จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 12 : ❀ 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,856
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    3 พ.ย. 62








ดอกไม้ดอกที่  12

 



 

 โรงแรม  เชจู

14.00 น.

 

 

คุณคิดว่า.....ตัวคุณเข้าใจความรักดีแค่ไหน??”

 

และนี่...ก็คือคำถามของคนที่เพิ่งมีความรักครั้งแรกอย่างบยอนแบคฮยอน

 

 

            หลังจากผ่านพ้นปัญหาต่างๆมากมายมาร่วมอาทิตย์  และยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องปรับตัวเข้าหากัน  ซึ่งตอนนี้...ปัญหาเหล่านั้นก็ค่อยๆถูกคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น  และชีวิตของคนตัวเล็กกับคนรักอย่างวิศวกรประจำโรงแรมต่างก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ  ถึงแม้บางที...อาจมีทะเลาะกันบ้าง  ไม่เข้าใจกันบ้าง  แต่ก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรหรือทำให้รู้สึกแย่เหมือนอย่างที่ผ่านๆมา  แต่ตอนนี้.....คำว่า  คนรัก  ความรัก  หรือนิยามคำเรียกระหว่างเขากับแฟนคนใหม่จะคืออะไรก็ตาม  มันกำลังทำให้คนที่นั่งแปลเอกสารอยู่ในห้องทำงานตอนนี้เกิดความฟุ้งซ่านเพราะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูก  เบื่อ”  ???!

 

 

            แบคฮยอนคิดไปไกล...ว่าการที่ชานยอลเริ่มตีตัวออกห่างโดยการเอาเรื่องงานมาอ้างบ้าง  เอาเรื่องลูกค้ามาอ้างบ้าง  อาจเป็นการโกหกเพื่อทำให้เขาสบายใจและไม่คิดมาก  แต่แท้จริงแล้ว...สิ่งที่อ้างมาทั้งหมดก็คือการหลอกลวง  ดวงตาเรียวเล็กจ้องหน้าจอของคอมพิวเตอร์อยู่นาน และมือข้างหนึ่งก็ยังค้างไว้ที่เม้าท์โดยไม่ได้ขยับไปไหนมาสักพักใหญ่  เพราะในหัว...มันเอาแต่คิดถึงเรื่องอื่นมากกว่าเรื่องของงานที่ต้องทำอยู่ตรงหน้า  แบคฮยอนพยายามแล้วที่จะไม่คิดอะไรไปเองหรือสร้างเรื่องให้คนรักและคุณพ่อเกิดความไม่สบายใจ  แต่การกระทำของชานยอลในช่วงสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมามันก็ทำให้อดคิดไปเป็นอื่นไม่ได้ว่าความรักครั้งนี้...คงใกล้จะจบลงแล้ว

 

                ชีวิตของการมีคนรักกับไม่มีคนรัก...มันไม่ค่อยมีอะไรแตกต่างไปจากเดิมสักเท่าไหร่ในความรู้สึกของคนตัวเล็ก  เพราะชีวิตของเขาก็ยังคงดำเนินไปในแบบเดิมๆ  ตื่นมาทำงาน  เลิกงานกลับบ้าน   มีกินข้าวด้วยกันบ้างแต่ก็นานๆครั้ง  การมีความรักมันไม่ได้ทำให้รู้สึกมีพลัง  มีความสุขหรือมีกำลังใจเหมือนอย่างที่เพื่อนๆเคยเล่าให้ฟังเลยแม้แต่น้อย  แถมยังทำให้รู้สึกฟุ้งซ่านเสียมากกว่า  แบคฮยอนพยายามเข้าใจ...ว่าความรักของแต่ละคน  แต่ละคู่มันไม่เหมือนกัน  และยิ่งความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชายมันก็คงไม่หวานหรือแสดงให้ใครเห็นว่ารักกันได้ง่ายๆเหมือนอย่างคู่ชายหญิงทั่วไป

 

แต่...การถูกคนรักเมินบ่อยๆในช่วงนี้  ก็ทำให้ความหวานที่แทบจะไม่มีอยู่แล้วกลายเป็นความห่างเหินจนรู้สึกหวั่นใจ

 

            แบคฮยอนยอมรับ...ว่าตอนแรกๆก็เข้าใจตัวตนของชานยอลดีว่าเป็นคนอย่างไร  งานเยอะมากแค่ไหนและมีนิสัยเช่นไร  แต่ตอนนี้...ความเข้าใจกลับเปลี่ยนไปเป็นความคิดมาก  ความน้อยใจหรืออีกหลายๆความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้หมด  และทุกๆความรู้สึกที่เก็บไว้มานานก็ทำให้ความอดทนหมดลงจนต้องรีบหาคำตอบให้กับตัวเอง  เพราะถ้าความรักครั้งนี้จะจบลงจริงๆ  เขาก็อยากรู้เหตุผลมากกว่าการพูดบ่ายเบี่ยงไปมาหรือเอาเรื่องงานมาอ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการเจอหน้ากัน 

 

เมื่อคิดได้แบบนั้น...มือบางก็รีบหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานขึ้นมากดเบอร์ที่เจ้าตัวจะมักส่งข้อความไปหาบ่อยๆในตอนค่ำว่า ฝันดี” และรออยู่นานกว่าคนปลายจะรับ!!

 

Rrrr!!

 

Rrrr!!

 

Rrrr!!

 

            (ครับ...น้องแบค)

 

            “พี่ชานยอล...เย็นนี้ไปกินข้าวที่XXXกันนะ  น้องแบคอยากไป

 

            (ได้ครับ...แต่ตอนนี้พี่ยังคุยงานกับลูกค้าไม่เสร็จเลย  ถ้าน้องแบคเลิกงานแล้วก็ออกมาเจอกับพี่ที่ห้างเลยได้ไหมเพราะพี่คงไม่เข้าไปที่โรงแรมแล้ว)

 

            “ได้ฮะ  ตะ...แต่

 

            (พี่ต้องว่างสายก่อนนะครับน้องแบค  พี่คุยงานกับลูกค้าอยู่  แล้วเดี๋ยวตอนเย็นเจอกันนะครับ)

 

ติ๊ดด!!

 

            “((ฮะ))

 

            มีเรื่องอยากคุยมากกว่านี้...แต่ก็ถูกวิศวกรหนุ่มตัดบทโดยการวางสาย  และคนโทรหาก็ได้แค่ตอบรับอยู่ในใจทั้งๆที่มีเรื่องอยากจะพูดมากกว่าแค่การโทรเพื่อนัดทานข้าวเท่านั้น  แบคฮยอนพยายามไม่หงุดหงิดกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น  และวางเครื่องมือสื่อสารไว้บนโต๊ะทำงานเหมือนเดิม  แล้วเริ่มลงมือแปลเอกสารที่ตั้งอยู่ตรงหน้ามาได้มานานอย่างตั้งใจ

 

            วันนี้...มีเอกสารที่ต้องแปลไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่  แต่ก็ต้องทำให้เสร็จเพราะเป็นงานที่ค่อนข้างด่วนและไม่สามารถเอากลับไปทำต่อที่บ้านเหมือนอย่างเอกสารฉบับอื่นๆ  ส่วนคุณพ่อ...ก็ต้องไปธุระกับคุณหวังข้างนอก  และลูกชายของลูกค้าคนสำคัญรายนี้ก็ได้เพื่อนใหม่อย่างคุณมาร์คที่บังอัญมาเจอกันในโรงแรมเมื่อวานจนเพื่อนเก่าอย่างแบคฮยอนกลายเป็นคนถูกลืมไปเสียอย่างนั้น  และสำหรับตอนนี้...คนตัวเล็กก็ต้องเร่งแปลงานด้วยความร้อนรนแต่ก็รอบคอบ  เพราะใจหนึ่งก็อยากรีบเดินทางไปเคลียร์ความรู้สึกที่ค้างอยู่ในใจให้หมดไปโดยเร็ว  แต่อีกใจก็ไม่อยากให้งานในส่วนของคุณพ่อเกิดความผิดพลาด

 

 

                แบคฮยอน...พยายามแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันทั้งๆที่ใจมันไม่ได้อยู่ในห้องทำงานเลยสักนิด  และเมื่อแปลเอกสารฉบับสุดท้ายเสร็จ  มือบางก็ต้องหยิบสมารท์โฟนขึ้นมาอีกครั้ง  แต่..ไม่ได้โทรหาแฟนเหมือนในครั้งแรกเพราะครั้งนี้เขาต้องโทรหาคุณพ่อเพื่อถามว่างานที่ทำเรียบร้อยแล้วต้องส่งให้ใครเนื่องจากเมื่อเช้ามัวแต่คิดเรื่องนั่นเรื่องนี้จนไม่ได้ฟังในสิ่งที่คนเป็นพ่อสั่งไว้

 

Rrrr!!

  

        (ว่าไงแบค...มีอะไรด่วนไหมลูกพ่อติดลูกค้าอยู่)

 

          “ขอโทษฮะ...แต่แบคขอรบกวนเวลาแป๊บเดียว  คือแบคจะถามว่า...เอกสารที่แปลเสร็จแล้วต้องเอาไปส่งให้ใคร??”

 

            (เอาไปส่งให้ผู้จัดการที่ชั้น 10  แล้ววันนี้แบคต้องกลับบ้านเองนะลูก  พ่อคงกลับดึก)

 

            งั้นคืนนี้  เอ่ออ...แบคขอไปค้างกับพี่ชานยอลได้ไหมฮะ  พอดีเย็นนี้มีนัดกินข้าวกับพี่ชานยอลที่ห้างแล้วพรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดด้วย

 

            (ไปรบกวนอะไรพี่เขาอีก  หื้มม??  พ่อล่ะเกรงใจคุณชานยอลจริงๆ)

 

            “เดี๋ยวแบคให้พี่ชานยอลโทรหาคุณพ่อก็ได้  คุณพ่อจะได้สบายใจ  น้าาา...คุณพ่อ  ให้แบคค้างเถอะน้าาา

 

            (ตามใจ...แต่อย่าไปรบกวนพี่เขามากนะลูก แล้วก็อย่าลืมเรื่องมารยาท)

 

            “ฮะ!!...คุณพ่อ  แบคจะเป็นเด็กดี  ขอบคุณนะฮะ จุ้บๆ

 

            คนเป็นลูก...รีบทำตามคำสั่งของคุณพ่อทันทีหลังจากวางสาย  และเมื่อทำงานทุกอย่างเสร็จหมดเรียบร้อย  เจ้าตัวก็กดลิฟท์ลงมาชั้นล่างแล้วเรียกแท็กซี่ที่จอดอยู่หน้าโรงแรมเพื่อเดินทางไปที่ห้างสรรพสินค้าด้วยความตื่นเต้น  และที่ตื่นเต้น....ก็คงเป็นเพราะคืนนี้เขาจะได้รู้ความจริงเสียทีว่าสิ่งที่ทำให้ตัวเองคิดมากมาหลายวันมันคืออะไรกันแน่ระหว่างการคิดไปเองหรือการถูกบอกเลิก!!??

