จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 19 : ❀ 19 (+Talk)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,924
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    3 พ.ย. 62









ดอกไม้ดอกที่  19


 

 

 

Gazania  Condominium  โซล

06.26 น.

 

            กลับมาถึงโซลในช่วงสายของเมื่อวานก็ต้องรีบเข้าไปเคลียร์งานกับเลขาที่โรงแรมต่อทันที  และเช้านี้...ก็ต้องตื่นเช้ากว่าปกติเพราะยังมีงานอยู่อีกมากรอให้คนเป็นเจ้าของโรงแรมเข้าไปตรวจสอบ  เปลือกตาของคนที่นั่งทำงานจนดึกเปิดขึ้นอย่างอยากลำบากเพราะกว่าจะได้นอนก็เกือบเป็นเวลาของวันใหม่  ร่างเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์และไร้ซึ่งสิ่งปกปิดส่วนน่าอายค่อยๆลุกขึ้นนั่งบนเตียงกว้างเพื่อเรียกสติ

 

แต่...แรงขยับจากอีกฟากฝั่งของที่นอนกลับดึงสติของเขาได้มากกว่าการนั่งยีหัวตัวเอง

 

            ร่างสวย...ที่ไม่มีเสื้อผ้าติดกายและมีเพียงผ้าห่มผืนโตปกปิดสะโพกกลมกลึงไว้แบบหมิ่นเหม่  มันไม่ได้ทำให้แค่สติของคนมองเท่านั้นที่ตื่น  แต่มันทำให้บางอย่าง...ที่เพิ่งใช้งานไปไม่กี่ชั่วโมงตื่นพร้อมที่จะใช้งานอีกครั้ง  เจ้าของกายสีน้ำผึ้งขยับตัวกลับขึ้นไปนอนบนเตียวกว้างและกอดคนช่างยั่วโดยได้ไม่ตั้งใจจากทางด้านหลัง  ปากหยักจูบซับไปตามแก้มนุ่ม  ลำคอ  หัวไหล่ไล่วนไปซ้ำๆอย่างนึกไม่ว่าตัวเองจะรักหรือเสพติดเจ้าของผิวเนียนนุ่มได้ถึงเพียงนี้

 

            “อืออออ...พี่จงอิน

 

            “ครับบบ...เด็กขี้เซา

 

จุ๊บบ!!

 

จุ๊บบ!!

 

            ทั้งเสียงจูบทั้งสัมผัส...ที่ถูกรบกวนจากคนที่นอนกอดอยู่ทางด้านหลัง  มันทำให้เซฮุนต้องพลิกกายเบี่ยงให้พ้นริมฝีปากคมพร้อมทั้งเอ่ยชื่อคนเอาแต่ใจเหมือนเป็นการปราม  และถ้าให้เปรียบร่างกายของตัวเองเป็นตุ๊กตายาง  เซฮุนก็คิดว่ามันน่าจะเสื่อมสภาพไปตั้งนานแล้วเพราะมันถูกใช้งานแทบทุกวันและระยะเวลาของการใช้งานในแต่ละครั้งก็นานจนสลบคาอกอยู่หลายครั้งหลายครา

 

            “อ๊ะ!!  พอแล้วครับพี่จงอิน...อย่าบีบ!!  เซฮุน...อื้มมม!!”  โดนมือหนาเค้นแรงลงบนความกลมกลึงจนต้องรีบส่งเสียงร้องห้ามและพยายามขยับกายหนี  แต่เหมือนทุกอย่างจะไม่เป็นผลเมื่อถูกปากคมหยักบดจูบพร้อมส่งลิ้นอุ้นชื้นกอบโกยความหวานโดยไม่ทันตั้งตัว

 

            “วันนี้เข้างานกี่โมงครับ?....ออกไปพร้อมพี่เลยไหม  พี่มีประชุมตอนแปดโมง!”  ถอนรอยจูบอย่างนึกเสียดาย  แต่มันก็จำเป็นเพราะถ้ายังนอนกอดนอนจูบคนน่าฟัดอยู่แบบนี้  มีหวังการประชุมคงต้องเลื่อนออกไปอีกสามหรือสี่ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

 

            “วันนี้เซฮุนหยุดครับ...พี่ฮีชอลให้หยุดเพิ่มอีกหนึ่งวัน”  กอดเจ้าของกายสีน้ำผึ้งน่าหลงใหลไว้แน่น  และตอบคำถามไปตามความจริง  แต่เหตุผลที่หัวหน้าแผนกสั่งให้หยุดมันคงพูดออกไปไม่ได้  เพราะเซฮุนไม่อยากทำให้คนรักรู้สึกลำบากใจเหมือนอย่างที่เขาเป็นอยู่

 

            “ลาออกเลยดีไหมครับ  เซฮุนจะได้ไม่ต้องคิดมาก  เมียคนเดียว...พี่เลี้ยงได้”  ไม่ต้องพูดอะไรมากไปกว่านี้  จงอินก็ทราบดีว่าคนในอ้อมอกกำลังรู้สึก  คิด  หรือกำลังกังวลกับเรื่องใด  และใช่ว่าไม่สนใจความรู้สึกของคนรัก  แต่ที่พาเซฮุนไปไหนมาไหนได้อย่างเปิดเผย ไม่ว่าจะเป็นที่โรงแรมสาขาเชจู  ที่สนามบินและตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ  จงอินก็ทำไปเพราะอยากให้เกียรติคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนกัน

 

            คำนินทามากมาย...ที่ได้ยินมากับหู  เห็นกับตาหรือคำซุบซิบนินทาที่คนเป็นเลขาคอยตักเตือนด้วยความเป็นห่วง  มันทำให้จงอินอยากพาคนรักออกไปไหนมาไหนมากขึ้นเพื่อลบคำดูถูกของใครต่อใคร  แต่...นิสัยของเซฮุนมันก็ไม่ต่างจากเขาสักเท่าไหร่  การชอบความเป็นส่วนตัว  การทำอาหารเองและนั่งทานอยู่ด้วยกันในคอนโดฯ  รวมถึงการไม่ออกงานสังคมถ้าไม่จำเป็น  ทุกๆอย่างคือสิ่งที่ทั้งเขาทั้งคนรักชอบมากที่สุด

 

ยิ่งเซฮุน...ก็ยิ่งเป็นคนที่ไม่ชอบออกไปไหนมาไหนและถูกจับไม้จับมือเดินควงแขนกันในที่สาธารณะ

 

            จงอินไม่เคยอาย...ที่คนรักของตัวเองเป็นแค่เด็กธรรมดาๆที่ไม่ได้มีหน้ามีตาในสังคม  หรือร่ำรวยเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่โต  และสิ่งที่เขาพยายามทำให้เซฮุนรู้สึกสบายใจมากขึ้นโดยการพาออกไปข้างนอกด้วยกันอย่างเปิดเผย  ก็เป็นสิ่งที่เจ้าของโรงแรมเต็มใจทำด้วยความรัก  แต่ดูเหมือนว่า...สิ่งที่ทำไปทั้งหมดมันจะไม่ได้ทำให้คนในอ้อมกอดตอนนี้รู้สึกคลายกังวลได้เลยสักนิด  เพราะน้ำเสียงที่เปล่งออกมาว่าหัวหน้าให้หยุดงานเพิ่ม  มันทำให้จงอินรู้ได้ทันทีว่าคนรักยังคงคิดมากอยู่เหมือนเดิม

 

            “ลาออกได้ยังไงครับ...เซฮุนชอบงานที่นี่  ชอบจัดดอกไม้  เซฮุนไม่มีทางลาออกแน่นอน

 

            “ชอบดอกไม้มากกว่า  ผัว”  ตัวเองอีกเหรอครับ!!?”

 

เพี๊ยะ!!!!

 

          อดไม่ได้...ที่จะฟาดมือลงบนแผ่นอกกว้างของคนที่พูดจาน่าอาย  เพราะคำบางคำมันก็ไม่สมควรเอ่ยกับผู้ชายอย่างเขา  ถึงแม้สิ่งที่พูดจะเป็นเรื่องจริง  แต่การใช้คำคำนั้นเปรียบเปรยกับสถานะที่เขาเป็นอยู่  มันก็ทำให้ทนฟังไม่ค่อยได้  และดี...ที่เจ้าของโรงแรมไม่เคยพูดแบบนี้ที่ไหนนอกจากเวลาที่อยู่ด้วยกันสองคน

 

            “พี่จงอินพูดไม่เพราะเลยนะครับ

 

            “ทำไมเวลาเขินแล้วชอบทำร้ายร่างกายพี่  หื้มม!

 

            “พอได้แล้วครับ...ห้ามจูบเลยยยย  เดี๋ยวพี่จงอินก็ไปประชุมไม่ทัน

 

            “งั้นตอบมาก่อน....ว่าระหว่างดอกไม้กับผะ..ผัว  เอ๊ย!!  พี่...เซฮุนชอบอะไรมากกว่ากัน

 

            “เซฮุนชอบดอกไม้ครับ  อ๊ะ!!  อย่าเพิ่งบีบสิครับพี่จงอิน  ฟังเซฮุนพูดให้จบก่อน

 

            “รีบๆพูดมาเลยยย...ก่อนจะโดนมากกว่าบีบ

 

            “เซฮุนชอบดอกไม้ครับ  แต่...รักพี่จงอิน  รัก  รัก  รัก  รักมากกกกก...ที่สุด

 

ฟอดดดดด!!

