จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 23 : ❀ 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,094
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    3 พ.ย. 62








ดอกไม้ดอกที่  23

 



SM  Hospital

19.43 น.

 

VROOMMMMMM!!!!!!

 

          พาหนะสีดำ...จอดสนิทลงตรงหน้าประตูที่เขียนข้อความไว้บนผนังว่า  ทางเข้าห้องฉุกเฉิน  และตอนนี้เจ้าของรถก็ได้แต่โทษตัวเองว่าทุกอย่างอาจเป็นความผิดของเขา  เพราะการทำงานที่เป็นมากกว่าอาชีพวิศวกรมันส่งผลให้ชีวิตของใครคนหนึ่งต้องตกอยู่ในอันตราย  แต่สิ่งที่เกิดขึ้น...เขาก็ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงได้ถึงเพียงนี้

 

            ขับรถมาที่ร้านอาหารตามคำสั่งของเพื่อนผิวเข้ม...แต่เหตุการณ์ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางจากร้านอาหารมาเป็นโรงพยาบาลก็คือ...เสียงปืนและคนเจ็บที่นอนร้องครวญครางอยู่บนพื้นถนน  เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก  เพราะในขณะที่วิศวกรหนุ่มกำลังเลี้ยวรถเพื่อเอาหลักฐานบางอย่างไปให้เพื่อนผิวเข้มดูที่ร้านอาหาร  แต่เมื่อใกล้จะถึงที่หมาย...เสียงปืนที่ดังขึ้นสามครั้งก็สามารถหยุดทุกอย่างได้ทันที

 

            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า...มันใกล้และชัดเจนมากจนอยากให้มันเป็นเพียงแค่ในภาพยนตร์  เพราะคนที่นอนจมกองเลือดอยู่ริมถนนมันคือชีวิตของคนที่เพื่อนรักมากที่สุด  เสียงปืนหยุดลงพร้อมกับสติของวิศวกรหนุ่มที่หายไปชั่วขณะ  แต่ก็ยังมีเหลือพอให้รีบพาตัวคนเจ็บมาส่งที่โรงพยาบาลและคนที่คิดว่าไม่น่าจะมีสติเหลืออยู่เลยก็คือ....เจ้าของโรงแรม

 

            เซฮุน...ถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัดทันที  เพราะการถูกยิงตามร่างกายถึงสามนัดมันอาจพรากชีวิตคนรักของเพื่อนผิวเข้มไปตลอดกาล  คราบเลือด  เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและใบหน้าซีดเซียวของผู้เคราะห์ร้ายมันเป็นภาพที่ไม่น่าจดจำเท่าไหร่นัก  แต่ก็ลบออกไปจากหัวสมองไม่ได้สักที  ประตูห้องที่อาจช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บให้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งถูกปิดลงทันทีเมื่อหมอและพยาบาลต่างเข้ามาทำหน้าที่ของตัวเอง

 

และตอนนี้...ก็คงทำได้แค่รอพร้อมกับภาวนาอยู่ในใจขอให้คนที่อยู่ในห้องห้องนั้นปลอดภัย

 

            “กูไปเอาของที่รถแป๊บนึง  เดี๋ยวมา”  ตบบ่าเพื่อนเบาๆเหมือนเป็นการปลอบใจ  แล้วรีบเดินกลับไปที่รถเพื่อหยิบเอกสารบางอย่างออกมายืนยันความบริสุทธิ์ของผู้บาดเจ็บ

 

            ทราบดี...ว่าคนเป็นเจ้าของโรงแรมกำลังเข้าใจผิดในเรื่องใด  เพราะรูปถ่ายที่หล่นอยู่ข้างกายคนเจ็บก่อนนำตัวมาส่งที่โรงพยาบาลมันฟ้องทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว  และหลักฐานที่ชานยอลอยากให้เพื่อนได้เห็นก็คือคำตอบของเรื่องนี้   มันอาจดูเหมือนสายเกินไปสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น  แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ความเข้าใจผิดมันบั่นทอนความรู้สึกไปเรื่อยๆ  และหลักฐานที่เจ้าของรถถืออยู่ในมือ...มันก็เป็นยิ่งกว่าการแก้ต่างให้ผู้บาดเจ็บ

 

            คิดไม่ผิด...ว่าสักวันหนึ่งเพื่อนต้องได้รับรูปถ่ายที่ทำให้เกิคความหมางใจกับคนรัก  เพราะทุกครั้งที่มีงานประมูลที่ดินก็มักจะมีคนเล่นนอกเกมอยู่เสมอ  และสิ่งที่ชานยอลคิด...มันก็เกิดขึ้นจริงๆ  แต่สิ่งที่คาดไม่ถึง...ก็คือเรื่องที่แฟนเพื่อนถูกยิง  งานประมูลที่ดินมักมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง  แต่ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดเนื่องจากมีผู้บาดเจ็บหรือถ้าโชคร้ายก็อาจเสียชีวิต  และสิ่งที่ชานยอลนึกโทษตัวเองอยู่ตลอดเวลาก็คือการยกเลิกคำสั่งที่ให้นักสืบคอยติดตามดูแลเซฮุนไว้จนกว่างานประมูลจะเริ่มขึ้น

 

            คนที่ทำงานเกินอาชีพวิศวกร...สั่งให้นักสืบหยุดการติดตาม  รวมถึงยุติการสืบเรื่องทุกอย่างเพราะอีกสองวัน...งานประมูลที่ดินก็จะเริ่มต้นขึ้นและเอกสารที่เจ้าของโรงแรมเตรียมไว้ก็เพียงพอที่จะเอาชนะคู่แข่งได้ทุกราย  ส่วนหลักฐานสำคัญของผู้เข้าร่วมงานประมูลคนหนึ่งที่คิดจะเล่นนอกเกม  ชานยอลก็มีครบทุกอย่างและพร้อมที่จะมอบให้กับตำรวจทันทีเมื่อจบงานประมูล  แต่สุดท้าย...สิ่งที่คิดว่าไม่ต้องสืบ  ไม่ต้องติดตาม  และไม่มีสิ่งใดให้ต้องกังวลก็กลายเป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกผิดอยู่ในตอนนี้

 

            วิศวกรหนุ่มเดินกลับมาที่หน้าห้องผ่าตัดอีกครั้งพร้อมกับหลักฐานสำคัญในมือ  แต่สีหน้าของเพื่อนผิวเข้มที่ไม่แสดงอาการอะไรออกมาทั้งนั้นนอกจากการนิ่งเฉย  ก็ทำให้คนมองรู้สึกเครียดไปกับสิ่งที่อยากจะบอก  และถ้าเดาไม่ผิด...มันคงเป็นอาการของคนที่กำลังสับสนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคือเรื่องจริงหรือเป็นเพียงแค่ความฝัน

 

            “จงอิน...กูรู้ว่ามึงยังไม่พร้อม  แต่มึงช่วยดูหลักฐานของกูหน่อย  มันอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เซฮุนถูกยิง

 

            “........???!!

 

            “มึงตั้งสตินะ...มีอะไรสงสัยก็ถามกู

 

            การฮั้วประมูล...ถือเป็นเรื่องปกติของงานประมูลทุกรูปแบบ  แต่การสั่งเก็บใครสักคนมันต้องไม่ใช่เรื่องปกติอย่างแน่นอน  และคนที่ยิงเซฮุนก็อาจถูกจ้างมาเพื่อตัดคู่แข่งคนสำคัญอย่างเจ้าของโรงแรมชื่อดังให้ออกจากงานประมูล  เพราะจงอินถือเป็นผู้ร่วมประมูลที่น่ากลัวมากที่สุดในงานครั้งนี้และไม่เคยประมูลพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

            “มึงได้ภาพพวกนี้มาจากไหน??”

 

            นั่งเงียบมานาน...เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องแย่ๆขึ้น  หัวใจมันก็เหมือนหยุดเต้น  สมองมันไม่สั่งงาน  และแทบไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า  เสียงร้องเรียกด้วยความเจ็บปวด  เสียงที่พร่ำบอกว่า  ขอโทษ  ซ้ำๆมันยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท  และเสียงปืนที่ได้ยินตอนหันหลังให้กับความหลอกลวง  ทุกอย่างๆมันชัดเจนขึ้นทุกครั้งเมื่อนึกถึง

 

            จงอินไม่รู้ด้วยซ้ำ...ว่าตัวเองถูกพาขึ้นรถมาพร้อมกับคนเจ็บตอนไหนมาที่โรงพยาบาลอะไรหรือตอนนี้...เขาต้องนั่งอยู่ที่หน้าห้องผ่าตัดอีกนานเท่าไหร่แต่หลักฐานที่อยู่ในมือมันเหมือนพาตัวเองย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้งพร้อมกับเรียกสติที่หายไปนานให้กลับมาเหมือนเดิม  เพราะหลักฐานที่เป็นภาพถ่ายจำนวนมากและมีแต่รูปเซฮุนกับอี้ฟานอยู่ในสถานที่ต่างๆมันไม่เหมือนกับภาพที่เขาเคยได้รับมาก่อนหน้านั้นเลยสักใบ  ทุกๆภาพมีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด 

 

            “กูจ้างให้นักสืบตามดูเซฮุนไว้  แล้วก็...อย่างที่มึงเห็นนั่นแหละ

 

            “แล้วคนนี้ใครวะ??”

 

            นิ้วเปื้อนเลือด...ชี้ลงบนภาพที่มีศัตรูหัวใจกับคนรักของตัวเองนั่งทานมื้อเย็นอยู่ด้วยกันในร้านอาหารญี่ปุ่น  แต่รูปที่นักสืบของชานยอลถ่ายไว้กลับมีผู้ชายหน้าหวานอีกคนนั่งอยู่ในอ้อมกอดของอี้ฟาน  ส่วนเซฮุนนั่งอยู่ฝั่งข้าม...ซึ่งมันไม่เหมือนกับภาพที่เขาได้มาจากเลขาเลยสักนิด

 

            “แฟนอี้ฟาน...ชื่อจางอี้ชิง  เป็นเจ้าของร้านเพชรอยู่ที่ฮ่องกง

 

            “มึงว่าอะไรนะ??”