 

...

 

...

 

...

 

...

 

ห้างสรรพสินค้า  เชจู

18.45 น.

 

          ส่วนคนถูกนัดอย่างชานยอล...เมื่อคุยงานกับลูกค้าเสร็จแล้วก็รีบส่งข้อความบอกแบคฮยอนให้มาเจอกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่น  เพราะทราบดีว่าแฟนตัวเล็กของเขาชอบทาน  ร่างสูง...ที่วันนี้แต่งกายดูดีกว่าทุกวันยืนรอคนที่โทรมานัดทานข้าวเย็นอยู่หน้าร้านอาหาร  และเมื่อเห็นผู้ชายตัวเล็กๆที่เดินถือแก้วน้ำหวานของโปรดอยู่ในมือเดินตรงเข้ามาใกล้สายตา  มือหนาจึงเก็บสมาร์ทโฟนที่กำลังส่งเมลให้เจ้าของโรงแรมยังไม่เสร็จใส่กระเป๋าเกงกางเอาไว้เพราะขืนยังทำงานต่อก็คงไม่ได้ทานมื้อเย็นกันแน่ๆ

 

                พี่ชานยอลรอนานไหมฮะ  น้องแบครีบมาเลยนะเนี่ยยยย

 

            “ไม่นานครับ  น้องแบคหิวหรือ  ยะ...ยัง!!”

 

 

ฟอดดดด!!!!

 

 

         หิวแล้วฮะ  เราเข้าไปในร้านกันเถอะ

 

            “เดี๋ยวว..ครับ!!  น้องแบคมาหอมแก้มพี่ทำไม??  คนเยอะแยะ?!!!”

 

            “ทีพี่ชานยอลยังจูบกับผู้หญิงคนนั้นได้เลย  นี่น้องแบคแค่หอมแก้มเองนะฮะ  หรือว่าพี่ชานยอลอายคนอื่น

 

            “พี่ไม่อายหรอกครับ...แต่มันไม่เหมาะ  พี่ไม่อยากให้คนอื่นมองน้องแบคว่าเป็นเด็กไม่ดี

 

            “ฮะ...เข้าใจแล้ว  น้องแบคขอโทษ

 

            ถูกคนตัวเล็ก...หอมแก้มอยู่หน้าร้านอาหารแบบไม่ทันตั้งตัว  ชานยอลจึงอดที่จะเอ่ยห้ามปรามไม่ได้เพราะไม่อยากให้ใครมองคนรักของตัวเองในทางไม่ดี  แต่...เหมือนสิ่งที่เตือนไปเมื่อครู่กำลังจะทำให้บรรยากาศของอาหารเย็นมื้อนี้กร่อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด  เพราะเจ้าของคำพูดที่บอกว่าเข้าใจพร้อมทั้งการกล่าวขอโทษมีสีหน้าที่เศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด

 

            “น้องแบคเป็นอะไรหรือเปล่าครับ  ไม่อยากกินอาหารร้านนี้เหรอ?”

 

            “อยากกินฮะ  หรือว่าพี่ชานยอลอยากไปร้านอื่น?”

 

            “นัดกันไว้ร้านนี้  ก็ต้องกินร้านนี้สิครับ

 

            ไม่อยากให้บรรยากาศของอาหารมื้อนี้แย่ลงไปกว่าเดิม  ชานยอลจึงเดินจูงมือคนที่เอาแต่ทำหน้าหงอยเข้ามาในร้านและเริ่มสั่งทั้งของคาวของหวานมาทานจนเต็มโต๊ะ  แต่ความเงียบ...โดยไร้เสียงพูดคุยของแฟนตัวเล็กมันเริ่มทำให้วิศวกรหนุ่มรู้สึกอึดอัดเพราะปกติแล้ว  เจ้าตัวจะเป็นฝ่ายชวนคุยแทบทุกครั้งและสร้างรอยยิ้มให้เขาได้เสมอ

 

            “น้องแบค  ปะ...เป็น

 

Rrrr!!

 

Rrrr!!!

 

          กำลังจะเอ่ยถามเด็กตรงหน้าถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น  แต่กลับถูกเสียงโทรศัพท์ของตัวเองดังขึ้นฉุดประโยคคำถามนั้นไปเสียก่อน  และเมื่อหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูว่าปลายสายเป็นใคร  ชื่อ...ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอทัชสกรีนก็ทำเอาคิ้วเข้มๆบนใบหน้าหล่อเหลาของวิศวกรหนุ่มขมวดเข้าหากันทันทีพร้อมรีบกดรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

            “สวัสดีครับคุณอา

 

            (เจ้าแบคอยู่กับคุณชานยอลหรือเปล่า??  เห็นบอกว่าจะโทรกลับมาหาอาถ้าเจอคุณชานยอลแล้ว  แต่...ไม่โทรกลับมาสักที  อาก็เลยเป็นห่วง)

 

            “ครับ...น้องอยู่กับผม  คุณอาไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ

 

            (ยังไงพรุ่งนี้ก่อนเที่ยง  อารบกวนคุณชานยอลมาส่งเจ้าแบคที่บ้านด้วยนะ  แล้วก็อย่าตามใจกันให้มากนัก  เดี๋ยวน้องเคยตัว)

 

            “เดี๋ยวครับคุณอา...พรุ่งนี้ก่อนเที่ยง????”

 

            (คุณชานยอลติดงานใช่ไหม??  งั้น...พรุ่งนี้ก็ให้เจ้าแบคกลับเองเพราะอาก็ไม่ว่างไปรับเหมือนกัน  อานัดลูกค้าคนสำคัญไว้ที่สนามบิน) 

 

            “ว่างครับว่าง...แต่ผมขอไปส่งน้องตอนเย็นได้ไหมครับคุณอา??  ช่วงเที่ยงผมยังเคลียร์งานไม่เสร็จเลยครับ

 

            (เฮ้อออ...ตอนเจ้าแบคโทรมาขออนุญาตไปค้างกับคุณชานยอล  อาก็คิดว่าคุณชานยอลว่างเสียอีก  สรุป...ลูกชายอาไปรบกวนคุณชานยอลใช่ไหมเนี่ย???!)

 

            “ไม่กวนเลยครับคุณอา  แล้วงานมันก็ไม่ได้เร่งอะไรด้วย  ผมแค่ต้องเคลียร์เอกสารเก่าๆให้เสร็จก่อนที่จะมีงานใหม่จะเข้ามาเฉยๆ  คุณอาไม่ต้องกังวลนะครับ  ผมจะพาน้องไปส่งที่บ้านเอง  แต่คงต้องเป็นช่วงเย็นจริงๆครับ

 

            (งั้นอาฝากน้องด้วยนะคุณชานยอล...ถ้าน้องดื้อมากๆหรือไม่เชื่อฟังคุณชานยอลก็ตักเเตือนได้เลย  อาอนุญาต)

 

            “ครับบบบ...คุณอาไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ  ผมจะดูแลน้องเอง

 

            รับสายด้วยความรู้สึกงงเมื่อได้สนทนากับพ่อของคนตัวเล็กในช่วงแรก  แต่หลังจากที่คุยกันได้สักพัก...ชานยอลก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า  คืนนี้ที่คอนโดฯของเขาจะมีคนไปนอนค้างด้วยโดยที่ไม่มีการตกลงหรือบอกให้รู้ล่วงหน้าเลยสักคำ  เพราะคืนนี้เขาคิดว่าจะรีบเคลียร์งานให้เสร็จก่อนที่ตัวเองจะต้องเดินทางไปโซลในวันพรุ่งนี้เพื่อนำเอกสารสำคัญไปให้เจ้าของโรงแรมเซ็นอนุมัติ

 

 

            ช่วงนี้...วิศวกรหนุ่มงานยุ่งมากจนไม่มีเวลาให้ใครทั้งนั้นแม้กระทั่งตัวเอง  เพราะการต่อเติมห้องพักที่เคยมีปัญหามาก่อนหน้านี้ได้ถูกอนุมัติเรียบร้อย  และเริ่มก่อสร้างไปได้  30%  แต่ก็ยังมีส่วนที่ต้องบอกให้เจ้าของโรงแรมอย่างคิมจงอินรับทราบและเซ็นอนุมัติก่อนที่จะเริ่มต่อเติมส่วนอื่นๆเพิ่ม  ชานยอลวิ่งวุ่นทำงานอยู่ในเขตของการก่อสร้างและต้องกลับมานั่งเคลียร์เอกสารมากมายในห้องทำงานมาเป็นเวลาสองอาทิตย์เต็มๆ  ซึ่งบางวันก็ต้องอยู่ทำงานจนดึกดื่นหรือบางครั้งก็ไม่ได้กลับมานอนที่คอนโดฯด้วยซ้ำ

 

 

                และใช่ว่าไม่รู้...ว่าการที่ตัวเองมีงานเยอะจนไม่มีเวลาให้ใคร  มันทำให้คนตัวเล็กที่กำลังนั่งกินอาหารญี่ปุ่นอยู่ตอนนี้รู้สึกเช่นไร  และการที่แบคฮยอนไม่โวยวายพร้อมกับขออนุญาตคุณพ่อมานอนค้างด้วยกันในคืนนี้ก็คงเป็นเพราะมีเรื่องค้างคาใจบางอย่างอยากคุยกับเขา  แต่...จะให้คุยกันคืนนี้ก็คงไม่สะดวกเท่าไหร่  เพราะเขายังมีงานที่ต้องรีบสะสางให้เสร็จก่อนจะเดินทางไปโซลวันพรุ่งนี้  และคิดว่าจะคุยเรื่องทั้งหมดกับแบคฮยอนให้เข้าใจในตอนเช้าแล้วพากลับไปส่งที่บ้านตามที่ได้รับปากกับผู้ใหญ่เอาไว้

 

            “ทำไมน้องแบคไม่โทรไปบอกคุณพ่อครับว่าอยู่กับพี่แล้ว  คุณพ่อเป็นห่วงมากเลย...รู้ไหม?”

 

            “ก็น้องแบคลืมหนิฮะ  แล้วคุณพ่อว่าไงบ้าง

 

            “คุณอาบอกว่า...ถ้าน้องแบคดื้อก็ให้พี่จัดการได้เลย  คุณอาอนุญาต

 

            “น้องแบคไม่ได้ดื้อสักหน่อย

 

            “ไม่ดื้อ...แล้วทำไมไม่บอกพี่ก่อนครับว่าคืนนี้จะมาค้าง??”

