่กับปัญหาของคนอื่น  ดังขึ้นในขณะที่ใครอีกคนอีกคนกำลังเดินเข้ามาพอดี  แต่เจ้าของเสียงถอนหายใจที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ก็มัวแต่คิดนั่นคิดนี่จนไม่ได้สนใจเสียงของประตูห้องที่ถูกเปิดออกหรืออยากรู้ว่าใครเดินเข้าด้านใน  งานค่อนข้างยุ่ง  เพราะหยุดไปหลายวัน  แถมมานั่งทำงานได้ไม่ถึงห้านาทีก็มีเรื่องของคนสำคัญมาให้คิดเต็มหัวไปหมด  ตาเรียวเล็กมองเอกสารกองโตที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางเหม่อลอย  มือข้างหนึ่งก็ยังคงจับปากกาค้างไว้อยู่อย่างนั้น  และอาการที่แสดงออกมาทั้งหมดมันก็ทำให้คนที่ยืนมองพฤติกรรมแบบนั้นอยู่นานเริ่มรู้สึกกังวล

 

 

            ขายาวในกางเกงยีนส์สีเข้มเดินก้าวฉับๆเข้าไปหาเจ้าของห้องอย่างร้อนใจ  เพราะคิดว่าคนตัวเล็กอาการไม่ดีขึ้นแม้จะหยุดไปหลายวันแล้วก็ตาม  มือหนาลูบไปบนผมสีอ่อนอย่างทะนุถนอมและเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนก่อนก้มตัวลงหอมแก้มนุ่มด้วยความเป็นห่วง 

 

            “น้องแบคเป็นอะไรหรือเปล่าครับ  พี่เห็นนั่งเหม่ออยู่นานแล้ว

 

            “พี่ชานยอลลลล...คุณพ่อพาเซฮุนไปอยู่ญี่ปุ่นแล้วฮะ  น้องแบคอยากไปหาเซฮุน

 

            “เดี๋ยวๆน้องแบค  คุณอาจะพาเซฮุนไปญี่ปุ่นได้ยังไง  เมื่อวันก่อนยังอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่เลย

 

            “จริงๆนะฮะ  คุณพ่อเพิ่งโทรมาบอกน้องแบคเมื่อกี๊นี้เอง

 

                วิศวกรหนุ่มแทบไม่เชื่อหูตัวเอง...เพราะก่อนที่จีซบจะเดินทางมาหาเซฮุนที่โรงพยาบาล  ท่านก็อยู่ต่างประเทศ  แล้วก็รีบกลับมาที่โซลเพื่อเฝ้าคนป่วยแทนเจ้าของโรงแรม  แต่ทำไมวันนี้...ท่านถึงไปญี่ปุ่นแถมยังพาเซฮุนกลับไปด้วย??  จงอินทราบเรื่องนี้หรือยังมันเกิดอะไรขึ้นคุณอาทำแบบนี้ทำไม??  คำถามต่างๆมากมายเกิดขึ้นวิ่งวนอยู่ในหัวชานยอลเต็มไปหมด  และสิ่งที่ทำให้เขากังวลใจรองลงมาจากอาการบาดเจ็บของคนตัวเล็กก็คือ...กลัวเจ้าของโรงแรมจะรับความจริงที่เกิดขึ้นไม่ได้แล้วอาละวาดจนใครต่อใครก็ห้ามไม่อยู่!!

 

                แล้วเซฮุนจะกลับมาเมื่อไหร่ครับ  คุณพ่อได้บอกน้องแบคหรือเปล่า?”

 

            “ไม่กลับมาแล้วฮะ  เซฮุนย้ายไปอยู่ที่นั่นแล้ว

 

            “เฮ้ยยย!!!...ทำไมทำแบบนั้นล่ะ  แล้วจงอินรู้เรื่องนี้หรือยัง?”

 

            “พี่จงอินยังไม่รู้หรอกฮะ  แต่คุณพ่อบอกว่าจะจัดการเรื่องนี้เอง  แล้วที่เซฮุนต้องไปอยู่ที่นั่นก็เพราะว่ามันคือความฝัน  เซฮุนอยากมีสวนดอกไม้  อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง  เรื่องนี้น้องแบครู้มานานแล้วฮะ  แต่ก็ไม่คิดว่าจะไปไม่บอกกันแบบนี้

 

            “พี่เข้าใจว่าน้องแบคคิดถึงเซฮุนนะครับ  แต่ตอนนี้พี่ไม่อยากให้น้องแบคคิดมากเพราะร่างกายยังไม่แข็งแรง  ถ้าเกิดคุณอารู้ว่าพี่ดูแลน้องแบคไม่ดี  แล้ววว...โดนจับแยกเหมือนจงอินทำไงล่ะ??!”

 

            “ไม่เอานะฮะ...ถ้าคุณพ่อทำแบบนั้น  น้องแบคต้องตายแน่ๆ”  

 

            คิดว่าการที่คนตัวเล็กนั่งเหม่อเพราะยังทำใจไม่ได้กับเรื่องร้ายๆที่เพิ่งผ่นพ้นมาได้ไม่นาน  แต่กลับกลายเป็นว่า...มีเรื่องของคนใกล้ตัวให้ต้องคิดเพิ่มมาอีกหนึ่งเรื่อง  และถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องตัวเอง  แต่ก็ทำให้ชานยอลเหนื่อยใจไม่ใช่น้อย  เนื่องจากเป็นห่วงคนในอ้อมกอดที่อาจคิดว่าคนในครอบครัวไม่ใครอยู่ด้วยสักคน  คุณอาจีซบคงกลับมาในไม่ช้า  แต่คนที่จะไม่กลับมาอีกแล้วหรืออาจกลับมาบางในบางครั้งก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...เซฮุน

 

            “แล้ววันนี้งานเยอะหรือเปล่าครับน้องแบค  ให้พี่ช่วยอะไรไหม??  บอกพี่มาได้เลยนะครับ

 

            “ก็เยอะฮะ...แล้วทำไมพี่ชานยอลยังไม่ไปทำงานอีก

 

            “พี่เป็นห่วงก็เลยแวะมาดู  แล้วงานของพี่ก็ไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่  บ่ายๆคงเสร็จ

 

            “ถ้าพี่ชานยอลว่าง  งั้นนน...คืนนี้พาน้องแบคไปเที่ยวที่ผับหน่อยได้ไหมฮะ  น้องแบคอยากไปฟังเพลง  แล้วก็อยากเจอพี่ชางมินด้วยฮะ  น้องแบคจะได้เอาเสื้อไปคืน...พี่ชานยอลโทรนัดพี่ชางมินให้หน่อยนะฮะ?!!”

