จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 25 : ❀ 25

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,664
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    3 พ.ย. 62








ดอกไม้ดอกที่  25



 

SM  Hospital

11.40 น.

 

2  สัปดาห์ต่อมา....

 

 

                รถยนต์ยี่ห้อหรูสีดำ...เคลื่อนตัวออกจากโรงแรมอย่างเร่งรีบเพราะใกล้ถึงเวลาที่คนป่วยต้องทำกายภาพบำบัดด้วยวิธีการเดินในน้ำ  ซึ่งมันเป็นครั้งแรกที่คนป่วยต้องเข้ารับการบำบัดด้วยวิธี  เสื้อสูทยังไม่ได้ถอด  เอกสารที่เพิ่งเข้าประชุมไปเมื่อเช้าก็ยังเคลียร์ไม่เรียบร้อยและรีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลทันทีเนื่องจากกลัวไม่ทันเวลาที่ตัวเองได้ให้สัญญากับคนป่วยเอาไว้ว่าจะมาช่วยทำกายภาพทุกครั้ง  ขายาวสมส่วนเหยียบคันเร่งให้พาหนะเคลื่อนตัวเร็วขึ้นเมื่อเห็นว่าการจราจรไม่ได้ติดขัดอย่างเมื่อครู่  และคิดว่าถ้าเขาหายตัวได้เหมือนในภาพยนตร์บางเรื่องก็คงดีไม่ใช่น้อย

 

            ปากหยักยกยิ้มโดยไม่รู้ตัว...เมื่อนึกถึงคนรักที่ตอนนี้เริ่มหัดเดินมาได้สองสัปดาห์และสามารถขยับร่างกายได้มากขึ้น  รวมถึงอาการบาดเจ็บภายนอก  แผลตามแขนขาหรือที่ศีรษะก็หายเป็นปกติ  ส่วนแขนข้างที่หกล้มจนกระดูกร้าวและเอาเฝือกออกได้สักพักก็สามารถหยิบจับสิ่งของได้เหมือนเดิม  แต่หมอยังห้ามยกของที่หนักเกินกำลังและต้องทำกายภาพโดยการบีบลูกยางนิ่มๆเพื่อให้กล้ามเนื้อได้ปรับสภาพจนกว่าจะหายเป็นปกติ

 

            วันแรก...ที่คนป่วยต้องเข้ารับการทำกายภาพบำบัด  เขายอมรับว่าตัวเองรู้สึกตื่นเต้นและมีแต่ความกังวลเต็มไปหมด  เพราะการที่คนป่วยต้องนอนนิ่งๆอยู่บนเตียงมานานมันอาจทำให้ร่างกายหรือจิตใจเกิดการต่อต้าน  แต่...เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ  เขาก็จำเป็นต้องตัดความกังวลออกให้หมดแล้วพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้คนป่วยกลับมาเดินได้อีกครั้ง  และวันแรกของการทำกายภาพบำบัดมันก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี  ถึงแม้คนป่วยอาจจะดูเหนื่อยล้าไปบ้าง  แต่ก็ยังมีรอยยิ้มส่งมาให้เขาอยู่เสมอ 

 

            การกายภาพโดยใช้ลู่วิ่งไฟฟ้า  การปั่นจักรยาน  และการเดินบนพื้นต่างระดับ  คนป่วยสามารถทำได้ทุกอย่าง  แต่บางที...ก็มักจะทำเกินเวลาหรือเกินกำลังของตัวเองอยู่หลายครั้ง  เขาจึงค่อนข้างเป็นกังวลเพราะถ้าคนป่วยทำแบบนี้บ่อยๆมันอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี  แทนที่บาดแผลส่วนที่ได้รับการผ่าตัดจะหายเป็นปกติมันอาจเกิดการอักเสบมากขึ้นจนเดินไม่ไหว  และสำหรับการทำกายภาพบำบัดด้วยวิธีการเดินในน้ำเป็นครั้งแรกในวันนี้...เจ้าของโรงแรมก็หวังว่าคนป่วยจะทำไปตามขั้นตอน  ตามเวลาหรือตามระบบระเบียบที่หมอจัดไว้ให้

 

เอี๊ยดดดดด!!!!!!!

 

          เหยียบเบรกกะทันหัน...เมื่อรู้ว่าตัวเองเกือบขับรถเลยร้านขายดอกไม้เพราะมัวแต่คิดนั่นคิดนี้จนเพลิน  แล้วรีบดับเครื่องยนต์พร้อมเดินลงจากรถทันที  ร้านดอกไม้ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลมันกลายเป็นร้านประจำที่จงอินต้องแวะเข้ามาใช้บริการเพื่อซื้อดอกทิวลิปสีแดงไปฝากคนรัก  และทุกครั้งที่เดินทางมาหาคนป่วย  เขาก็ต้องมีดอกไม้ชนิดเดิม  สีเดิม  แบบเดิมถือติดมือมาด้วยเสมอ  แต่ถ้าวันไหนมีธุระด่วนหรือติดประชุมสำคัญ...เขาก็จะสั่งให้คนของทางร้านเอาดอกไม้มาส่งให้แทน

 

            เมื่อได้สิ่งที่ต้องการ...จงอินก็รีบเดินกลับมาที่รถแล้ววางดอกไม้ช่อสวยไว้บนตัก  และสตาร์ทพาหนะสุดหรูขับตรงไปที่โรงพยาบาลทันที  มือหนาหักพวงมาลัยก่อนถอยรถเข้าที่จอดเมื่อถึงที่หมายโดยไม่ลืมเอื้อมคว้าของเยี่ยมต่างๆที่ถูกวางไว้บนเบาะด้านหลังถือลงจากรถไปด้วย  ของคาว  ของหวาน  ผลไม้  ยาบำรุงที่พนักงานในแผนกจัดดอกไม้และแผนกอื่นๆฝากมาเยี่ยมคนป่วยมันกำลังทำให้เจ้าของโรงแรมแทบไม่มีมือว่างเพื่อกดลิฟท์  และจำเป็นต้องใช้ปากคาบของฝากบางส่วนเอาไว้  แล้วรีบกดปุ่มบนกำแพงตรงหน้า

 

            ตาคม...มองของฝากที่ถืออยู่ในมือด้วยความรู้สึกผิดต่อพนักงานในโรงแรมของตัวเอง  เพราะทราบดีว่าทุกคนเป็นห่วงเซฮุนมากแค่ไหน  แต่เขาไม่สามารถให้ใครเข้ามาเยี่ยมพนักงานจัดดอกไม้คนนี้ได้จริงๆ  เนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัวและไม่ต้องการให้คนป่วยถูกถามหรือถูกรื้นฟื้นเรื่องเลวร้ายขึ้นมาพูดอีกครั้ง  และด้วยเหตุผลข้อนี้...จงอินจึงจำเป็นต้องเสียเงินซื้อดอกไม้จากร้านด้านนอกทั้งๆที่โรงแรมของตัวเองก็มีแผนกจัดดอกไม้หรือมีความสวยงามในแบบที่คนรักชอบโดยที่ไม่ต้องเสียเงินเลยสักวอน 

 

แกร๊กก!!

 

            เมื่อลิฟท์พามาส่งถึงชั้นที่คนป่วยนอนพักรักษาตัว...ปากหยักก็จำเป็นต้องคาบของฝากเอาไว้อีกครั้งและเปิดประตูห้องอย่างเบามือเพราะคิดว่าคนป่วยอาจกำลังนอนหลับพักผ่อน  แต่พอเดินเข้ามาด้านใน...สิ่งที่คิดกลับผิดไปจากสิ่งที่เห็นเมื่อพบคนตัวเล็กกับวิศวกรตัวโย่งนั่งอยู่บนโซฟา  ส่วนคนป่วย...กำลังถูกคุณหมอและพยาบาลทำการตรวจร่างกายให้ตามหน้าที่

 

            คนถือของพะรุงพะรัง...วางทุกอย่างลงบนโต๊ะด้านข้างโซฟาอย่างนึกหงุดหงิดใจ  เพราะคิดว่าตัวเองจะได้อยู่กับคนป่วยแบบสองต่อสองบ้างหลังจากที่คุณอาจีซบเพิ่งเดินทางกลับเชจูไปเมื่อวานช่วงค่ำ  แต่สุดท้าย...ท่านก็ส่งลูกชายตัวแสบมาแทน  แถมชานยอลก็ยังตามมาเป็นก้างชิ้นใหญ่ด้วยอีกคน  ใช่ว่าอยากกล่าวหาหรือติติงผู้ใหญ่ที่ตนนับถือ  แต่เขาก็ต้องการอยู่กับคนรักตามลำพังและอยากดูแลทุกอย่างด้วยตัวเอง 

           

            “เวลาหมอยกแขน...คุณเซฮุนยังรู้สึกเจ็บหรือมีอาการปวดตึงอยู่ไหมครับ?”

