จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 24 : ❀ 24

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,926
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    3 พ.ย. 62








ดอกไม้ดอกที่  24

 

 


 

โรงแรม  เชจู

10.45 น.

 

สัปดาห์ต่อมา...

 

Rrrrr!!

 

Rrrrr!!

 

 

           “(พี่ชานยอลทำอะไรอยู่เนี้ยย...ทำไมไม่รับโทรศัพท์สักที!!???)”

 

          มันเป็นเสียงบ่นของคนที่ตั้งตารอแฟนกลับมากจากโซล  และตัวเอง..ก็เพิ่งเดินทางออกมาจากสนามบินเพราะต้องไปส่งลูกค้าคนสำคัญของคุณพ่อตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย  มือเรียวสวย...กดวางสายแล้วเก็บเครื่องมือสื่อสารใส่กระเป๋ากางเกงไว้เหมือนเดิมเมื่อกล่องโดยสารสี่เหลี่ยมมันพร้อมที่จะพาไปส่งยังห้องทำงานเพื่อเคลียร์เอกสารต่างๆที่ทำค้างไว้  ขาเรียวในกางเกงสแล็คสีดำก้าวเท้าเข้ามาในลิฟท์ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดใจเรื่องที่แฟนไม่ยอมรับโทรศัพท์ทั้งๆที่บอกเอาไว้ว่าจะกลับโซลวันนี้

 

            หลังจากทราบข่าวร้ายเรื่องของเพื่อนรัก  คนตัวเล็กก็ต้องทำงานอยู่คนเดียวและวิ่งวุ่นไปนั่นมานี้ทำหน้าที่แทนคุณพ่อทุกอย่าง  แถมตอนนี้วิศวกรประจำโรงแรมก็ยังหายเงียบ  งานก็เยอะ  ปัญหาส่วนตัวก็เยอะ  แบคฮยอนจึงรู้สึกหงุดหงิดไปหมดเพราะเรื่องทุกๆอย่างมันทำให้เขาไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงานเลยแม้แต่นาทีเดียว  มันเป็นห่วง  มันกังวล  และอีกสารพัดความรู้สึกที่เป็นมาตลอดระยะเวลาของการเกิดเหตุ

 

แกร็กก!!

 

                  พี่ชานยอล!!!...มาถึงนานหรือยังฮะ  น้องแบคเป็นห่วงแทบแย่  แล้วมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่  แล้วทำไมยอมรับสายละฮะ???”  เมื่อลิฟท์พามาส่งถึงห้องทำงานและเห็นคนที่ตัวเองเฝ้ารอนั่งอยู่ในห้องผ่านกระจกใสบานใหญ่  แบคฮยอนจึงรีบผลักประตูแล้วเดินเข้ามาด้านในด้วยความดีใจพร้อมกับถามนั่นถามนี่อย่างนึกสงสัย

 

            “มาถึงได้สักพักแล้วครับ...แล้วน้องแบคไปไหนมา  พี่คิดถึงจะแย่”  กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ยังวางอยู่ข้างโต๊ะทำงาน  เพราะเพิ่งเดินทางกลับมาจากโซลได้ไม่กี่ชั่วโมงและตรงเข้ามาที่โรงแรมทันทีเนื่องจากเป็นห่วงแฟนตัวเล็กที่ต้องทำงานอยู่คนเดียว  แถมยังไม่มีคนคอยไปรับไปส่งเมื่อถึงเวลาเลิกงาน

 

            ชานยอล...กลับมาที่เชจูเมื่อเรื่องทุกอย่างที่โซลเริ่มเข้าที่เข้าทาง  และคนป่วยก็มีจีซบคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา  ส่วนคนต้นเหตุอย่างจงอินก็ถูกสั่งห้ามไปที่โรงพยาบาลจนกว่าจะได้อนุญาตจากท่านอีกครั้ง  วิศวกรที่ทำหน้าที่เกินอาชีพและยังต้องทำไปจนกว่าเรื่องทุกอย่างจะจบลงตามที่คนเป็นเจ้าของโรงแรมต้องการรีบดึงร่างเล็กเข้ามากอดไว้ด้วยความคิดถึง  เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องรวมถึงบทลงโทษที่คนเป็นลูกโดนคุณพ่อสั่งกักบริเวณมันทำให้เขาต้องอยู่ห่างจากแฟนนานเกินกว่าที่กำหนด 

 

            “พี่ชานยอลเหนื่อยไหมฮะ...แล้วบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า??  ไหน...น้องแบคขอตรวจหน่อยซิ!!?”  ขืนตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมกอดอุ่นๆ  แล้วดึงวิศวกรประจำโรงแรมให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้  พร้อมกับเดินสำรวจร่างกายอันใหญ่โตโดยการจับนั่นจับนี้เพื่อตรวจหารอยแผลหรืออาการบาดเจ็บว่ามีความผิดปกติหรือไม่   มือเรียวสวยจับเอวหนาแล้วลูบไปเรื่อยๆ  และจับไปทุกสัดส่วนทำเหมือนตัวเองเป็นตำรวจที่กำลังค้นตัวผู้ต้องสงสัย

 

            “โอ๊ยย ๆ ๆ....เจ็บ ๆ ๆ!!!”  แกล้งส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด  เพราะรู้สึกมันเขี้ยวแฟนตัวเล็กที่เอาแต่ทำหน้าเครียดอยู่ตลอดเวลาและสัมผัสร่างกายของเขาไปทั่ว 

 

            “ไหนๆ ๆ...พี่ชานยอลเจ็บตรงไหนฮะ!!!?  น้องแบคจะพาพี่ชานยอลไปหาหมอ!!”  ตกใจเมื่อได้ยินเสียงร้องของแฟนตัวโต  เพราะแบคฮยอนทราบดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดรวมถึงเรื่องที่วิศวกรประจำโรงแรมทำงานเกินหน้าที่มันค่อนข้างเสี่ยงอันตราย  เจ้าตัวจึงรู้สึกเสียขวัญและไม่อยากให้ใครต้องมาบาดเจ็บหรือถ้าเป็นไปได้...ก็ไม่อยากให้แฟนของตัวเองต้องออกไปทำงานแบบนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง

 

ฟอดดดดดดด!!!

 

          พี่ล้อเล่นครับ...พี่ไม่เจ็บตรงไหนเลย  แต่พี่คิดถึงน้องแบคมากกว่า  เรา...ไม่ได้นอนกอดกันมาหลายอาทิตย์แล้วน้าาาาา”  หอมแก้มนิ่มจนมันยุบไปตามแรงกด  แล้วดึงแฟนตัวเล็กเข้ามากอดเอาไว้อีกครั้งเพื่อเป็นการปลอบใจ  แต่...ความเปียกชื้นบนเสื้อเชิ้ตและความสั่นไหวของคนที่อยู่ในอ้อมอกมันทำให้ชานยอลจำเป็นต้องคลายแรงกอดออกอย่างช้าๆ  แล้วยกมือข้างหนึ่งเชยคางมนขึ้นเพราะอยากรู้ว่าแบคฮยอนเป็นอะไร

 

            “ฮึกก!!  ฮึกก!!  พี่ชานยอลล้อเล่นจริงๆใช่ไหมฮะ  พี่ชานยอลอย่าเป็นอะไรนะ  ถ้าพี่ชานยอลเป็นอะไรไปอีกคน  ฮึก!  แล้วน้องแบคจะอยู่กับใคร  ฮึกกก!!!”  รู้ดีว่าแฟนของตัวเองชอบแกล้งอำแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง  แต่สถานการณ์ตอนนี้มันทำให้แบคฮยอนเครียดไปหมดและไม่รู้สึกสนุกด้วยเลยสักนิด  มันเครียดจนแยกไม่ออกแล้วว่าอันไหนคือเรื่องล้อเล่น  แล้วอันไหนคือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง

 

และเขา...ก็อยากให้เรื่องของเซฮุนมันเป็นเพียงแค่เรื่องล้อเล่นเหมือนกับตอนนี้

 

            “ชู่ววววว....ไม่ร้องนะครับคนดี  พี่ไม่เป็นอะไรเลยครับ  พี่กลับมาหาน้องแบคตามสัญญาแล้วไง  น้องแบคอย่าร้องไห้นะครับ”  รู้สึกผิดขึ้นมาทันทีเพราะไม่คิดว่าแฟนตัวเล็กจะคิดมากถึงเพียงนี้  และจากเรื่องล้อเล่นก็กลับกลายเป็นสิ่งที่ชานยอลต้องมานั่งเครียดเสียเอง  มือหนาใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาคนถูกแกล้งเบาๆและพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้แบคฮยอนรู้สึกดีขึ้น

 

            คนตัวเล็ก...ไม่ได้อยากดูอ่อนแอ  ขี้แย  หรืออ่อนไหวอะไรขนาดนั้น  แต่ความเครียดบวกกับความเป็นห่วงที่ถูกเก็บสะสมมานานมันทำให้ไม่สามารถกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้ได้อีกแล้ว  ข่าว...เรื่องที่เพื่อนรักถูกยิงจนต้องเข้ารับการผ่าตัดและยังเดินไม่ได้  รวมถึงการไม่ได้เจอแฟนมาหลายอาทิตย์  มันเป็นปัญหาที่ถาโถมเข้ามาจนแบคฮยอนตั้งรับไม่ทัน   แถมยังต้องทำงานแทนคุณพ่อและต้องอยู่ที่เชจูเพียงลำพัง  ทุกๆอย่างมันทำให้เขารู้สึกเครียดไปหมด

 

            “พี่ชานยอลลล...น้องแบคอยากไปเยี่ยมเซฮุนจังเลยฮะ

 

            “ได้ไปแน่ครับ..แต่ต้องรอให้คุณพ่อกลับมาก่อน  น้องแบคลืมที่ท่านสั่งไว้แล้วเหรอ??”