 

            “เดี๋ยวพี่เอาไปคืนให้ทีหลังก็ได้ครับ  น้องแบคไม่กลัวแล้วเหรอ  หื้มม?”

 

            “ถ้าไม่ลอง...ก็ไม่รู้หรอกฮะ  แล้วคืนนี้ก็มีพี่ชานยอลไปด้วย  น้องแบคไม่กลัวหรอกฮะ

 

            “โอเคๆ...ถ้าน้องแบคอยากไปเดี๋ยวพี่โทรนัดชางมินให้นะครับ

 

            “ขอบคุณนะฮะพี่ชานยอล

 

            ไม่ได้อยากตามใจและไม่ต้องการให้คนตัวเล็กไปเที่ยวในที่แบบนั้น  เนื่องจากร่างกายเพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บ  แถมสถานบันเทิง...ยังเป็นความทรงจำอันเลวร้ายสำหรับสภาพจิตใจที่ยังไม่สมบูรณ์ดี  แต่ที่ต้องยอม...ก็เป็นเพราะเข้าใจความรู้สึกของคนที่อยากจะเอาชนะความกลัว  หรือไม่ก็คงอยากออกไปเปลี่ยนบรรยากาศหลังจากที่หมกตัวอยู่แต่ในห้องมาหลายวัน  วิศวกรหนุ่ม...คล้ายแรงกอดก่อนปล่อยให้คนตัวเล็กทำงานต่อ  แล้วรีบจัดการโทรนัดเพื่อนในแก๊งค์ให้ออกมาสังสรรค์ด้วยกันในค่ำคืนนี้

 

 

            ส่วนคนต้นคิด...ก็ใช่ว่าอยากไปเที่ยวในที่ที่สร้างความเจ็บปวด  แต่ที่ต้องทำแบบนั้นก็เพราะอยากเจอความทรงจำใหม่ๆ  ซึ่งอาจทดแทนหรือช่วยลบความรู้สึกหวาดกลัวออกไปจากใจได้บ้าง  รวมถึงอยากขอบคุณชางมินด้วยตัวเอง  เนื่องจากเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด  ถ้าไม่ได้เพื่อนของชานยอลช่วยเอาไว้  ป่านนี้เขาอาจไม่ได้กลับมานั่งทำงานอยู่ที่นี่หรืออาจไม่เหลือความเป็นคนอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้  และถึงแม้ความจริง....คนที่ช่วยเขาไว้ในตอนแรกจะไม่ใช่คนที่เขาเรียกหาเมื่อตอนถูกทำร้าย  แต่หลังจากเกิดเหตุ  คนที่คอยอยู่เคียงข้าง และดูแลเขามาเป็นอย่างดีก็คือ...ผู้ชายที่ชื่อปาร์คชานยอลคนเดียวเท่านั้น

 

ผู้ชายคนเดิม...ที่ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ยังคงอยู่ด้วยกันเสมอไม่เคยทิ้งไปไหน  แถมยังช่วยรักษาทุกบาดแผลให้หายดีเหมือนกับว่าเรื่องร้ายๆมันไม่เคยเกิดขึ้น 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Rose  of  Sharon  Pub  เชจู

21.15 น.

 

 

                สถานบันเทิงแห่งเดิม...และห้องวีไอพีห้องเดิม  ถูกวิศวกรหนุ่มจองไว้พร้อมกับสั่งเครื่องดื่มเมื่อเพื่อนๆในแก๊งค์เดินทางมาถึง  ส่วนคนที่ยังไม่มาก็คือเจ้าของเสื้อยีนส์ที่คนตัวเล็กอยากเอามาคืนด้วยตัวเอง   และสาเหตุที่มาช้ากว่าใครก็คงเป็นเรื่องงานหรือไม่ก็อาจโดนคุณพ่อที่พ่วงตำแหน่งประทานบริษัทรั้งตัวไว้เพราะยังประชุมไม่เสร็จ  ผู้คนในผับมีจำนวนมากเหมือนเช่นทุกวัน และบรรยากาศก็ยังคงครึกครื้นไปด้วยเสียงเพลงที่เปิดดังจนแทบคุยกันไม่รู้เรื่อง  แต่สำหรับห้องวีไอพี...ทุกอย่างคือความเป็นส่วนตัวที่ไม่มีแม้แต่เสียงหรือบุคคลอื่นเข้ามารบกวน

 

แกร๊กก!!

 

                หวงขนาดนั้น...ไม่เอาโซ่มาล่ามน้องไว้เลยวะ!!!”  เสียงของคนมาสายที่สุด  เอ่ยทักวิศวกรหนุ่มที่เอาแต่กอดเอวของแฟนตัวเล็กไว้ไม่ยอมไม่ปล่อยจนมันดูน่าหมั่นไส้ในสายตาของเพื่อนๆในกลุ่ม

 

            “มาถึงก็ปากดีเลยนะมึง  งั้น...คืนนี้มึงเลี้ยงเลย!!!”  ยกแก้วเหล้าดื่มจนหมด  แล้วหันไปต่อว่าคนมาสายทันที  พร้อมกับมัดมือชกให้เพื่อนเป็นคนจ่ายค่าสังสรรค์คืนนี้ทั้งหมด  โทษฐานมาสายแล้วยังพูดจาไม่เข้าหู

 