 

            “ไม่เจ็บครับ  แต่ยังตึงๆแขนอยู่นิดหน่อย  แล้วก็จะปวดเวลาเผลอหยิบของเร็วเกินไป

 

            “อย่าเผลอบ่อยนะครับ  แล้วก็อย่าเพิ่งยกของหนัก  ส่วนตอนบ่าย...ต้องทำกายภาพแบบใหม่ด้วยนะครับ  คุณเซฮุนพร้อมไหม??!

 

            “พร้อมครับ!!

 

            “สู้ๆนะครับคุณเซฮุน  แล้วเดี๋ยวตอนเย็น...หมอจะเข้ามาตรวจร่างกายอีกครั้งนะครับ

 

            “ขอบคุณมากนะครับคุณหมอ

 

            “หายเร็วๆนะครับ

 

ปึ่กก!!!

 

            เมื่อปล่อยให้คุณหมอทำตามหน้าที่และออกไปจากห้องของคนป่วยเรียบร้อย...จงอินก็รีบเดินเข้าไปหาคนรักที่นอนอยู่บนเตียง  แต่!!...ยังไม่ทันได้ก้าวขาเลยสักข้าง  เขาก็ถูกคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนโซฟาเมื่อครู่วิ่งเข้ามาชนอย่างตั้งใจ  พร้อมกับมองด้วยสายตาที่เดาได้ไม่ยากว่ายังไม่หายโกรธ  แถมยังกอดคนป่วยไว้เหมือนกันเพื่อไม่ให้เขาเข้าใกล้

 

            เจ้าของโรแรมไม่ได้ถือสากับกิริยาท่าทางที่คนตัวเล็กแสดงออกมา  เพราะเข้าใจดีว่าเรื่องร้ายๆที่เขาเป็นต้นเหตุมันคงให้อภัยกันได้ยาก  และต้องปล่อยให้ความโกรธเคืองต่างๆมันจางหายไปเองตามกาลเวลา  มือหนาถอดเสื้อสูทแขวนไว้ในตู้แล้วเดินกลับมาที่โต๊ะด้านข้างโซฟาพร้อมพับแขนเสื้อขึ้นทั้งสองข้าง  เพราะต้องจัดดอกทิวลิปสีแดงที่ตัวเองเพิ่งซื้อมาจากร้านประจำใส่แจกันเอาไว้ก่อนที่มันจะโรยรา  และได้แต่ยืนอยู่ไกลๆฟังเสียงเจื้อยแจ้วของคนป่วยคุยกับเพื่อนรักที่ทำเหมือนเขาเป็นธาตุอากาศ

 

                เซฮุนเป็นยังไงบ้าง??  แบคเป็นห่วงแทบแย่...คุณพ่อไม่ยอมให้แบคมาหาเซฮุนสักที!!!

 

            “เราหายดีแล้ว  เหลือแค่ทำกายภาพบำบัดตามที่คุณหมอสั่ง  แล้ว...แบคจะมาอยู่ที่นี่กี่วัน??”

 

            “ก็อยู่ไปเรื่อยๆนั่นแหละ  คุณพ่อโทรมาตามเมื่อไหร่ค่อยกลับ

 

            “มาดูแลเราแบบนี้แล้วใครจะอยู่ช่วยคุณพ่อทำงานล่ะ  แค่นี้เราก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว

 

            “ไม่ต้องมาเกรงใจเลย  แบคเต็มใจ  คุณพ่อก็เต็มใจ  เซฮุนอย่าคิดมากนะ  เดี๋ยวปวดหัว

 

            “ขอบใจมากนะแบค....แต่เราเกรงใจจริงๆ  ตอนที่คุณพ่อมาอยู่กับเราที่โรงพยาบาล  แบคก็ต้องทำงานคนเดียว  แบคคงเหนื่อยแย่เลยใช่ไหม??”

 

            “เหนื่อยงาน...นอนพักก็หาย  แต่เหนื่อยใจเพราะเป็นห่วงเพื่อน  มันนอนไม่หลับหรอกนะเซฮุน

 

            “งั้นคืนนี้นอนด้วยกันนะ

 

            “เอาสิ...แบคจะนอนกอดเซฮุนทั้งคืนเลย

 

            เจ้าของมือ...ที่กำลังถือดอกไม้สีแดงไว้อย่างแผ่วเบาเพราะกลัวมันช้ำ  หยุดการกระทำทั้งหมดลงเมื่อได้ยินบทสนทนาที่คิดว่าคืนนี้ตัวเองคงอดทำหน้าที่คนรักที่ดีเหมือนอย่างที่เคยให้สัญญากับจีซบเอาไว้  เนื่องจากถูกความคิดถึงของคนตัวเล็กแย่งหน้าที่ไปอย่างนึกหงุดหงิดใจ  และจากที่จัดดอกไม้ด้วยความทะนุถนอม  ตอนนี้กลับไม่สนว่ามันจะช้ำหรือหักแตกเสียหาย  แล้วยัดดอกทิวลิปใส่แจกันเหมือนมันเป็นที่ระบายอารมณ์

 

แต่...สำหรับคนที่นั่งเงียบมานานอย่างวิศวกรประจำโรงแรม  กลับไม่ได้หงุดหงิดเหมือนอย่างที่เพื่อนรู้สึกและเห็นเป็นโอกาสเหมาะที่จะทำบางอย่างให้มันจบๆไปเสียที

           

            “เซฮุนครับบบ...พี่ยืมตัวจงอินแป๊บนึงนะครับ  เดี๋ยวมา

 

            “จะไปไหนก็ไปเลย  ไปไกลๆยิ่งดี  ชิ!!!

 

            “น้องแบคครับ...พูดจาไม่น่ารักเลยนะครับ  เดี๋ยวพี่จะไปฟ้องคุณพ่อ

 

            “เชอะ!!!

 

            วิศวกรหนุ่ม...รีบลากคอเจ้าของโรงแรมออกมาจากห้องคนป่วยก่อนที่ดอกไม้สีแดงจะเสียหายไปมากกว่านี้  เพราะจากดอกทิวลิปช่อใหญ่ตอนนี้มันเหลืออยู่ในแจกันไม่ถึงสิบดอก  ส่วนเรื่องแฟนตัวเล็กที่ทำกิริยาไม่น่ารักก็ค่อยกลับมาจัดการทีหลัง

 



 


 

...

 

 

...

 

 

...

 

            ชานยอลเดินทางมาถึงโซลพร้อมแฟนตัวเล็กเมื่อเช้า  และตรงมาที่โรงพยาบาลทันทีโดยที่ยังไม่ได้เข้าไปเก็บสัมภาระที่คอนโดฯ  เพราะมีใครบางคนอยากเจอเพื่อนรักมากกว่าการทำสิ่งอื่น  แต่พอมาถึง...และเห็นคนป่วยนอนอยู่บนเตียงเพียงลำพัง  คนตัวเล็กจึงรู้สึกโกรธเจ้าของโรงแรมมากขึ้น  แถมไม่ยอมฟังเหตุผลของใครทั้งนั้นแม้กระทั่งคำอธิบายของคนป่วย  และเขาก็ทำได้เพียงส่ายหน้าให้กับความเป็นเด็กไม่รู้จักโตของแฟนตัวเอง

 

            “มีอะไรก็รีบๆพูดมา  คนกำลังหงุดหงิด!!!!....แล้วทีหลังถ้าจะมาที่นี่อีกก็ช่วยโทรมาบอกกูก่อน!!

