จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 22 : ❀ 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,930
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    3 พ.ย. 62








ดอกไม้ดอกที่  22



 

Agapanthus  Condominium โซล

07.40 น.

 

เดือนต่อมา.....

 

            ห้องชุดสีหวาน...ที่คุณพ่อซื้อให้ลูกชายเป็นของขวัญเนื่องจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สำเร็จคือสิ่งที่คนเป็นเจ้าของห้องไม่เคยคิดจะขายต่อให้ใครทั้งนั้น  เพราะตั้งแต่เรียนจบและต้องไปทำงานที่โรงแรมของตระกูลคิมในสาขาเชจู  ห้องพักที่โซลก็ถูกปล่อยทิ้งร้างไว้แบบนั้นและไม่กล้าปล่อยให้ใครเช่าต่อ  เพราะเกรงว่าผู้เช่าจะทำสิ่งของต่างๆภายในห้องอย่าง  ผ้าม่าน  โต๊ะ  เตียง  และตู้เย็นรวมถึงของใช้ในครัวพังจนไม่เหลือสภาพเดิม

 

            เจ้าของห้องไม่เคยไว้ใจใครสักคน...และไม่อยากให้ของขวัญชิ้นใหญ่ที่ผู้ปกครองตั้งใจซื้อให้ต้องมาเสื่อมสภาพหรือเกิดความเสียหายจากความมักง่ายของคนอื่น  ส่วนคนที่ไว้ใจได้...และอยากให้ย้ายจากอพาร์ทเม้นเก่าๆที่เช่ามาตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง  แล้วให้มาอยู่ที่คอนโดฯแห่งนี้แทนเขาก็ไม่ยอมย้ายออกตามคำขอเลยสักครั้งและยังให้เหตุผลเดิมๆนั่นก็คือ...(เรา)เกรงใจ

 

            คนตัวเล็ก...เบื่อนิสัยความเกรงใจของเพื่อนรักอย่างเซฮุนมากที่สุด  เพราะให้อยู่ฟรีๆก็ไม่เอา  ให้จ่ายแต่ค่าน้ำค่าไฟก็ไม่เอา  ให้จ่ายค่าเช่า  ค่านั่นค่านี่  เท่ากับที่อพาร์ทเม้นเดิมก็ไม่เอาอีก  ขนาดยกเหตุผลต่างๆนานาขึ้นมาพูดสารพัดก็ยังไม่ยอมย้ายมาอยู่ที่คอนโดฯของเขาสักที  จนสุดท้าย...คนขี้เกรงใจก็ต้องย้ายไปอยู่ในคอนโดฯที่หรูกว่าของเขาเป็นสิบๆเท่า  เพราะการมีคนรักเป็นถึงเจ้าของโรงแรมชื่อดังมันคงทำให้เพื่อนรักมีชีวิตที่สุขสบายมากขึ้นกว่าเดิม

 

และตอนนี้....ห้องชุดสีหวานที่เคยปล่อยให้ร้างมานานมันก็ไม่ได้ร้างอีกต่อไป  เพราะมีใครคนหนึ่งใช้อยู่อาศัยเมื่อต้องเดินทางมาทำงานที่โซลและใครคนนั้นก็คือวิศวกรประจำโรงแรม

 



 

 


                เมื่อไหร่พี่ชานยอลจะกลับมาสักที

                พี่ชานยอลเหนื่อยไหมฮะ”

          น้องแบคคิดถึงพี่ชานยอลจะแย่อยู่แล้ว”

          ฝันดีนะฮะ  ดูแลตัวเองดีๆด้วยล่ะ

 

                มันเป็นคำพูด...ที่คนตัวเล็กเอ่ยบ่อยที่สุดเพราะวิศวกรประจำโรงแรมต้องเดินทางไปทำงานที่โซลแบบไม่มีกำหนดกลับ  และตัวเขาเองก็ถูกคุณพ่อลงโทษด้วยการกักบริเวณมาตั้งแต่เกิดเรื่องแย่ๆขึ้นที่ผับเมื่อหลายเดือนก่อน  การเที่ยวสนุกจนตื่นมาทำงานไม่ไหวและขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่มันเป็นสิ่งที่เขาต้องยอมรับผิด  รวมถึงยอมให้ผู้เป็นพ่อทำโทษโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดใด  แต่...การถูกกักบริเวณเป็นเวลานานถึงสองเดือนเต็ม  มันกำลังทำให้หัวใจของคนที่ต้องอยู่ห่างกับแฟนเริ่มห่อเหี่ยวลงไปเรื่อยๆ

 

            คนทำผิด...ต้องทำงานจันทร์ถึงเสาร์  เข้างานแปดโมงเช้าเลิกห้าโมงเย็น  ห้ามออกไปเที่ยว  ห้ามไปค้างกับแฟน  กลับบ้านได้อย่างช้าคือหนึ่งทุ่มตรง  และถ้างานวันนั้นมันเยอะจนต้องกลับบ้านช้ากว่าเวลาที่ถูกกำหนดไว้ก็ต้องโทรรายงานให้ผู้คุมประพฤติทราบทุกครั้ง  ชีวิตเหมือนขาดอิสระ...แต่มันก็ยังดีกว่าการถูกขายเป็นไหนไหน  เพราะถ้าเรื่องแย่ๆที่เกิดขึ้นในผับวันนั้น  เขาถูกเจ้าของโรงแรมช่วยไว้ไม่ทัน  คนอื่นคงมาพรากชีวิตของเขาไปจากคุณพ่อและพราก...แม้แต่อิสระที่อยากได้มากที่สุดในตอนนี้

 

แต่เมื่อเป็นเด็กดีและอยู่ในโอวาทของผู้เป็นพ่อมาตลอดระยะเวลาของการถูกทำโทษ  รวมถึงตั้งใจทำงานมากขึ้น  แบคฮยอนจึงได้สิทธิ์ขออะไรก็ได้หนึ่งข้อจากจีซบ  ซึ่งคำขอ...ของคนที่คิดถึงแฟนแทบขาดใจก็คือการเดินทางมาที่โซล

 

            แต่สิทธิ์ที่ได้...ก็ใช่ว่าจะไม่มีกฎบังคับ  เพราะการเดินทางมาที่โซลในครั้งนี้  คนเป็นลูกก็ต้องมาพร้อมผู้ที่ออกกฎและต้องกลับเชจูด้วยกันอีกครั้งในตอนเย็น  คนตัวเล็กพอใจในสิทธิ์ที่ได้และจะพยายามใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่ามากที่สุด  แต่เวลา...ที่ถูกคนเป็นพ่อกำหนดให้  มันจะเพียงพอต่อความคิดถึงที่เก็บสะสมมานานหรือเปล่า??  หรือมันจะน้อยเกินไปสำหรับความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่เต็มหัวใจ??

 

แกร๊กกก!!!

 

          แบคฮยอน...แยกกับคุณพ่อเมื่อเดินทางมาถึงโซล  และตรงมาที่คอนโดฯของตัวเองทันทีเพราะการไม่ได้พบหน้าแฟนมานานมันทำให้หัวใจที่ห่อเหี่ยวถูกความคิดถึงเล่นงานจนแทบทนไม่ไหว  มือบางไขกุญแจห้องและเปิดประตูเข้ามาด้านในพร้อมปิดลงอย่างเบามือ  แล้วรีบก้าวขาเดินไปที่ห้องนอนด้วยความดีใจ  ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ลอดผ่านช่องประตูทางด้านล่าง  มันทำให้เจ้าของเท้าเปลือยเปล่าที่ยืนอยู่หน้าห้องรู้ได้ทันทีว่าวิศวกรประจำโรงแรมยังไม่ออกไปทำงาน

 

            เดินทางมาหาแฟนโดยไม่ได้บอกให้รู้ล่วงหน้าเพราะอยากทำเซอร์ไพรส์  รวมถึงเป็นห่วงคนที่อยู่ไกลจะทำงานหนักจนลืมดูแลตัวเอง  และ...มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ  เพราะเมื่อแบคฮยอนเดินเข้ามาในห้องนอน  เขาก็เห็นคนที่คิดถึงหลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยสภาพที่ยังสวมชุดทำงาน  กางเกงยีนส์เปื้อนสีตัวเก่งและเสื้อเชิ้ตแขนยาวที่โผล่พ้นผ้าห่มผืนโต  มันทำให้คนมองอยากจะร้องไห้ขึ้นมาทันที  เพราะคิดว่างานของวิศวกรมันคงเยอะมากจนความเหนื่อยล้าทำให้หลับไปทั้งที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า

 

ฟอดดดด!!!

 

            คนตัวเล็ก...ค่อยๆนั่งลงบนเตียงสีหวานและก้มกายส่งจมูกโด่งรั้นหอมแก้มคนงานเยอะด้วยความคิดถึง  แต่...สิ่งที่คิดว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงยังไม่ได้อาบน้ำและเผลอหลับทั้งๆที่ยังอยู่ในชุดทำงาน  มันคงเป็นการคิดเองเออเองทั้งหมด  เพราะกลิ่นหอมๆของครีมอาบน้ำที่เจ้าตัวจำได้ดีว่าเป็นคนเลือกเองกับมือมันติดอยู่ที่ปลายจมูก

 

            “แกล้งน้องแบคเหรอฮะพี่ชานยอล!!...ตื่นแล้วก็ละ...ลุก  อ๊ะ!!

