จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 21 : ❀ 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,719
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    3 พ.ย. 62








ดอกไม้ดอกที่  21



 

โรงแรม  โซล

10.00 น.

 

 

            เมื่อคืน...จงอินไม่ได้กลับมานอนที่คอนโดฯ  และซองรยองก็คิดว่าลูกชายของเธอต้องไปนอนค้างที่ห้องของคนรักแน่นอน  และการรอทานมื้อค่ำกับลูกชายโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า(อีกครั้ง)ของคนเป็นแม่  ก็ทำให้ได้เห็นอะไรบ้างอย่างที่อาจทำให้เธอต้องคิดทบทวนเรื่องของเด็กที่ชื่อโอเซฮุนใหม่อีกครั้ง  และเป็นในทางที่ดีกว่าที่เคยคิดหรืออย่ามองใครแค่เพียงเปลือกนอก

 

 

                หลังจากปล่อยให้จงอินและว่าที่คู่หมั้นได้มีเวลาอยู่ด้วยกันแบบสองต่อสองเมื่อวาน  ซองรยองก็ออกไปพบปะเพื่อนฝูงที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานหลายปี  แต่พอกลับมาที่คอนโดฯของลูกชายเพื่อหวังจะได้ทานมื้อค่ำด้วยกัน  เจ้าของห้องกลับไม่อยู่...และเมื่อติดต่อลูกชายไม่ได้  ซองรยองจึงถือวิสาสะเข้ามาสำรวจห้องของจงอินอย่างไม่เคยคิดที่จะทำมาก่อน  เพราะรู้ดีว่าลูกชายหวงความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน

 

แต่เมื่อเธอคือแม่...และคนเป็นลูกก็กำลังคบหาอยู่กับใครบางคนที่ดูอย่างไรก็ไม่เหมาะสม  นั่นจึงทำให้ซองรยองต้องเข้ามาเดินสำรวจความเป็นส่วนตัวของจงอิน  แล้วสิ่งที่ทำลงไปทั้หมด...ก็อาจเป็นสิ่งที่ช่วยตัดสินนิสัยใจคอของใครคนนั้นได้ไม่มากก็น้อย

 

           ห้องแรก....ที่เดินเข้ามาสำรวจก็คือห้องนอน  และเตียง  ตู้เสื้อผ้า  ห้องน้ำ  ทุกๆอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย  ซึ่งมันไม่คุ้นตาคนเป็นแม่เลยสักนิด  เพราะลูกชายคนเดียวของตระกูลคิมคงไม่มีทางทำอะไรแบบด้วยตัวเองแน่นอน  แถมเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้ก็ยังถูกจัดไว้เป็นสัดเป็นส่วนดูหยิบง่าย  เสื้อยืดจัดแยกไว้กับเสื้อเชิ้ต  และกางเกงยีนส์จัดแยกไว้กับกางเกงแสล็ค  ส่วนห้องน้ำ...ก็ไร้คราบสบู่ที่เกาะอยู่ตามกำแพง  รวมถึงไม่มีกองผ้าขนหนูวางไว้เกลื่อนพื้นเหมือนอย่างที่เธอเคยเตือนลูกชายอยู่บ่อยๆ  และสิ่งที่ดูแปลกตามากที่สุดก็เห็นจะเป็นเทียนหอมที่ถูกวางไว้ตามจุดต่างๆ

 

            และห้องต่อไปที่คนเป็นแม่เดินสำรวจก็คือห้องทำงาน...มันดูเป็นระเบียบไม่ต่างจากห้องนอนเลยแม้แต่น้อย  เอกสารต่างๆถูกเรียงให้เข้าที่  แฟ้มงาน  หนังสือ  ถูกเก็บไว้ในตู้ไว้เป็นอย่างดี  และห้องสุดท้ายที่ซองรยองเดินสำรวจก็คือห้องครัว  ผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้  จานชามใบใหม่  รวมถึงเครื่องครัวที่ไม่คิดว่าลูกชายจะทำอาหารทานเองก็มีอยู่ในห้องครัวของชายโสดที่แทบไม่เวลาทำอะไรกินทั้งนั้นนอกจากอุ่นอาหารแช่แข็งกินไปวันวัน 

 

และลายมือ...บนกระดาษโน้ตสีหวานที่อยู่ติดอยู่ข้างขวดวิตามินหลากหลายยี่ห้อในตู้เย็น  ก็ทำให้คนเป็นแม่ต้องเริ่มเปลี่ยนความคิดและมองพนักงานทำความสะอาดประจำคอนโดฯแห่งนี้ในอีกแง่มุมหนึ่ง

 

            กินตอนเช้า 2 เม็ด...จะได้หอมแก้มสองครั้ง”

          กินก่อนนอน 3 เม็ด...จะยอมตามใจไปสามวัน

          “และถ้าพี่จงอินลืมกิน...เซฮุนจะแก้ผ้าเดินรอบคอนโดฯ!!!

 

           ข้อต่อรอง  คำสั่งหรือคำขู่ต่างๆที่แปะอยู่บนขวดวิตามินหลากสี  มันทำให้ซองรยองไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าการเดินสำรวจห้องของลูกชายมาตั้งแต่ห้องแรกจนถึงห้องครัว...เธอยิ้มไปแล้วกี่ครั้ง??  และยิ่งได้อ่านข้อความประหลาดๆบนกระดาษโน๊ตแผ่นเล็กประมาณ  2-3 แผ่น  เธอก็ยังคงยิ้มอยู่เหมือนเดิม 

 

            ใคร...จะยอมทำตามข้อความบ้าๆบอๆบนขวดวิตามินถ้าไม่รักกันจริงใคร...ที่กลัวคำขู่ของเมียจนยาในขวดเหลือจำนวนน้อยไปตามปริมาณที่ควรกินถ้าไม่ใช่ลูกชายของเธอ??  ใคร...ที่กล้าทำให้ทายาทของตระกูลคิมกลายเป็นคนที่ใส่ใจตัวเองมากขึ้นถ้าไม่ใช่พนักงานดอกไม้  พนักงานทำความสะอาดคอนโดฯและอาจเป็นทุกๆอย่างให้ลูกชายของเธอ???

 

            ซองรยองคิดไม่ถึง...ว่าเด็กธรรมดาๆเพียงคนเดียวจะทำให้ลูกชายของเธอเปลี่ยนไปได้มากถึงขนาดนี้  จากที่เอาแต่ทำงานหามรุ่งหามค่ำและไม่เคยสนใจเรื่องสุขภาพของตัวเองเพราะต้องบริหารโรงแรมต่อจากสามีของเธอที่เสียชีวิตไปแบบกะทันหัน  กลับต้องมาทานวิตามินตามคำขู่ที่แสนจะน่าอาย  แล้วไหนจะครีมทาผิว  ครีมบำรุงหน้าที่วางเกลื่อนอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งโดยการแบ่งแยกไว้อย่างชัดเจนว่าของใครเป็นของใครในห้องนอนนั่นอีก  ทุกๆอย่างมันทำให้คนเป็นแม่แปลกใจมากจนแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

 

และเช้าวันนี้...ซองรยองก็เดินทางมาที่โรงแรมอีกครั้งเพื่อทำสิ่งที่ค้างอยู่ในใจให้กระจ่างยิ่งขึ้นก่อนตัดสินคนรักของลูกชายด้วยหัวใจของความเป็นแม่

 

            ซองรยองเดินเข้ามาในโรงแรมเพียงคนเดียว  เพราะคนที่หวังจะให้หมั้นหมายกับลูกชายไม่ยอมเดินทางมาด้วยเหมือนอย่างเมื่อวานโดยอ้างเหตุผลว่าท้องเสีย  และผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน...ก็ใช่ว่าจะรู้ไม่ทันเด็กสาวจอมแก่น!!  ซองรยองพอรู้มาบ้าง...ว่าเด็กทั้งคู่ไม่ได้รักกันในแบบที่เธออยากให้เป็น  และเยริก็มีคนรักอยู่แล้ว  แต่เธอก็ยังหวังว่าสักวันหนึ่งคนทั้งคู่อาจจะรักกันจริงๆเนื่องจากสนิทสนมกันมาตั้งแต่ยังเด็กและมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ  แต่...แผนทุกอย่างที่วางไว้ก็ต้องมาสะดุดลงเพราะพนักงานจัดดอกไม้เพียงคนเดียว

 

แกร๊กก!!!