 

            “พี่ก็รักเซฮุนนะครับ...รักมากๆ  หวงมากๆ

 

            “ครับ...เซฮุนรู้  แล้วพี่จงอินก็ไม่ต้องคิดมากเรื่องอะไรทั้งนั้นนะครับ  เซฮุนทนได้  แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

 

            ตอบไม่ถูกใจ...ก็โดนมือหนาเค้นแรงใส่สะโพกอวบจนต้องเอ่ยปากห้าม  ตอบถูกใจก็โดนหอมจนแก้มยุบไปตามแรงกด  และเซฮุนก็ทำได้แค่ขยับกายหนีมือคนเจ้าเล่ห์ทั้งๆที่ไม่เคยชนะได้เลยสักครั้ง  ปากบางสีหวาน...จูบลงบนสันกรามคมของผู้ชายที่ตัวเองรักมากที่สุด  และทราบอยู่แก่ใจ  รู้อยู่เต็มอกว่าทุกๆการกระทำที่คนเป็นเจ้าของโรงแรมมอบให้มันเกิดจากความเป็นห่วง  ความรักและความหวังดี

 

เซฮุน...ไม่รู้จะตอบแทนสิ่งที่คนเอาแต่ใจคนนี้ทำให้ด้วยวิธีไหนถึงจะตอบแทนได้หมด  เพราะไม่ว่าเขาจะคิด  จะรู้สึก  หรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมากแค่ไหนก็ตาม  ผู้ชายที่ชื่อคิมจงอินก็คอยอยู่เคียงข้างเขาเสมอ  และสิ่งที่เซฮุนสามารถจะตอบแทนได้ดีที่สุดก็คงเป็น  รัก...รักผู้ชายคนนนี่ให้มากขึ้นทุกวัน

 

...

 

 

...

 

 

...

 

            กว่าจะได้อาบน้ำ...ก็เสียเวลาไปกับการกลั่นแกล้งร่างสวยอยู่นาน  แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากเกินไปกว่าการหอมแก้ม  การจูบและสัมผัส  เพราะสงสารคนรักที่ตอนนี้ตามเนื้อตามตัวมีแต่รอยช้ำสีแดงจากการถูกเขาประทับความมันเขี้ยวไว้ให้เต็มไปหมด  มือหนาคว้าเสื้อสูทมาพาดไว้ที่แขนเมื่อแต่งตัวเรียบร้อย  แล้วก้าวขาออกไปจากห้องนอนเพื่อตรงไปที่ห้องครัว

 

            เสื้อสูทสีเข้ม...ถูกพาดต่อไว้ที่เก้าอี้เมื่อคนเป็นเจ้าของหย่อนกายลงนั่งเพื่อทานอาหารเช้าที่คนรักกำลังเตรียมให้  ร่างสวยในผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้และในมือก็ถือจานกระเบื้องเคลือบเอาไว้  มันเป็นภาพที่เขาเห็นจนชินตาเพราะถ้าแม่ครัวประจำคอนโดฯไม่ได้เข้างานรอบเช้า  เจ้าตัวก็มักจะตื่นมาทำอาหารให้ทานเสมอ  แต่วันนี้มันมีภาพแปลกตาให้เห็นอยู่หนึ่งอย่างคือ...บนศีรษะของแม่ครัวมีเน็กไทสีแดงของเขาผูกเป็นโบว์เอาไว้  และมันก็เป็นภาพที่สามารถสร้างรอยยิ้มให้เกิดขึ้นบนหน้าคนเข้มได้อีกครั้ง

 

            “แต่งงานกันนะครับ...คุณแม่ครัว??”

 

            “อย่ามาพูดเล่นนะครับพี่จงอิน...เซฮุนไม่ขำ

 

            “........????!!

 

            ไม่มีความโรแมนติก  ไม่มีช่อดอกไม้  ไม่มีการคุกเข่า  ไม่มีการจุดพลุ  แต่...มันทำให้คนที่ยังอยู่ในสภาพสวมชุดนอน  ใส่ผ้ากันเปื้อน  ผูกเน็กไทสีแดงไว้บนหัวและยังไม่ได้อาบน้ำ  ต้องพยักหน้ารับเมื่อเห็นสายตาคมสบมองเหมือนเป็นการบอกว่า...สิ่งพูดออกไปเมื่อครู่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น 

 

            yes,I will. 

 

มันเป็นคำตอบ...ที่คนธรรมดาๆอย่างโอเซฮุนไม่เคยคิดมาก่อนเลยในชีวิตว่าจะได้พูดคำคำนี้กับใคร!! 

 

            มือบาง...วางจานกระเบื้องสีขาวที่มีอาหารเช้าง่ายๆอย่างเช่นแฮม  ไข่ดาว  ไส้กรอกลงบนโต๊ะ  แล้วกอดเจ้าของคำขอแต่งงานไว้แน่นโดยลืมไปเลยว่าสภาพของตัวเองมันไม่ควรเดินเข้าไปหาใครทั้งนั้นนอกจากห้องน้ำ  แต่ใช่ว่า...เจ้าของอ้อมกอดจะรังเกียจเพราะต่อให้คนรักไม่อาบน้ำหรือมีแต่กลิ่นอาหารติดตามร่างกายอยู่แบบนี้  จงอินก็อยากกอดเสมอ  กอดไม่ปล่อย  และจะกอดไปตลอดชีวิต

 

            “พี่สัญญา...ว่าพี่จะดูแลเซฮุนเป็นอย่างดี

 

            “ขอบคุณนะครับ...ขอบคุณ  ขอบคุณ  ขอบคุณ

 

            นึกคำไหนไม่ออกอีกแล้วนอกจากคำว่าขอบคุณ...มันคาดไม่ถึง  ตื้นตัน  มีความสุขและอีกหลายๆความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในหัวใจ  คนที่แทบไม่เหลือใครในชีวิตและมีเพียงเพื่อนรักตัวเล็กกับผู้มีพระคุณอย่างคุณลุงจีซบคอยช่วยเหลือ  กำลังกลายเป็นคนที่ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...นอกจากผู้ชายคนนี้คนเดียวเท่านั้น

 

            ไม่รู้ว่าการประชุมของคนเป็นเจ้าของโรงแรม...จะต้องถูกเลื่อนออกไปเหมือนอย่างที่คิดเอาไว้หรือเปล่า  เพราะตอนนี้...สูทสีเข้มที่ถูกพาดไว้บนเก้าอี้ก่อนจะหย่อนกายนั่งทานมื้อเช้า  มันได้ร่วงลงไปกองอยู่กับพื้น  พร้อมผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ที่ถูกถอดออกด้วยมือของหนุ่มผิวเข้ม  เสียงจูบ...ดังก้องไปทั่วห้องครัว  และมันก็เนิ้นนานจนทำให้ควันจางๆที่ลอยออกมาจากแก้วของเครื่องดื่มรสขมเริ่มหายไปกับบรรยากาศที่แสนหวาน  แต่........

 

Rrrr!!

 

Rrrr!!

 

Rrrr!!  

 

            “อื้มมม...พี่จงอิน  รับโทรศัพท์  อ๊ะ!!  หยุดก่อนครับ

 

            “เฮ้อออออ...!!

 

            มือหนา...จำเป็นต้องละจากความกลมกลึงที่เค้นคลึงด้วยแรงอารมณ์  พร้อมถอนรอยจูบออกจากริมฝีปากบางอย่างนึกหงุดหงิดใจก่อนล้วงเครื่องมือสื่อสารออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดรับสาย  ส่วนแม่ครัวประจำคอนโดฯ...ก็รีบลุกออกจากการนั่งคร่อมอยู่บนตักของคนรัก  แล้วคว้าผ้ากันเปื้อนที่ตกอยู่บนพื้นวิ่งเข้าไปในครัวเพื่อเก็บล้างภาชนะต่างๆที่วางทิ้งไว้ในอ่าง

 

            (คุณจงอินคะ!!  อีกครึ่งชั่วโมงการประชุมจะเริ่มแล้วค่ะ!!  ตอนนี้คุณจงอินอยู่ที่ไหนคะเนี่ยยย?)

 

            “อยู่คอนโดฯครับพี่เลขา...กำลังจะออกไปแล้วครับ

 

            (ให้เร็ว...เลยค่ะ!!!!)

 

            ไม่ได้กินทั้งมื้อเช้าทั้งคนทำอาหาร...เพราะถูกเวลาการประชุมเร่งให้ต้องรีบออกไปทำงานก่อนที่เลขาจะโทรมาตามอีกรอบ  คนเป็นเจ้าของโรงแรม...ยกกาแฟที่แสนจะเย็นชืดดื่มไปไม่กี่อึกก็ต้องรีบคว้าเสื้อสูทที่กองอยู่บนพื้น  แล้วเดินไปร่ำลาคนรักที่ยังวุ่นวายอยู่กับการเก็บล้างจานชามในครัว  ปากหยักพรมจูบไปทั่วใบหน้าเรียวสวยด้วยความรัก  เพราะตั้งแต่มีเซฮุนเข้ามาอยู่ในชีวิต  อะไรๆที่ดูหม่นหมองก็สดใสขึ้นและจากที่ไม่เคยเลิกงานเร็วก็แทบไม่อยากออกไปทำงาน

 

            “เย็นนี้อยู่รอพี่กลับมาทำมื้อค่ำด้วยกันนะครับ

 

            “พี่จงอินอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมครับ  เซฮุนจะได้ออกไปซื้อมาเตรียมไว้ให้

 

            “ไม่เป็นไรครับ...เดี๋ยวพี่ซื้อมาให้เอง

 

            “อย่าลืมทานข้าวด้วยนะครับ  ทานกาแฟอย่างเดียวมันไม่อิ่มหรอก

 

            “ครับบบบ...คุณภรรยา

 

            “ (>///<)

 

            เป็นห่วงคนเอาแต่ใจ...ที่เช้านี้ไม่ได้ทานอะไรเลยสักคำนอกจากการดื่มกาแฟไปเพียงครึ่งแก้ว  เพราะมัวแต่ทำอย่างอื่นจนเกือบไปทำงานสาย  ปกติ...เซฮุนจะทำอาหารเช้าให้จงอินทานเสมอถ้าวันนั้นต้องทำงานรอบบ่าย  แต่ถ้าตารางงานที่หัวหน้าแผนกจัดให้มันกลายเป็นรอบเช้า  คนรักก็ต้องฝากท้องไว้กับอาหารแช่แข็งไปก่อนหรือไม่ก็ทานขนมปังทาแยม  และไม่มีวันไหน...ที่จงอินไม่ทานอาหารที่เขาทำให้หรือต้องท้องว่างแล้วรีบออกไปทำงานเหมือนอย่างเช้านี้

 

แต่...ถ้าคุณเลขาไม่โทรเข้ามาขัดจังหวะ  คนที่จะถูกกินก็คงเป็นตัวเขา  ซึ่งก็ไม่ใช่อาหารเช้าอยู่ดี  ^-^)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

14.01 น.