 

            “เรื่องจริง...ทุกอย่างที่กูสืบมึงมั่นใจได้เลย

 

            แค่ได้ข่าว...ว่าคู่แข่งคนสำคัญขอถอนตัวออกจากงานประมูลที่ดินไปแบบกะทันหัน  มันก็สร้างความประหลาดใจให้เจ้าของโรงแรมมากพออยู่แล้ว  ยิ่งมาได้ยินคำบอกเล่าของเพื่อนว่าคนอย่างอู๋อี้ฟานมีแฟนเป็นตัวเป็นตน  มันก็ยิ่งสร้างความประหลาดใจมากขึ้นไปอีก  มือหนาหยิบภาพอีกหลายใบออกมาจากซองเอกสารเพื่อเปรียบเทียบกับรูปในความทรงจำที่ทำให้ตัวเองผิดใจกับคนรักออกมาดูทีละใบ  ทีละใบอย่างมีสติ 

 

            “มึงช่วยอธิบาย  2  รูปนี้ให้กูฟังหน่อย

 

            ภาพในผับที่เชจู...ถูกวางลงบนมือของวิศวกรประจำโรงแรม  เพราะมันมีทั้งภาพที่คนรักกำลังจูบอยู่กับอี้ฟานในห้องน้ำ  และภาพที่ชานยอลกำลังประคองเซฮุนออกมาจากผับ  ซึ่งทุกๆภาพมันเป็นวันเดียวกันกับที่เขาและเพื่อนเดินทางไปขอลูกๆทั้งสองคนของผู้ใหญ่ที่นับถือ  และยังให้คำสัญญาไว้ว่าจะดูแลลูกของท่านให้ดีที่สุด

 

แต่...มันคงยังดีไม่พอ

 

            “วันนั้นน้องแบคกับเซฮุนหนีไปเที่ยวกันสองคน  แล้วเซฮุนไปเจออี้ฟานในห้องน้ำ  เรื่องโดนจูบ...กูช่วยไว้ไม่ทันจริงๆ  แต่กูยืนยันได้เลยว่าเซฮุนไม่ได้ยินยอม  พอกูเคลียร์เรื่องเสร็จ  กูก็พาเซฮุนกับน้องแบคไปส่งที่บ้าน”  ชานยอลจำได้ดีว่าวันเกิดเหตุ...เซฮุนมีปากเสียงกับอี้ฟานแล้วก็มีการพูดท้าทายกันจนเกิดเรื่องเกินเลยขึ้น  และดีที่ทุกอย่างมันไม่ได้แย่ไปกว่าการถูกจูบ

 

            ซอลฮยอน!!!!!!??  รูปใบใหม่...ที่หยิบออกมาจากซองเอกสาร  มันทำให้เจ้าของโรงแรมแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเพราะเจ้าของชื่อ...ที่เอ่ยออกมาด้วยความตกใจ  ได้หายไปจากชีวิตของเขามานานหลายปีและไม่เคยได้ข่าวอะไรอีกเลยจนกระทั่งตอนนี้

 

            จงอิน...เทรูปทั้งหมดออกมาจากซองเอกสารและภาพเดี่ยว  ภาพคู่  รวมถึงภาพที่มีคนเคยรักอยู่ในสถานที่ต่างๆมันกำลังถูกมือเปื้อนเลือดที่เริ่มแห้งเลือกดูภาพแต่ละใบอย่างนึกสงสัย  และหนึ่งในภาพที่ทำให้เจ้าของโรงแรมรู้สึกเสียใจมากที่สุดก็คือภาพที่เซฮุนกำลังโอบกอดอี้ฟานที่สนามบินเชจู  แต่!!!...มันมีความแตกไปจากภาพที่เขาเคยได้รับเพราะในภาพใบนี้...มันมีหญิงสาวที่เขาเพิ่งเอ่ยชื่อขึ้นเมื่อครู่ปรากฏอยู่ด้วย  และเธอก็กำลังยืนมองบางอย่างด้วยสายตาที่ยากเกินคาดเดาพร้อมกับสะพายกล้องไว้บนไหล่

 

            “จงอิน...มึงช่วยตั้งสติอีกรอบนะ  แล้วฟังเรื่องที่กูจะบอก

 

            หลังจากที่ทราบว่าจะมีงานประมูลที่ดินเกิดขึ้น  รวมถึงการที่เซฮุนมีเรื่องกับอี้ฟานที่ผับในเชจู  ทุกๆเรื่องจึงเป็นเหตุให้ชานยอลต้องรีบสั่งให้นักสืบคอยติดตาม  คอยดูแลรวมถึงเก็บภาพทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐาน  และวันนี้...ภาพถ่ายหลายสิบใบที่มีรูปคนรักของเพื่อนกับหนุ่มลูกครึ่งที่เป็นทั้งนายแบบสุดฮอตและเจ้าของโรงแรมจูรี่ก็สามารถพิสูจน์ความจริง  แก้ต่างหรือช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ให้เซฮุนได้เป็นอย่างดี

 

            ส่วนเรื่องหญิงสาวที่ชื่อซอลฮยอน...ก็ใช่ว่าคนที่ได้หลักฐานพวกนี้มาก่อนใครอย่างชานยอลจะไม่รู้  และตอนที่เห็นรูปของเธอครั้งแรกก็รู้สึกตกใจไม่แพ้จงอินเช่นกัน  แต่ที่ไม่พูดหรือไม่เล่าทุกอย่างให้เพื่อนฟังก็เพราะไม่อยากให้เรื่องของแฟนเก่ามาทำให้เกิดผลกระทบต่องานประมูลที่ใกล้จะมาถึงในอีกสองวันข้างหน้า  และหญิงสาวคนนี้ก็เป็นแฟนใหม่ของผู้เข้าร่วมประมูลคนหนึ่งที่คิดจะล้มเจ้าของโรงแรมชื่อดังของตระกูลคิมโดยใช้ภาพของความสัมพันธ์ต่างๆระหว่างอี้ฟานกับเซฮุนมาเป็นเหยื่อล่อ

 

และถ้าไม่ผิด...แผนที่คนพวกนี้คิดไว้มันอาจใช้ไม่ได้ผล  แล้วเปลี่ยนแผนใหม่เป็นการทำลายใครสักเพื่อหยุดคู่แข่งที่น่ากลัวอย่างคิมจงอินก่อนที่งานประมูลจะเริ่มขึ้น  และคนคนนั้นก็คือ...เซฮุน

 

            “ต่อให้กูไม่มีสติ  มึงก็ต้องเล่า  เล่ามาให้หมด!!!

 

            “เออ...มึงตั้งใจฟังดีๆละกัน!!  ซอลฮยอนเป็นแฟนของผู้ร่วมประมูลคนนึง  แล้วรูปเซฮุนกับอี้ฟานที่มึงได้มาก็คงเป็นแผนของพวกมัน  แต่กูสงสัยว่าพวกมันอาจเปลี่ยนแผนหรือไม่ก็คิดมาแล้วว่าจะทำอะไร

 

            “มึงจะบอกอะไรกู???!!

 

            “กูคิดว่า...ซอลฮยอนกับแฟนใหม่เป็นคนสั่งยิงเซฮุน!

 

            “.......!!!!!!!!!

 

            “กูขอโทษนะเว้ย...จริงๆกูรู้เรื่องซอลฮยอนมาสักพักแล้ว  แต่กูไม่อยากบอกมึงเพราะกลัวมึงคิดมาก  แล้วกูก็ไม่คิดด้วยว่าเรื่องมันกลายเป็นแบบนี้

 

            “โธ่...เว้ยยยยยยย!!!!!!!

 

โครมมมมมมม!!!

 

          เก้าอี้หน้าห้องผ้าตัด...ถูกเจ้าของโรงแรมใช้เป็นที่ระบายอารมณ์  เพราะสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องทั้งหมดมันก็เกิดจากตัวของเขาเอง  ความเข้าใจผิด  คำดูถูก  เสียงปืน  กองเลือด  ทุกๆอย่างมันวนเวียนอยู่ในหัวสมองเหมือนการ rewind เพลงกลับไปกลับมาซ้ำๆ  จงอินทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างคนหมดแรงและได้แต่ภาวนาอยู่ในใจ...ขอให้คนเจ็บที่นอนอยู่ในห้องตรงหน้า  ช่วยตื่นขึ้นมาฟังคำขอโทษจากคนที่สำนึกผิดคนนี้ด้วยเถิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

 

21.02 น.

 

            เมื่อทราบข่าวร้ายจากเพื่อนของลูกชาย...ซองรยองก็รีบเคลียร์ค่าใช้จ่ายต่างๆในร้านอาหารแล้วเดินทางมาที่โรงพยาบาลทันที  และก่อนเกิดเหตุก็รู้สึกหงุดหงิดใจอยู่ไม่ใช่น้อยเพราะถูกทิ้งให้นั่งอยู่ที่ร้านอาหารมาหลายชั่งโมง  คนเป็นแม่...โทรหาใครก็ไม่มีใครรับสายสักคน  แต่พอมีสายเข้าก็กลับกลายเป็นเรื่องที่ไม่น่าฟังและไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น

 

            ซองรยอง...โอบกอดลูกชายของตัวเองเอาไว้ด้วยความรัก  ความเป็นห่วงและความเข้าใจ  เพราะมันไม่มีใครอยากให้เรื่องร้ายๆแบบนี้เกิดขึ้น  และถึงแม้ความจริงที่ฟังมาจากชานยอลจะทำให้รู้สึกตกใจหรือโกรธใครบางคนจนอยากจะฆ่าให้ตายก็ตามที  แต่คนเป็นแม่ก็ต้องพยายามเก็บอารมณ์ต่างๆเอาไว้เนื่องจากสิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือการปลอบใจคนในอ้อมกอดให้คลายกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้น

 

            “หนูเซฮุนต้องปลอดภัย  จงอินเชื่อแม่นะลูก

 

            “ผมผิดเองแม่...ผมทำร้ายเซฮุน

 

            “ถ้าเรื่องนี้จงอินเป็นคนผิด  แม่ก็คงผิดด้วยเหมือนกัน

 

            “........??!!!!