 

            “สวัสดีจ้ะ...ที่นี่แผนกจัดดอกไม้ใช่ไหม”  คนที่เป็นยิ่งกว่าเจ้าของโรงแรม  ยอมลงทุนเดินเข้ามาถามหาคนที่ยากเจอถึงแผนกจัดดอกไม้และเริ่มถามในที่ต้องการคำตอบทันที

 

            “ครับ !!!! ใช่ครับ  สวัสดีครับคุณผู้หญิง  ขอโทษด้วยนะครับที่เสียมารยาท”  หัวหน้าแผนกอย่างฮีชอล  ตกใจจนเกือบหงายหลังลงมาจากบันไดเพราะกำลังปีนขึ้นไปหยิบกล่องโอเอซิสลงมาใช้ในการจัดดอกไม้  และเมื่อรู้ว่าคนที่มายืนทักทายอยู่ทางด้านหลังเป็นใคร  เจ้าตัวก็รีบกระโดนลงมาจากบันได  แล้วโค้งตัวให้อย่างสุภาพเพื่อเป็นการขอโทษ

 

            ไม่ใช่แค่คนเป็นหัวหน้าเท่านั้นที่ตกใจ  เพราะลูกน้องที่มีหน้าที่ในการทำงานรอบเช้าก็แทบยืนนิ่งเป็นหุ่นขี้ผึ้งเมื่อเห็นคุณแม่ของเจ้านายเดินเข้ามาในห้อง  ปกติ...คนที่เป็นถึงระดับผู้บริหารจะไม่เคยเข้ามาที่นี่ถ้าไม่ใช่เรื่องคอคาดบาดตาย  และทุกครั้งที่ต้องการอะไรจากแผนกไหนก็มักจะสั่งผ่านทางเลขาทุกครั้ง

 

            “ไม่เป็นไร...ฉันมากะทันหันเอง  เธอชื่ออะไรเหรอแล้วเด็กที่ชื่อโอเซฮุนอยู่ไหมฉันขอพบเขาหน่อยสิ

 

            “ผมชื่อฮีชอลครับ...เป็นหัวหน้าแผนก  ส่วนพนักงานที่ชื่อโอเซฮุนยังไม่มาทำงานครับ  เพราะวันนี้เข้างานรอบบ่าย  เอ่ออ...ถ้าคุณผู้หญิงมีธุระด่วนก็ให้พวกผมทำแทนก่อนได้นะครับ

 

            “ก็ไม่ได้ด่วนมากขนาดนั้น...แต่ฉันจะมาขอยืมตัวเซฮุนออกไปทำธุระข้างนอกเป็นเพื่อนหน่อย  ถ้าเขามาแล้ว  ให้ไปพบฉันที่หน้าล๊อบบี้ด้วยก็แล้วกัน  ฉันจะรออยู่ที่นั่น

 

            “ครับคุณผู้หญิง...ถ้าเซฮุนมาทำงานเมื่อไหร่  ผมจะรีบให้ไปพบคุณผู้หญิงทันทีเลยครับ!!”

 

            “ขอบใจมากนะฮีชอล

 

            พนักงานทุกคนในห้องดอกไม้...เริ่มหายใจเป็นปกติเมื่อแม่ของเจ้านายเดินออกไปจากห้องทำงาน  แต่...คนที่จะหายใจติดขัดเมื่อเดินทางมาทำงานในรอบบ่ายก็คงเป็นคนที่ถูกภรรยาเจ้าของโรงแรมคนเก่าถามหาเมื่อครู่  ฮีชอลเริ่มรู้สึกเป็นห่วงลูกน้องของตัวเองมากขึ้นเพราะไม่รู้ว่าซองรยองต้องการพบตัวเซฮุนด้วยเรื่องอะไร  และแอบภาวนาอยู่ในใจ.ว่าอย่าให้อะไรๆมันดูยากเกินว่าสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้

 

แต่...คนเป็นหัวหน้าก็ทราบดีว่าอุปสรรคในความรักของลูกน้อง  มันคงไม่ได้ผ่านไปได้ง่ายๆถ้าจะคบกับผู้ชายที่ชื่อคิมจงอิน!!

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

11.00 น.

 

            มาทำงานตามเวลาที่หัวหน้าแผนกจัดให้แบบพอดีไม่ขาดไม่เกิน  แต่มันผิดวิสัยของคนที่ชอบมาทำงานก่อนเวลา  และสาเหตุก็มาจากการโดนคนรักทำโทษเพราะเมื่อเช้า...คนที่ต้องมาทำงานในรอบบ่าย  ถูกคนเอาแต่ใจลงโทษเรื่องที่เขาปิดเครื่องมือสื่อสารจนขาดการติดต่อไปเป็นเวลานาน  แต่การถูกลงโทษในครั้งนี้  มันก็ไม่ถึงขั้นที่ทำให้เขาต้องหยุดงานหรือปวดร้าวไปทั้งร่างเหมือนอย่างที่เคยโดน  และดีที่ได้เจ้าของบทลงโทษขับมาส่งถึงโรงแรมโดยที่พนักงานอย่างเขาไม่ต้องเสียประวัติในเรื่องของการมาทำงานสาย

 

            “สวัสดีครับพี่ฮีชอล  พี่ซูโฮ  พะ...พี่  เอ่ออ...มีอะไรกันหรือเปล่าครับ  ทำไมทุกคนมองหน้าผมแบบนั้นล่ะครับ??”  ทักทายพี่ๆในแผนกยังไม่ทันครบทุกคน  เซฮุนก็ต้องหยุดไว้แค่ชื่อของคนที่เป็นรองหัวหน้าเพราะทุกสายตาที่จ้องมาที่ตัวเองมันเหมือนโลกกำลังจะแตก  และมันทำให้คนถูกมองสงสัยจนอดที่จะถามกลับไปไม่ได้

 

            “ลงไปพบคุณแม่สามีที่หน้าล๊อบบี้...ด่วนเลย  เดี๋ยวนี้!!”  และก็เป็นเสียงของคยองซูที่ทำลายความเงียบในห้องทำงาน  เพราะทุกคน...ต่างจ้องไปที่แหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของพนักงานรอบบ่ายกันหมด  และคิดไปต่างๆนานาว่าการที่คุณแม่ของเจ้านายเดินเข้ามาถึงแผนกจัดดอกไม้ด้วยตัวเองเมื่อเช้าก็คงเป็นเพราะแหวนวงนั้น

 

            “แล้วพี่คยองซูรู้ไหมครับว่าคุณผู้หญิงอยากพบผมทำไม?”  ไม่โดนเรียกพบวันนี้...วันอื่นก็คงต้องโดนอยู่ดี  แต่ก่อนไปก็อยากทราบเหตุผลและคำตอบที่กำลังรอฟังจากพนักงานรุ่นพี่ตาโต  มันก็อาจทำให้ตัวเองกล้าที่จะเผชิญกับความเป็นจริงหรืออาจช่วยให้มีกำลังใจเพิ่มมากขึ้น

 

แต่......