 

            “ไม่ลืมฮะ...แต่น้องแบคอยากไปหาเซฮุน  น้องแบคอยากเห็น...ว่าเซฮุนเป็นยังบ้าง

 

            “เซฮุนสบายดีครับ...มีคุณพ่อคอยดูแลอยู่ทั้งคน  แล้วจงอะ...อิน

 

            “อย่าพูดชื่อคนคนนั้นนะฮะ...น้องแบคไม่อยากได้ยิน  น้องแบคโกรธธธ...โกรธมากๆ!!!

 

            คราบน้ำตายังไม่ทันแห้ง...และยังไม่ทันที่วิศวกรประจำโรงแรมจะได้พูดอะไรต่อ  คนตัวเล็กก็เอาแต่แสดงท่าทีหงุดหงิด  พร้อมกับทำหน้าบึ้งทันทีเมื่อได้ยินชื่อของหนุ่มผิวเข้ม  แบคฮยอน...รู้สึกไม่พอใจคนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดและเรื่องแย่ๆที่เกิดขึ้นมันก็ร้ายแรงจนเกือบทำให้เพื่อนของเขาต้องเสียชีวิต  ถึงแม้จะทราบดี...ว่าเรื่องแบบนี้มันไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรือไม่มีใครสมควรถูกยิง  แต่ความเครียด  ความวิตกกังวลและความเหงาที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้มันก็เกิดจากคนเป็นเจ้าของโรงแรมทั้งนั้น

 

...

 

 

...

 

 

...

 

SM  Hospital

09.20 น.

 

 

                ส่วนคนที่ถูกแฟนของเพื่อนไม่พอใจโดยไม่รู้ตัว...ก็กำลังขับรถออกจากคอนโดฯด้วยความดีใจเพราะวันนี้เขาจะได้พบหน้าคนป่วยอีกครั้งหลังจากถูกผู้ใหญ่ที่นับถือสั่งห้ามเอาไว้เมื่อหลายวันก่อน  ตอนแรก...ก็รู้สึกหงุดหงิดใจอยู่ไม่ใช่น้อยที่ถูกสั่งห้ามมาเยี่ยมคนรักจนกว่าจะได้รับอนุญาต  แต่ตอนนี้...เขาอยากขอบคุณคนที่ออกคำสั่งแบบนั้นมากที่สุด  เพราะท่านไม่ได้เพียงแค่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้  แต่ยังช่วยให้ความเข้าใจผิดต่างๆมันถูกคลี่คลายไปทางที่ดีและคนป่วยก็เริ่มเข้าใจตัวเขามากขึ้น   

 

            คนเป็นเจ้าของโรงแรม...จอดรถเมื่อขับมาถึงที่โรงพยาบาลพร้อมเอื้อมมือไปหยิบดอกทิวลิปสีแดงช่อใหญ่ที่วางไว้ตรงเบาะด้านหน้าแล้วรีบลงจากรถเดินตรงไปที่หน้าลิฟท์ทันที  จงอินแวะซื้อดอกไม้มาจากร้านที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก  และดอกไม้ที่ถืออยู่ในมือตอนนี้...มันก็อาจช่วยให้คนป่วยรู้สึกดีขึ้น  เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เซฮุนชอบมากที่สุด  ริมฝีปากหยักบนใบหน้าคมเข้มยิ้มไม่หุบตั้งแต่ขับรถออกมาจากคอนโดฯจนถึงโรงพยาบาล  และเมื่อลิฟท์พามาส่งถึงชั้นที่คนป่วยนอนพักรักษาตัว  ขายาวสมส่วนในกางเกงสีเข้มที่เข้ากันดีกับเสื้อสูทก็รีบเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของคนรัก  พร้อมกับยืนเรียกความมั่นใจให้กับตัวเอง

 

            แต่...พอเปิดประตูเข้ามาด้านใน  และเห็นผ้าม่านผืนใหญ่ถูกรูดปิดเอาไว้จนบดบังคนที่อยากเห็น  มือหนาจึงจำเป็นต้องวางดอกไม้ช่อใหญ่ไว้บนโซฟาแล้วรีบเปิดผ้าม่านออกทันที  เพราะคิดว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับคนรัก  แถมคำพูดต่างๆที่เตรียมมาเพื่อขอโทษและสารภาพความผิดกับสิ่งที่ตัวเองเป็นคนก่อไว้ก็ถูกกลืนไปหมด

 

            “ทำอะไรกัน!!!!!!  ร้อยยิ้มมากสเน่ห์...หายไปจากเจ้าของใบหน้าคมเข้มเหมือนกับชีวิตนี้ไม่เคยยิ้มมาก่อน  และเปลี่ยนอารมณ์จากความเป็นห่วงกลายเป็นความโกรธเมื่อเห็นภาพของคนรักที่เกือบเปลือยเปล่าทั้งตัวกำลังถูกพยาบาลทั้งหญิงและชายรุมล้อมอยู่บริเวณรอบๆเตียงของผู้ป่วย 

 

            “เอ่อออ!!  กะ...กำลังเช็ดตัวให้คนไข้ค่ะ!”  ตอบคำถามด้วยความรู้สึกกล้าๆกลัวๆ  เพราะชายตรงหน้าใช้น้ำเสียงที่ค่อนข้างดังพร้อมทั้งแสดงท่าทีที่บ่งบอกได้ถึงความไม่พอใจ 

 

            “ไม่ต้องเช็ด!!!...ออกไปจากห้องนี้ให้หมด!!  แล้วทีหลังก็ไม่ต้องเข้ามาอีก  ถ้าผมไม่ได้สั่ง!!!!”  ไม่ใช่แค่น้ำเสียงและสีหน้าของจงอินเท่านั้นที่น่ากลัว  เพราะตอนนี้...เจ้าของเสียงทรงอำนาจที่กำลังแสดงออกถึงความโกรธได้เดินแทรกกายเข้ามายืนขวางการทำหน้าที่ของพยาบาล  พร้อมถอดเสื้อสูทสีเข้มแล้วรีบคลุมร่างคนรักที่แทบจะเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกหวง

 

            เซฮุน...อยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน  และท่อนล่างก็มีเพียงผ้าขนหนูสีขาวคลุมเอาไว้  นั่นจึงทำให้จงอินรู้สึกโกรธเนื่องจากมันทนไม่ได้ที่จะให้คนอื่นมาเห็นร่างกายของคนรักในสภาพแบบนั้น  แถมพยาบาลทั้งหญิงทั้งชายต่างก็เอาแต่จับตรงนั้น  สัมผัสตรงนี้  และยืนรายล้อมเตียงของคนป่วยเต็มไปหมด  คนเป็นเจ้าของโรงแรม...โมโหมากจนอยากสั่งย้ายพยาบาลชุดนี้ออกให้หมด  แต่ก็ทำไม่ได้เหมือนใจคิด 

 

 

                คนป่วย..สามารถถอดเครื่องช่วยหายใจ  สายน้ำเกลือ  รวมถึงสายต่อท่อทางเดินปัสสาวะออกได้  เพราะอาการบาดเจ็บโดยรวมเริ่มฟื้นตัวได้ดีขึ้น  ทานอาหารได้เป็นปกติ  และแผลภายนอกอย่างรอยฟกช้ำหรือแผลแตกบนหน้าผากด้านซ้ายก็สามารถตัดใหมออกได้เรียบร้อย  แต่ก็ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เนื่องจากแขนยังใส่เฝือก  ส่วนขาข้างที่ถูกผ่าตัดก็ยังใช้งานไม่ได้ในตอนนี้

 

            ทุกๆตอนเช้าและตอนเย็น...บุรุษพยาบาลต้องเข้ามาช่วยประคองร่างของเซฮุนเพื่อให้พยาบาลอีกคนทำหน้าที่เช็ดตัวหรือทำความสะอาดร่างกาย  และต้องทำแบบนี้ทุกวันเพราะลำพังแค่พยาบาลผู้หญิง 1-2 คน  มันไม่สามารถเช็ดตัวคนป่วยได้ง่ายเหมือนกับผู้ป่วยรายอื่นที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้  แต่สำหรับตอนนี้...พยาบาลทั้งหญิงและชายที่คอยทำหน้าที่ดูแลเซฮุนอยู่ก่อนหน้านั้น  ต่างคนต่างเดินหนีออกไปจากห้องเมื่อเจอกับพายุอารมณ์ของญาติคนไข้พร้อมกับถูกออกปากไล่ด้วยความโกรธ