 

                ถ้าจงอินผิด...เรื่องที่ทำร้ายจิตใจของคนรัก  หรือถ้าชานยอลผิด...ที่ยกเลิกคำสั่งการดูแลเซฮุน  คนเป็นแม่...ก็ต้องขอยอมรับผิดเหมือนกันเพราะถ้าตัวเธอจัดการแฟนเก่าของลูกชายให้เด็ดขาดมากกว่านี้  ผู้หญิงที่ชื่อซอลฮยอนก็คงไม่มีวันได้กลับมาทำร้ายใครอีกแน่นอน  ซองรยองไม่เคยรังเกียจ  กีดกันและห้ามจงอินคบกับคนที่ดูต่ำต้อยกว่า  แต่การที่ผู้หญิงคนนี้เลิกกับลูกชายของเธอแล้วหันไปคบกับคนที่เป็นคู่แข่ง  และพอไปไม่รอดก็จะกลับมาคบกับจงอินอีกครั้งมันจึงเป็นเรื่องที่ซองรยองรับไม่ได้

 

            คนเป็นแม่...รู้ทันหญิงสาวที่ชื่อซอลฮยอนเสมอ  และลองให้โอกาสโดยการยื่นข้อเสนอเป็นเงินจำนวนถึงห้าสิบล้านวอน**  เพื่อแลกกับการออกไปจากชีวิตของทายาทตระกูลคิม  แต่การให้โอกาส...มันก็คือการลองใจคนที่ซองรยองคิดไว้ตั้งแต่แรก  เพราะถ้าซอลฮยอนไม่รับเงินก้อนนี้ไป  เธอก็จะยอมให้ผู้หญิงคนนี้กลับมาคบกับจงอินได้เหมือนเดิม  แต่แล้ว...คนที่ไม่มีศักดิ์ศรี  ไม่มีเกียรติ  และไม่มีอะไรเหลืออย่างซอลฮยอนก็เลือกเงินห้าสิบล้านวอน**แล้วหายตัวไปนับตั้งแต่นั้นโดยให้สัญญาไว้ด้วยว่า...จะไม่กลับมาเกาหลีหรือกลับมายุ่งกับคนในตระกูบคิมอีกเลย

 

แต่แล้ววันนี้...หญิงสาวคนเดิม  คนที่ลูกชายของเธอเคยรักและเคยให้คำสัญญาต่างๆเอาไว้ก็กลับมาทำลายทุกอย่างอีกครั้ง

 

            “จงอิน...แม่ขอโทษนะลูก แม่ผิดเอง  แม่ผิดเอง

 

            “แม่อย่าโทษตัวเองเลยครับ...ผมผิดเองที่เลือกผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในชีวิต  ผมผิดเองที่ทำให้เซฮุนถูกยิง

 

            “เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีขึ้น  จงอินเชื่อแม่นะลูก...หนูเซฮุนจะต้องไม่เป็นอะไร

 

            คนเป็นลูก...กอดผู้มีพระคุณไว้ด้วยความรัก  เพราะถ้าคุณแม่ไม่ทำอย่างที่เล่ามาทั้งหมด  ตัวเขาก็คงไม่เหลืออะไรในชีวิตและไม่ได้เป็นเจ้าของโรงแรมที่ใครๆต่างก็ยกย่องเหมือนอย่างวันนี้  จงอินเข้าใจดี...ว่าซองรยองรักเขามากแค่ไหน  ห่วงเขามากแค่ไหนหรืออยากให้เขารู้สึกเช่นไร  เพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำและมือที่ลูบศีรษะของเขาด้วยความอ่อนโยนอยู่ในตอนนี้  มันทำให้หัวใจของคนเป็นลูก...กลับมาเต้นเป็นปกติได้อีกครั้ง

 

...

 

 

...

 

 

...

 

            เป็นเวลาเกือบห้าชั่วโมง...ที่คนนอกห้องผ่าตัดรอคนที่อยู่ด้านในว่าการรักษาจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่  และมันก็เป็นระยะเวลาที่นานเกิดไปสำหรับหัวใจของคนที่สำนึกผิด  จงอินนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้เพราะการผ่าตัดครั้งนี้มันใช้เวลานานมากจริงๆ  ไม่มีแพทย์  ไม่มีพยาบาล  ไม่มีใครเดินออกมาจากห้องตรงหน้าเลยสักคน  จนกระทั่ง...ระยะเวลาของการผ่าตัดเริ่มเข้าสู่ชั่วโมงที่หก  ประตูห้องที่มีคนรักนอนอยู่ด้านในก็ถูกเปิดออกพร้อมกับผู้ที่สวมชุดสีเขียวเดินออกมาด้วยสีหน้าที่ดูเหนื่อยล้า 

 

            “เมียผมเป็นยังไงบ้างหมอ?  เขาเป็นอะไรมากหรือเปล่าแล้วฟื้นหรือยัง?”

 

            “ใจเย็นๆก่อนนะครับ...คุณเป็นญาติกับคนไข้ใช่ไหมครับ

 

            “ใช่ครับ...เมียผมเป็นไงบ้างครับ  เขาปลอดภัยใช่ไหม?  หมอบอกผมเร็วๆสิ!!”

 

            “การผ่าตัดทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ  แต่หมอขอดูอาการของคนไข้ให้ครบ 24 ชั่วโมงก่อนนะครับ  ถ้าระหว่างนั้นคนไข้ไม่มีโรคอะไรแทรกซ้อนก็สามารถออกจากห้อง  ICU ได้ครับ  แต่ตอนนี้...หมอของดเยี่ยมก่อนนะครับ  เพราะคนไข้เสียเลือดค่อนข้างมาก  หมออยากให้คนไข้ได้พักผ่อน” 

 

            “แล้วเมื่อไหร่เมียผมจะฟื้นล่ะหมอ...แล้วจะออกจากโรงพยาบาลได้วันไหน??”

 

            “ต้องขอโทษด้วยนะครับ  หมอระบุไม่ได้จริงๆว่าคนไข้จะฟื้นตอนไหน  คนไข้เสียเลือดมากนะครับ   มีอาการอ่อนเพลีย แล้วแผลถูกยิงก็มีหลายแห่ง  ยังไง...หมอขอดูอาการคนไข้ให้ครบ  24 ชั่วโมงก่อนนะครับ  แล้วหมอจะแจ้งให้พวกคุณทราบทันที

 

            “..........”

 

            “ส่วนเรื่องจะออกจากโรงพยาบาลได้วันไหน  หมอขออนุญาตบอกตรงๆเลยนะครับว่าคงอีกนาน  เอ่ออ...เชิญญาติคนไข้ที่ห้องXXดีกว่าครับ  หมอจะได้แจ้งอาการบาดเจ็บของคนไข้ให้ทราบ

 

            เรื่องการผ่าตัด...ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเป็น  แต่การที่หมอไม่สามารถระบุวันเวลาที่คนรักจะออกจากโรงพยาบาลและยังแสดงสีหน้าที่เคร่งเครียด  มันทำให้จงอินเริ่มใจเสียพร้อมกับคิดไปต่างๆนานาว่าการผ่าตัดอาจไม่ราบรื่นเหมือนอย่างที่รับรู้  หรือตัวคุณหมออาจมีเรื่องบางอย่างแจ้งให้ทราบมากกว่าแค่การอธิบายอาการบาดเจ็บของคนไข้  ซองรยอง...จับมือจงอินไว้ตลอดเวลาแล้วบีบเบาๆเพื่อปลอบใจเพราะทราบดีว่าสถานการณ์ตอนนี้มันกำลังสร้างความกังวลใจให้มากขนาดไหน

 

            “คุณหมอมีอะไรจะบอกผมก็รีบๆพูดมาเถอะครับ...ผมร้อนใจ!!

 

            “จงอินนน...ใจเย็นๆสิลูก

 

            จากการปลอบใจ...ต้องเปลี่ยนเป็นการห้ามปรามทั้งๆที่คนเป็นแม่ก็ร้อนใจไม่ต่างไปจากลูกชาย  แต่เธอ...ก็จำเป็นต้องเก็บอารมณ์เอาไว้  เพราะถ้าพูดกดดันคุณหมอด้วยอีกคน  มันก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก  แพทย์ผู้ทำการรักษา...เปิดภาพผลเอ็กซ์เรย์ร่างกายของเซฮุนให้ญาติคนไข้ดูในหน้าจอคอมพิวเตอร์และเริ่มอธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงไม่สามารถระบุวันให้คนไข้ออกจากโรงพยาบาลได้

 

            “คนไข้ถูกยิง  นัดที่สะโพกกับโคนขาด้านซ้ายนะครับ  บาดแผลจากการถูกยิงค่อนข้างบอบช้ำ  แล้วเส้นเอ็นบริเวณโคนขาก็ถูกทำลายไปมาก  บาดแผลส่วนนี้ทั้งหมดสาหัสที่สุดครับเพราะกระสุนปืนไม่ทะลุออก  หมอต้องผ่าตัดอยู่นานกว่าจะเอากระสุนปืนออกมาได้  แล้วมันมีผลทำให้คนไข้เดินไม่ได้ไปสักยะระหนึ่งนะครับ

 

            “..........???!!?!!!