 

            “ถ้ารู้...พี่คงไปเป็นเมียคุณจงอินแทนเซฮุนแล้วมั้ง!!  ไปเลย...รีบไป  เดี๋ยวคุณผู้หญิงจะรอนาน  มันเสียมารยาท  ไปๆ ๆ ๆ!!!!!”  กำลังจัดดอกไม้อยู่บนโต๊ะทำงาน  กรรไกรที่ถืออยู่ในมือจึงถูกโบกไปโบกมาเหมือนเป็นการเชิญให้คนถูกเรียกตัวรีบลงไปพบคุณแม่ของเจ้านายตามก่อนที่แผนกของตัวเองจะถูกปิด  และเริ่มทำงานต่อโดยไม่สนว่าตอนจบของเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะเป็นเช่นไร

 

            มือบาง...รีบกดลิฟท์ลงมาที่ชั้นล่างทันทีเพราะไม่อยากทำให้พี่ๆในแผนกลำบากใจมากไปกว่านี้  และเดินตรงไปที่หน้าล๊อบบี้ด้วยหัวใจที่ยังไม่พร้อมจะเผชิญกับความเป็นจริง  พนักงานจัดดอกไม้ในชุดยูนิฟอร์มสีเขียวก้าวขาเข้าไปหาบุคคลที่ต้องการพบตัวพร้อมกับโค้งกายให้อย่างสุภาพอ่อนน้อมเพื่อเป็นการกล่าวทักทายผู้ใหญ่ไปตามมารยาทที่ควรทำ

 

            “สวัสดีครับคุณผู้หญิง” 

 

            “ฉันจะชวนเธอออกไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน  ฉันไม่ได้มาเกาหลีนานแล้ว  จะไปไหนมาไหนมันก็ไม่ค่อยคุ้น  แล้ววันนี้ลูกชายก็ไม่วางซะด้วย  เมื่อคืนก็ไม่ได้กลับมานอนที่คอนโดฯ...ไม่รู้ว่าไปนอนค้างอ้างแรมอยู่ที่ไหน  แล้วที่นี่...ฉันก็รู้จักเธอแค่คนเดียว  เธอพาฉันไปทานอะไรอร่อยๆข้างนอกหน่อยสิ

 

            และความรู้สึกแรก...ของการเผชิญหน้ากับความเป็นจริงก็คือความรู้สึกผิด  เพราะคิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้จงอินไม่ได้กลับมาเจอหน้าคนในครอบครัวให้สมกับที่คนเป็นแม่...ต้องบินข้ามน้ำข้ามประเทศมาหาลูกชายด้วยความคิดถึง  และตอนนี้...เซฮุนก็จำเป็นต้องถอนแหวนออกจากนิ้วนางข้างซ้ายและกำไว้จนเจ็บมือก่อนที่ความรู้สึกผิดจะกัดกินใจมากไปกว่าเดิม

 

            “ได้ครับคุณผู้หญิง...แต่ผมขออนุญาตไปเปลี่ยนชุดก่อนได้ไหมครับ  เพราะถ้าให้ไปทั้งชุดทำงานแบบนี้  ผมเกรงว่ามันอาจดูไม่เหมาะสม” 

 

            “ฉันไม่ถือหรอก....แต่ถ้าเธออายกับการที่ต้องใส่ชุดพนักงานโรงแรมของฉันออกไปเดินข้างนอก  ก็ไปเปลี่ยนก็ได้นะ...ฉันจะรออยู่ตรงนี้

 

            “ไม่เคยอายเลยครับ  ผมแค่ไม่อยากทำผิดกฎของโรงแรม

 

            “งั้นก็ไปกันได้แล้ว

 

            เซฮุน..เปิดประตูรถให้ซองรยองเข้าไปนั่งในห้องโดยสารที่อยู่ทางด้านหลัง  และตัวเองก็มานั่งด้านหน้าคู่กับคนขับ  พนักงานจัดดอกไม้อาสาบอกทางไปร้านอาหารที่คิดว่าน่าจะถูกปากคุณแม่เจ้าของโรงแรม  เพราะคนรักชอบพามาทานมื้อค่ำที่นี่  แต่...ก็มาได้ไม่บ่อยมากนักเนื่องจากงานของผู้บริหารมันยุ่งเกินกว่าจะออกไปไหนมาไหนได้บ่อยๆ  และเมนูที่คนรักชอบทานมากที่สุดก็คือเสต็กเนื้อชิ้นโตกับไวน์รสเลิศที่ดื่มเมื่อไหร่ก็ต้องซื้อกลับไปดื่มต่อที่ห้องเกือบทุกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ห้างสรรพสินค้า  XXX

13.27 น.

 

            ร้านอาหาร...ที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้ามันน่าจะถูกใจคุณแม่เจ้าของโรงแรมเพราะอากาศไม่ร้อน  มีของให้ช้อปปิ้งและเป็นมอลล์ที่คนอย่างพนักงานจัดดอกไม้ไม่มีทางเข้ามาเดินเล่นแน่นอน  เนื่องจากราคาสินค้าต่างๆมันแพงเกินกว่าฐานเงินเดือนของตัวเองเสียอีก  ร้านขายกระเป๋า  เสื้อผ้า  ของใช้ทั้งหลายมันมีแต่ของแบรนเนมทั้งนั้น  และทุกครั้งที่มาที่นี่ก็คือการมาพร้อมกับคนรัก

 

            “ฉันเบื่อการเดินห้างมากเลย  ฉันนึกว่าเธอจะพาไปในที่ที่แปลกหูแปลกตามากกว่านี้ซะอีก!!

 

            “ขอโทษจริงๆครับคุณผู้หญิง  ปกติ...ผมก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหน  ผมชอบอยู่แต่ในห้อง  อ่านหนัง  แล้วก็...จัดดอกไม้มากกว่า

 

            “แล้วลูกชายของฉัน...ไม่เคยพาเธอออกไปไหนบ้างเลยเหรอไง?”

 

            “งานยุ่งแบบนั้น  แค่พาออกมาทานมื้อค่ำยังไม่ค่อยมีเวลาเลยครับ  แล้วผมก็ไม่อยากออกไปไหนกับคุณจงอินด้วยครับ...มีแต่คนมอง  ผมไม่ชอบ

 

            “........????!!

 

            คนเป็นแม่...ปรายตามองพนักงานจัดดอกไม้ที่กล้าพูดคำคำนั้นออกมาทั้งๆที่ใครต่อใครต่างก็อยากเดินควงลูกชายของเธอออกไปไหนมาไหนทั่วทั้งโซล  แต่เด็กตรงหน้ากลับไม่ชอบเสียอย่างนั้น  เจ้าของริมฝีปากอิ่มที่วันนี้ทาลิปสติกสีแดงเข้มยิ้มเยาะอย่างรู้สึกขำ  เพราะถ้าลูกชายของเธอมาได้ยินคำพูดแบบนี้ด้วยตัวเองก็คงต้องรู้สึกขายหน้าบ้างไม่มากก็น้อย

 

            ร่างสวยในชุดพนักงานโรงแรมสีเขียว...เดินเข้ามาในอาหารโดยมีคุณแม่ของคนรักเดินนำ  และเซฮุน...ก็ค่อยๆเลื่อนเก้าอี้ที่ทำจากไม้ออกมาจากโต๊ะอาหารเพื่อให้คนเป็นผู้ใหญ่ได้นั่งก่อน  แล้วตัวเองก็เดินไปนั่งที่ฝั่งตรงข้ามทันที  แต่......

 

            “สวัสดีจ้ะ...คุณนายคิม!!

 

            “อ้าวว...ยัยริเอะ?!!