 

            คิดว่าทำทุกอย่างด้วยความเบามือ  ทั้งการเปิด-ปิดประตู  ทั้งการเดินเข้ามาในห้องนอน  แต่ทุกๆอย่างก็ถูกคนเจ้าเล่ห์จับได้  แถมตัวเขายังถูกกอดไว้ไม่ยอมปล่อย  คิดจะเซอร์ไพรส์แฟนด้วยการเดินทางมาที่นี่โดยไม่บอกล่วงหน้า  และแอบเดินเข้ามาในห้องอย่างเงียบๆ  แต่สุดท้ายกลับโดนเซอร์ไพรส์เสียเอง  คนตัวเล็กดิ้นคลุกคลักอยู่ในอ้อมกอดของวิศวกรหนุ่ม  เนื่องจากงอนและรู้สึกเสียเชิงนิดหน่อยเพราะอุตส่าห์คิดแผนมาอย่างดีแต่กลับถูกแฟนจับได้

 

            “คิดจะลักหลับพี่หรือไง หื้มมม!?”

 

            นึกไม่ถึง...ว่าคนที่โดนทำโทษด้วยการถูกกักบริเวณจะเดินทางมาหาถึงที่นี่  แต่พอได้ยินเสียงเปิด-ปิดประตูดังกึกกักอยู่ทางด้านนอก  ชานยอลก็รู้ได้ทันทีว่าคงไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้ได้นอกจากคนที่เป็นเจ้าของ  เขาจึงแกล้งทำเป็นนอนหลับทั้งๆที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จและกำลังจะออกไปทำมื้อเช้า  คนตัวใหญ่กว่า...จับร่างนุ่มนิ่มที่แสนคิดถึงให้นอนหงายลงไปบนเตียงและกอดไว้แน่นให้สมกับความคิดถึงที่สะสมมานานหลายวัน 

           

 

            “ปล่อยน้องแบคเลยนะฮะ....

 

            “ปล่อยให้โง่สิครับ  พี่คิดถึงน้องแบคจะแย่...น้องแบคไม่คิดถึงพี่เลยเหรอไง?”

 

            “ไม่คิดถึงหรอกฮะ  น้องแบคเบื่อคนรู้ทัน!!!

 

            ถ้าได้เอ่ยความรู้สึกให้คนตรงหน้าฟัง  ปากกับใจมันก็ไม่เคยตรงกันเลยสักครั้ง  เพราะปากบอกว่าไม่คิดถึง...แต่ร่างกายกลับโอบร่างใหญ่ๆของคนบนเตียงไว้แน่นพอๆกับที่ตัวเองกำลังถูกกอดอยู่ในตอนนี้  แบคฮยอนซบหน้าหงอยๆลงบนแผ่นอกกว้างเพราะทุกความรู้สึกมันยากเกินจะอธิบายออกมาได้ทั้งหมด

 

            “แล้วมาหาพี่ได้ยังไงครับ  คุณอายอมยกโทษให้แล้วเหรอ?”

 

            “ก็ไม่เชิงหรอกฮะ  แล้วน้องแบคก็ต้องกลับเชจูเย็นนี้ด้วย  คุณพ่ออนุญาตให้น้องแบคมาหาพี่ชานยอลแค่วันเดียว

 

            “แค่นี้พี่ก็ดีใจแล้วครับ  งั้น...วันนี้พี่หยุดงานดีกว่า  น้องแบคอยากไปเที่ยวไหนไหมครับเดี๋ยวพี่พาไป??”

 

            “ไม่อยากไปฮะ  น้องแบคอยากอยู่กับพี่ชานยอลสองคน

 

            อยากใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มกับความรู้สึกต่างๆที่หายไป  แบคฮยอนจึงไม่อยากออกไปไหนทั้งนั้น  และเริ่มไม่อยากกลับเชจูตามเวลาที่ถูกคุณพ่อกำหนดไว้ให้อีกด้วย  ไม่เจอ...ก็คิดถึง  แต่เมื่อเจอ...ก็ยิ่งคิดถึงจนแทบอยากจะแหกกฏที่ผู้ปกครองได้ตั้งเอาไว้  ส่วนคนงานเยอะก็เข้าใจความรู้สึกของแฟนตัวเล็กเป็นอย่างดีเพราะโทษของการถูกกักบริเวณมันทำให้เขาไม่ค่อยได้พบหน้ากันเหมือนอย่างที่เคย 

 

            ชานยอล...เดินทางมาทำงานที่โซลได้สามอาทิตย์  และงานที่ทำอยู่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานของวิศวกรเลยสักนิด  เพราะสิ่งที่ต้องทำคือการรวบรวมหลักฐานเพื่อเล่นงานคนทำผิดก่อนที่งานประมูลที่ดินจะถูดจัดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า  และข้อมูลใหม่...ที่เพิ่งได้รับมาจากนักสืบเมื่อไม่กี่วันก่อนก็อาจทำให้เพื่อนผิวเข้มชนะการประมูลที่ดินในรอบนี้ 

 

            “อดทนอีกสองวันนะครับน้องแบค...งานเสร็จเมื่อไหร่  พี่จะรีบกลับเชจูทันที

 

            “สองวันจริงๆเหรอฮะ!!???  พี่ชานยอลอย่าหลอกให้น้องแบคดีใจเก้อนะฮะ

 

            “สองวันจริงๆครับ  อีกแค่สองวันเท่านั้น

 

            ตอนแรกก็นึกหงุดหงิดเรื่องที่คนตัวเล็กถูกทำโทษ  เพราะมันทำให้เขาไม่ค่อยได้เจอหน้ากันเหมือนอย่างที่เคย  และงานในโรงแรมก็เยอะเกินกว่าจะเลี่ยงออกมาทานข้าวหรือทำอย่างอื่นได้เลยเนื่องจากงานต่อเติมห้องพักที่โรงแรมสาขาเชจูมันเพิ่งสร้างเสร็จ  แถมยังมีงานนอกที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรให้ต้องทำอีก  แต่สำหรับตอนนี้...ชานยอลอยากขอบคุณบทลงโทษทุกข้อของจีซบ  เพราะการที่คนตัวเล็กต้องอยู่ในกฏระเบียบที่คุณพ่อสั่งไว้มันทำให้เขามีเวลาส่วนตัวในการทำงานมากขึ้น  และงานที่ทำอยู่ก็เสี่ยงต่อชีวิตของคนรอบข้าง

 

            งานประมูลที่ดินของเพื่อนผิวเข้ม...มันทำให้วิศวกรหนุ่มรู้สึกเครียดจนนอนไม่ค่อยหลับอยู่หลายวัน  แถมยังคิดถึงแฟนตัวเล็กที่ต้องอยู่ห่างกันเป็นเวลานานเกือบหนึ่งเดือน  แต่...พอมาถึงวันนี้  เรื่องทุกอย่างที่เคยเป็นกังวลก็เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น  เพราะหนึ่งในคู่แข่งคนสำคัญของงานประมูลได้ถอนตัวออกจากงานไปแบบกะทันหัน  และคู่แข่งหน้าใหม่ที่คิดจะเล่นนอกเกมก็ไม่มีทางเอาชนะเจ้าของโรงแรมได้อย่างแน่นอนเพราะเขามีหลักฐานทุกอย่างที่สามารถเอาผิดคู่แข่งคนนั้นได้

 

และตอนนี้...เด็กแสบที่ถูกคุณพ่อกักบริเวณก็กำลังอยู่ในอ้อมกอดของเขาจนทำให้ความคิดถึงที่สะสมมาหลายวันเริ่มจางลงไปทีละน้อย  ทีละน้อย

 

            “แล้ววว...ที่พี่ชานยอลหยุดงานเป็นเพราะน้องแบคมากวนหรือเปล่าฮะ???”

 

            “ไม่กวนเลยครับ  งานพี่ใกล้เสร็จพอดี...เหลือแค่เอาเอกสารไปให้จงอินเซ็น  แล้วก็ประชุมต่ออีกนิดหน่อย

 

            “เสร็จงานแล้ว...รีบกลับเชจูเลยนะฮะ  น้องแบคคิดถึง

 

ฟอดดดดด!!!

 

            “คร้าบบบ...พี่จะรีบกลับทันทีเลยครับ

 

            หอมแก้มนุ่มจนยุบไปตามแรงกด...และเสียงอ้อนๆที่ได้ยินเมื่อครู่ก็ทำให้คนฟังอยากกลับเชจูพร้อมแฟนตัวเล็กทันที  เพราะการที่ต้องอยู่ห่างกันนานๆมันทำให้จิตใจห่อเหี่ยวมากอยู่พอสมควร  และจากที่เคยคิดว่าจะไม่มีวันลงเอยกับใคร  หรืออยากอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิต  มันก็ไม่มีอยู่ในหัวสมองของวิศวกรประจำประโรงแรมอีกแล้ว  และคนที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้ก็มีอยู่แค่คนเดียวนั่นก็คือ...ลูกชายตัวแสบของคุณอาจีซบ

 

            “แล้ววว...พี่ชานยอลทานอะไรหรือยังฮะ?”