 

                เลิกหงุดหงิดได้แล้วครับ...คุณพยาบาลก็แค่มาทำตามหน้าที่  พี่จงอินอย่าไปโกรธพวกเค้าเลยนะครับ”  กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงของตัวเอง  และพยายามพูดให้เจ้าของโรงแรมเลิกเอาแต่ใจ  พร้อมใช้แขนที่สามารถใช้งานได้อยู่ข้างเดียวกอดตอบคนตรงหน้าเพื่อให้พายุอารมณ์ที่กำลังโหมอยู่เมื่อครู่สงบลง

 

                เซฮุนไม่ได้ตกใจหรือหวาดกลัวกับน้ำเสียงที่จงอินพาลใส่พยาบาล  แต่รู้สึกอุ่นใจมากกว่าที่ได้พบหน้าคนรักอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เจอกันอีกเลยเมื่อเรื่องแย่ๆทั้งหมดได้ผ่านพ้นไป  และไม่ใช่แค่ความอุ่นใจอย่างเดียวเท่านั้นที่รู้สึกได้  เพราะมันยังมีอีกหลายๆความรู้สึกที่เกิดขึ้นอยู่ภายในใจ  ปากบางสีหวานยกยิ้มอย่างมีความสุข  แต่ก็รู้สึกขำที่คนรักของตัวเองยังขี้โมโหเหมือนเดิมทั้งๆที่ความเป็นจริง....พยาบาลก็เข้ามาทำหน้าที่ไปตามปกติและต้องทำแบบนี้เป็นประจำทุกวันทั้งเช้าทั้งเย็น

 

            เซฮุนยอมรับ...ว่าตอนแรกก็รู้สึกอายมากอยู่พอสมควรที่ต้องมานอนให้คนอื่นเช็ดตัวหรือสัมผัสร่างกาย  แต่พอวันเวลาผ่านไปเรื่อยๆมันก็เริ่มชินและสภาพของตัวเองก็ยังไม่สามารถขยับหรือเคลื่อนไหวอะไรได้มากเหมือนผู้ป่วยคนอื่นๆ  แต่...คนที่ยังไม่ชินเพราะเพิ่งได้รับอนุญาตจากผู้ใหญ่ที่นับถือให้เข้ามาดูแลคนป่วยได้เป็นวันแรก  และต้องมาเห็นภาพคนรักนอนกึ่งเปลือยให้เจ้าหน้าที่จับตรงนั้นแตะตรงนี้อยู่บนเตียงก็คงเป็น...หนุ่มผิวเข้มที่ยังคงหงุดหงิดอยู่เหมือนเดิม

 

ฟอดดดด!!!

 

            “หน้าที่บ้าบออะไร...มาจับเมียคนอื่นเค้าแก้ผ้า!!!!”  กอดคนรักเอาไว้...พร้อมหอมกลุ่มผมสีเข้มด้วยความคิดถึง  และใช่ว่าอยากหงุดหงิด  โมโห  หรือระเบิดอารมณ์ต่อหน้าคนป่วย  แต่...ใครมันจะไปทนได้เมื่อต้องมาเห็นแฟนของตัวเองถูกคนอื่นจับแก้ผ้าออกจนเกือบหมด  และตอนนี้จงอินไม่สนแล้วว่าใครจะเข้ามาทำตามหน้าที่หรือเข้ามาดูแลคนป่วย   เพราะนับตั้งแต่วันนี้...เขาจะเป็นคนทำหน้าที่ทุกอย่างด้วยตัวเอง 

 

            “ถ้าคุณพยาบาลไม่มาเช็ดตัวให้...เซฮุนก็เหม็นแย่สิครับ”  พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน  พร้อมเงยหน้ามองเจ้าของโรงแรมจอมดุที่เอาแต่ขมวดคิ้วจนใบหน้าคมเข้มมันยุ่งไปหมด  แถมยังกอดเขาไว้ไม่ยอมปล่อย

 

            “ไม่เหม็นหรอกครับ  เซฮุนของพี่หอมจะตาย  ตรงนี้ก็หอม...ตรงนั้นก็หอม  หอมไปหมดนั้นแหละ”  พรมจูบไปทั่วใบหน้าเรียวสวยเพื่อพิสูจน์ว่าคนป่วยหอมที่สุดแม้จะไม่ได้อาบน้ำ  และในเสี้ยวความคิดของส่วนที่ปัญญาอ่อนที่สุดในหัวสมองก็ว่าเขาไม่อยากให้เซฮุนอาบน้ำเลยสักวันเดียว  เพราะคนอื่นจะได้ไม่อยากเข้าใกล้ 

 

            “พอก่อนครับพี่จงอิน...เซฮุนช้ำหมดแล้ว  เดี๋ยวคุณหมอก็จะเข้ามาตรวจอีก  เซฮุนยังไม่เช็ดตัวเลยนะครับ”  ร้องประท้วงคนเอาแต่ใจที่ยังไม่หยุดหอมแก้มเขาเสียที  แถมสภาพร่างกายของตัวเองก็ไม่อำนวยต่อการหลบหลีกรอยจูบ  เซฮุนย่นจมูกใส่คนรักและชี้นิ้วไปที่อุปกรณ์ในการเช็ดตัวอย่าง...กะละมังน้ำอุ่นและผ้าขนหนูผืนเล็กๆสีขาวที่พยาบาลวางทิ้งไว้หลังจากโดนระเบิดอารมณ์ใส่เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา

 

            คนถูกชี้นิ้วสั่ง...ก้มตัวลงจูบปากบางสีหวานของคนป่วยก่อนที่จะเริ่มเช็ดตัวให้  และรอยฟกช้ำ  รอยกระสุนปืน  รวมถึงบาดแผลอื่นๆที่อยู่บนร่างสวยมันก็ทำให้จงอินรู้สึกสะเทือนใจทุกครั้งเมื่อลูบผ้าชื้นน้ำผ่านร่องรอยความเจ็บปวดพวกนั้น  คนเป็นเจ้าของโรงแรมทราบดี...ว่าสักวันรอยแผลทุกอย่างจะหายเป็นปกติ  แต่มันก็ได้ทิ้งความทรงจำแย่ๆเอาไว้ให้นึกถึงเหตุการณ์อันเลวร้ายอยู่เสมอ

 

                คนเก่ง...พี่ขอโทษนะครับ  ขอโทษทุกอย่าง  ขอโทษที่ทำให้ต้องเจ็บตัวแบบนี้

 

            “เจ็บตัวมันไม่เท่ากับเจ็บใจหรอกนะครับพี่จงอิน...คุณพ่อเล่าทุกอย่างให้เซฮุนฟังหมดแล้วว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง  แต่พี่จงอินก็ไม่ควรเอาปมในอดีตของตัวเองมาทำร้ายเซฮุนแบบนี้  พี่จงอินโมโหใส่เซฮุนเหมือนเราไม่เคยรู้จักนิสัยกันมาก่อน  แต่เซฮุนก็มีส่วนผิดอยู่เหมือนกันนะครับที่ไม่ยอมบอกเรื่องของคุณคริสให้พี่จงอินรู้  เซฮุนขอโทษนะครับ  พี่จงอินอย่า กะ...โกรธ  อื้มมมม

 

            ระบายความรู้สึกต่างๆที่เก็บไว้มานานยังไม่ทันจบประโยค...คนป่วยก็ถูกคนเอาแต่ใจก้มตัวส่งปากหยักบดจูบปิดกันความในใจไปเสียก่อน  และจูบนี้...มันก็เหมือนเป็นคำตอบของทุกอย่างจากคนที่สำนึกผิดเพราะมันอ่อนโยน  นุ่มนวล  และเป็นสัมผัสที่คนป่วยคิดถึงมากที่สุด  ลิ้นอุ่นชื้นกวาดต้อนกอบโกยความหวานจากคนรักอยู่นานโดยไม่ได้คิดเลยว่า...อาจมีพยาบาลหรือแพทย์เดินเข้ามาตรวจอาการของคนป่วย

 

            “พี่รักเซฮุนมากครับ  พี่ขอโทษ...ขอโทษสำหรับทุกอย่าง  พี่สัญญานะครับ...ว่าพี่จะไม่ทำให้เซฮุนเสียใจอีก

 

                คนป่วย...กอดบุรุษพยาบาลจำเป็นเอาไว้แน่นเหมือนเป็นการตอบรับว่าเขาพร้อมที่จะให้อภัยคนตรงหน้าได้เสมอ  และความรักความเป็นห่วงที่ปะปนมากับความขี้โมโหแบบที่เจ้าของโรงแรมเป็นอยู่ทุกวันนี้มันก็มีแต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่เข้าใจ  เซฮุนรู้ดี...ว่าที่จงอินทำไปทั้งหมดก็เป็นเพราะความหึงหวง  ความเข้าใจผิด  รวมถึงปมในอดีตที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก  แต่เมื่อได้พูดความรู้สึกออกไปหมดแล้ว  มันก็ทำให้โล่งใจมากขึ้นและหวังอยู่ในใจลึกๆว่าฟ้าหลังฝนมันคงจะสดใสเหมือนอย่างที่ใครๆบอกไว้

 

            “พี่จงอิน...พอแล้วครับ  เดี๋ยวคุณหมอจะเข้ามาตรวจแล้วนะครับหยะ...หยุด!!  อ๊ะ!”