                   สวัสดีครับน้องแบค  คนน่ารักของพี่ชางมิน”  ไม่ฟังเสียงบ่นของเพื่อนยังไม่พอ  ชางมินยังใช้มือหยิกแก้มนิ่มของคนตัวเล็กอย่างหยอกล้อโดยไม่สนสายตาคาดโทษของชานยอลเลยสักนิด

 

            “ไอ้สัด...ชางมิน!!!  เมียกู!!”  ได้แต่เอ่ยปากปราม  เพราะคว้ามือของเพื่อนที่แอบหยิกแก้มนิ่มของแบคฮยอนเอาไว้ไม่ทัน  เนื่องจากชางมินไวกว่าแล้วยังรีบเดินไปนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้าม  แถมยักคิ้วเหมือนอยากยั่วโมโหให้คนขี้หวงขาดใจตายไปตรงหน้า

 

                ส่วนคนโดนหยิกแก้ม...ก็ไม่ได้ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง  เพราะปกติเขาก็มักจะถูกเพื่อนของวิศวกรหนุ่มหยอกล้อแบบนี้อยู่เป็นประจำ  แบคฮยอนรู้ดีว่าเพื่อนๆของชานยอลเป็นคนขี้เล่นและเอ็นดูเขาเป็นพิเศษ  ถึงแม้จะเป็นผู้ชายด้วยกัน  แต่ทุกคนก็รักรวมถึงดูแลเขาเหมือนเป็นน้องคนหนึ่ง    

 

            “เอ่ออ...พี่ชางมินฮะ  น้องแบคขอคุยกับพี่บะ...แบบส่วนตัวหน่อยได้ไหมฮะ”  เป็นคนนัดเวลา  นัดสถานที่  แล้วรอคนที่อยากเจอมาเกือบชั่วโมง  และเมื่อทุกอย่างพร้อม  แบคฮยอนจึงอยากเคลียร์ความรู้สึก  อยากขอบคุณ  อยากทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีความมั่นใจมากขึ้น  พร้อมกับส่งสายตาเป็นเชิงขออนุญาตคนข้างกายที่วันนี้ไม่ยอมปล่อยให้เขาอยู่ห่างเลยสักนาทีเดียว

 

                ได้สิครับน้องแบคของพี่ชางมิน  งั้น...เราไปคุยกันที่ห้องด้านหลังดีกว่าเนอะ  มันเงียบดี”  รู้ว่าเพื่อนหวงคนตัวเล็กยิ่งกว่าแม่หมาที่เพิ่งคลอดลูก  แต่ยิ่งหวงก็ยิ่งอยากแกล้ง  เพราะเมื่อแบคฮยอนขอความเป็นส่วนตัว  ชางมินก็รีบลุกออกจากโซฟาแล้วเดินนำไปทันที

 

            มือบางปิดประตูห้อง...แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเพื่อนของชานยอล  และที่ต้องเอ่ยปากขอให้เข้ามาคุยกันในห้องก็เพราะอยากถามความจริงบางอย่างให้ละเอียดมากกว่านี้  เรื่องวันนั้น...มันเกิดอะไรขึ้นใครเป็นคนทำหรือมีอะไรที่เขายังไม่รู้อีกหรือไม่??  ทุกๆอย่างที่สงสัยมันคือสิ่งที่วิศวกรหนุ่มไม่เคยพูดและบอกให้ฟังอีกเลย  ต่อให้ถามอีกกี่ครั้ง  เขาก็ไม่เคยได้รับคำตอบ

 

            เอ่ออ...น้องแบคขอบคุณพี่ชางมินมากๆเลยนะฮะ”  กล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจ  พร้อมยื่นถุงกระดาษที่มีเสื้อยีนส์อยู่ในนั้นส่งคืนให้กับเจ้าของ  เสื้อยีนส์ที่ชางมินถอดออกเพื่อใช้คลุมร่างเปลือยเปล่าของแบคฮยอนเอาไว้ตอนที่ถูกทำร้าย  ซึ่งเจ้าตัว...ก็พอจะนึกออกว่าวันนั้น  เสื้อเชิ้ตของเขามันไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะปกปิดอะไรได้

 

            “น้องแบครู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหม??...แล้วตอนนี้เป็นยังบ้าง  หายกลัวหรือยัง?”  รับถุงกระดาษแล้วเปิดออกดูทันทีพร้อมกับยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าของที่อยู่ในถุงคืออะไร  เพราะเขาก็เกือบลืมไปแล้วว่าเคยมีเสื้อแบบนี้ 

 

            “หายกลัวแล้วฮะ  แต่ก็มีระแวงบ้าง”  ยอมรับว่าสภาพร่างกายเริ่มหายดี  แต่สภาพจิตใจมันยังไม่เต็มร้อย  เพราะเวลานอนหลับเขามักจะสะดุ้งตื่นกลางดึกอยู่บ่อยครั้ง  หรือไม่ก็นอนละเมอดิ้นไปดิ้นมาเหมือนหนีอะไรสักอย่างจนทำให้คนที่นอนอยู่ข้างกายอย่างชานยอลพลอยตื่นไปด้วย

 

            “น้องแบคต้องออกไปเปลี่ยนบรรยากาศบ้างนะครับ  ไปทะเล  ไปเดินห้าง  ไปไหนก็ได้ที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น  ตอนเกิดเรื่อง...ไอ้ชานยอลมันเกือบเป็นบ้า  มันเป็นห่วงเรามากเลยนะ  แล้วมันก็กลัวว่าตัวเองจะดูแลน้องแบคไม่ดี”  ถึงจะรู้จักกันได้ไม่นาน  แต่ชางมินก็อ่านสายตาของเด็กตรงหน้าออกว่ากำลังรู้สึกอะไร  เพราะถึงปากจะบอกว่าไม่กลัวและมีความระแวงเล็กน้อย  แต่กิริยาท่าทางที่แสดงออกมาตอนนี้มันช่างแตกต่างจากคำพูดโดยสิ้นเชิง

 