 

            “ถ้าพี่ชานยอลไม่อยากให้น้องแบคค้างด้วย  งั้นกินข้าวเสร็จน้องแบคกลับบ้านเองก็ได้ฮะ

 

            “พี่ยังไม่ได้บอกสักคำว่าไม่ให้ค้าง  แต่น้องแบคควรคุยเรื่องนี้กับพี่ก่อนไม่ใช่บอกแค่คุณพ่อคนเดียว  ถ้าพี่บอกคุณอาว่าไม่รู้เรื่องที่น้องแบคจะมาค้าง  คนที่จะถูกดุก็คือตัวน้องแบคนั้นแหละ  เข้าใจไหม?!!

 

            “เข้าใจ!!

 

            “พูดดีๆครับน้องแบค  เดี๋ยวพี่จะฟ้องคุณอา!

 

            “เข้าใจฮะ  ขอโทษฮะ...พอใจหรือยัง?!!!

 

            ส่ายศีรษะ...ให้กับความเอาแต่ใจของเด็กตรงหน้า  และไม่อยากหาเรื่องเถียงอะไรให้มากความ  ชานยอลจึงได้แต่ใช้สายตามองอย่างคาดโทษแล้วนั่งทานอาหารไปแบบเงียบๆโดยไม่มีแม้แต่เสียงหัวเราะ  เสียงพูดคุยและไม่มีรอยยยิ้มเหมือนอย่างที่เคยเป็น  จนกระทั่ง...ทานมื้อเย็นกันเสร็จพร้อมจ่ายเงินเรียบร้อย

 

            “กลับเลยไหมครับน้องแบค??”

 

            “น้องแบคขอไปซื้อขนมแป๊บนึงได้ไหมฮะ  ที่ห้องพี่ชานยอลไม่มีอะไรกินเลย

 

            “ได้สิ...น้องแบคอยากกินอะไรก็หยิบไปเลย  แต่อย่าเยอะมากนะครับ  เดี๋ยวกินไม่ทันแบบคราวที่แล้วก็ต้องทิ้งอีก

 

            “รู้แล้วฮะ...พี่ชานยอลก็บ่นเป็นคนแก่ไปได้

 

            วิศวกรหนุ่ม...เดินถือตะกร้าตามหลังแฟนตัวเล็กเข้ามาในซุปเปอร์มาเก็ตตรงโซนขายขนมสีหวานต่างๆอย่างรู้สึกเหนื่อยใจ  และทำได้แค่ส่ายหัวอีกครั้งหลังจากที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนแก่ทั้งๆที่อายุของเขาตอนนี้ก็ยังไม่มากถึงขั้นต้องใช้คำคำนั้น  ชานยอลทราบดีว่าแบคฮยอนยังเด็ก  และอาจพูดไปเพราะคิดว่าตัวเองอายุห่างจากเขาค่อนข้างมาก  ส่วนที่ต้องพูดเตือนเรื่องขนมไปเมื่อครู่ก็เป็นเพราะแบคฮยอนชอบซื้อของหวานไปตุนไว้ที่คอนโดฯของเขาเยอะเกินไปและพอกินไม่ทันก็ต้องทิ้งเนื่องจากมันหมดอายุ

 

Rrrr!!

 

Rrrr!!

 

          น้องแบคครับ  น้องแบค

 

            “ฮะพี่ชานยอล??!

 

            “เอาตะกร้าไปถือก่อน  พี่ขอคุยโทรศัพท์แป๊บนึง

 

            พอมือบาง...คว้าตะกร้ามาถือแบบไม่พอใจพร้อมเดินเลี้ยวไปอีกทางเพื่อซื้อขนมอย่างอื่น  ชานยอลก็รีบรับสายของผู้รับเหมาที่เพิ่งคุยงานกันเสร็จไปเมื่อตอนบ่ายทันที  เพราะคิดว่าต้องเป็นเรื่องสำคัญแน่ๆ  ไม่อย่างนั้นคงโทรมานอกเวลางานแบบนี้  วิศวกรหนุ่มยืนคุยกับคนปลายสายโดยไม่ได้เดินตามแฟนตัวเล็กไปด้วยเพราะไม่ยากหงุดหงิดกับท่าทางและสายตาดื้อๆของแฟนตัวเองสักเท่าไหร่  แถมบทสนทนาที่คุยอยู่ก็เป็นเรื่องด่วนอย่างที่คิดไว้จริงๆ

 

            เขตก่อสร้าง...ภายในโรงแรมมีอุบัติเหตุขึ้นเล็กน้อย  ซึ่งทำให้ช่างที่กำลังต่อเติมห้องพักได้รับบาดเจ็บไปสองคนและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเรียบร้อย  ถึงแม้เรื่องที่เกิดขึ้นจะมีใครเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส  แต่เหตุทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในเขตก่อสร้างทั้งหมด  ชานยอลต้องรับผิดชอบไปตามหน้าที่พร้อมรีบบอกปลายสายทันทีว่าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาเพราะเขาจะจัดการให้เอง  รวมถึงฝากให้หัวหน้าคนงานดูแลความเรียบร้อยต่างๆแทนเขาไปก่อน  เนื่องจากพรุ่งนี้เขาไม่ว่างเข้าไปดูผู้บาดเจ็บด้วยตัวเองเพราะต้องเดินทางไปหาเจ้าของโรงแรมที่โซล  และ.......

 

โครมมมม!!!!

 

                เฮ้ยย!!..เดินยังไงวะ  ไอ้เปี๊ยก??!!

 

                ใครเปี๊ยก??!  เดินมาชนคนอื่นแล้วยังมาพูดแบบนี้อีก!

 

          “เก็บเดี๋ยวนี้เลยนะ...ของหล่นหมดแล้วเห็นไหม?!!!

 

          “โอ๊ยย!!...เจ็บนะเราไม่ได้เป็นคนทำสักหน่อย  นายเป็นคนทำหล่นก็เก็บเองสิ  ปล่อยนะ!! เราเจ็บ!

 

          คนที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ไม่ไกลจากเสียงโวยวาย...รีบกดวางสายทันทีทั้งๆที่ยังคุยเรื่องสำคัญไม่เสร็จ  เพราะเสียงร้องโอดโอยที่ฟังดูเจ็บปวดมันก็คือเสียงของแฟนตัวเอง  วิศวกรหนุ่มรีบวิ่งไปตามทางที่คนตัวเล็กเดินไปซื้อขนมด้วยความเป็นห่วง  และภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็ทำให้ชานยอลโมโหขึ้นมาทันที  เนื่องจากแบคฮยอนกำลังถูกชายวัยรุ่นคนหนึ่งดึงแขนเอาไว้ทั้งสองข้าง  แถมตะกร้าขนมที่ตัวเองฝากให้ถือไว้ก็ตกอยู่ใกล้ๆจนขนมต่างๆมากมายทั้งเยลลี่  น้ำดื่ม  ของขบเคี้ยวกระจายเกลื่อนอยู่เต็มพื้นไปหมดและของอย่างอื่นภายในซุปเปอร์มาเก็ตหล่นลงมาด้วย

 

            “เฮ้ยย!!...ปล่อยดิ่  มึงคิดจะทำอะไรวะ!!  เดินตรงไปผลักร่างของชายวัยรุ่นด้วยความโมโห  และดึงคนตัวเล็กมากอดไว้อย่างรู้สึกเป็นห่วง

 

            “ก็น้องชายพี่นั้นแหละ...เดินมาชนผมก่อน!!!  พูดจาก็ไม่ดี  ทำของหล่นก็ไม่ช่วยเก็บ!!”  ถูกวิศวกรหนุ่มผลักด้วยแรงที่คอนข้างมากจนเสียหลักลงไปนอนกองอยู่กับพื้น  และเมื่อตั้งตัวได้ก็รีบอธิบายสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นทันที

 

            “ถึงเด็กของกูจะทำผิดอย่างที่มึงพูด...แต่มึงก็ควรคุยกันดีๆ!!?  ไม่ใช่มาชุดกระกระชากลากถูดึงแขนกันแบบนี้!!”  พูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว...พร้อมมองหน้าชายวัยรุ่นด้วยสายตาดุดันเพราะตอนนี้แขนทั้งสองข้างของคนตัวเล็กมันเริ่มแดงจนเห็นได้ชัด

 

            “ละ...แล้วพี่จะเอายังไง!!!?”  ถามออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ  และอยากจบปัญหาที่เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด  เพราะตอนนี้คนในห้างสรรพสินค้าก็เริ่มมองมาที่ตัวเองมากขึ้น  แถมทั้งน้ำเสียง  ทั้งสายตาที่โดนชายร่างใหญ่จ้องแบบไม่กระพริบรวมถึงการถูกผลักจนล้มคว่ำก็ทำให้ชายวัยรุ่นรู้สึกหวั่นใจอยู่ไม่ใช่น้อย 

 

            “มึงจะให้กูไปดูกล้องวงจรปิดไหม...ว่าเรื่องนี้ใครผิดใครถูก!!?  ถ้าเด็กกูผิดจริง...กูยอมชดใช้ค่าเสียหายให้  แต่ถ้าไม่ผิด!!  กูจะกระทืบมึงให้ตายเลย...เอาไง?!!!”  พูดท้าทายพร้อมจ้องหน้าเด็กวัยรุ่นอย่างไม่รู้สึกกลัวอะไรทั้งนั้น  เพราะมั่นใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด  แบคฮยอนไม่ได้เป็นคนผิดแน่ๆ  ถึงแม้แฟนของตัวเองจะดื้อหรือเอาแต่ใจไปบ้าง  แต่ก็ไม่ได้มีนิสัยแย่ๆและชอบไปหาเรื่องคนอื่นก่อน

 

            “ผมไม่เอาอะไรทั้งนั้นแหละ!!”  พูดจบก็รีบเดินออกไปจากที่เกิดเหตุทันทีโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น  เพราะชายวัยรุ่นไม่อยากให้ชานยอลเห็นภาพในวงจปิดว่าเรื่องทั้งหมดใครเป็นคนเริ่มก่อนและไม่อยากโดนกระทืบด้วย

 

            มือหนา...ละจากการปกป้องคนตัวเล็ก  แล้วค่อยๆก้มเก็บสิ่งของต่างๆ...ทั้งขนมของแบคฮยอน  ทั้งของใช้ที่ชายวัยรุ่นทำหล่นกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นใส่ตะกร้าเอาไว้  และหยิบแค่ของหวานที่แฟนชอบทานอย่างเยลลี่เดินมาคิดเงินที่เคาน์เตอร์อย่างรู้สึกเหนื่อยใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น  ชานยอลไม่อยากโทษใครทั้งนั้นและไม่คิดว่า...การมาทานอาหารเย็นแล้วต่อด้วยการเดินซื้อของหวานกับแฟนที่นี่  จะทำให้แบคฮยอนต้องมาเจ็บตัว  ซึ่งเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อครู่ก็ทำให้วิศวกรหนุ่ม...ไม่กล้าปล่อยคนรักไว้ห่างกายอีกแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Peony  Condominium  เชจู

19.50 น.