 

            “พี่มีของสดอยู่ในตู้เย็น  พี่ว่าจะทะ...ทำ

 

            “หรือว่าาาา...อยากกินอย่างอื่นก่อนดีฮะ

 

            เป็นคำพูดที่ชวนให้คิดลึก...และการถูกนิ้วชี้เรียวสวยของคนที่พูดจาล่อแหล่มลูบวนอยู่บนหน้าอกมันก็ทำให้วิศวกรหนุ่มแทบไม่ต้องแปลความหมายอะไรให้ยุ่งยาก  เพราะทั้งคำพูดและการกระทำที่สัมผัสได้อยู่ในขณะนี้มันก็เหมือนเป็นคำตอบที่ชัดเจนจนต้องรีบจัดการคนตัวเล็กก่อนที่คุณพ่อจะมารับกลับตามเวลาที่ถูกกำหนดไว้   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โรงแรม  โซล

09.48 น.

 

            หลังจากแยกกับลูกชายที่สนามบิน...คนเป็นพ่อก็รีบเดินทางมาที่โรงแรมของตระกูลคิมในสาขาโซลทันที  เพราะเป็นห่วงลูกชายอีกคนที่ตอนนี้คำนินทาต่างๆมันเริ่มเปลี่ยนไปในอีกทิศทางหนึ่ง  และถึงแม้จะเป็นไปในทางที่ดีขึ้นก็ใช่ว่าจะทำให้เป็นห่วงลูกบุญธรรมน้อยลง  ถึงเขาจะไม่ใช่พ่อแท้ๆ...แต่ก็ดูแลกันมาหลายปี  และไม่ว่าลูกๆจะโตเป็นผู้ใหญ่มากแค่ไหน  คนเป็นผู้ปกครองก็ยังเป็นห่วงทุกคนอยู่เสมอ

 

            จีซบทราบดี...ว่าลูกบุญธรรมมีนิสัยเช่นไร  และนิสัยเหล่านั้นมันก็ทำให้เขาอดเป็นห่วงไม่ได้ทุกที  ความขี้เกรงใจ  การชอบเก็บปัญหาไว้คนเดียวและไม่เคยเอ่ยปากขอความช่วยเหลือใดใดจากใครคือนิสัยของเซฮุนที่คนเป็นพ่อรู้ดีที่สุด  เพราะตั้งแต่รับเด็กคนนี้มาเป็นลูกบุญธรรม  เซฮุนก็ไม่เคยขอเงินจากเขาแม้แต่วอนเดียว  และไม่เคยสร้างปัญหาให้ต้องตามแก้เหมือนอย่างลูกชายตัวแสบที่เพิ่งโดยทำโทษไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน  ใช่ว่าอยากเอาลูกคนนั้นคนนี้มาเปรียบเทียบกัน  แต่เซฮุนเป็นเด็กที่มีความเป็นผู้ใหญ่มากจนบางทีก็น่าเป็นห่วง

 

และเรื่องสำคัญ...ที่ทำให้คนเป็นพ่อต้องเดินทางมาถึงที่นี่โดยใช้สิทธิ์การทำโทษของลูกอีกคนมาเป็นข้ออ้างนั่นก็คือการมายืนยันตัวตนของลูกบุญธรรมว่าเป็นเด็กดีพอที่จะยืนเคียงข้างทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลคิม

 

            คนเป็นพ่อ...เดินทางมาที่โรงแรมโดยไม่มีการบอกลูกบุญธรรมให้รู้ล่วงหน้า  เพราะขืนบอกไปก็ถูกคนขี้เกรงใจห้ามไว้อยู่ดี  และเมื่อมาถึง...จีซบก็ถูกพนักงานแผนกต่างๆเดินเข้ามาทักทายด้วยความดีใจเพราะตั้งแต่ย้ายไปทำงานอยู่ที่สาขาเชจูเขาก็ไม่ได้กลับมาที่โซลอีกเลย  พนักงานที่นี่...รักและเคารพจีซบกันทุกคนเพราะเป็นคนทำงานเก่ง  ขยันและเป็นผู้ใหญ่ใจดีที่ไม่เคยถือตัวว่าเป็นพนักงานระดับสูง

 

และ.........

 

                มุงอะไรกัน  ทำไมไม่ไปทำงาน??!!!!  อ้าววว...คุณจีซบ!!”  การรวมตัวกันเพื่อทักทายคนรู้จักของพนักงานในโรงแรมมันทำให้ใครบางคนที่ตั้งใจเดินผ่านมาทางนี้เพื่อไปยังแผนกจัดดอกไม้ถึงกับต้องแวะเข้ามาดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น  และเมื่อทราบสาเหตุ...รวมถึงรู้ว่าพนักงานของตัวเองกำลังคุยอยู่กับใคร  เธอก็รีบเอ่ยทักด้วยความดีใจเพราะผู้ชายที่ยืนตรงหน้าก็คือคนที่เป็นมากกว่าพนักงานโรงแรม  เนื่องจากลูกชายของเธอมักชอบเบียดบังเวลางานของผู้ชายคนนี้มาเป็นวิชาสอนภาษา

 

            “สวัสดีครับคุณผู้หญิง”  โค้งตัวพร้อมกับกล่าวทักทายด้วยท่าทีสุภาพ  เพราะถึงแม้จีซบจะรู้จักคุณแม่เจ้าของโรงแรม  และสนิทสนมกันเกินกว่าคำว่านายจ้างกับลูกจ้าง  แต่เขาก็ควรรักษามารยาทรวมถึงให้เกียรติภรรยาเจ้านายคนเก่าเหมือนอย่างที่เคยทำมาตลอดหลายปี

 

            “สบายดีไหมคะคุณจีซบ  เราไม่ได้เจอกันมากี่ปีแล้วคะเนี่ย?”  ดีใจเหมือนได้เจอเพื่อนเก่า  เพราะพนักงานระดับสูงคนนี้ทำงานมาตั้งแต่รุ่นที่สามีของเธอยังเป็นเจ้าของโรงแรม  และเมื่อคนรักเสียชีวิต  ตัวเธอก็ย้ายไปประจำอยู่ที่โรงแรมของตระกูลคิมในสาขาจีนทันที  แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เคยพบกันอีกเลย

 

            “ผมสบายดีครับ  แล้วคุณผู้หญิงล่ะครับ...สบายดีไหมครับ??”  การเป็นทั้งพนักงานในโรงแรมและเป็นอาจารย์ให้กับลูกชายของเจ้านายคนเก่า  มันทำให้จีซบดูสนิทสนมกับซองรยองมากเป็นพิเศษ  และด้วยความสนิทสนมที่ดูเกินหน้าที่การงาน...เขาก็มักจะถูกมองจากพนักงานในระดับเดียวกันถึงเรื่องของความไม่เหมาะสม  แต่จีซบก็รู้ใจตัวเองดีว่าไม่เคยคิดอะไรกับแม่เจ้าของโรงแรมเหมือนอย่างที่คนอื่นมอง

 

และด้วยเหตุนี้....คนเป็นพ่อจึงเข้าใจความรู้สึกของลูกบุญธรรมว่าช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาลูกต้องทนกับอะไรบ้างเพราะทั้งคำนินทาว่าร้าย  ทั้งการถูกพูดถึงในแง่ลบมันล้วนแต่บั่นทอนจิตใจทั้งสิ้น

 

            “ฉันสบายดีค่ะ  แล้วคุณจีซบมาที่นี่ทำไมเหรอคะหรือว่ามาพบลูกค้า?”

 

            “ไม่ใช่ลูกค้าครับ  แต่เป็นลูกชาย

 

            “หนูแบคฮยอนเหรอคะแล้วทำงานอยู่แผนกไหนทำไมฉันไม่รู้มาก่อนเลยล่ะคะว่าหนูแบคฮยอนทำงานอยู่ที่นี่ด้วย???”

 

            “ไม่ใช่แบคฮยอนครับคุณผู้หญิง  แต่เป็นลูกชายอีกคนทะ...ที่

 

            “คุณจีซบมีลูกคนเดียวไม่ใช่เหรอคะแล้วอีกคนมาจากไหน???  ตอบค่ะ?!!!

 

            เรื่องเอาแต่ใจ...ต้องยกให้เป็นที่หนึ่ง  และจีซบก็ไม่สงสัยเลยว่านิสัยแบบนี้จงอินได้มาจากใคร  เพราะตอนที่ลูกชายผิวเข้มของเธอเดินทางมาขอเซฮุนถึงที่บ้านก็พูดจาเอาแต่ใจแบบนี้ไม่มีผิด  แต่...สิ่งที่ผู้หญิงตรงหน้าเอ่ยออกมาเมื่อครู่ก็ถือว่าเข้าทางจีซบพอดีเพราะเรื่องทุกอย่างจะได้ง่ายขึ้น  และไม่ว่าผลออกมาจะเป็นเช่นไร  คนเป็นพ่อก็พร้อมที่อยู่เคียงข้างลูกบุญธรรมเสมอ

 

            “คุณผู้หญิงพูดถูกครับ  ผมมีลูกคนเดียวก็คือแบคฮยอน  แต่ลูกอีกคนเป็นบุตรบุญธรรมครับ

 

            “แล้ววว...ลูกบุญธรรมของคุณจีซบชื่ออะไรคะทำงานอยู่แผนกไหนเดี๋ยวฉันให้เด็กในโรงแรมไปตามตัวให้ก็ได้ค่ะ

 

            “ชื่อเซฮุนครับ  โอเซฮุน....ทำงานอยู่แผนกจัดดอกไม้

 

            “ถ้าเป็นคนนี้....ฉันขอเชิญคุณจีซบไปคุยกันที่ห้องอาหารญี่ปุ่นเลยค่ะ  สงสัยต้องคุยยาว?!!!