 

วืดดดดดด!!!

 

            นอนหลับเอาแรงไปหลายชั่วโมง...ก็ลุกขึ้นมาทำความสะอาดห้องทำงานที่เจ้าของโรงแรมทำรกไว้เมื่อคืน  มือบางถือเครื่องดูดฝุ่นและเปิดๆปิดๆเครื่องอยู่หลายครั้ง  เพราะไม่ว่าจะมองไปตรงส่วนไหนของห้องก็มีแต่ฝุ่นเต็มไปหมด  หนังสือ  เอกสาร  แฟ้มงาน  ถูกวางไว้เกลื่อนทั้งบนโต๊ะและพื้นพรม  เซฮุนไม่อยากจะเชื่อ...ว่าการเดินทางไปเชจูเพียงไม่กี่วันมันจะทำให้ห้องรกได้ถึงขนาดนี้  และคนบ้างานเมื่อคืนก็เป็นต้นเหตุของความสกปรกทั้งหมด

 

            เมื่อเช้าเพิ่งเป็นแม่ครัว...แต่ตอนนี้ก็ต้องกลายมาเป็นพนักงานทำความสะอาด  และคิดว่าคงต้องอาบน้ำใหม่อีกรอบเพราะตามเนื้อตามตัวมันมีแต่ฝุ่น  เหงื่อยก็ออกเต็มแผ่นหลัง  แล้วก็เริ่มเหม็นน้ำเน่าที่กำลังจะเดินเอามาทิ้งในห้องครัวและคงต้องออกไปซื้อดอกกุหลาบสีขาวที่ร้านข้างๆคอนโดฯมาแทนของเก่าที่เริ่มร่วงโรย  เซฮุนใช้มือข้างหนึ่งกำดอกไม้ที่แทบไม่เหลือกลีบดอกอยู่บนก้านใส่ถุงขยะ  ส่วนอีกมือ...ก็จับแจกันแก้วทรงสูงเอาไว้ด้วยความระมัดระวัง

 

♪♫.....ติ๊งต่อง  ติ๊งต่อง...♫♪...

 

            เสียงกริ่งหน้าประตูห้องชุดสุดหรูในยามบ่าย...ทำให้คนที่กำลังล้างแจกันแก้วด้วยความระมัดระวังต้องรีบละมือจากสิ่งที่ทำอยู่และเดินไปที่ต้นเสียง  เพราะคิดว่า...คนเป็นเจ้าของห้องคงต้องหาเรื่องมาแกล้งกันอีกแน่ๆ  ประชุมเสร็จก็รีบกลับมาที่นี่อย่างนั้นใช่ไหมคีย์การ์ดก็มีทำไมไม่เปิดประตูเข้ามาเหมือนอย่างที่เคยหรือว่า...จะทำการ์ดหาย??!

 

            คิดไปต่างๆนานาเหมือนจะเข้าข้างตัวเอง  แต่...คนที่จะขึ้นมาที่นี่ได้ก็คงมีแต่เขาและคนเป็นเจ้าของคอนโดฯเท่านั้น  รวมถึง...วิศวกรประจำโรงแรมอีกคน  มือบางคว้าสิ่งที่พอจะมัดผมที่ตอนนี้เริ่มยาวจนหน้ารำคาญ  และเมื่อเช้าก็ต้องเอาเน็กไทของคนรักมาคาดศีรษะเอาไว้เพราะทำอาหารไม่ถนัด  เซฮุนรวบผมด้านหน้าขึ้นเหมือนน้ำพุ  แล้วมัดด้วยเชือกที่แกะออกมาจากถุงขนมหวานบนเคาน์เตอร์ในห้องครัวและรีบเดินมาเปิดประตูห้องทันที

 

แกร๊กกก!!

 

            และสิ่งที่คิด...ก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับภาพที่จินตนาการเอาไว้ในหัว  เพราะคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องทั้งสองคนกลับเป็นหญิงสูงอายุที่แต่งตัวดูภูมิฐานและสง่างาม  ส่วนอีกคนยังเป็นเด็กสาวที่มีใบหน้าน่ารัก  ผมของเธอยาวตรงและส่งยิ้มที่แสนจะขี้เล่นมาให้อย่างเป็นมิตร

 

            “สวัสดีครับ...มาหาใครเหรอครับ”  ถ้าผู้หญิงสองคนตรงหน้าเป็นโจร  เซฮุนคงถูกฆ่าตายไปแล้ว  เพราะไม่ทันได้ส่องตาแมวก่อนที่จะเปิดประตู  แต่ไหนๆก็ทำไปแล้ว  เจ้าตัวจึงต้องกล่าวทักทายและโค้งตัวให้อย่างสุภาพก่อนเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัย

 

            “ฉันมาหาลูกชาย...ตอนนี้เขาอยู่ในห้องหรือเปล่า  หรือว่าออกไปทำงาน??”  ตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ...แต่สายตากลับมองคนที่มาเปิดประตูให้ด้วยความประหลาดใจ  เพราะทั้งการแต่งตัว  ทั้งทรงผม  และตามเนื้อตัวก็มีแต่เหงื่อชุมไปทั้งร่าง  มันกำลังทำให้คนที่เดินทางมาหาลูกชายเป็นครั้งแรกในรอบหกเดือน...รู้สึกไม่อยากเข้าใกล้

 



 


            คิม ซองรยอง  เป็นผู้บริหารโรงแรมของตระกูลคิมในสาขาจีน  และวันนี้ก็เดินทางมาที่โซลเพื่อเซอร์ไพรส์ลูกชายที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานหลายเดือน  แต่เมื่อมาถึง...กลับพบคนที่เธอคิดว่าน่าจะเป็นพนักงานทำความสะอาดเป็นคนมาเปิดประตูให้เพราะดูจากการแต่งตัว  รวมถึงสภาพที่ดูมอมแมมมีเหงื่อท่วมกาย  มันก็คงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากคนที่ลูกชายจ้างให้มาทำหน้าที่เก็บความเรียบร้อยที่ห้องพักของคอนโดฯแห่งนี้

 

แต่...เมื่อมองไปบนลำคอของเด็กหนุ่มที่ตอนนี้ยืนนิ่งเหมือนสมองไม่สั่งงาน  มันเริ่มทำให้คนเป็นแม่ต้องคิดทบทวนสิ่งที่มั่นใจเมื่อครู่อีกครั้ง  เพราะสร้อย...ที่ทำจากทองคำขาวและมีจี้รูปดอกทิวลิปฝังเพชรเม็ดเล็กๆสีแดงเส้นนั้น  มันดูแพงเกินกว่าค่าจ้างของพนักงานทำความสะอาดจะซื้อใส่เองได้

 

            สายตาคมไม่แพ้คนเป็นลูกชาย...จ้องสิ่งที่ไม่คิดว่าคนอย่างเด็กหนุ่มคนนี้จะซื้อได้  สลับกับมองใบหน้าเจ้าของสร้อยคอเส้นสวยอย่างนึกจับผิด  ซองรยองคิดทบทวนสิ่งที่เห็นซ้ำๆ  และมันก็คิดไปเป็นอื่นไม่ได้จริงๆนอกจากการเป็นเด็กใหม่...ที่ลูกชายของเธอคงถูกใจแค่ชั่วครั้งชั่วคราว  แล้วอาจอ้อนให้ซื้อของขวัญราคาแพงๆเพื่อแลกกับความสุขทางกาย

 

            ซองรยองไม่เคยห้าม...เรื่องที่ลูกชายชอบหาความสุขใส่ตัวไปตามประสาคนโสด  เธอเข้าใจดีว่าลูกชายของเธอโตพอที่จะคบหาใครก็ได้  และคงไม่โดนหลอกเหมือนที่ผ่านๆมา  แต่ด้วยความเป็นแม่...มันก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี  เพราะถ้าจงอินไปคว้าคนที่หวังแต่ชื่อเสียง  หวังความสบาย  หวังหน้าตาทางสังคมมายืนอยู่ข้างกาย  ซองรยองก็คงต้องหาวิธีปราบเหมือนอย่างที่เคย  และจะไม่มีวันให้ใครมาทำร้ายความรู้สึกของลูกได้อีกเด็ดขาด

 