 

            กำลังก้มหน้าก้มตาเลือกเมนูอาหาร....แต่เสียงของหญิงสูงอายุที่เอ่ยทักทายคุณแม่เจ้าของโรงแรม  มันทำให้เซฮุนต้องละความสนใจจากแผ่นกระดาษที่อยู่ตรงหน้า  แล้วเงยมองคนทั้งคู่ด้วยความประหลาดใจเพราะภาษที่ใช้ในการสื่อสารมันฟังดูแปลกหูจนต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

 

            “กลับมาเกาหลีตั้งแต่เมื่อไหร่จ๊ะแล้วมาทำธุระหรือว่ามาจับผิดลูกชายสุดหล่อ” 

 

            “ใครกันแน่....ที่เดินทางมาจับผิดลูกชายแล้วริเอะกลับมาจากญี่ปุ่นนานหรือยังอยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนสิ

 

            “มาจนจะกลับแล้วค่ะคุณนาย  พอดีแวะมาดูเจ้าตัวแสบที่ร้าน  แล้ววว...คุณนายพาใครมาด้วยเนี่ย?” 

 

            “พนักงานที่โรงแรมน่ะ...พอดีลูกชายไม่ว่าง  ก็เลยหาเด็กมานั่งกินข้าวเป็นเพื่อน” 

 

            “โอ้โห...เดี๋ยวนี้เธอกล้าพาเด็กผู้ชายมากินข้าวด้วยเลยเหรอ?!  ป่านนี้...ผัวนอนร้องไห้อยู่ในหลุมแล้วมั้ง!!

 

            “ยัยริเอะ!!!  กลับญี่ปุ่นไปเลยไป...ปากไม่ดี!

 

            “ล้อเล่นแค่นี้ทำเครียด  งั้น...มื้อนี้ฉันเลี้ยงข้าวคุณนายเอง

 

            ภาษาญี่ปุ่นสามประโยค  ต่อด้วยภาษาเกาหลีอีกสี่ประโยค  คือบทสนทนาของผู้ใหญ่ทั้งสองคนที่พนักงานจัดดอกไม้ฟังออกหมดทุกคำ  และพยายามปั้นสีหน้าให้นิ่งที่สุดเพราะการพูดคุยของเพื่อนที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานมันเกือบทำให้เซฮุนหลุดหัวเราะออกมาอยู่หลายต่อหลายครั้ง  มันเป็นการทานอาหารร่วมกับคนแปลกหน้าถึงสองคน  แต่กลับไม่รู้สึกอึดอัดใจเหมือนอย่างที่คิด  เนื่องจากแม่เจ้าของโรงแรมกับเพื่อนผู้หญิงชาวญี่ปุ่นแทบไม่ได้สนใจคนในชุดพนักงานสีเขียวคนนี้เลยสักนิด  และเอาแต่คุยเรื่องของลูกชายรวมถึงเรื่องของธุรกิจที่ต่างฝ่ายต่างดูแลอยู่

 

            อาหารมื้อพิเศษ...จบลงด้วยเสียงหัวเราะของผู้ใหญ่ทั้งสองคน  และรอยยิ้มเล็กๆบนใบหน้าเรียวสวยของพนักงานจัดดอกไม้  ซองรยองร่ำลาเพื่อนรักสมัยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนแล้วเดินช้อปปิ้งต่อทันที  เคาน์เตอร์เครื่องสำอางค์...คือสถานที่แรกของคนเป็นแม่ที่เลือกเดินเข้ามาซื้อของ  และเซฮุนก็ไม่ได้รู้สึกเบื่อกับการที่ต้องเดินตามซองรยองไปนู้นมานี่  เพราะเข้าใจดีว่าท่านคงเหงาหรืออยากหาอะไรทำระหว่างรอลูกชายกลับจากทำงาน

 

แต่...คนสูงอายุที่ใส่ร้องเท้าส้นสูงประมาณห้านิ้ว  และกำลังยืนเลือกลิปสติกอยู่หน้าเคาน์เตอร์เครื่องสำอางมันทำให้พนักงานโรงแรมอย่างโอเซฮุนเกรงว่าท่านจะเมื่อยขาไปเสียก่อน

 

            “เซฮุน...มานี่หน่อยสิ  มาช่วยฉันเลือกลิปสติกหน่อย

 

            “ผมเลือกไปเป็นหรอกครับคุณผู้หญิง

 

            “เอาน่ะ...ลองดู  เธอว่าสองสีนี้อันไหนเหมาะกับฉันที่สุดเลือก!!

 

            และวันนี้...มันก็ทำให้คนถูกออกคำสั่งรู้แล้วว่า  คนรักผิวเข้มมากเสน่ห์ได้นิสัยเอาแต่ใจตัวเองมาจากใคร  เพราะการให้เลือกสิ่งของที่คนเป็นผู้ชายอย่างเขาไม่เคยใช้ก็ทำให้เกิดความลังเลใจอยู่ไม่ใช่น้อย  แต่...จากที่เคยถูกเพื่อนผู้หญิงในมหาวิทยาลัยจับแต่งตัว  แต่งหน้า  ลองเครื่องสำอางค์อยู่บ่อยๆ  มันก็พอทำให้เซฮุนจำได้บ้างว่าลิปสติกสีใด  แบบไหน  มันเหมาะกับผิวพรรณหรือบุคคลิกของคุณแม่เจ้าของโรงแรม

 

            “สีนี้ครับ...สีนั้นมันทำให้คุณผู้หญิงดูแก่เกินไป

 

            “เธอเห็นฉันเป็นสาวๆหรือไงเซฮุน...อีกไม่กี่ปี  อายุฉันก็จะเข้าเลขห้าแล้วนะ

 

            “ลิปสติกแท่งนี้คงใช้หมดก่อนที่คุณหญิงจะอายุห้าสิบแน่นนอนครับ

 

            “งั้นก็เอามาสองแท่ง...แล้วถือของมาให้ฉันด้วยล่ะ

 

            “ครับคุณผู้หญิง

 

            ปรายตามองคนรักของลูกชายด้วยความหมั่นไส้...แล้วเดินออกไปจากเคาน์เตอร์เครื่องสำอางค์ทันทีเมื่อซื้อของเรียบร้อย  และวันนี้...เซฮุนคงไม่ได้กลับไปทำงานอีกแล้วเพราะคุณแม่เจ้าของโรงแรมเอาแต่เดินเข้าร้านนั่น  เดินออกร้านนี้เป็นว่าเล่น  ซึ่งมันทำให้พนักงานจัดดอกไม้เริ่มคิดมากเนื่องจากคนที่ต้องทำงานรอบบ่ายมันขาดไปหนึ่งคนนั่นก็คือตัวเขาเอง  และงานในโรงแรมก็เยอะเกินกว่าพนักงานรอบบ่ายที่เหลืออยู่จะทำงานให้เสร็จได้ตามเวลาที่กำหนด

 

            “มาเดินเล่นกับฉันแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็เบื่อแล้วเหรอกลับไปก่อนก็ได้นะ  ฉันอยู่คนเดียวได้  เชิญ!!

 

            “ไม่ได้เบื่อครับคุณผู้หญิง  แต่ผมเป็นห่วงงาน

 

            “ขาดเธอไปคนนึง....คนอื่นเค้าก็ทำงานกันได้  เธอจะเป็นห่วงอะไรนักหนา

 

            “ห่วงสิครับ  ขาดงานมาแบบนี้  ผมก็ต้องโดนหักเงิน  แล้วพี่ๆในแผนกก็ต้องทำงานหนักขึ้น

 

            “เธอมากับใคร...ไหนบอกฉันซิ!!?  ใครจะกล้าหักเงินเธอมิทราบ

 

            “ขอโทษครับคุณผู้หญิง

 

            “เลิกขอโทษได้แล้ว  ฉันกลับก็ได้...น่ารำคาญจริงๆ!!