 

            “ส่วนคนไข้จะกลับมาเดินเป็นปกติได้เมื่อไหร่  เรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับตัวของคนไข้เองนะครับว่าหลังจากการผ่าตัดแล้วจะยอมเข้ารับการบำบัดหรือเปล่า  เพราะคนไข้บางราย...ก็รับสภาพตัวเองไม่ได้และไม่พยายามหัดเดินอีกเลย  อุบัติเหตุบางอย่าง...มันมีผลกระทบต่อจิตใจของคนไข้นะครับ  ไม่ใช่แค่ร่างกายเพียงอย่างเดียว

 

            “.........??!!!!!

 

            “ส่วนแผลถูกยิงที่แขนขวา 1 นัด...อันนี้กระสุนปืนแค่ถากๆไปนะครับ  หมอทำแผลให้เรียบร้อยแล้ว  แต่แขนอีกข้าง...ต้องใส่เฝือกไว้ประมาณ  1-2 สัปดาห์  เพราะกระดูกมีรอยแตกร้าวที่อาจเกิดจากการหกล้ม  แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรมากนะครับ  และอาจมีผลค้างเคียงไปตามอาการอย่างเช่นตึงแขนตึงมือเวลาเอาเฝือกออก

 

            “.............”

 

            “แล้วแผลแตกที่ศีรษะ...ก็ไม่น่าเป็นห่วงนะครับ  หมอทำการเย็บแผลให้เรียบร้อยแล้ว

 

            “..........”

 

            “ญาติคนไข้...มีข้อสงสัยหรืออยากถามอะไรเพิ่มเติมไหมครับ??”

 

            “...........”

 

            “ถ้าไม่มี...หมอขอตัวก่อนนะครับ  แล้วถ้าคนไข้ฟื้นเมื่อไหร่หมอจะรีบแจ้งให้พวกคุณทราบทันที

 

            สิ้นคำอธิบายจากแพทย์ผู้ทำการรักษา...สมองของจงอินก็เหมือนหยุดจะทำงานไปชั่วขณะ  ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าหาไม่หยุดหย่อนและอยากเจ็บแทนคนรักมากที่สุด  มือของคนเป็นแม่...ถูกบีบไว้แน่นด้วยมือของลูกชายที่กำลังรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น  เพราะทุกๆอย่างเขาคือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดและคนรักต้องมารับเคราะห์แทน

 

อยากย้อนเวลากลับไปที่จุดเริ่มต้น  อยากให้ทุกอย่างเป็นแค่ความฝันและอยากให้คนเจ็บ...ให้อภัย

 

            “แม่ครับ...กลับไปพักผ่อนก่อนนะครับ  ผมเรียกคนขับรถมาให้แล้วครับ”  อีกไม่กี่นาทีก็จะสู่เข้าวันใหม่...วิศวกรประจำโรงแรมจึงจำเป็นต้องเรียกคนขับรถให้พาคุณแม่เจ้าของโรงแรมกลับไปพักผ่อน  เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันกินระยะเวลานานจนอาจทำให้สุขภาพร่างกายของคนเป็นผู้ใหญ่รับไม่ไหว  และอาการบาดเจ็บของเซฮุนก็อาจส่งผลให้ซองรยองเกิดความเครียด

 

            “แม่ฝากดูแลจงอินด้วยนะชานยอล”  อดเป็นห่วงลูกชายไม่ได้...แต่เวลานี้ตัวเธอก็เริ่มไม่ไหวแล้วเหมือนกัน  และต่อให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันจะไม่มีความสูญเสียหรือไม่ได้ทำให้พิการไปตลอดชีวิต  แต่อาการบาดเจ็บโดยรวมก็ถือว่าสาหัสมากจริงๆ

 

            วิศวกรหนุ่ม...เดินมาส่งซองรยองที่รถและรีบเดินกลับเข้ามาในโรงพยาบาลต่อทันทีเนื่องจากมีข่าวใหม่ที่ต้องรีบแจ้งให้เพื่อนผิวเข้มทราบ  เพราะสิ่งที่คาดเดาไว้มันเป็นเรื่องจริงทั้งหมด  และใช่ว่าอยากให้มันเป็นแบบนั้น  แต่เมื่อมันเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องรีบจัดการให้ทันก่อนที่คนร้ายจะลอยนวล  การถูกยิงในที่สาธารณะ...มันย่อมมีข่าวตามมาเป็นเรื่องปกติและคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็เป็นคนที่มีชื่อเสียง

 

แต่ทุกอย่าง...มันก็ถูกจัดการได้อย่างรวดเร็วและปิดข่าวได้ไว  เพราะใช้เส้นสายที่พอจะช่วยให้เรื่องใหญ่ๆมันเงียบลงได้เหมือนไม่เคยมีเรื่องใดใดเกิดขึ้น

 

            ระหว่างรอคนเจ็บรักษาตัวอยู่ในห้องผ่าตัด  และหลังจากอธิบายเรื่องราวต่างๆให้เจ้าของโรงแรมฟังจนเข้าใจ  คนที่ทำงานเกินอาชีพวิศวกรก็รีบโทรสั่งเพื่อนสนิทที่เป็นตำรวจให้ช่วยติดตามคนร้าย  และช่วยทำอย่างไรก็ได้ให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้มันไม่กลายเป็นข่าวลงหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์  รวมถึงปิดเรื่องทุกอย่างเอาไว้เป็นลับ  และสิ่งที่สั่งเพื่อนไว้ทั้งหมดก็สมดั่งหวังเหมือนเสกได้หรือใช้เวทมนต์เพราะคนร้าย  ผู้จ้างวาน  คนก่อเหตุ  ทุกๆคนถูกเพื่อนของชายอลจับไว้หมดแล้ว

 

            “จงอิน...มึงหยุดคิดเรื่องของเซฮุนก่อนนะ  แล้วก็ช่วยตั้งสติให้กูอีกรอบนึง  กูมีเรื่องสำคัญต้องบอก

 

            “เฮ้อออ...ว่ามา?!!!

 

            “ไอ้ซึงกิมันจับคนที่ยิงเซฮุนได้แล้วนะ  แล้วคนจ้างวานก็คือ...นั่นแหละ  สองคนนั้น

 

            “มึงบอกซึงกิตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?”

 

            “จะบอกตอนไหนก็ช่างกูเถอะ  แล้วมึงก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องข่าวด้วย  ไอ้ซึงกิมันเก่ง...มันจัดการให้หมดทุกอย่างแล้ว

 

            “มึงรีบโทรกลับไปบอกซึงกิเดี๋ยวนี้เลย...ว่าเรื่องอื่นให้มันจัดการไปตามที่ถนัด  ส่วนเรื่องคนร้ายกับคนจ้างวานกูก็จะทำแบบที่กูถนัดเหมือนกัน!!!!!

 

            “(เหี้ยย!!...แล้วไง!!)

 

            ทำได้แค่สบถในใจ...แล้วรีบทำตามคำสั่งทันทีเพราะคำว่า  ทำแบบที่กูถนัด  ที่เจ้าของโรงแรมเอ่ยขึ้นเมื่อครู่มันทำให้วิศวกรหนุ่มถึงกับเสียวสันหลังเนื่องจากเข้าใจความหมายของมันดี  ว่าใคร...จะต้องเจอกับอะไรแบบไหนหรือจะมีคุณภาพชีวิตเป็นเช่นไร???  เพราะการทำให้คนอย่างคิมจงอินโกรธแค้น  เจ็บปวด  เสียใจ  มันไม่เคยมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นสำหรับผู้กระทำ

 

คนอื่น...อาจเห็นเจ้าของโรงแรมชื่อดังในแบบที่เป็นนักธุรกิจหนุ่ม  เป็นเจ้านายที่แสนใจดีหรือเป็นลูกชายขี้อ้อนของคุณแม่  แต่ในสายตาของเพื่อนอย่างเขา...จงอินเป็นยิ่งกว่านั้นและร้ายในแบบที่ใครๆก็คาดไม่ถึง

 

            “ซึงกิมันว่าไงบ้าง...เรียบร้อยไหม?”

 

            “ก็ตามที่มึงสั่งนั่นแหละ...แล้วคืนนี้มึงจะเอายังไง  นี่มันก็ดึกมากแล้วนะเว้ย?”

 

            “กูจะอยู่กับเซฮุนที่นี่

 

            “อยู่เหี้ยอะไรล่ะ...เสื้อผ้ามึงมีแต่เลือด!!!  อยู่ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้  มึงกลับไปพักผ่อนเหอะ...เชื่อกู  เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่

 

            ยอมรับว่าหมดสภาพ....และต้องให้เพื่อนขับรถมาส่งคอนโดฯเพราะทั้งจิตใจ  ทั้งร่างกายรวมถึงสติหรือสมองมันไม่มีอะไรสมบูรณ์เลยสักอย่าง  ในหัวมีแต่เรื่องนั้นเรื่องนี้ให้คิดเต็มไปหมด  คนรักจะฟื้นเมื่อไหร่เจ็บมากไหมและจะให้อภัยคนอย่างเขาหรือเปล่ามันเป็นสิ่งที่คนสำนึกผิดคิดวนไปวนมาซ้ำๆอยู่ตลอดเวลา  การไม่ได้พบหน้ากันเพราะงานยุ่งมันก็น่าหงุดหงิดใจมากพออยู่แล้ว  แต่การไม่ได้พบหน้ากันด้วยความอาการบาดเจ็บ  ด้วยเรื่องแย่ๆที่ตัวเองเป็นคนก่อขึ้นหรือด้วยความเข้าใจผิดมันทำให้หัวใจของจงอินเจ็บปวดมากมากกว่าสิ่งอื่นใด

 

แต่...ก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ไม่ต้องคิดอะไรให้มันยุ่งยากเพราะทุกอย่างจะเป็นไปตามอารมณ์ที่อยู่ภายในจิตใต้สำนึก  และคนอย่างคิมจงอินก็ขอสัญญากับตัวเองไว้เลยว่าคนร้ายทุกคนจะต้องได้รับความทรมานมากกว่าเซฮุนหลายร้อยเท่าโดยไม่มีข้อยกเว้นใดใดทั้งสิ้น  แม้หนึ่งในคนร้ายจะเป็นผู้หญิงที่เขา...เคยรัก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

SM Hospital

16.00 น.