            ส่วนเรื่องสำคัญ...ที่คนเป็นแม่ต้องรีบเดินทางมาที่นี่แบบกะทันหัน  ก็เป็นเพราะอยากเห็นหน้าพนักงานจัดดอกไม้ที่มีข่าวหนาหูว่ากำลังคบอยู่กับลูกชายของเธออย่างออกหน้าออกตา  และดี...ที่ข่าวที่ซองรยองได้ยินข้ามน้ำข้ามประเทศมาทั้งหมด  มันยังไม่ลงหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์หรือมีภาพออกมายืนยันให้เป็นที่ซุบซิบนินทามากกว่าแค่ในโรงแรม  และคนเป็นแม่...ที่มีผู้สืบสกุลเหลืออยู่เพียงคนเดียวก็ยังไม่เห็นประวัติ  รวมถึงข้อมูลของพนักงานจัดดอกไม้ในโรงแรมสาขาโซล  เพราะเธออยากมาเห็นด้วยตาตัวเองโดยไม่ให้ใครได้ทันตั้งตัวทั้งนั้นแม้แต่ลูกชายของเธอเอง  และสิ่งที่รู้มาเพียงอย่างเดียวก็คือ...ชื่อ

 

            ซองรยองยอมรับ...ว่าเธอห่วงเรื่องหน้าตาทางสังคมมากอยู่พอสมควร  แต่ก็ใช่ว่าจะดูถูกคนที่มีฐานะด้อยกว่า  เพราะถ้าคนคนนั้นเป็นคนดี  รักลูกชายของเธอด้วยใจจริง  และพร้อมที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับความสำเร็จหรือความล้มเหลวของตระกูลคิม  ซองรยองก็ยินดีที่จะรับใครคนนั้นเข้ามาเป็นสะใภ้และจะพาไปเปิดตัวให้คนในสังคมได้ชื่นชมอย่างสมเกียรติ

 

และ...พนักงานจัดดอกไม้ที่ชื่อเซฮุน  จะมีเกียรติพอที่จะยืนเคียงข้างลูกชายของเธอหรือเปล่า?

 

            “ชะ...เชิญเข้ามาข้างในก่อนครับ”  พยายามตั้งสติอยู่นาน  และเมื่อยอมรับความจริงกับสิ่งที่ได้ยินจนแน่แก่ใจ  เซฮุนก็รีบโค้งตัวให้แขกคนสำคัญอย่างสุภาพอีกครั้ง  พร้อมผายมือเพื่อเชิญให้คนทั้งคู่เข้ามาในห้อง

 

            “เธอเป็นพนักงานทำความสะอาดห้องของลูกชายฉันใช่ไหมหรือว่า...ทำหน้าที่อื่นด้วย?”  เดินเข้ามาที่ห้องนั่งเล่น  และหย่อนกายลงบนโซฟาตัวใหญ่  พร้อมเอ่ยคำถามที่ทำให้เด็กผู้ชายตรงหน้าถึงกับไม่กล้าสบตา

 

            “เป็นคนทำความสะอาดอย่างเดียวครับ  พะ...พี่!!!  คุณจงอินจ้างให้มาทำงานอาทิตย์ละสองวันครับ”  รีบคุกเข่าลงกับพื้น  แล้วตอบคำถามที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันคือการโกหก  เพราะถ้าให้พูดความจริงออกไปว่าตัวเองเป็นอะไรหรือทำหน้าที่อะไรบ้างในห้องนี้ ก็คงเป็นการเสียมารยาทมากที่สุด  และเซฮุนก็จะไม่มีวันทำแบบนั้นเด็ดขาด

 

            “อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ...แต่ฉันขอถามอะไรหน่อยเถอะ  สร้อยที่อยู่บนคอของเธอน่ะ...ใครซื้อให้??  หรือว่าาา...ซื้อเอง?”  ไม่อยากตัดสินใคร...จากการคาดเดาของตัวเองหรือจากความมีเสน่ห์ของลูกชาย  ซองรยองจึงถามออกไปโดยไม่ได้นึกว่ามันอาจเป็นเรื่องส่วนตัวที่เซฮุนไม่จำเป็นต้องตอบ

 

            “คุณแม่กับคุณพ่อให้ผมไว้ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตครับ”  โกหกหน้าตายเพื่อหาทางรอดให้ชีวิต  เพราะถ้าบอกว่าซื้อเอง...คนอย่างคุณแม่เจ้าของโรงแรมก็คงมองออกว่าพนักงานทำความสะอาดอย่างเขาคงไม่มีปัญญาซื้อ

 

            “แล้วมาทำงานที่นี่นานแล้วเหรอลูกชายของฉันถึงไว้ใจทิ้งห้องให้เธอทำนั่นทำนี่อยู่คนเดียวแบบนี้?”  ซองรยองทราบดี...ว่าปกติลูกชายของเธอจะต้องอยู่ในห้องด้วยเสมอถ้าวันไหนมีคนเข้ามาทำความสะอาดที่คอนโดฯ  เพราะจงอิน...ไม่เคยไว้ใจคนอื่นนอกจากเพื่อนที่เป็นวิศวกรประจำโรงแรม

 

            “ก็หลายเดือนแล้วครับ...แล้วที่คุณจงอินไว้ใจก็คงเป็นเพราะผมทำงานอยู่ที่โรงแรมด้วยครับ  แล้วถ้าผมโกงหรือขโมยของในห้องนี้ไปขาย  ประวัติในใบสมัครที่โรงแรมก็คงทำให้คุณจงอินหาตัวผมได้ไม่ยาก”  ตอบคำถามไปตามความจริง  และเข้าใจในสิ่งที่ซองรยองสงสัยเพราะเซฮุนก็เคยทำงานแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง  และทุกครั้ง...คนว่าจ้างก็ต้องอยู่ในห้องหรือในบ้านด้วยเสมอเพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สิน

 

แต่...มันก็เป็นเรื่องโกหกอีกหนึ่งเรื่องหรือในอีกหลายๆเรื่องของวันนี้ที่ต้องพูดให้แม่เจ้าของโรงแรมได้รับทราบ  เพราะความจริงบางอย่างมันมีผลต่อความรู้สึกของคนฟังและของตัวเขาเอง

 

            “อะไรนะ??!...เธอทำงานในโรงแรมของลูกชายฉันด้วยเหรอขยันจัง?”

 

            “ครับ...ผมทำงานที่โรงแรมทุกวัน  แล้วถ้าวันไหนเลิกงานเร็วหรือเป็นวันหยุด  ผมก็จะเข้ามาทำความสะอาดที่คอนโดฯของคุณจงอินครับ

 

            “แล้วทำงานอยู่แผนกอะไรล่ะ...เผื่อฉันอาจจะพิจารณาเลื่อนตำแหน่งให้  ไหนเธอลองแนะนำตัวให้ฉันฟังหน่อยซิ?!

 

            “ครับ...ผมชื่อ โอ  ซะ...เซ

 

เพล้งงงงงงง!!!!!

 

          ยังไม่ทันได้แนะนำตัว...เสียงบางอย่างที่ดังออกมาจากห้องครัวก็ทำให้ทั้งซองรยองทั้งเซฮุนต้องหันไปมองที่ต้นเสียงทันทีด้วยความตกใจ  และก็มีหญิงสาว...ที่แม่เจ้าของโรงแรมพามาด้วยวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องนั่งเล่น  เพราะก่อนหน้านั้นเธอเอาแต่เดินไปเดินมาชมความงามของห้องชุดสุดหรูอย่างเพลิดเพลินตาจนไม่ได้สนใจผู้ใหญ่ที่มาด้วยกัน

 

            “คุณน้าาาา!!!...เยริ  ทำแก้วในห้องครัวแตกค่ะ  พี่จงอินจะว่าเยริไหมคะ?”

 

            “กล้าว่า  คู่หมั้น  ก็ลองดูสิ!!

 

            (..........!!!!!!!!!!!!!)

 

                เป็นเสียงพูดคุย...ที่ทำให้คนนอกอย่างเซฮุนหูดับไปในทันที  เพราะไม่คิดว่าเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก  ดูแสนซน  ทะเล้น  และเอาแต่วิ่งเล่นไปทั่วห้องจะเป็นคู่หมั้นที่คนเป็นแม่พามาหาลูกชายถึงที่นี่  เซฮุนพยายามตั้งสติอีกครั้งและขอตัวไปเก็บกวาดของที่แตกในห้องครัว  รวมถึงขอนุญาตผู้ใหญ่ไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนที่ความสับสน  ความอึดอัด  ความเสียใจจะไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

16.02 น.