 

            โดนมือหนา...ฉวยโอกาสจากการทำหน้าที่เช็ดตัวให้คนป่วย  โดยการลูบผ้าชื้นน้ำผ่านสะโพกกลมกลึงไปมาแถมยังถูกหอมแก้มซ้ำๆไม่หยุด  เซฮุนจึงจำเป็นต้องส่งเสียงร้องประท้วงอีกครั้งเพราะสภาพร่างกายของตัวเองก็ยังเปลือยเปล่า  และการถูกสายตาคนเจ้าเล่ห์จับจ้องนานๆมันก็ทำให้รู้สึกอายอยู่ไม่ใช่น้อย

 

            “เขินเหรอครับคนเก่ง...พี่เห็นมาหมดแล้ว  เซฮุนไม่ต้องอายหรอกครับ

 

            “พี่จงอินอย่าพูดแบบนี้ได้ไหมครับ  แล้วก็แต่งตัวให้เซฮุนได้แล้ว

 

            “คร้าบบบบ...

 

            “แล้วงานที่โรงแรมเป็นยังไงบ้างครับ...ยุ่งมากไหม??  พี่จงอินไม่ต้องมาเฝ้าเซฮุนก็ได้นะครับ  พยาบาลที่นี่ก็มีอยู่เยอะแยะ

 

            “ไม่ต้องเลย...เมียพี่ทั้งคน  พี่ดูแลเองได้  พี่ไม่ยอมให้ใครมาจับเมียของพี่แก้ผ้าอีกเด็ดขาด!!!

 

            “พยาบาลก็แค่มาทำตามหน้าที่นะครับ  พี่จงอินนั้นแหละคิดมาก  ไม่มีใครมาทำอะไรเซฮุนหรอกครับ ”

 

            “ก็ลองมาทำสิ!!!... พี่จะฆ่ามันให้หมด!”

 

            “เฮ้ออออ....ไม่คุยด้วยแล้วครับ!  เซฮุนนอนดีกว่า

 

            หลับตา...ทั้งๆที่ไม่ได้รู้สึกง่วง  แต่ทำไปเพราะขี้เกียจต่อปากต่อคำกับผู้ใหญ่ที่กำลังทำตัวเหมือนเด็กห้าขวบ  ความเป็นห่วงกับความเอาแต่ใจมันคาบเกี่ยวกันอยู่นิดเดียวในความรู้สึกลึกๆของคนป่วย  และเมื่อขยับกายหนีไม่ได้มันก็ต้องใช้วิธีนี้  แล้วอีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องปิดเปลือกตาลงก็เป็นเพราะ...อยากหลบสายตาคมของบุรุษพยาบาลจำเป็นที่เอาแต่จับจ้องร่างเปลือยเปล่าของเขาและกำลังถูกสวมเสื้อผ้าให้อย่างเบามือ

 

            “เซฮุนนน...ไม่ต้องแกล้งหลับเลยครับ  ตื่นมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน...จะตื่นดีๆ  หรืออยากโดนพี่ทำโทษ  หื้มม?”

 

            “จะลงโทษคนป่วยจริงๆเหรอครับ  ทำไมเจ้านายคนนี้ใจร้ายจังเลย (:”

 

            “กำลังท้าทายใครอยู่ครับ...พนักงานจัดดอกไม้คนเก่ง

 

            “อย่านะครับพี่จงอิน....อื้อออ

 

ก๊อกกก ๆ ๆ

 

แกร๊กก!!

 

                การหยอกล้อ...ของคู่รักที่เพิ่งคืนดีกันได้ไม่นานจำเป็นต้องหยุดลงเมื่อประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับคุณหมอประจำตัวของคนไข้และพยาบาลที่เดินเข้ามาด้านใน  จงอินโค้งรีบตัวให้อย่างสุภาพแล้วเดินออกมาจากเตียงผู้ป่วยเพื่อให้หมอสามารถเข้ามาตรวจร่างกายของคนรักได้ถนัดมากขึ้น  เจ้าของโรงแรมยืนฟังสิ่งที่หมอคุยกับคนไข้อยู่ที่โซฟาด้านข้างด้วยความตั้งใจ  เพราะอยากรู้ว่าอาการของเซฮุนจะดีขึ้นมากน้อยแค่ไหนหรือจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่

 

                แผลทุกอย่างดีขึ้นมากแล้วนะครับคุณเซฮุน  คราวนี้ก็เหลือแค่อาการบาดเจ็บที่ขาเท่านั้น  คุณเซฮุนพร้อมที่จะทำกายภาพบำบัดหรือยังครับ?”

 

            “ผมจะกลับมาเดินได้จริงๆใช่ไหมครับคุณหมอ?”

 

            “ได้แน่นอนครับ...หมอรับรอง  แต่ทุกอย่างมันต้องใช้เวลานะครับ  หมออยากให้คุณเซฮุนอดทน  แล้วก็หมั่นทำกายภาพบ่อยๆ

 

            “ผมจะทำตามที่คุณหมอบอกทุกอย่างครับ  แต่...ผมไม่แน่ใจว่าจะเดินไหวหรือเปล่า  คะ..คือผมนอนเฉยๆแบบนี้มาหลายวัน  แล้วผม...เอ่ออ  แค่จะขยับขาแต่ละที  ผมยังใช้เวลาอยู่ตั้งนาน

 

            “คุณเซฮุนต้องใจเย็นๆนะครับ  หมอยังขอยืนยันคำเดิม...ว่าคุณเซฮุนจะกลับมาเดินได้แน่นอน  แล้วเย็นนี้...คุณเซฮุนต้องเอาเฝือกที่แขนออกด้วยนะครับ  ส่วนพรุ่งนี้หมอจะเอาตารางการทำกายภาพบำบัดมาให้ดู

 

            “ขอบคุณมากครับคุณหมอ

 

            เป็นคำวินิจฉัยของแพทย์...ที่ทำให้เจ้าของโรงแรมยิ้มได้เพราะถึงแม้คนป่วยจะยังไม่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในเร็วๆนี้  แต่การนัดเวลาเพื่อนำเฝือกออกจากแขน  การเริ่มนัดทำกายภาพบำบัดและคำยืนยันของหมอที่บอกว่าคนรักจะกลับมาเดินได้เหมือนเดิม  ทุกๆอย่างมันคือสัญญาณที่ดีและเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมีความมั่นใจมากขึ้นหลังจากที่ผ่านเรื่องร้ายๆมาหลายวัน 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    

 

 

 

 


 

 

 

 

 

Rrrrr!!!!

 

Rrrrr!!!!

 

Rrrrr!!!!

         

 

            พี่ออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอกแป๊บนึงนะครับ...เดี๋ยวพี่กลับมา”  จำเป็นต้องรับสายนี้และไม่สามารถคุยต่อหน้าคนรักได้เหมือนอย่างที่เคยเพราะมันเป็นเรื่องที่เซฮุนไม่ควรรับรู้  จงอินทราบอยู่แก่ใจ...ว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังทำมันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง  แต่เรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นกับคนป่วยมันต้องมีคนชดใช้

 

            “ใครโทรมาเหรอครับ?!!  ใช่คุณชานยอลหรือเปล่า??...เซฮุนอยากคุยกับแบค”  คนป่วยออกอาการงอแงทันทีเนื่องจากคิดถึงเพื่อนรักตัวเล็กมากที่สุดเพราะตั้งแต่เกิดเรื่อง  เขาก็ยังไม่ได้คุยกับใครเลยนอกจากคุณพ่อบุญธรรม

 

            จีซบสั่งห้ามคนป่วยไม่ให้คุยกับใครจนกว่าจะขยับร่างกายได้มากกว่านี้  เพราะตอนแรกสภาพของเซฮุนมีแต่สายน้ำเกลือกับสายออกซิเจน  รวมถึงสายต่อท่อทางเดินปัสสาวะ  ซึ่งทุกๆอย่างมันไม่เหมาะกับการที่จะขยับร่างกายเลยสักนิด  แต่ตอนนี้เมื่ออาการบาดเจ็บต่างๆมันเริ่มดีขึ้น  เซฮุนจึงอยากคุยกับเพื่อนรักเพราะรู้สึกคิดถึงและอยากให้มาอยู่ด้วยกันที่นี่

 

จุ๊บบ!!!