 

            “เก็บความหงุดหงิดของมึงเอาไว้ใช้คืนนี้!!  กูอยากให้มึงไปจัดการคนร้ายที่โกดังได้แล้ว  มึงบอกซึงกิว่าขอเวลาสองวัน  แต่นี่มันสองอาทิตย์แล้วนะเว้ย...พวกแม่งจะตายห่ากันหมดแล้ว!!!

 

            “.............”

 

            “กูรู้ว่ามึงแค้น  แต่มึงจะจมอยู่กับความแค้นแบบนี้ไปตลอดชีวิตไม่ได้!!!  มึงจะเก็บพวกมันไว้ให้เป็นปัญหาเรื้อรังทำไม  เฮ้ออ...เซฮุนก็อาการดีขึ้นแล้วไม่ใช่เหรอวะมึงจะทำอะไรก็รีบๆทำ??!!!!”

 

            “............”

 

            “คืนนี้สะดวกที่สุด  เพราะเซฮุนมีน้องแบคนอนเป็นเพื่อนแล้ว  ส่วนมึง...ก็รีบไปจัดการคนพวกนั้นให้เสร็จ  เรื่องมันจะได้จบๆ”   

 

            “งั้นคืนนี้มึงไปกับกู...แล้วโทรบอกซึงกิให้ย้ายพวกมันออกไปจากโกดังแล้วเอาตัวไปไว้ในบ้านด้านหลัง

 

            “มึงแน่ใจนะ...ว่าจะให้ซึงกิย้ายพวกมันไปไว้ที่บ้านหลังนั้นจริงๆ??”

 

            “มึงอยากให้กูรีบจัดการ  กูก็กำลังทำอยู่นี่ไง!!!!”

 

            “ไอ้สัด!!!....เออ ๆ ๆ

 

                ตอนนี้...คนที่เริ่มหงุดหงิดกลับกลายเป็นชานยอล  เพราะต้องคอยรับคำสั่งของเพื่อนที่เอาแต่ใจตัวเองจนถึงวินาทีสุดท้าย  มือหนาหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาจากกระเป๋ากางเกง  และเอ่ยปากบอกคนปลายสายให้ทำในสิ่งที่เจ้าของโรงแรมต้องการพร้อมกับนัดเวลาเรียบร้อย  แล้วเดินกลับไปที่ห้องของคนป่วยตามเดิม

 

            วิศวกร...หนุ่มแทบไม่อยากนึกสภาพของคนร้ายที่ถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้มานานเกือบเดือนโดยไม่สามารถขยับร่างกายได้เลยสักวัน  ไม่ได้อาบน้ำ  ไม่ได้กินอาหารดีๆ  รวมถึงต้องขับถ่ายไปทั้งๆที่ยังถูกมัดไว้อยู่อย่างนั้นและหนึ่งในคนร้ายในจำนวนห้าคนก็ยังเป็นผู้หญิง  ชานยอลเข้าใจความแค้นของเพื่อนผิวเข้มดีว่าใคร  และพอจะเดาได้ว่าเรื่องคืนนี้จะจบลงแบบไหน  เพราะถ้าเรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นกับคนตัวเล็กเหมือนอย่างที่เซฮุนโดนกระทำ  เขาก็คงจัดการคนร้ายพวกนั้นไม่ต่างไปจากที่เพื่อนลงมือเลยแม้แต่น้อย 

 

และคงไม่มีใครคาดคิดด้วยว่า...ผู้ที่เป็นเจ้าของโรงแรมอันโด่งดัง   เป็นเจ้านายที่น่านับถือ  อ่อนโยน  ให้เกียรติพนักงานทุกคนหรือเป็นนักธุรกิจที่อายุยังน้อยแต่ประสบความสำเร็จได้รวดเร็วอย่างคิมจงอิน  จะทำสิ่งที่น่ากลัวและดูโหดร้ายได้ถึงเพียงนี้

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                เชอะ !

                แหวะ!!

                ชิ!!!

 

            เป็นเสียงที่เกิดจากความหมั่นไส้ปนน้อยใจตัวเองของแบคฮยอน  เพราะร่างกายของเขามันเล็กเกินกว่าจะอุ้มเซฮุนเข้าห้องน้ำหรือทำอะไรได้อย่างที่เจ้าของโรงแรมทำอยู่ในตอนนี้  และได้แต่นั่งกินเยลลี่อยู่บนโซฟาโดยมีชานยอลคอยใช้สายตาห้ามปรามอยู่ตลอดเวลา

           

                พี่จงอินอย่าโกรธแบคเลยนะครับ”  เข้าใจความรู้สึกของทุกฝ่าย...ว่าต่างคนต่างกำลังคิดอะไรและไม่อยากให้คนที่อายุมากกว่าอย่างเจ้าของโรงแรมถือสากับสิ่งที่คนอายุน้อยกว่าแสดงออกมา  ไม่ว่าจะเป็นการประชดประชัดด้วยคำพูดหรือแม้แต่การกระทำ

 

            “พี่ไม่โกรธหรอกครับ...พี่เข้าใจ  แล้ววันนี้คนเก่งของพี่เป็นไงบ้าง  ยังเจ็บตรงไหนอยู่หรือเปล่า??  หมอเข้ามาตรวจแล้วว่ายังไงบ้าง??”  เสร็จจากการพาคนป่วยเข้าไปทำธุระในห้องน้ำ  จงอินก็วางเซฮุนลงบนเตียงอย่างเบามือและถามนั่นถามนี้ไปเรื่อยเปื่อย  เพราะไม่อยากได้ยินเสียงต่อว่าต่อขานของคนที่นั่งกินขนมสีหวานอยู่บนโซฟา

 

            “หมอบอกว่า...(อาการของคุณเซฮุนดีขึ้นมากเลยนะครับ  ไม่มีอะไรต้องกังวลอีกแล้ว  ส่วนผลการทำกายภาพบำบัดก็ถือว่าดีขึ้นตามลำดับ)”  แกล้งกดเสียงต่ำๆล้อเลียนคำพูดของคุณหมอเพื่อบอกเล่าอาการของตัวเองให้คนรักฟัง  พร้อมกับยิ้มหวานจนคนมองอดใจไว้ไม่ไหว

 

ฟอดดดดด!!!!

 

          เดี๋ยวพี่จะไปฟ้องคุณหมอ”  กดจมูกทู่...ที่เป็นเอกลักษณ์ฝังลงบนแก้มนิ่มของคนป่วยด้วยความมันเขี้ยว  และที่ต้องถามในสิ่งที่ตัวเองก็ได้ยินมาไม่ต่างจากคนเล่าก็เป็นเพราะถูกใครบางคนกันท่าไว้ตลอดเวลาจนไม่มีสมาธิฟังสิ่งที่คุณหมอบอกสักเท่าไหร่  และดี...ที่ตอนนี้มีวิศวกรตัวโย่งช่วยห้ามปรามแฟนตัวเล็กเอาไว้  ไม่อย่างนั้นเขาคงหงุดหงิดมากไปกว่าเดิม

 

แต่....

 

            “แหวะ!! 

 

            เสียงหัวเราะของคู่รักที่เพิ่งผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆมาด้วยกัน  มันดังจนคนที่นั่งทานเยลลี่อยู่บนโซฟาอดที่จะเบะปากให้กับภาพที่เห็นไม่ได้  ใจหนึ่งก็รู้สึกมีความสุขเมื่อเห็นคนป่วยมีอาการดีขึ้น  แต่อีกใจ...ก็นึกหมั่นไส้เพื่อนรักที่ยอมยกโทษให้เจ้าของโรงแรมง่ายเกินไป  เพราะถ้าเรื่องแบบนั้นมันเกิดขึ้นกับตัวเองบ้าง  เขาคงโกรธชานยอลไปจนกว่าจะพอใจ

 

                แหวะมาตั้งแต่เช้าแล้วนะครับ  น้องแบคอยากให้พี่โทรไปฟ้องคุณพ่อจริงๆใช่ไหม??”