 

            คู่หมั้น คู่หมั้น คู่หมั้น  คำคำนี้วนเวียนอยู่ในหัวของคนคิดมากมาตั้งแต่ขออนุญาตกลับเข้ามาล้างเนื้อล้างตัวในห้องน้ำ  แล้วตอนนี้...เซฮุนควรทำอะไรระหว่างการต้องอยู่รับแขกคนสำคัญทั้งสองคนหรือต้องกลับอพาร์ทเม้นของตัวเองเหมือนอย่างที่พนักงานทำความสะอาดควรทำเมื่อเสร็จงานของตนเอง  ร่างสวยในเสื้อผ้าชุดใหม่...ยืนกระสับกระส่ายอยู่หน้ากระจกเพราะคิดไม่ออกว่าตัวเองควรทำเช่นไรในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดแบบนี้

 

            จะให้กลับอพาร์ทเม้น...แล้วทิ้งแขกทั้งสองคนไว้เพียงลำพังก็ดูเป็นการเสียมารยาท  จะให้เชิญแขกคนสำคัญไปรอลูกชายที่โรงแรมก็ยิ่งเสียมารยาทไปกันใหญ่  แถมยังต้องรอคนที่ออกคำสั่งไว้ว่าจะกลับมาทำมื้อค่ำด้วยกันอีก  คนคิดไม่ตก...ยืนทำใจ  ตั้งสติ  และพยายามหาทางออกให้ชีวิตจนสุดท้ายก็ตัดสินใจออกไปเผชิญความจริงที่หาทางเลี่ยงเช่นไรต้องเจอ

 

            ขาเรียวยาวในกางเกงทรงสุภาพสีเข้ม...ก้าวออกมาจากห้องนอนอีกครั้ง  แล้วเดินตรงไปที่ห้องนั่งเล่นด้วยหัวใจที่ยังไม่เต็มร้อย  และสิ่งแรกที่เซฮุนคิดว่าตัวเองได้ทำเรื่องเสียมารยาทไปแล้วนั่นก็คือ  เขายังไม่ได้หาของว่างหรือชากาแฟให้แขกคนสำคัญทานเลยสักอย่าง  และเป็นเพราะตั้งแต่เชิญคนทั้งคู่ให้เข้ามารอเจ้าของโรงแรมในห้อง  เขาก็ถูกซองรยองซักถามถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้จนถึงเรื่องที่คนเป็นคู่หมั้นทำแจกันแตกในห้องครัว

 

            “ขอโทษนะครับเอ่ออ...คุณผู้หญิงกับคุณเยริจะรับเครื่องดื่มอะไรดีครับ

 

            “เยริหิวค่ะคุณน้า  เราออกไปหาอะไรทานข้างนอกกันเถอะค่ะหรือจะไปทานที่โรงแรมพี่จงอิน??”

 

            ไม่ได้รับคำตอบอะไรกลับมาสักอย่าง...เพราะคนเป็นคู่หมั้นเอาแต่บ่นว่าหิว ๆ ๆ  พร้อมกดรีโมททีวีเปลี่ยนดูช่องนั้นช่องนี้เหมือนไม่ถูกใจรายการที่กำลังออกอากาศอยู่เลยสักช่อง  เซฮุนกล้าไม่ถามหรือพูดแทรกบทสนทนาระหว่างแขกคนสำคัญทั้งสองคน  และก้าวขาออกไปจากห้องนั่งเล่นเพื่อไปทำเครื่องดื่มรวมถึงหาของว่างมาต้อนรับ

 

แต่...ยังไม่ทันได้เดินออกไปไหนก็ถูกเสียงของคนเป็นแม่เอ่ยทักจนต้องเดินกลับเข้ามานั่งคุกเข่าลงที่พื้นเพื่อรับคำสั่ง

 

            “เธอทำอาหารเป็นไหมทำอะไรก็ได้ง่ายๆ  ให้ฉันกับหนูเยริทานหน่อยสิ?”

 

            “ทำเป็นครับ  แต่เกรงว่าจะไม่ถูกปากคุณผู้หญิง

 

            “ฉันไม่ใช่คนเรื่องมากขนาดนั้น  จะอะไรก็ทานได้หมดนั้นแหละ  แต่ขอเป็นอาหารเกาหลีนะ  ฉันเบื่ออาหารจีนจะแย่อยู่แล้ว

 

            “ครับๆ...ได้ครับ  รอสักครู่นะครับ  แล้ว...เอ่อออ

 

            “มีอะไรก็พูดมา...อ้ำๆอึ้งๆอยู่ได้!!

 

            “คือ...คุณผู้หญิงกับคุณเยริแพ้อาหารอะไรบ้างหรือเปล่าครับ??

 

            เรื่องทำอาหาร...ไม่ใช่สิ่งที่เซฮุนกังวลเพราะทำบ่อยจนชำนาญ  แต่จะถูกปากคนอย่างคุณแม่เจ้าของโรงแรมหรือไม่...แม่ครัวประจำคอนโดฯก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นัก  และเมื่อได้คำตอบของเรื่องที่ถามออกไปเมื่อครู่  เซฮุนก็รีบเดินไปที่ห้แงครัว  แล้วรื้อวัตถุดิบต่างๆที่มีอยู่ในตู้เย็นออกมาดูว่ามันจะกลายเป็นเมนูอะไรได้บ้างสำหรับอาหารมื้อนี้

 

            (รอบคอบดีเหมือนกันหนิ!!)

 

            เป็นสิ่งที่คนเดินทางเซอร์ไพร์สลูกชายคิดอยู่ในใจ...เพราะตัวเธอไม่แพ้อะไรทั้งนั้น  แต่เด็กสาวที่พามาด้วยแพ้อาหารทะเลอย่างเช่นกุ้งและปลาหมึก  ใจหนึ่งของซองรยองก็ยังไม่ค่อยเชื่อว่าเด็กหนุ่มที่ตอนนี้กำลังทำหน้าที่เป็นพ่อครัว  เป็นแค่พนักงานทำความสะอาดธรรมดาๆที่ลูกชายของเธอจ้างเอาไว้  เพราะถึงจงอินจะไว้ใจให้คนแปลกหน้าเข้ามาทำความสะอาดในคอนโดฯโดยไม่ต้องอยู่เฝ้าเหมือนกับพนักงานคนเก่า  แต่...การให้สิทธิ์พนักงานใหม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างไม่ถือสาหาความ  ก็คงเป็นเรื่องที่ดูจะใจดีมากเกินไปแถมเสื้อผ้าที่เด็กหนุ่มคนนี้ใส่อยู่ก็ราคามไม่ใช่น้อยๆ

 

...

 

 

...

 

 

...

 

            “โอ้โหหหหห...น่าทานมากเลยค่ะคุณน้า!!

 

            “ลองทานดูก่อน  ไม่รู้ว่าจะอร่อยเหมือนที่เห็นหรือเปล่า??”

 

            “อร่อยยยย...ค่ะ!!!!

 

            คนเป็นคู่หมั้น...ยังคงยิ้มแย้มเหมือนอย่างที่เห็นครั้งแรกที่หน้าประตูห้อง  และออกปากชมว่าอาหารมื้อนี้อร่อยที่สุด  แก้มสีแดงระเรื่อ...บวมขึ้นจากการตักเนื้อเข้าปากคำใหญ่  แล้วตามซุปกิมจิที่มีทั้งเต้าหู้และผักต่างๆเป็นส่วนผสม  แต่คนที่นั่งทานไปอย่างเงียบๆและยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวก็คือเจ้าของคำสั่งที่บอกว่าอยากทานอาหารเกาหลีเพราะเบื่ออาหารจีน 

 

            แม่ครัวประจำคอนโดฯ...เดินไปที่ตู้เย็นอีกครั้งเพื่อหยิบผลไม้ขึ้นมาจัดใส่จาน  เพราะจะเสิร์ฟเป็นเมนูถัดไปเมื่อแขกคนสำคัญทานของคาวเรียบร้อย  เสียงทีวี...ที่ตอนนี้มันดังออกมาจนคนที่อยู่ในครัวได้ยินและรู้ว่ามันคือรายการอะไร  เพราะทั้งเสียงพิธีกร  ทั้งเสียงของผู้ร่วมรายการ  มันทำให้เซฮุนเดาได้ไม่ยากว่านั่นคือรายการเกมโชว์  มือบางเรียงลูกแพรที่ปอกเสร็จแล้วใส่ในภาชนะที่ทำจากเซรามิกเนื้อดีแล้วเดินถือออกมาจากห้องครัวทันที  แต่........

 

แกร๊กกก!!!

 

            “เซฮุนนนนนนน...พี่กลับมาแล้วววว!!!  เซฮุนทำอะไรอยู่ครับบบบบ!!!!

 

เพล้งงงงงง!!

 

            เหมือนเป็นวันที่มีแต่ความเสียหาย  เพราะเสียงทุ้ม...ที่ตะโกนเหมือนกำลังดีใจอะไรสักอย่างดังอยู่หน้าห้อง  มันทำให้เจ้าของชื่อตกใจจนทำจานเซรามิกที่มีผลไม้วางอยู่ในนั้นหล่นลงมากแตก  และ...ไม่ได้มีแค่เซฮุนเท่านั้นที่ตกใจ  เพราะตอนนี้...แขกคนสำคัญที่นั่งรอลูกชายอยู่นานสองนานก็รีบวิ่งออกมาดูที่ต้นเสียงเช่นกัน  ทั้งเสียงปิดประตู  ทั้งเสียงเรียกชื่อ  ทั้งเสียงของแตก  มันทำให้คนเป็นแม่ต้องรีบลุกออกมาจากห้องนั่งเล่นเพื่อให้เห็นกับตาว่าสิ่งที่ได้ยินมันไม่ใช่แค่อาการหูฝาด!!

 

            “คุณจงอินปล่อยผมก่อนครับ  เดี๋ยวเศษแก้วบาดเท้า

 

            “เซฮุนเป็นอะไรครับ  โกรธอะไรพี่หรือเปล่า!!???”

 

            “ปล่อยผมเถอะครับ  ผมขอร้อง!!

 

            การแสดงท่าทางเหมือนรังเกียจ  และเรียกคนที่รีบกลับมาจากทำงานด้วยคำว่า  คุณ  มันทำให้เจ้าของโรงแรมอดสงสัยและเป็นห่วงไม่ได้  รวมถึงไม่ชอบสิ่งที่คนในอ้อมกอดทำเลยสักนิด  ร่างกายที่แข็งแรงกว่า...พยายามเบี่ยงตัวหลบเศษแก้วที่แตกอยู่บนพื้น  เพราะเกรงว่าจะบาดเท้าคนที่ยังดิ้นไปดิ้นมาเพื่อให้หลุดออกจากอ้อมแขนและยังเรียกเขาด้วยคำว่าคุณ  คุณ  คุณ...ไม่หยุดปาก

 

และภาพ...ที่คนเป็นแม่เห็นอยู่ตรงหน้าก็เป็นตัวตัดสินความไม่แน่ใจที่เธอคิดมาทั้งหมดได้ในทันทีว่าเด็กผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่พนักงานทำความสะอาด  ไม่ใช่พ่อครัวและไม่ใช่พนักงานในโรงแรมทั่วไป  แต่เป็นคนที่ทำให้เธอต้องรีบเดินทางมาที่เกาหลีแบบกะทันหันเพราะอยากเห็นหน้าพนักงานจัดดอกไม้ที่ชื่อเซฮุน!!