 

            คนถูกเชื้อเชิญ...เดินทางมาถึงที่นี่ก็เพื่อพูดคุยเรื่องของลูกบุญธรรม  เพราะคำนินทาที่ดังไกลไปถึงโรงแรมในสาขาเชจูมันทำให้จีซบเป็นห่วงลูกชายคนนี้มากเหลือเกิน  และอยากมาเห็นด้วยตาของตัวเองว่าสิ่งที่เซฮุนถูกพูดถึงมาทั้งหมดมันมีข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใด  ส่วนแม่เจ้าของโรงแรม...ก็นึกไม่ถึงว่าพนักงานระดับสูงที่ลูกชายของเธอนับถือเหมือนอาจารย์ท่านหนึ่งในชีวิตจะเป็นพ่อบุญธรรมของสะใภ้ตระกูลคิมในอนาคต!!!

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 


 

 

12.07 น.

 

            ห้องพิเศษ...ที่ดูเป็นส่วนตัว  ถูกคนเป็นเจ้าของเข้ามาใช้บริการโดยมีพนักงานระดับสูงของโรงแรมมาร่วมทานอาหารด้วย  นั้นจึงทำให้พนักงานในห้องอาหารญี่ปุ่นรู้สึกแปลกใจปนสงสัยเพราะตั้งแต่เจ้าของโรงแรมคนเก่าเสียชีวิตไปหลายปี  ทั้งซองรยองและจีซบก็ไม่เคยกลับมาที่นี่อีกเลยจนกระทั่งตอนนี้  ใช่ว่าคนถูกมองจะดูไม่ออกว่าใครกำลังคิดหรือใช้สายตาแบบไหนมองมาที่พวกเขา  แต่ทุกอย่างๆที่เห็น...มันไม่ใช่สิ่งที่คนถูกเชื้อเชิญต้องให้ความสนใจ  และเรื่องของลูกของบุญธรรมมันก็สำคัญมากกว่าเรื่องของคนอื่น

 

            “คุณจีซบรู้จักหนูเซฮุนได้ยังไงคะ?”

 

            “เซฮุนเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าแบคครับ  เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน  คณะเดียวกัน  แล้วตอนเข้าปีหนึ่ง...แบคชอบมาเล่าให้ผมฟังว่าเซฮุนทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย  พ่อแม่ก็ไม่มีเพราะเสียชีวิตไปพร้อมๆกัน  ผมสงสารแล้วก็เป็นห่วงด้วยครับ....ผมก็เลยรับเซฮุนมาเป็นลูกธรรมตั้งแต่ตอนนั้น

 

            “แล้วคุณจีซบเลี้ยงลูกแบบไหนกันคะ!!!....ทำไมหนูเซฮุนถึงยังทำงานพิเศษอยู่เหมือนเดิม?”

 

            “เคยห้ามได้ที่ไหนล่ะครับ...ผมช่วยอะไรก็ปฏิเสธไปหมด  เงินสำรองที่ผมให้เก็บไว้ใช้ก็ไม่เคยถอนออกมาสักวอน

 

            “ดื้อจริงๆ!!!

 

            ทำได้แค่บ่น...และรีบตักอาหารเข้าปากเพื่อระบายความหงุดหงิด  เพราะแม่เจ้าของโรงแรมก็อยากให้ลูกบุญธรรมของจีซบลาออกจากการเป็นพนักงานจัดดอกไม้แล้วมาดูแลลูกชายของเธออย่างเดียว  เพราะอุตส่าห์เป็นถึงสะใภ้ของตระกูลคิมแต่ยังต้องมานั่งจัดดอกไม้ในโรงแรมเหมือนเดิม  และดูทีท่าว่าจะไม่ยอมลาออกง่ายๆเสียด้วย

 

            “แล้ว...คุณผู้หญิงมีวิธีปราบเด็กดื้อไหมครับ?”

 

            “สงสัยต้องพาไปดัดนิสัยที่จีนมั้งคะ!!?”

 

            “อยู่ไกลแค่โซลผมยังเป็นห่วง...ถ้าคุณผู้หญิงพาตัวลูกผมไปอยู่จีนด้วย  ผมคงเป็นหวงเซฮุนยิ่งกว่าเดิม

 

            “เป็น  สะใภ้ ของฉัน...มันไม่น่าห่วงเท่ากับการเป็นพนักงานจัดดอกไม้ที่นี่หรอกคะ

 

            “ผมดีใจนะครับ...ที่คุณผู้หญิงเอ็นดูลูกชายของผม”

 

            “ถ้าฉันรู้...ว่าหนูเซฮุนเป็นลูกของคุณจีซบตั้งแต่แรก  ป่านนี้ฉันคงกลับไปทำงานที่จีนนานแล้วค่ะ!!

 

            อยากเห็นพฤติกรรมรวมถึงนิสัยใจคอของคนที่จะมาเป็นสะใภ้...ซองรยองจึงจำเป็นต้องอยู่ที่โซลนานกว่ากำหนด  แต่เมื่ออยู่มาเรื่อยๆ...เธอก็ได้เห็นถึงความน่ารัก  ความเอาใจใส่คนรอบข้าง  ความขยันและความดื้อรั้นของคนเป็นสะใภ้มาโดยตลอด  และยิ่งมารู้ทีหลัง...ว่าเซฮุนเป็นบุตรบุญธรรมของคนที่เธอก็รู้จักดีกว่าเป็นใคร  มีความซื่อสัตย์ต่อองค์กรมากแค่ไหนหรือเป็นอะไรที่มากกว่าพนักงานของโรงแรม  ซองรยองก็ยิ่งมันใจว่าคนที่ลูกชายของเธอเลือกมาเป็นคนรักก็คงเป็นคนดีเหมือนอย่างที่ชายตรงหน้ากล้ารับเด็กที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าให้เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัว

 

            “ขอบคุณอีกครั้งนะครับคุณผู้หญิง...และผมก็ขอเอาเกียรติของการเป็นพนักงานมายืนยันว่าลูกของผมคนนี้เป็นเด็กดีจริงๆ

 

            “ฉันรู้ค่ะ!!!ว่าหนูเซฮุนเป็นเด็กดี  ส่วนเด็กไม่ดีก็น่าจะเป็นลูกชายของฉันมากกว่า...รายนั้นเอาแต่ใจน่าดูฉะ...ฉัน

 

            คุณลุงงงงงงง!!!

 

          บ่นเรื่องลูกชายของตัวเองยังไม่ทันจบประโยค...ก็ถูกเสียงของคนที่จีซบอยากเจอตัวมากที่สุดร้องทักจนคนทั้งห้องอาหารแทบหันมามองเป็นตาเดียว  และเสียงที่เรียกด้วยสรรพนามแบบนั้น...ก็ทำให้ซองรยองถึงกับต้องทำหน้าสงสัยเพราะคนเป็นลูกไม่ยอมเรียกผู้ชายที่นั่งตรงหน้าเธอว่า  พ่อ

 

          ไงคนเก่ง...เมื่อไหร่จะเรียกลุงว่าพ่อสักที  หื้มม?”

 

ฟอดดดด!!!!

 

          ก็เซฮุนเกรงใจหนิครับ...แล้วคุณลุงมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?”

 

            มีตารางการทำงานในรอบบ่าย  และเมื่อมาถึง...ก็ถูกหัวหน้าแผนกสั่งให้ลงมาที่ห้องอาหารญี่ปุ่นทันที  เพราะแม่เจ้าของโรงแรมต้องการพบตัว  แต่พอเดินเข้ามาในห้องอาหารและได้เห็นใครอีกคนที่ไม่ได้พบหน้ามานาน  เซฮุนจึงรีบตะโกนทักด้วยความดีใจแล้วกอดผู้มีพระคุณไว้แน่นพร้อมหอมแก้มด้วยความคิดถึง  เพราะตั้งแต่ไปเที่ยวที่เชจูจนเกิดเรื่องแย่ๆขึ้น  เขาก็ไม่ได้กลับหาท่านอีกเลย

 

และด้วยความดีใจที่ได้เจอกับพ่อบุญธรรมที่นี่...คนเป็นลูกจึงลืมผู้ใหญ่อีกคนไปชั่วขณะ

 

            เซฮุนรีบโค้งตัวเพื่อเป็นการขอโทษ  รวมถึงเพื่อทำความเคารพแม่เจ้าของโรงแรมด้วยความสุภาพ   และเริ่มคุยกับจีซบอีกครั้งเพราะอยากรู้ว่าท่านจะมาอยู่ที่นี่กี่วันมากับใครค้างที่ไหนหรือมาพบลูกค้า??