 

            เป็นเวลาหนึ่งวันกับอีก 10 ชั่วโมง...ที่ผู้บาดเจ็บสามารถย้ายออกจากห้องไอซียูแล้วมาพักฟื้นร่างกายอยู่ที่ห้องพิเศษโดยมีเจ้าของโรงแรมคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง  แต่มันก็เป็นเวลาทั้งหมดที่คนป่วยไม่อาจรับรู้ได้เลยเพราะตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงตอนนี้ก็ยังคงหลับสนิทและไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาง่ายๆ  สายตาคมทอดมองร่างของคนรักที่เต็มไปด้วยบาดแผลจากการผ่าตัดรวมถึงรอยฟกช้ำต่างๆอย่างรู้สึกเวทนา  มือหนาสัมผัสแก้มนิ่มเบาๆเหมือนอยากให้คนที่ยังหลับใหลรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้  และจะไม่มีวันปล่อยให้ใครมาทำร้ายได้อีก

 

คนเจ็บแค่เพลียใช่ไหมมันเป็นผลจากยาหรือการผ่าตัดใช่หรือเปล่าแล้วเมื่อไหร่จะฟื้นเสียทีนั่นคือคำถาม...ของคนที่รอคอยการกลับมาของคนรัก

 

            ตั้งแต่เซฮุนออกจาห้องผ่าตัดและย้ายมาพักฟื้นอยู่ที่ห้องพิเศษ  จงอินก็คอยดูแลอยู่ใกล้ๆรวมถึงไม่ให้ใครเข้าเยี่ยมทั้งนั้นยกเว้นคนในครอบครัว  ใช่ว่าอยากทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่หรือทำอะไรเคร่งครัดจนเกิดเหตุ  แต่ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัยของคนป่วย  ส่วนงานประมูลที่ดินในวันพรุ่งนี้  จงอินก็จำเป็นต้องถอนตัวออกจากผู้เข้าร่วมประมูลเพราะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นและเซฮุนก็สำคัญยิ่งกว่าที่ดินผืนใดในโลก

 

            เจ้าของกายสีน้ำผึ้ง...ผุดลุกผุดนั่งเดินไปเดินมาระหว่างโซฟาตัวใหญ่กับเตียงของคนป่วยมาตั้งแต่เช้า  เนื่องจากคนรักยังไม่ฟื้นเสียทีและเวลาก็ผ่านเรื่อยๆจนเริ่มรู้สึกเป็นกังวล  ทุกอย่างในห้องพักยังคงเงียบสงบโดยไร้ความเคลื่อนไหวใดใดของคนป่วย  จงอินจึงเดินกลับไปนั่งที่โซฟาตามเดิมพร้อมกับตรวจงานในสมาร์ทโฟนไปด้วยเพื่อลดความฟุ้งซ่านของตัวเองและพยายามรอต่อไปอย่างมีความหวัง

 

            แต่แล้ว...ความเพลีย  ความเหนื่อยล้า  รวมถึงการเป็นห่วงเรื่องนั้นเรื่องนี้จนนอนไม่หลับมาหนึ่งคืนเต็มๆก็ทำให้เจ้าของโรงแรมเข้าสู่ห้วงนิทราไปในทันทีและพลาดสิ่งที่รอคอยมานาน  เพราะแรงขยับนิ้วมือ...ของร่างซูบซีดที่นอนอยู่บนเตียงสีขาวสะอาดมันไม่สามารถทำให้คนที่เผลอหลับอยู่ตรงโซฟาจับสังเกตหรือเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย  และการเคลื่อนไหวร่างกายได้เพียงแค่นั้นมันก็สร้างความเจ็บปวดให้คนป่วยได้ไม่น้อย

 

            เซฮุนเริ่มรู้สึกตัว...แต่อาการปวดศีรษะที่มาพร้อมกับความเจ็บระบมตามร่างกายมันทำให้การเปิดเปลือกตาเพื่อมองสิ่งรอบตัวกลายเป็นเรื่องยาก  เพราะทุกๆส่วนในร่างกายมันหนักอึ้งไปหมด  ดวงตาคู่สวยปิดเน้นและพยายามตั้งสติอีกครั้ง  แต่สมอง...กลับพาตัวเองย้อนคิดไปถึงเหตุการณ์อันเลวร้ายที่เพิ่งเกิดขึ้นรวมถึงเหตุการณ์...ที่เขาไม่มีสิทธิ์ได้อธิบาย

 

            เรื่องของความเข้าใจผิด...เซฮุนทราบใจดีว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกๆคน  แต่ใช่ว่าทุกคนจะได้รับสิทธิ์ในการอธิบายเหตุผลและเขาก็คือหนึ่งในนั้น  คนป่วย...ไม่รู้ว่าตัวเองต้องตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บปวดในเรื่องไหนก่อนดี  เจ็บ...กับบาดแผลที่โดนยิง??  หรือเจ็บ...กับคำพูดของคนรัก??เพราะเสียงจากการโดนดูถูกต่างๆนานามันยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท  และมันก็ดังยิ่งกว่าเสียงปืนที่ยิงใส่ร่างของเขาเสียอีก

 

                   ชีวิตตอนนี้...เหมือนต้องตื่นมาพร้อมกับความสับสน  เนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ยาก  ทุกอย่างมันเกิดขึ้นตอนไหนใครเป็นคนยิงแล้วเรื่องรูปถ่ายที่ทำให้คนรักเข้าใจผิด...ใครเป็นคนทำ??  เรื่องต่างๆมันตีรวนกันอยู่ในหัวสมองจนเริ่มปวดศีรษะมากขึ้นกว่าเดิม  ดวงตาทั้งสองข้างก็ยังลืมไม่ขึ้น  แถมร่างกายที่ไม่รู้ว่าตัวเองถูกผ่าตัดอยู่นานหลายชั่วโมงก็ขยับไม่ได้อย่างใจนึก 

 

แกร๊กก!!!

 

                 ประตูห้องพักของคนป่วย...ถูกเปิดออกด้วยมือของชายสูงอายุที่ทราบข่าวเรื่องลูกบุญธรรมถูกยิง  และต้องรีบเดินทางกลับมาที่โซลทันทีทั้งๆที่เพิ่งกลับเชจูไปได้เพียงแค่วันเดียว  คนเป็นพ่อยอมรับว่าตอนที่เจ้าของโรงแรมโทรไปแจ้งข่าว  รวมถึงเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟังมันรู้สึกตกใจและโกรธมากจริงๆ  เพราะการดูถูกคนเจ็บด้วยถ้อยคำพวกนั้นมันก็เหมือนเป็นการดูถูกเขาด้วยเช่นกัน  แต่ด้วยความที่เป็นผู้ใหญ่และรู้จักนิสัยใจคอของเด็กทั้งคู่อยู่พอสมควร  เขาจึงไม่อยากตีโพยตีพายหรือถือสาหาความเนื่องจากโวยวายไปก็ไม่เป็นผลดีกับใคร

 

            คนหนึ่งก็โมโหร้าย  เอาแต่ใจ  และไม่ฟังเหตุผลของคนอื่น  ส่วนอีกคนก็ขี้เกรงใจ  ไม่ชอบความสร้างความเดือนร้อนให้ใคร  จนเรื่องที่แอบปิดบังคนรักเอาไว้ก็ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง  คนเป็นพ่อทราบดี...ว่าลูกบุญธรรมไม่มีทางหาเงินโดยการเอาตัวเข้าแลกหรือหาใครเลี้ยงเพื่อเอาชีวิตรอดไปวันวัน  เพราะถ้าลูกของเขาทำแบบนั้นจริงๆก็คงไม่ต้องหางานพิเศษทำให้เหนื่อยและเขา...ก็คงไม่มีทางรับเด็กที่ชื่อโอเซฮุนให้เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัวแน่นอน

 

            ส่วนเรื่องที่เด็กทั้งสองคนเข้าใจผิดกัน  มีปากเสียงกัน  มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรมากนัก  เพราะการใช้ชีวิตคู่มันก็มักจะมีเรื่องนั้นเรื่องนี้เข้ามาทดสอบหัวใจอยู่เสมอ  แต่...ถ้าถึงขั้นลงไม้ลงมือจนทำให้ลูกชายของเขาหัวแตกก็เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนเป็นพ่อ  แต่การสารภาพผิด...ของคนที่นอนหลับอยู่บนโซฟามันก็สามารถผ่อนโทษจากหนักให้กลายเป็นเบาได้เช่นกัน  และการสำนึกผิดก็อาจช่วยให้โทษมันลดลงได้อีก

 

แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้...ก็อย่าทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่สองหรือไม่มีอีกเลยก็ยิ่งดีเพราะไม่อย่างนั้นโอกาสในการดูแลลูกบุญธรรมของเขาอาจไม่ใช่ของคิมจงอินอีกต่อไป

 

            จีซบเดินทางมาถึงโซลตั้งแต่เช้า  แล้วเข้าพักที่โรงแรมโดยมีซองรยองคอยต้อนรับเป็นอย่างดี  แต่กว่าจะได้มาหาลูกชายที่โรงพยาบาล  เขาก็ต้องอยู่รับฟังคำขอโทษและคำอธิบายต่างๆจากคุณแม่เจ้าของโรงแรมจนถึงช่วงสาย  จีซบไม่ได้ถือสาหาความหรือโกรธเคืองใครทั้งนั้น  เนื่องจากเข้าใจดีว่าเรื่องแบบนี้มันคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น  ทุกๆอย่างมันเหตุสุดวิสัยและการทำธุรกิจก็ย่อมมีคู่แข่งอยู่เสมอ  แต่...สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ  เรื่องของเด็กสาวที่เคยแสนดี  น่ารัก  อ่อนโยนเมื่อในอดีตจะกลับกลายมาเป็นคนร้ายที่คิดแผนทั้งหมดเพื่อเล่นงานคนรักเก่าและผู้รับเคราะห์ก็เป็นลูกบุญธรมของเขา

 

แต่ตอนนี้...ไม่ว่าเรื่องไหนมันเกินคาดเดา  ใครจะเป็นผู้ร้ายหรือใครจะทำอะไรก็คงไม่ใช่เรื่องที่คนเป็นพ่ออย่างเขาต้องคิด  เพราะสิ่งที่ควรให้ความสนใจมากกว่าเรื่องไหนๆก็คือเรื่องของสภาพจิตใจและสภาพร่างกายของผู้บาดเจ็บ

 

            “อื้อออ  อะ...โอ๊ยย!!!