 

            “จงอิน!!!....ปล่อยเด็กคนนั้นเดี๋ยวนี้  แม่บอกให้ปล่อย!!!

 

            “แม่!!!  แม่มาได้ยังไงครับ!?  แล้วทำไมไม่โทรมาบอกผมก่อน

 

            “ถ้าโทรมาบอก...แม่ก็คงไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้น่ะสิ!!!

 

            คน...ที่รีบเดินทางกลับมาที่คอนโดฯเมื่อการประชุมสิ้นสุดลง  และหวังจะได้ดินเนอร์ใต้แสงเทียนพร้อมสวมแหวนหมั้นเพื่อจองคนรักเอาไว้ก่อนจะถึงวันแต่งงาน  มองหน้าผู้เป็นแม่ในแบบที่ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง  เพราะมันทำให้เซอร์ไพร์สที่เขาคิดไว้ทั้งหมดพังครืนลงมาเหมือนโรงแรมราคาถูกที่สร้างไม่ได้มาตรฐาน

 

            มันคือความคิด...ที่คิมจงอินเพิ่งนึกออกเพราะหลังจากขอเซฮุนแต่งงานเมื่อเช้า  เขาก็รีบสั่งให้คนเป็นเลขาหาแบบแหวนจากร้านขายจิวเวอร์รี่มาให้เลือก  พร้อมสั่งซื้อทันทีเมื่อได้แบบที่ถูกใจ  แต่พอเดินทางมาถึงห้อง...กลับเจอสิ่งที่เซอร์ไพร์สกว่ายืนทำหน้าตึงเหมือนโกรธลูกชายมาเป็นร้อยร้อยชาติ

 

            “แล้วแม่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ  ใครมาส่ง?”

 

            “ไปคุยกับแม่ที่ห้อง  แล้วก็ปล่อยตัวพนักงานทำความสะอาดได้แล้ว  แก้วแตกเกลื่อนพื้นขนาดนี้เดี๋ยวก็บาดเท้าจนได้

 

            “อะไรนะแม่??...พนักงานทำความสะอาด??!

 

            “ก็เด็กนั่น...เป็นพนักงานทำความสะอาดไม่ใช่เหรอ!!?  เค้าบอกแม่เองว่าลูกเป็นคนจ้างให้มาทำงานที่นี่อาทิตย์ละสองวัน  แต่ถ้าไม่ใช่...แล้วจะเป็นอะไรล่ะเพื่อนหรือวะ...ว่า

 

            “เมียครับแม่....เซฮุนเป็นเมียผม

 

            ไม่แปลกใจเลย...ที่ได้ยินลูกชายของตัวเองพูดออกมาแบบนั้น  เพราะสิ่งที่คนเป็นแม่คิดไว้มันไม่ได้ต่างไปจากครั้งแรกเลยแม้แต่น้อย  ทั้งสร้อยคอ  ทั้งการแต่งการ  ทั้งความไว้ใจที่สามารถทำความสะอาดคอนโดฯราคาแพงห้องนี้ได้โดยไม่ต้องมีใครเฝ้า  ทุกๆอย่างมันขัดแย้งกับสิ่งที่คนในอ้อมกอดของลูกชายตอนนี้บอกมาทั้งหมด

 

แต่...สิ่งที่ทำให้คนเป็นแม่คาดไม่ถึงก็คือ  การที่จงอินกล้าพูดออกมาตรงๆว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นใครหรือมีความสัมพันธ์กันไปถึงขั้นที่เรียกว่าเมียออกมาจากปากได้ง่ายๆ

 

            แล้วก็เป็นคนถูกกอดต่างหาก...ที่ตกใจกับสิ่งที่ได้ยินเพราะไม่คิดว่าจงอินจะกล้าพูดคำคำนี้ออกมาต่อหน้าคนเป็นแม่  ความอึดอัดและความกระอักกระอ่วนใจเกิดขึ้นทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองโดนจับได้ในเรื่องที่โกหก  แถมคำว่าเมีย...ที่เจ้าของโรงแรมพูดขึ้นเมื่อครู่ก็ยังทำให้คนเป็นคู่หมั้นถึงกับยกมือขึ้นมาปิดปาก  ทำตาโตและมองหน้าคมเข้มของว่าที่สามีในอนาตคสลับกับมองภรรยาที่ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างเขาด้วยท่าทีตื่นตระหนก

 

            “พี่จงอินตามคุณแม่ไปที่ห้องเถอะครับ  อย่าทำให้ท่านโกรธเลย  ท่านเดินทางมาไกลเพราะคิดถึงลูกชายคนนี้จะแย่แล้ว  พี่จงอินเชื่อเซฮุนนะครับ

 

            “แต่เซฮุนต้องไปกับพี่...ไปบอกคุณแม่ด้วยกันนะครับว่าเราจะแต่งงานกัน

 

            “ยังครับ...ยังแต่งไม่ได้  แล้วเซฮุนก็จะไม่เข้าไปคุยอะไรทั้งนั้นด้วย  พี่จงอินรีบไปหาท่านเถอะครับ  แล้ววันนี้เซฮุนขออนุญาตกลับไปนอนที่อพาร์ทเมนท์นะครับ

 

            “ไม่!!..เซฮุนต้องนอนกับพี่ที่นี่!!

 

            “วันเดียวครับ  วันเดียวจริงๆ...พี่จงอินเชื่อใจเซฮุนสักครั้งนะครับ  แล้วก็รีบไปดูแลคุณแม่ได้แล้ว

 

            กว่าเจ้าของโรงแรมจะเข้าใจ...รวมถึงยอมทำตามในสิ่งที่คนนอกอย่างโอเซฮุนขอร้อง  ก็เกือบทำให้ต้องทะเลาะกันจนกลายเป็นเรื่องใหญ่  และดีที่ตกลงกันได้โดยไม่มีใครต้องหงุดหงิด  โมโหหรือเสียน้ำตา  พนักงานทำความสะอาดจอมโกหก...เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นอีกครั้งเพื่อกล่าวลาคนเป็นผู้ใหญ่ไปตามมารยาทที่ควรทำ  และเก็บของที่จำเป็นบางส่วนกลับไปใช้ที่อพาร์ทเมนท์รายเดือนราคาถูกที่ไม่ได้กลับไปนานจนเกือบลืมไปเลยว่า...สถานที่แห่งไหนมันเหมาะกับตัวเองมากที่สุด

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

                นั่งรถไฟฟ้า...แล้วต่อด้วยการเดินไปเรื่อยๆ  เพราะไม่อยากกลับไปคิดอะไรฟุ้งซ่านอยู่คนเดียวที่ห้องพัก  และเสียงรถที่วิ่งผ่านไปมากับผู้คนที่เดินอยู่ตามท้องถนนก็ช่วยเบี่ยงความรู้สึกสับสนออกไปจากใจของคนคิดมากได้พอสมควร  มือบางกระชับเป้ที่สะพายอยู่บนหลังและพยามยามปรับอารมณ์ให้ตรงกับความรู้สึก  จะว่าน้อยใจก็ใช่  จะรู้สึกผิดหวังก็ไม่เชิง  แต่ความจริงที่รู้อยู่เต็มอกก็คือ...ตัวเองไม่มีอะไรเหมาะสมกับผู้ที่เป็นเจ้าของโรงแรมเลยสักอย่าง 

 

และต่อให้มีความมั่นใจว่าคนอย่างคิมจงอินจะรักเขาจริงๆ  แต่คนเป็นแม่...ก็ย่อมหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกเสมอ

 

            เซฮุนเข้าใจซองรยองดี...เพราะถ้าคุณพ่อคุณแม่ของเขายังมีชีวิตอยู่  ท่านก็มักจะหาสิ่งที่ดีที่สุดมาให้  ไม่ว่าจะเป็นของกิน  ของใช้  ของเล่น  การศึกษา  ท่านให้ทุกอย่างในแบบที่คนเป็นลูกก็รับรู้ได้ว่ามันมาจากความรักที่ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน  และผู้หญิง...ที่หน้าตาน่ารัก  มีฐานะชาติตระกูลดีเพียบพร้อมแบบคุณหนูเยริมันก็เหมาะสมกับคนเป็นเจ้าของโรงแรมชื่อดังมากกกว่าพนักงานทำความสะอาด  พนักงานจัดดอกไม้หรือคนธรรมดาๆอย่างเขา

 

            คุณครับ  คุณ  คุณ  คุณครับบบ!!!