 

                ไม่อยากดุแฟนต่อหน้าคนป่วย...ชานยอลจึงพยายามเก็บอารมณ์เอาไว้  แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบในแบบที่คนฟังก็เข้าใจได้ทันทีว่ามันคืออะไรหรือต้องการสื่อถึงสิ่งใด  คนตัวเล็กได้แต่ทำหน้ามุ่ยและขยับกายขึ้นไปนั่งบนตักของวิศวกรประจำโรงแรมเหมือนเป็นเชิงขอโทษ  พร้อมกับนั่งทานของหวานที่ถืออยู่ในมือไปอย่างเงียบๆ  แต่ก็ยังคงความเป็นลูกชายตัวแสบของจีซบเอาไว้โดยการแลบลิ้นใส่แฟนผิวเข้มของเพื่อนรักด้วยความหมั่นไส้

 

แกร็กก!!!

 

            คุณเซฮุน....ได้เวลาทำกายภาพบำบัดแล้วค่ะ

 

            เสียงเปิดประตูที่มาพร้อมกับพยาบาลสองคนและรถเข็นในมือ  มันทำให้คนที่นั่งทานเยลลี่อยู่บนตักของแฟนรีบวางของหวานทิ้งไว้บนโต๊ะ  แล้วเดินไปที่เตียงของคนป่วยด้วยความอยากรู้อยากเห็น  แต่...ยังไม่ทันเดินไปถึงไหน  เจ้าตัวก็ถูกมือใหญ่ๆของวิศวกรหนุ่มคว้าเอวเอาไว้และลากตัวกลับมานั่งโซฟาตามเดิม

 

            ใช่ว่าอยากห้ามคนตัวเล็กตามลงไปดูคนป่วยทำกายภาพบำบัด  แต่เวลานี้ชานยอลอยากได้ความเป็นส่วนตัวเพื่อบอกเรื่องสำคัญที่ตัวเองต้องไปจัดการในช่วงค่ำ  และมันอาจทำให้แบคฮยอนหายโกรธจงอินรวมถึงเข้าใจอาชีพของผู้ที่เป็นเจ้าของโรงแรมมากขึ้น  เพราะขนาดตัวเขาที่เป็นวิศวกรก็ยังต้องทำงานอย่างอื่นที่ดูเหมือนจะเกิดอาชีพไปบ้าง  และคนอย่างเพื่อนผิวเข้มก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากกว่าแค่การเป็นเจ้าของโรงแรมเพียงอย่างเดียว

 

            จงอิน...เป็นนักธุรกิจที่ต้องใช้ไหวพริบเพื่อประมูลที่ดินหรือซื้อสิ่งที่สามารถขยายธุรกิจให้กว้างมากยิ่งขึ้น  จงอิน...เป็นเจ้านายที่ต้องดูแลพนักงานในโรงแรมที่มีอยู่ในแต่ละสาขาซึ่งมีจำนวนอยู่ไม่ใช่น้อย  จงอิน...เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องประคับประคองธุรกิจที่มีอยู่ทั้งหมดให้มั่นคงและเป็นผู้ที่ต้องแบกรับหน้าที่ต่างๆเอาไว้อีกหลายอย่าง  ชีวิตของคิมจงอินมันยุ่งยากกว่าคนที่มีอาชีพเป็นวิศวกรหลายเท่า  และแทบจะไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง

 

แล้วตอนนี้...เวลาทั้งหมดก็เป็นของคนป่วยที่กำลังถูกเพื่อนของเขาอุ้มเอาไว้ในอ้อมอก  แล้ววางลงบนเข็นอย่างทะนุถนอม

 

            ชานยอลมองภาพที่จงอินกำลังเข็นรถคนป่วยออกไปจากห้องด้วยความรู้สึกที่ยากเกินจะอธิบาย  มันโล่งใจที่เห็นเซฮุนยิ้มได้  มันเบาใจที่เห็นเพื่อนผิวเข้มกลับมามีสติอีกครั้ง  เพราะตอนแรกที่เกิดเรื่องร้ายๆขึ้น  จงอินแทบไม่เหลือสภาพความเป็นเจ้าของโรงแรมมากเสน่ห์ที่ใครๆต่างก็หลงใหล  ใบหน้ามีแต่ความโศกเศร้า  ความกังวล  และมีความเคียดแค้นอยู่ในดวงตาตลอดเวลา  ซึ่งมันไม่ได้ดูอบอุ่นเหมือนอย่างเมื่อครู่

 

            “พี่ชานยอลโกรธน้องแบคเหรอฮะ  น้องแบคขอโทษ...กินเยลลี่ด้วยกันไหมฮะ  นะ...น้อง  โอ้ยย!!  เจ็บนะ!!!!

 

            เสียง...ที่เอ่ยขอโทษอย่างทะเล้นโดยไม่ได้รู้สึกผิดด้วยความจริงใจ  ทำให้ชานยอลหลุดออกจากภวังค์แล้วบีบปากบางสีหวานที่หวานยิ่งกว่าเยลลี่เหมือนเป็นการลงโทษ  และเสียงโวยวายที่มาพร้อมกับการโดนทุบตีที่หน้าอกด้วยแรงอันน้อยนิด  ก็ทำให้เขาหายเครียดจากเรื่องต่างๆที่วิ่งวนอยู่ในหัว  ชานยอลคว้าตัวคนหน้ามุ่ยที่เริ่มทานของหวานสุดโปรดเป็นกล่องที่สามเข้ามากอดเอาไว้และเริ่มอธิบายสิ่งที่ตัวเองกับเพื่อนต้องไปจัดการในค่ำคืนนี้

 

            “น้องแบคท้องหรือเปล่า?  ช่วงนี้กินเยอะเป็นพิเศษเลยนะครับ...รู้ตัวบ้างไหม??!

 

            “โอ๊ยย!!!...น้องแบคเจ็บนะฮะ  พี่ชานยอลมาบีบพุงน้องแบคทำไม???”

 

            “ไหนหมอขอตรวจหน่อยซิ...ว่ามีเด็กอยู่ในท้องหรือเปล่า  น้องแบคถึงได้กินจุแบบนี้

 

            “อ๊ะ!!!...พี่ชานยอลอย่าแกล้งน้องแบคสิฮะ  มันจั๊กจี้....ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า

 

            ยังโกรธ...เรื่องที่คนในอ้อมกอดทำกิริยาไม่น่ารักใส่เจ้าของโรงแรม  แต่ก็ไม่อยากเก็บมาเป็นอารมณ์และมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตขนาดนั้น  แถมยังมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าให้ต้องจัดการ  เมื่อแกล้งคนตัวเล็กจนหนำใจ  ชานยอลก็หยิบเยลลี่ถ้วยที่สี่ป้อนให้คนที่ยังคงหายใจเหนื่อยหอบจากถูกเขาขย้ำพุงแต่ก็ยังทานของหวานได้เป็นปกติ  แถมยังทิ้งตัวนอนคว่ำนอนหงายอยู่บนโซฟาอย่างไม่นึกกลัวว่าตัวเองจะปวดท้อง

 

            “ตกลงคืนนี้น้องแบคจะนอนกับเซฮุนที่นี่ใช่ไหมครับ??”

 

            “ใช่ฮะ  หรือว่าาา...พี่ชานยอลไม่อยากให้น้องแบคค้างกับเซฮุน??”

 

            “ค้างได้ครับ  แต่ให้แค่คืนนี้คืนเดียว  เพราะพี่อยากนอนกอดน้องแบค...แล้วจงอินก็คงอยากนอนกอดเซฮุนหมือนกัน

 

            “...........”

 

            “น้องแบคฟังพี่นะครับ  คืนนี้จงอินจะไปจัดการคนที่ทำให้เซฮุนเป็นแบบนี้  แล้วพี่ต้องไปด้วยพะ...พี่

 

            “ไม่!!!  น้องแบคไม่ให้พี่ชานยอลไป!!