 

            เสียงร้องของคนป่วย... ฉุดความสนใจของทุกคนในห้องพักให้หันไปมองที่ต้นเสียง  และก็เป็นคนที่เผลอหลับอยู่บนโซฟาที่ต้องตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ  แล้วรีบเดินไปกดปุ่มฉุกเฉินเพื่อเรียกหมอให้เข้ามาตรวจร่างกายของคนป่วย  เจ้าของโรงแรมใช้มือข้างหนึ่งสัมผัสแก้มนิ่มไร้สีเบาๆเหมือนอยากบอกให้รู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้  ส่วนมืออีกข้าง...ก็ยังกดปุ่มฉุกเฉินซ้ำๆอย่างรู้สึกหงุดหงิดเพราะยังไม่มีหมอหรือพยาบาลเข้ามาตรวจร่างกายของคนรักเสียที

 

...

 

 

...

 

 

...

 

            “เอ่ออ...ญาติคนไข้ครับ  หมอขอตรวจร่างกายคุณเซฮุนหน่อยครับ”  ร้อนใจและอยากให้หมอเข้ามาตรวจร่างกายของคนรักเร็วๆ  แต่เจ้าของโรงแรมกลับยืนขวางทางการทำงานของทั้งแพทย์ทั้งพยาบาลจนจีซบต้องเข้ามาดึงตัวให้ออกห่างจากเตียงคนไข้เพื่อให้ลูกบุญธรรมได้รับการตรวจ    

 

           เซฮุนออกจากห้องไอซียูได้เนื่องจากไม่พบความผิดปกติอะไรเพิ่มเติม  รวมถึงไม่มีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นในระหว่างการพักฟื้น  หมอเริ่มตรวจร่างกายของคนป่วยไปเรื่อยๆ  และจำเป็นต้องแจ้งอาการบาดเจ็บต่างๆให้ทราบ  เพราะคนป่วยจะได้รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรต้องทำตัวเช่นไร?  หรือยังไม่ควรทำอะไรในช่วงนี้ถึงแม้อาการบาดเจ็บบางอย่าง...อาจมีผลกระทบต่อจิตใจของคนป่วยก็ตามที  แต่หมอก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือปกปิดเอาไว้ได้  และเมื่ออาการบาดเจ็บทุกอย่างดีขึ้นเมื่อไหร่  คนป่วยก็ต้องเข้ารับการทำกายภาพบำบัดทันที

 

            “อย่าคิดมากนะครับคุณเซฮุน   หมอรับรอง...ว่าคุณเซฮุนจะกลับมาเดินได้อีกครั้งแน่ๆ  แต่คุณเซฮุนต้องให้ความร่วมมือกับหมอด้วยนะครับ  ทานยาให้ครบ  แล้วอีกสามสัปดาห์เรามาเริ่มทำกายภาพบำบัดกัน...คุณเซฮุนต้องสู้นะครับ

 

            “ผมจะสู้ครับ  แล้วก็จะทำตามที่หมอบอกทุกอย่าง...ขอบคุณคุณหมอมากนะครับ

 

            “พักผ่อนเยอะๆนะครับ...แล้วพรุ่งนี้หมอจะเข้าตรวจใหม่

 

            ปากบอกว่าจะสู้...แต่ใจมันกลับไม่ค่อยให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่  เพราะตอนนี้แค่ลำพังจะลุกขึ้นนั่งก็ยังไม่มีแรง  แล้วนับประสาอะไรกับการเดินที่ต้องเริ่มฝึกในอีก สัปดาห์ข้างหน้า  เซฮุนรู้สึกกังวลและยังไม่มั่นในตัวเองว่าจะสู้ไหวเหมือนอย่างที่พูดกับหมอหรือไม่   เนื่องจากสภาพร่างกายมันแย่เกินกว่าจะทำสิ่งใดได้นอกจากนอน  แถมแขนก็ยังมีเฝือกติดอยู่...จะขยับแต่ละทีก็เจ็บไปหมด  แล้วแบบนี้จะเอาแรงที่ไหนมาหัดเดิน

 

            ความเจ็บปวด  ความสับสน  และบาดแผลต่างๆตามร่างกายมันพาให้น้ำตาของคนป่วยไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว  เพราะกำลังคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันทำให้ความฝันที่รอคอยมานานแสนนานต้องล่าช้าไปมากกว่าเดิม  และอาการบาดเจ็บที่ทำให้ต้องเริ่มหัดเดินใหม่ก็ใช่ว่าจะหายหรือกลับมาเป็นปกติได้ภายในวันสองวัน  ชีวิตมันแย่ยิ่งกว่าตอนที่พ่อกับแม่เสียชีวิตไปพร้อมๆกัน  เนื่องจากตอนนั้นมันยังมีแรงมีแขนมีขาเพื่อทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองได้  แต่ตอนนี้...แค่หายใจยังรู้สึกเจ็บ

 

เป็นทั้งคนป่วย...และเป็นคนคิดมากที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ของความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจนไม่รับรู้ว่าใครกำลังเฝ้ารอให้คนรักของตัวเองฟื้นและกำลังยืนอยู่ตรงหน้า

 

            “คนเก่ง...ร้องไห้ทำไมครับเจ็บตรงไหนหรือเปล่าให้พี่ตามหมอให้ไหม?”  เจ้าของโรงแรมออกอาการร้อนรนเมื่อเห็นคนรักนอนน้ำตาไหลอยู่บนเตียงโดยไม่ทราบสาเหตุและไม่รู้ว่าเป็นอะไรหรือเจ็บตรงไหน  เพราะแค่สภาพภายนอกของคนป่วยก็น่าสงสารมากพออยู่แล้ว  ทั้งสายน้ำเกลือ  สายออกซิเจน  สายต่อท่อทางเดินปัสสาวะ  ทุกๆอย่างที่อยู่ในตัวของเซฮุนมันดูเยอะแยะยุ่งเหยิงไปหมด  มันเยอะ...จนอดคิดไม่ได้ว่าคนรักของตัวเองอาการดีขึ้นแล้วจริงๆใช่ไหม??  แล้วสายบ้าๆที่ติดอยู่ตามอยู่ร่างกายพวกนี้มันทำให้เจ็บอยู่หรือเปล่า?

 

            “ไม่เจ็บครับ...เซฮุนอยากนอน  เซฮุนเหนื่อย  พี่จงอินไม่ต้องตามหมอหรอกครับ”  ตอบด้วยสายตาที่ว่างเปล่าพร้อมกับเบือนหน้าหลบมือหนาที่กำลังยกขึ้นเพื่อเช็ดน้ำตาให้  และความจริงแล้ว...มันก็ไม่มีส่วนไหนเลยที่ไม่เจ็บ  ยิ่งตรงก้อนเนื้อเล็กๆตรงหน้าอกด้านซ้าย  มันยิ่งเจ็บมากกว่าส่วนไหนๆในร่างกาย

 

            ใจลึกๆก็อยากใช้คำพูดให้ดีกว่านี้  แต่พอเห็นหน้าเจ้าของคำพูดร้ายๆที่เคยดูถูกกันไว้ต่างๆนานามันกลับทำให้ความรู้สึกดีๆ  ความรักและความไว้ใจที่เคยมีให้กันมันเริ่มลดน้อยถอยลงไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ  ภาพทุกภาพเมื่อวันเกิดเหตุ...มันวนเวียนอยู่ในหัวสมองและฉายให้เห็นเป็นฉากๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า  การถูกบีบปลายคางจนเจ็บเหมือนมันจะแตกร้าว  การถูกผลักไส  การเดินจากไป  ทุกๆความเจ็บปวดมันยังฝังอยู่ภายจิตใจ

 

และตอนนี้...คนป่วยก็เริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าตัวเองควรให้ความสำคัญกับเรื่องไหนก่อนดี  ระหว่างเรื่องสุขภาพทางกายหรือเรื่องสุขภาพทางใจ??

 

                แน่ใจนะครับว่าไม่เจ็บตรงไหน  พี่เป็นห่วงเซฮุนนะครับ  ให้พี่ตามหมอดีกะ...กว่า

 

            “เซฮุนบอกว่าเหนื่อยไง!  เหนื่อย...เข้าใจไหมครับว่าเหนื่อยยย!!

 

            “แต่ว่า ซะ...เซ

 

            “พี่จงอินอย่าถามอีกได้ไหมครับ  รำคาญ!!

 

            จีซบเห็นท่าไม่ดี...จึงรีบเดินเข้าไปตบบ่าคนถูกตะคอกเบาๆ  พร้อมกับส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าให้เจ้าของโรงแรมพอแค่นี้  และสั่งให้กลับไปก่อนเพราะเขาจะดูแลคนป่วยต่อให้เอง  การที่ลูกบุญธรรมเพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงมันคงทำให้รู้สึกเหนื่อยอย่างที่พูดจริงๆ  และคนเป็นพ่อก็มองออกว่าคนป่วยเหนื่อยจากสาเหตุใดบ้าง  ส่วนคนถูกสั่งให้กลับไปพักผ่อนก็ต้องทำตามสิ่งที่ผู้ใหญ่บอกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และต้องเดินคอตกออกไปจากห้องพัก

 

แต่.....