 

            เสียง...ที่เอ่ยด้วยภาษาสากลดังขึ้นท่ามกลางเสียงของรถยนต์  ผู้คน  และร้านขายของข้างทางมันไม่ได้เป็นสิ่งที่ทำให้เซฮุนต้องหันไปสนใจ  เพราะกำลังตกอยู่ในภวังค์ของความคิดมากจนแทบไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น  นอกจากเสียงของหัวใจตัวเองที่เหมือนจะเต้นช้าลงไปเรื่อยๆ  แต่ถ้าเจ้าของเสียง...ถึงกับเดินเข้ามาสัมผัสที่แขนคล้ายเป็นเชิงบอกให้หยุด  เซฮุนก็คงต้องหันกลับไปมองและถามออกไปด้วยความสงสัย 

 

            “ครับ...มีอะไรเหรอครับ

 

            ไม่มีการตอบรับกลับมา...แต่เป็นการดึงแผนที่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วชี้ไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งที่เหมือนคนหลงทางคนนี้อยากจะไป  ตาเรียวคู่สวยมองทิศทางจากจุดที่ตัวเองยืนอยู่กับปลายทางที่ชายหนุ่มหน้าตาดีและน่าจะเป็นคนต่างชาติอยากจะไปด้วยความรู้สึกไม่เข้าใจ  เพราะระยะทางมันไกลกันมาก  แล้วถ้าหลงทางจริงๆก็น่าจะเรียกแท็กซี่หรือไม่ก็โทรบอกให้เซอร์วิสของทางโรงแรมขับรถออกมารับ?

 

            “คุณจะไปโรงแรมจูรี่ใช่ไหม?”

 

            “ใช่ครับ...แต่ผมกลับไม่ถูก  เอ่อออ...ผมเพิ่งเคยมาเที่ยวที่นี่เป็นครั้งแรกครับ  ก็เลยไม่เข้าใจเส้นทาง

 

            “แล้วทำไมไม่นั่งแท็กซี่กลับล่ะครับ  เซอร์วิสของทางโรงแรมก็มี?”

 

            “คะ...คือว่าผมมาเที่ยวกับแฟนครับ  แล้วเราทะเลาะกันกลางทาง  ผมโดนไล่ลงมาจากรถ  กระเป๋าเงิน  โทรศัพท์อะไรก็อยู่บนรถหมดเลยครับ  ผมก็เลยยย...ไม่รู้จะทำยังไง

 

            “อ้าววว...

 

            ภาษาสากล...ถูกใช้ในการสื่อสารระหว่างคนหลงทางกับคนที่ถูกขอความช่วยเหลือ  และจากตอนแรกที่สงสัยก็กลับแปรเปลี่ยนไปเป็นความสงสาร  เพราะถ้าให้เซฮุนเจอเรื่องแบบเดียวกับผู้ชายคนนี้  เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน  แถมสถานที่ที่ยืนอยู่ตอนนี้ก็ไกลจากโรงแรมที่คนทะเลาะกับแฟนอยากจะไปอีกด้วย

 

            “ผมจะทำยังไงดีครับ?!!”

 

            “งั้นเอาแบบนี้นะครับ...คุณเอาเงินผมไปเลย  ผมให้  คุณจะได้กลับไปพักผ่อน

 

            “ไม่ดีมั้งครับ...ให้ยืมดีกว่า  ผมขอเบอร์ติดต่อคุณไว้ได้ไหม  ถ้าผมถึงโรงแรมเมื่อไหร่  ผมจะรีบเอาเงินมาใช้คืนให้ทันทีเลยครับ

 

            “เราคงไม่เจอกันอีกแล้วล่ะครับ  คุณรับเงินผมไปเถอะ  ผมเต็มใจช่วย  แล้วเงินก็ไม่ได้มากมายอะไร

 

            “คุณใจดีจัง....ขอบคุณมากนะครับ  ขอบคุณจริงๆ  ขอบคุณครับ

 

            “ไม่เป็นไรครับ  ไม่เป็นไร...ผมไปก่อนนะครับ  พอดีต้องรีบกลับไปทำธุระ  โชคดีนะครับ

 

            คนใจดี...เดินจากผู้ชายหลงทางไปโดยทิ้งคำโกหกเอาไว้เบื้องหลัง  เพราะความจริงแล้วเขาไม่ได้มีธุระอะไรให้ต้องรีบกลับไปทำ  ไม่ต้องรอใครกลับมาที่ห้อง  ไม่ต้องเตรียมน้ำไว้ให้ใครอาบ  ไม่ต้องเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้ใครเปลี่ยนและต้องกลับไปนอนที่ห้องๆเดิม  ห้องที่เหมาะกับคนธรรมดาๆอย่างโอเซฮุน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

แก้ไขเมื่อ  10/12/60

มีทอล์คและชี้แจ้งอยู่ด้านล่างด้วยนะคะ...เป็นทอล์คที่ยาวพอสมควร  รีดเดอร์จะอ่านก็ได้  ไม่อ่านก็ได้ค่ะ (ตามสบายเลย ^-^)   

ฟิคเรื่องนี้...ได้ทำการรีไรท์+ปรับเปลี่ยนบทในบางส่วน  แต่ก็ยังคงเค้าโครงเดิมเอาไว้และจะเป็นการแก้ไขครั้งสุดท้าย   

ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่ยังคงติดตามกันเสมอ  ขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์  ขอบคุณทุกๆกำลังใจ  ขอบคุณจริงๆค่ะ

แล้วจะเข้ามาแก้คำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย

 

 



 

 

 



 

 

-พูดคุยและชี้แจง-

 

***เป็นคำชี้แจงเดิม...ก่อนจะรีไรท์นะคะ  ขออนุญาตไม่ลบและถ้ารีดเดอร์จะไม่อ่านก็ไม่เป็นไรค่ะ  มองข้ามไปได้เลย  เราเข้าใจ (มันคือความความรู้สึกของเราตอนที่เริ่มแต่งฟิคเรื่องนี้ใหม่ๆ  และโดนตำหนิจากรีดฯบางคนค่อนข้างหนัก  แต่ไม่โกรธนะคะ  เพราะมันทำให้เราอยากพัฒนาการเขียนให้ดีขึ้น 

 

1.      กราบขออภัยเป็นอย่างมากที่หายไปนานและต้องขอขอบคุณผู้อ่านมากๆที่ยังคงคิดถึงฟิคเรื่องนี้

 

2.      ฟิคไม่ได้มีการรีไรท์หรือมีการเปลี่ยนแปลงบทอะไรทั้งสิ้น  และที่เห็นว่ามันอัพเดตใหม่หมดทุกตอนก็เป็นเพราะเราพยายามที่จะแก้ไขคำผิดและปรังปรุงภาษาการเขียนให้อ่านแล้วไม่รู้สึกสับสนในพาร์ทต่างๆ เพราะฟิคเรื่องนี้มีทั้งการถูกติและให้คำแนะนำมาว่าอ่านแล้ว  งงบ้าง มึนบ้าง แบ่งพาร์ทได้สับสนมากอ่านแล้วไม่เข้า  บลา บลา ไป เราไม่โกรธเลยค่ะ  และเราก็พร้อมที่จะปรับปรุงให้ฟิคมันดีขึ้นอยู่เสมอ  แต่ถ้าคอมเม้นท์ที่บอกว่า  ฟิคอะไรไม่เห็นจะสนุกเลยน่าเบื่อจะตาย  อันนี้เราไม่สามารถแก้ไขให้ได้จริงๆ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

 

3.      ทำไมแก้ฟิคบ่อยจัง ???  ตอบ...ไม่อยากแก้บ่อยเหมือนกันค่ะ  เพราะเรารู้ดีว่าไม่มีใครอยากอ่านอะไรซ้ำๆซากๆ  และถ้าถามว่าควรอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นหรือไม่  ตอบได้เลยว่า  ยังไงก็ได้ค่ะเอาที่ผู้อ่านสบายใจ  เพราะเราไม่ได้เปลี่ยนแปลงบท  เราแค่เข้ามาแก้ไขภาษาและทวนคำผิด  พร้อมแบ่งพาร์ทใหม่เพื่อให้มันอ่านได้สะดวกขึ้นเฉยๆ  แต่ถ้านักอ่านท่านใดอยากลองอ่านใหม่ก็เชิญอ่านได้เลยนะคะ  เพราะเราก็อยากทราบเหมือนกันว่า...แก้ไขแล้วมันดูดีขึ้นบ้างไหม? หรือว่า...ก็แย่เหมือนเดิม?

 

4.      ถ้าการแก้ไขฟิคครั้งนี้มันแจ้งเตือนจนทำให้คนกด เฟบฯ  รู้สึกรำคาญ  อันนี้เราก็ต้องขอโทษทุกคนอีกครั้งนะคะ  เราก็ไม่ได้อยากทำให้ผู้อ่านรู้สึกรำคาญเลยค่ะ  แต่มันจำเป็นต้องทำจริงๆ 

 

5.       ส่วนคอมเม้นท์ที่ให้กำลังใจและบอกว่าฟิคของเราสนุก  อันนี้เราต้องขอบคุณเป็นอย่างมากจากใจจริง  เพราะบางคอมเม้นท์มันทำให้เรารู้สึกมีกำลังใจที่จะทำต่อ  และบางคอมเม้นท์ก็เหมือนเป็นสิ่งที่คอยอยู่เคียงข้างเรามาเสมอ  เราอ่านทุกคอมเม้นท์นะคะ  แต่อาจตอบกลับไปไม่ครบและต้องขอโทษด้วยจริงๆ  ส่วนคอมเม้นท์ที่ติติงหรือมีข้อแนะนำ  อันนี้เราก็อ่านและไม่ได้โกรธอะไรเลย  เพราะมันทำให้เราอยากปรับปรุงฟิคเรื่องอื่นๆให้ดีมากขึ้นไปอีก

 