            พูดไปหลบตาไป  ถอนหายใจบ่อยโดยไม่รู้ตัว  เหงื่อออกเต็มใบหน้านวล  ทั้งๆที่ในห้องก็เปิดเครื่องปรับอากาศ  ซึ่งอาการทุกอย่าง...มันดูผิดปกติไปจากที่เคยเห็น  และน้องแบคที่เขาเคยรู้จักก็พูดเก่งกว่านี้  ยิ้มหวานกว่านี้  ยิ้มหวานจนเพื่อนๆในแก๊งค์ต่างก็ใจละลายกันไปหมด

 

            “แบคก็กำลังพยายามลืมอยู่นะฮะพี่ชางมิน  แต่พอนึกถึงวันนั้นทีไร  มันก็กลัวทุกที  น้องแบคกลัวว่าผู้ชายคนนั้นจะกลับมาทำร้ายน้องแบคอีก  น้องแบคก็เลยไม่กล้าออกไปไหน  แล้วก็...ไม่อยากรบกวนพี่ชานยอลด้วยฮะ”  เข้าใจการทำงานของแฟนตัวเองดี  เพราะการเป็นวิศวกรมันไม่ได้ทำงานนั่งโต๊ะอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เหมือนกับเขาหรือคนอื่นๆ  บางวันต้องเดินทางไปโซลบ้าง  ปูซานบ้างเพื่อดูงานในส่วนที่ต้องรับผิดชอบ  และด้วยเหตุผลข้อนี้  แบคฮยอนจึงไม่อยากออกไปไหนเพราะกลัวว่าตัวเองจะไปเจอกับเรื่องแย่ๆแบบเดิมอีกเป็นครั้งที่สอง  รวมถึงไม่อยากรบกวนเวลางานของคนรัก

 

            “น้องแบคไม่ต้องกลัวนะครับ...ผู้ชายคนนั้นไม่มีทางกลับมาทำร้ายน้องแบคได้อีกแล้ว  พี่รับรอง”  ใช้น้ำเสียงที่หนักแน่นพูดให้เด็กขี้ระแวงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีเรื่องร้ายๆแบบนั้นเกิดขึ้นอีก  และทราบดีว่าเป็นเพราะอะไร

 

            “พี่ชางมินรู้ได้ยังไงฮะว่าเขาจะไม่กลับมาทำร้ายน้องแบคอีก?  ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่  พี่ชางมินบอกน้องแบคมาเถอะฮะ”  ความมั่นใจของชางมินทำให้คนตัวเล็กเกิดความสงสัย  เพราะก่อนหน้านั้นชานยอลก็เคยพูดอะไรทำนองนี้ให้ฟังอยู่บ่อยครั้ง  แต่เขาก็คิดมาตลอดว่ามันคือคำปลอบใจ

 

            “ถ้าพี่บอกความจริง...น้องแบคต้องสัญญากับพี่ก่อนว่าห้ามโกรธ  แล้วก็ห้ามไปถามไอ้ชานยอลมันเด็ดขาด  มันทำไปเพราะรัก  แล้วก็หวงน้องแบคมากๆ  ถ้าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นกับคนที่พี่รักบ้าง  พี่ก็จะทำ”  ชางมินรู้ดีว่าเพื่อนของตัวเองคงไม่กล้าเล่าความจริงทั้งหมดให้แฟนฟังแน่นอน  เพราะเกรงว่าคนตัวเล็กจะคิดมากไปกว่าเดิม  แต่...ในทางตรงกันข้าม  ชางมินกลับคิดว่าถ้าไม่พูดความจริงออกไปแล้วเมื่อไหร่  ความกลัว  ความหวาดระแวงหรือความเครียดต่างๆที่แบคฮยอนต้องแบกรับมันจะหายไปจากจิตใจเสียที

 

            “น้องแบคสัญญาฮะ  น้องแบคจะไม่โกรธแล้วก็จะไม่ถามอะไรทั้งนั้น  พี่ชางมินเล่าให้น้องแบคฟังหน่อยนะฮะ”  รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ  พร้อมกับตั้งใจฟังในสิ่งที่เพื่อนของชานยอลกำลังจะเล่า และมือทั้งสองข้างก็เริ่มบีบเข้าหากันแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว  เพราะน้ำเสียงที่ชางมินใช้สื่อสารมันช่างน่ากลัวพอๆกับเหตุการณ์ที่ได้ยินอยู่ในตอนนี้

 

            คนตัวเล็ก...ไม่อยากเชื่อว่าผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นจะตายด้วยมือของผู้ที่มีอาชีพเป็นวิศวกร  และไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างปาร์คชานยอลจะกล้าทำอะไรแบบนี้  ตั้งแต่คบกันมา  ความขี้แกล้ง  ความกวนประสาทและความอ่อนโยนจากนิสัยของคนรัก  มันทำให้เขาคิดมาตลอดว่าชานยอลเป็นคนใจดีและหึงหวงไปตามประสาคนที่เป็นแฟนกัน  แต่...พอได้ฟังสิ่งที่ชางมินพูดในวันนี้  ความคิดของแบคฮยอนก็เริ่มเปลี่ยนไป  แล้วก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีเพราะถึงแม้เรื่องที่ได้ฟังมันจะดูโหดร้ายหรือถูกปิดบังไว้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม  แต่มันก็เข้าใจได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่คนรักทำลงไปก็เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของเราทั้งคู่

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

                หลังจากที่ได้ทราบความจริงทั้งหมด...คนต้นเรื่องกับคนบอกเล่าเหตุการณ์ก็เดินออกมาจากห้อง  แต่แทนที่จะเดินออกมาดีๆ  ชางมินกลับคิดแผนเพื่อยั่วอารมณ์ของเพื่อนโดยการอุ้มคนตัวเล็กเอาไว้ในท่าเจ้าสาว  แล้วเดินตรงมาที่โซฟาทันที  แต่...ยังไม่ทันเดินมาถึงโซฟา  ขายาวสมส่วนของคนเจ้าแผนการก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นผู้หญิงที่เขาก็รู้จักดีว่าเป็นใครกำลังนั่งอยู่กับชานยอลแบบแนบชิด

 

 

            เจ้าของเดรสสั้นสีแดง...ที่กำลังนั่งจนเผยให้เห็นเรียวขาขาว  คอเสื้อคว้านลึกโชว์หน้าอกหน้าใจและใบหน้าสวยด้วยเครื่องสำอางค์ที่คลอเคลียอยู่ไม่ห่างจากซอกคอของวิศวกรหนุ่ม  มันกำลังทำให้ชางมินคิดแผนเพิ่มมาได้อีกหนึ่งอย่างและเริ่มดำเนินการตามแผนทันที  ปากหยักก้มกระซิบข้างหูของคนที่อยู่ในอ้อมแขนพร้อมกระชับแรงกอดให้แน่นขึ้น  ส่วนแบคฮยอนก็รีบยกมือทั้งสองข้างโอบรอบคอชางมินตามคำสั่งเช่นกัน

 

และ....