 

            การได้ยินคนตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและบอกว่าจะไปไหน  ไปทำอะไร  ไปกับใคร  มันทำให้แบคฮยอนรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาทันที  เพราะการทำงานบางอย่างที่นอกเหนือจากอาชีพวิศวกรมันไม่เคยมีความปลอดภัยและเสี่ยงเกินกว่าจะยอมปล่อยให้มันเกิดขึ้น  แบคฮยอนกอดแฟนของตัวเองเอาไว้แน่นเหมือนอยากส่งผ่านความรู้สึกต่างๆให้เจ้าของแผ่นอกกว้างได้รับรู้ว่าเขาเป็นห่วงมากแค่ไหน

 

            “พี่สัญญา...ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย  น้องแบคเชื่อพี่นะครับ  แล้วพี่ก็ไม่ได้ไปทำอะไรทั้งนั้น  เพราะทุกอย่างจงอินจะเป็นคนจัดการเอง

 

            “ให้คนอื่นจัดการไม่ได้เหรอฮะละ...แล้วพี่จงอินจะเป็นอะไรไหม  มันอันตรายหรือเปล่า??”

 

            “เป็นห่วงจงอินด้วยเหรอครับ??”

 

            “ปะ...เป็นห่วงแทนเซฮุนต่างหาก

 

            เป็นคนเก็บซ่อนความรู้สึกไม่เก่ง  ไม่ว่าจะเป็นสีหน้าหรือท่าทาง  รู้สึกอย่างไรก็แสดงออกไปอย่างนั้น  และยอมรับว่าโกรธเจ้าของโรงแรมที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดทั้งๆที่ความจริงก็ทราบดีอยู่แก่ใจว่าไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น  ยิ่งมาเห็นสภาพคนป่วยด้วยตาของตัวเองในวันนี้  มันก็ยิ่งเก็บอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่  แต่...พอรู้ว่าแฟนผิวเข้มของเพื่อนรักจะไปจัดการเรื่องที่ตัวเองเป็นต้นเหตุในคืนนี้  แบคฮยอนจึงอดเป็นห่วงไม่ได้เช่นกันเพราะถ้าเกิดเรื่องร้ายๆขึ้นกับเจ้าของโรงแรม  เซฮุนคงเสียใจจนอาการต่างๆอาจทรุดหนักลงกว่าเดิม

 

            “น้องแบคดูแลเซฮุนดีๆนะครับ  แล้วพรุ่งนี้พี่จะรีบมาหาแต่เช้า

 

            “น้องแบคไม่อยากให้พี่ชานยอลไปเลยฮะ

 

            “ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายจริงๆครับ

 

            “เสร็จงานแล้วโทรมาหาน้องแบคด้วยนะฮะ  ดึกแค่ไหนน้องแบคก็จะรอ

 

ฟอดดดด!!!

 

            หอมแก้มนิ่มของคนคิดมากเป็นคำตอบ  พร้อมทั้งโอบกอดไว้เพื่อให้คลายความกังวลเพราะชานยอลเข้าใจดีว่าแฟนตัวเล็กเป็นห่วงเขามากแค่ไหน  ใช่ว่าอยากทำงานเกินหน้าที่  เกินอาชีพหรือเกินกว่าจะทำให้ใครต้องมาคอยวิตกกับสิ่งที่ตัวเองกระทำ  แต่เรื่องบางอย่างมันก็ยากที่จะควบคุมและเขาก็ไม่ได้ทำแบบนี้เป็นครั้งแรก

 

            ถ้าชานยอลไม่ได้เป็นวิศวกร...ก็คงเป็นเลขาประจำตัวของเพื่อนผิวเข้ม  เพราะงานเกือบทุกอย่างเขาสามารถตัดสินใจแทนเจ้าของโรงแรมได้โดยไม่ต้องรอการอนุมัติ  และงานที่ทำคู่กับการวิศวกรอยู่เป็นประจำก็คือการช่วยจงอินสืบข้อมูลของคู่แข่งเมื่อมีงานประมูลต่างๆหรือมีความผิดปกติที่อาจมีผลกระทบในเชิงลบต่อโรงแรมในเครือของกระกูลคิม  ซึ่งงานที่นอกเหนือจากอาชีพวิศวกร...มันค่อนข้างเสี่ยงกว่าการยืนคุมคนงานอยู่ในเขตก่อสร้างหรือออกแบบอาคารบ้านเรือน

 

แต่เมื่อทำแบบนี้มานาน...มันจึงเกินความเคยชินและชานยอลก็มั่นใจว่าเรื่องที่จะต้องไปจัดการกับจงอินในคืนนี้มันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องกังวลเลยแม้แต่นิดเดียว

 

            “งั้นตอนนี้พี่พาน้องแบคไปกินข้าวก่อนดีกว่านะครับ  กินแต่เยลลี่เดี๋ยวปวดท้อง

 

            “ดีเหมือนกันฮะ...เยลลี่ก็หมดแล้วด้วย  น้องแบคจะได้ซื้อมาเพิ่ม

 

            “แล้วน้องแบคต้องกลับเชจูวันไหนครับ  คุณพ่อโทรมาบอกหรือยัง??”

 

            “ยังเลยฮะ” 

 

            ดีใจ...เมื่อได้รับอนุญาตให้เดินทางมาหาคนป่วยที่โรงพยาบาล  แต่การได้เห็นหน้า  ได้กอด  ได้คุยกับคุณพ่อเพียงไม่กี่ครั้ง  มันทำให้แบคฮยอนรู้สึกว่าทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป  จากที่เคยถูกสั่งห้ามนั่นห้ามนี่  จากที่เคยถูกบ่นว่าเป็นเด็กไม่รู้จักโต  จากที่เคยทำผิดจนถูกกักบริเวณ  ทุกๆอย่างมันคงไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกแล้ว  เพราะหลังจากที่คุณพ่อกลับมาที่บ้านเมื่อคืน  ท่านก็รีบเก็บกระเป๋าแล้วเดินทางไปญี่ปุ่นทันทีโดยไม่มีการบอกให้รู้ล่วงหน้าเลยสักคำ  แถมยังไม่รู้ท่านจะกลับมาที่เชจูเมื่อไหร่

 

            ยอมรับ...ว่าตอนแรกรู้สึกอึดอัดและไม่พอใจทุกครั้งเมื่อถูกคุณพ่อบ่นหรือทำโทษทั้งๆที่เรื่องบางเรื่องเขาก็ไม่ได้ทำผิดอะไรมากมาย  แต่หลังจากเกิดเรื่องร้ายๆขึ้นกับเซฮุนจนท่านต้องเดินทางมาดูแลคนป่วยด้วยตัวเอง  แบคฮยอนจึงรู้สึกว่าการที่ได้ยินเสียงบ่นของคุณพ่อทุกวันมันยังดีกว่าการที่ต้องอยู่คนเดียวในบ้านเพียงลำพัง  ถึงแม้ในเวลานั้นจะมีชานยอลคอยอยู่เคียงข้าง  แต่เขาก็ยังคงรู้สึกเหงาอยู่ดี

 

คนตัวเล็กมีเรื่องให้คิดเยอะแยะเต็มหัวสมองไปหมด  ทั้งเรื่องคุณพ่อ  เรื่องคนป่วยและเรื่องที่คนรักต้องไปจัดการบางอย่างกับเจ้าของโรงแรมในคืนนี้  ซึ่งทุกๆเรื่อง...มันพาให้หัวใจห่อเหี่ยวไปหมด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ห้องธาราบำบัด

14.02 น.