 

แกร๊กก!!

 

            “น้องแบคไปอาบน้ำได้เลยนะครับ...เดี๋ยวพี่จะได้ทายาให้  แล้วยังเจ็บแขนอยู่หรือเปล่าพี่จะได้พาไปหาหมอ?”

 

            “ไม่เจ็บแล้วฮะ  ตะ...แต่พี่ชานยอลโกรธน้องแบคหรือเปล่าฮะ  พี่ชานยอลไม่ยอมคุยกับน้องแบคมาตั้งแต่ขับรถออกมาจากห้างแล้วนะ

 

            “แล้วจะให้พี่โกรธเรื่องอะไรไหนน้องแบคลองบอกพี่มาหน่อยซิ?”

 

            “ถ้ารู้...แล้วน้องแบคจะถามพี่ชานยอลทำไหมล่ะ?”

 

            “เฮ้ออออ!!!...ไปอาบน้ำได้แล้วไป  พี่ต้องทำงานต่อ  ถ้าน้องแบคง่วงก็นอนไปก่อนได้เลย  ไม่ต้องรอพี่

 

            ถูกพากลับมาที่คอนโดฯได้ไม่ถึงห้านาทีและพูดคุยกันได้ไม่กี่ประโยค...เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของผู้เป็นเจ้าของห้องก็ทำให้คนคิดมากอย่างแบคอยอนถึงกับเดินคอตกเข้ามาในห้องนอนเพื่ออาบน้ำตามคำสั่ง  เพราะไม่อยากทำให้แฟนรู้สึกเหนื่อยใจไปมากกว่าที่เป็นอยู่  ทั้งๆที่ใจจริงก็อยากจะเคลียร์ปัญหาต่างๆให้จบก่อนที่ตัวเองจะเข้านอน  แต่เหมือนยิ่งพูด...ก็ยิ่งไม่ได้คำตอบอะไรกลับมาเลยสักคำ  แถมยังทำให้หงุดหงิดมากขึ้นไปอีก

 

ปังงงงง!!!

 

            ระบายอารมณ์ที่ครุกรุ่นอยู่ในใจด้วยการปิดปะตูห้องจนเสียงดังสนั่นไปทั่วทั้งห้อง  เพราะไม่รู้จะระบายความอึดอัดต่างๆที่เป็นมาหลายอาทิตย์กับใคร  เนื่องจากคนต้นเหตุที่ทำให้อารมณ์แปรปรวนอยู่ตอนนี้เอาแต่ทำงาน  ทำงาน  แล้วก็ทำงานอย่างเดียว  แถมยังไม่คิดจะพูดอะไรเพื่อให้เขาสบายใจนอกจากการออกคำสั่งให้รีบไปอาบน้ำแล้วก็เข้านอน

 

 

                แบคฮยอน...ไม่ได้อยากทำตัวงี่เง่าแบบนี้เลยสักนิด  แต่มันก็ห้ามไม่ได้จริงๆเพราะรู้สึกว่าตัวเองถูกเมินอีกครั้งหลังจากที่ถูกพากลับมาที่นี่  แถมเรื่องที่เกิดขึ้นในห้างสรรสินค้าตอนที่เดินเลือกซื้อของหวานอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ตก็พาลทำให้ความหงุดหงิดที่มีมากอยู่แล้วกลับมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  และถึงแม้ชานยอลจะเข้ามาปกป้องเขาให้รอดพ้นจากการถูกชายวัยรุ่นคนนั้นรังแกได้ทันก็ตามที  แต่มัน...ก็ไม่สามารถชดเชยความรู้สึกน้อยใจที่เป็นมาก่อนหน้านี้ได้เลยสักนิด

 

            ความเข้าใจ...กับความไม่เข้าใจมันกำลังตีกันอยู่ในหัว  เพราะใจหนึ่งก็ทราบดีว่างานของชานยอลยุ่งมากแค่ไหนเนื่องจากการต่อเติมห้องพักต่างๆก็ยังไม่เรียบร้อยดี  แต่อีกใจ...ก็คิดว่าถ้าชานยอลพร้อมที่จะมีแฟนจริงๆอย่างที่เคยพูดเอาไว้ก็น่าจะแบ่งเวลามาดูแลกันบ้าง  ไม่ใช่เอาแต่ทำงานอย่างเดียวและปล่อยให้เขาคิดมากอยู่แบบนี้  แบคฮยอนถอดเสื้อผ้าโยนใส่ตะกร้าด้วยความหงุดหงิดก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำและคิดว่าการได้นอนแช่น้ำอุ่นๆอาจช่วยทำให้อารมณ์ต่างๆเย็นลงได้บ้าง 

 

แต่...ยังไม่ทันได้หย่อนกายลงไปในน้ำ  เสียงของประตูห้องนอนที่ดังมาพร้อมกับคำสั่งของผู้เป็นเจ้าของห้องก็ทำให้ ต้องตะโกนตอบออกไปอย่างรู้สึกหงุดหงิด(อีกครั้ง!!)

 

แกร็ก!!

 

            “น้องแบคคค...อาบน้ำเสร็จแล้วไปหาพี่ที่ห้องทำงานนะครับ  พี่จะได้ทายาให้

 

            “รู้แล้ววววววว...ฮะ!!

 

และ...คำสั่งกับคำตอบที่ตะโกนใส่กันไปมาเมื่อครู่ก็เหมือนเป็นตัวตัดสินให้คนตัวเล็กคิดแผนอะไรบางอย่างเพื่อลองใจผู้เป็นเจ้าของห้องด้วยความนึกสนุก????

 

...

 

 

...

 

 

...

 

ก๊อก ๆ  ๆ ๆ!! 

 

            หลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย...และไม่ได้นอนแช่น้ำอุ่นเพื่อดับอารมณ์ของตัวเองอย่างที่คิดเอาไว้  เพราะแผนที่เตรียมมาเพื่อลองใจใครบางคนมันผลักดันให้แบคฮยอนต้องรีบเดินเข้ามาหาชานยอลที่ห้องทำงานตามคำสั่ง  และตอนนี้...คนตัวเล็กที่มีผ้าห่มผืนโตสีเข้มห่อหุ่มร่างกายเอาไว้ก็เดินมาจนถึงหน้าห้องพร้อมดึงมือออกมาจากผ้าห่ม เพื่อเคาะประตูเบาๆเป็นเชิงขออนุญาต  และเปิดประตูเข้าไปด้านในทันทีแล้วห่อตัวเองไว้ในผ้าห่มเหมือนเดิม

 

            “อ้าวว...น้องแบค  เป็นอะไรครับ!!!??  เดินเอาผ้าห่มมาด้วยทำไม  ไม่สบายหรือเปล่า?”  คนที่กำลังวุ่ยวายอยู่กับเอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานรีบเอ่ยถามออกไปด้วยความเป็นห่วง  เพราะเมื่อเงยหน้ามองคนที่เดินเข้ามาในห้องก็ต้องพบกับก้อนผ้าอ้วนๆที่มีแค่ศีรษะของคนตัวเล็กโผล่ออกมาเท่านั้น

 

            “พี่ชานยอลทำงานเสร็จหรือยังฮะ”  พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนและค่อยๆเดินมาหาเจ้าของห้องที่โต๊ะทำงาน  เนื่องจากการมีผ้าห่มผืนใหญ่คลุมร่างกายมันก็ทำให้การก้าวเดินกลายเป็นเรื่องยาก  เพราะถ้าให้เดินด้วยความเร็วปกติก็อาจทำให้เจ้าตัวหกล้ม

 

            “ยังไม่เสร็จง่ายๆหรอกครับ  เอกสารตั้งเยอะ...แล้วตกลงน้องแบคเอาผ้าห่มมาด้วยทำไม  หื้มมไม่สบายหรือเปล่า???”  ปากทำหน้าที่ถาม...แต่มือก็จัดการเรียงเอกสารที่เคลียร์เสร็จไปแล้วบางส่วนเก็บใส่แฟ้มโดยไม่ได้มองหน้าคนที่ตัวเองกำลังคุยด้วยเลยสักนิด

 

            และการกระทำของชานยอล...ก็ส่งผลให้คนที่ถูกเมินซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ต้องเปลี่ยนจากการยืนคุยอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงาน  มาเป็นการเดินอ้อมมาทางด้านหลังชานยอลพร้อมกางผ้าห่มผืนโตคลุมทั้งเก้าอี้  ทั้งคนที่เอาแต่นั่งทำงานโดยไม่สนใจอะไรเลยนอกจากเอกสารบนโต๊ะ  และตอนนี้...ในผ้าห่มสีเข้มก็มีเก้าอี้หนึ่งตัวที่กั้นระหว่างเขาและชานยอลเอาไว้  แถมคนเจ้าแผนการก็ยังซบหน้าลงบนไหล่กว้างด้วยความออดอ้อน

 

            “เมื่อไหร่พี่ชานยอลจะทำงานเสร็จล่ะฮะ  น้องแบคง่วงนอนแล้วนะ

 

            “ง่วงก็นอนไปก่อนสิครับ  พี่ยังทำงานไม่เสร็จเลย...แต่ก่อนนอนน้องแบคต้องทายาก่อนนะครับ  แขนจะได้ไม่ช้ำ

 

            “ไม่เอาฮะ...น้องแบคอยากนอนพร้อมพี่ชานยอล

 

            “เฮ้อออ...น้องแบคอย่าดื้อได้ไหมครับ  พี่งานยุ่งจริงๆ

 

            “พี่ชานยอลไม่รักน้องแบคแล้วใช่ไหมล่ะ!??”

 

            “อย่าพูดแบบนี้อีกนะน้องแบค!!  แล้วก็กลับไปนอนได้แล้ว...พี่ยังไม่อยากทะเลาะกับเราตอนนี้!

 

            “น้องแบคก็ไม่อยากทะเลาะกับพี่ชานยอลเหมือนกัน!!!  แต่พี่ชานยอลไม่สนใจน้องแบคเลย!  พี่ชานยอลเอาแต่ทำงาน  ทำงาน  ทำงานนนนนน!!!