 

            “คุณจงอิน...ไม่ต้องกลับมาที่โรงพยาบาลจนกว่าอาจะอนุญาตนะ

 

            “อะไรนะครับคุณอา?!!!

 

            “อาคิดว่าคุณจงอินได้ยินชัดแล้ว...อาขอเวลาคุณจงอินไม่นาน  อาสัญญา

 

            “เฮ้ออออ!!

 

            ทำได้แค่ถอนหายใจ....แล้วเดินออกไปจากห้องคนป่วยด้วยความหงุดหงิด  เพราะจากที่คิดไว้ว่าคืนนี้จะอยู่ดูแลคนรักที่โรงพยาบาลและหาทางง้อรวมถึงสารภาพผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น  แต่แผนทุกอย่างที่คิดไว้ก็ต้องมาพังลงเมื่อถูกผู้ใหญ่ที่นับถือสั่งให้กลับไปพักและไม่ต้องมาที่นี่จนกว่าจะได้รับอนุญาต  มันเป็นคำสั่งที่ทำให้จงอินหมดหนทางในการปรับความเข้าใจกับเซฮุน  และไม่รู้ว่าตัวเองจะได้กลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งเมื่อไหร่?

 

แกร๊กกก!!

 

            เสียงประตูห้อง...ถูกปิดลงพร้อมกับการจากไปของเด็กหนุ่มที่ทำให้ลูกบุญธรรมของตัวเองต้องเจ็บทั้งกายและเจ็บทั้งใจ  มือของคนเป็นพ่อยกขึ้นลูบกลุ่มผมสีเข้มของคนป่วยผ่านบาดแผลที่ศีรษะแล้วหยุดมือค้างไว้อย่างนั้น  พร้อมกับเบือนหน้าหนีเพื่อแอบซ่อนน้ำตาแห่งความสงสารเอาไว้  รอยฟกช้ำตามร่างกาย  บาดแผลจาการผ่าตัด  แขนที่ถูกใส่เฝือก  ทุกๆอย่างที่อยู่บนตัวของเซฮุนมันทำให้จีซบรู้สึกเจ็บทุกครั้งที่ต้องเห็นบาดแผลพวกนี้

 

            “ไงลูกพ่อ...เจ็บตรงไหนหรือเปล่า  หื้มม?

 

            “เจ็บครับ...เจ็บไปหมด  เซฮุนเจ็บมากๆเลยครับคุณพ่อ

 

            “โดยเฉพาะตรงนี้หรือเปล่าลูก?”

 

            วางมือลงบนหน้าอกด้านซ้ายของคนป่วย  แล้วลูบเบาๆเหมือนเป็นการปลอบใจเพราะความหมายที่คนเป็นลูกเอ่ยขึ้นเมื่อครู่ก็ใช่ว่าผู้เป็นพ่อจะรู้ไม่ทัน  น้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย...มันฟ้องและเป็นหลักฐานของความเจ็บปวดได้ดี  แถมน้ำเสียงที่สั่นเครือของเซฮุนมันก็สามารถสื่อให้จีซบรู้ได้ว่ากำลังถึงพูดเรื่องอะไรหมายถึงใครหรือเจ็บตรงส่วนไหนมากกว่ากัน?

 

            “ฮึกก!!  คุณพ่อครับ...เซฮุนจะหายจริงๆใช่ไหม  ฮึก!!  เซฮุนจะไม่พิการใช่ไหม

 

            “ลูกของพ่อจะต้องหายดี...เซฮุนเชื่อพ่อนะ  เซฮุนจะต้องไม่เป็นอะไร

 

            “ละ...แล้วพี่จงอินจะโกรธเซฮุนไหมครับ  ฮึกก!!  เซฮุนไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น!  เซฮุนคะ...แค่

 

            “แล้วเซฮุนล่ะลูกโกรธคุณจงอินไหม!!?  โกรธที่พี่เค้าทำให้เราเป็นแบบนี้หรือเปล่า?”

 

            “..........

 

            จีซบรู้ดี...ว่าลูกบุญธรรมเป็นเด็กที่ไม่มีคำว่า  ตรงกลางหรือความพอดี   ในเรื่องของความรู้สึก  เซฮุนจะมีความรู้สึกแค่  มากกับน้อย  เท่านั้น  บางเรื่องก็ซื่อจนเกือบจะเรียกว่าโง่  แต่บางเรื่อง...กลับเข้าใจโดยที่ไม่สอนอะไรเลยสักอย่าง  เวลาใจอ่อนก็อ่อนเสียจนโดยเอาเปรียบอยู่บ่อยๆ  และบทจะใจแข็งก็กลายเป็นคนที่ไม่สนอะไรทั้งนั้นนอกจากตัวเอง  และด้วยเหตุนี้...คนเป็นพ่อจำเป็นต้องเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ลูกบุญธรรมฟัง  เพราะขืนปล่อยให้คนป่วยนอนคิดมากอยู่แบบนี้มันอาจส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจจนลามไปถึงเรื่องของสุขภาพร่างกายที่มันบอบช้ำพอๆกันอยู่ในตอนนี้

 

            ปกติก็ไม่ใช่คนที่ชอบเอาเรื่องต่างๆของเจ้านายมาเล่าให้ใครฟัง  แต่อดีต...ของผู้ที่เป็นเจ้าของโรงแรมมันกำลังทำให้ลูกบุญธรรมของเขาเสียใจและเกือบทำให้เสียชีวิต  จีซบจึงจำเป็นต้องเล่าความจริงทุกอย่างให้เซฮุนฟังก่อนที่ความเข้าใจผิด  ความคิดมาก  และความสับสนมันจะกัดกินใจจนไม่เหลือความรู้สึกดีๆไว้ให้จดจำ  คนหนึ่ง...เข้าใจผิดและคิดว่าคนรักนอกใจเพราะเห็นรูปต่างๆที่แฟนเก่าส่งมาดู  ส่วนอีกคน...ก็เสียใจเรื่องที่ตัวเองโดนดูถูกจากคนที่มอบทั้งหัวใจและชีวิตให้ดูแล

 

คนเป็นพ่อ...ยังคงวางมือไว้ที่หน้าอกด้านซ้ายของลูกบุญธรรมด้วยความรู้สึกห่วงใย  พร้อมกับเล่าเรื่องคนรักเก่าของผู้ที่เป็นเจ้าของโรงแรมให้ฟังอย่างละเอียด

 

            เด็กสาวที่ใสซื่อ  น่ารัก  และอ่อนหวานที่จีซบเห็นมาตั้งแต่จงอินยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีหนึ่ง  แล้วก็คบกันเรื่อยมาจนกระทั่งเรียนจบและมีแผนว่าจะสร้างครอบครัวด้วยกัน  แต่ทุกอย่าง...มันก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเด็กสาวคนนั้นได้เลิกรากับเจ้าของโรงแรมคนหนึ่งเพื่อไปคบกับเจ้าของโรงแรมอีกคน  และวันนี้...หญิงสาวคนเดิม  คนที่เคยน่ารัก  ใสซื่อ  อ่อนโยนในสายตาของจีซบเมื่อหลายปีก่อนก็กลับกลายมาเป็นคนร้ายที่หวังจะทำลายทุกอย่างให้ย่อยยับ

 

            “ที่พ่อเล่ามาทั้งหมด  เพราะไม่อยากให้เซฮุนคิดมากนะลูก  ทุกคนเคยมีอดีต  มีปมความเจ็บช้ำในใจ  แล้วตอนนี้....เรื่องของสุขภาพก็สำคัญที่สุดนะลูก

 

            “ฮึกก!!...เข้าใจแล้วครับคุณพ่อ  เซฮุนขอโทษ  ฮึก!!! ขอโทษที่พูดจาไม่ดี

 

            “ขอโทษผิดคนหรือเปล่า  หื้มม

 

                เมื่อฟังสิ่งที่พ่อบุญธรรมเล่ามาทั้งหมด...น้ำตามันก็ยิ่งไหลมากขึ้นกว่าเดิม  เพราะคนป่วยไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเจ้าของโรงแรมจะมีอดีตที่ไม่ค่อยสู้ดีเกี่ยวกับเรื่องของความรัก  และที่ไม่รู้...ก็คงต้องโทษตัวเองที่ไม่เคยถามหรือไม่เคยสนใจชีวิตของคนรักให้ดีกว่านี้  เซฮุนเข้าใจแล้วว่าทำไมวันเกิดเหตุจงอินต้องโกรธมากมายถึงเพียงนั้น  โกรธ...จนทำร้ายจิตใจกันด้วยถ้อยคำที่รุนแรง  โกรธ...จนต้องผลักไสไปให้พ้นๆหน้าและมีอีกหนึ่งเรื่องที่คนป่วยไม่เคยรู้นั่นก็คือ...เรื่องของธุรกิจการโรงแรม

 

            วันวันเอาแต่จัดดอกไม้  ทำความสะอาดคอนโดฯ  และทำนั่นทำนี้ไปตามแบบที่ตัวเองถนัด  เซฮุนจึงไม่เคยรู้ว่าการจะสร้างโรงแรมขึ้นมาสักหนึ่งแห่งมันต้องฝ่าฟันหรือต้องแลกและต้องเสี่ยงกับอะไรมาบ้างเพื่อจะมีธุรกิจที่มั่นคง  บางทีมันก็เป็นเรื่องยากที่จะทำความเข้าใจ  แต่เซฮุนก็รับรู้ได้เสมอว่าคนรักเหนื่อยมากแค่ไหนกับการที่ต้องดูแลโรงแรมแต่ละสาขา  คนคนเดียว...ต้องบริหารธุรกิจหลายแห่งและความรับผิดชอบก็ยิ่งใหญ่มากจนคิดว่ามันหนักเกินไปหรือไม่สำหรับคนอย่างคิมจงอิน