 

            “พ่อเพิ่งมาถึงเมื่อเช้า  มากับเจ้าแบค

 

            “แล้วแบคไปไหนล่ะครับ  ทำไมไม่มาด้วยกัน?”

 

            “ไปหาคุณชานยอลนู้นน...ป่านนี้ร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้วมั้ง

 

            “คุณลุงก็เลิกทำโทษแบคสักทีสิครับ  แบคน่าสงสารจะตาย

 

            หนูแบคฮยอนเป็นอะไรแกทำอะไรผิดแล้ววว...อย่าบอกนะคะ  ว่าชื่อชานยอลที่ฉันได้ยินคือ  เพื่อนจงอิน??!!!

 

          ใช่ว่าอยากทำเรื่องที่ดูเป็นการเสียมารยาท  แต่ชื่อของใครคนหนึ่งในบทสนทนามันทำให้ซองรยองสงสัยจนต้องเอ่ยถาม  เพราะถ้ามันเป็นคนคนเดียวกันกับที่เธอคิด  มันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆเนื่องจากเพื่อนสนิทของลูกชายคนนี้ค่อนข้างมีนิสัยเจ้าชู้  และถึงแม้จะขยันทำงานหรือสามารถสร้างอะไรต่อมิอะไรเก่งสักแค่ไหน  แต่ความเจ้าชู้...มันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าคบหาดูใจเท่าไหร่นัก

 

            “ครับคุณผู้หญิง...ชานยอลที่เป็นวิศวกรของโรงแรม  แล้วก็เป็นเพื่อนของคุณจงอิน

 

            “ตาย ๆ ๆ ๆ ๆ!!!!!!...คุณจีซบไปบอกให้หนูแบคเลิกกับชานยอลเดี๋ยวนี้เลยนะคะ

 

            “สงสัยจะไม่ทันแล้วครับคุณผู้หญิง  เพราะผมยกเจ้าแบคให้คุณชายยอลไปตั้งนานแล้วครับ

 

            ทำได้แค่หยิบพัดในกระเป๋าขึ้นมาโบกไปมาเพื่อไล่ความหงุดหงิด  เพราะไม่คิดว่าคนอย่างจีซบจะกล้ายกลูกชายสุดที่รักให้กับคนเจ้าชู้  และอาการที่แม่เจ้าของโรงแรมแสดงออกมาทั้งหมดมันก็ทำให้คนเป็นลูกสะใภ้ถึงกันแอบขำ  เนื่องจากอาการที่เหมือนคนจะเป็นลมของผู้ใหญ่ท่านนี้มันก็มักจะเป็นตอนที่ถูกขัดใจเสมอ

 

            “แล้วคุณจีซบจะกลับวันไหนคะ?....พอดีเย็นนี้ฉันกับจงอินแล้วก็หนูเซฮุนมีนัดทานอาหารกันที่ร้านอาหารAAA

 

            “ต้องขอโทษด้วยจริงๆครับคุณผู้หญิง  ผมต้องกลับเชจูเย็นนี้แล้วครับ...เพราะพรุ่งนี้เช้าผมมีนัดกับลูกค้าของโรงแรม

 

            “น่าเสียดายจังเลยนะคะ...ไว้คราวหลังเราค่อยนัดกันใหม่ก็ได้ค่ะ

 

            หน้าหงอย...ทั้งคนชวนและลูกบุญธรรมเพราะไม่คิดว่าจีซบจะต้องรีบกลับขนาดนี้  และเมื่ออาหารมื้อเที่ยงสุดพิเศษจบลงด้วยความยินดีของทุกฝ่าย  จีซบก็ขอตัวกลับทันทีเพราะต้องแวะไปรับลูกชายตัวแสบที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเต็มอิ่มกับสิทธิ์ที่ได้รับมากพอหรือยัง

 

            “เดินทางปลอดภัยนะครับคุณลุง  ถ้าเซฮุนว่างเมื่อไหร่จะรีบบินไปหาทันทีเลยครับ

 

            กอดผู้มีพระคุณไว้แน่น...และอยากให้ท่านอยู่ด้วยกันนานกว่านี้  แต่เซฮุนก็เข้าใจดีว่างานของจีซบยุ่งมากแค่ไหน  รถยนต์ยี่ห้อหรูของทางโรงแรม  ถูกผู้เป็นเจ้าของเรียกใช้ให้ไปส่งคนที่ไม่พบหน้ากันมานานและไม่รู้ว่าจากกันครั้งนี้แล้วจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่

 

แต่........

 

            “เรียกลุงว่าพ่อได้เมื่อไหร่แล้วค่อยบินไปหา!!  และถ้ายังไม่ไปลาออกจากแผนกจัดดอกไม้ก็อย่าหวังว่าตัวเองจะว่าง!!!

 

            “โถ่...คุณผู้หญิงครับ  ก็ผมกะ...เกรง

 

            “หยุดพูดเลยนะไอ้คำว่าเกรงใจเนี่ย!!!  ฉันเบื่อจะฟัง!!  แล้วก็เลิกเรียกฉันว่าคุณผู้หญิงสักที  บอกให้เรียกแม่  เรียกแม่  ไม่เคยฟัง!!!!

 

            “......U_U......

 

            “ถ้าไม่เรียกแม่...เดี๋ยวจะพาอยู่ที่จีน  แล้วก็ไม่ต้องกลับมาที่โซลเลยดีไหม!!!!

 

            “ไม่เอาครับ  เซฮุนอยากอยู่ที่นี่

 

            “อยากอยู่ที่นี่...ก็อย่าดื้อให้มากนัก  ฉันพูดอะไรก็หัดเชื่อกันบ้าง  โอ้ยย...เหนื่อย!!!

 

            “ครับ...คุณแม่

 

            ได้เห็นคนเอาแต่ใจกับเด็กดื้อปะทะคารมกันก่อนกลับเชจู....จีซบก็ถึงกับยิ้มออกมาอย่างห้ามความรู้สึกเอาไว้ไม่ได้  และทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้มันก็ทำให้คนเป็นพ่อมีความสุขมากจริงๆ  ประตูรถถูกเปิดออกด้วยมือของคนขับเมื่อจีซบพร้อมที่จะออกเดินทาง  คนเป็นลูก...ร่ำลาผู้ใหญ่ที่เจ้าตัวก็ทราบดีอยู่แก่ใจว่าท่านมาที่นี่เพื่อใครหรือมาเพราะอะไร  และการถูกดูแลเอาใจใส่จากคนที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดอย่างจีซบมันก็ทำให้ลูกคนนี้...มีความสุขไม่ต่างไปจากตอนที่ยังมีพ่อแม่แท้ๆคอยเลี้ยงดู

 

            “เซฮุนรักคุณพ่อนะครับ

 

            รถยนต์ยี่ห้อหรูของโรงแรม...เคลื่อนตัวออกไปพร้อมกับรอยยิ้มกว้างของคนที่อยากได้ยินคำคำนี้มาตลอดชีวิตของการเป็นพ่อบุญธรรม  เพราะมันเหมือนได้การยอมรับจากเด็กที่เขาตั้งใจเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดีว่าเขาคือคนที่สามารถจะเป็นพ่อของใครอีกคนหนึ่งได้แม้เขา...จะไม่ใช่ผู้ให้กำเนิด

 

และร้อยยิ้มกว้างๆแบบนั้นก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นบนใบหน้าของคนฟังเท่านั้น  เพราะคนที่กล้าเอ่ยคำคำนี้ออกมาจากปากก็ยิ้มกว้าง...ไม่แพ้คนที่เพิ่งจากไปเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โรงแรม  โซล

17.12 น.

 

                 มีนัดทานอาหารเย็นกับคนในครอบครัวที่ร้านAAA  แต่....คนนัดกลับยังอยู่ในห้องทำงานและดูเหมือนว่างานที่กองอยู่บนโต๊ะก็คงจะไม่เสร็จง่ายๆ  ช่วงนี้งานในโรงแรมค่อนข้างยุ่งและส่วนต่อเติมห้องพักที่โรงแรมสาขาเชจูก็เพิ่งสร้างเสร็จ  ส่วนงานสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้าก็พลาดไม่ได้เช่นกัน  ถึงแม้ทุกอย่างจะดูเรียบร้อยหรือไม่มีเรื่องใดให้ต้องกังวล  แต่การเป็นเจ้าของโรงแรมอย่างเขาก็ใช่ว่าจะไม่เคยมีข้อผิดพลาด

 