 

            “พี่เลขาโทรมาครับ...พี่ออกไปคุยธุระแป๊บเดียว  เดี๋ยวพี่จะรีบกลับมา

 

            ละมือจากการป้อนมื้อเที่ยงให้คนป่วย  แล้วก้มกายจุมพิตแก้มเนียนด้วยความทะนุถนอมและรีบเดินออกไปจากห้องทันที  หน้าที่ของพยาบาล...ถูกคนเป็นเจ้าของโรงแรมทำหน้าที่แทนทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็นการเช็ดตัวให้คนป่วย  การพาคนป่วยเข้าห้องน้ำเมื่อถึงเวลาที่ต้องขับถ่าย  การป้อนยาและอีกหลายๆอย่างที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถทำให้เซฮุนได้นอกจากตัวเขา  จงอินเต็มใจที่จะดูแลคนรักและจะทำหน้าที่ทุกอย่างให้ดีที่สุด

 

แต่...การเดินออกไปคุยโทรศัพท์ด้านนอกโดยอ้างคนเป็นเลขา  มันไม่สามารถหลอกคนป่วยได้เหมือนอย่างที่เจ้าของโรงแรมคิด

 

                   เซฮุนรู้ดี...ว่าสิ่งที่จงอินพูดออกมาเมื่อครู่มันเป็นเรื่องโกหกเพราะทั้งสายตา  ทั้งคิ้วที่ขมวดกันจนยุ่งและสีหน้าที่ดูเคร่งเครียด  ทุกๆกิริยาที่เจ้าของใบหน้าคนเข้มแสดงออกมามันเป็นตัวฟ้องทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว  แต่ที่ไม่รู้...ก็คือสิ่งที่คนรักกำลังมีเรื่องปกปิดหรือมีความลับอะไรซ่อนเอาไว้เพราะถ้าเป็นพี่เลขาโทรมาจริงๆ  จงอินก็ไม่เคยขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ที่อื่นเลยสักครั้งหรือทำตัวผิดปกติแบบนี้

 

...

 

 

...

 

 

...

 

Rrrrr!!

 

Rrrrr!!

 

                ว่าไงซึงกิ!!!

 

            (กว่าจะรับสาย...ทำอะไรอยู่วะ??  กะ...กู)

 

            “มึงรีบๆพูดมาเลย  เวลากูมีน้อย  เดี๋ยวเมียกูสงสัย!!”

 

            (โอ้โห...คุณจงอินผู้ยิ่งใหญ่แห่งตระกูลคิมมมม!!!  ถุยย!!!ไอ้ดำ!!...ไอ้คนกลัวเมีย!!!)

 

            “มึงอย่ามากวนตีน  เมียกูกำลังกินข้าว  ตกลงโทรมามีอะไร!!”

 

            (เอาแบบซีเรียสเลยนะ...กูถามมึงตรงๆ  คนร้ายมึงสั่งให้กูจับขังเอาไว้ในโกดัง  มึงจะเอายังไงต่อวะ??!  คนของกูโทรมารายงาน...บอกว่าพวกมันเริ่มไม่ค่อยไหวกันแล้วนะเว้ย!!!  เดี๋ยวแม่งก็ตายห่าก่อนที่มึงจะได้ล้างแค้น!)

 

            “ถ้าใครตายไปก่อน...กูฝากมึงเอาศพไปทิ้งให้ด้วยก็แล้วกัน  กูขอเวลาอีกแค่  วัน  รอให้เซฮุนอาการดีขึ้นกว่านี้อีกหน่อย  แล้วเดี๋ยวกูจะเข้าไปจัดการกับพวกมันเอง

 

            (เออ ๆ ๆ...จะมาเมื่อไหร่ก็โทรบอกกูก่อน  กูจะได้เคลียร์ทางไว้ให้)

 

            “ขอบใจ...แค่นี้ก่อนนะ

 

           อี ซึงกิ  เป็นตำรวจที่ดีเมื่ออยู่ในหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ  แต่เมื่ออยู่นอกเครื่องแบบหรือนอกเวลางาน  เขาก็กลายเป็นคนธรรมดาที่ต้องคอยรับคำสั่งของเพื่อนอย่างหาทางหลีกเลี่ยงไม่ได้  และคำสั่งของจงอินเป็นสิ่งที่ทำให้คนตำรวจอย่างเขารู้สึกอึดอัดใจมากอยู่พอสมควร  เพราะโกดังขนาดใหญ่...ในแทบชานเมืองที่เพื่อนผิวเข้มใช้เก็บเฟอร์นิเจอร์เก่าๆภายในโรงแรม  มันต้องกลายมาเป็นสถานที่ที่ใช้ขังคนร้ายทั้งห้าคน 

 

และบทลงโทษ...ที่ถูกเพื่อนสั่งให้ทำก็ไม่มีข้อยกเว้นให้ใครทั้งนั้น  แม้หนึ่งในคนร้ายจะเป็นผู้หญิง

 

            ทุกๆคน...ถูกจับถอดกางเกงและมัดติดอยู่กับเก้าอี้ที่ถูกเจาะรูไว้เพื่อให้ขับถ่าย  และถ้าหิวข้าวหรือหิวน้ำก็จะมีคนคอยป้อนให้เท่าที่อยากจะให้กิน  มันเป็นคำสั่งที่ดูโหดร้ายเพราะคนเป็นเจ้าของโรงแรมอยากให้คนร้ายทุกคนได้รับความรู้สึกเดียวกับคนที่ถูกยิงว่าความเจ็บปวด  ความทรมานจากการขยับร่างกายไม่ได้มันเป็นเช่นไร  และบทลงโทษเพียงแค่นี้มันก็ยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำถ้าให้เทียบกับสิ่งที่จงอินได้รับ  เพราะเขาเกือบเสียคนรักไปจากเหตุที่คนร้ายร่วมกันก่อขึ้น และยังเสียสิทธิ์ในการประมูลที่ดิน

 

แกร๊กก!!!

 

                อ้าวว...แม่  น้องเยริ!!??”  คุยธุระสำคัญกับเพื่อนเรียบร้อย  จงอินก็รีบเดินกลับมาที่ห้องพักของคนป่วยทันที  แต่พอเปิดประตูเข้ามาด้านในก็พบกับคุณแม่และน้องสาวจอมแก่นที่กำลังนั่งป้อนข้าวเซฮุนอยู่บนเตียง

 

            “ไปไหนมาจงอิน!!...ทำไมทิ้งหนูเซฮุนไว้คนเดียวแบบนี้  ข้าวก็ยังไม่ได้กิน  มือก็หยิบจับอะไรไม่ได้  ถ้าแม่ไม่มา...สงสัยหนูเซฮุนหิวข้าวตายแน่ๆ”  ป้อนข้าวคนป่วยไปด้วย  และบ่นลูกชายของตัวเองไปด้วยเพราะรู้สึกไม่พอใจที่จงอินดูแลสะใภ้คนโปรดไม่ดีเหมือนอย่างที่ต้องการ

 

            หงุดหงิดทุกอย่างตั้งแต่เดินทางมาถึงที่โรงพยาบาล  เพราะเมื่อเข้ามาในห้องพักและเห็นคนป่วยอยู่คนเดียวบนเตียงในสภาพกึ่งนั่งกึ่งนอน  และอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดูจืดชืดไร้รสชาติไม่น่ารับประทาน  ซองรยองกับเยริจึงเทอาหารทุกอย่างทิ้งลงถังขยะ  แล้วนำของคาวของหวานที่ตัวเองเตรียมมาจากโรงแรมป้อนให้คนป่วยแทนอาหารของทางโรงพยาบาลทันที  แถมลูกชายของเธอก็ไม่รู้หายตัวไปไหน  คนเป็นแม่จึงรู้สึกไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้

 

            “เอ่อออ  คุณแม่ครับ  คะ...คือพี่จงอินออกไปคุยโทรศัพท์มาครับ  พอดีพี่เลขามีธุระด่วน”  รีบออกรับแทนเจ้าของโรงแรมทันที  เพราะตั้งแต่ซองรยองเดินทางมาถึงที่นี่  และเห็นเขาอยู่คนเดียวในห้องพักด้วยสภาพที่ไม่ค่อยน่าดูนัก  ท่านก็เอาแต่บ่นลูกชายของตัวเองไม่หยุดและไม่ปล่อยช่องว่างให้เซฮุนได้อธิบายอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

 

            “ธุระอะไรนักหนา...มันสำคัญมากจนต้องทิ้งเมียให้อยู่คนเดียวแบบนี้เลยเหรอ!!!?  หนูเซฮุนก็อีกคน...เลิกตามใจลูกชายแม่ได้แล้ว”  ป้อนของคาวเสร็จก็ต่อด้วยของหวาน  และยังบ่นไม่หยุดเพราะรู้สึกสงสารคนป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้  และต้องถูกทิ้งให้อยู่ในห้องพักเพียงลำพัง 

 

            คนเป็นน้องสาวอย่างเยริ...ได้แต่ยิ้มและแอบขำอยู่ในลำคอ  พร้อมกับมองหน้าทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องพักของคนป่วยด้วยความรู้สึกดีใจเพราะเสียงบ่น  เสียงต่อว่าต่อขาน  และคำแก้ตัวต่างๆที่เซฮุนพยายามอธิบายให้แม่เจ้าของโรงแรมฟังมันเหมือนเป็นสิ่งที่บอกให้เธอรับรู้ได้ว่า  สถานการณ์ที่เลวร้ายมันได้จบสิ้นลงแล้ว  และอาจเหลือเศษเสี้ยวของความเจ็บปวดไว้เพียงเล็กน้อยเพื่อเป็นเครื่องเตือนสติ

 

            “แม่ครับบบบ...เลิกหงุดหงิดได้แล้ว  เดี๋ยวลูกสะใภ้อาการทรุด

 

            “จะทรุดเพราะแกนั่นแหละ!!!  ทำไมถึงทิ้งหนูเซฮุนไว้คนเดียวแบบนี้  หึ!!