 

            คนงานยุ่ง...พยายามพูดดีๆกับผู้ที่ยังคงงอแงด้วยความใจเย็น  แต่ดูเหมือนทุกอย่างมันกำลังทำให้เขาใจร้อนเพราะยิ่งพูดก็ยิ่งเจอแต่คำที่ไม่น่าฟัง  แถมคนตัวเล็กก็ดื้อมากจนอยากจะจับมาฟาดก้นสักทีสองที  ชานยอลค่อยๆดึงผ้าห่มออกจากร่างกาย  พร้อมหมุนเก้าอี้เพื่อที่จะหันไปคุยกับแฟนเด็กให้รู้เรื่อง  แต่...ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าประหนึ่งความชัดในแบบHQ  กลับทำให้สิ่งที่คิดจะพูดถูกกลืนหายไปกับความขาวเนียน  ยอดอกสีหวานและสะโพกผายอวบอิ่ม  เพราะเมื่อผ้าห่มถูกดึงออกไปกองอยู่กับพื้น  ชานยอลก็ได้เห็นร่างเปลือยเปล่าของแบคยอนที่ยืนทำหน้าบึ้งอยู่อย่างนึกอายต่อสิ่งใด

 

            “นะ..น้องแบค!!!!...ทำไมทำแบบนี้ครับ?”

 

            “ก็พี่ชานยอลไม่สนใจน้องแบคเลย!!

 

            “ใครบอกว่าพี่ไม่สนใจ  แล้วใครสอนให้ทำแบบนี้!!  หึ!!”

 

            “พี่ชานยอลอย่ามาขึ้นเสียงใส่น้องแบคนะ!!  น้องแบคไม่ได้ทำอะไรผิด!

 

            “มายืนแก้ผ้าแบบนี้...ยังบอกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดอีกเหรอ??  เข้าไปแต่งตัวให้เรียบร้อย  แล้วก็นอนได้แล้ว!!!!

 

            อุตส่าห์คิดแผนมาอย่างดี...แต่กลับถูกแฟนต่อว่าด้วยน้ำเสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน  แถมยังถูกเมินอีกครั้งจนทำให้ความขุ่นมัวต่างๆที่เก็บไว้มานานระเบิดออกมาอย่างห้ามไม่ได้  แบคฮยอนรู้สึกแย่เพราะพยายามหาวิธีเพื่อให้ชานยอลสนใจตัวเองบ้าง  แต่สิ่งที่ได้รับ...กลับสร้างความน้อยใจ  ความโกรธและความสับสนให้มีมากขึ้นไปอีก  แถมการที่ชานยอลหมุนเก้าอี้กลับไปนั่งทำงานเหมือนเดิมก็ยิ่งทำให้แบคฮยอนรู้สึกเสียใจมากกว่าที่เป็นอยู่

 

            “ถ้าพี่ชานยอลอยากทำงาน....งั้นน้องแบคกลับบ้านก็ได้  แล้วน้องแบคก็จะไม่มาค้างกับพี่ชานยอลอีก!!

 

            “อย่ามายั่วโมโหพี่นะครับ...น้องแบค!!!  พี่บอกให้กลับไปนอนเดี๋ยวนี้!!!!  อย่าดื้อ!!!!

 

            “ไม่นอน!!  แล้วน้องแบคก็ไม่ได้ยั่วโมโหพี่ชานยอลด้วย  ใช่สิ!!...น้องแบคไม่มีนมใหญ่ๆเหมือนผู้หญิคนอื่นๆของพี่ชานยอลหนิ!!??  พี่ชานยอลถึงได้เมินน้องแบค!!  งั้นก็เชิญพี่ชานยอลทำงานต่อไปเลย  น้องแบคจะกลับบ้าน!!!!

 

            “จะนอนที่นี่ใช่ไหม...งั้นมานี่เลย!!!  น้องแบคอยากให้พี่สนใจใช่ไหม??!!!...แล้วอย่ามาร้องไห้ที่หลังก็แล้วกัน!!

 

            “ปล่อยน้องแบคเดี๋ยวนี้นะ!!!  พี่ชานยอลไม่ต้องมายุ่งกับน้องแบคเลย  น้องแบคจะกลับบ้าน!!

 

ปึ่กกก!!!

 

            เหมือนยิ่งอธิบาย...แบคฮยอนก็ยิ่งเอาแต่ใจตัวเองมากขึ้นทุกที  และเมื่อความอดทนต่อสิ่งเย้ายวนได้สิ้นสุดลง  มันก็จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงเพื่อยุติปัญหาทุกอย่างให้จบภายในคืนนี้  คนตัวเล็กถูกวิศวกรประจำโรงแรมอุ้มพาดบ่าก่อนเดินเข้ามาในห้องนอน  แล้วโยนลงไปบนเตียงด้วยความรู้สึกมันเขี้ยวมากกว่าทำไปด้วยความโมโห

 

 

            ชานยอล...พยายามหันหลังให้กับคนที่ยืนแก้ผ้าเถียงเขาด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง  และทำงานต่อโดยไม่สนใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า  เพราะมันกำลังทำให้อารมณ์ต่างๆที่เก็บไว้มานานเริ่มเหลือน้อยลงทุกที  แต่เหมือนยิ่งหนีก็ยิ่งทำให้เรื่องแย่ลงไปกว่าเดิมจนต้องตัดสินใจคุยกับแฟนตัวเล็กให้รู้เรื่อง  เจ้าของห้อง...ใช้ขนาดตัวที่ใหญ่กว่าคร่อมร่างเปลือยเปล่าแสนงอนเอาไว้  และมองใบหน้าเนียนไล่ลงไปจนถึงสะโพกอวบอย่างห้ามความรู้สึกเอาไว้ไม่ได้

 

            “พะ...พี่ชานยอลจะทำอะไร!!???”  ถูกสายตาคมจ้องมองจนอดหวาดหวั่นไม่ได้  แต่ก็ยังทำเป็นใจกล้าและถามออกไปด้วยความสงสัย

 

            “แล้วน้องแบคอยากให้พี่ทำอะไรล่ะ?”  ได้ยินคนใต้ร่าง...ถามด้วยเสียงสั่นๆแต่ก็ยังเชิดหน้าทำเป็นเก่งเหมือนอย่างที่ทำตอนอยู่ในห้องทำงาน   ชานยอลจึงคิดจะสั่งสอนคนอวดเก่งให้รู้บ้างว่าไม่ควรยั่วโมโหเขาด้วยวิธีการเปลือยกายแบบนี้

 

            “น้องแบคอยากให้พี่ชานยอลสนใจ”  หลบสายตาคนเจ้าเล่ห์  และพูดความต้องการของตัวเองออกไปเพราะถึงแม้แบคฮยอนจะทราบว่าสิ่งที่ทำลงไปทั้งหมดมันเป็นเรื่องที่ไม่สมควร  แต่ ณ...เวลานั้นมันคิดวิธีอื่นไม่ออกจริงๆ

 

            “พี่ก็กำลังสนใจอยู่นี่ไงครับ...น้องแบคคคค”  ก้มใบหน้าหล่อเหลาคลอเคลียอยู่แถวใบหู  และพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าเพราะตอนนี้อารมณ์ต่างๆมันเริ่มปะทุขึ้นเมื่อได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากผิวกายที่ขาวเนียน

 

            “น้องแบคยอมทุกอย่างเลยฮะ  ถ้ามันทำให้พี่ชานยอลสนใจน้องแบคมากขะ...ขึ้น  อ๊ะ!!!”  ยกมือทั้งสองข้างดันอกกว้างเอาไว้  พร้อมทั้งหลับตาและขยับกายหนีจมูกของคนด้านบนที่กำลังปัดป่ายไปมาแถวซอกคอเพราะมันรู้สึกจั๊กจี้  และไม่ได้รังเกียจที่ถูกทำแบบนี้แต่ใจลึกๆก็รู้สึกกลัวอยู่ไม่ใช่น้อย

 

            แบคฮยอนทราบดี...ว่าชานยอลกำลังจะทำอะไร  หรือรู้สึกเช่นไร  เพราะเขาไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขั้นไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำไปทั้งหมดมันได้กระตุ้นความต้องการบางอย่างให้เกิดขึ้น  และใช่ว่าอยากพูด  อยากทำ  อยากปล่อยตัวปล่อยใจง่ายๆแบบนี้เพื่อให้แฟนหันมาสนใจ  แต่เมื่อมันมาถึงขั้นนี้แล้ว...เขาก็ไม่อยากถอยเพราะถ้าได้ผล  แบคฮยอนก็คิดว่ามันคุ้มโดยไม่สนว่าสิ่งที่ทำไปจะเสียเปล่า!!!

 

            ส่วนคนที่ห้ามอารมณ์ตัวเองไว้ไม่ได้อีกแล้ว...ก็ไล่ริมฝีปากลงไปเรื่อยๆจากซอกคอจนถึงยอดอกสีหวาน  ปากคมดูดเม้มซึมซับความหอมไปทุกสัดส่วนอย่างคนเอาแต่ใจและทราบดีว่าทุกๆอย่างจะจบลงเช่นไร  เขาจึงพยายามไม่ทำรุนแรงหรือทำอะไรวู้วามจนเกินไปเพราะไม่อยากให้คนอ่อนประสบการณ์ตื่นกลัว  มือหนาบีบเค้นสะโพกผาย  สายตามองใบหน้าแฟนตัวเล็ก  และตอนนี้แบคฮยอนก็กำลังกำหมอนใบโตเอาไว้แน่นพร้อมกัดปากเพื่อนกลั้นเสียงร้องของตัวเองเอาไว้

 

จุ๊บบ!!

 

            “รู้สึกอะไรก็ร้องออกมาเลยครับน้องแบค  ไม่ต้องกลัว”  ละริมฝีปากจากหน้าท้องแบบราบและเลื่อนตัวขึ้นมาจูบปลอบขวัญคนที่นอนกัดปากตัวเองด้วยความเป็นห่วง  เพราะชานยอลกลัวปากบางๆที่เขาเคยลิ้มรสมาแล้วว่าหวานแค่ไหนจะเลือดออกเสียก่อน

 

            “น้องแบคไม่ได้กลัวฮะ  ตะ..แต่น้องแบคอาย”  ลืมตามาเจอร้อยยิ้มของคนเจ้าเล่ห์ในระยะใกล้เพียงอากาศกั้นมันทำให้หัวใจของแบคฮยอนเต้นแรงกว่าเดิม...จากที่เต้นแรงอยู่แล้ว

 

ฟอดดด!!!!