            และ...ข้อผิดพลาดในช่วง  1-2  เดือนที่ผ่านมาก็คือการละเลยหน้าที่ของการเป็นคนรักที่ดี  เพราะกลับดึกแทบทุกวันและไม่ค่อยมีเวลาให้คนรอบข้างเหมือนอย่างที่เคย  งานยุ่งมากจนบางครั้งก็ต้องนอนค้างที่ห้องพักส่วนตัวในโรงแรมหรือไม่ก็กลับไปพักผ่อนที่คอนโดฯอีกครั้งในช่วงเช้า  ปกติ...เจ้าของโรงแรจะไม่เคยปล่อยให้คนรักอยู่ห่างกายเลยสักวัน  แต่ระยะหลังๆที่เริ่มมีงานประมูลที่ดินให้ต้องรับมือและงานต่อเติมห้องพักที่สาเชจูก็ต้องรีบตรวจสอบให้เสร็จพร้อมทั้งเซ็นอนุมัติ  ซึ่งงานทุกๆอย่างในช่วงนี้มันทำให้เขาดูแลคนรักได้ไม่ดีเท่าที่ควร

 

แต่...ช่วงเวลาที่งานมันล้นมือจนแทบไม่มีเวลาให้ตัวเอง  มันก็สามารถพิสูจน์ใจของใครบางคนได้เหมือนกันและมันก็ทำให้รู้ว่าคนที่เขาเลือกให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวก็คือคนที่เขาเลือกไม่ผิดจริงๆ

 

            เซฮุนไม่เคยงอแง  ร้องขอหรือไม่พอใจเรื่องที่ช่วงนี้...เขาไม่ค่อยได้กลับมานอนที่คอนโดฯ  แล้วก็ไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้งแถมยังช่วยดูแลคุณแม่ให้เป็นอย่างดี  พนักงานจัดดอกไม้ที่เป็นมากกว่าอะไรในชีวิตทำให้จงอินรู้สึกสบายทั้งกาย  ทั้งใจ  เพราะไม่ว่าเขาจะกลับดึกแค่ไหน  งานยุ่งมากเท่าใด  เซฮุนก็ยังคงเป็นคนรักที่ดีเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน  แต่อาจมีบ่นบ้าง  ถ้าคนบ้างานทำอะไรที่ไม่เหมาะสมหรือกลับดึกแล้วไม่โทรมาบอก

 

ก๊อก ๆ ๆ ๆ

 

            “ขออนุญาตค่ะคุณจงอิน   พอดี...คุณผู้หญิงโทรมาตามแล้วค่ะ

 

            “เดี๋ยวผมโทรไปคุยกับท่านเอง  ขอบคุณมากนะครับพี่เลขา

 

            “แล้วก็มีเอกสารมาส่งด้วยค่ะ  แต่ไม่ได้แจ้งชื่อเอาไว้

 

            “ขอบคุณครับ  แล้ววันนี้พี่เลขากลับก่อนได้เลยนะครับ  เพราะอีกสักพักผมก็จะกลับเหมือนกัน

 

            “ค่ะ....งั้นพี่กลับเลยนะคะ

 

            คนเป็นเจ้านายทำงานหนัก....ก็พลอยทำให้เลขาทำงานหนักไปด้วย  แต่ก็คงเป็นวันสุดท้ายที่งานมันจะเยอะแบบนี้  เพราะงานทุกอย่างมันจะเริ่มน้อยลงเมื่อเสร็จสิ้นงานประมูลที่ดิน  มือหนาวางซองกระดาษสีน้ำตาลรวมไว้กับกองเอกสารสำคัญที่เอาไปเก็บในตู้เซฟที่คอนโดฯ  และเอกสารทั้งหมดก็คือชัยชนะของคนที่พร้อมจะประมูลที่ดินในอีกสองวันข้างหน้า

 

Rrrrr!!!

 

Rrrrr!!!

 

            หลังจากเคลียร์งานเรียบร้อย...และกำลังขับรถออกจากโรงแรมเพื่อไปทานอาหารเย็นกับคนในครอบครัว  แต่ยังไม่ทันได้สตาร์เครื่องยนต์  เสียงโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทก็ดังขึ้นเสียก่อน  และคนที่โทรเข้ามาก็ทำให้เจ้าของโรงแรมต้องรีบกดรับเพราะช่วงนี้เพื่อนตัวโย่งกำลังทำหน้าที่มากกว่าการเป็นวิศวกร

 

            “ว่าไงชานยอล??”

 

            “ตอนนี้มึงอยู่ไหน?”

 

            “กำลังจะไปร้านอาหารAAA  กูนัดแม่กับเซฮุนไว้” 

 

            “เสร็จธุระเมื่อไหร่ก็โทรกลับมาบอกกูด้วยละกัน  พอดีกูเพิ่งได้หลักฐานใหม่มาจากนักสืบ  กูอยากให้มึงเห็นก่อนงานประมูลจะเริ่ม

 

            “ถ้าสำคัญขนาดนั้น  กูโทรไปยกเลิกนัดดีกว่า!!!

 

            “ไม่ต้องเลยยยย...กูไม่รีบ!!!  หลักฐานมันไม่หายไปไหนหรอก  แดกเสร็จก็โทรมา  กูจะได้เอาเอกสารไปให้

 

            “มึงไม่รีบ...แต่กูอยากรู้  งั้นมึงตามมาที่ร้านอาหารAAAเดี๋ยวนี้เลย  กูร้อนใจ

 

            “ไอ้สัด!!!....เก็บความร้อนใจไว้ใช้ตอนเห็นหลักฐานดีกว่ามั้ง  มึงจะให้กูไปทำไม  เดี๋ยวแม่มึงก็ด่า

 

            “กูสั่งให้มาก็มา!!!...อย่ามากเรื่องได้ไหมวะ!!!!

 

ติ๊ดด!!!

 

            วางสายด้วยความหงุดหงิด  เพราะตอนนี้มันเลยเวลานัดของการทานมื้อเย็นมาหลายนาที  และการโต้เถียงอยู่กับเพื่อนตัวโย่งก็ทำให้มันสายมากขึ้นไปอีก  มือหนารีบสตาร์ทรถยนต์ยี้ห้อหรูแล้วขับออกไปจากโรงแรมด้วยความร้อนใจ  แต่...ขับรถออกมาได้ครึ่งทาง  การจราจรก็ติดขัดเป็นทางยาว  และจากที่สายมาหลายนาทีก็อาจกลายเป็นหลายชั่วโมง 

 

            ซองกระดาษสีน้ำตาล...ถูกคนขับหยิบมาเปิดดูเพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอรถติด  เพราะมันทำอะไรไม่ได้จริงๆนอกจากการนั่งอยู่เฉยๆในรถ  มือหนาฉีกปากซองเหมือนอยากระบายความหงุดหงิดและล้วงเอากระดาษขนาดเท่าโปสการ์ดออกมาดูและ......

 

            “.....!!!!!!????????

 

            เจ้าของรถ...นั่งกระสับกระส่ายอยู่ในพาหนะราคาแพงที่เครื่องปรับอากาศก็ยังทำงานเป็นปกติ  แต่เหงื่อที่ไหลซึมออกมาจากฝ่ามือมันเกิดจากสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า  จงอินแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเพราะในซองกระดาษสีน้ำตาลที่เขาฉีกออกเมื่อครู่มันมีรูปของคนรักที่กำลังจูบอยู่กับคู่แข่งหรือศัตรูทางธุรกิจอย่างอู๋ อี้ฟานอยู่ในซองนั้น  และถ้าจำไม่ผิด...ภาพแรกมันคือภาพในห้องน้ำของผับที่เชจู  ซึ่งมันเป็นวันเดียวกันกับที่เขาไปส่งเซฮุนที่บ้านของคุณอาจีซบ  แล้ววันนั้น...คนรักของเขาไปอยู่ที่ผับได้อย่างไร???

 

            ส่วนภาพที่สอง...เป็นภาพที่เซฮุนกอดกับอี้ฟานที่สนามบินเชจูในวันที่เขาทั้งคู่กำลังจะเดินทางกลับโซลด้วยกัน  จงอินจำได้ว่าวันนั้นเซฮุนหิวมากจนสั่งอาหารมาทานเยอะแยะไปหมด  และสักพักก็ขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ด้านนอก  และคนที่โทรเขามาก็คือหัวหน้าแผนกของห้องจัดดอกไม้  แต่วันนี้...ความจริงที่เจ้าของโรงแรมเคยรับรู้กับสิ่งที่ถืออยู่ในมือ มันดูขัดแย้งกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นมากเหลือเกิน

 

            แล้วรูปสุดท้าย...มันก็เป็นภาพที่ทำให้คนมองปวดใจมากที่สุด  เพราะมันเป็นรูปที่เซฮุนกำลังนั่งคุยอยู่กับอี้ฟานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม  และวันนั้น...มันก็เป็นวันเดียวกันกับที่เขาแอบไปรอคนรักที่ห้องพักเพื่อปรับความเข้าใจในเรื่องของว่าที่คู่หมั้น  พร้อมสวมแหวนให้ด้วยความรักเมื่อความเข้าใจผิดต่างๆได้ถูกคลี่คลายไปในทางที่ดี  แต่สุดท้าย...รอยยิ้ม  ความสุขและทุกๆอย่างที่เขาเคยได้รับจากคนรักมันกลับถูกมอบให้ใครอีกคนเช่นกัน

 