 

ปึ่กกก!!

 

            “คุณผู้หญิงงงง!!!!

 

            “โอ้ยยยย...ซี้ดด!!!

 

            งอนคนรักของลูกชายเพราะถูกขัดใจ...แล้วก้าวขาออกไปจากร้านขายเสื้อผ้าแบรนหรูด้วยความฉุนเฉียวจนไม่ทันได้ระวังคนที่เดินสวนเข้ามาในร้าน  ซองรยองจึงถูกชายชาวต่างชาติร่างใหญ่เดินชนจนล้มลงไปนั่งอยู่กับพื้น  เซฮุนรีบวิ่งเข้ามาประคองคนเจ็บอย่างนึกไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น  และเสียงร้องโอดโอยพร้อมกับเอามือกุมไว้ที่ข้อเท้าข้างซ้าย  มันก็ทำให้พนักงานจัดดอกไม้รู้ได้ทันทีว่าคุณแม่เจ้าของโรงแรมต้องมีอาการบาดเจ็บแน่นอน

 

            “คุณผู้หญิงอย่าดิ้นสิครับ  ผมจะพาไปหาหมอ

 

            “ไปหาทำไม  ขาฉันไม่ได้หักซะหน่อย  แล้วก็ปล่อยฉันลงได้แล้ว

 

            “ปล่อยไม่ได้ครับ  คุณผู้หญิงเจ็บขา...คุณผู้หญิงเดินไม่ไหวหรอกครับ

 

            “งั้นก็เรียกคนขับรถมารับสิ!!  ฉันจะกลับไปที่คอนโดฯลูกชาย

 

            “ไปหาหมอก่อนเถอะครับ  เผื่อกระดูกมันร้าว

 

            “อย่ามาแช่งฉันนะ...ไปส่งฉันที่คอนโดฯจงอินเดี๋ยวนี้  ไม่อย่างนั้นฉันจะไล่เธอออก!!!

 

            “ครับ ๆ ๆ ...

 

            ถูกคนเจ็บเอ่ยคำขู่ว่าจะไล่ออก...พนักงานจัดดอกไม้จึงไม่กล้าขัดใจ  ขัดคำสั่งหรือขัดความต้องการของแม่เจ้าของโรงแรมอีกแล้ว  และรีบตามคนขับรถให้พาทั้งเขาทั้งคุณผู้หญิงกลับไปที่คอนโดฯของจงอินทันที  เซฮุนนั่งคู่มากับซองรยองที่ห้องโดยสารทางด้านหลัง  เพราะต้องคอยดูอาการบาดเจ็บให้แน่ใจว่ามันจะไม่ร้ายแรงขึ้นในภายหลัง  และถ้าระหว่างทางกลับคอนโดฯ  แม่ของคนรักดูอาการแย่ลงเขาจะได้บอกคนขับรถให้เปลี่ยนเส้นทางไปที่โรงพยาบาล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

Gazania  Condominium 

16.42 น.

 

แกร๊กก!!

 

            เซฮุน...ประคองคนเจ็บเข้ามาในห้องเมื่อคนขับรถพามาส่งถึงคอนโดฯ  และจำเป็นต้องทำเรื่องเสียมารยาทเนื่องจากต้องใช้เท้าถีบประตูเพื่อปิด  เพราะมือทั้งสองข้างยังต้องโอบร่างของแม่คนรักเอาไว้เพื่อไม่ให้ล้มลงไปอีกรอบ  ซองรยองถูกพาเข้ามาพักในห้องนั่งเล่นและถูกยกขาข้างที่ได้รับบาดเจ็บพาดไว้บนโต๊ะกระจกเล็กๆหน้าทีวีโดยมีหมอนใบขนาดย่อมรองขาเอาไว้แล้วเอนกายพิงไปกับโซฟาตัวใหญ่

 

            คนที่ยังอยู่ในชุดพนักงานโรงแรม...ช่วยถอดส้นสูงปลายแหลมสีดำออกจากเท้าของคนเจ็บอย่างระมัดระวัง  แล้วขออนุญาตออกไปชงเครื่องดื่มมาให้แม่เจ้าของโรงแรม  แต่ก่อนจะเริ่มทำเครื่องดื่ม...เซฮุนก็ได้นำถุงเจลสีฟ้าในตู้เย็นออกมาประคบไว้ตรงบริเวณที่เกิดอาการบวม  เพราะมันสามารถบรรเทาความเจ็บของซองรยองได้

 

            และสิ่งที่คนเจ็บได้รับการปฏิบัติ...มันก็ทำให้เธอรู้สึกว่า  ลูกชายคงเลือกคนไม่ผิดจริงๆ  รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้  มันก็สามารถพิสูจน์ตัวตนของคนคนหนึ่งได้เช่นกัน  การอ่อนน้อมถ่อมตน  การไม่โอ้อวด  การเป็นห่วงเป็นใยในงานที่ต้องรับผิดชอบและสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ...การเปลี่ยนทายาทตระกูลคิมจากคนบ้างานให้กลายมาเป็นคนที่เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพตัวเองมากขึ้น  ซองรยองจำได้ดี...ว่าทั้งวิตามินต่างๆในตู้เย็น  ทั้งครีมบำรุงผิวกายผิวหน้าในห้องนอนมันเยอะมากขนาดไหน  และถ้าลูกชายของเธอไม่ได้กินไม่ได้ใช้ของพวกนั้น...จำนวนยาต่างๆหรือปริมาณครีมในขวดแก้วทรงสูงสีแดงก็คงไม่มีทางลดลงได้อย่างรวดเร็วขนาดนั้นถ้าไม่มีใครใช้

 

และ...ก่อนที่ซองรยองจะต้องเดินทางกลับประเทศจีนในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า  เธอก็ขอดูพฤติกรรมของพนักงานจัดดอกไม้ให้แน่ใจกว่านี้ว่าจะมีคุณสมบัติพร้อมที่ยืนเคียงข้างลูกชายของเธอหรือไม่

 

            “ชาร้อนมาแล้วครับคุณผู้หญิง”  ถาดไม้สี่เหลี่ยม...ที่มีเครื่องดื่มร้อนกับคุกกี้เนยสดวางอยู่ในนั้น  ถูกเสิร์ฟไว้บนโซฟาตัวใหญ่ข้างๆกายของคนเจ็บ  เนื่องจากไม่สามารถวางลงบนโต๊ะหน้าทีวีได้เพราะมีขาของซองรยองขวางอยู่  รวมถึงไม่อยากให้คนเจ็บต้องขยับกายมากเกินไปจนอาจทำให้อาการบาดเจ็บมันแย่ลงไปกว่าเดิม

 

            “ขอบใจนะเซฮุน”  เป็นความใส่ใจ...ที่คนเป็นแม่ก็รับรู้ได้เพราะถ้าไม่เสิร์ฟของว่างไว้ที่ด้านซ้ายของโซฟา  ซองรยองก็คงยกเครื่องดื่มแสนอร่อยขึ้นมาดื่มไม่ได้  เนื่องจากขาก็ถูกจับให้วางอยู่บนโต๊ะและเธอก็ไม่ได้ถนัดขวา

 

            “ยังเจ็บขาอยู่ไหมครับคุณผู้หญิง?”  เปิดแผ่นเจลสีฟ้าบนขาของคนเจ็บเพื่อดูอาการบวมที่ตอนนี้เริ่มลดลงแล้ว  และดี...ที่ไม่มีรอยช้ำ

 

            คนถูกดูแล...ลองขยับข้อเท้าขึ้นลงช้าๆเพราะอยากรู้ว่าตัวเองจะต้องไปหาหมอหรือไม่  ซึ่งมันเป็นสถานที่ที่เธอไม่อยากไป  เซฮุนประคองขาคนเจ็บลงจากโต๊ะกระจกหน้าทีวีอย่างเบามือ  แล้วเดินไปหยิบยาจากห้องทำงานของคนรักมาทาให้ซองรยอง  มือบาง...ป้ายครีมลงบนส่วนที่มีอาการบวมและค่อยๆนวดคลึงเบาๆโดยที่ไม่รู้เลยว่า...เจ้าของขาที่ตัวเองกำลังนวดอยู่นั้น กำลังยิ้มและจิบชาที่ถืออยู่ในมืออย่างนึกขอบคุณ

 

            “เซฮุน...เธอเรียนจบหรือยังแล้วตอนนี้เธออายุเท่าไหร่

 

            “อายุ 22 ปีครับ...เรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วครับ

 

            “เรียนจบด้านการจัดดอกไม้เหรอแล้วจบจากที่ไหนล่ะ?”