 

            “พี่เลขามีงานด่วนครับ  ผมก็เลยเลี่ยงไม่ได้

 

            “ทำงานไม่เป็นก็ไล่ออกไปเลย  ไม่เห็นจะยาก!!

 

            “โธ่!!  คุณนายคิมมม...เลิกอามณ์เสียเถอะครับ  จงอินขอโทษ

 

            “ถ้าคนที่เข้ามาเจอหนูเซฮุนไม่ใช่แม่...แต่เป็นคุณจีซบ!  แกคงไม่ได้มานั่งอ้อนแม่อยู่ตรงนี้แน่ๆ!!!”

 

            หน้าซีด...เหมือนไก่ตุ๋นโสมที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารของคนป่วยเมื่อได้ยินชื่อพ่อบุญธรรมของคนรัก  เพราะถ้าสิ่งที่คนเป็นแม่พูดเมื่อครู่มันเกิดขึ้นจริงๆเขาคงถูกทำโทษซ้ำอีกรอบ  ส่วนคนที่นอนอยู่บนเตียง...และกำลังทานของหวานที่ซองรยองป้อนให้ก็เข้าใจได้ในทันทีว่าการที่คุณพ่อขอตัวกลับไปพักผ่อนเมื่อเช้ามันคือแผนที่ทำเพื่อเปิดทางให้เจ้าของโรงแรมได้เข้ามาปรับความเข้าใจกับเขา

 

            มันเป็นแผน...ที่ลูกบุญธรรมคาดไม่ถึง  เพราะอาการอ่อนเพลียและความเหน็ดเหนื่อยที่จีซบแสดงออกมาเมื่อเช้ามันทำให้เซฮุนมองไปเป็นอื่นไม่ได้จริงๆ  การดูแลคนป่วย...มาตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับการรักษาจนถึงวันนี้มันอาจทำให้คุณพ่อล้มป่วยไปด้วยอีกคน  เซฮุนจึงอยากให้ท่านพักผ่อนให้เต็มที่และไม่ต้องอยู่ดูแลเขาตลอดเวลาเนื่องจากที่นี่ก็มีทั้งแพทย์ทั้งพยาบาลคอยดูแลหรือให้ความช่วยเหลือเขาอยู่เช่นกัน

 

            คนป่วย...ไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณจีซบด้วยวิธีไหนให้สมกับสิ่งที่ตัวเองได้รับ  เพราะสิ่งที่ท่านทำให้มันมากมายเกินกว่าคนอย่างเขาจะตอบแทนได้หมด  เซฮุนยอมรับว่าวันแรกๆที่ฟื้นขึ้นมาจากการผ่าตัด  สภาพร่างกาย  สภาพจิตใจมันบอบช้ำจนเกินรับไหว  ขาใช้งานไม่ได้  สายน้ำเกลือ  สายออกซิเจน  ทุกๆอย่างที่อยู่บนร่างกายมันทำให้รู้สึกเจ็บไปหมด  แต่ในตอนที่ทุกๆความรู้สึกของตัวเองกำลังจะพังทลาย  คุณพ่อกลับเป็นคนที่เข้ามาแบกรับทุกความรู้สึกเอาไว้ทั้งหมดโดยไม่เคยสนเลยว่าลูกคนนี้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ

 

เซฮุนไม่เคยคิดเลยว่า...ในวันที่ตัวเองต้องมาพบเจอกับเรื่องเลวร้าย  มันจะมีสิ่งดีๆซ่อนอยู่มากมาย

 

            “แม่ครับบบ...ผมฝากลูกสะใภ้แป๊บนึงนะครับ  ผะ..ผม

 

            “จะไปไหนอีกล่ะ!!!”

 

            “จะลงไปหาหมอครับ...เย็นนี้เซฮุนต้องเอาเฝือกออก  แล้วผมก็จะไปคุยเรื่องการทำกายภาพบำบัดด้วยครับ

 

            “งั้นรีบไปเลย...แม่จะรอฟังข่าวอยู่ที่นี่

 

            โบกมือไปมา...เป็นเชิงไล่ลูกชายให้ออกไปพบหมอเร็วๆ  เพราะเธอก็อยากทราบว่าคนป่วยจะหายเป็นปกติเมื่อไหร่หรือกลับมาเดินได้อีกครั้งตอนไหนซองรยองเริ่มรู้สึกสบายใจมากขึ้นเมื่อเห็นลูกสะใภ้ทานข้าวได้เป็นปกติ  ขยับร่างกายได้มากขึ้น  รอยแผลต่างๆก็ลดน้อยลงไปตามกาลเวลา  คนเป็นแม่...หวังว่าเรื่องร้ายๆมันจะผ่านพ้นไปเสียทีและทุกคนขอให้มีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่

 

...

 

 

...

 

 

...

 

16.09 น.

 

            ได้รับคำแนะนำจากหมอ...เรื่องการทำกายภาพบำบัดรวมถึงทราบวิธีการเอาเฝือกออกจากแขนของคนป่วยเรียบร้อย  จงอินก็รีบกลับขึ้นมาที่ห้องพักคนป่วยก่อนที่คุณแม่จะอารมณ์เสียขึ้นมาอีกรอบ  เป็นห่วงสุขภาพของคนรักจนต้องขอพบแพทย์เป็นการส่วนตัว  เพราะอยากทราบว่าสิ่งที่เซฮุนจะได้รับการรักษาในครั้งต่อไปมันจะน่ากลัวหรือจะมีผลต่อสภาพจิตใจของคนป่วยมากน้อยแค่ไหน  จงอินค่อนข้างเป็นกังวลกับทุกๆเรื่องที่เกี่ยวกับคนรัก  เพราะเหตการณ์ร้ายๆที่เพิ่งผ่านพ้นไปมันสร้างความหวาดระแวงไว้มากอยู่พอสมควร

 

            ส่วนการทำกายภาพบำบัด...ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าวิตกอะไรเพราะจากที่ฟังคุณหมออธิบายมาทั้งหมด  คนป่วยจะได้รับการบำบัดอาทิตย์ละ วัน  วันละ เวลานั่นก็คือช่วงเช้ากับช่วงบ่าย  และแต่ละช่วงเวลาก็จะทำการกายภาพไม่เกิน  20  นาที  การบำบัดจะมีทั้งการเดินบนเครื่องออกกำลังกายแบบลู่วิ่งไฟฟ้า  การปั่นจักรยานอยู่กับที่และการฝึกเดินในน้ำเพื่อทดสอบกำลังของกล้ามเนื้อ  ทุกๆการบำบัดจะถูกหมุนเวียนไปเรื่อยๆจากเบาไปหาหนักและทำไปจนกว่าคนป่วยจะสามารถเดินได้ด้วยตนเอง

 

            “อ้าว...เซฮุนหลับแล้วเหรอแม่?”

 

            “กินยาไปสักพักก็หลับ...สงสัยยาคงแรงน่าดู  แล้วหมอว่าไงบ้าง??  หนูเซฮุนจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่?”

 

            “คงอีกนานเลยครับแม่  เซฮุนต้องอยู่ทำกายภาพบำบัดที่นี่จนกว่าร่างกายจะแข็งแรง  ส่วนอาการบาดเจ็บอย่างอื่นก็ไม่น่าเป็นห่วงอะไรแล้วครับ” 

 

            “ดูแลหนูเซฮุนให้ดีนะลูก...พรุ่งนี้แม่ต้องกลับจีนแล้ว  จงอินอย่าทำให้น้องเสียใจอีกได้ไหม  แม่ขอร้อง?”