 

            “แล้วตอนแก้ผ้าเดินมาหาพี่ที่ห้องทำงานทำไมไม่อาย  หื้ม?”  ถามออกไปโดยที่ไม่ได้อยากรู้คำตอบ   แต่ที่ถามก็เพื่อแกล้งให้คนตัวเล็กอายกว่าเดิม  แล้วหอมแก้มนุ่มด้วยความมันเขี้ยว

 

            ชานยอลทราบดี...ว่าคนใต้ร่างทั้งกลัวทั้งอายแต่ก็ทำเป็นใจกล้าไปอย่างนั้นเพราะอยากให้เขาสนใจ  และวิธีที่ใช้อยู่ตอนนี้มันก็ได้ผล  เนื่องจากผิวเนียนขาว  สะโพกอวบและความหอมความนุ่มที่ได้สัมผัสมันทำให้ละความสนใจไปไม่ได้จริงๆ  ใช่ว่าอยากฉวยโอกาสตอนที่คนตัวเล็กรู้สึกสับสนหรืออ่อนแอกับความรู้สึกที่คิดว่าตัวเองถูกเมิน  แต่การทดสอบเขาด้วยวิธีนี้...มันก็ทำให้ควบคุมอารมณ์ได้ยากเช่นกัน

 

            “ก็พี่ชานยอลไม่สนใจน้องแบคหนิฮะ  อ๊ะ!!

 

            “อื้มมม...งั้นเตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีนะครับ  เพราะพี่กำลังสนใจน้องแบคแล้ว

 

            “ซี๊ดดด  พะ...พี่ชานยะ...ยอล

 

            ถูกวิศวกรประจำโรงแรม...ครอบครองส่วนอ่อนไหวด้วยปากจนห้ามเสียงร้องหน้าอายเอาไว้ไม่ได้  และไม่คิดว่าจะมีใครกล้าทำแบบนี้ให้เขาเพราะปกติ...การปลดปล่อยอารมณ์ไปตามธรรมชาติของผู้ชายก็ใช้แค่มือเท่านั้น  ยิ่งการทำเรื่องอย่างว่ากับแฟนระหว่างผู้ชายกับผู้ชายด้วยกันก็ยิ่งไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าจะต้องทำเช่นไรหรือจะต้องรู้สึกแบบไหน  และถึงแม้แบคฮยอนจะเคยได้ยินเพื่อนๆที่มหาวิทยาลัยเล่าให้ฟังมาบ้าง  แต่มันก็ไม่เหมือนกับสิ่งที่ตัวเองกำลังเจออยู่ในตอนนี้

 

            “อื้มมม

 

            “ซี๊ดดดด  อ่าห์

 

            ได้แต่ส่งเสียงร้อง...เพื่อความระบายความรู้สึกต่างๆออกไปอย่างไม่นึกอายอะไรอีกแล้ว  และหายใจถี่รัวเมื่อได้ปลดปล่อยความอึดอัดออกไปจนหมด  แต่...การถูกนิ้วโป้งของคนมากประสบการณ์ลูบวนไปวนมาอยู่ทางด้านหลังมันก็ทำให้การหายใจเริ่มติดขัดอีกครั้งและรู้สึกตกใจจนร่างงกายรู้สึกเกร็งไปหมด

 

                ผ่อนคลายนะครับ...น้องแบค  เพราะหลังจากนี้จะเจ็บนิดหน่อย  แต่พี่สัญญา...ว่าจะทำให้น้องแบคเจ็บน้อยที่สุด  น้องแบคเชื่อพี่นะครับ

 

                พยักหน้าตอบรับด้วยความเต็มใจ...เพราะหลังจากที่ได้เห็นสายตาของแฟนตัวใหญ่  แบคฮยอนก็ทราบได้ทันทีว่าเจ้าตัวกำลังรู้สึกเช่นไร  มันเต็มไปด้วยความอบอุ่น  ความต้องการ  ความอ่อนโยนเหมือนอย่างคำพูดที่ได้ยินเมื่อครู่  แบคฮยอนไม่อยากคิดว่าสิ่งที่ได้ยินจะเป็นแค่คำหลอกลวงเพื่อให้ตัวเองตายใจ  เพราะเขาเป็นคนเลือกที่จะทำแบบนี้เองและไม่ได้คัดค้านหรือต่อต้านมาตั้งแต่แรก  แต่ก็ต้องยอมรับ...ว่าใจลึกๆก็รู้สึกกังวลอยู่ไม่ใช่น้อย

 

            ส่วนคนที่ถูกความหอมหวานโจมตีจนอารมณ์กระเจิดกระเจิง...ก็รีบถอดเสื้อผ้าจนร่างกายเปลือยเปล่าและก้มจูบตามผิวเนื้อเนียนขาวด้วยความรู้สึกหวง  ชานยอลไม่อยากให้ใครเห็นความสวยงามของแบคฮยอนอีกแล้ว  เพราะหลังจากที่ตัวเองได้ลิ้มรส  ได้สัมผัส  ได้จับต้องคนตัวเล็กไปเมื่อกี่นาทีที่ผ่านมามันก็ทำให้เดาได้ไม่อยากเลยว่า....นี่คือครั้งแรกของแบคฮยอน  และสิ่งที่ทำให้รู้ได้อีกอย่างก็คือ...ช่องทางที่ถูกนิ้วโป้งของเขาลูบวนอยู่เมื่อครู่ก็ปิดสนิทและบอบบางจนไม่กล้าทำอะไรรุนแรงเหมือนอย่างที่เคยทำกับคนอื่น

 

            วิศวกรหนุ่มจูบซับไปตามต้นขาด้านในและพยายามปรับส่วนที่กำลังจะถูกเติมเต็มด้วยความรักให้คุ้นชินก่อนที่จะเจอกับสิ่งทำให้เจ็บกว่านิ้วด้วยความทะนุถนอมและเบามือที่สุด  แต่...การบิดเกร็งของคนตัวเล็กที่มาพร้อมกับเสียงร้องหวานๆก็ชวนให้อารมณ์ของชานยอลเริ่มกระเจิดกระเจิงมากขึ้นจนต้องใช้อาวุธร้ายที่เตรียมรออยู่นานมอบความสุขให้กับแบคฮยอนและตัวเองสักที

 

            “จะ...เจ็บฮะ  น้องแบคเจ็บ!!

 

            “อดทนหน่อยนะครับเด็กดี....มันจะไม่เจ็บอีกแล้ว  น้องแบคกอดพี่ไว้แน่นๆนะครับ”

 

            “อ๊ะ!!

 

            “อื้มมม  ซี้ดดด!!!”

 

            จากเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด...ก็เปลี่ยนเป็นเสียงครางหวานและเคลื่อนกายไปตามจังหวะรักที่คนด้านบนมอบให้อย่างห้ามความรู้สึกเอาไว้ไม่ได้  แบคฮยอนกอดแฟนตัวใหญ่ไว้ตลอดเวลาและปล่อยอารมณ์ไปตามที่ใจปรารถนาโดยไม่รู้สึกหวาดกลัวหรืออายอะไรอีกแล้ว  ส่วนชานยอล...ก็รู้สึกไม่ต่างไปจากคนตัวเล็กเลยแม้แต่น้อยและทำทุกอย่างด้วยความทะนุถนอมเพราะไม่ต้องการให้ร่างกายที่ทำให้เขาแทบคลั่งอยู่ตอนนี้บอบช้ำ

 

            “อ่าห์........

 

            ต่างคนต่างเติมเต็มความรักให้แก่กันและกัน  และก็เป็นแบคฮยอนที่หมดแรงจนต้องทิ้งตัวลงบนอกกว้าง  ชานยอลกอดร่างที่ล้มตัวลงบนกายของเขาเอาไว้แน่น  และเสียงหายใจที่ดูเหนื่อยหอบในตอนแรกแล้วเปลี่ยนเป็นการผ่อนลมเข้าออกอย่างสม่ำเสมอก็ทำให้ชานยอลรู้ได้ทีนทีว่าคนที่นอนหมดแรงอยู่บนอกได้หลับไปแล้ว  มือหนาดึงผ้าห่มผืนโตคลุมร่างของคนตัวเล็กเอาไว้เพราะคิดว่า...หลังจากที่บทรักสิ้นสุดลง  ความเย็นภายห้องนอนอาจทำให้ผู้ที่เพิ่งโดนเสือร้ายอย่างเขาจับกินเป็นครั้งแรกป่วยไข้

 

แล้วสักพัก...ชานยอลก็หลับไปพร้อมๆกับความสุขที่ได้รับในคืนนี้โดยที่ยังมีเอกสารกองโตวางเกลื่อนอยู่บนโต๊ะทำงาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โรงแรม  โซล

07.05 น.

 

           

            เป็นเช้า...ของวันทำงานที่แสนจะขี้เกียจเนื่องจากสภาพร่างกายมันไม่พร้อมที่จะทำอะไรเลย  และอยากนอนมากกว่าตื่นมาทำงาน  วันนี้พนักงานจัดดอกไม้ต้องเข้างานรอบเช้าและเลิกงานห้าโมงเย็นตามตารางที่หัวหน้าแผนกจัดไว้ให้  และที่รู้สึกขี้เกียจ...ก็เป็นเพราะถูกเจ้าของโรงแรมเอาแต่ใจทั้งคืน  แถมช่วงนี้ก็ไม่ได้กลับไปนอนที่อพาร์ทเมนท์ของตัวเองเลยแม้แต่วันเดียว  

 

            เซฮุน...ถูกสั่งให้มานอนที่คอนโดฯสุดหรูโดยที่ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธอะไรได้  แต่ก็ยังไม่ได้ย้ายมาอยู่แบบเต็มตัวเหมือนอย่างที่เจ้าของคำสั่งต้องการเพราะมันยังรู้สึกอึดอัดกับความสัมพันธ์ที่คลุมเครือ  เซฮุนคิดมาตลอด...ว่าการที่ตัวเองต้องมานอนอยู่ที่คอนโดฯแห่งนี้ทุกวันก็เป็นเพราะไม่อยากขัดใจหรือสร้างความโมโหให้กับผู้เป็นเจ้าของ  แล้วการทำให้คิมจงอินหงุดหงิดมันก็ไม่เคยมีผลดีต่อใครทั้งนั้น

 

แต่...ก็ต้องยอมรับความจริงอีกข้อหนึ่งด้วยว่า  หัวใจของตัวเองก็มักจะโอนอ่อนผ่อนตามไปกับคำสั่งทุกข้อของจงอินด้วยเช่นกัน  U_U

 

Rrrrr!!

 

Rrrrr!!

 

            มัวแต่คิดเรื่องที่ทำให้หัวใจห่อเหี่ยวจนเกือบจัดดอกไม้สำหรับงานสัมมนาไม่เสร็จ  และเสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นฉุดสติให้พนักงานอย่างเซฮุนต้องรีบวางกรรไกรในมือเพื่อรับสาย  และชื่อ...ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอเครื่องมือสื่อสารก็ทำให้มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียวสวย

 

            “ว่าไง...คนมีแฟนแล้ว

 

            (อย่ามาล้อแบคนะ...แล้วแบคโทรมารบกวนเซฮุนหรือเปล่า?)