 

            ไอ้เหี้ยชางมิน!!!  มึงปล่อยเมียกู!!...น้องแบคเป็นอะไรหรือเปล่าครับ  เจ็บตรงไหน?  ไอ้ชางมินมันแกล้งอะไร  บอกพี่มาเดี๋ยวนี้!??”  ได้ผลเกินคาด  เพราะทันทีที่ชานยอลเห็นภาพบาดตา  เจ้าตัวก็รีบลุกขึ้นจากที่นั่งเหมือนถูกไฟลนก้น  แล้วจัดการดึงแบคฮยอนเอามาอุ้มไว้เสียเอง  ส่วนคนคิดแผนอย่างชางมิน...ก็ได้แต่ยักไหล่และนั่งทานเครื่องดื่มสีเข้มทำเหมือนกับว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

            “พี่ชานยอลอย่าหงุดหงิดนะฮะ  น้องแบคไม่ได้เป็นอะไร  พี่ชางมินแค่ล้อเล่น”  มือบางลูบลงบนอกกว้างภายใต้เสื้อฮูดตัวใหญ่  พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเพราะไม่อยากให้ชานยอลโมโหไปมากกว่านี้  และอาจทำให้เพื่อนๆทุกคนที่อยู่ในห้องวีไอพีหมดสนุก

 

            แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้...ทุกๆคนต่างก็กำลังหัวเราะอยู่กับท่าทางหึงหวงของชานยอลโดยไม่มีใครสนใจหญิงสาวที่ถือวิสาสะเดินเข้ามานั่งในห้องนี้เลยสักคน  แบคฮยอนไม่ได้รู้สึกโกรธหรือตกใจที่ต้องออกมาเห็นภาพของแฟนตัวเองกำลังนั่งคลอเคลียอยู่กับผู้หญิงคนอื่น  เพราะสิ่งที่ชานยอลทำเพื่อเขาอยู่ทุกวันมันสามารถทำให้มองข้ามความผิดเล็กๆน้อยๆตรงนี้ได้  และเขาก็มั่นใจว่าเรื่องระหว่างหญิงสาวคนนี้กับวิศวกรหนุ่มจอมเจ้าชู้ในอดีตมันไม่มีอะไรมากไปกว่าแค่คำว่า คนเคยรู้จัก

 

 

                แบคฮยอนจำได้ดี...ว่าผู้หญิงในชุดเดรสรัดรูปคนนี้ก็คือคนคนเดียวกันกับที่เคยเจอในห้างสรรพสินค้า  ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานมากแล้ว  ตอนนั้นเขาเพิ่งเริ่มคบกับชานยอลได้ไม่กี่วัน  และมันเกือบทำให้เราทั้งคู่ต้องเลิกรากัน  เพราะแบคฮยอนคิดว่าตัวเองอาจไปแย่งคนรักของคนอื่นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ  จนสุดท้าย...เมื่อมาทราบความจริงรวมถึงเริ่มเปิดใจคุยกันมากขึ้น  ทุกๆอย่างก็จบลงได้ด้วยความเข้าใจและไม่เคยเจอกับผู้หญิงคนนี้อีกเลยจนกระทั่งวันนี้

 

แต่...สิ่งที่ไม่เข้าใจก็คือ  ทำไมผู้หญิงที่ชื่อนานะถึงเข้ามานั่งอยู่ในห้องนี้?  มีใครโทรชวนมาหรือเปล่า?  หรือมันเป็นแค่เหตุบังเอิญ?

 

            “น้องแบคอยากกลับบ้านหรือยังครับ  หรือว่าอยากอยู่ต่อ  หื้มม?”  อุ้มแฟนตัวเล็กนั่งลงบนตัก  และกอดเอาไว้แน่นเหมือนกลัวว่าใครจะมาแย่งไปอีกครั้งจนเพื่อนๆต่างพากันเอ่ยปากล้อเลียน  และบางคน...ก็ยังแกล้งทำทีเหมือนจะมาดึงตัวแบคฮยอนออกมาจากตัก  แต่ก็ถูกมือใหญ่ๆของวิศวกรหนุ่มใช้น้ำแข็งที่อยู่ในถังปาใส่แบบยั้งมือ

 

            “ชานยอลคะ...ตกลงเด็กคนนี้เป็นอะไรกับชานยอลกันแน่คะ??!  นานะงงไปหมดแล้วค่ะ?”  ยังไม่ทันได้ตอบคำถาม...ว่าจะกลับหรือจะอยู่ต่อ  แบคฮยอนก็ถูกเสียงของหญิงสาวที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมเอ่ยแทรกขึ้นอย่างเสียมารยาท  แล้วก็ไม่มีใครสนใจเธอเลยแม้แต่น้อย

 

            “เป็น...เมีย!!!  ตอบคำถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด  และเน้นย้ำคำที่แสดงถึงสถานะของคนบนตักเป็นพิเศษ  แล้วรีบลุกออกจากโซฟาอุ้มคนตัวเล็กเดินหายเข้าไปในห้องทางด้านหลังทันที 

 

แกร๊กก!!