                  มือหนา..กำภาพทั้งหมดที่อยู่ในมือด้วยความเจ็บปวด  เพราะรู้สึกว่าตัวเองถูกคนที่ไว้ใจ  ให้ใจและรักมากที่สุดหลอกจนไม่เหลือสิ่งใดให้โต้แย้งกับความเป็นจริงได้เลย  และการเอาใจใส่  การถูกดูแล  รวมถึงทุกสิ่งที่เคยได้รับมาจากคนรักมันก็คงเป็นละครฉากใหญ่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้เขาตายใจ  จงอินพยายามตั้งสติเท่าที่เหลืออยู่  และนึกสิ่งดีๆมาหักล้างกับความรู้สึกที่เสียไปในตอนนี้

 

แต่...ความเจ็บปวดที่อยู่ในใจมันแทบไม่เหลืออะไรให้เขานึกได้เลยสักอย่าง  เพราะมันเหมือนเหตุการณ์ในอดีตที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน  และมันกำลังจะเกิดซ้ำอีกเป็นครั้งที่สองแถมยังเป็นอู๋อี้ฟานคนเดิมที่เข้ามาทำให้ความรักของเขาพังจนไม่เหลือชิ้นดี

 

            คนเป็นเจ้าของโรงแรม...พยายามประคองความรู้สึกที่เหลืออยู่  แล้วรีบขับรถมาให้ถึงร้านอาหารที่จองเอาไว้  เพราะคิดว่าภาพที่กำแน่นอยู่ในมือมันอาจเป็นเพียงสิ่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อหวังให้เกิดผลกระทบต่องานประมูลที่ดิน  รวมถึงอยากใช้เศษที่เหลือของความรักช่วยตัดสินใครบางคนอีกครั้ง  มือหนาหักพวงมาลัยรถและเลี้ยวมาตามเส้นทางที่มุ่งไปยังร้านอาหารที่จองไว้  แต่พอใกล้จะถึงที่หมาย...สายตาคมกลับเห็นภาพที่สามารถฟ้องความจริงได้ทุกอย่าง

 

ภาพ...ของคนสองคนที่กำลังกอดกันอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามที่หน้าร้านอาหารอินเดีย!! 

 

            ความเจ็บปวดจากภาพถ่าย...มันเจ็บพอๆกับภาพของความเป็นจริงที่เห็นอยู่ตรงหน้า  และระยะห่างของภาพที่เห็นมันก็ชัดเจนมากพอสำหรับคนมอง  แต่สำหรับคนที่กำลังกอดกันอยู่อีกฝั่งของถนนก็คงไม่มีทางเห็นว่าใครอีกคนกำลังรู้สึกอะไรอยู่ในตอนนี้  จงอินจอดรถทันทีเมื่อเห็นภาพที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้นและมองการกระทำทุกอย่างเหมือนกับว่ามันอาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่คนทั้งคู่จะได้ทำในชีวิต

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

 

            ขออนุญาตแม่เจ้าของโรงแรม...เข้ามาทำธุระในห้างสรรพสินค้าที่อยู่ห่างจากร้านอาหารไปไม่กี่ช่วงตึก  เพราะธุระที่ว่า...มันสำคัญต่อความฝันที่อยากได้มานานแสนนาน  และดีที่ธนาคารยังไม่ปิดให้บริการ  ไม่อย่างนั้นความฝันที่วาดไว้อาจล่าช้ากว่าที่กำหนด  สวนดอกไม้สวยๆในสถานที่ที่จองไว้มาหลายปีมันคงใกล้จะเป็นความจริงในอีกไม่ช้า  และถ้าทุกอย่างพร้อมเมื่อไหร่  เขาก็จะวางมือจากการจัดดอกไม้แล้วย้ายไปอยู่ในความฝันที่รอคอยมานานทันที

 

            แต่หลังจากทำธุระสำคัญเรียบร้อย...คนที่กำลังมีความสุขกับสิ่งที่ฝัน ก็บังเอิญพบกับหนุ่มลูกครึ่งอีกครั้งที่หน้าร้านอาหารอินเดีย  มันเป็นสถานที่ที่ไม่ควรจะมาเจอกันด้วยซ้ำ  แต่...ถ้าผู้ชายคนนี้ไม่ได้มารอแฟนที่ชอบแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว  มันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกสักเท่าไหร่  และใช่ว่าจะไม่มีเรื่องแปลกเกิดขึ้นเพราะสิ่งที่เขาได้ยินมาเต็มสองหูจากคนที่ไม่คิดจะจริงจังกับใคร  และอาจเจ้าชู้กว่าวิศวกรประจำโรงแรมนั่นก็คือ...การแต่งงาน

 

            การมีชีวิตคู่...ของหนุ่มลูกครึ่งที่เป็นทั้งเจ้าของโรงแรมและนายแบบสุดฮอต  มันสร้างความดีใจให้เซฮุนมากที่สุดเพราะจากที่คิดว่าคนรักคู่นี้ไม่น่าจะลงเอยหรือคบกันได้นาน  เนื่องจากแต่ละคนมีนิสัยที่ต่างกันมากจนเกินไป  แต่สุดท้ายคนที่ไม่คิดว่าจะเข้ากันได้...กลับมีเรื่องที่น่ายินดีก่อนใครแบบคาดไม่ถึง  แถมเซฮุนยังถูกจองตัวให้เป็นทั้งเพื่อนเจ้าสาว  รวมถึงเป็นแม่งานในการดูแลดอกไม้ทั้งหมดของงานแต่งงาน

 

และเมื่อการร่ำลา...หรือการแสดงความยินดีมันถูกโอบกอดไว้ด้วยมือของคนทั้งคู่   เซฮุนก็รีบเดินกลับไปที่ร้านอาหารAAAทันที

 

            กึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปยังร้านอาหารที่ตอนนี้คนรักอาจเดินทางมาถึงแล้ว  และกลายเป็นตัวของเขาเองที่กำลังจะไปสาย  ขาเรียวยาวในกางเกงสกินนี่สีเข้มก้าวฉับๆเดินเลี้ยวมาตามทางพร้อมมองซ้ายมองขวาเพื่อที่จะข้ามถนน  แต่ดวงตาคู่สวย...กลับมองเห็นเจ้าของโรงแรมยืนอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามของถนนเหมือนกำลังรอเขาอยู่และเมื่อไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีแดง  เซฮุนก็รีบวิ่งไปหาหนุ่มผิวเข้มทันทีเพราะจะได้เข้าไปในร้านอาหารพร้อมกัน

 

            “พี่จงอินมานานหรือยังคะ...ครับ??!!!”  เหมือนมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น  เพราะเซฮุนไม่สามารถสัมผัสร่างกายของคนรักได้เลยแม้กระทั่งการจับมือ  และยิ่งเดินเข้าไปใกล้มากขึ้นเท่าไหร่  ระยะห่างก็ยิ่งไกลมากขึ้นเท่านั้น

 

            “มีความสุขมากไหมที่หลอกคนอย่างพี่ได้”  ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ  เพราะสิ่งที่เห็นด้วยตาตัวเองกับภาพที่ยังคงกำแน่นอยู่ในมือมันสร้างความเจ็บปวดให้กับคนมองได้มากจริงๆ

 

            “พี่จงอินหมายความว่าอะไรครับ  เซฮุนไม่เข้าจะ...ใจ !!!!”  พูดยังไม่ทันจบประโยค  ใบหน้าเรียวสวยก็ถูกกระดาษมันวาวขนาดเท่าโปสการ์ดปาใส่ด้วยความแรงจนรู้สึกได้ถึงความคมของกระดาษ

 

            ก้มกาย...หยิบสิ่งที่ถูกปาใส่หน้าขึ้นมาดู  ทีละใบ  ทีละใบ  และสิ่งที่เห็นก็ทำให้เข้าใจได้ทันที ว่าทำไมคนรักถึงทำกิริยาแบบนี้ในที่สาธารณะ  อยากอธิบาย...แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องที่ผ่านไปนานแล้ว  และไม่เคยคิดว่าจะมีใครตามเก็บภาพพวกนี้ส่งมาให้กับคนรัก  เซฮุนรู้ตัวดี...ว่าไม่ได้ทำอะไรผิด  แต่สิ่งที่ผิดคือการไม่ได้บอกความจริงให้เจ้าของโรงแรมทราบตั้งแต่แรก    

 

            “เสียแรง...ที่คุณอาอุตส่าห์เอ็นดูอุปการะเอาไว้เป็นลูกบุญธรรม  ที่แท้...ก็หาคนเลี้ยงไปเรื่อย

 

            “ไม่ใช่นะครับ...พี่จงอินฟังเซฮุนอธิบายก่อนได้ไหม

 

            “ได้จากใครไปแล้วบ้างล่ะ  พี่  คุณอา  อี้ฟาน  แล้วใครอีก!!!!

 

            “ฮึกก!!  พี่จงอิน...มันไม่ใช่อย่างนั้น  ฮึก!!!  ฟังเซฮุนก่อน  ฮึกกก!!  เซฮุนมีพี่จงอินคนเดียวจริงๆ  ฮึก!!!

 

            “หึ!!...ปากแบบเนี้ยคงใช้ทำอย่างอื่นมากกว่าพูดคำหวานๆ...ให้ใครต่อใครเค้าหลงสินะ!!!