 

และสำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้...ที่ดินผืนใหม่ที่เจ้าของโรงแรมอยากได้มันก็เกือบต้องแลกมาด้วยชีวิตของพนักงานจัดดอกไม้อย่างเขา

 

            “ขอบคุณนะครับคุณพ่อ  เซฮุนจะเข้มแข็ง  เซฮุนอยากกลับมาเดินได้เหมือนเดิม

 

            “งั้นก็นอนพักผ่อนเยอะๆ...อย่าคิดมาก  แล้วก็ห้ามท้อเด็ดขาด

 

            “ไม่ท้อแล้วครับ  เซฮุนจะสู้!!  เซฮุนจะรีบหายไวๆ

 

            เหมือนยกภูเขาออกจากอกทั้งคนเป็นพ่อและลูกบุญธรรม  เพราะจีซบก็รู้สึกโล่งใจที่สามารถพูดให้คนป่วยกลับมามีแรงสู้ได้อีกครั้ง  รวมถึงอธิบายเหตุผลให้ลูกเข้าใจได้ว่าเรื่องทั้งหมดมันไม่มีใครอยากเกิดขึ้นและทุกอย่างๆมันก็เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด  ส่วนคนป่วย...ก็เริ่มเข้าใจเนื้องานของคนเป็นเจ้าของโรงแรมมากขึ้นกว่าเดิม  และเข้าใจว่าทุกๆคนต่างก็มีเคยมีอดีตที่เจ็บปวดหรือมีปมในใจที่ยากเกินจะลืม  มันเป็นการตื่นจากฝันร้ายที่จบลงด้วยความจริงที่ต้องสู้ต่อและไม่ว่าพรุ่งนี้มันจะยากสักแค่ไหน...เซฮุนก็พร้อมที่เผชิญกับมัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

แก้ไขเมื่อ  02/01/61

ห้าล้านวอน**



ซอลฮยอน**



อาการบาดเจ็บ  การรักษา  รวมถึงผลวิเคราะห์ทางการแพทย์ต่างๆที่เราเขียนขึ้น  มันเป็นเพียงจินตนาการเท่านั้นนะคะ  และถ้าตอนนี้มีความผิดพลาดประการใด  เราต้องขออภัยด้วยค่ะ

หลังจากตอนนี้เป็นต้นไป...เราจำเป็นต้องรวบระยะเวลาต่างๆให้เร็วขึ้นนะคะ  อย่างเช่นการรักษาตัวของเซฮุน  และบทลงโทษของคนร้าย  เพราะถ้าไม่ทำแบบนั้น  ฟิคเรื่องนี้จะยืดเยื้อเกิดไปและไม่สมเหตุสมผล

 ขอบคุณนักอ่านทุกคน  ขอบคุณคอมเม้นท์  ขอบคุณที่ยังคงติดตามกันเสมอ  ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ

และ...สวัสดีปีใหม่ทุกคนด้วยนะคะ  รวยๆ เฮงๆ  สุขภาพแข็งแรงค่ะ ^-^)

รัก  

#ดอกไม้ของเจ้านาย

 


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #689 KHlulaby (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 17:04
    น้องคือคนเข้มแข็งที่สุด กำลังใจมาเต็มมาก ทำไมมมดีขนาดนี้เนี่ย
    #689
    0
  2. #571 /tl26&? (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 02:28
    กว่าจะเป็นคนที่มีทุกอย่างได้ก็ต้องเคยเสียอะไรหลายๆ อย่างเพื่อแลกมา หวังว่าหลังจากนี้ชีวิตของจงอินกับเซฮุนจะมีความสุขจริงๆ สักทีนะคะ เราว่าพวกเค้าเจออะไรมามากๆ แล้วจริงๆ ถ้าเป็นเราคงถอยออกไปจากจุดนี้นานแล้ว
    #571
    0
  3. #570 /tl26&? (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 02:28
    กว่าจะเป็นคนที่มีทุกอย่างได้ก็ต้องเคยเสียอะไรหลายๆ อย่างเพื่อแลกมา หวังว่าหลังจากนี้ชีวิตของจงอินกับเซฮุนจะมีความสุขจริงๆ สักทีนะคะ เราว่าพวกเค้าเจออะไรมามากๆ แล้วจริงๆ ถ้าเป็นเราคงถอยออกไปจากจุดนี้นานแล้ว
    #570
    0
  4. #492 Jammie-Lee (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 23:46
    ฮุนนี่หายป่วยไวๆ~
    #492
    0
  5. #491 Pinkdao (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 22:35
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ ไรท์ ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ
    #491
    1
    • #491-1 Mokara(จากตอนที่ 23)
      4 มกราคม 2561 / 00:08
      สวัสดีปีใหม่ค่าาาาาา (โค้งตัวววว) ขอให้คุณมีความสุขมากๆๆๆๆๆๆๆๆเยอะๆๆๆๆเช่นกันค่ะ รวยๆ เฮงๆด้วยนะคะ
      และขอบคุณกำลังใจดีๆ ที่มีให้กันเสมอค่ะ (:
      รัก<3
      #491-1
  6. #490 TDNND (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 16:57
    สวัสดีดีใหม่ค่ะไรท์ สู้ๆนะค่ะ ขอให้ไรท์พบแต่ความดี ไม่มีความทุกข์ ตลอดปี 2561 และตลอดไปนะค่ะ
    #490
    1
    • #490-1 Mokara(จากตอนที่ 23)
      3 มกราคม 2561 / 20:40
      (กราบตัก) สวัสดีปีใหม่ค่าาาาาาา...ขอให้คุณพบเจอแต่สิ่งดีๆเช่นกันนะคะ มีความสุขเยอะๆๆๆๆ ไม่มีโรคภัย มีแต่เงินๆๆๆๆ และขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้กันเสมอ ขอบคุณมากกกกกกกกกกก (กอ.ไก่ล้านตัว) ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ ^3^
      Love.♡
      #490-1
  7. #489 เสี่ยวอวิ๋น (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 11:11
    เปิดให้อ่านหน่อยจิไรต์เตอร์คนน่ารัก คือแบบนี้มาเม้นเเบบรวมทุกตอนเลย เป็นเรื่องที่อ่านละเพลินมาก ลื่นไหล สนุก เเละน่าติดตามมากกกกกกกกกกกกก ชอบมากอะ ชอบมากอยากอ่านต่อ มาเปิดตอนให้อ่านนะ .อ้อน
    #489
    1
    • #489-1 Mokara(จากตอนที่ 23)
      3 มกราคม 2561 / 20:48
      ขอบคุณที่ชอบฟิคของเรานะคะ (: ฮือออ..ดีใจ♡
      เราจะพยายามแก้ไขส่วนที่ปิดไว้ให้เสร็จโดยเร็วนะคะ แต่อาจมีล่าช้าบ้างเพราะไรท์ยังไม่เก่งเท่าไหร่ ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะ
      อ้อน(บ้าง) >//<)
      #489-1
  8. #291 Queensally (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 13:04
    หายไวๆนะเซฮุนนนนนน
    #291
    0
  9. #290 อัญมณีสีสวย (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 12:48
    กำลังใจดีอย่างนี้ เซฮุนต้องหายเร็วแน่ๆ คุณจงอินเป็นบุรุษพยาบาลส่วนตัวที่อบอุ่นจริงๆ
    #290
    0
  10. #289 k_kan2 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 07:52
    หายเร็วๆนะฮุน ต่อค่าาา
    #289
    0
  11. วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 06:55
    น่ารักจริงๆๆๆ จงอินก็หึงยันพยาบาล 55555 อยากรู้คนที่ทำร้ายน้องจะโดนอะไร
    #288
    0
  12. #287 ibice (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 01:50
    งือ หายเร็วๆนะน้องฮุนกำลังใจดีแบบนี้เนี่ย พี่จงอินนี่อะไรมานงมานาบ บว้าาาาาาา 555555555555555
    #287
    0
  13. #286 Action!! (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 00:56
    ค่ะ คุณเจ้านายร้ายกาจมาก ขโมยหอมจนน้องมันช้ำหมดเเล้วมั้ง
    #286
    0
  14. #285 Pinkdao (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 22:40
    น่ารักละมุนละมัยยย
    #285
    0
  15. #283 Queensally (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 23:54
    ชอบแม่จงอินจัง555555555 //มาต่อเร็วๆนะคะไรท์รอคะๆ
    #283
    0
  16. วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 11:06
    55555  คิมจงอิน นายหวงเมียมากไปป่ะเนี้ย พยาบาลก็ไม่เว้นเลยนะ
    #282
    0
  17. #281 อัญมณีสีสวย (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 12:55
    ตอนแรกนึกว่าตะดราม่าเพราะเห็นพี่คริสมาเยี่ยมเซฮุนอะไรงี้ ที่ไหนได้พยาบาลมาเช็ดตัว นี่ถึงกับร้อง ห๊ะ คุณจงอินจะไม่หวงเมียไปหน่อยหรอ แต่นึกไปนึกมา เขาหึงก็ถูกของเขาแล้ว ก็เขาหลงเขารักมากซะขนาดนี้
    #281
    0
  18. #280 Action!! (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 21:53
    จงอินคนหวงเมีย มีความน่ารักอะตอนที่ไม่ให้ใครเข้ามาเช็ดตัวให้ นี่ยังบอกอีกว่าจะไม่ได้ทำงานเพราะหวงกลัวใครเข้าใกล้เมีย โอ๊ยยยยย อะไรจะขนาดนี้
    #280
    0
  19. #279 Pinkdao (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 21:05
    เข้าใจกันแล้วดีจัง หายเร็วๆนะน้องฮุน.
    #279
    0