 

                เสียงปิดประตูพร้อมกับถูกล็อคโดยอัติโนมัติเมื่อพาแบคฮยอนเดินเข้ามาถึงในห้องและวางลงบนเตียงอย่างเบามือ  ห้องพักด้านหลังของโซนวีไอพีจะมีไว้ให้สำหรับลูกค้าที่จองไว้เท่านั้น  ซึ่งชานยอลกับเพื่อนๆก็มักจะมานอนรวมกันอยู่ที่นี่บ่อยๆถ้าดื่มมากจนขับรถกลับบ้านไม่ไหว  แต่สำหรับคืนนี้...เขาขอใช้ห้องเพื่อลงโทษคนที่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ผู้ชายคนอื่น  ทั้งจับแก้ม  ทั้งโอบไหล่และอุ้มไปต่อหน้าต่อตา!!

 

            วิศวกรหนุ่ม...เริ่มถอดเสื้อฮูดสีดำออกอย่างช้าๆพร้อมกับมองคนตัวเล็กที่นั่งกระพริบตาปริบๆอยู่บนเตียงเป็นเชิงสงสัย  แต่เมื่อเสื้อถูกถอดพาดไว้เสื้อบนเก้าอี้และมือหนาก็เริ่มปลดเข็มขัดออกจากเอว  แบคฮยอนก็รีบเบนสายตามองเพดาน  มองพื้น  มองทุกอย่างที่อยู่รอบๆห้องยกเว้นร่างสมส่วนเกือบเปลือยเปล่าที่ยืนอยู่ตรงหน้า

 

            “มองพี่ครับน้องแบค  แล้วก็อย่าให้พี่พูดซ้ำ!!”

 

            “พี่ชานยอลดุน้องแบคทำไมฮะ?”

 

            “น้องแบครู้ใช่ไหม...ว่าทำอะไรผิด  หื้มม?!”

 

            “ไม่รู้ฮะ น้องแบคทำอะไรผิดเหรอฮะ???”

 

            “ไปกอดไอ้ชางมินมันทำไม  ไปให้มันอุ้มทำไม!?

 

            “กะ..ก็พี่ชางมินสั่งให้ทำนิฮะ

 

            “งั้นตอนนี้...พี่ขอสั่งให้น้องแบคถอดเสื้อออกด้วยครับ  ถอดออกเดี๋ยวนี้

 

            “ถอดทำไมฮะ  แล้วพี่ชะ...ชานยอล  อื้มมมม

 

            รู้ดี...ว่าต้องเจอกับอะไร  แต่ก็พยายามยื้อเวลาไว้ให้ได้มากที่สุด  เพราะรู้สึกอายเพื่อนๆของชานยอลที่ยังคงสังสรรค์กันอยู่ข้างนอก  แต่...เหมือนเจ้าของรสสัมผัสอันแสนร้อนแรงจะรู้ทัน  เพราะริมฝีปากบางถูกกลืนหายไปทั้งๆที่ยังไม่ทันได้ปฏิเสธ  ลิ้นอุ่นชื้นทำหน้าที่ได้ดีจนแบคฮยอนเริ่มคล้อยตาม  และต่างคนต่างๆก็เติมเต็มความรู้สึกให้แก่กันด้วยความรัก  มือหนาปลดกระดุมเสื้อคนตัวเล็กออกอย่างเร่งรีบ  แล้วจูบซับผิวเนื้อขาวเนียนที่ไร้ร่องรอยของความเจ็บปวดในครั้งก่อน  และประทับความทรงจำครั้งใหม่ลงไปแทนที่

 

 

                อกบาง...แอ่นรับสัมผัสที่อยากถูกสร้างรอยเอาไว้  และอยากให้เป็นคนนี้คนเดียวเท่านั้น  สองมือกำแน่นอยู่บนผ้าสีสะอาดของเตียงกว้างเมื่อลิ้นร้อนลากผ่านผิวส่วนที่ต่ำกว่าท้องน้อยไล่ลงไปจนถึงส่วนอ่อนไหว  กางเกงชั้นใจถูกคนด้านบนถอนออกจนทั้งตัวเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตที่อีกไม่นานก็คงถูกถอดทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่งในห้องเหมือนกับกางเกงยีนส์ที่ถูกถอดไปก่อนหน้านั้น  ขาเรียว...ถูกมือใหญ่ที่แสนอบอุ่นยกขึ้นแล้วมอบความหวาบหวามให้จนกลั่นเสียงร้องเอาไว้ไม่ได้  จากความเขินอาย...เปลี่ยนเป็นการตอบสนอง  จากที่กลัวคนด้านนอกจะรับรู้...ก็เริ่มปล่อยทุกอย่างไปตามอารมณ์

 

            “อื้มมม!!  ซี้ดด!

 

            ถูกคนตัวใหญ่กว่าจับกายพลิกให้นอนคว่ำหน้าลงไปกับเตียง  แล้วบทลงโทษของการให้คนอื่นจับแก้มและโอบกอดก็ได้ถูกมอบสัมผัสที่ทำให้แบคฮยอนสะท้านไปทั้งร่างกาย  และวูบไหวจนต้องระบายความรู้สึกโดยการใช้ปากกัดหมอนใบโตที่วางอยู่ตรงหน้าเอาไว้

 

            “ห้ามไปกอดคนอื่น!!  ซี้ดด...เข้าใจไหมครับ?!!

 

            เพิ่งเข้าใจ...ความรู้สึกของเพื่อนผิวเข้มก็วันนี้ว่าความหึงหวง  การเก็บอารมณ์ไม่อยู่และหงุดหงิดเวลาที่เห็นแฟนของตัวเองยิ้มให้คนอื่นมันเป็นเช่นไร  ขนาดเพื่อนในแก๊งค์เดียวกันยังรู้สึกร้อนใจเหมือนถูกไฟสุม  แล้วถ้าคนตัวเล็กไปทำแบบนั้นกับคนที่เขาไม่รู้จัก  ชานยอลคงกลายเป็นบ้าไม่ต่างไปจากเจ้าของโรงแรมแน่นอน

 

            “พี่ชาน  อ๊ะ!...ก็ห้ามเข้าใกล้  อื้มม!!  ผู้หญิงคนอื่นเหมือนกัน!!  อ๊ะ!!