 

            เบ้หน้าด้วยความเจ็บ...เพราะถูกมือของคนที่กำลังกล่าวคำร้ายๆบีบปลายคางเอาไว้ด้วยแรงที่มากพอจะทำให้น้ำตาไหลมันยิ่งไหลออกมามากขึ้นกว่าเดิม  เจ็บทุกอย่างที่ถูกกระทำและที่เจ็บที่สุดก็คือการโดนดูถูกจากคนที่ตัวเองรักมากที่สุดคนหนึ่งในชีวิต

 

            “ฮึกก!!  เซฮุนเจ็บพะ....พี่จงอิน  ฮึก!!  ปล่อยเซฮุนเถอะ  คะ...ครับโอ๊ยยย!!!!!!

 

ปึ่กกก!!!

 

            แรงผลักไส...จากความโกรธ  ความเกลียด  ความเสียใจ  มันแรงมากจนทำให้คนที่ถูกเข้าใจผิดล้มลงไปกับพื้นและหน้าผากด้านซ้ายก็กระแทกกับของแข็งบางอย่างบนถนน  เซฮุนพยายามฝืนความเจ็บทั้งกายทั้งใจเพื่อลุกขึ้นยืน  แต่เลือด...ที่ไหลผ่านแก้มขาวเนียนลงมาพร้อมกับคราบน้ำตามันทำให้การทรงตัวกลายเป็นเรื่องยากขึ้นมาทันที 

 

            “ไปให้พ้น...แล้วอย่ากลับมาให้เห็นหน้าอีก!!!

 

            “ฮึกก!!  พี่จงอิน...ฟังเซฮุนก่อน  ฮึก!!!  อย่าเพิ่งไป!

 

            เสียงอ้อนวอน  เสียงร้องไห้  เสียงของความเจ็บปวด...มันคงดังไม่พอให้เจ้าของโรงแรมต้องหันกลับไปสนใจหรือเพื่อฟังคำแก้ตัวใดใด  เพราะมันผิดหวังเกินกว่าจะยอมรับความจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น  จงอิน...เดินจากไปพร้อมกับเสียงเรียกชื่อที่ยังคงดังแว่วอยู่ทางด้านหลัง  และตอนนี้ฟ้าก็เริ่มมืดลงไปตามกาลเวลา  มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบกุญแจรถโดยที่ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นเสียงคนเจ็บที่นอนอยู่บนพื้นถนน หรือแม้กระทั่งเสียงหัวใจของตัวเองที่เริ่มเต้นช้าลง

 

แต่....

 

 

 

ปัง!!

 

 

 

ปังง!!!

 

 

 

ปังงง!!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

แก้ไขเมื่อ  24/12/60

บอกตรงๆเลยค่ะ...ว่าตอนนี้ใช้เวลาแก้นานมากกกกก  เพราะอยู่ดีๆสมองก็หยุดทำงาน (จริงนะคะ...เรากำลังจะประสาทเสีย555555555)  แต่ใจยังสู้ค่ะ  ฮึบ!!

ขอบคุณนักอ่านทุกคนมากๆนะคะ  ขอบคุณทุกคอมเม้นท์  ขอบคุณทุกคำติชมด้วยค่ะ

แล้วจะเข้ามาแก้คำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #688 KHlulaby (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 10:52
    ฮือออออ อี้ฟานขอเตะไปซะที สงสารน้อง เจ็บตัวแล้วยังเจ็บใจอีก คุณแม่เอาเซฮุนไปเลยยน
    #688
    0
  2. #569 /tl26&? (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 01:56
    ฮื่อ อีกแล้วๆๆๆๆ ยิ้มได้แปปปเดียวก็กลับมาเครียดอีกแล้ว สงสารเซฮุน จงอินทำไมแกไม่ฟังน้อง!!!!!!

    (จบตอนได้แบบทำร้ายจิตใจเรามาก ว่าจะอ่านต่อพรุ่งนี้เพราะตอนนี้ดึกมากแล้ว แต่ไม่ได้จริงๆ ยอมถ่างตาอ่านต่อไปเรื่อยๆ เลยค่ะ555555)
    #569
    0
  3. #488 Jammie-Lee (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 11:13
    ฟังน้องฮุนก่อนนนนนนนนน
    #488
    0
  4. #428 Padcha.a (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 00:29
    ฮือ สงสารเซฮุน จงอินนน คราวหลังต้องใจเย็นกว่านี้นะ ;--;
    #428
    0
  5. #325 eve_popparazzi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:11
    ร้องไห้เลยอ่ะ สงสารน้องจริงๆน่ะ
    #325
    0
  6. #277 Action!! (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 20:47
    สงสารเซฮุนอะ นี่หน่วงไปหมดแล้ว ฮือออออออ
    #277
    0
  7. #276 ทับบี้คัสตาร์ด (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 11:59
    เซฮุนต้องสู้นะ อย่าพึ่งท้อ พี่จงอินก็นะคงจะเลิกอารมณ์ร้อนไปได้บ้างแล้วหล่ะใช่ไหม?
    #276
    0
  8. #275 Pinkdao (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 01:24
    ตอนนี้ปวดใจ จงอินต้องอดทนนะ สงสารเซฮุน
    #275
    0
  9. #274 I_pissamai (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 22:55
    งือคืนดีกันเร็วๆนะเราเจ็บปวดหัวใจจุง รอๆ สู้ๆนะค่ะไรท์
    #274
    0
  10. #273 a-ndrem (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 21:52
    คุยดีดีน้าฮุนนนน จงอินมาคุยกับน้องด่วนค่
    #273
    0
  11. #272 ibice (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 21:38
    น้องฮุนต้องสู้ๆนะเดี๋ยวก็หาย เข้าใจกับน้องเร็วๆนะพี่จงอิน สู้ๆหละ ทั้งคู่เลยยย
    #272
    0
  12. #270 Cloud9 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 03:23
    เจ้าหมีรู้สึกผิดแล้วก็ทำดีกับน้องให้มากๆ ดูแลน้องให้ดีๆ อยู่ข้างๆน้องเป็นกำลังใจน้องซะนะ เข้าใจมั้ย!!
    #270
    0
  13. #269 STORY90_FH (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 01:28
    เซฮุนรีบฟื้นมาไวๆนะลูก หมีไปง้อน้อง ขอโทษน้องเลยนะ !!! 
    #269
    0
  14. #268 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 00:14
    เซฮุนต้องปลอดภัยนะ แล้วหนีไปจากจงอินเลย คนไม่มีเหตุผล สงสารเซฮุน ฮืออ
    #268
    0
  15. #267 My.idsehunie1810 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 23:11
    เซฮุนนน ฟื้นมาให้ได้นะ หายไวไว แล้วห้ามเป็นอะไรน้าาา รอค่าาา
    #267
    0
  16. #265 Kannika Tankam (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 21:01
    ฮืออ ทำไมเซฮุนผู้แสนดีของพี่ต้องมารับเคราะห์ด้วยอ่าาา
    #265
    0
  17. #264 ibice (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 20:54
    สงสารน้องฮุนจังลูก หายไวๆนะครับ รีบตื่นมาฟังคำขอโทษจากพี่จงอินก่อนเร็ววว
    #264
    0
  18. #263 Action!! (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 20:35
    อยากเห็นจงอินในโหมดร้ายจัง เอาคืนให้น้องฮุนด้วย
    #263
    0
  19. #262 a-ndrem (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 19:33
    ฟื้นขึ้นมาเร้วววว สงสารฮุนอ่า จงอินใรร้อนใจร้ายไปแล้ว///อินมากเลยค่ะ TT มาต่อเถอะน้าาาใจจะขาด
    #262
    0
  20. #261 nichathan0309 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 18:14
    ฟื้นขึ้นมาเร็วลูก พี่เค้าเข้าใจหนูแล้ว พี่เค้าไม่โกรธหนูแล้ว รอ55%อย่างใจจดใจจ่อ ฮื้อๆๆพีไคต้องหวานกับน้องแน่ๆ
    #261
    0
  21. #260 Pinkdao (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 17:37
    สงสารน้องฮุนจังเลย
    #260
    0
  22. #259 kisxing (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 15:28
    สงสารเซฮุน หนูต้องรีบฟื้น แล้วกลับมาเดินให้ได้นะลูก T T
    #259
    0
  23. #258 มักเน่ไลน์94 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 12:56
    เซฮุนาาาาาาหนูต้องฟื้นขึ้นมาแล้วหนูต้องยอมรับการทำกายภาพบำบัดนะลูกฮืออออออ พี่จงอินและทุกคนเขารอหนูอยู่นะ

    แต่พี่จงอินนี่ก็น้าาาทำไมยังไม่เลิกใจร้อนอยู่อีก อะไรก็ไม่ฟังเซฮุนเลยอะ ถ้าน้องฟื้นมาแล้วโกรธพี่จงอินนี่ก็จะสมน้ำหน้าให้ แต่คิดแล้วน้องคงไม่ว่าอะไรหรอกฮืออออ น้องรักพี่จะตาย;-; แต่เรานี่สิโกรธไอ่พี่จงอินมากๆที่ไม่ยอมฟังน้อง! คนนิสัยไม่ดี! แต่ยังไงต่อไปนี้ต้องคอยอยู่ดูแลน้องนะ!!
    #258
    0