 

            “ไม่เลย ๆ...คุยได้  วันนี้งานไม่เยอะเท่าไหร่

 

            (พอดีแฟนแบคจะไปทำงานที่โซล...แบคก็เลยอยากไปหาเซฮุนด้วย  เย็นนี้เซฮุนว่างไหมแบคจะได้พาแฟนไปแนะนำให้รู้จัก)

 

            “ว่างสิ....ว่าง ๆ ๆ   วันนี้เราเลิกงานห้าโมง...แล้วแบคจะมาถึงที่นี่กี่โมง??”

 

            (คงถึงเย็นๆเหมือนกัน...แต่แฟนต้องไปส่งงานให้เพื่อนที่คอนโดฯก่อน  ถ้าแบคถึงโซลแล้วจะโทรบอกเซฮุนอีกทีนะ)

 

            “ได้เลย...แล้วเจอกันนะแบค

 

            (งั้นแค่นี้ก่อนนะเซฮุน...)

 

            “จ้าาา...บายยยย

 

            วางสาย...ด้วยความรู้สึกดีใจที่เพื่อนรักจะเดินทางมาพบถึงที่นี่  เพราะหลังจากที่เรียนจบและแยกย้ายกันไปทำงานก็ไม่เคยได้พบกันอีกเลย  และถึงแม้จะโทรติดต่อหากันบ้าง  แต่การได้เจอกันมันก็ย่อมดีกว่า  มือบางหยิบกรรไกรขึ้นมาอีกครั้งเมื่อวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม  แล้วเริ่มจัดดอกไม้ต่อเนื่องจากวันนี้มีงานสัมมนาในช่วงบ่ายสองห้อง  และเขา...ก็เพิ่งจัดดอกไม้เสร็จไปเพียงแค่ห้องสัมมนาห้องเดียวเท่านั้น

 

Rrrrr!!

 

          สวัสดีครับ

 

            ยังไม่ทันได้เริ่มลงมือปักดอกไม้ใส่แจกันเลยสักดอก...เสียงสมาร์ทโฟนที่เพิ่งวางลงไปบนโต๊ะทำงานไปก็ดังขึ้นอีกครั้ง  และคนที่โทรเข้ามาก็ทำให้พนักงานจัดดอกไม้อย่างเซฮุนต้องรีบกดรัเพราะปกติคนในสายจะไม่โทรมาในเวลาทำงานเด็ดขาด

 

            (ยุ่งอยู่หรือเปล่าครับเซฮุน??)

 

            “ก็นิดหน่อยครับ...พอดีเซฮุนจัดดอกไม้ค้างไว้สำหรับงานสัมมนาบ่ายนี้

 

            (จัดดอกไม้เสร็จ...ก็รีบกลับคอนโดฯเลยนะ  พี่โทรบอกหัวหน้าแผนกให้แล้ว)

 

            “พะ...พี่จงอินทำแบบนี้ทำไมครับ!!  มันยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลยนะครับ  แล้วเซฮุนก็ยังทำงานไม่ครบเลยด้วย

 

            (พี่บอกให้กลับก็กลับ  อย่าดื้อได้ไหมเซฮุน!!)

 

            “จะให้เซฮุนกลับไปทำอะไรครับ??...แล้วเย็นนี้เซฮุนก็มีนัดกับเพื่อนแล้วด้วย!!

 

            (โทรไปยกเลิกนัด!!...เพราะพี่ไม่อนุญาต!!)

 

            “พี่จงอิน!!!...นี่มันจะมากไปหรือเปล่าครับ!!

 

            ก้าวก่ายเรื่องงานกันยังไม่พอ...เซฮุนยังถูกเจ้าของโรงแรมสั่งห้ามไม่ให้ไปหาเพื่อนทั้งๆที่นัดกันไว้แล้ว  แถมยังต้องเลิกงานก่อนเวลาด้วยการโทรไปคุยกับหัวหน้าแผนกโดยไม่ถามความเห็นจากเขาเลยสักคำ  เซฮุนรู้สึกโกรธมากๆ...และดีที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในห้องทำงานเพราะพี่ๆในแผนกต่างลงไปจัดดอกไม้อยู่ในส่วนอื่นๆภายในโรงแรม

 

            (มันจะมากกว่านี่แน่...ถ้าพี่ไปรับเซฮุนที่ห้องทำงาน!!!  จะเอาแบบนั้นไหม?!!)

 

            “อย่านะครับ!!...พี่จงอินห้ามทำแบบนั้นเด็ดขาดเลยนะครับ  เซฮุนขอร้อง

 

            (ไม่อยากให้พี่ทำ...ก็รีบกลับคอนโดตามที่พี่บอก  แล้วก็อย่าลืมโทรไปยกเลิกนัดเพื่อนด้วย

 

ติ๊ดด!!

 

            ทำได้แค่ระบายอารมณ์ใส่กับสิ่งของที่วางอยู่ใกล้ๆมือ...ด้วยการฟาดดอกกุหลาบสีเหลืองลงบนโต๊ะทำงานอย่างรู้สึกหงุดหงิดกับการกระทำของคนที่เพิ่งวางสายไปเมื่อครู่  พนักงานจัดดอกไม้...ต้องทำตามคำสั่งของคนเป็นเจ้านายอย่างหาทางหลีกเลี่ยงไม่ได้  แถมยังอดไปหาเพื่อนรักที่นานๆครั้งจะว่างมาเจอกันสักที  ร่างสวยหย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้เหมือนคนหมดแรงและรีบกดเครื่องมือสื่อสารเพื่อโทรไปยกเลิกนัดก่อนที่เพื่อนกับแฟนจะเดินทางมาถึงที่นี่

 

            เมื่อระบายความอึดอัด  ความโมโห  ความหงุดหงิดและโทรไปยกเลิกนัดเพื่อนรักเรียบร้อย...เซฮุนก็ลงมือจัดดอกไม้ต่อจนเสร็จ  เพราะเหลืออีกไม่กี่ชั่วโมง...งานสัมมนาก็ใกล้จะเริ่ม   และตัวเขาก็ต้องรีบเดินทางหลับคอนโดฯตามคำสั่งของจงอิน  เซฮุนลำเรียงดอกไม้ที่จัดเสร็จแล้วใส่รถเข็นด้วยความเร่งรีบ  แล้วกดลิฟท์ไปห้องสัมมนาเมื่อจัดดอกไม้เสร็จ  มือบางยกความสวยงามที่บรรจงจัดอยู่นานวางลงบนโต๊ะสำหรับวิทยากร  โพเดี่ยมและโต๊ะลงทะเบียนหน้างานอย่างเบามือ  แล้วพอจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นก็รีบเข็นรถกลับไปที่ห้องทำงานก่อนเดินทางกลับคอนโดฯทันที

 

...

 

...

 

...

 

...

 

...

 

Gazania  Condominium

13.47 น.

 

            เซฮุนรีบเดินทางกลับมาที่คอนโดฯด้วยการนั่งแท็กซี่  เพราะขืนนั่งรถโดยสารเหมือนอย่างที่เคยทำก็คงไม่ทันใจคนออกคำสั่งแน่ๆ  และตอนนี้ก็ยังไม่รู้สาเหตุที่ต้องรีบกลับมาที่นี่  เพราะมัวแต่โมโหคนเอาแต่ใจจนไม่ทันได้ถามอะไรออกไปทั้งนั้น  เซฮุนเร่งฝีเท้าก่อนขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นที่  11 และเมื่อลิฟท์เปิดออกก็รีบวิ่งไปที่ห้องเบอร์หนึ่งทันที  แล้วใช้การ์ดสีทองเปิดประตูห้องด้วยความร้อนรน

 

แกร๊กก!!

 

            “(.....!!!!!!!!!!)

 

            เจ้าของขาเรียวสวย...ภายใต้กางเกงสกินนี่สีเข้มต้องยืนนิ่งเหมือนถูกสาป  เพราะเมื่อเปิดประตูเข้ามาด้านในก็เห็นดอกทิวลิปสีแดงหลายพันดอกถูกวางอยู่เต็มห้องไปหมด  มันเยอะจนคิดว่าความสวยงามที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือทุ่งดอกทิวลิป  แถมคนที่ออกคำสั่งให้เขารีบกลับมาที่นี่ก็ยืนอยู่ท่ามกลางดอกไม้แสนสวยงามพวกนี้ด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น

 

            “เซฮุน...เดินมาหาพี่หน่อยครับ

 

            “นี่มันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับพี่จงอิน...ทำไมถึงมีดอกไม้วางอยู่เต็มห้องไปหมด??”

 

            “แล้วเซฮุนชอบไหมล่ะ?”

 

            “ชอบครับ...ชอบมากๆ  มันสวยมากเลยครับ

 

            “หลับตาหน่อยนะครับเซฮุน...พี่มีอะไรจะให้

 

           คนถูกออกคำสั่ง(อีกครั้ง)...ยังรู้สึกงงไม่หายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  แต่ก็ยอมเดินเข้าไปหาเจ้าของห้องและหลับตาลงช้าๆตามคำสั่ง  และความเย็นจากโลหะที่กระทบผิวเนื้อบริเวณคอก็ทำให้รู้สึกตกใจจนต้องเปิดเปลือกตาขึ้นทันที

 

จุ๊บบ!!

 

            “ชอบไหมครับ...คนดีของพี่

 

            ถูกปากหยัก...จูบลงบนหน้าผากอย่างอ่อนโยนและเมื่อก้มลงมองโลหะบนคอ  เซฮุนก็ได้พบกับสร้อยเส้นสวยที่จงอินคนสวมให้  แถมจี้ที่มาพร้อมสร้อยก็เป็นรูปดอกทิวลิปที่มีอัญมณีสีแดงประดับอยู่อย่างสวยงาม  และมันก็สวยเหมือนกับดอกไม้ที่วางอยู่ในห้องตอนนี้  เซฮุนถูกกอดไว้ด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไปจากทุกครั้งเพราะวันนี้...เขารู้ใจตัวเองแล้วว่ารู้สึกเช่นไรกับคนที่อยู่ในอ้อมอกตอนนี้

 

            “ชอบครับ...มันสวยมากเลย  แต่ว่ามันไม่เหมาะกับเซฮุนหรอกครับ  มันแพงเกินไป  เซฮุนรับไว้ไม่ได้จริงๆนะครับ  เกิดเซฮุนทำหายขึ้นมาคงไม่มีปัญญาหาเงินมาซื้อใช้พี่จงอินแน่ๆ

 

            “เซฮุนห้ามพูดแบบนี้อีกเด็ดขาด...พี่ขอล่ะ  เพราะสิ่งที่พี่ทำให้มันเหมาะกับเซฮุนมากที่สุด  สร้อยเส้นนี้พี่สั่งทำขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อมอบให้คนพิเศษอย่างเซฮุน...มันมีเส้นเดียวในโลกนะครับ  แล้วมันจะไม่เหมาะกับเซฮุนของพี่ได้ไง  หื้มม

 

            “ฮึกกก!!ขอบคุณนะครับพี่จงอิน  ขอบคุณทุกอย่างเลย  ฮึกก!! 