 

            “ผมสัญญาครับแม่  แล้วแม่จะกลับกี่โมงครับ...เดี๋ยวผมจะไปส่งที่สนามบิน

 

            “ไม่ต้องไปส่งแม่หรอกลูก...แม่ไปกับหนูเยริ  แล้วคุณจีซบก็อาสาไปส่งแม่แล้วด้วย

 

            “งั้นแม่กลับไปพักผ่อนดีกว่าครับ... เดี๋ยวพรุ่งเดินทางไม่ไหว

 

            “ดูแลตัวเองด้วยนะลูก  แม่เป็นห่วง

 

            “ขอบคุณมากนะครับแม่  ขอบคุณทุกอย่าง  ผมรักแม่นะครับ

 

            “แม่ก็รักจงอิน...รักมากๆ  แม่เสียน้องเล็กไปแล้วคนนึง  แม่ไม่อยากเสียเราไปอีกคน  จะทำอะไรก็คิดหน้าคิดหลังให้มันดีๆ  อย่าใจร้อน  จงอินเข้าใจที่แม่พูดใช่ไหม

 

            “เข้าใจครับแม่...ผมรักแม่นะครับ

 

            เป็นการกล่าวลา...ที่อบอุ่นใจมากที่สุดและคนเป็นลูกก็ส่งคุณแม่กับน้องสาวจอมแก่นได้เพียงแค่หน้าประตูห้องเท่านั้น  เพราะซองรยองไม่อยากให้ลูกชายของตัวเองทิ้งคนป่วยให้นอนอยู่คนเดียวในห้องพัก  คนเป็นเจ้าของโรงแรม...อยากทำทุกอย่างให้สมกับความรักที่คุณแม่มอบให้  แต่ภาระหน้าที่ต่างๆ และการอยู่ห่างกันคนละประเทศเพื่อบริหารธุรกิจของครอบครัวให้มีความมั่นคงมันทำให้จงอินไม่สามารถดูแลซองรยองได้เหมือนอย่างที่คนเป็นลูกควรจะทำ

 

ส่วนเรื่องความสนิทสนมระหว่างคุณแม่กับพนักงานในโรงแรมอย่างคุณอาจีซบ...จงอินก็ไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายหรือห้ามปราม  เพราะทราบดีว่าความสนิทสนมของคนทั้งคู่มันไม่มีทางเป็นไปในเชิงชู้สาวแน่นอน  มันมีแต่มิตรภาพที่ดี  มีความไว้วางใจและรู้ใจกันในแบบเพื่อนมากกว่า

 

            “อะ...โอ๊ย  ซี๊ดด!!!”

 

            เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด...ฉุดคนคิดมากที่กำลังเอนกายอยู่บนโซฟาให้หลุดออกจากภวังค์  แล้วรีบเดินมาที่เตียงคนป่วยทันที  มือหนาเกลี่ยแก้มนิ่มเบาๆเพื่อเรียกสติเพราะใบหน้าเรียวสวยที่ตัวเองหลงใหลนักหนากำลังแสดงอาการที่ไม่ค่อยสู้ดี

 

            “ไงครับคนเก่ง... เจ็บตรงไหนหรือเปล่า หื้ม?”

 

            “เจ็บขานิดหน่อยครับ

 

            หลับไปด้วยฤทธิ์ของยาหลังอาหาร  แต่เมื่อรู้สึกตัวตื่นกลับเผลอขยับกายแรงเกินไปจนทำให้แผลผ่าตัดที่ขาด้านซ้ายเกิดอาการตึงและเจ็บร้าวไปทั่วทั้งสะโพก  เหมือนจะชินกับการเป็นคนป่วยที่นอนติดเตียงมาเป็นเวลานาน  แต่บางที...ร่างกายมันก็เคลื่อนไหวไปโดยอัตโนมัติ

 

            “พี่จะไปตามหมอนะครับ  เซฮุนรอพี่หยะ..อยู่

 

            “ไม่ต้องตามหรอกครับ  เซฮุนไม่เป็นอะไรแล้ว  แค่เจ็บแผลนิดเดียวเอง

 

            “ทำไมคนป่วยดื้อจังเลยครับ  พี่เป็นห่วงรู้ไหม  แล้วหายเจ็บขาหรือยัง?”

 

            “ดีขึ้นแล้วครับ...แล้วคุณแม่กับเยริละครับ??  ทุกคนหายไปไหนกันหมด?”

 

            “กลับไปพักผ่อนแล้วครับ...เพราะพรุ่งนี้คุณแม่กับน้องเยริก็ต้องเดินทางไปจีนแต่เช้า

 

            “เซฮุนยังไม่ได้ลาคุณแม่เลยครับ!!”

 

            “ไม่ต้องคิดมากนะครับคนป่วย  คนอย่างคุณนายคิม...ไม่มีวันโกรธลูกสะใภ้คนนี้แน่นอน  พี่รับรอง

 

            “พี่จงอินอย่าพูดแบบนี้ได้ไหมครับ!!

 

            ดีใจที่คุณแม่เจ้าของโรงแรมยอมรับให้เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของตระกูลคิม  แต่การถูกเปรียบเปรยว่าตัวเองเป็นลูกสะใภ้มันก็ทำให้รู้สึกอายอยู่ไม่ใช่น้อย  คนป่วยทำได้แค่มองค้อนเจ้าของคำพูดที่น่าอายและการถูกงอนง้อ...ก็ต้องหยุดไว้ที่รอยจูบอันแสนอ่อนโยน  เพราะมันถึงเวลาที่เซฮุนต้องลงไปพบคุณหมอที่ห้องทางด้านล่างเพื่อนำเฝือกออกจากแขน

 

            แผลจากการถูกยิงที่แขนข้างขวา...เริ่มหายเป็นปกติ  และแขนอีกข้างที่หมอเอาเฝือกออกให้เรียบร้อยก็สามารถสร้างความดีใจให้คนป่วยได้มากจริงๆ  ตาเรียวคู่สวย...ดูผลจากฟิล์มเอ็กซ์เรย์ที่อยู่ในหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างตั้งใจ  พร้อมฟังคำอธิบายจากแพทย์ผู้ทำการรักษา โดยมีคนรักคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง  เซฮุนลองขยับแขนและมือเพื่อทดสอบความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อตามคำสั่งของคุณหมอ  และการเคลื่อนไหวได้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้คนป่วยยิ้มออกมาได้ไม่ยาก

 

            เซฮุนรู้สึกมีกำลังใจเพิ่มมากขึ้นเมื่อรู้ว่าทุกๆอย่างในร่างกายของตัวเองกำลังกลับสู่สภาวะปกติ  จากที่ตอนแรกมีความกังวลอยู่มากและรู้สึกหดหู่ทุกครั้งเมื่อมองเห็นสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยแผล  แต่ตอนนี้...ทุกๆอย่างมันเริ่มจางหายไปพร้อมกับแขนที่สามารถกลับมาขยับได้อีกครั้ง  เขาจึงมีกำลังใจที่จะสู้ต่อและพร้อมที่จะเข้ารับการทำกายภาพบำบัดในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า

 

            รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของคนป่วย...มันก็ทำให้เจ้าของโรงแรมรู้สึกสบายใจมากขึ้นเช่นกัน  ความเป็นห่วง  ความเครียด  และความกดดันต่างๆที่ถาโถมเข้าใส่ในตอนแรกมันถูกปัดเป่าออกไปจนหมดเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของคนรักที่ดูมีความสุขอีกครั้ง  จงอินเข็นรถของคนป่วยกลับมาถึงห้องพักพร้อมกับจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังว่าเรื่องร้ายๆ...มันคงจบลงเพียงแค่นี้

 

แกร๊กก!!!

 

          เมื่อเข้ามาในห้องพัก...ร่างของคนป่วยก็ถูกอุ้มขึ้นจากรถเข็น  แล้ววางลงบนเตียงด้วยความทะนุถนอม  อุปกรณ์ในการเช็ดตัวถูกพยาบาลจัดเตรียมไว้ให้ตามคำสั่งของญาติคนไข้ขี้หวง  และไม่ใช่แค่อุปกรณ์ในการเช็ดตัวเท่านั้นที่ต้องเตรียมเพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่พยาบาลเคยทำให้คนป่วยก็ถูกสั่งห้ามทั้งหมด  และทำได้เพียงวัดความดัน  วัดไข้  รวมถึงจ่ายยาไปตามอาการของคนป่วยเท่านั้น  จงอินเริ่มถอดเสื้อผ้าให้กับคนรักแล้วใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นลูบไปตามผิวเนื้อเนียนขาวอย่างเบามือ

 

แต่...