 

            “เปล่าครับ...ผมเรียนจบมาทางด้านภาษา  จากมหาวิทยาลัยXXXครับ

 

            “อ้าว...จบมาทางด้านภาษาแล้วทำไมไม่ไปทำงานเป็นรีเซฟชั่นล่ะ!!?  ได้เงินเดือนเยอะกว่าอีก

 

            “ผมชอบจัดดอกไม้มากกว่าครับ  แต่ก็ชอบเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมของชาติอื่นๆด้วย  ผมว่ามันสนุกดี  ผมก็เลยเลือกเรียนทางด้านนี้  ส่วนเรื่องจัดดอกไม้...ผมเรียนเสริมจากการหารายได้พิเศษครับ

 

            “เรียนมาทางด้านภาษาแต่ไม่ได้ใช้...เดี๋ยวก็ลืมหมด!!!

 

            “ใครจะลืมสิ่งที่ตัวเองชอบได้ล่ะครับ  ถึงผมจะไม่ค่อยได้ใช้ภาษาในการทำงาน  แต่เวลาเจอลูกค้าในโรงแรมมาถามหาแหล่งท่องเที่ยว  ผมก็สื่อสารรู้เรื่องนะครับคุณผู้หญิง

 

            เป็นคนแปลกๆในสายตาของแม่เจ้าของโรงแรม  เพราะดูเหมือนชีวิตของเซฮุนมันจะย้อยแย้งไปหมดทุกอย่าง  เรียนจบทางด้านภาษา...แต่ชอบจัดดอกไม้  คบกับลูกชายของเธอ...แต่ไม่ชอบออกไปเที่ยวกับคนรัก  เป็นผู้ชาย...แต่กลับเลือกสีของลิปสติกได้ถูกใจเธอมากที่สุด

 

            “ทำงานอยู่แผนกจัดดอกไม้ไม่ใช่เหรอ??!!...แล้วเอาเวลาที่ไหนไปคุยกับลูกค้าในโรงแรม??”

 

            “ตอนลงมาจัดดอกไม้หน้าโรงแรมไงครับ  ลูกค้าชอบเดินมาดูดอกไม้  แล้วก็ถามนั่นถามนี่ไปเรื่อย  ถามชื่อดอกไม้บ้าง  ถามหาที่เที่ยวบ้าง  เยอะแยะไปหมดเลยครับ

 

            “งั้นก็แสดงว่า...ตอนที่ฉันคุยกับเพื่อนในร้านอาหาร  เธอก็เข้าใจหมดเลยสิ!!!?”

 

            เป็นเรื่องน่าอาย...ที่บทสนทนาของเธอกับเพื่อนสาวชาวญี่ปุ่นมันได้ถูกคนที่จบมาทางด้านภาษาฟังออกหมดแล้ว  และคำเอ่ยหยอก  คำล้อเลียนรวมถึงเรื่องของธุรกิจต่างๆ...ที่เธอคิดว่ามีแค่ตัวเองกับเพื่อนเท่านั้นที่เข้าใจกันอยู่สองคนก็กลับกลายเป็นว่า  มีบุคคลสาม...รู้เรื่องทุกอย่างมาตั้งแต่ต้น

 

            “เรื่องส่วนตัวของคนอื่น...ผมไม่เอาไปพูดที่ไหนหรอกครับ  ส่วนเรื่องงานที่คุณผู้หญิงคุยกับเพื่อนก็ไม่ต้องห่วงว่าผมจะเอาไปขายให้คู่แข่งฟังหรอกนะครับ  ผมไม่มีทางหักหลังคนที่ให้เงินเดือนผมแน่นอน

 

            “แล้วเธอฟัง  เอ่ออ...พูดภาษาอะไรได้เป็นบ้างล่ะ?”

 

            “อังกฤษ  ญี่ปุ่น  จีน  แล้วก็ฝรั่งเศสครับ  แต่ภาษาฝรั่งเศส...ยังพูดไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่

 

            “โอ้ยยย...เซฮุน!!!  ฉันอยากจะตีเธอให้ตาย  เธอไปลาออกจากการแผนกจัดดอกไม้แล้วไปเป็นเลขาส่วนตัวของฉันดีกว่า!!

 

            “ตีให้ตาย...ผมก็ไม่มีทางลาออกหรอกครับ  ผมบอกคุณหญิงไปแล้ว...ว่าผมชอบจัดดอกไม้มากกว่า

 

            “แล้วถ้าให้เลือก...ระหว่าง ดอกไม้ กับ ลูกชาย ของฉัน  เธอจะเลือกอะไรตอบ!!!

 

            “เลือกคุณจงอินครับ  เพราะยังไงคุณจงอินก็ต้องให้ผมกลับไปจัดดอกไม้ที่โรงแรมเหมือนเดิม  คุณจงอินไม่ยอมให้ผมไปไหนหรอกครับ  แล้วผมก็ไม่อยากโดนขังด้วย

 

            “เธอจะบ้าเหรอ?...ใครจะขังเธอ!!  นี่มันยุคไหนกันแล้ว  ใครจะไปทำแบบนั้น?”

 

            “ก็ลูกชายของคุณผู้หญิงนั้นแหละครับ  ขนาดผมยิ้มให้ลูกค้าในโรงแรม  ผมยังโดนทำโทษเลยครับ  แล้วถ้าคุณหญิงไม่เชื่อก็ลองถามคุณจงอินได้เลยครับ

 

            “ฉันจะนอนพักแล้ว!!...เธอจะไปปัดกวาดเช็ดถูห้องไหนก็ไป  แล้ววว...แหวนที่แอบถอดออกก็ช่วยสวมกลับไปที่เดิมด้วยล่ะ  เกิดมันหายขึ้นมา...เสียดายแย่!!!!

 

            “.......?!!!!

 

            ยกแก้วชาร้อนดื่มจนหมด...และวางลงบนจานรองด้วยอารมณ์หงุดหงิด  เพราะไม่คิดว่าลูกชายของตัวเองจะทำอะไรแบบนั้นได้  แล้วถ้าคนตรงหน้าไม่ใช่เซฮุน  คนเป็นแม่ก็คงไม่เชื่อ  ซองรยองเอนกายนอนพักที่โซฟาตัวใหญ่เนื่องจากปวดหัวกับการกระทำที่เหมือนคนยุคหิน  ป่าเถื่อนและไร้ความอ่อนโยนของคนเป็นลูก  ส่วนคนถูกเตือนเรื่องของมีค่า...ก็รีบหยิบแหวนที่คนรักมอบให้เมื่อคืนสวมไว้ที่นิ้วนางข้างซ้ายเหมือนแล้วรีบเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที  แต่สักพัก........

 

ปังงงงง!!!!!!