 

 


 

         

            ห้องที่มีสระน้ำสีฟ้าขนาดใหญ่ห้องหนึ่ง...ถูกคนเป็นเจ้าของโรงแรมสั่งปิดไว้เพื่อให้คนป่วยของตัวเองได้รับการกายภาพบำบัดได้อย่างเต็มที่โดยห้ามคนป่วยคนอื่นหรือพยาบาลท่านใดเข้ามารบกวนจนกว่าเขาจะอนุญาต  และเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้ก็มีเพียงเหตุผลเดียวคือ...หวง

 

            จงอินเรียนรู้วิธีการทำกายภาพบำบัดด้วยการเดินในน้ำมาจากคุณหมอ  เขาตั้งใจรวมถึงจดจำรายละเอียดต่างๆเพื่อที่ตัวเองจะได้ดูแลคนป่วยได้โดยลำพัง  การทำกายภาพด้วยวิธีนี้มันทำให้คนป่วยเหมือนถูกเปลือยกายในความรู้สึกของเขา  เพราะเสื้อผ้าที่แนบเนื้อเมื่ออยู่ในน้ำมันแทบไม่ต่างไปจากการตอนที่เซฮุนไม่ได้สวมเสื้อผ้า  และเขาก็ไม่อยากให้ใครเห็นคนรักด้วยสภาพเสื้อผ้าที่แนบเนื้อแบบนั้น

 

หวงมาตั้งแต่ไหนแต่ไร...และหวงมากขึ้นทุกวันอย่างไม่มีสาเหตุ 

 

            จงอิน...เข็นรถของคนป่วยเข้ามาในห้องธาราบำบัด  พร้อมกับล็อคประตูเสร็จสรรพและเริ่มลงมือเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เซฮุน   มือหนาอุ้มคนป่วยลงจากรถเข็นช้าๆแล้ววางลงบนเก้าอี้ที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้  ส่วนคนที่กำลังถูกเปลื้องผ้า...ก็ได้แต่ก้มหน้างุดด้วยความเขินอายและพยายามให้ความร่วมมือโดยการเคลื่อนไหวร่างกายในส่วนพอจะขยับได้  เพื่อช่วยให้การเปลี่ยนเสื้อผ้ามันเป็นไปด้วยความรวดเร็วก่อนที่จะอดทนต่อสายตาคมที่จ้องอยู่ตรงหน้าไม่ไหว

 

            “เซฮุน...ยกขาให้พี่หน่อยครับ  พี่จะใส่กางเกงให้”  อยากทดสอบว่าคนรักจะสามารถยกขาข้างที่ถูกผ่าตัดได้หรือไม่หลังจากที่ผ่านการทำกายภาพบำบัดมาแล้วหลายวัน  แต่การทดสอบความสามารถตอนที่ร่างกายของคนป่วยกำลังเปลือยเปล่า  มันกลับกลายเป็นการทดสอบใจตัวเองเสียมากกว่าเพราะผิวขาวเนียน  สะโพกกลมกลึงและเรียวขายาวสวยของเซฮุนมันกำลังทำให้จงอินเริ่มไม่เป็นตัวของตัวเอง 

 

            “พี่จงอินอย่าแกล้งสิครับ  เซฮุนอายจะแย่แล้ว”  โอดครวญใส่คนตรงหน้าหน้าทันทีเพราะคิดว่าถูกแกล้ง  และได้แต่ก้มหน้าพร้อมหยิบเสื้อที่ถูกถอดออกไปก่อนหน้านี้เอามาปิดส่วนกลางลำตัวเอาไว้

 

            “คิดว่าปิดแค่นี้แล้วจะรอดมือพี่เหรอครับ”  จากไม่คิดที่จะกลั่นแกล้ง...แต่พอเห็นหน้าของคนรักที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ  จงอินก็นึกอยากแกล้งขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

            ละมือจากการสวมกางเกงให้คนป่วย...แล้วลูบไปบนขาอ่อนจนถึงความกลมกลึง  เพราะรู้สึกมันเขี้ยวเจ้าของใบหน้าเรียวงามที่ตอนนี้กำลังขึ้นสีเหมือนผลมะเขือเทศสุก  ส่วนคนถูกแกล้งที่ไร้ซึ่งอาภรณ์ห่อหุ้มร่างกายก็ได้แต่นั่งกัดปากของตัวเองอยู่บนเก้าอี้ด้วยความเขินอาย  และหลบหลีกมือคนเจ้าเล่ห์ได้ไม่มากนักเนื่องจากสภาพร่างกายมันยังไม่หายเป็นปกติ

 

แต่...คนที่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะทนไม่ไหว  แล้วรีบสวมกางเกงให้กับคนป่วยก็คือผู้ที่เป็นเจ้าของโรงแรม  เพราะการที่ร่างสวยเปลือยเปล่าพยายามเบี่ยงกายหลบมือของเขามันก็ไม่ต่างไปจากการถูกยั่วยวนโดยไม่ตั้งใจ

 

            เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนป่วยเรียบร้อย...คนขี้แกล้งก็เดินเข้าไปในห้องทางด้านหลังเพื่อเปลี่ยนชุดของตัวเองบ้าง  และเมื่อทุกอย่างพร้อม  จงอินก็อุ้มเซฮุนเดินลงไปในสระน้ำด้วยความระมัดระวัง  คนป่วยถูกปล่อยให้ยืนลงในน้ำโดยที่มือทั้งสองข้างจับราวอะลูมิเนียมเอาไว้  ส่วนด้านหลังก็มีเจ้าของกายสีน้ำผึ้งคอยประคองอยู่ไม่ห่าง  จงอินยังไม่ให้คนป่วยเริ่มเดินทันทีเมื่อเท้าแตะลงบนพื้นสระ  แล้วสั่งให้ขยับร่างกายอยู่กับที่อย่างช้าๆเพื่อเป็นการปรับสภาพกล้ามเนื้อ 

 

            “ค่อยๆเดินนะครับเซฮุน  ถ้าไม่ไหวก็บอกพี่  ห้ามฝืนเด็ดขาด”  เมื่อเห็นว่าร่างกายของคนป่วยเริ่มชินกับการยืนอยู่ในสระน้ำ  จงอินจึงเริ่มออกคำสั่งเหมือนอย่างที่ตัวเองถูกคุณหมอสอนมาทันที

 

            “พี่จงอินอย่าปล่อยเซฮุนนะครับ  เซฮุนกลัว!!”  น้ำที่ไหลเวียนอยู่ในสระมันทำให้เซฮุนก้าวขาไม่ได้เหมือนตอนอยู่บนลู่วิ่งไฟฟ้า  ในน้ำมีแรงต้านมากจนขาของเขาเริ่มสั่นและพร้อมที่หมดแรงได้ตลอดเวลาทั้งๆที่เพิ่งเข้ารับการบำบัดได้ไม่ถึงห้านาที

 

            “พี่ไม่ปล่อยแน่นอนครับ  เซฮุนไม่ต้องกลัว...ถ้ายังเดินไม่ได้ก็ย้ำเท้าอยู่กับที่ไปก่อนครับ”  การที่คนป่วยทิ้งตัวมาทางด้านหลังแล้วพิงอกของเขาเอาไว้  และร่างกายยังสั่นเหมือนลูกแมวตกน้ำ  มันเป็นสิ่งที่ฟ้องจงอินได้เป็นอย่างดีว่าคนป่วยกลัวมากแค่ไหน  ยิ่งดวงตาคู่สวยที่หันมามองเขาเหมือนเป็นการกำชับว่าอย่าปล่อยมือเป็นอันขาดก็ยิ่งทำให้จงอินรู้สึกสงสารเซฮุนแทบขาดใจ

 

            คนป่วยหยุดเดินตามคำสั่งของบุรุษพยาบาลประจำตัว  และพยายามตั้งสติอยู่นานกว่าจะเริ่มหัดเดินอีกครั้ง  ขาซ้าย  ขาขวา  ค่อยๆก้าวอย่างช้าๆตามแรงต้านของน้ำที่ไหลวนอยู่ภายในสระ  เซฮุน...เดินไปเดินกลับในระยะที่ไม่ไกลมากนักโดยมีจงอินคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ  และเมื่อบำบัดครบตามเวลาที่คุณหมอกำหนดไว้  เซฮุนก็ถูกอุ้มขึ้นจากสระน้ำทันที

 

            “ตอบพี่หน่อย...คนเก่ง  เมื่อเช้ามีใครอาบน้ำให้หรือเปล่า  หื้มม??!”  วางคนป่วยลงบนเก้าอี้เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า  และเอ่ยปากถามในสิ่งที่ค้างคาใจมาหลายชั่วโมงเพราะเมื่อเช้าตัวเองต้องรีบไปประชุมที่โรงแรมจนไม่ทันได้อาบน้ำให้คนรักเหมือนอย่างที่เคยทำ  แต่พอเดินทางมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งกลับเห็นใบหน้าเรียวสวยนวลไปด้วยแป้งที่เหมือนเพิ่งโดนจับอาบน้ำมาไม่นาน 

 