 

            เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ  เข้าใจว่าคนที่กำลังโหมอารมณ์ใส่ร่างของตัวเองอยู่ในตอนนี้ไม่ได้เจ้าชู้เหมือนเมื่อก่อน  แบคฮยอนเข้าใจทุกอย่างและไม่ได้เก็บสิ่งที่เห็นมาทำให้จิตใจของตัวเองขุ่นมัว  แต่...ก็อย่าให้มีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง  ไม่อย่างนั้น...เขาจะหนีไปอยู่กับเพื่อนรักที่ญี่ปุ่น  แล้วจะไม่กลับมาที่นี่อีกเลย

 

คอยยยยยยยย...ดู!!!

 

...

 

...

 

            “น้องแบคค...อ่าห์!!

 

            กว่าบทลงโทษจะสิ้นสุดลง...คนตัวเล็กก็หมดแรงและหลับไปในทันที  ส่วนคนที่เพิ่งปลดปล่อยอารมณ์ต่างๆไปเมื่อครู่ก็รีบเดินออกมาจากห้องเพื่อดูว่าเพื่อนๆยังคงสังสรรค์กันอยู่หรือไม่  และสิ่งที่อยากรู้...ก็ได้คำตอบเมื่อเห็นทุกคนยืนนิ่งอยู่หน้าประตูแล้วพยายามมองเข้ามาด้านใน  เพราะอยากเห็นเจ้าของเสียงหวานที่ร้องครางจนคนด้านนอกแทบอยากพังประตูเข้ามานั่งดูให้เห็นกับตาหรือได้ยินกับหูว่าในห้องมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง  แต่...

 

ปังงงง!!!

 

          ยังไม่ทันได้เห็นสิ่งใด...ประตูห้องก็ถูกปิดลงก่อนที่จะถูกสายตาของวิศวกรหนุ่มมองกลับมาเหมือนเป็นการเยาะเย้ย  แถมยังส่งยิ้มที่ดูยังไงก็เจ้าเล่ห์ในความรู้สึกของเพื่อนๆ  ร่างสมส่วนเปลือยเปล่า...เดินกลับมาที่เตียงอีกครั้ง  แล้วโอบกอดคนตัวเล็กเอาไว้แนบอกด้วยความหวงแหน  รักมาก  หึงมากและจะไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายแบคฮยอนได้อีกแล้ว  ใครดีมา...ก็ดีตอบ  ใครร้ายมา...ก็คงต้องจัดการเหมือนอย่างที่เคยทำ!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

แก้ไขเมื่อ  10/02/61

มีทอล์คด้านล่างนะคะ  อ่านก็ได้...ไม่อ่านก็ได้ค่ะ  เพราะมันเป็นความในใจที่เราเคยแจ้งไว้ตั้งแต่เริ่มเขียนฟิคเรื่องนี้มาได้สักพัก  และขออนุญาตไม่ลบออกนะคะ (:

ขอบคุณสำหรับการติดตาม  ขอบคุณคอมเม้นท์ทั้งติและชม  ขอบคุณนักอ่านทุกคนมากๆค่ะ

แล้วจะเข้ามาตรวจคำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย

  

  




 

 

 

 

 




 

 

Talk.


(เป็นTalk. ก่อนจะรีไรท์นะคะ)

 

(6/5/60  21.55 น.)

1) ขออนุญาตแจ้งว่า...ฟิคตอนนี้กับตอนต่อๆไป  เราขอให้มันเป็นเพียงแค่จินตนาการเท่านั้นนะคะ  เพราะสถานที่เช่นหมู่บ้านในประเทศญี่ปุ่น...เราเป็นคนคิดขึ้นมาเอง  แต่จังหวัดมิยะซะกิมีอยู่จริง  สนามบินก็มีอยู่จริง  แล้วก็เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจเยอะแยะมากมาย

2) เราต้องขอขอบคุณผู้ติดตาม  ผู้อ่านและคอมเม้นท์ของทุกคนมากๆนะคะ  ที่ให้โอกาสไรท์เตอร์หน้าใหม่อย่างเรา

3) ฟิคเรื่องนี้เหลืออีกไม่เกิน  5  ตอนก็จะจบสมบูรณ์แล้วนะคะ  และเราก็เคยคิดไว้ว่าถ้าฟิคเรื่องนี้จบเมื่อไหร่  เราจะปิดเรื่องนี้หลังจากอัพตอนสุดท้ายให้อ่านประมาณหนึ่งเดือน  เนื่องจากเราอยากเก็บคนFav.กับการคอมเม้นท์ไว้เป็นความประทับใจส่วนตัว  เพราะนี่คือฟิคเรื่องแรกจริงๆที่เราเริ่มแต่ง  และผู้อ่านกับคอมเม้นท์ทั้งหมดก็คือกำลังใจดีๆที่ทำให้เรามีแรงในการแต่งฟิคเรื่องนี้ต่อจนจบ  เรายอมรับนะคะ...ว่ามีท้อบ้างจนอยากเทฟิค   #ดอกไม้ของเจ้านาย ทิ้งเพราะตอนเปิดเรื่องให้อ่านแรกๆ  เราเจอเม้นท์ตัดกำลังใจเยอะอยู่พอสมควร  แต่เม้นท์ที่ติ(เพื่อก่อ)ให้เราแก้ไข  อันนี้เราไม่รู้สึกเสียใจหรือโกรธอะไรเลยนะคะ  ถ้าผิดจริงเราพร้อมแก้ไขเพื่อให้ผู้อ่านได้อ่านง่ายขึ้น  แต่คอมเม้นท์ที่บอกว่า...ฟิคเรื่องนี้ไม่เห็นจะสนุกเลย  พล็อตก็น่าเบื่อ  อ่านก็ไม่รู้เรื่อง  อันนี้ยอมรับว่าบั่นทอนจิตใจ  ซึ่งก็มีเม้นท์มาบอกแบบนี้จริงๆ  แต่เราก็ได้ลบไปแล้ว  และก็มี...ที่ติเข้ามาในเชิงให้เราไปอ่านแนวเขียนของไรท์คนอื่นเพื่อเป็นแนวทาง  เนื่องจากนักอ่านบางคนบอกว่าอ่านฟิคของเราแล้วไม่ลื่นไหล  เพราะใช้สรรพนามไม่ถูกต้องก็เลยทำให้ไม่อยากอ่านต่อ  อันนี้เราก็ไม่รู้จะแก้ไขให้ยังไงดี  แต่ก็พยายามปรับปรุงอยู่เรื่อยๆนะคะ  แต่คือ...ฟิคของไรท์คนอื่นๆ  ก็จะมีแนวทางในการเล่าเรื่องเป็นของตัวเองใช่มั้ย?  เราว่าฟิคเรื่องนี้...มันก็เป็นของของเรา  เราจึงแก้ให้มันเป็นเหมือนไรท์คนอื่นไม่ได้