 

            “แม่!!!!....ขาเป็นยังไงบ้าง  ไปหาหมอไหมครับ  ผมพาไป!!???”

 

            เสียงปิดประตู...ที่ดังพอๆกับเสียงตะโกนด้วยความเป็นห่วง  มันทำให้คนที่ยังไม่ทันได้หลับตาเพื่อผ่อนคลายอาการบาดเจ็บ  รวมถึงเรื่องที่ทำให้ปวดหัวเมื่อครู่อย่างซองรยองต้องรีบลุกขึ้นนั่งเพราะรู้สึกตกใจ  และไม่ใช่แค่คนเป็นแม่เท่านั้นที่ได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่ทางด้านนอก  เพราะเซฮุนที่เพิ่งขออนุญาตไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนก็ได้ยินเช่นกัน

 

           เจ้าของโรงแรม...ทราบข่าวอาการบาดเจ็บของคุณแม่จากคนขับรถที่ตัวเองให้ความไว้วางใจ  และจ้าง...เพื่อให้ขับรถพาท่านไปหาเพื่อนๆที่ไม่ได้พบหน้ากันมานาน  และตัวเขาก็งานยุ่งเกินกว่าจะดูแลท่านได้ด้วยตัวเอง  เพราะส่วนต่อเติมห้องพักที่โรงแรมสาขาเชจูมันสร้างเสร็จหมดแล้ว  และจะเปิดให้ใช้บริการในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า  แถมงานประมูลที่ดินก็เหลือเวลาให้เตรียมการอีกไม่กี่เดือน

 

            “พูดเบาๆก็ได้จงอิน...ทำแม่ตกอกตกใจหมด!!

 

            “ไปโรง ‘บาลดีกว่าแม่  เกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะได้รักษาทัน

 

            “ตื่นตูมพอกันทั้ง ผัว ทั้ง เมีย...แม่แค่หกล้ม  ไม่ได้ถูกรถชนสักหน่อย  เลิกโวยวายสักทีได้ไหม...หนวกหู!!!

 

            “(ผัว?...เมีย?...ตื่นตูม?)”

 

            เป็นห่วงแทบตาย...แถมยังทิ้งงานเพื่อกลับมาดูอาการบาดเจ็บของแม่ด้วยความเร่งรีบ  แต่สุดท้าย...คนเป็นลูกก็ได้รับคำบ่นและถูกชักสีหน้าใส่เป็นรางวัลตอบแทน  และคำว่า  ผัว  เมีย  ในประโยคที่ถูกบ่นเมื่อครู่ก็ทำให้จงอินรู้สึกงงอยู่พอสมควร  พร้อมกับพยายามตั้งสติที่เหมือนจะขาดๆหายๆเพราะยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองได้ยินมันอาจเป็นเพียงแค่การหูฝาด!!???

 

            “แม่หายดีแล้ว...จงอินไม่ต้องพาแม่ไปหาหมอเลยนะแม่ไม่อยากไป!!

 

            “แน่ใจนะครับแม่  แล้วเจ็บตรงไหนบ้างครับ...ไหนผมขอดูหน่อย?”

 

            “เอ๊ะ...จงอิน!!!  ก็แม่บอกว่าหายแล้ว  หายแล้ว  พูดไม่รู้เรื่องหรือไง

 

            “หงุดหงิดอะไรครับ...คุณนายคิม  จงอินขอโทษ  จงอินรักคุณนายนะครับ

 

            “ไม่ต้องมาอ้อน...ฉันมีลูกใหม่แล้ว!!!?  แกเตรียมตัวเป็นหมาหัวเน่าได้เลย

 

            “อ้าวแม่...ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ  แล้วลูกคนใหม่มันเป็นใครชื่ออะไร?”

 

            “ก็หนูเซฮุนไง...ลูกคนใหม่!!  กลับจีนคราวนี้...แม่จะเอาหนูเซฮุนกลับไปอยู่ด้วย  แกอยู่บ้างานไปเดียวก็แล้วกัน

 

            “ไม่ได้นะแม่  แม่จะเอาเซฮุนไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น  ผมไม่ยอม!!!!

 

            “หนูเซฮุนนนนน...ไปเลือกลิปสติกกับแม่ที่จีนหน่อยยยยยย!!!

 

            “โถ่...แม่!!!!!!!!!

 

            ไม่ฟังเสียงห้ามของลูกชายยังไม่พอ...ซองรยองยังทำเป็นเมินคำขอร้องกึ่งคำสั่งของจงอินโดยการตะโกนเรียกชื่อลูกคนใหม่อย่างนึกอยากแกล้งคนที่กำลังหน้าหงิกอยู่ในตอนนี้  แล้วเอนกายนอนลงบนโซฟาตามเดิมโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น  แม้กระทั่งการง้อทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของตระกูลคิม  ส่วนคนที่รีบกลับมาดูอาการบาดเจ็บของแม่ด้วยความเป็นห่วง  ก็ได้ไม่ได้รู้สึกโกรธไปกับสิ่งที่ผู้ปกครองพูดเลยสักนิดเพราะในชีวิตของเขา...ก็เหลือผู้หญิงคนนี้อยู่เพียงคนเดียวเช่นกัน

 

ต่างคน...ต่างสูญเสียคนที่ตัวเองรักไปแบบไม่มีวันกลับ  และการเหลือกันอยู่แค่สองคนแม่ลูก  มันก็ทำให้คนเป็นเจ้าของโรงแรม  รักหญิงเหล็กที่เป็นผู้บริหารธุรกิจของครอบครัวในสาขาจีนมากกว่าสิ่งใดในโลก

 

            คนเป็นลูก...สูญเสียบิดาไปแบบกะทันหัน  และต้องเข้ารับตำแหน่งเจ้าของโรงแรมแทนผู้ที่เสียชีวิตเพื่อสานต่อสิ่งที่ครอบครัวสร้างขึ้น  รวมถึงสูญเสียน้องสาวที่จากไปด้วยโรคประจำตัว  ส่วนคนเป็นแม่...ก็ต้องเสียสามีและเสียลูกสาวคนเล็กไปแบบไม่ทันได้ดูใจ  ทุกๆการสูญเสียมันนำมาซึ่งความโศกเศร้าจนซองรยองแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่  แต่...สิ่งที่ทำให้เธอกลับมาเข้มแข็งได้เหมือนเดิมก็คือลูกชายคนเดียวที่ช่วยกอบกู้ทั้งสภาพจิตใจและธุรกิจที่สามีเป็นคนสร้างขึ้นมาด้วยความรัก

 

            จงอินดีใจ...ที่แม่ยอมรับคนที่เขาเลือกให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเสียที  และคิดว่าอุปสรรคในความรักมันควรจะจบลงแค่นี้  เพราะคนอย่างเจ้าของโรงแรมจะไม่มีทางเปิดใจให้ใครอีกแล้วถ้าต้องผิดหวังในเรื่องเดิมซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง  การได้คนรักดีๆมาเป็นคู่ครองมันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขา  และคนที่ไม่สนเงินทองชื่อเสียง  คนที่กล้าเถียงเขาเมื่อทำผิด  คนที่ทนกับนิสัยเอาแต่ใจ  เจ้าอารมณ์  ขี้โมโหของคิมจงอินได้ก็คงมีแค่พนักงานจัดดอกไม้ชื่อโอเซฮุนเพียงคนเดียวเท่านั้น

 

และเจ้าของโรงแรม...ก็ไม่มีสิ่งใดตอบแทนความอดทนต่อนิสัยแย่ๆของตัวเองได้เท่ากับการมอบความรักที่มันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงให้กับคนที่เขาเลือกแล้วว่าจะรักตลอดไป