 

            “พี่จงอินรีบเช็ดตัวเร็วๆหน่อยได้ไหมครับ  เซฮุนหนาว”  ใบหน้ามันร้อนจนเกือบไหม้และไม่ได้รู้สึกหนาวอย่างที่พูด  แต่การถูกสายตาคมจับจ้องทุกครั้งเวลาที่ถูกเช็ดตัวมันทำให้หัวใจของคนป่วยเต้นแรงผิดปกติ

 

            “ใกล้เสร็จแล้วครับคุณผู้หญิง  ทนหนาวอีกแป๊บนึงนะครับ”  ยิ่งได้เห็นใบหน้าเรียวสวยขึ้นสีแดงระเรื่อก็ยิ่งพูดยั่วให้คนป่วยเขินมากขึ้นกว่าเดิม  ยิ่งปากบางสีหวานขยับบ่นมุบมิบก็ยิ่งอยากแกล้งเช็ดตัวให้นานกว่านี้ 

 

           เมื่อถูกคนเจ้าเล่ห์...ทำความสะอาดร่างกายและแต่งตัวให้เรียบร้อย  คนป่วยก็รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดใบหน้าทันทีเพราะรู้สึกอายกับสิ่งที่ถูกกระทำ  เห็นกันมามากกว่านี้ก็เคยมาแล้ว  แต่ในเวลาแบบนั้นมันเป็นไปตามอารมณ์ที่เกิดจากความต้องการของมนุษย์ทั่วไป  ไม่ใช่เกิดจากสิ่งที่เขาเป็นอยู่ในตอนนี้  ส่วนคนขี้แกล้ง...ก็รู้สึกขำกับท่าทีที่คนรักแสดงออกมาพร้อมก้มตัวส่งปากหยักจูบคนขี้อายเบาๆ ผ่านผ้าห่มที่ถูกกั้นไว้แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำทันที

 

            “(คนบ้า!!)” 

 

            บ่นได้แค่ในความคิด...และเปิดผ้าผืนหนาออกจากใบหน้าเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องน้ำถูกปิดลง  หัวใจมันเต้นแรงเกินควบคุมและคิดว่าถ้าถูกเช็ดตัวให้แบบนี้ทุกวัน  เขาคงป่วยเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง  เซฮุนนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย  ทั้งเรื่องอาการบาดเจ็บ  เรื่องการทำกายภาพบำบัดรวมถึงเรื่องของงานในโรงแรมอย่างเช่นการจัดดอกไม้  คนป่วยคิดถึงพี่ๆทุกคนในแผนกและนึกถึงการจัดดอกไม้มากที่สุดเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจ  แถมยังช่วยผ่อนคลายจากความเครียดได้ทุกครั้ง

 

!!!!!!!

 

          นอนคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้...จนไม่ได้สังเกตว่าคนที่ขอตัวไปอาบน้ำเมื่อครู่ออกมานั่งอยู่ตรงปลายเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่  และขาข้างที่ไม่รับบาดเจ็บก็ถูกยกขึ้นแล้ววางลงบนตักของคนนั่งอยู่ปลายเตียง  เซฮุนพยายามขยับขาออกจากฝ่ามือที่กำลังบีบนวดปลายเท้าของเขา  เพราะรู้สึกเกรงใจและไม่คิดว่าคนรักจะทำแบบนี้

 

            “พี่จงอินปล่อยขาเซฮุนลงเถอะครับ!!”

 

            “เจ็บเหรอครับเซฮุน?”

 

            “มะ...ไม่เจ็บครับแต่เซฮุนเกรงใจ  พี่จงอินเหนื่อยมาทั้งวันแล้วนะครับ

 

            “พี่ก็นึกว่าเจ็บ...งั้นเซฮุนนอนนิ่งๆนะครับ  พี่ถามหมอมาแล้ว  หมอบอกว่านวดได้นิดหน่อย

 

            “ตะ...แต่ว่า

 

            “ไม่มีแต่ครับ  นอนเฉยๆ....แล้วถ้าห้ามอีกคำเดียว  เซฮุนจะโดนทำอย่างอื่น

 

            “ (>///<)

 

           ยอมนอนนิ่งๆ...แล้วปล่อยให้คนรักทำในสิ่งที่อยากทำ  เพราะการนอนอยู่บนเตียงเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บโดยไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายมานานมันก็ทำให้เซฮุนรู้สึกไม่สบายตัวอยู่บ่อยครั้ง  แต่ตอนนี้...ความผ่อนคลายที่ได้รับจากการบีบนวดก็สามารถลดความเมื่อยล้าได้ในทันที  และลมหายใจ...ที่ผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของคนที่นอนอยู่บนเตียงมันก็ทำให้หมอนวดจำเป็นรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองตั้งใจทำมันส่งผลให้คนป่วยหลับสบายมากขึ้น

 

            จงอิน...ขยับกายลุกออกจากเตียงคนป่วยช้าๆแล้ววางขาของเซฮุนลงอย่างเบามือพร้อมห่มผ้าให้เสร็จสรรพ  เป็นวันที่เหนื่อยมากสำหรับการดูแลคนป่วยเพราะมีเรื่องที่เขาต้องคอยระวัง  ต้องเรียนรู้ และต้องให้ความใส่ใจมากกว่าปกติ  แต่ไม่ว่าจะเหนื่อยมากแค่ไหน...คนเป็นเจ้าของโรงแรมก็เต็มใจทำและจะทำทุกอย่างเพื่อให้คนรักมีความสุข

 

จุ๊บบ!!   

 

            ก้มกาย...ส่งปากหยักจูบลงบนหน้าผากของคนป่วยด้วยความรักและยืนมองใบหน้าเรียวสวยที่เริ่มมีเลือดฝาดมากขึ้นหลังจากซูบซีดมาตั้งแต่เข้ารับการรักษา  จงอิน...อยากให้คนที่นอนอยู่บนเตียงหายเป็นปกติโดยเร็วเพราะรู้สึกสงสารและอยากเจ็บแทนทุกครั้งที่เห็นบาดแผลบนร่างกายของเซฮุน

 

จุ๊บบ!!

 

เจ้าของโรงแรมจุมพิตหน้าผากของคนรักอีกครั้งก่อนเอนกายลงบนที่นอนสำหรับญาติคนป่วยเพื่อเก็บแรงเอาไว้สู้กับวันใหม่  และ....

 

                ฝันดีนะครับ...ดอกไม้ของเจ้านาย

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

แก้ไขเมื่อ  02/01/61

ขออนุญาตย้ำอีกครั้งนะคะ..ว่าผลการรักษา  อาการบาดเจ็บ  คำพูดต่างๆของคุณหมอในฟิคเรื่องนี้  เป็นเพียงสิ่งที่เราคิดขึ้นมาเอง  และถ้าผู้อ่านคนใดที่มีความรู้ในด้านนี้อ่านแล้วรู้สึกขัดหูขัดตา  เราต้องขออภัยด้วยจริงๆค่ะ  (ไหว้ย่อ)

ขอบคุณทุกการติดตาม  ขอบคุณทุกคอมเม้นท์  ขอบคุณนักอ่านทุกคนมากๆนะคะ

แล้วจะเข้ามาตรวจคำผิดเรื่อยๆค่ะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย

 


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #690 KHlulaby (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 20:12
    ขอให้ทุกอย่างคลี่คลายนะคะ
    #690
    0
  2. #572 /tl26&? (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 02:56
    หายเร็วๆ นะเซฮุน หลังจากนี้ต้องมีความสุขมากๆ แน่เลน
    #572
    0
  3. #532 btoey44 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 03:10
    ยิ่งอ่านก้นู้ได้เลยว่า จงอินรักเซฮุนมากๆๆๆๆๆ
    #532
    0
  4. #493 Jammie-Lee (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 00:01
    ดูแลดีมากๆๆๆๆ
    #493
    0
  5. #298 mintuuv12 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 19:03
    ตะเองงมาต่อเลยยสุ้สุ้น้ะ????????
    #298
    0
  6. #297 Nong662 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 22:32
    ให้น้องกลับมาเดินได้เร็วนะคะน้องจะได้มีความสุขและสงสารเจ้านายค่ะ
    #297
    0
  7. #296 ibice (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 13:01
    พี่จงอินดูแลน้องดีมาก จะหาได้จากไหนอีกคะผู้ชายแบบนี้ ฮื้อ น้องฮุนสู้ๆนะ เดี๋ยวก็หายแล้ว
    #296
    0
  8. #295 อัญมณีสีสวย (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 11:03
    สงสารเซฮุนมากเลย คงรู้สึกไม่ดีมสกๆแน่ที่คนอื่นต้องมาดูแล แต่พี่จงอินเขาเต็มใจมากๆเลยนะ เซฮุนต้องหายไวๆน
    #295
    0
  9. #294 beebee0707 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 08:55
    น้องฮุนหายเร็วๆนะคะพี่เอาใจช่วยอยู่น๊า จงอินต้องแก้แค้นคนร้ายให้สาสมกับที่มันทำกับน้องฮุนนะ เราแค้นมากกกกกก
    #294
    0
  10. #293 Pinkdao (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 01:31
    หายเร็วๆนะ น้องฮุนนนน
    #293
    0
  11. #292 Action!! (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 01:03
    น้องป่วยอยู่คุณเจ้านายใจเย็นๆไว้นะ อย่ารีบรีงแกคนป่วย

    ไปคะซิสไปจัดการคนร้ายกัน
    #292
    0