            “พยาบาลอาบให้ครับ  เซฮุนเหนียวตัว...ก็เลยเรียกให้พยาบาลมาอาบน้ำให้”  รู้ดีว่าเจ้าของโรงแรมเป็นคนขี้โมโห  แต่ก็ยังพูดยั่วอารมณ์เพราะอยากเอาคืนคนขี้แกล้งหลังจากถูกมือหนาสัมผัสตามร่างกายจนทำให้เขินอายเมื่อตอนเปลี่ยนเสื้อผ้า 

 

            แต่ตอนนี้...คนป่วยเริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองพูดไปเมื่อครู่  มันเป็นการคิดผิดอย่างมหันต์เพราะเขากำลังถูกจับจ้องด้วยดวงตาคมที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเดาเลยว่าคนตรงหน้ากำลังโกรธมากแค่ไหน  แถมผ้าขนหนูสีขาวที่คนรักถืออยู่ในมือเพื่อเช็ดตัวให้เขาก็ถูกกำไว้แน่นจนเส้นเลือดขึ้น  คนป่วยจำเป็นต้องทิ้งสายตาไว้ที่พื้น  เพราะไม่อาจทนต่อการถูกจ้องมองอย่างกล่าวโทษของจงอินได้  อีกทั้งยังรู้สึกผิดที่พูดไม่คิดและเอาความเป็นห่วงของคนรักมาทำเป็นเรื่องล้อเล่น

 

            “พยาบาลคนไหนครับ  ผู้ชายหรือผู้หญิง  พี่จะได้จัดการถูก”  ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ  แต่กลับเยือกเย็นในความรู้สึกของคนฟัง  พร้อมกับใช้มือลูบไปที่แก้มของคนรักเบาๆเหมือนเป็นการเค้นเอาคำตอบ  จงอินเคยสั่งพยาบาลทุกคนเอาไว้  ไม่ว่าจะเป็นพยาบาลผู้หญิงหรือผู้ชายก็ห้ามเข้ามาเช็ดตัวหรืออาบน้ำให้คนป่วยคนนี้เด็ดขาด  แต่ทำไม...ถึงมีคนกล้าขัดคำสั่งของเขา

 

            “พะ...พี่จงอินใจเย็นๆก่อนนะครับ  แบคเป็นคนอาบน้ำให้เซฮุนเอง  ไม่มีพยาบาลที่ไหนมาอาบให้ทั้งนั้น  เซฮุนล้อเล่นเฉยๆ  เซฮุนขอโทษ  พี่จงอินอย่าโกรธเซฮุนเลยนะครับ  เซฮุนไม่ได้ตั้งใจ!!”  คนสำนึกผิดรีบพูดความจริงเพราะไม่อยากให้คนรักโกรธจนอาจทำให้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลเดือดร้อน

 

            “เซฮุนไม่ได้โกหกพี่ใช่ไหม  สรุปว่าแกล้งพี่?!  แล้วน้องแบคก็เป็นคนอาบน้ำให้เซฮุนจริงๆใช่ไหม??!”  ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบอีกครั้ง  แล้วใช้มือข้างหนึ่งเชยคางคนที่เอาแต่ก้มหน้าให้หันมาสบตากัน  และเมื่อเห็นว่าดวงตาคู่สวยที่มักจะโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวเมื่อยิ้มหรือหัวเราะเริ่มคลอไปด้วยน้ำสีใส  จงอินจึงรู้ได้ทันทีว่าคนป่วยคงรู้สึกผิดและคำแก้ตัวที่พูดออกมาทั้งหมดก็เป็นเรื่องจริง

 

รู้ทั้งรู้...ว่าหวงจนแทบอยากจับขังเอาไว้ในห้อง  แต่เซฮุนก็ยังกล้าวัดใจคนอย่างเขาด้วยการพูดยั่วโทสะ

 

            เซฮุนไม่ได้โกหกครับ  แบคเป็นคนอาบน้ำให้เซฮุนจริงๆ  เซฮุนขอโทษ...พี่จงอินอย่าโกรธเซฮุนเลยนะครับ  ทีหลังเซฮุนจะไม่พูดแบบนั้นอีกแล้ว  พี่จะ...จง  อื้ออออออ

 

            ปากหยักบดจูบคนที่คิดจะลองดีกับเขา...และใช้มือทั้งสองข้างจับใบหน้าเรียวสวยไว้ด้วยแรงของความหึงหวง  พร้อมกับมอบรสสัมผัสที่ร้อนแรงให้เพื่อเป็นการลงโทษ  แต่คนถูกจูบกลับไม่ได้คิดว่าสิ่งที่จงอินทำอยู่นั้นคือการลงโทษ  รวมถึงทราบดีว่าผู้ชายคนนี้หวงเขามากแค่ไหน  ขี้หึงมากเท่าใดหรือไม่ต้องการให้ใครเข้าใกล้  เซฮุนผิดเองที่เอาความรู้สึกดีๆที่คนรักมอบให้มาเป็นเรื่องล้อเล่น  เอาความเป็นห่วง...มาพูดเพื่อเห็นแก่ความสนุกเพียงชั่ววูบ  และตอนนี้...เขาก็พร้อมที่จะยอมโดนลงโทษมากกว่าแค่การถูกจูบ 

 

           เซฮุนเอียงใบหน้าเพื่อรับจูบจากปากหยักให้ถนัดมากขึ้น  พร้อมกับส่งลิ้นที่ทำอย่างไรก็อ่อนประสบการณ์กว่าตอบโต้อวัยวะเดียวกันของคนตรงหน้าอย่างไม่นึกอาย  และผลจากการกระทำของคนป่วย...ก็ทำให้จงอินเริ่มคุมตัวเองไม่อยู่  มือหนาลูบไล้และฟอนเฟ้นไปทั่วร่างสวยอย่างอดใจไม่ไหว  เพราะมันทั้งหวาน  ทั้งหอมและจับตรงไหนก็นุ่มมือไปหมด

 

แต่...แรงบีบที่หัวไหล่จากมือของคนที่ยอมถูกลงโทษ  มันทำให้เจ้าของกายสีน้ำผึ้งต้องละออกจากความหวานอย่างนึกเสียดาย  และดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำปรือมองเขาอยู่ตรงหน้าพร้อมทั้งส่งยิ้มมาให้ก็ทำเอาจงอินถึงกับต้องส่งปากหยักลงไปจูบคนช่างยั่วซ้ำๆอย่างคนไม่รู้จักพอ

 

ฟอดดดดด!!!

 

            อยากให้พี่อดใจไม่ไหวหรือไง  หื้มม”  ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆไปที่ริมฝีปากของคนป่วยและหอมแก้มนุ่มจนยุบไปตามแรงกด

 

            “อดไม่ไหวก็ไม่ต้องอดสิครับ”  รู้ดีว่าจงอินต้องอดทน  เรียนรู้  และฝึกในสิ่งที่ไม่เคยทำเพื่อจะได้ดูแลคนป่วยอย่างเขามานานมากแค่ไหน  เซฮุนจึงพยายามตามใจหรือยอมทำอะไรก็ได้เพื่อให้คนรักมีความสุข  แม้ร่างกายของตัวเองจะยังไม่หายเป็นปกติก็ตาม

 

ฟอดดดด!!!

 

ฟอดดดด!!!

 

            “ขอบคุณนะครับ  ขอบคุณที่ยอมพี่มากขนาดนี้  แต่พี่จะรอจนกว่าเซฮุนจะหายดี  แล้วถ้าถึงวันนั้นเมื่อไหร่  พี่จะลงโทษเซฮุนทั้งวันทั้งคืนเลย”  หอมแก้มนุ่มซ้ำๆอย่างไม่รู้เบื่อ  เพราะทั้งคำพูด  ทั้งการกระทำ  ทั้งกิริยาต่างๆที่คนป่วยแสดงออกมาทั้งหมดในวันนี้  มันเกือบทำให้เขาสติแตกและทำอะไรเกินเลยไปกว่าการทำกายภาพบำบัด

 

            เมื่อบทลงโทษสิ้นสุดลง...คนป่วยก็ถูกสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย  แต่ความเงียบในช่วงที่รอใครอีกคนเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย  บวกกับเสียงของน้ำที่ไหลวนอยู่ในสระอย่างช้าๆมันกำลังทำให้เซฮุนจมดิ่งอยู่ในความคิดของตัวเอง

 

            พี่จะรอจนกว่าเซฮุนจะหายดี  แล้วถ้าถึงวันนั้นเมื่อไหร่  พี่จะลงโทษเซฮุนทั้งวันทั้งคืนเลย

 

            คำคำนี้...มันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของคนป่วยจนยากที่จะลบออก  หายดีอย่างนั้นหรือ??  นั่นสิ!!?...อีกนานเท่าไหร่กว่าคนกึ่งพิการอย่างเขาจะหายเป็นปกติ หนึ่งเดือนสองเดือน?  หรือจะเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต????  เซฮุนไม่เคยแน่ใจตัวเองเลยแม้แต่น้อยว่าจะสามารถกลับมาเดินได้อีกครั้งเมื่อไหร่เพราะตั้งแต่ที่เริ่มเข้ารับการบำบัด  เขายังเดินได้ไม่มากเท่าที่ใจอยากให้เป็น  และถ้าไม่มีจงอินคอยช่วยประคองร่างกายเอาไว้  เขาก็แทบจะไม่มีแรงเดินเลยด้วยซ้ำ

 

แกร๊กก!!!