 

            “จำไว้นะ...ว่าเซฮุนเป็นเมียของพี่  เป็นคนที่พี่รัก  อะไรที่เซฮุนต้องการ  อะไรที่เซฮุนอยากได้  พี่สามารถหามาให้คนที่พี่รักได้ทุกอย่าง  แล้วพี่รักก็เซฮุนคนเดียว  จำไว้ให้ดีนะครับ

 

            “ฮือออ!!!...เซฮุนก็จะรักพี่จงอินคนเดียวครับ  ฮึกก!  คนเดียวจริงๆ

 

            “เด็กขี้แย...ขอพี่จูบให้ชื่นใจหน่อยซิ

 

            ไม่เคยคิดว่าจะถูกเซอร์ไพรส์ด้วยวิธีนี้...เพราะก่อนหน้านั้นยังโมโหกับคำสั่งที่แสนจะเอาแต่ใจ  แต่พอได้เห็นดอกไม้ที่ตกแต่งอยู่ในห้องและได้ยินคำพูดที่ทำให้มั่นใจมากขึ้นว่าเด็กธรรมดาๆที่เป็นเพียงแค่พนักงานจัดดอกไม้อย่างเขาเป็นอะไรสำหรับเจ้านาย  เซฮุนก็ไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้  มันดีใจ  โล่งใจ  มีความสุขและไม่คิดว่าคำถามที่ตัวเองสงสัยมานานจะได้รับคำตอบท่ามกลางความสวยงามแบบนี้ 

 

            เสียงจูบ...ดังก้องไปทั่วห้องพักสุดหรู  และถึงแม้จะรู้สถานะที่ชัดเจนหรือมีความสุขมากแค่ไหน  แต่ในใจลึกๆก็ยังมีความกังวลอยู่อีกมากมายให้ต้องคิด  เพราะตัวตนที่แท้จริง  ฐานะที่ต่างกันหรืออาชีพที่ทำอยู่มันก็ไม่ได้ช่วยส่งเสริมให้จงอินดูดีขึ้นมาเลยสักนิด  มันไม่เหมาะสม  มันไม่มีอะไรที่เข้ากันได้และอาจทำให้คนที่มีชื่อเสียง  มีหน้ามีตาทางสังคมมานานอย่างเจ้าของโรงแรมดูแย่ลงก็ได้ถ้าคบกับเขา  เซฮุนคิดว่า...ตัวเองจะดีพอที่จะเดินเคียงข้างคนอย่างคิมจงอินหรือไม่??

 

แต่ถ้าให้คิดเอาแค่ตอนนี้  เดี๋ยวนี้  ปัจุบันนี้...เซฮุนก็ขอเก็บเกี่ยวความสุขที่อยู่ตรงหน้าเอาไว้ให้ได้มากที่สุด  และถ้าในอนาคตมันทำให้เขารู้สึกว่าที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่ที่ควรอยู่อีกต่อไปหรือทำให้อีกฝ่ายไม่มีความสุข  เซฮุนก็พร้อมจะเดินจากมันไปและไม่เสียใจกับสิ่งที่เลือก

 

            “อื้มมม....พอก่อนครับพี่จงอิน  อื้มม!!  เซฮุนหายใจไม่ทัน

 

ฟอดดดด!!!

 

            ถูกเจ้าของเซอร์ไพรส์...จูบเหมือนจะพรากลมหายใจไปตลอดชีวิต  เซฮุนจึงจำเป็นต้องเอ่ยห้ามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ  แล้วค่อยๆเอียงใบหน้าก่อนฝังทุกความรู้สึกเอาไว้บนสันกรามคมอย่างออดอ้อนและกอดกายหนาเอาไว้ด้วยความรัก

 

            “เดี๋ยวคืนนี้พี่จะกลับมาสอนเซฮุนจูบใหม่นะครับ

 

            “อย่าล้อกันสิครับ  ก็เซฮุนหายใจไม่ทันจริงๆหนิ

 

            “พี่ต้องกลับไปทำงานต่อนะครับ...เซฮุนรอพี่อยู่ที่นี่นะ  เดี๋ยวค่ำๆพี่กลับมาดินเนอร์ด้วย

 

            “อย่าบอกนะครับ...ว่าทิ้งงานมาทำเซอร์ไพรส์ให้เซฮุนแล้วจะกลับไปทำงานต่อ?

 

            “ก็มันหาเวลาว่างไม่ได้สักที  แล้วพี่ก็ตั้งใจทำให้เซฮุนจริงๆ...แต่ตอนนี้พี่ต้องกลับไปทำงานก่อนนะครับ  แล้วพี่จะรีบกลับมาหาเซฮุนให้เร็วที่สุด  เซฮุนอย่างอแงนะครับ

 

            “เซฮุนเปล่างอแงสักหน่อย  เซฮุนแค่เป็นห่วงเฉยๆ  ตะ... แต่พี่จงอินต้องกลับมาเร็วๆนะครับ  เซฮุนจะทำมื้อค่ำไว้รอ

 

            “อ้อนแบบนี้เดี๋ยวพี่ก็ไม่ได้ไปทำงานกันพอดี

 

            “อื้มมมมม.....

 

            จูบลากันเนินนาน...จนคนที่มีภาระหน้าที่ให้ต้องรีบกลับไปเคลียร์ที่โรงแรมเกือบโทรไปยกเลิกการประชุมทั้งหมด  เพราะทนต่อความหวานจากปากบางที่แสนขี้อ้อนไม่ไหว  และเมื่อเจ้าของเซอร์ไพรส์ออกไปทำงานจริงๆ  เซฮุนก็ได้แต่เดินสำรวจความสวยงามสีแดงที่ถูกประดับเอาไว้มากมายด้วยความเพลิดเพลิน  และคืนนี้...คนที่ชอบดอกไม้เป็นชีวิตจิตใจอย่างโอเซฮุน  ก็คงได้นอนหลับท่ามกลางทุ่งดอกทิวลิปจำจอง  เพราะไม่ว่าจะก้าวขาไปตรงไหนก็มีแต่ดอกทิวลิปสีแดงประดับไว้ทุกหนแห่ง  ห้องนั่งเล่น  ห้องครัว  ห้องทำงาน  ห้องนอนหรือแม้กระทั่งในห้องน้ำก็ยังมี

 

 

 

 

ดอกทิวลิปสีแดง...สื่อความหมายถึงการตกหลุมรักอย่างหัวปักหัวปำ

เป็นการบอกรักครั้งแรก

หากใครที่ต้องการจะบอกคนที่ตัวเองรัก  ว่าฉันตกหลุมรักเธออย่างหมดหัวใจ

ก็ไม่มีอะไรเหมาะสมไปกว่า...ดอกทิวลิปสีแดงอีกแล้ว

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

 

แก้ไขเมื่อ 13/10/60

ฮืออออ...ขอโทษที่หายไปนานนะคะ  ตอนนี้แก้ไขอยู่หลายวันกว่าจะเสร็จ (มันยากทุกทีตอนมีฉากนั้น)

วันนี้ขออัพตอนเดียวนะคะ  (กราบสามที)  และจะพยายาม...ไม่หายไปนานจนเกินไป  (ถ้าไม่ติดธุระจำเป็นจริงๆ  T^T)

ขอบคุณทุกการติดตาม  ขอบคุณกำลังใจแสนดีของผู้อ่านที่มอบให้  รวมถึงคอมเม้นท์และคำติชมทุกอย่าง

แล้วจะเข้ามาแก้คำผิดเรื่อยๆค่ะ  และขอบอกตรงๆอีกอย่างหนึ่งว่า...เรามีปัญหากับการผันวรรณยุกต์  อย่าง...ค่ะ คะ  เนี่ย  เนี้ย หรือ สิ  ซิและอื่นๆอีกหลายคำ  ใครอ่านแล้วรู้สึกขัดใจ  รำคาญตา  เราต้องขอโทษเป็นอย่างมากนะคะ  และจะรีบแก้ไขให้เร็วที่สุด  

รัก

#ดอกไม้ของเจ้านาย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #711 pppseen (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 03:09
    ‘ตกหลุมรักอย่างหมดหัวใจ’ น้ำตาจะไหลค่ะทางนี้
    #711
    0
  2. #681 KHlulaby (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 22:43
    รักน้องจริงๆใช่มั้ย อย่าทำอะไรให้น้องเจ็บตัวเจ็บใจเลยน้า
    #681
    0
  3. #559 /tl26&? (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 23:04
    โอ้ยยยยยยยยยยถ้าจะทำกันขนาดนี้เอาดอกทิวลิปสีแดงมาตีหน้ากันเลยเถอะ ฮือ ใจบางกว่ากระดาษแล้วค่ะ -////////-
    #559
    0
  4. #518 btoey44 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:07
    จงอิน รักหัวปักหัวปำเรย ฮือออ
    #518
    0
  5. #470 Jammie-Lee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 22:45
    บอกรักแล้วว้อยยยยยยย
    #470
    0
  6. #469 Pinkdao (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 20:15
    พี่จงอินเซอร์ไพสนัองด้วย ดูแลน้องดีๆน้า
    #469
    0
  7. #193 มักเน่ไลน์94 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 18:20
    พี่จงอิ๊นนนนนนนเซอร์ไพรส์น้องได้น่ารักมากเลยค่ะแงงงงง ฝากดูแลน้องดีๆด้วยนะคะ ฮึก
    #193
    0
  8. #129 Kannika Tankam (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 21:57
    พี่ชานตั้งแต่มีแฟนเด็กก็ลืมน้องฮุนเลยนะ มาเจอคราวนี้จะเปนไงเนี้ยย
    #129
    0
  9. #104 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 17:53
    ชานยอลต้องเจอเซฮุนแน่เลย
    #104
    0
  10. #59 ้hunhun (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 15:24
    ลงโทษน้องเบาๆ น้าาาาาาาาาาาาา ^O^
    #59
    0
  11. #58 eve_popparazzi (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 00:04
    ขี้หึงว่ะ อะไรก็ไม่รู้ เป็นอะไรกับน้องหรอ ขอเป็นแฟนยังเหอะ มาหงมาหึง
    #58
    0
  12. #57 june2546 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 22:50
    จงอินอ่า ฮุนพูดเล่นนนน
    #57
    0
  13. #56 xxkh94sxx (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 22:45
    เซฮุนนนนมีคดีเยอะเลย เหนื่อยหน่อยนะ. เจ้านายขี้หึงงงงงงง-3-
    #56
    1
    • #56-1 Mokara(จากตอนที่ 12)
      11 พฤษภาคม 2559 / 08:42
      มีให้หึงอีกเยอะเลยค่ะ...ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ:)
      #56-1