6.      ส่วนคอมเม้นท์ที่ด่ากันตรงๆ เช่น  น่าเบื่อ น่ารำคาญ บายๆนะคะไปอ่านเรื่องดีกว่า  บอกตรงๆเหมือนกันค่ะ...ว่าเสียใจ  แต่ก็แก้ไขอะไรให้ไม่ได้จริงๆ  เพราะความชอบของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน  และเราก็ไม่เข้าใจว่าจะคอมเม้นท์ให้คนอื่นเสียความตั้งใจทำไม  แล้วก็อยากให้ลองคิดกลับกันดูบ้าง  ว่าถ้าวันหนึ่งคุณตั้งใจทำอะไรขึ้นมาสักอย่างแล้วมีคนมาด่าคุณแบบนี้บ้างคุณจะรู้สึกยังไง  อ่านแล้วไม่ชอบหรือเห็นอะไรไม่เหมาะสมก็สามารถตักเตือนกันได้ค่ะ  แต่ไม่ใช่การคอมเม้นท์หักหารความตั้งใจกันแบบนั้น  เพราะไรท์(หน้าใหม่)ก็ยังไม่เก่ง  และไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราทำพลาด  แล้วความชื่นชอบในเนื้อเรื่องหรือบทบาทที่เราคิดขึ้นก็คงทำให้ถูกใจใครทุกคนไม่ได้เช่นกัน  ใครชอบฟิคแนวไหนก็ไปหาอ่านตามที่ชอบเถอะค่ะ  แต่ถ้าฟิคของเรา...เป็นเรื่องที่นักอ่านชื่นชอบหรือรู้สึกมีความสุขถ้าได้อ่าน  อันนั้นก็ถือว่าเป็นความสุขของเราเช่นกันค่ะ

 

7.      บ่นความในใจจบแล้ว....ขอบคุณค่ะ (สวัสดี... ^-^)

 


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #566 /tl26&? (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 01:12
    ฮื่อ นั่นไงพอจะดีก็มีเรื่องเข้ามาอีกแล้ว สู้ต่อไปนะเจ้าหนู
    _
    สำหรับเรา ฟิคเรื่องนี้ไม่ได้น่าเบื่อหรือไม่ดีเลยนะคะ เราชอบมากๆ เพิ่งได้มาอ่านแล้วก็ทำเรานอนดึกทุกวันเลย555555 ถึงจะมีดราม่ามีปัญหาเข้ามามากมาย แต่เราก็รู้สึกว่ามันเป็นสีสันอย่างหนึ่งที่ทำให้เนื้อเรื่องดำเนินต่อไป สู้ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้น้า
    #566
    0
  2. #519 NOAApin (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:02
    ร้อยพันความคิดค่ะตามใจหมดคงยาก สู้ๆนะคะ ^^
    #519
    0
  3. #485 TDNND (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 18:32
    เข้าใจความรู้สึกของไรท์เวลาโดนตำหนิมากๆจะเกิดความนอยท์ แต่ขอให้ไรท์เก็บคำตำหนิเล่านั้นไปเป็นการบ้าน ให้ไรท์เขียนผลงานให้ดียิ่งขึ้นไปในอนาคตค่ะ ไรท์เอากำลังใจจากรีดเด่อร์ที่ชื่นชมการเขียนของคุณไปเป็นผลักดันให้ก้าวต่อไปนะค่ะ คุณไม่ได้เปลี่ยนเนื้อหาของนิยาย แต่คุณกำลังตามแก้งานคำผิดของคุณ และนั้นคือข้อบกผ่องของคุณในการเขียนนิยาย ไรท์ค่ะเนื้อหาของนิยายที่คุณแต่งมันดีมากมันยอดมากสำหรับมือใหม่และเป็นเรื่องแรกของคุณด้วย คุณทำได้ขนาดนี้มันเจ๋งมากค่ะ จำไว้มีคนชอบ ก็ต้องมีคนชัง รีดเด่อร์ที่อ่านฟิตของคุณแล้วรักผลงานเขียนของคุณ ยังชื่นชมคุณเหมือนเดิม อย่าเก็บคำพูดของรีดเด่อร์บางคนที่ไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่คุณทำให้เป็นสิ่งทำร้ายจิตใจคุณเลยค่ะ แต่คำตำหนิเล่านั้นไปทำพัฒนาการเขียนฟิคหรือแต่งนิยายในเรื่องต่อๆไปของไรท์ดีกว่าค่ะ ก่อนโพสก่อนอัพฟิคแต่ละตอน ไรท์คิดอ่านคิดย้ำตรวจคำผิดให้ดีก่อนจะอัพ เราคนนึ่งละที่รอคอยการอัพตอนต่อๆไปของไรท์ได้เสมอค่ะ สู้ๆนะค่ะ จงตั้งมั่นกับความตั้งใจของไรท์เสมอนะค่ะ อย่ายอมแพ้ เราเป็นกำลังใจให้ไรท์เสมอ ( แก้คำผิด เราเห็นความตั้งใจของคุณ แต่ยังมีคำผิดนะส่วนน้อยค่ะแต่ไรท์เรียงประโยคเรียงคำผิดตำแหน่ง ) ถ้ารู้สึกท้อไรท์ไม่ควรถือลูกท้อค่ะ กลับเข้ามาอ่านคอมเมนท์ของรีดเด่อร์ทั้งหลายที่ให้กำลังใจคุณสู้!!
    #485
    0
  4. #484 50shadesofJ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 23:39
    เราอ่านนะคะไรท์ ก่อนรีไรท์เราก็อ่านหลายรอบค่ะ ถึงจะงงบางพาร์ทบ้าง ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ค่ะ พล็อตเรื่องก็สนุกเราก็อ่านทุกครั้งที่อัพใหม่นะคะ สู้ๆค่ะ
    #484
    0
  5. #483 Pinkdao (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 21:15
    พอรีไรท์ใหม่เราก็อ่านอีกรอบค่ะ. สนุกดีค่ะ สู้ๆ นะคะ เราเป็นกำลังใจให้นะคะ ^_^
    #483
    0
  6. #482 Jammie-Lee (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 21:02
    คุณแม่มาแล้ววววววว
    #482
    0
  7. #425 Padcha.a (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 00:04
    สงสารทั้งคู่เลย ตอนแรกนึกว่าเรื่องเยริจะพาดราม่าแต่พอบอกเยริมีคนรักแล้วนี่โล่งเลย
    #425
    0
  8. #318 megurinelukameen (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 14:02
    คือบางทีก็โทรมาบอกก่อนก็ได้เปล่าวะ อยากจะสาดสีดำใส่ผ้าสีขาวสองผืนนี้จัง เผื่อจะรู้อะไรมากขึ้น ซื่อไป
    #318
    0
  9. #220 I_pissamai (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 10:35
    แง ไรท์ค่ามาต่อเร็วๆนะค่า รอๆๆๆ ลุ้นสุดๆด้วยค่ะ สู้ๆนะค่าไรท์
    #220
    0
  10. #218 อัญมณีสีสวย (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 10:34
    พี่จงอินง้อเซฮุนให้ได้นะ สงสาร คงรู้สึกแย่มาก
    #218
    0
  11. #217 Action!! (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 23:51
    พี่ต๋าาาาง้อน้องให้ได้นะ
    #217
    0
  12. #216 มักเน่ไลน์94 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 22:44
    เซฮุนนาาาากลับห้องเถอะนะะะพี่จงอินเขารอเราอยู่นะคนดี กลับมาทำความเข้าใจกันนะคะะะฮือออออออ
    #216
    0
  13. #215 ibice (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 21:51
    เข้าใจกันเร็วๆนะ งื้อออออ
    #215
    0
  14. #212 ปี้ซาลาปาว-3- (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 00:01
    ทดสอบเยอะๆนะหญิงแม่เดี๋ยวถ้าน้องมันทนไม่ไหวระวังจะไม่ได้ลูกสะใภ้คลาสs นะคะ
    #212
    0
  15. #210 eve_popparazzi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 23:42
    หนูทำถูกแล้วลูก ถอยค่ะ!!ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม จะผิดจะถูก หนูทำแบบนี้ถูกแล้ว ไม่ต้องสนใจพี่มัน
    #210
    0
  16. #209 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 21:33
    เซฮุนไม่ไหว ก็แยกตัวออกมาก่อนนะ มาตั้งหลักแล้วไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น!!
    #209
    0
  17. #208 Pinkdao (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 20:10
    ปวดใจจังตอนนี้
    #208
    0
  18. #207 Action!! (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 19:32
    ตอนนี้สงสารเซฮุนมากอะ คุณหญิงมาจะทดสอบอะไรนักหนา
    #207
    0
  19. #206 supranee94 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 17:17
    ต่อเร็วๆน้าส
    #206
    0
  20. #205 kuncat94 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 17:12
    จุดจุดจุด
    #205
    0
  21. #204 Kannika Tankam (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 16:32
    โอยย อะไรมันจะหน่วงปานนี้ เซฮุนจะอดทนมากไปมั้ยคะ
    #204
    0
  22. #202 ibice (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 15:52
    แกล้งน้องใช่ไหมพี่จงอิน อย่าทำแบบนี้สิ ฮืออออออออ
    #202
    0
  23. #201 yadapat (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 15:50
    แอบเศร้าอ่า
    #201
    0
  24. #200 มักเน่ไลน์94 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 15:10
    ไม่ใช่ว่าเยริเป็นน้องสาวจงอินหรอกเหรอออแล้วคนที่เซฮุนเจอก็ไม่ใช่ว่าเป็นแฟนเยริเหรอฮือออออออ อย่าทำให้เซฮุนเสียใจสิคะแงงงงงงงง
    #200
    0
  25. #199 กลับมา ได้ไหม (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 15:05
    เยริเป็นน้องสาวจงอินใช่มั้ยแกล้งน้องเฉยๆใช่เปล่า?ย่าม่านะไม่เอา
    #199
    0