 

                   เสียงตัวล็อครถเข็นถูกปลดออกด้วยมือขอคนที่เพิ่งแต่งตัวเรียบร้อย  และมันก็ทำให้เซฮุนรู้สึกตกใจจนหลุดออกจากภวังค์ของความคิดมากทันที  คนป่วยพยายามเข้มแข็งเพื่อให้ผ่านความเจ็บปวดไปได้ในแต่ละวัน  แต่บางที...มันก็รู้สึกท้อเพราะจากที่เคยเดินได้  อาบน้ำกินข้าวเองได้และเดินทางไปนั่นมานี่ได้อย่างคล่องแคล่ว  ตอนนี้กลับต้องมานอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลโดยไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านวันไหน  แถมยังต้องนั่งอยู่บนรถเข็นตลอดเวลาเมื่อต้องการจะไปที่ไหนอย่างเช่นห้องน้ำ  ห้องเอ็กซ์เรย์ร่างกายหรือแม้กระทั่งสวนหย่อมที่คนรักพามานั่งเล่นอยู่ในตอนนี้

 

            “พี่จงอินเหนื่อยไหมครับ??  เหนื่อยที่ต้องมาดูแลคนป่วยอย่างเซฮุนหรือเปล่า?”

 

            “คนเก่งของพี่เป็นอะไรครับ??  แล้วทำไมถึงถามพี่แบบนั้น  หื้มม?”

 

            “เซฮุนกลัวพี่จงอินจะเหนื่อยครับ  แล้วก็เบื่อ...ที่ต้องมาดูแลคนพิการแบบเซฮุน

 

            “ไม่เอา...ไม่พูดแบบนี้  เซฮุนอย่าคิดมากนะครับ  พี่ไม่ทิ้งเซฮุนแน่นอน  พี่สัญญา

 

            “ฮึกกก!!!  แต่เซฮุนเหนื่อยมากเลยครับ  ฮึก!!  เมื่อไหร่เซฮุนจะหาย  เมื่อไหร่จะเดินได้สักที!!!

 

            “ชู่ววว...ไม่ร้องไห้นะครับคนเก่ง  ใจเย็นๆนะครับ  ทุกอย่างมันต้องใช้เวลา  เซฮุนลืมที่คุณหมอบอกแล้วเหรอครับ

 

            “ฮึกกก!!!........

 

            “พี่พาเซฮุนกลับขึ้นไปพักบนห้องดีกว่า  ป่านนี้น้องแบครอแย่แล้ว

 

            ไม่เก่งเรื่องการปลอบใจใครมาตั้งแต่จำความได้...เจ้าของโรงแรมจึงได้แค่พูดความจริงที่คนป่วยก็ทราบดีอยู่แก่ใจ  แล้วรีบเข็นรถกลับขึ้นมาที่ห้องพักเพราะคนตัวเล็กก็อาจทำให้คนป่วยรู้สึกดีขึ้น  จงอินอยากมีเวทมต์ขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นน้ำตา  เห็นความท้อแท้  เห็นความอ่อนแอของคนรักที่ระเบิดความรู้สึกทั้งหมดออกมาอย่างนั้นแล้วเสกให้เซฮุนเดินได้เหมือนอย่างที่เจ้าตัวต้องการ 

 

            ใช่ว่าเจ้าของโรงแรมไม่รู้สึกท้อ...แต่เขาก็ไม่เคยยอมแพ้และจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้คนรักกลับมาเดินได้เป็นปกติ  ต่อให้ต้องเสียเงินมากมายแค่ไหน  หรือต้องหาหมอที่เก่งที่สุดมารักษาคนป่วยจากที่ใด  เขาก็พร้อมที่จะทำอย่างไม่นึกเสียดายอะไรทั้งนั้น  สิ่งไหนที่สามารถนำรอยยิ้ม  ความสุขและเสียงหัวเราะกลับมาให้เซฮุนได้อีกครั้ง  เขาก็ยอมทำได้ทุกอย่างและจะทำด้วยความเต็มใจ

 

หรือต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต...คิมจงอินคนนี้ก็ยอม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

แก้ไขเมื่อ  10/02/61

Cr. ภาพห้องธาราบำบัด : Samitivej  Hospital

Cr. ภาพดอกทิวลิปสีแดง : IG > youare_myflower

สมองของเรามันหยุดการทำงานจริงๆค่ะ  T^T  พยายามฮึดสู้...แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง

ขอบคุณที่ยังคงติดตามกันนะคะ  และถ้าฟิคตอนนี้มีข้อผิดพลาดประการใด  เราขออภัยด้วยค่ะ(พนมมือ)

แล้วจะเข้ามาตรวจคำเรื่อยๆนะคะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #585 fangpimonpan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 20:55
    เซฮุนต้องสู้ๆนะ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
    #585
    0
  2. #573 /tl26&? (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 14:56
    ทำไมเรารู้สึกกลัวคำโปรยตอนสุดท้ายจัง หรือเราคิดมากไปเอง
    #573
    0
  3. #494 Jammie-Lee (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:36
    อ่า เซฮุนเดี๋ยวก็หายดีแล้ว
    #494
    0
  4. #308 Action!! (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 18:52
    คุณคริสมาทำไมคะ???
    #308
    0
  5. #307 Queensally (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 23:22
    เอ้าคริสมาาา
    #307
    0
  6. #306 หญิงปาร์ค (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 23:02
    คริสสึ~
    #306
    0
  7. #305 ทับบี้คัสตาร์ด (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 20:42
    จงอินโหดอ่ะะะ แต่ก็สมควรละ มาทำน้องฮุนได้ไง!!!
    #305
    0
  8. #304 ibice (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 17:03
    พี่จงอินโหดงะ แต่ก็นะมาทำร้ายน้องเซฮุนเอง ช่วยไม่ได้เด้อออ
    #304
    0
  9. #303 Queensally (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 09:06
    จงอินโหดอ่ะ5555555 ไม่โหดได้ไงล่ะก็ทำกะเซฮุนขนาดนั้น ยอมใจ
    #303
    0
  10. #302 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 05:17
    โหดมากเลยค่ะจงอิน
    #302
    0
  11. #301 Action!! (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 02:04
    พี่จงอินเค้าโหดมากเลยค่ะซิส น้องกลัวอะ รำแม่นางซอลลี่อะ นางคงไม่รอดเนอะ เหอะ *เบ้ปาก*


    จากนี้ไปก็ขอให้มีแต่เรื่องดีๆ ขอให้น้องฮุนมีความสุขกับสวนดอกไม้ตามที่ฝันไว้เร็ว ๆ
    #301
    0
  12. #300 Numfonchanback (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 22:58
    มาอัพแล้ววววววว.งื้ออออออ เย้ๆๆ โอ้วววววจงอินโหดดดจังงง น้าาาาาา เเอบสะใจนิดหน่อย5555
    #300
    0
  13. #299 Beebee0707 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 22:11
    อัพแล้ว ดีจายยย ว่าแต่จงอินนี่โหดจัง แต่ก็สมควรแล้ว ฮ่าาาาาาๆๆ
    #299
    0