4) ถ้าการปิดฟิคเรื่องนี้หลังจากอัพตอนสุดท้ายเรียบร้อย...ทำให้ผู้อ่านรู้สึกไม่พอใจ  หรือไม่เห็นด้วย  อันนี้เราต้องขอโทษด้วยนะคะ  แต่มันเป็นความตั้งใจของเรามาตั้งแต่แรก

5) สุดท้าย  ถ้าถามว่า...ทำไมคอมเม้นท์น้อยจัง?  อ่านแล้วไม่เม้นท์กันเลยเหรอ?  แล้วรู้สึกน้อยใจมั้ย?  ขอตอบตรงๆเลยนะคะ  ว่าไม่น้อยใจอะไรทั้งนั้น  เพราะเราจะไปบังคับให้ใครมาคอมเม้นท์ไม่ได้จริงๆ  คนอ่านอยากเม้นท์ก็เพราะว่าตอนนั้นๆมันน่าเม้นท์  มันอิน  มันน่าหมั่นไส้  มันเศร้า  มันดราม่าหรืออะไรก็ได้ที่ผู้อ่านรู้สึก  แต่พอเราอัพฟิค...แล้วไม่มีคอมเม้นท์เลย  อันนี้ไรท์ต้องกลับไปคิดแล้วนะคะว่าฟิคมันมีข้อบกพร่องอะไร  ตรงไหน  ผู้อ่านถึงไม่เม้นท์??!  แต่ในทางกลับกัน...ถ้าไม่เม้นท์  เราก็ไม่อาจทราบได้ว่าต้องปรับปรุงอะไรอีกบ้าง?  มันสนุกมั้ย?  หรือควรทำยังไง?  ส่วนคอมเม้นท์ที่ให้กำลังใจ ติติงและอินไปกับฟิคที่เราตั้งใจแต่งขึ้น  อันนี้เราขอขอบคุณมากๆจากใจจริงค่ะ  ♥_♥


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #693 KHlulaby (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 00:50
    ละจงอินจะเป็นไงละเนี่ยย
    #693
    0
  2. #605 Amajk (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 21:10
    สงสารจงอิน กลับมาก็ไม่เจอน้องซ่ะแล้ว

    ไม่น่ะ!!!!!! อยากให้เค้าได้เจอกัน
    #605
    0
  3. #579 /tl26&? (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 02:39
    โอ้ยยังคิดภาพว่าถ้าจงอินกลับมาแล้วไม่เจอเซฮุนจะเป็นยังไงไม่ออกเลย เครียดเด้อ ,___, ส่วนชานแบคนี่อะไรมาก็ฉุดไม่อยู่แล้วจริงๆ ค่ะจุดนี้5555555 ดีแล้วๆ ชอบเวลาคู่นี้อ้อนกันมากๆ เลย น่ารัก

    ส่วนตัวเรา หลังจากที่ได้อ่านฟิคเรื่องนี้เรารู้สึกว่ามันโอเคมากๆ สำหรับการบอกว่านี่คือเรื่องแรกนะคะ เนื้อเรื่อง ลำดับการเล่า แล้วก็พวกปัญหาที่เจอในเรื่องมันรู้สึกว่าไม่ได้ติดขัดอะไร (ความโฟล์ว) สำหรับเราคิดว่าติดแค่พวกสรรพนาม เพราะเรารู้สึกว่าเวลาอ่านมันพร่ำเพรื่อไปหน่อยแบบถ้าใช้ชื่อเลยอาจจะง่ายกว่า แห่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ แล้วจะติดตามเรื่องอื่นๆ ด้วยน้า เราอาจจะมาอ่านช้าเกินไปแต่อย่าเพิ่งถอดใจนะคะ สู้ๆ น้า
    #579
    0
  4. #503 Jammie-Lee (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:20
    จงอินกลับมาก็ไม่เจอน้องซะแล้ว~
    #503
    0
  5. #429 Padcha.a (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 11:06
    สงสารจงอิน ;-;
    #429
    0
  6. #385 Action!! (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 10:50
    เจอน้องเเล้วก็อย่าชวนน้องทะเลาะอีกนะ
    #385
    0
  7. #384 lเชาว์ เชาว์| (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 22:40
    จะเจอกันแล้ววว
    #384
    0
  8. #382 Pinkdao (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 23:50
    อยากให้เจอกันจัง ต้องคิดถึงกันมากแน่ๆ
    #382
    0
  9. #381 ployzaza12335 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 23:00
    ร้ายกาจจ5555555555รอนะคะ สู้ๆนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้คับบ????????????????
    #381
    0
  10. #380 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 21:45
    ไปพาน้องกลับมาเะอะจงอินนน ลดความอารมณ์ร้อนเดี๋ยวนี้!!!!
    #380
    0
  11. #379 Queensally (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 21:15
    อยากให้เค้าเจอกันไวๆจังง รีบมาต่อนะคะไรท์
    #379
    0
  12. #378 0412BD (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 20:04
    อ่าา อบอุ่นจังงงค่ะ
    #378
    0
  13. #377 KaiHun940105 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 19:53
    งื้ออออ น่ารักกกก ขอให้เขาได้อยู่ด้วยกันไวๆน้าาา จุ๊บๆๆๆ
    #377
    0