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

100%

แก้ไขเมื่อ 24/12/60

ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ  ขอบคุณคอมเม้นท์  ขอบคุณนักอ่านทุกคนมากๆค่ะ

แล้วจะเข้ามาแก้คำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #687 KHlulaby (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 10:14
    คุณแม่ใจอ่อนแล้วววว แถมชอบน้องไปอีก อุปสรรคหมดไปหนึงแล้วน้า
    #687
    0
  2. #625 noonakh (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:10
    คุมแม่แซ่บมากกกกก แม่ลูกเอาแต่ใจพอกันนนน่ารักกก
    #625
    0
  3. #568 /tl26&? (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 01:27
    ฮื่อ ในที่สุดคุณแม่ก็เปิดใจยอมรับเซฮุน หลังจากนี้จะมีแต่สิ่งดีๆ ใช่มั้ย ._.
    #568
    0
  4. #531 btoey44 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 01:37
    ในที่สุดดดดด ความดีชนะทุกสิ่ง เย้
    #531
    0
  5. #487 Jammie-Lee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 11:01
    คุณแม่ยอมรับแล้ววววววว
    #487
    0
  6. #427 Padcha.a (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 00:20
    จงอินนี่ใจร้อนไม่หายเลยอะ ไม่ฟังใครเลย ;__;
    #427
    0
  7. #256 ทับบี้คัสตาร์ด (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 15:30
    อ่าวเห้ย! ใครโดนยิงเนี่ยะ แล้วพีจงอินก็ไม่เคยคิดจะฟังเลย เป็นโรคขี้มโนไม่หายเลยนะ
    #256
    0
  8. #255 SPYU (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 14:54
    ไม่มีเหตุผลเลยจงอิน แล้วใครโดยยิ่งเนี้ย
    #255
    0
  9. #253 Mokara (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 11:52
    ความเห็นที่250...ถามว่าเราโกรธมั้ยที่เค้าคอมเม้นท์มาแบบนั้น ตอบเลยว่าไม่โกรธเลยและขอบคุณมากที่ช่วยสั่งสอน แต่เราก็ไม่รู้จะบอกความรู้สึกตอนที่อ่านคอมเม้นท์ของเค้าว่ายังไงดี จะโกรธก็ไม่ใช่จะนอยก็ไม่ใช่ เค้าบอกว่าเราบรรยายไม่ดีเราใช้คำว่า เซฮุนแบบนั้น จงอินแบบนี้เยอะไป อ่านแล้วไม่ลื้นไหลมันไม่สมูท คือเราอยากบอกว่าถ้าจะให้เราใช้คำพูดเหมือนไรท์คนอื่นๆแบบที่เค้าแนะนำมา เราว่าฟิคของเราก็ไม่ใช่ของเราหรือเปล่าเพราะไรท์เตอร์แต่ละคนก็จะมีวิธีเล่าเรื่องในแบบของตัวทั้งนั้น และจะให้เราแก้เพื่อให้อ่านง่ายขึ้นหรืออะไรก็แล้วแต่คือ...เราคิดว่าแก้อีกแล้วเหรอ?ฟิคเราเราจะต้องตามใจใครอีกแล้วเหรอ เราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้มั้ย? ติเราสอนเราไม่โกรธเลยนะแต่ไม่โอเคกับข้อความที่บอกว่ "ถ้าเป็นคนส่วนน้อยที่อ่านไม่เยอะแล้วแค่หาอ่านๆเราก็ว่าคงโอเคอยู่มั้ง555" คือข้อความนี้เราไม่ค่อยโอเคกับมัน คือคุณความเห็นที่250 จะอ่านฟิคมาเป็นร้อยๆเรื่องร้อยๆวงก็อ่านไปเถอะ แต่อย่าพาดพิงถึงนักอ่านคนอื่นเลย เราคิดว่าที่ทุกอ่านฟิคไม่ว่าจะวงไหนหรือเรื่องอะไรเราว่ามันก็มาจากความชอบทั้งนั้นใครจะอ่านฟิคเราเพื่อฆ่าเวลารอไรท์เตอร์คนโปรดอัพฟิคอันนี้ก็แล้วแต่ผู้อ่านอีกนั้นแหละ ทำงานอยู่บนพื้นฐานความชื่นชอบในจิตใจมนุษย์มันไม่มีถูกผิดจริงๆหรอก(เราคิดว่างั้นนะ) เราเป็นไรท์เตอร์หน้าใหม่นะเรารู้ว่าเรายังมีข้อบกพร่องอีกมากที่ต้องแก้ไข ถ้าคุณอยากอ่านอะไรที่มันดูเป็นมืออาชีพอ่านแล้วไม่สะดุดและไม่น่าเบื่อเหมือนฟิคของเรา คุณก็ไปรออ่านของไรท์ที่คุณชื่นชอบดีกว่ามั้ย? ....ติเพื่อก่ออันนี้เข้าใจได้ แต่ติเพื่อบั่นทอนกำลังใจคนอื่นเราว่ามันแบบ.....เฮ้อออออ แอบมีความท้อในหัวใจ
    #253
    0
  10. #252 tayoul2255 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 10:02
    ม่าเพิ่งจบไปม่าก้มาอีกล่ะ
    #252
    0
  11. #251 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 08:07
    มาต่อเดี๋ยวนี้นะ จงอินแกไม่ฟังน้องเลย หนีไปเลยฮุน โมโหแทนน
    #251
    0
  12. #248 Pinkdao (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 00:40
    ฮือๆๆๆ ปวดใจ
    #248
    0
  13. #247 Action!! (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 00:26
    พี่จงอินเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว ฮืออออ ปัง ปัง ปังงงง นี่เสียงปืนใช่มั๊ย ไม่เอาๆ
    #247
    0
  14. #246 มักเน่ไลน์94 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 23:59
    ฮืออออออะไรกันเนี่ยยยยยย พี่คริสนี่ไม่ได้ร้ายจริงๆใช่มั้ยพี่ไม่ได้วางแผนมาใช่มั้ย แงงงงอย่าทำแบบนี้สิ กลับไปคุยกับน้องให้รู้เรื่องเลยนะพี่จงอิน แล้ว-เสียงปังๆๆๆนั่นน่ะ... ไม่มีใครเป็นอะไรใช่มั้ย ;(
    #246
    0
  15. #245 I_pissamai (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 23:07
    อร๊าก ไรท์ค่ะ ได้โปรดไว้ชีวิตเราด้วย ด้วยการมาอัพต่อเถอะค่ะ จะตาย งือ เสียงปืน ปัง ปัง ใครยิ่งใคร ใครโดนยิ่ง อร๊ากกกก งือ ยังไงก็สู้ๆนะค่ะไรท์ ขอบคุณที่มาอัพให้ได้อ่านนะค่ะ
    #245
    0
  16. #244 Kannika Tankam (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 22:49
    อ่าวววว ใครมันคือผู้ไม่หวังดีคนนั่นนน เลวมากกก
    #244
    0
  17. #242 ibice (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 22:21
    ฮืออออออ จะไม่มีใครเป็นอะไรใช่ไหมคะ พี่จงอินกำลังเข้าใจน้องผิด ไปฟังน้องก่อนนนน ฮืออออออออออ
    #242
    0
  18. #241 My.idsehunie1810 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 22:07
    ฮืออออ ค้างงง ใครโดนยิงอ่ะ แง้ ลุ้นมากๆเลยย
    #241
    0
  19. #239 LOVE8894 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 21:53
    อารมณ์ค้างมากค้าาาาา
    มาต่อไวๆน้ะ ติดตามอยุ่ สู้ๆ
    #239
    0
  20. #237 june2546 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 21:49
    เกิดไรขึ้นนนน
    #237
    0